ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
28) ขึ้นเหนือและโจรป่า
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ“ตะ…แต่…พ่อ เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะเก่งเทียบเท่าพ่อ ในเวลาแค่ 3 วัน…”
เสียงแซร์คสั่นอย่างที่ราห์ซูร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน ความมั่นใจที่เจ้าตัวมีมาตลอดเหมือนถูกดึงออกไปทีละเส้น เหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่สับสนและไม่รู้จะก้าวต่ออย่างไร
อิเรนไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมองราห์ซูร์ก่อน—มองลึกจนเหมือนอ่านอดีตและอนาคตของชายหนุ่มตรงหน้า
“ราห์ซูร์มีพลังเวทย์ที่เหนือจินตนาการ…เขารอดจากความตายมาได้หลายครั้งจนฉันไม่คิดแล้วว่าจะมีสิ่งใดอะไรเขาได้” สายตาของเขาหันไปหาเกวน “ส่วนท่านเกวน… พลังและความรู้ของท่านเกินกว่าจอมเวทย์ทั้งกองทัพรวมกันเสียอีก”
แล้วเขาก็หันกลับมาที่แซร์ค—มือใหญ่ ๆ บีบไหล่ลูกชายหนักขึ้น เหมือนอยากถ่ายทอดความจริงทั้งหมดให้เขารับมันไว้ “แต่แก…ยังไม่พร้อม” เสียงสั่นอยู่ลึก ๆ “และพ่อไม่อยากเห็นแก…”
แซร์คเบิกตา—เขาเข้าใจในทันทีว่าพ่อกำลังกลัว กลัวเสียลูกไปเหมือนคนสำคัญอีกคนหนึ่ง…เขาหัวเราะแผ่ว ๆ พยายามยิ้มให้ดูเข้มแข็ง
“ไม่เอาน่าพ่อ ฉันไม่มีทางเป็นอะไรแบบที่พ่อคิดหรอกน่า…”
แต่รอยยิ้มของเขาแตกสลายทันทีที่อิเรนพูดต่อ
“ทีมสุดท้ายที่ถูกส่งไปที่นั่น…เมื่อหลายปีก่อน”
เสียงของอิเรนหนักและเย็นจนห้องทั้งห้องเหมือนหายใจไม่ออก
เซราดเงียบ ไม่แม้แต่จะสบตา
เกวนและราห์ซูร์ขยับเข้ามาใกล้ตามสัญชาตญาณ เหมือนรู้ว่าจะต้องมีอะไรแย่มาก ๆ ตามมา
“หัวหน้าทีม…คือแม่ของแก”
แซร์คตัวแข็งทื่อทันที เหมือนถูกฟาดด้วยเวทสายฟ้าใส่กลางอก
อิเรนหลุบตาลง เสียงแผ่วเหมือนคนกำลังจำบางอย่างที่เจ็บปวดเกินบรรยาย
“เรา…ช่วยกลับมาได้แค่ร่างที่ไร้วิญญาณ”
ประโยคนี้เหมือนทำลายกำแพงบางอย่างในใจของแซร์ค เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด สายตาว่างเปล่าเหมือนเด็กกำพร้าที่เพิ่งรู้ว่าครอบครัวของตัวเองถูกพรากไปโดยสิ่งที่มองไม่เห็น
“เพราะแบบนี้…พ่อถึงไม่เคยบอกผมใช่ไหม?”
เสียงเขาสั่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะโกรธ โกรธโลก โกรธชะตา โกรธสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังเทือกเขานั้นตลอดหลายปี
อิเรนยังคงเงียบ—เพราะคำตอบนั้นชัดอยู่แล้วในสายตาเขา
แซร์คหลับตา สูดลมหายใจแรงครั้งหนึ่ง ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ ไม่ใช่แซร์คคนเดิม ในดวงตาของเขามีทั้งแค้น ความตั้งใจ และเปลวไฟที่อิเรนคุ้นเคยดี—เปลวไฟเดียวกับที่แม่ของเขาเคยมี
“สามวัน…” เขาพูดราวกับประกาศคำพิพากษา
“ให้ผมสามวัน”
“ผมจะทำทุกอย่าง—ทุกอย่าง—เพื่อเก่งขึ้นให้ได้”
“แล้วผมจะไปที่นั่น…และจะบดขยี้อะไรก็ตามที่ทำให้แม่ผมต้องตาย”
เสียงสุดท้ายแตกด้วยความแค้น แต่เปลวไฟในสายตาเขานั้นชัดเจน—นี่คือเด็กหนุ่มที่พร้อมจะยอมให้ตัวเองแตกสลาย เพื่อให้ได้พลังมากพอจะไปล้างบางมันทุกรูปแบบ
ราห์ซูร์กับเกวนต่างนิ่งงันเพราะรู้ว่า…ณ วินาทีนั้น แซร์คได้ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับแล้ว
เกวนหยิบม้วนคาถาสีทองออกมาจากกระเป๋าคลุมเวท ก่อนยื่นให้กับอิเรนอย่างมั่นใจ
“คาถาอัญเชิญ”
เธอยิ้มบาง ๆ “พวกคุณใช้เป็นอยู่แล้วใช่ไหม? ด้วยสิ่งนี้ ฉันจะอัญเชิญแซร์คตามไปได้ เมื่อเขาพร้อม”
อิเรนรับม้วนคาถาด้วยสีหน้าขรึม
“หลังพระอาทิตย์ขึ้นของ วันที่ 3 นับจากวันนี้… ท่านเกวนสามารถอัญเชิญได้ทุกเมื่อ หากเขาปรากฏตัวที่นั่น แปลว่า—เขายังไม่ตาย”
น้ำเสียงเขาหนักจนห้องทั้งห้องเงียบลง ราห์ซูร์รู้สึกถึงแรงกดดันที่แท้จริงของโลกสายลับใต้ดินนี้เป็นครั้งแรก
แซร์คก้าวเข้ามาหาพวกเขา ไม่มีรอยยิ้มกวน ไม่มีแววเล่น มีเพียงสายตาของคนที่เติบโตขึ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
“ไว้เจอกันเพื่อน…” เขาพูดกับราห์ซูร์เบา ๆ แต่หนักแน่น
“ฉันจะไล่ตามนายให้ทัน… แล้วเราจะปกป้องท่านเกวนด้วยกัน”
เขาหันไปยิ้มให้เกวนเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ฝืนมากกว่ายิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้องอย่างมุ่งมั่น
“ผมพร้อมแล้วพ่อ จะไปรอหน้าห้องนะ”
อิเรนพยักหน้าให้เขา ก่อนหันกลับมาพูดกับเกวน
“หลังจากผมฝึกแซร์คเสร็จ จะนำทีมไปตรวจสอบทางใต้ บริเวณชายแดนรอยต่อของอัลเทรนน์… ตามข้อมูลที่ได้รับมา”
เขาโค้งให้เกวนอย่างให้เกียรติเต็มที่ แล้วเดินตามลูกชายออกไป
ในห้องตอนนี้เหลือเพียง เซราด, ราห์ซูร์ และเกวน
เซราดเกาหัวอย่างลำบากใจ
“ที่ผ่านมา…ต้องขออภัยจริง ๆ ครับท่านเกวน ผมคุ้นหน้าท่าน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นตัวจริง…ของท่านจริง ๆ”
เกวนยิ้มกว้างแบบเด็กสาวเต็มตัว
“ไม่เป็นไรค่ะท่านเซราด ฉันเองก็ต้องขอโทษที่บอกใครไม่ได้เหมือนกัน”
จากนั้นเธอหันมายิ้มร่าและพูดเสียงดังขึ้น
“ส่วนภารกิจ ฉันคุยกับราชครูแล้ว รู้ว่าอันตรายแค่ไหนค่ะ”
เธอหันไปคว้าแขนราห์ซูร์แล้วเขย่าเบา ๆ
“แต่ฉันมี ราห์ซูร์ นะ!!”
ราห์ซูร์แทบล้มเพราะแรงเหวี่ยง หน้าแดงซ่านด้วยความเขินและงุนงงปนกันไปหมด
เซราดมองทั้งคู่แล้วถอนหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมาอย่างกับฟันดาบใส่หน้า
“ราห์ซูร์ก็ดูเก่งนะครับ แต่…ออกจะซื่อบื้ออยู่หน่อย ๆ ผมก็แอบเป็นห่วงครับ ท่าน”
ราห์ซูร์ชี้ตัวเองทันที “ครูฝึกเซราด ผมยังอยู่ตรงนี้นะ!!!”
เซราดผายมือ “ใช่ ฉันก็พูดกับนายอยู่เนี่ยล่ะ”
“………”
เกวนหัวเราะเบา ๆ แล้วตบบ่าราห์ซูร์เหมือนปลอบเด็ก
เซราดยืดตัวขึ้น เอ่ยคำสั่งแบบนายทหารเต็มรูปแบบ
“หมดเรื่องคุยแล้ว พวกนายไปเตรียมตัวออกเดินทางได้เลย”
“ครับ!!”
“ค่ะ!!”
ทั้งสองรับคำพร้อมกัน และเดินออกจากห้องไปด้วยบรรยากาศกึ่งจริงจัง กึ่งวุ่นวาย ปล่อยให้เซราดยืนมองประตูปิดลงช้า ๆ พร้อมถอนหายใจอีกครั้ง
หลังจากได้รับภารกิจ ทั้งราห์ซูร์และเกวนต่างแยกย้ายกันไปเตรียมของใช้ส่วนตัว
ราห์ซูร์แทบไม่มีอะไรให้เตรียม—มีเพียงกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ใส่อุปกรณ์ยังชีพจำเป็นไม่กี่อย่าง ข้าวแห้งเชือกเส้นหนึ่ง สมุดเล่มเล็ก และมีดพกเก่า ๆ เขาดูพร้อมลุยอย่างนักเดินทางที่ไม่ได้ติดอะไรกับโลกมากนัก
ส่วนเกวน…กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เธอเดินกลับมาพร้อม “กระเป๋าเวทมนตร์สารพัดนึก” ที่ภายในสามารถใส่อะไรก็ได้ไม่รู้จบ ทั้งขวดน้ำยา อาหารสำเร็จรูป คัมภีร์เวท คำสั่งวิจัย และแม้แต่ห่อใบชาที่หอมกรุ่น—เรียกได้ว่าแทบย้ายบ้านตามมาเลยก็ว่าได้
ไม่นานทั้งคู่ก็มาพบกันอีกครั้งที่ประตูเมืองด้านหน้า
ทั้งสองอยู่ใน ชุดชาวบ้านธรรมดาเหมือนนักเดินทางทั่วไป
ราห์ซูร์: เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเทาอ่อน คลุมด้วยเสื้อคลุมเดินทางสีน้ำตาลเข้ม กลมกลืนกับผู้คน หมวกฮู้ดบาง ๆ แบบนักเดินทาง และกางเกงหนังสีเข้มกับรองเท้าบูทเก่า ๆ
เกวน: เดรสสั้นเดินทางสีขาวครีมคลุมด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีฟ้าหม่น มีฮู้ดด้านหลัง กระโปรงมีผ่าข้างเล็ก ๆ ให้เคลื่อนไหวสะดวก พร้อมกระเป๋าคาดเอวใบเล็ก (ซ่อนคัมภีร์ม้วน) และรองเท้าเดินป่าที่ปรับแต่งด้วยเวทคุ้มกันฝ่าเท้า
✦การเดินทางเริ่มต้น
“ได้เวลามุ่งหน้าขึ้นเหนือ—สู่เทือกเขาวาเลเธีย!”
เกวนประกาศอย่างมั่นใจ พลางชี้ไปยังยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ลอยอยู่สุดสายตา ราห์ซูร์ยืนมองท่าทางกระตือรือร้นของเธอครู่หนึ่งก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วเดินตามไปอย่างเต็มใจ
ทั้งคู่เดินลัดเลาะตามทางยาวเข้าสู่แนวป่าทางเหนือ ซึ่งมีป้ายไม้เก่า ๆ ปักเตือนอย่างชัดเจนว่า
“เขตอันตราย ห้ามเข้า”
เกวนกวาดสายตาไปรอบบริเวณ ก่อนอธิบายให้เขาฟังอย่างจริงจัง
“ตั้งแต่ตรงนี้ไปจะเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและโจรป่า เป็นเขตที่วาเลเธียดูแลไม่ทั่วถึง พวกค่าหัวหนีมากบดานกันที่นี่เยอะ แถมบางครั้งยังถูกพ่อค้าเถื่อนจากอัลเทรนน์จ้างทำงานสกปรกให้ด้วย…”
เธอพูดพร้อมมองราห์ซูร์ด้วยท่าทางเหมือนกำลัง “ขู่” เขาทั้งที่ใบหน้ากลับสดใส ตาโตเป็นประกายเหมือนเด็กกำลังเล่าเรื่องผี
ราห์ซูร์หัวเราะเบา ๆ “หึหึ…ฉันกลัวจนตัวสั่นไปหมดเลยนะ”
และเขาก็เดินผ่านป้ายเตือนไปแบบไม่สนโลก ก่อนจะหันกลับมาพูดล้อเธออีกที
“ฟังนะ ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น… หรือว่าเธอต่างหากที่—”
คำพูดสะดุดลงทันที เมื่อเขาเห็นว่าเกวนยืนเกร็งเล็กน้อย ท่าทางแข็งค้างเหมือนคนที่ “ไม่กลัว…แต่ขาไม่ยอมขยับ”
ราห์ซูร์กะพริบตาช้า ๆ
“เกวน…เธอกลัวจริง ๆ หรือ?”
“มะ…ไม่สักหน่อย” น้ำเสียงนั้นสั่นนิด ๆ แบบที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ราห์ซูร์มองเธออย่างเข้าใจ “อ้อ…แบบนี้สินะ ถ้าเป็นกราวด้า เธอคงไม่แสดงออกแต่ก็ยังมีความกังวลอยู่เหมือนกัน” เขายิ้มอุ่นโดยไม่รู้ตัว แล้วเดินย้อนกลับมาหา ก่อนยื่นมือให้เธออย่างนุ่มนวล
“ไม่เป็นไร…ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้อะไรเกิดขึ้นกับเธอ”
เกวนชะงักไปหนึ่งจังหวะ จ้องมือของเขานานพอให้หัวใจเต้นผิดจังหวะก่อนจะคว้ามือเขาไว้เต็มแรงพลางหน้าแดงนิด ๆ
“ที่ฉันจับมือนาย…เพราะฉันอยากจับเฉย ๆ !! ไม่ใช่เพราะกลัวอะไรทั้งนั้นนะ!!!”
เธอพูดจบก็ทำแก้มพองเหมือนแมวถูกแกล้ง ทำเอาราห์ซูร์หัวเราะหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่และด้วยมือที่จับกันอยู่แบบนั้น—ทั้งคู่จึงก้าวเข้าสู่ป่าทางเหนือ
ป่าเหนือวาเลเธียเงียบกว่าที่เกวนคาดไว้มาก ใบไม้ชื้นจนจับตัวเป็นหยดน้ำ กลิ่นดินชื้นแน่นในลมหายใจ
มีเพียงเสียงเท้าของเธอกับราห์ซูร์ที่เหยียบใบไม้ดัง กรอบแกรบ อยู่เป็นระยะ
เกวนกำมือราห์ซูร์แน่นจนเหงื่อชุ่ม เธอเดินห่อตัว รีบเท้าตามเขาไปอย่างไม่คุ้นกับบรรยากาศเลยสักนิด
“ป่ามันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ…ราห์ซูร์”
เกวนถามเสียงแผ่ว แตกต่างจากตอนอยู่เมืองราวฟ้ากับเหว
ในเมือง เธอสดใส กวน แกล้งเขาได้ทุกจังหวะ แต่ในป่า—เธอดูเหมือนลูกแมวที่เดินเข้าห้องมืดครั้งแรก
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ราห์ซูร์ตอบเรียบ ๆ พร้อมชำเลืองไปรอบทาง “ในอนาคต…ไม่มีป่าเหลือให้สัมผัสแล้ว”
แม้ไม่เคยเดินป่า เขากลับดูนิ่งและมั่นคงอย่างประหลาด สัญชาตญาณเอาตัวรอดของผู้เคยผ่านหายนะ ทำให้เขาไม่หวาดกลัวเหมือนคนทั่วไป
ไม่นานนัก—สิ่งที่เกวนกลัวที่สุด ก็ปรากฏตรงหน้าแบบไม่ให้เตรียมตัว
✦การปรากฏตัวของโจรเขี้ยวตะขาบ
ชายวัยกลางคนยืนพิงต้นไม้ใหญ่ขวางทางพวกเขา ร่างกำยำเต็มไปด้วยแผลเป็นหลายแนวชุดพรานป่าขาดรุ่งริ่ง แต่ท่าทางเก๋าเกมจนเกวนใจหายวาบ แววตาคมกริบแบบนักล่าที่เคยฆ่าคนมาไม่ต่ำกว่าสิบราย
เกวนเผลอก้าวถอยหลังเกาะแขนราห์ซูร์แน่นขึ้นกว่าเดิมและยังไม่ทันตั้งสติ—โจรอีกสองคนก็เดินออกมาจากพุ่มไม้ด้านหลังปิดเส้นทางหนีไว้หมด
“ราห์ซูร์…” เสียงเกวนสั่นจนได้ยินชัดราห์ซูร์กำลังจะยิ้มให้เธอเพื่อปลอบใจและเตรียมทำเท่— แต่เธอกลับพูดต่อทันที
“อย่าฆ่าพวกเขา!”
ราห์ซูร์ชะงัก
โจรทั้งสามกลับหัวเราะลั่นทันที
หัวหน้าโจรกระทืบเท้าดัง ปึง! แล้วตะโกนปนหัวเราะ
“อย่าฆ่าพวกเรา!? ฮ่าๆๆๆ สาวน้อยคิดว่าแฟนหนุ่มเธอโหดขนาดนั้นเลยเหรอ? โอ้ย ฉันกลัวจะแย่แล้วนะ ราห์ซูร์~ อย่าฆ่าฉันเลยนะ!”
ลูกน้องอีกสองคนหัวเราะจนเกือบล้มกลิ้ง
หัวหน้าโจรยกมือขึ้นประกาศเสียงดัง
“จำชื่อไว้! พวกเรา—เขี้ยวตะขาบ!! เขตนี้พวกเราคุม! บอกมาจะว่าจ้าง หรือแค่หลงมา?”
เกวนสูดลมหายใจ กลั้นความกลัว
“พวกเราจะเดินทางไปเทือกเขาวาเลเธียฝั่งติดทะเล…ขอให้พวกเราผ่านไปได้ไหมคะ?”
หัวหน้าโจรผิวปาก
“ไม่ได้สิ! เสียของเปล่า ๆ ถ้าปล่อยให้หนูน้อยน่ารักแบบเธอเดินผ่านไปเฉย ๆ”
เขายิ้มเหี้ยม “เอางี้—ให้ไอ้หนุ่มกลับไป แล้วให้สาวน้อยคนนี้อยู่กับพวกเรา”
เขาพยักหน้าให้ลูกน้องสองคน ทั้งคู่รีบพุ่งเข้ามาจะจับเกวนและราห์ซูร์ทันที
ราห์ซูร์เริ่ม “หงุดหงิด” เขายืนนิ่งมานานแล้วแต่พอได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าเขาหม่นลงทันที
แค่เหวี่ยงแขนครั้งเดียว—พลังมองไม่เห็นก็รัดร่างโจรสองคน ส่งพวกมันปลิวชนหัวหน้าโจรจนล้มกลิ้งเป็นกองเดียวกัน
“เฮ้ย!!! อะไรวะ!!! โอ๊ยยย!!!”
เชือกเวทโปร่งใสรัดทั้งสามแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ราห์ซูร์กระซิบเย็นเฉียบ
“พวกสวะอย่างพวกแกหายไป…ก็ไม่ทำให้โลกเปลี่ยนไปหรอก”
เริ่มร่ายเวท วงเวทสีดำหมุนรอบกลุ่มโจรอย่างรวดเร็ว อักขระเวทเปล่งประกายเหมือนจะเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน
“ไม่!!! อย่า!!!” เกวนร้องห้าม
ก่อนวงเวทสีดำจะบีบตัวเข้า—เวทสีทองของเกวนพุ่งเข้ามาปะทะ
ฟุ้ม!!!
วงเวทสีทองสดใสของเกวนระเบิดออก พุ่งเข้าดันเวทสีดำไว้ราวกับกำแพงพลังสองขั้วกำลังชนกันเสียงปะทะดัง ปะ! ปะ! ปะ!
เหมือนไฟฟ้าช็อตผสมระเบิดจังหวะถี่ ๆ แรงสั่นสะเทือนสะท้านจนใบไม้ปลิวว่อน
โจรทั้งสามเบียดกอดกันด้วยสีหน้าเหมือนคนใกล้ตาย ตะโกนโหวกเหวกแทบร้องไห้
“อะไรกันวะเนี่ย!! ตายแน่!!! ช่วยด้วยยยย!!”
เวทดำกับเวทองยังดันกันอยู่กลางอากาศ ราวกับความมืดของราห์ซูร์ต่อสู้กับความอบอุ่นของเกวนโดยไม่ตั้งใจ
เวทย์สีดำของราห์ซูร์และเวทย์สีทองของเกวนยังปะทะกันไม่หยุด พลังทั้งสองดันกันไปมาเหมือนจะฉีกป่าทั้งผืน
เกวนตะโกนเสียงเข้ม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ราห์ซูร์!!!”
แต่เขาไม่หยุด ดวงตาเย็นเฉียบจนคล้ายคนละคนกับเมื่อครู่
“เธอไม่เห็นเหรอว่าพวกมันจะทำอะไรกับนักเดินทางที่หลงเข้ามา?”
น้ำเสียงราห์ซูร์เรียบแต่แข็ง เย็นจนโจรสามคนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
วงเวทสีดำหดเข้าใกล้โจรอย่างรวดเร็ว ความร้อนจากแรงเวทจนรองเท้าพวกมันไหม้ปลายขาดเป็นรู
“ฉันบอกให้—หยุด!!!”
เกวนตะโกนสุดเสียง แต่เวทของเธอกลับถูกดันกลับ เกราะเวทสีทองที่ปกป้องโจรค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ โจรทั้งสามร้องไห้โฮ น้ำมูกน้ำตาไหล บางคนถึงขั้นฉี่ราดจนพื้นแฉะไปหมด
แต่ราห์ซูร์…แทบไม่ขยับเขาจดจ่อกับการ “ลบอันตราย” แบบไร้ความปรานี
และแล้ว—ทั้งหมดก็หยุดลงในเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจแต่เพราะ…
✦เกวนกำลังร้องไห้
เธอยืนจ้องเขา หน้าเชิดขึ้นนิด ๆ เหมือนพยายามไม่ร้องแต่ดวงตาแดงจัด คลอด้วยน้ำตา ปากเบะจนพร้อมหลุดเสียงสะอื้นได้ทุกเมื่อ ภาพนั้นแทงใจราห์ซูร์ยิ่งกว่าดาบ
“ดะ—เดี๋ยวก่อน เกวน!? ไม่นะ อย่า…อย่าร้องนะ!”
เขารีบสลายเวทย์สีดำทันที แต่สายไปหนึ่งก้าว
เกวนปล่อยโฮลั่นป่า เสียงดังแบบไม่มีกั๊ก ไม่สนโลก ไม่สนโจร ไม่สนอะไรทั้งนั้น
โจรทั้งสามสะดุ้งสั่นเป็นเจ้าเข้า ลูกน้องสองคนถึงขั้นหมดสติ น้ำลายฟูมปาก
“ฮืออออออออออออออ!!!!
ราห์ซูร์บ้า!!!!
โกรธแล้วนะ!!!
ไม่ต้องมาคุยกันอีกเลย!!!
ไปไหนก็ไป!!! ฮือออออ!!!”
ราห์ซูร์หน้าซีดราวกับถูกปลดชั้นจากโลกมนุษย์
“กะ…เกวน!! ฉันขอโทษ! ฉันไม่ได้จะ—เอ่อ…!”
เขามองซ้ายขวาราวกับหาคู่มือพ่อบ้าน “วิธีง้อนางเอกในป่า” แต่ไม่เจออะไรเลย แม้แต่หัวหน้าโจรที่ฟื้นมานิด ๆ ยังอ้าปากค้างไร้ประโยชน์
เกวนค่อย ๆ สะอื้นเบาลง
หายใจฮึบ ๆ ค่อย ๆ ตั้งสติ
และ—ยืนรอ…
รอ…
รอ……
รอว่าราห์ซูร์จะทำอะไรหรือพูดอะไร
แต่เขา—ยืนค้างเหมือนคนเพิ่งถูกช็อต ไร้คำพูด ไร้แอคชั่น
เกวนมองหน้าเขา
เริ่มหงุดหงิด
สุดท้าย…
เธอเดินเข้าไปใกล้และจับมือเขา
แล้ว—ยกมือของราห์ซูร์ขึ้นไปวางบนหัวตัวเองอย่างชัดเจน
สั่งแบบไม่ใช้คำพูด “นี่! ง้อฉันสิ! ซื่อบื้อ!”
ราห์ซูร์ชะงัก อ้าปาก แต่พูดไม่ออก ก่อนจะค่อย ๆ ลูบหัวเธออย่างเก้ ๆ กัง ๆ
เกวนสะอื้นฮึบ ๆ แต่เริ่มสงบลงช้า ๆ ตัวเอนเข้ามาเหมือนลูกแมวที่เพิ่งโดนฝน
หัวหน้าโจรที่เพิ่งได้สติยกมือทำท่ากอดตัวเองเป็นสัญญาณให้ราห์ซูร์เห็น (แบบลับ ๆ)
ราห์ซูร์ที่โคตรงง—แต่เขาก็ทำตามอย่างอัตโนมัติ โอบแขนรอบตัวเกวน ดึงเธอเข้ามากอดเบา ๆ พร้อมลูบหัวอย่างระมัดระวัง
เกวนค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ซุกกับอกเขาเบา ๆ ยังสะอื้นนิด ๆ…แต่ยอมแล้ว
โจรทั้งสามมองฉากนี้ด้วยสายตาเหม่อลอย และปรบมือราวผู้ชมที่ดี
ไม่นานนัก เกวนก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม แม้ว่าดวงตาจะยังแดงใสเพราะเพิ่งร้องไห้ไปหยก ๆ เธอยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าพวกโจรเขี้ยวตะขาบที่ถูกมัดติดกันแน่นด้วยเชือกเวทของราห์ซูร์
ท่าของเธอ — สาวน้อยตัวเล็กน่ารัก ที่พร้อมจะเค้นข้อมูลให้หมดเปลือก
“เอาล่ะคุณโจร” เธอเคาะปลายเท้าลงพื้นเบา ๆ
“ขอถามอีกครั้ง พวกเราจะไปเทือกเขาวาเลเธีย — มีอะไรเป็นข้อมูลให้เราบ้าง?”
หัวหน้าโจรเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ลิบลับ รอยล้อเล่นไม่มีเหลือ จะมีก็แต่ความยอมแพ้อย่างจริงใจ เขากลืนน้ำลายก่อนเล่า
“พวกฉันเคยลองเข้าไปสำรวจลึกในหุบเขาครั้งหนึ่ง…แล้วก็รู้ทันทีว่ามันไม่ควรมีมนุษย์ที่ไหนเหยียบเข้าไป”
เขาหรี่ตาอย่างหวาดผวา
“ในนั้นมีแต่สัตว์ประหลาด…มันสวมหน้ากากสีขาว ร่างเหมือนทำจากดินผสมถ่าน ในตัวมันยังมีของเหลวสีแดงไหลเวียนไปมาเหมือนเลือด… หน้าตามันบิดเบี้ยวแทบดูไม่ออกว่าเป็นสิ่งมีชีวิต”
ลูกน้องสองคนพยักหน้ารัวราวกับจะร้องไห้อีกรอบ
หัวหน้าโจรพูดต่ออย่างกลัวที่สุด
“มันมาเป็นฝูง ไม่เคยหลับ ไม่เคยเหนื่อย มีตัวหนึ่งตบคนของฉัน…หัวกระจุยในครั้งเดียว หลังจากนั้น ไม่มีใคร—ไม่ใช่แค่พวกเรา แต่สัตว์ในป่าก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนกล้าเข้าไปที่นั่นอีกเลย”
คำบรรยายทำเอาเกวนขนลุกวาบ แต่ยังไม่เท่าคำที่ราห์ซูร์พูดต่อ
“มันคือทหารปีศาจ — Demonic Soldiers”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบจนเกวนใจหาย ทั้งเกวนและโจรทั้งสามต่างขนลุกพร้อมกัน
ราห์ซูร์อธิบายต่อ
“ในอนาคต พวกมันเป็นกองทัพของราชินีแห่งความมืดจำนวนหลายหมื่น…และไม่ช้าก็เร็ว มันจะเพิ่มจำนวนขึ้นแบบทวีคูณ”
เขามองลึกเข้าไปในป่า
“พวกมันเกิดจากพิธีต้องสาป สาวกจะต้องสละเลือดและร่างกายทั้งหมดหนึ่งร่าง…สร้างได้ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบตัว”
เกวนถึงกับหน้าซีด “เวทมนตร์บ้าบออะไร… มันบิดเบี้ยวและน่าขยะแขยงขนาดนี้…” เธอกัดริมฝีปาก “ราห์ซูร์ เราต้องหยุดมัน”
เธอเปิดเครื่องมือสื่อสารรูปทรงผลึก แต่เพราะอยู่ใกล้ชายแดนเหนือ จึงส่งสัญญาณได้เพียงวิธีเดียว
เกวนเขียนข้อความลงในแผ่นเวท ก่อนม้วนใส่ “นกวิญญาณสื่อสาร”
“ฉันจะส่งข้อความกลับเมืองหลวง”
เธอมองโจรเขี้ยวตะขาบด้วยสายตาเด็ดขาด
“จะมีทหารมารับตัวพวกคุณไปลงโทษ ห้ามหนี ห้ามแอบหาย เข้าใจไหม?”
“คะ…เข้าใจครับ!!”
โจรทั้งสามพยักหน้าแรงจนเกือบคอหัก
ราห์ซูร์เสริมเสียงเรียบจนเสียวสันหลัง
“ถ้าเราหยุดยั้งไม่ได้…พวกนายจะเป็นกลุ่มแรกที่โดนทหารปีศาจกวาดล้าง”
เขามองพวกโจรเหมือนกำลังประกาศชะตา
หัวหน้าโจรกลืนน้ำลายอีกครั้ง
“แล้ว…ทำไมไม่ให้กองทัพไปล่ะ!? ไปกันแค่สองคนเนี่ย จะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า ๆ เหรอ!?”
เกวนยกคางขึ้นอย่างมั่นใจ
“ไม่ใช่หรอก เราจะลดการสูญเสียให้มากที่สุด และฉันรู้ว่าเมื่อไหร่…ควรขอแรงเสริม”
เธอพูดจบก็เดินอ้อมหลังพวกโจร หัวใจกลับมาเป็นเกวนคนสดใสอีกครั้ง โบกมือเหมือนผู้นำค่ายลูกเสือสั่งลูกทีม
“นั่งรออยู่ตรงนั้นนะคะ พวกคุณโจร! อย่าขยับ!”
จากนั้นก็เดินนำขึ้นเหนือ ราห์ซูร์รีบเดินตามหลังเธอไปติด ๆ
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ