ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
26) เขียนทับอดีตด้วยปัจจุบัน
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความราห์ซูร์ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เกวน ระยะหายใจของทั้งสองแทบจะชนกันเขายืนจ้องดวงตาเธอ—เงียบ…นิ่ง…
แต่ในอกเต้นระรัวเหมือนกำลังเผชิญกองทัพมืดนับหมื่น
เขายืนอยู่ตรงนั้นนานเกินไปจนบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติก…กลับนิ่งสนิทเหมือนก้อนหินเกวนยกมือปิดปากหัวเราะคิก ๆ ทำลายบรรยากาศทั้งหมดทันที
“ฮุฮุฮุ~ นายนี่มันผู้ชายซื่อบื้อจริง ๆ”
เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างเอ็นดู
“นายไม่รู้เลยเหรอว่าต้องทำอะไรต่อ? โอ๊ยยย… ฉันทนดูไม่ได้!”
เธอทำท่าตลก ๆ แบบเด็กอายุ 18 ยกนิ้วขึ้นมาโบกไปมาเหมือนกำลังสอนวิธีจีบสาวของหนุ่มเจ้าชู้
“ถึงตอนนี้นะ นายควร เริ่มใช้โอกาส ได้แล้วล่ะ ไม่ว่านายจะยังมี ‘สัญญาทางใจ’ กับใครอยู่ก็ตาม”
ราห์ซูร์หน้าแดงขึ้นมาทันที เขาหลบสายตาเหมือนเด็กถูกจับได้ว่าทำผิด
“ไม่… ไม่ได้หรอก”
เสียงเขาเบาและสั่น
“ฉัน…ฉันจะรับผิดชอบการกระทำของฉัน ฉันจะไม่ทำอะไร…ถ้าฉันไม่แน่ใจ”
มันเป็นความซื่อสัตย์แบบโบราณจริงจังจนบางครั้งฟังดูดื้อ แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาน่ารักในสายตาเธอ
เกวนเงียบไปหนึ่งวินาที แล้วจู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นตะโกนเต็มเสียง—
“โกหก!!!”
ราห์ซูร์สะดุ้งจนเกือบถอยหลัง แต่เกวนก้าวเข้ามาใกล้ ตาจ้องเขาไม่กะพริบ
“นายไม่ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองเลย! อย่าให้ฉันต้องเข้าไปดูในหัวนะว่าคิดอะไรอยู่!”
เธอจิ้มหน้าอกเขารัว ๆ ดวงตาเหมือนกำลังอ้อนแต่ก็ท้าทายไปพร้อมกัน
“นายคิดอะไรอยู่…ฉันรู้หมดนะ”
ราห์ซูร์เม้มปาก เขาเองก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังสับสน สมองยังตั้งโปรแกรมไว้ให้ “ตามเอมิลี่” แต่หัวใจ—หลังจากเจ็บจนเกือบพัง—กำลังโหยหาความอบอุ่นและเกวน…คือแสงเดียวที่เดินเข้ามาโดยไม่เรียกร้องอะไรจากเขาเลย
เขาคิดอยู่เสมอว่าเกวนอาจเป็น “ที่พักใจชั่วคราว” และวันหนึ่ง…เขาอาจทำเธอเจ็บเหมือนที่เอมิลี่ทำเขาเจ็บ
ความคิดนั้นทำให้เขาลังเลอย่างหนักแต่ยิ่งห้าม…ความรู้สึกก็ยิ่งท่วมท้นจนเขาไม่อาจยืนเฉยได้อีก
มือของเขา—ทั้งสองข้าง—ค่อย ๆ ยกขึ้น ช้า…ช้ามาก เหมือนรอให้เธอถอยหนีได้ทุกเมื่อ หากไม่ต้องการเขา
แต่เกวน…กลับไม่ถอย เธอก้าวเข้าใกล้จนอกของเธอแนบกับเขาเธอเอื้อมแขนโอบเขาแน่นแล้วซุกหน้าไว้กับอกเขาอย่างอ่อนโยน
ราห์ซูร์ชะงักไปหนึ่งวินาทีก่อนกอดเธอกลับช้า ๆ เหมือนกลัวว่าเธอจะสลายหายไปถ้ากอดแรงเกินไป
ไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงเสียงลมบาง ๆ และหัวใจสองดวงที่เต้นเข้าจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
“……”
ความเงียบครั้งนี้—ไม่อึดอัด แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ไม่ต้องพูด
พี่เลี้ยงทั้งสาม—เวลอน โรมัน และเอลิซ—แอบซ่อนตัวอยู่หลังหน้าต่างชั้นสอง
แต่ละคนกำหมัดแน่นเหมือนกำลังลุ้นม้าแข่งเข้าเส้นชัย
เวลอนกัดฟันกระซิบ “ใช่…ใช่…ราส! นายแน่มากกกก!”
โรมันตาเป็นประกาย “อย่างงี้สิวะลูกผู้ชาย!! อย่าทำให้ผู้หญิงเขาเสียหน้า!”
เอลิซถึงขั้นเอาหมอนปิดหน้าแล้วตะโกนค่อย ๆ
“ตายแล้วววว!! เขากอดกันแล้วววววว!!!”
พวกเขาลุ้นยิ่งกว่าตอนล้มยักษ์ศึกชิงธงเสียอีก เพราะทุกคนเห็นชัดเจน—ราห์ซูร์มันโชคดีจริงๆ…
ลมเย็นพัดผ่านสวนหลังบ้าน เงาไม้ทอดยาวบนพื้นดินราวกับกำแพงเงาเก่าที่เฝ้าดูพวกเขามานานปี ราห์ซูร์ยังคงยืนกอดเกวนอยู่—แผ่วเบา นุ่มนวล—เหมือนกอดสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่กล้าขยับแรงเพราะกลัวแตกสลาย
เกวนเงยหน้าขึ้นดวงตาเธออยู่ในระดับที่…ถ้าเขาเพียงก้มลงอีกเพียง หนึ่งนิ้ว ริมฝีปากของทั้งคู่ก็จะประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เธอรอ
และหัวใจเธอเต้นจนรู้สึกได้แม้ผ่านทรวงอกของเขา
แต่ราห์ซูร์—กลับตัวแข็งทื่อ
แล้วค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกเหมือนถอนตัวจากความฝันที่สวยเกินกว่าจะยอมรับ
“ไม่… ขอโทษนะ ฉันทำไม่ได้”
ประโยคเดียว ทำลายบรรยากาศมากกว่าเวททำลายล้างระดับจักรวาล
เกวนถอยออกหนึ่งก้าว แววหวังในดวงตาเธอสั่นไหวเหมือนเปลวเทียนเจอลม ความสดใสที่เคยเป็นประกาย…มอดลงทันที น้ำตาเอ่อขึ้นแต่ยังไม่ไหลออกมา เธอกัดริมฝีปากนิดหนึ่งเพื่อห้ามใจไม่ให้สั่น
“ทำไม…?”
เสียงเธอนุ่มเบา แต่สั่นจนได้ยินชัด
ราห์ซูร์ก้มหน้าเหมือนคนแบกบาปทั้งโลก
“ฉัน…ไม่รู้ว่าเธอคือใครจริง ๆ และกราวด้าตัวจริง…อาจไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้”
เขาหลบสายตาเพราะไม่กล้ามองดวงตาที่กำลังเจ็บของเธอ ดวงตานั้นคมเกินกว่าจะโกหก แต่ก็อ่อนโยนเกินกว่าจะทำร้ายได้ลง
เกวนหายใจเข้าลึกสีหน้าเปลี่ยนจากเจ็บ → โกรธนิด ๆ → แน่วแน่
“นายคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ? นายคิดว่าฉันคือ เกวน…ไม่ใช่ กราวด้า ใช่ไหม?”
น้ำเสียงเธอนิ่งและคมเหมือนคนที่กำลังบอกความจริงสำคัญที่สุดในชีวิต
ราห์ซูร์ตอบแผ่วเบา
“ฉันเคารพและให้เกียรติกราวด้าเสมอและ…ฉันยอมรับว่าฉันมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอ แต่ฉันกลัว… ถ้าทำอะไรลงไปตอนนี้ เมื่อเธอกลับไปเป็นกราวด้า…เธออาจรู้สึกแย่เหมือนฉันฉวยโอกาสกับเด็กที่สดใสเกินไป”
ความซื่อสัตย์ของเขางดงาม แต่ก็โง่เง่าในแบบที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิงคนนั้น
พี่เลี้ยงทั้งสามบนชั้นสอง—เวลอน โรมัน เอลิซ—แทบกุมหัว ความหวังที่กำไว้แน่นพังทลายในชั่วพริบตา
“ไม่นะ… ไม่นะราส…” “ทำไมช่วงนี้นายโง่ลงทุกวันวะ…” “เพื่อนเอ๊ยยยยยยยย” แต่ก่อนที่พวกเขาจะบ่นจบ—
วาบ—!!!!
แสงสีขาว–ม่วงสว่างจ้าพุ่งออกจากร่างเกวนจนทั้งสวนส่องประกาย ลมเวทหมุนวนรอบตัวเธอ เส้นผมปลิวขึ้นอย่างไร้น้ำหนัก วงเวทละเอียดประทับลอยขึ้นมาจากพื้นดินเหมือนเธอกำลังปลดผนึกบางอย่างที่เก่าแก่กว่าเวลาเอง
ราห์ซูร์ยกแขนบังหน้า พี่เลี้ยงชั้นสองร้องกรี๊ดพร้อมกัน “โอ๊ยตาฉัน!!” “แม่เจ้า—อะไรกัน!!” “อ้าปากค้างกันทั้งบ้านแล้ว!!”
เมื่อแสงค่อย ๆ จางลง—ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ เกวน ที่สดใสร่าเริงอีกต่อไป
แต่คือ—
กราวด้า มอร์นไวน์
ในชุดว่าที่ราชครูสีขาว–ม่วงเต็มยศลายวงเวทเรืองแสงอาบเนื้อผ้า เส้นผมดำยาวสยายตามลมราตรี ใบหน้านิ่ง—งดงาม—และคมกริบ จนไม่กล้าสบตาโดยตรง
ดวงตาของเธอ…คือกราวด้าเต็มตัวแต่ความอ่อนโยนในนั้น…คือเกวนที่เขาเพิ่งกอดไว้
ราห์ซูร์อ้าปากค้าง หัวใจพุ่งสูงจนเจ็บ ความคิดถึงโถมกลับมาทั้งหมดในครั้งเดียว เหมือนเขาไม่ได้เจอเธอมานานหลายชาติ
กราวด้าก้าวมาหาเขาอย่างช้า ๆ เหมือนก้าวผ่านม่านเวลา
“ไม่ว่าฉันจะเป็น เกวน หรือ กราวด้า” น้ำเสียงเธอนุ่ม…ชัด…ก้องเหมือนสะกดอากาศทั้งสวน
“หัวใจฉัน…ก็เป็นดวงเดียวกัน”
เธอหยุดตรงหน้าเขาระยะห่างไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
“และถ้านายบอกว่า นายมีความรู้สึกดี ๆ ให้ฉันจริง—”
ราห์ซูร์หน้าแดงจนแทบระเบิด
“กะ…กะ…กราวด้า… ฉัน… คือ… เอ่อ…”
เขาเลิ่กลั่กอย่างไม่เป็นตัวเอง สายตาหลบไปมาราวกับเด็กชายถูกผู้ใหญ่จับหน้าให้มองตรง
กราวด้าไม่ปล่อยเวลาให้เขาหนี เธอยกมือขึ้น ปลายนิ้วเรียวแตะใต้คางเขา บังคับให้เขามองเธอตรง ๆ
“อย่าปฏิเสธฉันอีกเลย…ราห์ซูร์”
น้ำเสียงเธอทั้งอ่อนโยนและทรงอำนาจจนหัวใจเขาหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
เธอไม่รอ
ไม่ลังเล
ไม่เปิดโอกาสให้เขาถอยหนีความรู้สึกของตัวเอง
กราวด้าโน้มตัวเข้าไป—แสงจันทร์สะท้อนบนดวงตาคู่นั้น งดงามจนแทบไม่ใช่มนุษย์ ริมฝีปากของเธอแตะกับปากเขา อย่างนุ่ม ลึก และมั่นใจ
ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง—ลม หญ้า แสงจันทร์ แม้แต่ความกลัวในใจเขา ก็หยุดลงในวินาทีนั้นเอง
พี่เลี้ยงทั้งสาม—เวลอน โรมัน และเอลิซ—รีบผละออกจากหน้าต่างราวกับเพิ่งเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นในชีวิตจริง พวกเขายืนนิ่งค้างกลางความมืดของห้องเหมือนหุ่นไม้
ว่าที่ราชครูกราวด้า…
ตัวจริง…
กำลังยืนจูบกับราห์ซูร์…
ในสวนหลังบ้านของพวกเขา…
“นี่มัน—”
“เป็นไปไม่ได้…”
“ถ้าเล่าไป ใครจะเชื่อวะ…”
ไม่มีใครพูดต่อ ทั้งสามคนได้แต่มองหน้ากัน ก่อนเดินกลับห้องนอนในสภาพมึนงงราวกับถูกดูดพลังชีวิตไปครึ่งหนึ่ง
พวกเขาปิดประตูแล้วบ้านทั้งหลังเงียบลง…ทิ้งให้สวนหลังบ้านเป็นเวทีของคนสองคนเพียงเท่านั้น
ราห์ซูร์ยืนหอบหายใจ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บเหมือนกำลังวิ่งฝ่ากองทัพมืดทั้งกอง แต่ในที่สุด…
เขาก็ยอมแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเอง ยอมแพ้อย่างราบคาบ
เขาจูบตอบ—ประกบปากจูบกราวด้าอย่างอ่อนแรงแต่แนบแน่นเธอรับจูบเขาและกอดเขาแน่นเหมือนกลัวว่าความอบอุ่นนี้จะหายไป
ไม่มีใครยอมปล่อย
ไม่มีใครอยากให้เวลานั้นจบลง
เป็นจูบแรกที่ยาวนาน…
จนทั้งสองแทบลืมไปว่าตนเองยังยืนอยู่ในโลกจริง
เมื่อริมฝีปากค่อย ๆ ผละออกจากกัน กราวด้าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งราวกำลังสรุปสมการ
“เห็นไหม? แค่นี้…มันไม่ยากตรงไหน”
สีหน้าเธอไร้พิรุธ อ่านไม่ออก งดงามจนเขากลืนน้ำลายไม่ลง นั่นคือกราวด้าตัวจริงแน่นอน—หญิงที่อารมณ์ซ่อนลึกจนเขาไม่มีวันคาดเดาได้
ส่วนราห์ซูร์…หอบจนแทบยืนไม่อยู่
“บะ…บ้า… บ้าไปแล้ว… เธอนี่มัน… นี่มัน…จูบแรกของฉัน… แล้วอยู่ดี ๆ ก็คืนร่างแบบนี้ทำไม…”
กราวด้ายิ้มนิดหนึ่ง—ยิ้มที่เหมือนลมพัดผ่าน
“เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้…นายก็ไม่เข้าใจหัวใจตัวเองสักที”
เธอถอยออกเล็กน้อยยืนห่างเพียงพอให้ลมคืนร่างเวทเคลื่อนตัวได้ วงเวทใต้เท้าเธอเริ่มเรืองแสง
“อ้อ… แล้วก็—”
เธอพูดเหมือนเรื่องเล็กน้อยที่สุดในโลก
“นั่นก็เป็นจูบแรกของฉันเหมือนกัน เพราะงั้น…ไม่มีใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ”
ราห์ซูร์ขยับตัวแทบไม่ทัน วงเวทเริ่มแตกประกายรุนแรงจนต้องยกแขนขึ้นบัง
กราวด้าเอียงคอพูดเสียงธรรมดาเหมือนกำชับเรื่องของฝาก
“คอยรับตัวฉันด้วยล่ะ การร่ายเวทระดับสูงสองครั้งติดกัน… มันเหนื่อยมาก”
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ—
วาบ!!!
แสงจ้าพุ่งขึ้นสู่ฟ้าอีกครั้งราวกับสายฟ้าโบราณฟาดลงบนพื้นดินไม่ให้เวลาแม้แต่หนึ่งลมหายใจ ราห์ซูร์ร้องเรียกชื่อเธอ ก่อนวิ่งเข้าไปในกลางวงแสงโดยไม่คิดชีวิต
แสงหายไปทิ้งไว้เพียงร่างของเกวนในชุดเด็กสาววัยสิบแปดหลับสนิทในอ้อมแขนของเขาราวกับตุ๊กตาหลับ
เขากอดเธอแน่นรับน้ำหนักเธออย่างเบามือแล้วอุ้มเธอกลับเข้าบ้านเพียงลำพัง
ในบ้าน พี่เลี้ยงทั้งสามแกล้งทำเป็นหลับท่าทางแข็งเกร็งจนดูไม่เป็นธรรมชาติที่สุดในชีวิต แต่ราห์ซูร์ไม่มีอารมณ์สนใจตอนนี้เขามีเพียงสิ่งเดียวในใจ—เกวนในอ้อมแขนเขา
เขาพาเธอไปยังเบาะนุ่มติดผนังที่พี่เลี้ยงจัดไว้วางเธอลงอย่างแผ่วเบา จัดผ้าห่มให้เรียบร้อยเหมือนกำลังดูแลสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
ก่อนจะเดินกลับเบาะของตนเองเขาหยุด…ลังเลเพียงเสี้ยววินาทีจากนั้น—เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ
เหมือนคำสัญญาเงียบ ๆ ที่พูดผ่านการกระทำแทนคำพูดทั้งหมดที่เขาไม่กล้าออกเสียง
เขายืนมองเธออีกครั้งยิ้มออกมาอย่างที่ห้ามตัวเองไม่ได้รอยยิ้มที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสามเดือนที่ผ่านมา
ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นอนของตนหัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด
ค่ำคืนนี้—ไม่มีใครในบ้านเด็กกำพร้านอนหลับด้วยเหตุผลเดิมอีกต่อไป
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ