เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
19 ตอน
0 วิจารณ์
2,233 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
16) งานพิเศษของหนูแดง 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่กรกรรณกำลังฝึกตามคำสั่งของครูฝึกอเล็กอย่างเคร่งเครียด สายตาเขาเหลือบไปเห็นหนูแดงเดินโซเซผ่านไป
ร่างเล็ก ๆ ดูอ่อนแรง ผมยุ่งเล็กน้อย สีหน้าซีด…เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เธอคลานขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างช้า ๆ ก่อนจะหายลับไป
กรขมวดคิ้วทันที
“…เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
เขารีบเดินไปหาครูฝึกอเล็กและพบว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งคัดแยกกองขยะอยู่หลังบ้าน เขาชะงักไปเล็กน้อย
“…นี่ถึงขั้นแยกขยะขายแล้วเหรอ…”
ความคิดแวบขึ้นในหัว ก่อนจะสลัดทิ้งแล้วรีบเข้าเรื่อง
“ครูฝึกครับ…หนูแดงดูไม่ดีเลย เธอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เกี่ยวกับผมหรือเรื่องงานไหม…ผมเป็นห่วงเธอ”
อเล็กเงยหน้าขึ้นมองแบบงง ๆ
“อ้าว…ไม่ดีหรือไง เธอไม่มากวนนายแล้วนะ” เขาเอียงหัวนิด ๆ
“…หรือว่า…นอกจากน้ำแข็งแล้ว นายยังอยากให้หนูแดงอยู่ข้าง ๆ ด้วย?” อเล็กทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง
“ฉันไม่เข้าใจหนุ่ม ๆ เลยจริง ๆ”
“ไม่ใช่นะครับ!” กรสวนทันที “ผมเป็นเพื่อนร่วมทีม เห็นเธอไม่สบายก็ต้องเป็นห่วงสิครับ มันเรื่องปกติ”
อเล็กพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเข้าใจ…แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“ไม่ต้องกังวลหรอก หนูแดงแค่ไปรับงาน หาเงินมาจ่ายค่ารักษาของนาย…แล้วก็ค่าเสียหายอื่น ๆ”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเสริมเบา ๆ
“…โดยเฉพาะค่าผ้าห่ม”
กรสะดุ้งทันที
“เดี๋ยวนะครับ…อย่าบอกนะว่า ที่แยกขยะนี่ก็……เพราะผมงั้นเหรอ?”
“พี่หมีดำก็ไปรับงานเหมือนกันใช่ไหมครับ”
“เฮ้ ๆ อย่าเข้าใจผิดสิ” อเล็กโบกมือ “ค่ารักษานายมันแค่ส่วนหนึ่ง” เขาชี้ไปทางบ้าน
“หลัก ๆ คือ…เราต้องซื้อตู้เย็นใหม่ ของเก่ามันพัง”
กรเงียบไปเล็กน้อย…แต่ยังไม่คลายกังวล
“แล้วหนูแดงล่ะครับ…เด็กแบบนั้น…ไปทำงานกลางคืนมันผิดกฎหมายนะครับ”
อเล็กถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันไม่ได้บังคับนะ เธอเลือกเอง จริง ๆ ฉันห้ามแล้วด้วยซ้ำ”
เขาหยิบท่อ PVC ขึ้นมาเคาะหัวตัวเองเบา ๆ เหมือนกำลังคิด
“เห็นว่าไปทำในสิ่งที่ชอบ…เพราะไม่ได้ทำมาตั้งแต่มาอยู่กับฉัน”
กรยังคงไม่สบายใจ
“…แต่สุดท้ายก็เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาผมใช่ไหมครับ แบบนี้ผมอยู่เฉยไม่ได้ ผมจะช่วยหาเงินอีกแรง”
“งั้นเหรอ” อเล็กยักไหล่ “ก็ตามใจนาย” เขาหยุด ก่อนพูดต่อเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“ถ้างั้น…ไปดูเธอหน่อยก็ดี”
กรเงยหน้าทันที
“เธอทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงกลางคืนชื่อ… เวลเวทเคจ (Velvet Cage)”
อเล็กพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ที่นั่นมีทุกอย่างที่เงินซื้อได้ เหล้า ยา…ผู้หญิง” เขาหัวเราะเบา ๆ
“ฉันแค่ไม่อยากได้ยินว่า ลูกค้าคนไหนตายเพราะพิษของเธอก็พอ”
“ถ้าฉันมีเงินนะ… …ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน อิอิ” เขาหันไปพึมพำคนเดียวเหมือนกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ
แต่—กรกรรณไม่ได้ฟังส่วนหลังเลย คำพูดก่อนหน้านั้น…วนซ้ำอยู่ในหัวเขา
“มีทุกอย่างที่เงินซื้อได้…ผู้หญิง…หนูแดง…ไปทำอะไรที่นั่น”
“…ไม่จริง…” สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที
“ไม่จริง!!!”
เขาพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้ออเล็กโดยไม่รู้ตัว
“หนูแดงยังเด็กนะครับ!!! ไปที่แบบนั้นไม่ได้!!!” อเล็กตาลายทันที
“ทะ—เธอ—อายุ…ยี่สิบแปดแล้ว…”
เขาพูดติด ๆ ขัด ๆ
“เป็นพี่นาย…สามปีเลยนะ…”
“…อุ๊บ…จะอ้วก…”
“แล้วทำไม…จะทำไม่ได้…”
กรกรรณหยุดเขย่าคอเสื้ออเล็ก ก่อนจะหยุดคิด ตลอด 2–3 วันที่ผ่านมาหนูแดงดูนอนไม่เต็มอิ่มจริง ๆ สีหน้าซีดโทรมลงชัดเจน ช่วงใกล้รุ่ง เธอมักปีนขึ้นมานอนข้าง ๆ เขาเหมือนเพิ่งกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง
และทุกครั้ง—จะมีกลิ่นหอมติดตัวเธอ กลิ่นสบู่ที่ไม่คุ้นเคย กลิ่นแชมพูราคาแพงที่อเล็กไม่มีทางซื้อมาใช้ในบ้านพักแห่งนี้
“…เวลเวทเคจ…อยู่ที่ไหนเหรอครับ”
ทุกครั้งที่กรพูดมือเขาจะเผลอเขย่าอเล็กไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
“ทะ…ที่อยู่…อยู่ในนามบัตร…ในกระเป๋าเสื้อฉัน…ปล่อยฉันก่อนได้ไหม…จะตายอยู่แล้ว…”
อเล็กพยายามแกะมือกรออก
กรกรรณล้วงเอานามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อของอเล็กก่อนจะปล่อยอีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้นโดยไม่สนใจ
เขารีบอ่านมันทันทีแล้วเดินกลับเข้าบ้าน ตรงไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวของบ้านพัก เขานั่งลงเปิดค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางการระบุว่า
“Velvet Cage” เป็นอาคารขนาด 5 ชั้น มีความบันเทิงครบวงจร คาสิโน คลับ บาร์ แหล่งช็อปปิ้ง โรงภาพยนตร์
เป็นแหล่งรวมของเศรษฐีกระเป๋าหนัก นักธุรกิจสีเทาและเหล่าไฮโซแบดบอยของเมือง
แต่—ข้อมูลที่ไม่เป็นทางการในกระทู้ไร้แหล่งอ้างอิง กลับพูดถึงอีกด้านหนึ่ง การซื้อขายสิ่งเสพติด ของผิดกฎหมายและ—“บริการพิเศษ” ทั้งชายและหญิงอย่างโจ่งแจ้ง
กรกรรณรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพของหนูแดงผุดขึ้นมาในหัว ร่างเล็กเหมือนเด็กของเธอ…และโลกแบบนั้น—ย่อมมีคนที่ “ชอบเด็ก”
“ไม่…ไม่จริง…”
“ไม่จริง!!!”
“หนูแดงไปทำงานที่ชอบงั้นเหรอ…”
“…โธ่เว้ย…”
“…ถ้าเธอชอบแบบนั้นจริง ๆ…ฉันจะไปเป็นห่วงทำไม…”
กรกรรณเติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมในโลกที่สะอาดและเป็นระเบียบ เขาไม่เคยสนใจและไม่เคยเข้าใจโลกแบบนี้เลยและนั่นยิ่งทำให้เขา “รับไม่ได้”
ที่หนูแดง…ที่เขาเห็นอยู่ทุกวันอาจเป็น “คนแบบนั้น” ในที่สุด—
“…วันนี้ฉันจะไปดูด้วยตัวเอง…จะแอบตามหนูแดงไปที่นั่น”
“ดี!!!” เสียงของอเล็กดังขึ้นข้างหูทันที
“ว๊ากกกก!!! ครูฝึก ตกใจหมดเลย!”
“อย่างที่บอก” อเล็กพูดสบาย ๆ
“ไปดูเธอก็ดี” เขายิ้มบาง ๆ
“อย่าให้เธอเผลอฆ่าใครเข้าล่ะ…ฉันห่วงเรื่องนั้นมากกว่า”
พูดจบเขาก็เดินออกไป…กลับไปแยกขยะต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนนั้น
กรกรรณแอบตามหนูแดงที่แต่งตัวธรรมดาออกจากบ้านพัก แต่ “ธรรมดา” ในคืนนี้…ต่างออกไป ชุดเดรสทรงเดิมของเธอถูกเปลี่ยนเป็นผ้าเนื้อดี สีขาวสะอาดตาพอดีตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
ผมสีขาวยาวของเธอถูกรวบ ม้วน และจัดทรงอย่างประณีต ภาพนั้น…ทำให้หัวใจของกรเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
ต่างจากเขา—กางเกงยีนส์ที่ยืมมาจากครูฝึกอเล็กกับเสื้อเชิ้ตตัวหลวม ๆ ใส่ได้…แค่ “เกือบพอดี”
เขาแอบขึ้นรถประจำทางตามเธอไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัวจนกระทั่ง—ปลายทาง “Velvet Cage” แสงไฟยามค่ำคืนสาดส่องตัวอาคารสว่างจ้า ฉูดฉาด และหรูหราเกินจริง
มันไม่ใช่แค่สถานบันเทิงแต่มันคือสถานที่ที่บอกชัดเจนว่า—“เจ้าของที่นี่…ไม่ธรรมดา” หน้าทางเข้าการ์ด 4–5 คนยืนตรวจตราอย่างเข้มงวด ทั้งตรวจอาวุธ ทั้งสแกนสายตาคนที่จะเข้าไปข้างใน
กรกลืนน้ำลายและในจังหวะนั้น—เขาเห็นหนูแดงเธอไม่ได้เดินเข้าทางด้านหน้า แต่เลี้ยวอ้อมไปด้านหลังเข้าไปยังประตูที่มีป้ายเขียนว่า “เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง”
กรชะงัก “…เข้าไม่ได้…” เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าทางด้านหน้าแทน พยายามทำตัวเหมือนลูกค้าทั่วไป ก้าว…หนึ่งก้าว
“หยุด!”
เสียงเข้มดังขึ้นทันที การ์ดคนหนึ่งยกมือขึ้นขวาง
“ขอดูบัตรประจำตัวครับ” กรสะดุ้งเล็กน้อย
“อะ…เดี๋ยวนะครับ…” เขาเริ่มล้วงหาบัตรหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปัญหาคือ—เขาไม่มีบัตรประชาชนของวอร์เกนมีเพียง…
“นะ…นี่ครับ…”
เขายื่นบัตรทหารออกไปอย่างลังเล
“…ผมมีแค่นี้” การ์ดรับไปแล้วจ้องมันนิ่งสายตาจริงจังเกินเหตุ
วินาทีผ่านไป…
สองวินาที…
กรเริ่มรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไป
“…คุณคือ”
การ์ดเงยหน้าขึ้นแววตาเปลี่ยนทันที
“แกะดำ 03 จริง ๆ เหรอครับ!?”
“อะ…เอ่อ…ใช่ครับ…” กรตอบอย่างงง ๆ
“…มีอะไรหรือเปล่าครับ…ผมเข้าไปได้ไหม” ความกังวลเริ่มก่อตัวเพราะประสบการณ์ในค่ายทหาร
“แกะดำ” ไม่เคยได้รับการต้อนรับดี ๆ เลย
มีแต่—ขยะ น้ำเสีย หรือไข่เน่า
“รอสักครู่นะครับ”
การ์ดพูดก่อนจะเดินไปคุยกับเพื่อนอีกคน ทั้งคู่กระซิบกันเบา ๆ แล้วหันมามองเขาเป็นระยะ
ยิ่งทำให้กรใจแป๋วลงเรื่อย ๆ
“…ฉันควรหนีไหม…” แต่บัตรยังอยู่กับพวกเขาไปไหนไม่ได้
ไม่นานการ์ดคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมเพื่อนอีกสองคน
กรยืนตัวแข็งเหงื่อเริ่มซึมออกมาตรงรักแร้
“…ตายแล้ว……เกิดอะไรขึ้น……ฉันจะโดนอะไรไหมเนี่ย…”
เขาพยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ในหัว—
มีแต่คำเดียว
“ซวยแล้ว…”
การ์ดสามคนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ากรยืนเรียงกันเหมือน “กำแพงมนุษย์” ขนาดใหญ่ คนตรงกลางเอ่ยขึ้น
“พวกเราขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ” พร้อมยื่นบัตรคืนให้เขา กรรับบัตรมาอย่างงง ๆ
“ครับ…ได้ครับ…แต่ทำไมเหรอครับ…”
“ตอนนี้มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดไปอยู่ในเว็บใต้ดินครับ” การ์ดคนหนึ่งพูดด้วยแววตาตื่นเต้น
“ตอนที่คุณยืนรับแส้ของวิสเปอร์ได้แบบไม่ล้มเลย” เขาหัวเราะเบา ๆ
“สำหรับการ์ดอย่างพวกเรา…มันโคตรเจ๋งเลยครับ” กรกรรณเริ่มคลายความกดดันลงเล็กน้อย
เขายืนถ่ายรูปกับพวกการ์ดอยู่พักหนึ่งกว่าจะผ่านประตูเข้ามาได้หัวใจเขายังเต้นแรงไม่หยุด
“…รอดสักที”
“…นึกว่าจะโดนไล่ซะแล้ว…”
“เฮ้อ…”
เขาถอนหายใจยาว หลังจากตั้งสติได้กรก็มองไปรอบ ๆ
ที่นี่—กว้างใหญ่เกินคาด สว่างจ้าแทบเหมือนกลางวันผู้คนเดินกันขวักไขว่ เสียงดังวุ่นวาย
“…จะไปหาเจอได้ยังไง…”
เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาเหลือบไปเห็น “จุดประชาสัมพันธ์” เล็ก ๆ จึงตัดสินใจเดินเข้าไป
“ขอโทษครับ… ที่นี่มีคนชื่อ เมโลดี้ สกาเล็ต ไหมครับ”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเสริม
“เอ่อ…ชื่อเล่นว่า หนูแดง”
สายตาเต็มไปด้วยความหวัง พนักงานต้อนรับหญิงเงยหน้าขึ้นมองสีหน้ารำคาญชัดเจน สายตากวาดมองกรตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไม่มี ไม่รู้” ตอบสั้น ห้วน “พนักงานที่นี่มีเป็นพันคน จะมาตามหาแฟนหรือไง”
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้
“ถ้าจะเที่ยว ชั้น 3 ขึ้นไป แต่ถ้าจะมาหาคน…ฉันว่าอย่าขึ้นไปจะดีกว่า”
กรหน้าเจื่อนลงทันทีแต่ในใจ—เขากลับมั่นใจมากขึ้น
“หนูแดง…ต้องอยู่ข้างบนแน่” เขาลังเลควรขึ้นไปในฐานะลูกค้า…ดีไหมหรือควรหยุดแค่นี้
ในขณะที่เขายังยืนนิ่งไม่ขยับพนักงานหญิงก็เรียกเขาอีกครั้ง
“เฮ่ บอย” กรหันกลับทันที
“ฉันจำได้แล้ว…นายตามหาเมโลดี้ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!” น้ำเสียงเขาดีขึ้นทันที
พนักงานหญิงชี้ไปที่กลางโถงโปสเตอร์ขนาดใหญ่แขวนเด่นอยู่ สะดุดตา ผู้หญิงผมแดงในชุดคาบาเรต์สีแดงกำมะหยี่ยืนอยู่กลางภาพ สวย…ร้อนแรง…สมบูรณ์แบบ เป็นความสวยที่ทำให้ทั้งโถงต้องหยุดมอง
“นั่นไง เมโลดี้” เธอยิ้มมุมปาก “แต่ชื่อจริงคือ เมโลดี้ เอ็มม่า ไม่ใช่หนูแดงนะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะดังขึ้น พนักงานอีกคนเสริมทันที
“โอ๊ย ใช่ ๆ ไอ้หนุ่ม แกคงรู้จักเธอ… …แต่เธอไม่รู้จักแกหรอก!” ทั้งคู่หัวเราะกันลั่น
กรไม่ทนฟังอีกต่อไปเขาหันหลัง เดินหนีทันที ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวและ—
เขาตัดสินใจขึ้นไปชั้น 3
ชั้น 3
เป็นเลานจ์หรูระดับสูง แสงไฟสลัว เสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งในอากาศ แขกนั่งกระจายตามโต๊ะพร้อมหญิงสาวที่แต่งตัวสวยสะดุดตา
ตรงกลาง—เวทีดนตรีสด นักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงช้า ๆ คลอไปกับบรรยากาศยามค่ำคืน ชวนให้หลงใหลอย่างไม่รู้ตัว
พนักงานต้อนรับชายเดินเข้ามาประกบกรทันที สายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ต่างจากชั้นล่าง
“รับอะไรดีครับ”
น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความดูถูกบาง ๆ
“วันนี้เรามี Whitecrest”
“หรือจะเป็น Noir Étoile ดีครับ”
กรนิ่งไป เขารู้จักชื่อพวกนี้ดีและรู้ด้วย—ว่ามันแพงแค่ไหน เงินในกระเป๋าเขาแม้แต่น้ำเปล่าที่นี่…ยังซื้อไม่ไหว
ความรู้สึกบางอย่างชัดเจนขึ้นทันที
“ที่นี่…ไม่ต้อนรับฉัน”
สายตาเขากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นทางขึ้นไปชั้นบนอีกชั้นแต่นั่น—ไม่ใช่ที่ของเขา
“ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดเบา ๆ
“ผมจะไปแล้ว” กรหันหลัง เดินออกมาลงกลับมาชั้น 1 และหยุดอยู่ที่โถงคาสิโน เขาเดินวนไปมาโดยไม่รู้จะไปไหน
กรยังคงเครียด ทั้งเรื่องหนูแดง ทั้งเรื่องตัวเอง…ทำไมเขาต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้ด้วย เขาควรกลับ ควรออกไปจากที่นี่ ในความคิดของเขาสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอบายมุข เต็มไปด้วยสิ่งเสื่อมทรามและเขา—
“ไม่ชอบมันเลยจริง ๆ”
กรเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายใจลอย สับสน ก่อนจะหยุดลงโดยไม่รู้ตัว
ตรงหน้า—โต๊ะรูเล็ต (Roulette) เสียงลูกเหล็กกระทบขอบวงล้อดัง แกร๊ก…แกร๊ก…วนซ้ำเหมือนความคิดในหัวเขาและในจังหวะนั้น—
“เฮ้ย!! ไอ้ขอทาน!! มานี่” เสียงหนึ่งตะโกนเรียก
กรสะดุ้ง
“ใคร…ผมหรือครับ” เขาชี้เข้าหาตัวเอง
ในขณะที่คนรอบโต๊ะทั้งหมดหันมามองเขาพร้อมกัน
“เออ! เอ็งนั่นแหละ! เข้ามา เดี๋ยวนี้เลย!”
ฝูงชนรอบโต๊ะถอยออกเป็นทางโดยพร้อมเพรียง เหมือนกำแพงที่เปิดออกให้เขาเดินเข้าไป
กรก้าวเข้าไปช้า ๆ ตรงหน้าเขา—ชายชราสองคนนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ
ฝั่งหนึ่งชายหนุ่มสามคนยืนอยู่ด้านหลัง ท่าทางแข็งกร้าวเหมือนการ์ดส่วนตัว
อีกฝั่งมีเพียงชายสองคนยืนประกบสงบนิ่ง…แต่กดดันกว่า
“แก…” เสียงหยาบดังขึ้น
“ต้องเป็นคนหมุนวงล้อ แล้วก็ปล่อยลูกเหล็กในรอบนี้”
“ให้ท่านไอเอ็น เข้าใจไหม”
กรขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายชราฝั่งซ้ายหยิบชิปมาวางตรงหน้าเขา
เหรียญพนันมูลค่า 20,000
“ฉันชื่อ โอโน” เขาพูดเรียบ ๆ “ส่วนคนนั้น…ไอเอ็น”
เขาพยักหน้าไปอีกฝั่ง
“เรากำลังพนันกันอยู่ ช่วยเป็นคนกลางให้หน่อย”
“ผม…โยนไม่เป็นนะครับ” กรตอบตามตรง
“ดี” เสียงอีกฝั่งตอบทันที “งั้นก็แค่หมุน แล้ววางลูกเหล็กก็พอ” ไอเอ็นพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
กรลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบลูกเหล็กขึ้นมา
“…อยากได้เลขไหนไหมครับ”
คำถามนั้น—ทำให้ทั้งโต๊ะนิ่งไปชั่วขณะก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้น
ทั้งคนดู
ทั้งนักพนัน
“งั้นฉันเอา 13” โอโนพูดขึ้น “เลขเดียวก็พอ”
“ได้ ถ้าไอ้หนุ่มนั่นโยนเข้านะ” ไอเอ็นหัวเราะเบา ๆ “งั้นข้า…เลขคู่ทั้งหมด”
กรไม่ตอบอะไร เขาวางลูกเหล็กไว้ในมือแล้วหมุนวงล้ออย่างเรียบ ๆ สายตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย ภาพบางอย่าง…ปรากฏขึ้น จังหวะ แรงหมุน ตำแหน่งตก
ทั้งหมด—ชัดเจนราวกับ “เห็นล่วงหน้า” เขารู้ว่าถ้าวางตรงไหนลูกเหล็กจะไปจบที่ช่องใด
“…”
เขาเลือกแล้ว เลข 13 กรปล่อยลูกเหล็กลงไปอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหยิบชิปที่โอโนวางไว้แล้วหันหลังเดินออกจากโต๊ะทันที ไม่มีใครสนใจเขาอีก
ทุกสายตา—จับจ้องอยู่ที่วงล้อ ลูกเหล็กกระทบขอบ
แกร๊ก…แกร๊ก…แกร๊ก…
มันชะลอลง กระเด้งผ่าน
7…
9…
12…
ก่อนจะ—ตกลง
“13”
เสียงกระทบเบา ๆ
แต่ทั้งโต๊ะ—เงียบสนิท ชั่วขณะก่อนทุกคนจะเงยหน้าขึ้นมองหาชายคนเดิมแต่เขาหายไปแล้ว
โอโนกวักมือเรียกลูกน้องเข้ามาใกล้ก่อนกระซิบสั่งเบา ๆ
“ไปหามา…ว่าไอ้หนุ่มนั่นเป็นใคร” แล้วเขาก็เอนตัวกลับหันไปมองไอเอ็น
“เงินพนันรอบนี้…ข้ายกให้มัน” ไอเอ็นยิ้มมุมปาก
“เอาสิ…น่าสนุกดี”
เขาพูดจบก็ผลักชิปทั้งหมดที่ลงไว้ในรอบนี้กระจายไปตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากเหตุการณ์ที่โต๊ะรูเล็ตกรกรรณเดินออกจาก Velvet Cage
เขาอ้อมไปนั่งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ข้างอาคาร ตรงทางเข้า “เฉพาะพนักงาน” ทางเดียวกับที่หนูแดงเดินเข้าไปก่อนหน้านี้
เขาเข้าไปไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือนั่งรอและหวังว่าเธอจะเดินออกมาเมื่อสถานบันเทิงปิด
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
หลังเที่ยงคืนอากาศเริ่มหนาวลงหิมะค่อย ๆ โปรยลงมาเงียบงัน…และเย็นยะเยือก กรไม่เคยเจอหิมะ บ้านเกิดของเขาไม่มีฤดูนี้แต่ที่นี่—
ความหนาวกัดลึกลงไปถึงกระดูก มันไม่เหมือนพลังของ “คุณน้ำแข็ง” ที่สงบ นิ่ง และสบาย นี่คือความหนาว…ที่ไร้ความปรานี
เขานั่งอยู่ตรงนั้นข้างกองวัสดุเก่าที่ถูกทิ้งไว้ เฝ้ามองผู้คนที่ทยอยออกมา
บางคนเมา
บางคนเดินเป็นกลุ่ม
บางคนพากันกลับเป็นคู่
แต่ไม่มีหนูแดง
ตีสอง ยังไม่มี ความคิดเริ่มกัดกินเขา
“นานเกินไปแล้ว…”
“ถูกใช้งานจนดึกขนาดนั้นเลยเหรอ…”
เขาถอนหายใจยาวทำได้แค่นั้นจริง ๆ
จนกระทั่ง—ตีสาม ในที่สุดเธอก็ออกมา หนูแดงหยุดอยู่ตรงทางออก สายตาเธอเบิกเล็กน้อยเมื่อเห็นกรกรรณนั่งอยู่ตรงนั้น ตัวสั่น เหนื่อยล้า เหมือนจะหลับ…แต่ก็ยังฝืนตาเอาไว้
เขาเงยหน้าขึ้น ดีใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็เจ็บภาพของเธอ…
เหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ ไออุ่นจาง ๆ ยังติดอยู่บนผิว กลิ่นสบู่หอมบาง ๆ ลอยมา เส้นผมถูกเป่าแห้งแล้วรวบไว้อย่างเรียบร้อย ชุดของเธอ—ดูออกว่าถูกถอดพับไว้แล้วใส่กลับอย่างเร่งรีบ มีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่คลุมทับซึ่งไม่ใช่ของเธอแน่นอน
“…หนูแดง…”
กรพูดออกมาเบา ๆ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อคำพูดมันติดอยู่ในคอสุดท้าย—
“…เหนื่อยไหม”
หนูแดงยังคงนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ไม่สบตาเขา
“เหนื่อยสิ…เหนื่อยมากเลย” เธอพูดเบา ๆ “…แต่ก็ดี”
“หนูแดง…หยุดทำแบบนี้ได้ไหม” กรถามออกไปตรง ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
หนูแดงถอยหลังไปครึ่งก้าวลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัว
“ไม่ได้หรอก”
“…ขอโทษนะ” เธอหลบตา
“ถึงเป็นนายขอ…ก็เถอะ”
“…คงทำไม่ได้”
เธอหยุดหายใจนิดหนึ่ง
“ฉันทำสัญญาไปแล้ว อีกแค่วันเดียว…พรุ่งนี้ก็จบ ถ้าหยุดตอนนี้…จะไม่ได้อะไรเลย…แถมยังโดนปรับอีก”
เสียงเธอแผ่วลง
“…เราจะเดือดร้อนกันหมด”
กรเงียบ อย่างน้อยมันมี “จุดจบ” อีกแค่วันเดียว เขากำหมัดแน่นแต่ก็รู้ดี—ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้
“…ฉันช่วยอะไรได้บ้างไหม” เขาถามเบา ๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หนูแดงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดู…พอใจ เธอถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่แล้วโยนทิ้งลงข้างทางอย่างไม่สนใจ
“ได้สิ” เธอพูดง่าย ๆ
“นายมาก็ดีแล้ว” เธอก้าวเข้ามาใกล้
“แบกฉันกลับบ้านพักหน่อย”
“เดี๋ยว…เสื้อนั่นจะทิ้งเหรอ” กรถามทันที ทั้งตกใจทั้งเสียดาย
“ใช่สิ” เธอตอบสบาย ๆ “ของลูกค้าที่ลืมไว้”
“คืนนี้มันหนาว เลยหยิบมาใส่เดินกลับ” เธอยักไหล่นิดหนึ่ง “…แต่ตอนนี้มีนายแล้ว ไม่ต้องใช้มันแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้กรนิ่งไปสีหน้าเขาแทบพัง หนูแดงสังเกตเห็นทันที
“…เป็นอะไรเนี่ยแค่เสื้อลูกค้าเองนะอย่าไปเสียดายเลย สกปรกจะตาย”
กรพยักหน้าเบา ๆ ไม่พูดอะไรอีก ไม่คิดอะไรอีก เขาหันหลังให้เธอแล้วคุกเข่าลงเล็กน้อยเหมือนทุกครั้ง
หนูแดงปีนขึ้นไปบนหลังเขากอดเขาไว้หลวม ๆ เหมือนเคย
ระหว่างทางเดินกลับ
หิมะยังคงโปรยลงมาเงียบ ๆ ทับรอยเท้าที่เพิ่งเหยียบผ่าน
“ดึกขนาดนี้ไม่มีรถประจำทางแล้ว” กรพูดขึ้นเบา ๆ ระหว่างก้าวไปช้า ๆ
“ทำไมไม่เรียกแท็กซี่กลับล่ะ มันอันตราย…แล้วก็ไกลนะ”
หนูแดงหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ฉันไม่มีค่ารถหรอก ปกติก็วิ่งกลับอยู่แล้ว” เธอขยับตัวเล็กน้อยบนหลังเขา
“แล้วอีกอย่าง…อเล็กก็พูดเองนี่ …แถวนี้ ฉันนี่แหละอันตรายที่สุด”
เสียงหัวเราะของเธอเบา…แต่แผ่วก่อนจะถามขึ้นเหมือนเดิม
“แล้ววันนี้…มาหาฉันทำไม …เป็นห่วงเหรอ”
กรตอบทันที “ใช่ เป็นห่วง” น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้น
“เป็นห่วงมากด้วย”
“เธอทำงานกลางคืน…กลับดึกขนาดนี้”
“ต่อให้มีอาวุธ เธอก็ยังเป็นผู้หญิง…ตัวเล็ก”
เขาหยุดไปนิดหนึ่ง
“…แล้วเธอก็ทำเพื่อฉันด้วย…ใช่ไหม” เสียงประโยคสุดท้าย…อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ปกติแล้วหนูแดงคงจะตอบสวนหรือไม่ก็แกล้งเขาแต่ครั้งนี้—
ไม่มี
มีแค่ความเงียบท่ามกลางหิมะที่ยังคงร่วงลงมาและทางเดินที่ว่างเปล่า เส้นผมของเธอค่อย ๆ คลายออกพันรอบไหล่เขาหลวม ๆ เหมือนบางสิ่งที่ช่วยกันความหนาว
“…หนูแดง หลับแล้วเหรอ” กรถามขึ้นเบา ๆ เพราะเธอไม่พูดอะไรอีกเลย
“…เป็นห่วงเค้าจริง ๆ เหรอ”
เสียงของเธอดังขึ้นแผ่วมากพร้อมกับซบหน้าลงบนไหล่เขาเหมือนเด็กคนหนึ่ง…ที่อ่อนแรง
กรยังไม่เข้าใจคิดเพียงว่ามันคงเป็น “อีกแบบ” ของเธอ
“…ใช่สิ” เขาตอบ “เราก็เป็นทีมเดียวกันนี่” เขายิ้มเล็กน้อยมองไปข้างหน้า
“หลังของนาย…อุ่นจัง” หนูแดงกอดคอเขาแน่นขึ้นซุกหน้าเข้าไปลึกจนแทบไม่เห็นอะไรนอกจากดวงตาดวงตาที่ลอย…ไร้จุดหมาย
กรเงียบเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่างในน้ำเสียงนั้น
“ถ้าเค้าสูงขึ้น…”
“นายจะยังอุ้มเค้าไหม”
“….” ไม่มีคำตอบ กรไม่ได้ตอบ
“ถ้าเค้าเป็นผู้ใหญ่…”
“…นายจะมองเค้าไหม”
“….” ไม่มีคำตอบเช่นเคย
“ถ้าเค้ายิ้มสวยกว่าเธอคนนั้น…”
“…นายจะ…”
“….”
กรยังคงเงียบ
เขาไม่อยากตอบ
ไม่อยากทำร้ายใคร
มือที่ประสานกันอยู่ด้านหลังกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“น้ำแข็ง…” หนูแดงพูดช้า ๆ
“มีพ่อ…มีเพื่อน…”
“มีคนรุมรัก…”
“และมีคนที่เธอรัก…”
เสียงเธอสะดุดเหมือนจะหยุดแต่ก็ยังฝืนพูดต่อด้วยเสียงที่เริ่มสั่น
“แต่ฉัน…”
“…ไม่มีอะไรเลย…”
เธอหยุดหายใจไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“…แม้แต่หลังที่อบอุ่นนี้…”
“…ก็ยังไม่ใช่ของฉัน”
กรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ไม่ใช่นะ…” เขารีบพูด
“ผมอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอคอยดูแลพิษ…”
“จำได้ไหม เพราะงั้น—”
“ไม่ใช่หรอก” หนูแดงขัดขึ้นทันทีเสียงเบา…แต่ชัด
“ความจริง…”เธอเงียบไปเหมือนต้องรวบรวมแรงทั้งหมด
“…พิษของนาย…”
เสียงเธอสั่น
“…ฉันรักษาหายไปนานแล้ว”
กรชะงักก้าวเท้าหยุดไปชั่วขณะ
“ที่ฉันไม่บอก…” เธอสะอื้นเบา ๆ
“…เพราะการได้นอนกอดนาย…”
“…มันเหมือนบ้าน”
“ที่เดียว…ที่ฉันสงบได้”
“ที่เดียว…ที่ฉันไม่ฝันร้าย”
เสียงเธอเบาลงเรื่อย ๆ
แทบจะหายไปกับหิมะ
“…ที่เดียว…”
“…ที่ฉันเหลืออยู่ในโลกนี้”
...
...
..
.
หลังจากประโยคนั้นหนูแดง…ไม่พูดอะไรอีก
กรกรรณเองก็เช่นกัน เขาเงียบ พูดอะไรไม่ออก ความคิดในหัวว่างเปล่าแต่หัวใจ—กลับหนักอึ้ง
หัวใจของเขา…มีเพียงหนึ่งเดียวและเขาได้มอบมันให้ “น้ำแข็ง” ไปแล้วทั้งดวงไม่มีอะไรเหลือให้แบ่งให้ใครอีก
แต่สิ่งที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ความรักมันคือ—ความเจ็บปวดและความสงสารที่เขาไม่สามารถตอบรับเธอได้
เสียงหายใจของหนูแดงค่อย ๆ เบาลง สม่ำเสมอ เธอหลับแล้ว เส้นผมสีขาวของเธอคลี่ตัวลงตามธรรมชาติ เกล็ดหิมะเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามเส้นผมสะท้อนแสงจาง ๆ งดงามอย่างเงียบงัน
กรยังคงเดินต่อไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า—บ้านพัก…มาถึงตั้งแต่เมื่อไร
เขาก้าวขึ้นไปชั้นสอง หมีดำนอนหลับอยู่บนเตียงของตัวเองแล้ว ลมหายใจหนัก ๆ ดังสม่ำเสมอ
ทุกอย่าง…เงียบ
กรเดินไปที่เตียงของตัวเอง ค่อย ๆ นั่งลงแล้วค่อย ๆ วางหนูแดงลงอย่างระมัดระวัง มือของเขาปัดเศษหิมะออกจากเส้นผมของเธอ จากเสื้อผ้า จากแก้มที่เย็นเฉียบ เบามาก เหมือนกลัวว่าเธอจะหายไป
เขาลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะกลับมานอนลงข้าง ๆ เขากอดเธอไว้ ให้ความอบอุ่นเหมือนที่เธอเคยขอ และในที่สุดเขาก็หลับไปโดยที่ในใจ—ยังคงหนักอึ้งเหมือนเดิม
ร่างเล็ก ๆ ดูอ่อนแรง ผมยุ่งเล็กน้อย สีหน้าซีด…เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เธอคลานขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างช้า ๆ ก่อนจะหายลับไป
กรขมวดคิ้วทันที
“…เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
เขารีบเดินไปหาครูฝึกอเล็กและพบว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งคัดแยกกองขยะอยู่หลังบ้าน เขาชะงักไปเล็กน้อย
“…นี่ถึงขั้นแยกขยะขายแล้วเหรอ…”
ความคิดแวบขึ้นในหัว ก่อนจะสลัดทิ้งแล้วรีบเข้าเรื่อง
“ครูฝึกครับ…หนูแดงดูไม่ดีเลย เธอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เกี่ยวกับผมหรือเรื่องงานไหม…ผมเป็นห่วงเธอ”
อเล็กเงยหน้าขึ้นมองแบบงง ๆ
“อ้าว…ไม่ดีหรือไง เธอไม่มากวนนายแล้วนะ” เขาเอียงหัวนิด ๆ
“…หรือว่า…นอกจากน้ำแข็งแล้ว นายยังอยากให้หนูแดงอยู่ข้าง ๆ ด้วย?” อเล็กทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง
“ฉันไม่เข้าใจหนุ่ม ๆ เลยจริง ๆ”
“ไม่ใช่นะครับ!” กรสวนทันที “ผมเป็นเพื่อนร่วมทีม เห็นเธอไม่สบายก็ต้องเป็นห่วงสิครับ มันเรื่องปกติ”
อเล็กพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเข้าใจ…แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“ไม่ต้องกังวลหรอก หนูแดงแค่ไปรับงาน หาเงินมาจ่ายค่ารักษาของนาย…แล้วก็ค่าเสียหายอื่น ๆ”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเสริมเบา ๆ
“…โดยเฉพาะค่าผ้าห่ม”
กรสะดุ้งทันที
“เดี๋ยวนะครับ…อย่าบอกนะว่า ที่แยกขยะนี่ก็……เพราะผมงั้นเหรอ?”
“พี่หมีดำก็ไปรับงานเหมือนกันใช่ไหมครับ”
“เฮ้ ๆ อย่าเข้าใจผิดสิ” อเล็กโบกมือ “ค่ารักษานายมันแค่ส่วนหนึ่ง” เขาชี้ไปทางบ้าน
“หลัก ๆ คือ…เราต้องซื้อตู้เย็นใหม่ ของเก่ามันพัง”
กรเงียบไปเล็กน้อย…แต่ยังไม่คลายกังวล
“แล้วหนูแดงล่ะครับ…เด็กแบบนั้น…ไปทำงานกลางคืนมันผิดกฎหมายนะครับ”
อเล็กถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันไม่ได้บังคับนะ เธอเลือกเอง จริง ๆ ฉันห้ามแล้วด้วยซ้ำ”
เขาหยิบท่อ PVC ขึ้นมาเคาะหัวตัวเองเบา ๆ เหมือนกำลังคิด
“เห็นว่าไปทำในสิ่งที่ชอบ…เพราะไม่ได้ทำมาตั้งแต่มาอยู่กับฉัน”
กรยังคงไม่สบายใจ
“…แต่สุดท้ายก็เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาผมใช่ไหมครับ แบบนี้ผมอยู่เฉยไม่ได้ ผมจะช่วยหาเงินอีกแรง”
“งั้นเหรอ” อเล็กยักไหล่ “ก็ตามใจนาย” เขาหยุด ก่อนพูดต่อเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“ถ้างั้น…ไปดูเธอหน่อยก็ดี”
กรเงยหน้าทันที
“เธอทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงกลางคืนชื่อ… เวลเวทเคจ (Velvet Cage)”
อเล็กพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ที่นั่นมีทุกอย่างที่เงินซื้อได้ เหล้า ยา…ผู้หญิง” เขาหัวเราะเบา ๆ
“ฉันแค่ไม่อยากได้ยินว่า ลูกค้าคนไหนตายเพราะพิษของเธอก็พอ”
“ถ้าฉันมีเงินนะ… …ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน อิอิ” เขาหันไปพึมพำคนเดียวเหมือนกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ
แต่—กรกรรณไม่ได้ฟังส่วนหลังเลย คำพูดก่อนหน้านั้น…วนซ้ำอยู่ในหัวเขา
“มีทุกอย่างที่เงินซื้อได้…ผู้หญิง…หนูแดง…ไปทำอะไรที่นั่น”
“…ไม่จริง…” สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที
“ไม่จริง!!!”
เขาพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้ออเล็กโดยไม่รู้ตัว
“หนูแดงยังเด็กนะครับ!!! ไปที่แบบนั้นไม่ได้!!!” อเล็กตาลายทันที
“ทะ—เธอ—อายุ…ยี่สิบแปดแล้ว…”
เขาพูดติด ๆ ขัด ๆ
“เป็นพี่นาย…สามปีเลยนะ…”
“…อุ๊บ…จะอ้วก…”
“แล้วทำไม…จะทำไม่ได้…”
กรกรรณหยุดเขย่าคอเสื้ออเล็ก ก่อนจะหยุดคิด ตลอด 2–3 วันที่ผ่านมาหนูแดงดูนอนไม่เต็มอิ่มจริง ๆ สีหน้าซีดโทรมลงชัดเจน ช่วงใกล้รุ่ง เธอมักปีนขึ้นมานอนข้าง ๆ เขาเหมือนเพิ่งกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง
และทุกครั้ง—จะมีกลิ่นหอมติดตัวเธอ กลิ่นสบู่ที่ไม่คุ้นเคย กลิ่นแชมพูราคาแพงที่อเล็กไม่มีทางซื้อมาใช้ในบ้านพักแห่งนี้
“…เวลเวทเคจ…อยู่ที่ไหนเหรอครับ”
ทุกครั้งที่กรพูดมือเขาจะเผลอเขย่าอเล็กไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
“ทะ…ที่อยู่…อยู่ในนามบัตร…ในกระเป๋าเสื้อฉัน…ปล่อยฉันก่อนได้ไหม…จะตายอยู่แล้ว…”
อเล็กพยายามแกะมือกรออก
กรกรรณล้วงเอานามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อของอเล็กก่อนจะปล่อยอีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้นโดยไม่สนใจ
เขารีบอ่านมันทันทีแล้วเดินกลับเข้าบ้าน ตรงไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวของบ้านพัก เขานั่งลงเปิดค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางการระบุว่า
“Velvet Cage” เป็นอาคารขนาด 5 ชั้น มีความบันเทิงครบวงจร คาสิโน คลับ บาร์ แหล่งช็อปปิ้ง โรงภาพยนตร์
เป็นแหล่งรวมของเศรษฐีกระเป๋าหนัก นักธุรกิจสีเทาและเหล่าไฮโซแบดบอยของเมือง
แต่—ข้อมูลที่ไม่เป็นทางการในกระทู้ไร้แหล่งอ้างอิง กลับพูดถึงอีกด้านหนึ่ง การซื้อขายสิ่งเสพติด ของผิดกฎหมายและ—“บริการพิเศษ” ทั้งชายและหญิงอย่างโจ่งแจ้ง
กรกรรณรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพของหนูแดงผุดขึ้นมาในหัว ร่างเล็กเหมือนเด็กของเธอ…และโลกแบบนั้น—ย่อมมีคนที่ “ชอบเด็ก”
“ไม่…ไม่จริง…”
“ไม่จริง!!!”
“หนูแดงไปทำงานที่ชอบงั้นเหรอ…”
“…โธ่เว้ย…”
“…ถ้าเธอชอบแบบนั้นจริง ๆ…ฉันจะไปเป็นห่วงทำไม…”
กรกรรณเติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมในโลกที่สะอาดและเป็นระเบียบ เขาไม่เคยสนใจและไม่เคยเข้าใจโลกแบบนี้เลยและนั่นยิ่งทำให้เขา “รับไม่ได้”
ที่หนูแดง…ที่เขาเห็นอยู่ทุกวันอาจเป็น “คนแบบนั้น” ในที่สุด—
“…วันนี้ฉันจะไปดูด้วยตัวเอง…จะแอบตามหนูแดงไปที่นั่น”
“ดี!!!” เสียงของอเล็กดังขึ้นข้างหูทันที
“ว๊ากกกก!!! ครูฝึก ตกใจหมดเลย!”
“อย่างที่บอก” อเล็กพูดสบาย ๆ
“ไปดูเธอก็ดี” เขายิ้มบาง ๆ
“อย่าให้เธอเผลอฆ่าใครเข้าล่ะ…ฉันห่วงเรื่องนั้นมากกว่า”
พูดจบเขาก็เดินออกไป…กลับไปแยกขยะต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนนั้น
กรกรรณแอบตามหนูแดงที่แต่งตัวธรรมดาออกจากบ้านพัก แต่ “ธรรมดา” ในคืนนี้…ต่างออกไป ชุดเดรสทรงเดิมของเธอถูกเปลี่ยนเป็นผ้าเนื้อดี สีขาวสะอาดตาพอดีตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
ผมสีขาวยาวของเธอถูกรวบ ม้วน และจัดทรงอย่างประณีต ภาพนั้น…ทำให้หัวใจของกรเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
ต่างจากเขา—กางเกงยีนส์ที่ยืมมาจากครูฝึกอเล็กกับเสื้อเชิ้ตตัวหลวม ๆ ใส่ได้…แค่ “เกือบพอดี”
เขาแอบขึ้นรถประจำทางตามเธอไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัวจนกระทั่ง—ปลายทาง “Velvet Cage” แสงไฟยามค่ำคืนสาดส่องตัวอาคารสว่างจ้า ฉูดฉาด และหรูหราเกินจริง
มันไม่ใช่แค่สถานบันเทิงแต่มันคือสถานที่ที่บอกชัดเจนว่า—“เจ้าของที่นี่…ไม่ธรรมดา” หน้าทางเข้าการ์ด 4–5 คนยืนตรวจตราอย่างเข้มงวด ทั้งตรวจอาวุธ ทั้งสแกนสายตาคนที่จะเข้าไปข้างใน
กรกลืนน้ำลายและในจังหวะนั้น—เขาเห็นหนูแดงเธอไม่ได้เดินเข้าทางด้านหน้า แต่เลี้ยวอ้อมไปด้านหลังเข้าไปยังประตูที่มีป้ายเขียนว่า “เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง”
กรชะงัก “…เข้าไม่ได้…” เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าทางด้านหน้าแทน พยายามทำตัวเหมือนลูกค้าทั่วไป ก้าว…หนึ่งก้าว
“หยุด!”
เสียงเข้มดังขึ้นทันที การ์ดคนหนึ่งยกมือขึ้นขวาง
“ขอดูบัตรประจำตัวครับ” กรสะดุ้งเล็กน้อย
“อะ…เดี๋ยวนะครับ…” เขาเริ่มล้วงหาบัตรหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปัญหาคือ—เขาไม่มีบัตรประชาชนของวอร์เกนมีเพียง…
“นะ…นี่ครับ…”
เขายื่นบัตรทหารออกไปอย่างลังเล
“…ผมมีแค่นี้” การ์ดรับไปแล้วจ้องมันนิ่งสายตาจริงจังเกินเหตุ
วินาทีผ่านไป…
สองวินาที…
กรเริ่มรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไป
“…คุณคือ”
การ์ดเงยหน้าขึ้นแววตาเปลี่ยนทันที
“แกะดำ 03 จริง ๆ เหรอครับ!?”
“อะ…เอ่อ…ใช่ครับ…” กรตอบอย่างงง ๆ
“…มีอะไรหรือเปล่าครับ…ผมเข้าไปได้ไหม” ความกังวลเริ่มก่อตัวเพราะประสบการณ์ในค่ายทหาร
“แกะดำ” ไม่เคยได้รับการต้อนรับดี ๆ เลย
มีแต่—ขยะ น้ำเสีย หรือไข่เน่า
“รอสักครู่นะครับ”
การ์ดพูดก่อนจะเดินไปคุยกับเพื่อนอีกคน ทั้งคู่กระซิบกันเบา ๆ แล้วหันมามองเขาเป็นระยะ
ยิ่งทำให้กรใจแป๋วลงเรื่อย ๆ
“…ฉันควรหนีไหม…” แต่บัตรยังอยู่กับพวกเขาไปไหนไม่ได้
ไม่นานการ์ดคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมเพื่อนอีกสองคน
กรยืนตัวแข็งเหงื่อเริ่มซึมออกมาตรงรักแร้
“…ตายแล้ว……เกิดอะไรขึ้น……ฉันจะโดนอะไรไหมเนี่ย…”
เขาพยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ในหัว—
มีแต่คำเดียว
“ซวยแล้ว…”
การ์ดสามคนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ากรยืนเรียงกันเหมือน “กำแพงมนุษย์” ขนาดใหญ่ คนตรงกลางเอ่ยขึ้น
“พวกเราขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ” พร้อมยื่นบัตรคืนให้เขา กรรับบัตรมาอย่างงง ๆ
“ครับ…ได้ครับ…แต่ทำไมเหรอครับ…”
“ตอนนี้มีคลิปจากกล้องวงจรปิดหลุดไปอยู่ในเว็บใต้ดินครับ” การ์ดคนหนึ่งพูดด้วยแววตาตื่นเต้น
“ตอนที่คุณยืนรับแส้ของวิสเปอร์ได้แบบไม่ล้มเลย” เขาหัวเราะเบา ๆ
“สำหรับการ์ดอย่างพวกเรา…มันโคตรเจ๋งเลยครับ” กรกรรณเริ่มคลายความกดดันลงเล็กน้อย
เขายืนถ่ายรูปกับพวกการ์ดอยู่พักหนึ่งกว่าจะผ่านประตูเข้ามาได้หัวใจเขายังเต้นแรงไม่หยุด
“…รอดสักที”
“…นึกว่าจะโดนไล่ซะแล้ว…”
“เฮ้อ…”
เขาถอนหายใจยาว หลังจากตั้งสติได้กรก็มองไปรอบ ๆ
ที่นี่—กว้างใหญ่เกินคาด สว่างจ้าแทบเหมือนกลางวันผู้คนเดินกันขวักไขว่ เสียงดังวุ่นวาย
“…จะไปหาเจอได้ยังไง…”
เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาเหลือบไปเห็น “จุดประชาสัมพันธ์” เล็ก ๆ จึงตัดสินใจเดินเข้าไป
“ขอโทษครับ… ที่นี่มีคนชื่อ เมโลดี้ สกาเล็ต ไหมครับ”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเสริม
“เอ่อ…ชื่อเล่นว่า หนูแดง”
สายตาเต็มไปด้วยความหวัง พนักงานต้อนรับหญิงเงยหน้าขึ้นมองสีหน้ารำคาญชัดเจน สายตากวาดมองกรตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไม่มี ไม่รู้” ตอบสั้น ห้วน “พนักงานที่นี่มีเป็นพันคน จะมาตามหาแฟนหรือไง”
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้
“ถ้าจะเที่ยว ชั้น 3 ขึ้นไป แต่ถ้าจะมาหาคน…ฉันว่าอย่าขึ้นไปจะดีกว่า”
กรหน้าเจื่อนลงทันทีแต่ในใจ—เขากลับมั่นใจมากขึ้น
“หนูแดง…ต้องอยู่ข้างบนแน่” เขาลังเลควรขึ้นไปในฐานะลูกค้า…ดีไหมหรือควรหยุดแค่นี้
ในขณะที่เขายังยืนนิ่งไม่ขยับพนักงานหญิงก็เรียกเขาอีกครั้ง
“เฮ่ บอย” กรหันกลับทันที
“ฉันจำได้แล้ว…นายตามหาเมโลดี้ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!” น้ำเสียงเขาดีขึ้นทันที
พนักงานหญิงชี้ไปที่กลางโถงโปสเตอร์ขนาดใหญ่แขวนเด่นอยู่ สะดุดตา ผู้หญิงผมแดงในชุดคาบาเรต์สีแดงกำมะหยี่ยืนอยู่กลางภาพ สวย…ร้อนแรง…สมบูรณ์แบบ เป็นความสวยที่ทำให้ทั้งโถงต้องหยุดมอง
“นั่นไง เมโลดี้” เธอยิ้มมุมปาก “แต่ชื่อจริงคือ เมโลดี้ เอ็มม่า ไม่ใช่หนูแดงนะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะดังขึ้น พนักงานอีกคนเสริมทันที
“โอ๊ย ใช่ ๆ ไอ้หนุ่ม แกคงรู้จักเธอ… …แต่เธอไม่รู้จักแกหรอก!” ทั้งคู่หัวเราะกันลั่น
กรไม่ทนฟังอีกต่อไปเขาหันหลัง เดินหนีทันที ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวและ—
เขาตัดสินใจขึ้นไปชั้น 3
ชั้น 3
เป็นเลานจ์หรูระดับสูง แสงไฟสลัว เสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งในอากาศ แขกนั่งกระจายตามโต๊ะพร้อมหญิงสาวที่แต่งตัวสวยสะดุดตา
ตรงกลาง—เวทีดนตรีสด นักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงช้า ๆ คลอไปกับบรรยากาศยามค่ำคืน ชวนให้หลงใหลอย่างไม่รู้ตัว
พนักงานต้อนรับชายเดินเข้ามาประกบกรทันที สายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ต่างจากชั้นล่าง
“รับอะไรดีครับ”
น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความดูถูกบาง ๆ
“วันนี้เรามี Whitecrest”
“หรือจะเป็น Noir Étoile ดีครับ”
กรนิ่งไป เขารู้จักชื่อพวกนี้ดีและรู้ด้วย—ว่ามันแพงแค่ไหน เงินในกระเป๋าเขาแม้แต่น้ำเปล่าที่นี่…ยังซื้อไม่ไหว
ความรู้สึกบางอย่างชัดเจนขึ้นทันที
“ที่นี่…ไม่ต้อนรับฉัน”
สายตาเขากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นทางขึ้นไปชั้นบนอีกชั้นแต่นั่น—ไม่ใช่ที่ของเขา
“ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดเบา ๆ
“ผมจะไปแล้ว” กรหันหลัง เดินออกมาลงกลับมาชั้น 1 และหยุดอยู่ที่โถงคาสิโน เขาเดินวนไปมาโดยไม่รู้จะไปไหน
กรยังคงเครียด ทั้งเรื่องหนูแดง ทั้งเรื่องตัวเอง…ทำไมเขาต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้ด้วย เขาควรกลับ ควรออกไปจากที่นี่ ในความคิดของเขาสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอบายมุข เต็มไปด้วยสิ่งเสื่อมทรามและเขา—
“ไม่ชอบมันเลยจริง ๆ”
กรเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายใจลอย สับสน ก่อนจะหยุดลงโดยไม่รู้ตัว
ตรงหน้า—โต๊ะรูเล็ต (Roulette) เสียงลูกเหล็กกระทบขอบวงล้อดัง แกร๊ก…แกร๊ก…วนซ้ำเหมือนความคิดในหัวเขาและในจังหวะนั้น—
“เฮ้ย!! ไอ้ขอทาน!! มานี่” เสียงหนึ่งตะโกนเรียก
กรสะดุ้ง
“ใคร…ผมหรือครับ” เขาชี้เข้าหาตัวเอง
ในขณะที่คนรอบโต๊ะทั้งหมดหันมามองเขาพร้อมกัน
“เออ! เอ็งนั่นแหละ! เข้ามา เดี๋ยวนี้เลย!”
ฝูงชนรอบโต๊ะถอยออกเป็นทางโดยพร้อมเพรียง เหมือนกำแพงที่เปิดออกให้เขาเดินเข้าไป
กรก้าวเข้าไปช้า ๆ ตรงหน้าเขา—ชายชราสองคนนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ
ฝั่งหนึ่งชายหนุ่มสามคนยืนอยู่ด้านหลัง ท่าทางแข็งกร้าวเหมือนการ์ดส่วนตัว
อีกฝั่งมีเพียงชายสองคนยืนประกบสงบนิ่ง…แต่กดดันกว่า
“แก…” เสียงหยาบดังขึ้น
“ต้องเป็นคนหมุนวงล้อ แล้วก็ปล่อยลูกเหล็กในรอบนี้”
“ให้ท่านไอเอ็น เข้าใจไหม”
กรขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายชราฝั่งซ้ายหยิบชิปมาวางตรงหน้าเขา
เหรียญพนันมูลค่า 20,000
“ฉันชื่อ โอโน” เขาพูดเรียบ ๆ “ส่วนคนนั้น…ไอเอ็น”
เขาพยักหน้าไปอีกฝั่ง
“เรากำลังพนันกันอยู่ ช่วยเป็นคนกลางให้หน่อย”
“ผม…โยนไม่เป็นนะครับ” กรตอบตามตรง
“ดี” เสียงอีกฝั่งตอบทันที “งั้นก็แค่หมุน แล้ววางลูกเหล็กก็พอ” ไอเอ็นพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
กรลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบลูกเหล็กขึ้นมา
“…อยากได้เลขไหนไหมครับ”
คำถามนั้น—ทำให้ทั้งโต๊ะนิ่งไปชั่วขณะก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้น
ทั้งคนดู
ทั้งนักพนัน
“งั้นฉันเอา 13” โอโนพูดขึ้น “เลขเดียวก็พอ”
“ได้ ถ้าไอ้หนุ่มนั่นโยนเข้านะ” ไอเอ็นหัวเราะเบา ๆ “งั้นข้า…เลขคู่ทั้งหมด”
กรไม่ตอบอะไร เขาวางลูกเหล็กไว้ในมือแล้วหมุนวงล้ออย่างเรียบ ๆ สายตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย ภาพบางอย่าง…ปรากฏขึ้น จังหวะ แรงหมุน ตำแหน่งตก
ทั้งหมด—ชัดเจนราวกับ “เห็นล่วงหน้า” เขารู้ว่าถ้าวางตรงไหนลูกเหล็กจะไปจบที่ช่องใด
“…”
เขาเลือกแล้ว เลข 13 กรปล่อยลูกเหล็กลงไปอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหยิบชิปที่โอโนวางไว้แล้วหันหลังเดินออกจากโต๊ะทันที ไม่มีใครสนใจเขาอีก
ทุกสายตา—จับจ้องอยู่ที่วงล้อ ลูกเหล็กกระทบขอบ
แกร๊ก…แกร๊ก…แกร๊ก…
มันชะลอลง กระเด้งผ่าน
7…
9…
12…
ก่อนจะ—ตกลง
“13”
เสียงกระทบเบา ๆ
แต่ทั้งโต๊ะ—เงียบสนิท ชั่วขณะก่อนทุกคนจะเงยหน้าขึ้นมองหาชายคนเดิมแต่เขาหายไปแล้ว
โอโนกวักมือเรียกลูกน้องเข้ามาใกล้ก่อนกระซิบสั่งเบา ๆ
“ไปหามา…ว่าไอ้หนุ่มนั่นเป็นใคร” แล้วเขาก็เอนตัวกลับหันไปมองไอเอ็น
“เงินพนันรอบนี้…ข้ายกให้มัน” ไอเอ็นยิ้มมุมปาก
“เอาสิ…น่าสนุกดี”
เขาพูดจบก็ผลักชิปทั้งหมดที่ลงไว้ในรอบนี้กระจายไปตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากเหตุการณ์ที่โต๊ะรูเล็ตกรกรรณเดินออกจาก Velvet Cage
เขาอ้อมไปนั่งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ข้างอาคาร ตรงทางเข้า “เฉพาะพนักงาน” ทางเดียวกับที่หนูแดงเดินเข้าไปก่อนหน้านี้
เขาเข้าไปไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือนั่งรอและหวังว่าเธอจะเดินออกมาเมื่อสถานบันเทิงปิด
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
หลังเที่ยงคืนอากาศเริ่มหนาวลงหิมะค่อย ๆ โปรยลงมาเงียบงัน…และเย็นยะเยือก กรไม่เคยเจอหิมะ บ้านเกิดของเขาไม่มีฤดูนี้แต่ที่นี่—
ความหนาวกัดลึกลงไปถึงกระดูก มันไม่เหมือนพลังของ “คุณน้ำแข็ง” ที่สงบ นิ่ง และสบาย นี่คือความหนาว…ที่ไร้ความปรานี
เขานั่งอยู่ตรงนั้นข้างกองวัสดุเก่าที่ถูกทิ้งไว้ เฝ้ามองผู้คนที่ทยอยออกมา
บางคนเมา
บางคนเดินเป็นกลุ่ม
บางคนพากันกลับเป็นคู่
แต่ไม่มีหนูแดง
ตีสอง ยังไม่มี ความคิดเริ่มกัดกินเขา
“นานเกินไปแล้ว…”
“ถูกใช้งานจนดึกขนาดนั้นเลยเหรอ…”
เขาถอนหายใจยาวทำได้แค่นั้นจริง ๆ
จนกระทั่ง—ตีสาม ในที่สุดเธอก็ออกมา หนูแดงหยุดอยู่ตรงทางออก สายตาเธอเบิกเล็กน้อยเมื่อเห็นกรกรรณนั่งอยู่ตรงนั้น ตัวสั่น เหนื่อยล้า เหมือนจะหลับ…แต่ก็ยังฝืนตาเอาไว้
เขาเงยหน้าขึ้น ดีใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็เจ็บภาพของเธอ…
เหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ ไออุ่นจาง ๆ ยังติดอยู่บนผิว กลิ่นสบู่หอมบาง ๆ ลอยมา เส้นผมถูกเป่าแห้งแล้วรวบไว้อย่างเรียบร้อย ชุดของเธอ—ดูออกว่าถูกถอดพับไว้แล้วใส่กลับอย่างเร่งรีบ มีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่คลุมทับซึ่งไม่ใช่ของเธอแน่นอน
“…หนูแดง…”
กรพูดออกมาเบา ๆ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อคำพูดมันติดอยู่ในคอสุดท้าย—
“…เหนื่อยไหม”
หนูแดงยังคงนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ไม่สบตาเขา
“เหนื่อยสิ…เหนื่อยมากเลย” เธอพูดเบา ๆ “…แต่ก็ดี”
“หนูแดง…หยุดทำแบบนี้ได้ไหม” กรถามออกไปตรง ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
หนูแดงถอยหลังไปครึ่งก้าวลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัว
“ไม่ได้หรอก”
“…ขอโทษนะ” เธอหลบตา
“ถึงเป็นนายขอ…ก็เถอะ”
“…คงทำไม่ได้”
เธอหยุดหายใจนิดหนึ่ง
“ฉันทำสัญญาไปแล้ว อีกแค่วันเดียว…พรุ่งนี้ก็จบ ถ้าหยุดตอนนี้…จะไม่ได้อะไรเลย…แถมยังโดนปรับอีก”
เสียงเธอแผ่วลง
“…เราจะเดือดร้อนกันหมด”
กรเงียบ อย่างน้อยมันมี “จุดจบ” อีกแค่วันเดียว เขากำหมัดแน่นแต่ก็รู้ดี—ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้
“…ฉันช่วยอะไรได้บ้างไหม” เขาถามเบา ๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หนูแดงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดู…พอใจ เธอถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่แล้วโยนทิ้งลงข้างทางอย่างไม่สนใจ
“ได้สิ” เธอพูดง่าย ๆ
“นายมาก็ดีแล้ว” เธอก้าวเข้ามาใกล้
“แบกฉันกลับบ้านพักหน่อย”
“เดี๋ยว…เสื้อนั่นจะทิ้งเหรอ” กรถามทันที ทั้งตกใจทั้งเสียดาย
“ใช่สิ” เธอตอบสบาย ๆ “ของลูกค้าที่ลืมไว้”
“คืนนี้มันหนาว เลยหยิบมาใส่เดินกลับ” เธอยักไหล่นิดหนึ่ง “…แต่ตอนนี้มีนายแล้ว ไม่ต้องใช้มันแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้กรนิ่งไปสีหน้าเขาแทบพัง หนูแดงสังเกตเห็นทันที
“…เป็นอะไรเนี่ยแค่เสื้อลูกค้าเองนะอย่าไปเสียดายเลย สกปรกจะตาย”
กรพยักหน้าเบา ๆ ไม่พูดอะไรอีก ไม่คิดอะไรอีก เขาหันหลังให้เธอแล้วคุกเข่าลงเล็กน้อยเหมือนทุกครั้ง
หนูแดงปีนขึ้นไปบนหลังเขากอดเขาไว้หลวม ๆ เหมือนเคย
ระหว่างทางเดินกลับ
หิมะยังคงโปรยลงมาเงียบ ๆ ทับรอยเท้าที่เพิ่งเหยียบผ่าน
“ดึกขนาดนี้ไม่มีรถประจำทางแล้ว” กรพูดขึ้นเบา ๆ ระหว่างก้าวไปช้า ๆ
“ทำไมไม่เรียกแท็กซี่กลับล่ะ มันอันตราย…แล้วก็ไกลนะ”
หนูแดงหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ฉันไม่มีค่ารถหรอก ปกติก็วิ่งกลับอยู่แล้ว” เธอขยับตัวเล็กน้อยบนหลังเขา
“แล้วอีกอย่าง…อเล็กก็พูดเองนี่ …แถวนี้ ฉันนี่แหละอันตรายที่สุด”
เสียงหัวเราะของเธอเบา…แต่แผ่วก่อนจะถามขึ้นเหมือนเดิม
“แล้ววันนี้…มาหาฉันทำไม …เป็นห่วงเหรอ”
กรตอบทันที “ใช่ เป็นห่วง” น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้น
“เป็นห่วงมากด้วย”
“เธอทำงานกลางคืน…กลับดึกขนาดนี้”
“ต่อให้มีอาวุธ เธอก็ยังเป็นผู้หญิง…ตัวเล็ก”
เขาหยุดไปนิดหนึ่ง
“…แล้วเธอก็ทำเพื่อฉันด้วย…ใช่ไหม” เสียงประโยคสุดท้าย…อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ปกติแล้วหนูแดงคงจะตอบสวนหรือไม่ก็แกล้งเขาแต่ครั้งนี้—
ไม่มี
มีแค่ความเงียบท่ามกลางหิมะที่ยังคงร่วงลงมาและทางเดินที่ว่างเปล่า เส้นผมของเธอค่อย ๆ คลายออกพันรอบไหล่เขาหลวม ๆ เหมือนบางสิ่งที่ช่วยกันความหนาว
“…หนูแดง หลับแล้วเหรอ” กรถามขึ้นเบา ๆ เพราะเธอไม่พูดอะไรอีกเลย
“…เป็นห่วงเค้าจริง ๆ เหรอ”
เสียงของเธอดังขึ้นแผ่วมากพร้อมกับซบหน้าลงบนไหล่เขาเหมือนเด็กคนหนึ่ง…ที่อ่อนแรง
กรยังไม่เข้าใจคิดเพียงว่ามันคงเป็น “อีกแบบ” ของเธอ
“…ใช่สิ” เขาตอบ “เราก็เป็นทีมเดียวกันนี่” เขายิ้มเล็กน้อยมองไปข้างหน้า
“หลังของนาย…อุ่นจัง” หนูแดงกอดคอเขาแน่นขึ้นซุกหน้าเข้าไปลึกจนแทบไม่เห็นอะไรนอกจากดวงตาดวงตาที่ลอย…ไร้จุดหมาย
กรเงียบเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่างในน้ำเสียงนั้น
“ถ้าเค้าสูงขึ้น…”
“นายจะยังอุ้มเค้าไหม”
“….” ไม่มีคำตอบ กรไม่ได้ตอบ
“ถ้าเค้าเป็นผู้ใหญ่…”
“…นายจะมองเค้าไหม”
“….” ไม่มีคำตอบเช่นเคย
“ถ้าเค้ายิ้มสวยกว่าเธอคนนั้น…”
“…นายจะ…”
“….”
กรยังคงเงียบ
เขาไม่อยากตอบ
ไม่อยากทำร้ายใคร
มือที่ประสานกันอยู่ด้านหลังกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“น้ำแข็ง…” หนูแดงพูดช้า ๆ
“มีพ่อ…มีเพื่อน…”
“มีคนรุมรัก…”
“และมีคนที่เธอรัก…”
เสียงเธอสะดุดเหมือนจะหยุดแต่ก็ยังฝืนพูดต่อด้วยเสียงที่เริ่มสั่น
“แต่ฉัน…”
“…ไม่มีอะไรเลย…”
เธอหยุดหายใจไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“…แม้แต่หลังที่อบอุ่นนี้…”
“…ก็ยังไม่ใช่ของฉัน”
กรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ไม่ใช่นะ…” เขารีบพูด
“ผมอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอคอยดูแลพิษ…”
“จำได้ไหม เพราะงั้น—”
“ไม่ใช่หรอก” หนูแดงขัดขึ้นทันทีเสียงเบา…แต่ชัด
“ความจริง…”เธอเงียบไปเหมือนต้องรวบรวมแรงทั้งหมด
“…พิษของนาย…”
เสียงเธอสั่น
“…ฉันรักษาหายไปนานแล้ว”
กรชะงักก้าวเท้าหยุดไปชั่วขณะ
“ที่ฉันไม่บอก…” เธอสะอื้นเบา ๆ
“…เพราะการได้นอนกอดนาย…”
“…มันเหมือนบ้าน”
“ที่เดียว…ที่ฉันสงบได้”
“ที่เดียว…ที่ฉันไม่ฝันร้าย”
เสียงเธอเบาลงเรื่อย ๆ
แทบจะหายไปกับหิมะ
“…ที่เดียว…”
“…ที่ฉันเหลืออยู่ในโลกนี้”
...
...
..
.
หลังจากประโยคนั้นหนูแดง…ไม่พูดอะไรอีก
กรกรรณเองก็เช่นกัน เขาเงียบ พูดอะไรไม่ออก ความคิดในหัวว่างเปล่าแต่หัวใจ—กลับหนักอึ้ง
หัวใจของเขา…มีเพียงหนึ่งเดียวและเขาได้มอบมันให้ “น้ำแข็ง” ไปแล้วทั้งดวงไม่มีอะไรเหลือให้แบ่งให้ใครอีก
แต่สิ่งที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ความรักมันคือ—ความเจ็บปวดและความสงสารที่เขาไม่สามารถตอบรับเธอได้
เสียงหายใจของหนูแดงค่อย ๆ เบาลง สม่ำเสมอ เธอหลับแล้ว เส้นผมสีขาวของเธอคลี่ตัวลงตามธรรมชาติ เกล็ดหิมะเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามเส้นผมสะท้อนแสงจาง ๆ งดงามอย่างเงียบงัน
กรยังคงเดินต่อไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า—บ้านพัก…มาถึงตั้งแต่เมื่อไร
เขาก้าวขึ้นไปชั้นสอง หมีดำนอนหลับอยู่บนเตียงของตัวเองแล้ว ลมหายใจหนัก ๆ ดังสม่ำเสมอ
ทุกอย่าง…เงียบ
กรเดินไปที่เตียงของตัวเอง ค่อย ๆ นั่งลงแล้วค่อย ๆ วางหนูแดงลงอย่างระมัดระวัง มือของเขาปัดเศษหิมะออกจากเส้นผมของเธอ จากเสื้อผ้า จากแก้มที่เย็นเฉียบ เบามาก เหมือนกลัวว่าเธอจะหายไป
เขาลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะกลับมานอนลงข้าง ๆ เขากอดเธอไว้ ให้ความอบอุ่นเหมือนที่เธอเคยขอ และในที่สุดเขาก็หลับไปโดยที่ในใจ—ยังคงหนักอึ้งเหมือนเดิม
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ