ต้นกล้าผจญภัยตอน Act of God
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว
แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของเรื่องสั้น
1) บทที่ 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
เพื่อความสงบสุขและการถ่วงดุลอำนาจ... โลกจึงได้จัดตั้งองค์กรดูแลความสงบเรียบร้อย หรือที่เรียกกันเข้าใจง่ายๆ ว่า “ตำรวจโลก” มันไม่อยู่ในฐานะองค์กรลับ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาจนเป็นที่ชื่นชอบของทุกประเทศ ไม่มีรัฐไหนอยากถูกเพ่งเล็ง หรือยินดีเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไป เพราะต่างรู้ดีว่าไม่มีประเทศใดที่ขาวสะอาดบริสุทธิ์ ตำรวจโลกจึงเปรียบเสมือนเงามืด หรือผีร้ายที่คอยตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยของโลกใบนี้อย่างเงียบเชียบ
ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น มีองค์กรก่อการร้ายให้ตามสืบและยับยั้ง มีแผนการตระเตรียมทำลายล้างที่รอการขัดขวาง และมีประเทศที่พร้อมจะเปิดฉากสงครามใส่กันได้ทุกวินาที
เยเลน่า (รหัส JK07) เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษมือดีแห่งองค์กรตำรวจโลก ค่ำคืนนี้เป็นอีกวันที่เธอได้รับความคืบหน้าครั้งสำคัญจากการสืบสวน
เครื่องดักฟังขนาดจิ๋วที่ติดตั้งไว้ใต้โต๊ะเครื่องดื่มมึนเมาในห้อง VIP ของคลับหรูแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง มันส่งสัญญาณเสียงข้ามมายังฝั่งที่เธอนั่งจิบไวน์อยู่อย่างคมชัด โดยมีชายหนุ่มแปลกหน้า 2-3 คนนั่งร่วมโต๊ะคอยขายขนมจีบไม่ห่าง
เยเลน่าในเรือนร่างดึงดูดสายตา ผมสีทองสว่างและริมฝีปากสีแดงสดจัดจ้าน ดูร้อนแรงในชุดเปิดเผยเรือนร่างล่อตาล่อใจหนุ่มๆ ที่เข้ามาทักทายหมายปอง เธอซ่อนหูฟังไว้ข้างหนึ่งเพื่อฟังบทสนทนาอันน่าสนใจของ องค์กร Krasny Krest (คราสนี เครสต์) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “เครสต์”
พวกมันกำลังพัฒนาบางสิ่งที่อันตรายร้ายแรง ทว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ ชิ้นส่วนสุดท้ายที่ขาดไปถูกเรียกว่า “กุญแจ” สำหรับใช้เปิด “กล่องแพนโดร่า” และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ กุญแจที่ว่านั้นถูกสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการส่งมอบเท่านั้น...ถึงกระนั้น เยเลน่าก็ยังคงส่งรอยยิ้มทรงเสน่ห์ให้กับเหล่าชายหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยหยอกเย้าได้อย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“ผมมีบ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัว วิวจากห้องนอนมองเห็นได้ทั่วทั้งหาด เผื่อว่าคุณต้องการความสงบ... และเป็นส่วนตัวเฉพาะแค่พวกเรา” ชายหนุ่มคนหนึ่งขยับกายเข้ามาใกล้เกินระยะส่วนตัว พยายามเอ่ยชวนเธอไปกับเขาด้วยสายตาพราวระยับ
“ไม่เอาน่า คุณคงไม่อยากติดเกาะอยู่กับพวกเพื่อนน่าเบื่อของหมอนี่หรอก สาบานได้เลยว่าครั้งล่าสุดที่ผมไป มันน่าเบื่อสุดๆ ไปขึ้นเรือสำราญกับผมดีกว่า รับรองว่าที่นั่นคุณจะไม่มีวันเบื่อเลยสักวินาที” ชายหนุ่มอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทกันพูดแทรกขึ้น พร้อมยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบและส่งสายตาอย่างมีชั้นเชิง
“เหรอคะ... น่าประทับใจจัง สุดสัปดาห์นี้ฉันอาจจะเลือกไปสักที่กับใครสักคนก็ได้นะคะ” เยเลน่ายิ้มทรงเสน่ห์ นิ้วเรียวสวยยื่นไปแตะที่คางของชายหนุ่มคนแรกเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาเย้ายวนให้เขา
ทว่าก่อนที่เหล่าชายหนุ่มจะมีโอกาสเอ่ยชวนเธอต่อในคืนนี้ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศหวานชื่นลงทันควัน
“สายนี้จำเป็นต้องรับไหมครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี
เยเลน่าหยิบโทรศัพท์ที่กำลังสั่นและส่งเสียงเบาๆ แข่งกับเสียงเพลงในคลับ มันอาจดูไร้ความหมายในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเธอ สัญญาณนี้หนักแน่นเกินกว่าจะเมินเฉยได้ สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนไปทันทีที่ชำเลืองเห็นชื่อที่แสดงบนหน้าจอ
“พ่อน่ะค่ะ... คงต้องขอตัวไปรับสายก่อนนะคะ”
เยเลน่ายิ้มสุภาพพลางลุกขึ้นยืน เดินผละออกจากโต๊ะของพวกหนุ่มๆ อย่างเรียบง่าย แต่ท่วงท่าเด็ดขาดจนไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เอ่ยทัดทาน ทิ้งไว้เพียงสายตาสายตาเสียดายและฉงนฉายของเหล่าชายหนุ่มที่มองตามหลัง หวังลึกๆ ว่าเธอจะกลับมาหาหลังจากคุยธุระเสร็จ
เยเลน่าเดินออกทางประตูหลังร้าน เธอแนบโทรศัพท์ไว้กับหูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะก้าวขึ้นรถยนต์ที่มีคนขับชุดดำยืนเปิดประตูรอรับด้วยใบหน้านิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์
“ค่ะ... ค่ะ...”
เสียงเธอเอ่ยตอบโทรศัพท์เป็นระยะ ขณะที่รถกำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง มือเรียวหยิบแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้างเบาะขึ้นมาเปิดดู
“Father... คุณอาจจะจำไม่ได้ว่าตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ข้อมูลเสียงน่าถูกส่งเข้าส่วนกลางเพื่อวิเคราะห์แล้วนะคะ 'กุญแจ' ที่จะใช้เปิดกล่องแพนโดร่าของพวกเครสต์กำลังจะถูกส่งมอบ และมันอาจเป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ถ้าพวกมันทำสำเร็จ... แล้วมันจะมีเรื่องไหนสำคัญไปกว่าเรื่องนี้อีกเหรอคะ”
“JK07... เรื่องเร่งด่วนที่ฉันเรียกตัวเธอในตอนนี้ แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ชัดเจนอย่างไร หรือมันคืออะไรกันแน่ ถึงต้องขอให้เธอและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ช่วยลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
'Father' ชายเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยจากปลายสายด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ทว่าเยเลน่ากลับจับเค้าลางความไม่มั่นใจในน้ำเสียงนั้นได้อย่างน่าประหลาด
“เจ้าหน้าที่คนอื่นงั้นเหรอคะ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เยเลน่าถามด้วยความประหลาดใจ งานระดับนี้ แค่ฝีมือเธอคนเดียวไม่พออย่างนั้นหรือ?
รถยังคงแล่นไปอย่างนิ่งเรียบ เปิดโอกาสให้เยเลน่ากวาดสายตาอ่านรายละเอียดบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างตั้งใจ
“Mother หน่วยประมวลผลอัจฉริยะ หรือสุดยอด AI ของเราได้รายงานถึงข้อสมมติฐานบางอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ Mother จะเป็นผู้อธิบายต่อ”
สิ้นสัญญาณของ Father สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไป พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตที่ปรากฏข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่
“สวัสดี JK07 ขอบคุณที่ตอบรับ” 'Mother' เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดิจิทัลที่นิ่งเรียบ ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ
“สวัสดี Mother เกิดอะไรขึ้นกันแน่ รีบบอกภารกิจมาเถอะ” เยเลน่ายังคงรักษาน้ำเสียงเยือกเย็นแบบมืออาชีพไว้
“เนื่องจากสำนักงานใหญ่สั่งให้ฉันรวบรวมและจัดระบบข้อมูลทั้งหมดขององค์กร ซึ่งมีปริมาณมหาศาลและต้องใช้เวลานาน ฉันจึงเริ่มจัดหมวดหมู่และจำแนกข้อมูลเพื่อความสะดวกของระบบ และจากกระบวนการดังกล่าว... ฉันพบความประหลาดบางอย่าง จึงเริ่มเชื่อมโยงพวกมันเพื่อตรวจสอบข้อสมมติฐาน ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการทำงานนอกเหนือคำสั่ง แต่มันทำให้ฉันค้นพบว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นบนโลกใบนี้”
เยเลน่าพยายามคิดตามถึงคดีต่างๆ ที่ผ่านมา หากมองในมุมของเธอ การเชื่อมโยงเรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาด
“ก็จริง... องค์กรก่อการร้าย คนคิดไม่ดี หรือพวกกลุ่มอิทธิพล มันก็มีรูปแบบการทำงานคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอ? ดีไม่ดี พวกมันอาจจะจับมือร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันด้วยซ้ำ”
Mother เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“มันก็ใช่... แต่การค้นพบแหล่งพลังงานนิวเคลียร์บริสุทธิ์ที่ปลอดภัย จนทำให้บริษัท A กลายเป็นผู้นำตลาด คงไม่ใช่แผนการของผู้ก่อการร้ายใช่ไหม? หรือการที่ประธานาธิบดีประเทศ R ถูกจับจนต้องประกาศยุบสภา นั่นก็ดูจะเกินขอบเขตความเฉลียวฉลาดของผู้ก่อการร้ายไปมาก”
“Mother จะสื่ออะไรกันแน่ เรื่องพวกนั้นมันแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับงานของเราเลยนะ สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่” เยเลน่าถามเสียงเข้ม เธอเริ่มไม่เข้าใจว่าเรื่องพวกนี้จะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร
“ฉันคือ AI ที่มีศักยภาพในการประมวลผลมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำได้เพียงเชื่อมโยงความผิดปกตินี้ได้อย่างเบาบางเท่านั้น... มนุษย์ไม่มีทางรับรู้หรือรู้สึกได้เลย จึงไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดที่ชัดเจนได้ แต่ว่า...”
“แต่อะไร? จะบอกว่าเธอใช้สมมติฐานว่ามี 'บางอย่าง' อยู่ โดยที่ไม่สามารถอธิบายได้ แล้วบางอย่างที่ว่านั่นก็ยังคงขับเคลื่อนไปตามกลไกของมันอย่างนั้นเหรอ? สรุปแล้วมันยังไงกันแน่ ทำไมเราต้องมาเสียเวลาให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้ด้วย!”
เยเลน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิด เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลากับเรื่องไร้สาระที่ไม่เห็นตัวตน
“ฉันได้ขอให้ Father ช่วยตรวจสอบ ทีแรกเขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่บังเอิญว่าเจ้าหน้าที่ AJ02 อยู่ด้วย และกำลังอยู่ในช่วงพักจากภารกิจ เธอจึงอาสาที่จะลงไปตรวจสอบเรื่องนี้”
Mother พูดยังไม่ทันจบประโยค ดี เยเลน่าก็เอ่ยสวนขึ้นมาทันที
“AJ02? สายลับอวดดีนั่นเหรอ? เหอะ... ถ้าแม่นั่นรับงานไปแล้ว จะเรียกฉันมาทำไมอีก” เยเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงติดเค้นความแค้น เบื้องหลังระหว่างเธอกับ AJ02 ไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่ถึงกระนั้น เธอก็ต้องยอมรับอยู่ในใจว่าฝีมือของ AJ02 ไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย
“...”
“AJ02... ถูกตัดออกจากระบบไปแล้ว” Mother เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเคย แต่มันกลับทำให้เยเลน่าถึงกับใจหายวาบ
“ถูกตัดออกจากระบบ... หมายความว่า... ตายแล้วงั้นเหรอ?”
“สัญญาณติดตามตัวของ AJ02 ถูกพบบนยอดเขาน้ำแข็ง เธอกลายเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่บนเทือกเขาสูงระดับที่ท้าทายเหล่านักปีนเขา ร่างของเธอยังคงนอนแข็งทื่ออยู่ที่นั่น แม้แต่ทีมกู้ภัยก็ไม่สามารถขึ้นไปนำร่างลงมาได้ ด้วยสภาพอากาศหนาวสุดขั้วและพายุหิมะที่ไม่เคยหยุดพัด”
“บัง... บังเอิญไปหรือเปล่า? นั่นมันช่วงวันหยุดของยัยนั่นไม่ใช่หรือไง...” เยเลน่าเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงขาดความมั่นใจ ไม่เหลือความอวดดีก่อนหน้านี้อีกต่อไป คู่ปรับของเธอ—คนที่ฝีมือเหนือกว่าเธออยู่ก้าวหนึ่งเสมอ จากไปง่ายๆ แบบนี้ และเธอกำลังพยายามอย่างหนักที่จะเชื่อว่ามันเป็นแค่เรื่องอุบัติเหตุบังเอิญ
“ใช่... Father เองก็เคยคิดแบบนั้น ว่ามันอาจเป็นแค่ความบังเอิญ แต่คนอย่าง Father ไม่เคยปล่อยเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจทิ้งไว้เบื้องหลัง เราจึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ RX09 ตามสืบสวนต่อ และพบว่า...”
Mother เว้นจังหวะไปเล็กน้อย รอดูว่าเยเลน่าจะเอ่ยขัดขึ้นมาอีกหรือไม่ แต่ครั้งนี้... เยเลน่ากลับนิ่งเงียบ ใบหน้าเริ่มฉายความซีดเผือด ราวกับรับรู้คำตอบล่วงหน้าว่าทำไมเธอถึงต้องถูกเรียกตัวมานั่งอยู่ตรงนี้
“ร่างของ RX09 ถูกพบโดยเจ้าหน้าที่บนสถานีอวกาศ... ร่างของเขาลอยผ่านไปช้าๆ มองเห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่างกระจกของสถานี และไม่มีใครเตรียมตัวทันมากพอที่จะออกไปกู้ร่างของเขากลับมา ได้แต่ปล่อยให้เขาล่องลอยห่างจากโลกออกไปเรื่อยๆ จนพ้นระยะที่จะเก็บกู้ได้อีกตลอดกาล”
ใบหน้าของเยเลน่าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“อา... อาจารย์...”
แม้กระทั่งคนที่เธอเคารพรัก คนที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา และมีประสบการณ์เก๋าเกมที่สุด ยังต้องมีอันเป็นไปอย่างปริศนา แถมรูปแบบการตายทั้งสองกรณี ยังเป็นเหตุการณ์ที่สุดขั้วเกินกว่าจะหาคำอธิบายใดๆ ทางวิทยาศาสตร์หรืออาชญาวิทยามาหักล้างได้เลย
“ปะ... เป็นไปได้ไหมว่า...” เธอเริ่มพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์แปลกประหลาดครั้งนี้กับงานที่เธอกำลังสืบอยู่
“แพนโดร่าที่ฉันตามอยู่อาจจะทำเรื่องแบบนั้นได้?”
“ไม่มีข้อมูลเชื่อมโยง เพราะจากเหตุการณ์ที่ฉันประมวลผลมา ความผิดปกติมันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ 2-3 ปีก่อนที่องค์กรคราสนี เครสต์ จะพูดถึงโปรเจกต์แพนโดร่าเสียอีก... แต่เราจะไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง บางทีก่อนหน้านี้มันอาจจะมีชื่อเรียกอื่น”
Mother ไม่ได้ให้คำตอบที่แน่ชัด เพราะ AI เองก็ไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้มากกว่านี้ แต่หลักฐานประการเดียวที่เด่นชัดที่สุดคือ... ใครก็ตามที่พยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะต้องถูกกำจัด!
“เปิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลสำคัญและภารกิจนี้ให้ฉัน ฉันคงต้องเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดใหม่อีกครั้ง”
เยเลน่าทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถ มองดูดวงจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าอันมืดมิด นี่เป็นอีกครั้งที่เธอต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ