ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
27) รับภารกิจ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความคืนจันทร์งามเพิ่งจบลงไม่นาน แต่เช้าวันใหม่ที่บ้านเด็กกำพร้ากลับเริ่มเร็วผิดปกติ
เหล่าพี่เลี้ยงทั้งสาม—เวลอน โรมัน และเอลิซ—ตื่นขึ้นก่อนพระอาทิตย์เสียอีก
พวกเขาลุกพรวดออกมาจากผ้าห่ม บิดขี้เกียจแค่ครึ่งวินาทีก่อนจะเริ่มทำงานด้วยความ “กระตือรือร้นเกินลิมิตของมนุษย์ปกติ”
เพราะวันนี้…ว่าที่ราชครูกราวด้า หรืออย่างน้อยก็ เกวน เด็กสาวผู้สดใสและทรงพลังคนนั้น นอนอยู่ในบ้านพวกเขาด้วย
แววตาของทั้งสามคนเต็มไปด้วยความหวังลึก ๆ ว่า
“ถ้าทำให้เกวนพอใจได้สักนิด… บ้านเด็กกำพร้านี้อาจสบายขึ้นไปสิบปี!”
ไม่มีใครรู้เลยว่า—เมื่อคืนเกวนได้ลอบสั่งการ กราวด้าหมายเลข 1 ให้ปรับงบสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งอาณาจักรไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาของบ้านนี้ถูกแก้ตั้งแต่เธอยังยิ้มอยู่ใต้แสงจันทร์ แต่พี่เลี้ยงทั้งสามไม่รู้อะไรเลย พวกเขาเพียงแค่…ขยันที่สุดเท่าที่เคยขยันมาในชีวิต
ราห์ซูร์ผู้เคราะห์ร้ายประจำวัน
ผลของความขยันแบบผิดเวลาคือเสียงปลุกของเวลอนที่ดังมาตั้งแต่ตีห้า
“ราห์ซูร์ ตื่น! ลงมาช่วยถูพื้น!”
ชายหนุ่มผมดำลงบันไดมาคล้ายผีดิบเดินตาซ้ายปิด ตาขวาลืมครึ่งเดียว มือกำไม้ม็อบไว้เหมือนกำดาบสู้กองทัพมืด
เขาถูพื้นไป—หลับไป—สะดุ้งตื่น—แล้วถูต่อ วงจรซ้ำไปเรื่อย ๆ จนโรมันต้องเดินมาปลุกเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้เขาฟุบลงกับพื้นและทันทีที่เขาถูพื้นเสร็จ เวลอนก็เข้ามากอดคอเขาอย่างเป็นกันเอง แต่เสียงเหมือนมีดจ่อคอ
“ฟังนะราห์ซูร์—ฉันไม่รู้ว่านายคิดยังไงกับเกวน และไม่รู้ว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น…แต่จะบอกอะไรให้อย่าง”
เวลอนพูดพลางยิ้ม…แบบน่ากลัวมาก
“ทำตัวดี ๆ กับเธอเข้าไว้ เข้าใจไหม?”
ราห์ซูร์สะดุ้งเหมือนถูกฟ้าผ่า “พะ พี่เลี้ยงเวลอน! ทำผมตกใจหมด!”
เวลอนตบไหล่เขาเต็มแรงจนเขาแทบปลิว
“แกโชคดีมาก! โชคดีสุด ๆ!”
แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้ราห์ซูร์ยืนกำม็อบอยู่กลางห้อง ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มงง ๆ
มื้อเช้าวุ่นวายประจำวัน—เวอร์ชันมีเกวน
เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ความวุ่นวายแบบเดิมกลับมาคูณสอง เพราะเด็กทั้งบ้านรวมกันล้อมเกวนเหมือนฝูงผึ้งล้อมดอกไม้
เกวนโดนแซะ ดึงขา ดึงแขน ขอให้เล่าเรื่อง ขอให้ใช้เวท ขอให้ช่วยตักข้าว จนแทบไม่ได้นั่งกินอะไรจริง ๆ
พี่เลี้ยงทั้งสามคอยไล่กำกับ—แต่ไม่ใช่เด็ก กลับเป็น ราห์ซูร์ ที่ถูกกำกับแทน!
“ราห์ซูร์!! เอาน้ำให้เกวนหน่อย เห็นไหมเธอยังไม่มีน้ำดื่ม!”
“ตักไก่ให้เกวนด้วยสิ! ปล่อยให้ผู้หญิงรอนานได้ยังไงกัน!”
“เกวนเติมข้าวไหมจ๊ะ? …ราห์ซูร์!! ข้าว—ไปเอาข้าวมาเร็ว!”
ราห์ซูร์แทบหายใจไม่ทัน
“ครับ! ครับ! เดี๋ยวเอาให้ครับ!”
เขาช่วยตักนั่นตักนี่ เดินไปเดินมาจนกลายเป็นพ่อบ้านจำเป็น
เกวน—ที่นั่งดูเขาวิ่งวุ่นรอบตัว—ทำได้เพียงยิ้มและหัวเราะเบา ๆ อย่างพอใจสุด ๆ
“นายดูลนลานดีนะ~” เธอแอบกระซิบยิ้ม ๆ
ราห์ซูร์หน้าแดงก่ำ แต่ก็ยังรับคำสั่งพี่เลี้ยงต่อไปอย่างจำยอม
ออกเดินทาง…กลับสู่ค่ายทหาร
เมื่อเสียงหัวเราะค่อย ๆ จางลง และเด็ก ๆ เริ่มแยกย้ายทำกิจกรรม ราห์ซูร์กับเกวนออกจากบ้านเด็กกำพร้าในเวลาเกือบสาย
พี่เลี้ยงทั้งสามยืนเรียงกันหน้าประตู ส่งสองคนออกจากบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มประหลาด
เหมือนอยากบอกว่า
“ฝากเกวนไว้กับนายด้วยนะ…แต่ถ้านายทำเธอเสียใจละก็—”
แต่ไม่พูดออกมาตรง ๆ เพียงแค่ยิ้มให้จนราห์ซูร์ขนลุก
เกวนโบกมือให้เด็ก ๆ เด็กสิบสองคนโบกมือตะโกนลาอย่างตื่นเต้น
ราห์ซูร์เดินอยู่ข้างเธอ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแปลก ๆ ที่ไม่เคยมีมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
และแบบนั้น—ทั้งคู่ก็ออกเดินทางกลับสู่ค่ายทหารโดยทิ้งเช้าวุ่นวาย…แต่แสนอบอุ่นไว้เบื้องหลัง
ดวงอาทิตย์เพิ่งยกตัวขึ้นเหนือปลายป่า ทั้งสนามฝึกยังคลุมด้วยหมอกบาง ๆ แต่ภาพแรกที่ราห์ซูร์กับเกวนเห็นเมื่อกลับถึงค่ายคือ—
แซร์คนั่งอยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ใบหน้าเขาซีดจนแทบเป็นสีเดียวกับชุดทหาร เหมือนถูกลมพัดแรง ๆ ก็จะปลิวหายไป แซร์คเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาเคลือบความผิดหวังและความว่างเปล่า ทันทีที่เห็นทั้งคู่ แซร์คแทบ “ลอย” พุ่งเข้ามาหาด้วยแรงอาฆาตปนคิดถึง
“พวกนายยยยยยยย!!!! ทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ไง!!! ตั้งแต่เย็นวานจนถึงสายวันนี้เลยนะ!!! จะให้ฉันนั่งคุยกับผนังเป็นเพื่อนรึไง!!!”
ราห์ซูร์สะดุ้งจนเกือบล้ม แต่ยังยืนบังเกวนตามสัญชาตญาณ เกวนเองก็ขยับไปอยู่หลังเขาเล็กน้อย…พร้อมรอยยิ้มที่แอบขำอย่างชัดเจน
ความผิดปกติเล็กน้อยนั้น—ไม่รอดพ้นสายตาแซร์คผู้ชำนาญการสอดส่อง เขายกมือปิดปาก ทำเสียงโอ้โหแบบคนจับผิดได้เต็ม ๆ
“โฮ้ะๆๆๆๆ ๆ นี่มันอะไรกันน้า~ สองคนนี่หายไปด้วยกันหนึ่งคืนเต็ม ๆ กลับมาด้วยท่าทางแบบนี้…บรรยากาศก็ดูแปล๊บ ๆ ชอบกลนะ~”
“หยุดเลย แซร์ค!” ราห์ซูร์รีบห้าม แต่แซร์คไม่หยุด ยังยิ้มเหมือนจะลากเรื่องนี้ไปไกลกว่าเดิม— จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น
“แซร์ค นายกล้ายืนต่อปากต่อคำกับลูกพี่ด้วยเหรอ?”
เกวนกอดอก ยกคิ้วขึ้นอย่างดุแต่ยิ้มมุมปาก ภาพนั้นเล่นเอาแซร์คสะดุ้งยิ่งกว่าจอมเวทย์ปล่อยสายฟ้าใส่
“อ่ะ… ลูกพี่ หยุดแล้วครับ! รับทราบ! ไม่พูดแล้วครับ!!”
เขาชูสองมือยอมแพ้แบบสุนัขทำผิด
ราห์ซูร์ blink ๆ “อะไรกันเนี่ย…กับเพื่อนไม่เคยฟังสักคำ…”
แซร์คเพียงยักไหล่แล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าฮ่าฮ่า!”
สัญญาณจากราชครูเมธรัส
ในขณะที่ทั้งสามเพิ่งจะกลับมาสู่ค่ายได้ไม่ถึงสิบนาที เสียงกระทบของอักขระเวทดังขึ้น—แผ่นผลึกสื่อสารในกระเป๋าเกวนส่องแสงขึ้น พร้อมรายชื่อผู้ติดต่อที่ทำให้ทั้งสนามฝึกเงียบกริบ
“ราชครูเมธรัส เวียร์เวล”
เกวนหุบรอยยิ้มทันที เดินไปยังมุมลับตา แซร์ครีบตามไปอย่างเงียบและหันมาโบกมือเรียกราห์ซูร์
ราห์ซูร์ลังเล เพราะนี่อาจเป็นเรื่องส่วนตัว และเขาไม่อยากละเมิด แต่ทันทีที่เกวนหันกลับมาและพยักหน้าให้ตาม…
หัวใจเขาหายวาบ
เขาเดินเข้าไปใกล้ เห็นทั้งคู่ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ภาพราชครูเมธรัสฉายขึ้นกลางอากาศ—ขรึม สง่า และเคร่งเครียด
“เมื่อคืน เราได้ระดมกำลังสืบสวนทันทีหลังยืนยันว่า ริชชี่ เป็นสาวกแห่งความมืด”
น้ำเสียงราชครูหนักแน่น
“ต้องขอบคุณโชค—รวมถึงเจ้า กราวด้า ที่สัมผัสถึงจิตมืดที่ซ่อนเร้นมานานกว่า 2 ปี”
แซร์คฟังอย่างนิ่งสนิท แต่ราห์ซูร์กลับรู้สึกเลือดขึ้นหน้า
“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ครับ!? ถ้ารู้ก่อนผมจะทำลายมันเอง!!”
เกวนยื่นมือจับแขนเขาเบา ๆ แรงจับไม่มาก…แต่เพียงพอให้เขาตั้งสติ
ราชครูหัวเราะเบา ๆ
“เรายังไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น เพราะต้องการรู้ว่าพวกมันกำลังติดต่อใคร—และเราจะสาวไส้มันไปจนถึงราก”
เมธรัสขยายภาพขึ้น หมุดหลายจุดปรากฏบนแผนที่—จากเทือกเขาทางเหนือ จนถึงจุดเชื่อมสู่เขตแดน อาณาจักรอัลเทรนน์ ทางใต้
“ริชชี่แฝงตัวมานานหลายปี ข้อมูลมากเกินกว่าจะตรวจหมดในคืนเดียว ข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยตรวจสอบแนวเทือกเขาทางเหนือด้วย—กราวด้า มีบางอย่างอันตรายมากหลบซ่อนอยู่ที่นั่น”
“ค่ะ ท่านราชครู”
เกวนตอบด้วยรอยยิ้มมั่นคงของว่าที่ราชครูตัวจริง
ราห์ซูร์ก้าวขึ้นมาครึ่งก้าว
“ขอผมไปด้วยได้ไหมครับ?”
น้ำเสียงมั่นคง…เกินกว่าที่เขาเคยเป็น มันคือเสียงของคนที่ อยากปกป้องใครบางคนจริง ๆ
แซร์คก็รีบยกมือเสริมทันควัน
“ผมด้วยครับลูกพี่! สองหัวดีกว่าหัวเดียว!”
“ก็คงต้องดูตามความเหมาะสม” ราชครูหัวเราะอย่างร่าเริงและตัดสายไป
คำสั่งลับฉบับหนึ่งถูกส่งลงมาจากส่วนกลางในเช้าวันถัดมา
ผู้รับเอกสารคือ เซราด นอร์แฮม — หัวหน้าครูฝึก และผู้ดูแลทหารเดินเท้าแทบทั้งหมดของวาเลเธีย
ชายหนุ่มผมดำใบหน้าคมคายคนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงครูฝึกธรรมดา แต่ยังเป็นหนึ่งใน “มือสังหารสายมืด” แห่งวาเลเธีย แม้ความสามารถในการสังหารจะยังไม่เทียบชั้นกับอิเรนแต่เรื่องการบริหารจัดการ—เขาทำได้ดีกว่าเกือบทุกคนในกองทัพ
นอกจากนี้…เขายังเป็นหนึ่งในผู้ให้คะแนน “สอบลับ” ของแซร์คด้วย เซราดยืนอ่านเอกสารลับนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาเกาหัวแรง ๆ พร้อมถอนหายใจยาวราวกับเวทถอนพลังชีวิต
“ให้เด็กสามคน…ไปทำภารกิจระดับนี้เนี่ยนะ?”
เขามองรายชื่อซ้ำอีกครั้ง
— ราห์ซูร์
— แซร์ค
— เกวน
ราห์ซูร์กับแซร์ค เขาพอจะเชื่อใจได้ แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่ทั้งคู่ก็มีศักยภาพลึกซ่อนอยู่
แต่เกวนล่ะ?
เด็กสาวร่าเริง อายุเพียงสิบแปด ที่เขาเห็นวิ่งเล่นรอบค่ายเมื่อวาน จะให้ไปด้วย…ได้อย่างไร?
แต่เหนือคำสั่งทั้งหมดคือ “ตราประทับขององค์ราชา” เมื่อมีพระราชลัญจกรลงนาม ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น
บ่ายวันเดียวกัน เซราดจึงเรียกทั้งสามเข้ามายังห้องทำงานของเขา ห้องสี่เหลี่ยมเรียบง่าย มีแต่อาวุธและเอกสารกองใหญ่สูงจนแทบจะล้มทับคนเป็นเจ้าของ
การประชุมลับเริ่มต้น
เซราดวางเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้าอย่างจริงจัง
เซราด: “มากันครบแล้วนะ ทั้งสามคน ฉันมีภารกิจลับให้พวกเธอแต่ก่อนอื่น…ต้องอธิบายให้ฟังว่าพวกเธอกำลังจะเจอกับอะไร”
เขาหันไปหาแซร์คก่อน
“แซร์ค เรื่องที่จะพูดต่อไป นายรู้ดีอยู่แล้ว แต่ฉันต้องอธิบายให้ราห์ซูร์กับเกวนเข้าใ—”
ประตูถูกเปิดออกทันทีโดยไม่เคาะ อิเรน วาเลน ก้าวเข้ามาอย่างสงบนิ่ง
อิเรน: “สวัสดียามบ่าย ขอโทษที่มาช้า”
แซร์คยกมือขึ้นทักทายพ่อของตนอย่างหน้าระรื่น เกวนย่อกายโค้งคำนับเบา ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เซราดนิ่งค้างคือ—อิเรนโค้งคำนับตอบให้เกวน…ด้วยความเคารพอย่างเห็นได้ชัด
เซราดขมวดคิ้วทันที “ดูเหมือน…เกวนจะมีอะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้สินะ อิเรน?”
อิเรนเหลือบตามองเซราด ก่อนยิ้มบาง ๆ
“สายตานายยังเฉียบคมเหมือนเดิม เซราด ความจริงก็คือ—เกวนคนนี้คือ ท่านกราวด้าตัวจริง ส่วนที่นายเห็นนั่งประชุมในวังคือหุ่นจำลองวงเวทของเธอ”
เขาผายมือไปทางเกวนที่ยืนยิ้มหวานอย่างไม่ถือสา
เกวนย่อกายเล็กน้อย
“ขอโทษที่ต้องปิดเป็นความลับจนถึงตอนนี้นะคะ”
ห้องทำงานเงียบลงในทันที เซราดถึงกับอึ้งอยู่สองวินาทีเต็ม
เด็กสาวสดใสร่าเริงที่เขาเห็นเมื่อเช้า…คือว่าที่ราชครูตัวจริงและยังเป็นหนึ่งในจอมเวทย์อัจฉริยะที่ทั้งสภาเวทย์ยอมรับ…
อิเรนเพิ่งอธิบายเรื่อง “กราวด้าตัวจริง” จบ เซราดก็ยกกำปั้นทุบฝ่ามือตัวเองเบา ๆ ราวกับเพิ่งเฉลยโจทย์คณิตศาสตร์ออก
“อ๋อออ…อย่างนี้นี่เอง…ไม่แปลกใจเลย ท่านกราวด้าสร้างตัวเองได้เหมือนเป๊ะจริง ๆ นับถือเลย”
คำชมจากใจแท้ ๆ แต่เกวนกลับยิ้มแบบหงุดหงิดนิด ๆ เพราะการถูกชมว่า “เหมือนกราวด้าหมายเลข 1”
—หุ่นจำลองที่เธอเห็นว่าท่าทางแข็งทื่อ พูดก็ไม่เป็นธรรมชาติ—มันแทงใจดำเหมือนโดนเข็มจิ้มตรงจุดอ่อน
“ขอบคุณค่ะ!!”
เธอตอบเสียงหวาน แต่ปลายประโยคคมเหมือนกรงเล็บแมว
เซราดรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
เซราด: “เอาล่ะ…ทีนี้ก็เหลือราห์ซูร์คนเดียวที่ยังไม่รู้ว่า วาเลเธียมีหน่วยสืบลับใต้ดิน—หน่วยลอบสังหารและทำงานที่ไม่อาจเปิดเผยได้
แซร์ค อิเรน และฉัน…ก็เป็นสมาชิกหน่วยนั้น ส่วนท่าน—เอ่อ…เกวน—ก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว เหลือนายคนเดียวที่ไม่รู้”
ราห์ซูร์ยักไหล่แบบเฉยมาก “ผมยังไงก็ได้ทั้งนั้นครับ” คำตอบเรียบง่ายมากจนเซราดนิ่งค้างไปหนึ่งจังหวะ
“เอ่อ… อืม…ดี งั้นฉันจะไม่อธิบายเยอะละกัน หลังจากนี้นายจะเข้าร่วมหน่วยสายลับใต้ดินด้วย จากนี้ไป นายจะได้เห็นอาณาจักร…ในมุมที่เรามองกันจริง ๆ”
พูดจบ เขาคว้าม้วนแผนที่บนโต๊ะ กางออกอย่างแรงจนเสียงดัง “พรึ่บ!” นิ้วชี้ของเขาวางลงบนจุดหนึ่งทางตอนเหนือของวาเลเธีย
แซร์คยิ้มกว้าง ต่อยแขนราห์ซูร์เบา ๆ “ยินดีด้วยเพื่อน! เข้าหน่วยเดียวกับฉันแล้วนะ!”
ภารกิจแห่งเทือกเขาวาเลเธีย
เซราด: “ที่ที่พวกนายจะไป…คือ ‘หลังเทือกเขาวาเลเธีย’ เราไม่ได้ส่งคนไปสำรวจตรงนั้นหลายปีแล้ว ตั้งแต่—”
เสียงเขาแผ่วลงชั่วครู่เหมือนเรื่องนั้นฝังใจ ก่อนกลับมาใช้โทนนายทหารผู้แข็งกร้าวดังเดิม
“—และแน่นอน มันอันตรายเกินไปเพราะฉะนั้น…ถ้าจะเข้าไปล่ะก็ ราห์ซูร์ ฉันฝากท่านเกวนไว้กับนายด้วย”
ราห์ซูร์ชะงัก แต่ยังพยักหน้ารับ เขามองเกวนชั่ววินาที…รู้ดีว่างานจริงกำลังเริ่มขึ้น
ทันใดนั้น แซร์คยกนิ้วโป้งชี้ตัวเองอย่างภาคภูมิ
“และยังมีผมด้วย—แซร์ค! ลูกน้องเบอร์หนึ่งของลูกพี่เกวน!!”
แต่ยังไม่ทันได้หล่อเต็มที่—
อิเรน (พ่อเขา): “ยังหรอก ไม่ใช่ตอนนี้ แซร์ค”
เขาวางมือบนไหล่ลูกชายอย่างอ่อนโยน…แต่ทำเอาแซร์คแข็งเป็นหิน
แซร์ค: “เดี๋ยวสิพ่อ! หมายความว่าไง!? ครูฝึกเซราด! ผมมีชื่อในภารกิจนี่ไม่ใช่เหรอ!?”
เซราดมองอิเรน แล้วพยักหน้าให้เขาเป็นคนอธิบาย อิเรนถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนประกาศด้วยน้ำเสียงที่ทั้งค่ายรู้ดีว่า
“ถ้าพูดแล้ว…มันต้องเป็นจริง”
อิเรน: “ฉันขอเวลา สามวัน เปลี่ยนเด็กเหลือขอคนนี้ให้กลายเป็นอสูร—เทียบเท่าฉัน…หรือมากกว่า”
ประโยคนี้ดังเหมือนสายฟ้าฟาดกลางห้อง แซร์คหน้าแข็งค้างทันที ส่วนราห์ซูร์กับเกวน…ถึงกับนิ่งงัน เพราะรู้ว่า “มาตรฐานของอิเรน” คือของจริงที่สุดในอาณาจักร และนี่คือจุดเริ่มต้นของภารกิจลับครั้งสำคัญ
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ