ต้นกล้าผจญภัย (Drama) ตอนศิลปิน-ศิลปะ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 16.14 น.
7 ตอน
0 วิจารณ์
1,191 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 22.19 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
3) บทที่ 3
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไป...
การที่มิโซระต้องโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เริ่มถ่างระยะห่างระหว่างเธอกับไดซุเกะให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนความสัมพันธ์อันเคยอบอุ่นเริ่มห่างเหินอย่างน่าใจหาย
กระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ในสตูดิโอ มิโซระรู้สึกไม่สบายจนร่างกายเริ่มรับไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอลาป่วยเพื่อกลับไปพักผ่อนที่ห้อง—ซึ่งโดยปกติแล้ว วันนี้เป็นวันที่เธอจะต้องนอนค้างโต้รุ่งที่สตูดิโอ และเป็นวันที่ไดซุเกะรู้ดีว่าเธอจะไม่กลับบ้าน
มิโซระลากร่างกายอันอ่อนแรงมาจนถึงหน้าหอพัก สายตาพลันสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก อีกฝ่ายดูสวย สง่างาม มีภูมิฐานเหมือนนักศึกษาจากครอบครัวมีฐานะ ตอนแรกมิโซระก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่คิดว่าหญิงสาวคนนั้นอาจจะพักอยู่ห้องใกล้ๆ กัน ทว่าในใจลึกๆ กลับแอบตั้งคำถามเล่นๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้... 'ถ้าเกิดผู้หญิงคนนี้กำลังเดินไปหาไดซุเกะล่ะ จะเป็นยังไงนะ?'
ความคิดชั่ววูบนั้นกลายเป็นจริงอย่างตลกร้าย...
ร่างของมิโซระหยุดชะงักลงที่ปลายบันได เท้าทั้งสองข้างหนักอึ้งจนไม่กล้าก้าวขึ้นไปบนโถงทางเดิน เมื่อภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวคนนั้นใช้กุญแจไขเข้าไปในห้องพักของเธอ... ไม่สิ ห้องของไดซุเกะต่างหาก และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ไดซุเกะก็เดินออกมาต้อนรับ ทั้งคู่เข้าสวมกอดกันอย่างตระกองกอด และเดินหายลับเข้าไปในห้องด้วยกัน
มิโซระได้แต่นิ่งอึ้ง ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายชาไปทุกส่วน หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาโดยไร้เสียง... หัวใจพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เธอไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อ เธอไม่สามารถกลับเข้าไปในห้องนั้นเพื่อนอนพักผ่อนได้อีกแล้ว... ไม่มีทาง และไม่มีวันเด็ดขาด...
'เธอควรทำอย่างไรดี? ไดซุเกะเป็นฝ่ายผิดหรือเปล่า? แล้วตัวเธอมีสิทธิ์อะไรในตัวเขาบ้างไหม?'
คำถามมากมายตีกันวุ่นวายจนสับสนไปหมด ในเมื่อชีวิตเธอพึ่งพิงเขามาตลอด เธอจึงไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองมีสิทธิ์โกรธหรือเรียกร้องอะไรได้บ้าง... สุดท้าย มิโซระได้แต่พาเรือนร่างอันไร้วิญญาณและจิตใจที่แตกสลาย เดินเหม่อลอยกลับมายัง Studio Mebuki สถานที่เดียวบนโลกนี้ที่เหลืออยู่ให้เธอใช้ซุกหัวนอนในตอนนี้...
เธอกลับมาพร้อมกับพิษไข้ที่ขึ้นสูงหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว มิโซระจำต้องทิ้งตัวลงนอนในห้องพักของสตูดิโอ เธอจมลงสู่ความหลับใหลอย่างลึกซึ้งแทบไม่รู้สึกตัว ทว่าความกังวลในจิตใต้สำนึกกลับยังคงถาโถม ในห้วงฝัน เธอเห็นภาพของไดซุเกะ... เธอปรารถนาและโหยหาอยากให้เขากลับมา และในความฝันนั้น ไดซุเกะได้โอบกอดและร่วมรักกับเธอ มันเป็นความสุขและผ่อนคลายที่ช่วยชโลมหัวใจอันชอกช้ำ
ทว่าเมื่อมิโซระตื่นขึ้นมาในยามเย็น เธอกลับพบ เรนจิ ผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนหนุ่มผู้มีอุปนิสัยร่าเริงและเข้ากับทุกคนได้ดี กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียง ท่าทีของเขาเหมือนคนที่คอยดูแลเธอตลอดเวลาที่ไม่ได้สติ มิโซระมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
"พี่เรนจิ... พี่คอยดูแลหนูตอนไม่สบายเหรอคะ ขอบคุณมากเลยนะคะ" มิโซระส่งยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อนแต่เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
"ไม่เป็นไรหรอกครับ เราอยู่ทีมเดียวกันก็ต้องดูแลกันอยู่แล้ว" เขายิ้มตอบพร้อมยื่นแก้วให้ "ดื่มน้ำอุ่นหน่อยไหมครับ?"
มิโซระรับแก้วมาดื่ม ทว่าในวินาทีนั้นเอง เธอกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย... สัญชาตญาณบอกเธอชัดเจนว่าเรือนร่างนี้เพิ่งผ่านการถูกใช้งานมา มิโซระเบิ่งตากว้างด้วยความตระหนก สายตาจ้องมองเรนจิด้วยความหวาดหวั่น
"พี่เรนจิ... คือ... ตอนหนูหลับ มีใครเข้ามาในห้องไหมคะ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"ไม่มีหรอกครับ พี่อยู่กับมิโซระมาทั้งคืน" เขายิ้มรับ ทว่าเป็นร่องรอยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างน่าประหลาด "ทำไมเหรอครับ?"
"พี่... ทำอะไรตอนหนูหลับ?" ใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดลงทันตา
เรนจิเขยิบกายเข้ามาใกล้จนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว "พี่เห็นเรานอนฝันร้าย ละเมอเรียกแต่ชื่อแฟน... พี่ก็เลยช่วย 'ปลอบประโลม' เธอไงครับ"
มิโซระผงะถอยหลังด้วยความตกใจกลัว "ทำไมพี่ทำแบบนี้!?" เธอรีบสำรวจร่างกายตัวเอง และร่องรอยนั้นก็ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าเขาฉวยโอกาสล่วงละเมิดเธอขณะไร้สติ
"แต่เธอก็ดูมีความสุขดีนี่" เรนจิหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ในตอนที่มิโซระกำลังตกอยู่ในความสับสน ในคลิปนั้น ภาพของมิโซระดูเหมือนกำลังสมยอมและโหยหาเขาอย่างหนัก ทว่าแท้จริงแล้ว นั่นเป็นเพราะเธอเข้าใจผิดคิดว่าชายตรงหน้าคือไดซุเกะ
"ดูสิ เธอกอดพี่แน่นเลยนะ... โหยหาพี่ขนาดนี้เชียว" เขากระตุกยิ้มเหมือนหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ
มิโซระตกตะลึงจนแทบหมดสติอีกรอบ ความกลัวควบแน่นจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าภาพอันน่าอายของตนถูกบันทึกไว้หมดสิ้น
"ไม่ต้องตกใจไป พี่ไม่ส่งให้ใครหรอก... ถ้าเธอเป็นเด็กดีและเชื่อฟังพี่" เรนจิยื่นคำขาด น้ำเสียงเรียบเย็น ขณะมือยื่นเข้ามาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอโดยไม่สนใจอาการสั่นเทาของเด็กสาว
"อย่า..." มิโซระพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีดันตัวเขาออก แต่กลับไร้ผล
"อย่าขัดขืนเลยน่า ให้พี่ช่วยปลอบใจเธอดีกว่า... ยังไงซะเธอกับแฟนก็ดูเหมือนจะมีปัญหากันอยู่แล้วนี่? แล้วถ้าเธอปฏิเสธ... คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคลิปนี้" เรนจิทดน้ำหนักทับร่างของเธอลงกับเตียง แล้วเริ่มตักตักความสุขจากร่างกายเธอตามใจชอบ
มิโซระผู้ไร้ทางสู้และสับสนจนถึงขีดสุด ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลสาดกระจาย จำยอมตกเป็นเหยื่อของเขาอย่างขื่นขมและไร้ทางขัดขืน...
เมื่อเรนจิตักตวงความสุขจนพอใจ เขาก็จัดการแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มิโซระนอนหมดแรงอยู่บนเตียงด้วยพิษไข้และความบอบช้ำ ไม่นานหลังจากนั้น เด็กสาวตั้งสติและพยายามพยุงร่างกายอันสั่นเทาเดินออกจากห้องเพื่อไปยังห้องน้ำ ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมคือ...
บริเวณห้องทำงานด้านนอก ทั้งชินจิและอายาเมะกำลังนั่งทำงานกันอยู่
พวกเขานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่นี่เมื่อไหร่กัน...?
พวกเขารู้เห็นและได้ยินเสียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องหรือไม่? มิโซระเบิ่งตากว้างด้วยความหวาดหวั่น สายตามองตรงไปยังชินจิ แต่ชายหนุ่มกลับนั่งทำงานต่อโดยไม่แสดงอาการสนใจสิ่งใด ทว่าเมื่อเธอหันไปมองอายาเมะ วินาทีที่สายตาสบกัน อายาเมะกลับรีบหลบตาทันที พลางก้มหน้าทำงานด้วยท่าทีลนลานจนเห็นได้ชัดว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ความเงียบอันชวนอึดอัดนั้นตอกย้ำความจริงที่ชัดเจน... พวกเขารู้ทุกอย่าง แต่เลือกที่จะเมินเฉยและปฏิบัติตามราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสถานที่แห่งนี้
มิโซระทำได้เพียงก้าวขาอันอ่อนแรงไปยังห้องน้ำ ชำระล้างร่างกาย และพาตัวเองกลับมานอนพักฟื้นบนเตียงตามเดิม เธอไม่มีที่ให้หนีไป ไม่สามารถกลับบ้านได้ และไร้ซึ่งทางเลือกใดๆ ในชีวิต ณ ช่วงเวลานี้
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปอีกวัน จนถึงวันที่มิโซระต้องกลับบ้านตามปกติ ตลอดเวลาที่อยู่ในสตูดิโอ บรรยากาศรอบตัวกลับราบเรียบไร้ร่องรอยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกคนทำตัวเป็นปกติอย่างน่ากลัว จนทำให้เธอเริ่มกังขาว่าเรื่องเลวร้ายก่อนหน้านี้เป็นเพียงฝันร้ายไปเองหรือไม่
มิโซระตัดสินใจเดินทางกลับห้องพักด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม... มันควรจะปกติ เธอไม่ควรต้องรับรู้เรื่องผู้หญิงแปลกหน้าที่เคยเห็นก่อนหน้านี้
นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรงซึ่งเป็นเวลาปกติที่เธอกลับถึงห้อง เด็กสาวยืนลังเลอยู่หน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นเคาะ ความกลัวเข้ากัดกินจิตใจ ทั้งเรื่องของเขา และเรื่องเลวร้ายของตัวเธอเอง ทว่าเธอไม่อาจยืนอยู่ตรงนี้ได้ตลอดทั้งคืน มือบางจึงจำต้องเคาะลงบนแผ่นไม้เบาๆ
เสียงลูกบิดหมุนเปิดออก... ไดซุเกะส่งยิ้มต้อนรับเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง
"มิโซระ กลับมาแล้วเหรอ? เหนื่อยไหม?" เขาทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องไป
มิโซระจ้องมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ... กลัวว่าเขาจะเดินจากเธอไปตลอดกาล เธอจึงรีบก้าวตามเข้าไปและสวมกอดเขาจากทางด้านหลังแน่น
"พี่ไดซุเกะ... รักหนูไหม?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ซุกใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขา
ไดซุเกะนิ่งเงียบไป... เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นตรงๆ มือหนาค่อยๆ แกะมือของเธอออกจากเอวอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
"เป็นอะไรไปหรือเปล่า? ฮ่าๆ วันนี้อ้อนจังเลยนะ" เขายิ้มตอบ รอยยิ้มเดิมๆ ที่เธอเคยคุ้นเคย ทว่าบัดนี้มิโซระกลับสัมผัสได้ถึงระยะห่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"หนูคิดถึงพี่นะคะ... คืนนี้ทำได้ไหม?" มิโซระพยายามเอ่ยชวน หวังให้สายตาของเขากลับมามองที่เธอเพียงคนเดียว และหวังให้สัมผัสของเขาช่วยลบล้างความรดเร้าอันน่ารังเกียจจากการถูกล่วงละเมิดออกไปจากร่างกาย
ทว่าไดซุเกะกลับปฏิเสธ
"พี่ว่าวันนี้เหนื่อยมากแล้วทั้งคู่ มิโซระพักผ่อนเถอะนะครับ ไว้คราวหลังได้ไหม... สัญญาเลย"
พูดจบ ไดซุเกะก็เดินตรงเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ทิ้งให้มิโซระยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ขณะที่หัวใจของเธอค่อยๆ พังทลายลงอย่างช้าๆ...
การที่มิโซระต้องโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เริ่มถ่างระยะห่างระหว่างเธอกับไดซุเกะให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนความสัมพันธ์อันเคยอบอุ่นเริ่มห่างเหินอย่างน่าใจหาย
กระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ในสตูดิโอ มิโซระรู้สึกไม่สบายจนร่างกายเริ่มรับไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอลาป่วยเพื่อกลับไปพักผ่อนที่ห้อง—ซึ่งโดยปกติแล้ว วันนี้เป็นวันที่เธอจะต้องนอนค้างโต้รุ่งที่สตูดิโอ และเป็นวันที่ไดซุเกะรู้ดีว่าเธอจะไม่กลับบ้าน
มิโซระลากร่างกายอันอ่อนแรงมาจนถึงหน้าหอพัก สายตาพลันสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก อีกฝ่ายดูสวย สง่างาม มีภูมิฐานเหมือนนักศึกษาจากครอบครัวมีฐานะ ตอนแรกมิโซระก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่คิดว่าหญิงสาวคนนั้นอาจจะพักอยู่ห้องใกล้ๆ กัน ทว่าในใจลึกๆ กลับแอบตั้งคำถามเล่นๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้... 'ถ้าเกิดผู้หญิงคนนี้กำลังเดินไปหาไดซุเกะล่ะ จะเป็นยังไงนะ?'
ความคิดชั่ววูบนั้นกลายเป็นจริงอย่างตลกร้าย...
ร่างของมิโซระหยุดชะงักลงที่ปลายบันได เท้าทั้งสองข้างหนักอึ้งจนไม่กล้าก้าวขึ้นไปบนโถงทางเดิน เมื่อภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวคนนั้นใช้กุญแจไขเข้าไปในห้องพักของเธอ... ไม่สิ ห้องของไดซุเกะต่างหาก และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ไดซุเกะก็เดินออกมาต้อนรับ ทั้งคู่เข้าสวมกอดกันอย่างตระกองกอด และเดินหายลับเข้าไปในห้องด้วยกัน
มิโซระได้แต่นิ่งอึ้ง ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายชาไปทุกส่วน หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาโดยไร้เสียง... หัวใจพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เธอไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อ เธอไม่สามารถกลับเข้าไปในห้องนั้นเพื่อนอนพักผ่อนได้อีกแล้ว... ไม่มีทาง และไม่มีวันเด็ดขาด...
'เธอควรทำอย่างไรดี? ไดซุเกะเป็นฝ่ายผิดหรือเปล่า? แล้วตัวเธอมีสิทธิ์อะไรในตัวเขาบ้างไหม?'
คำถามมากมายตีกันวุ่นวายจนสับสนไปหมด ในเมื่อชีวิตเธอพึ่งพิงเขามาตลอด เธอจึงไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองมีสิทธิ์โกรธหรือเรียกร้องอะไรได้บ้าง... สุดท้าย มิโซระได้แต่พาเรือนร่างอันไร้วิญญาณและจิตใจที่แตกสลาย เดินเหม่อลอยกลับมายัง Studio Mebuki สถานที่เดียวบนโลกนี้ที่เหลืออยู่ให้เธอใช้ซุกหัวนอนในตอนนี้...
เธอกลับมาพร้อมกับพิษไข้ที่ขึ้นสูงหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว มิโซระจำต้องทิ้งตัวลงนอนในห้องพักของสตูดิโอ เธอจมลงสู่ความหลับใหลอย่างลึกซึ้งแทบไม่รู้สึกตัว ทว่าความกังวลในจิตใต้สำนึกกลับยังคงถาโถม ในห้วงฝัน เธอเห็นภาพของไดซุเกะ... เธอปรารถนาและโหยหาอยากให้เขากลับมา และในความฝันนั้น ไดซุเกะได้โอบกอดและร่วมรักกับเธอ มันเป็นความสุขและผ่อนคลายที่ช่วยชโลมหัวใจอันชอกช้ำ
ทว่าเมื่อมิโซระตื่นขึ้นมาในยามเย็น เธอกลับพบ เรนจิ ผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนหนุ่มผู้มีอุปนิสัยร่าเริงและเข้ากับทุกคนได้ดี กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียง ท่าทีของเขาเหมือนคนที่คอยดูแลเธอตลอดเวลาที่ไม่ได้สติ มิโซระมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
"พี่เรนจิ... พี่คอยดูแลหนูตอนไม่สบายเหรอคะ ขอบคุณมากเลยนะคะ" มิโซระส่งยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อนแต่เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
"ไม่เป็นไรหรอกครับ เราอยู่ทีมเดียวกันก็ต้องดูแลกันอยู่แล้ว" เขายิ้มตอบพร้อมยื่นแก้วให้ "ดื่มน้ำอุ่นหน่อยไหมครับ?"
มิโซระรับแก้วมาดื่ม ทว่าในวินาทีนั้นเอง เธอกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย... สัญชาตญาณบอกเธอชัดเจนว่าเรือนร่างนี้เพิ่งผ่านการถูกใช้งานมา มิโซระเบิ่งตากว้างด้วยความตระหนก สายตาจ้องมองเรนจิด้วยความหวาดหวั่น
"พี่เรนจิ... คือ... ตอนหนูหลับ มีใครเข้ามาในห้องไหมคะ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"ไม่มีหรอกครับ พี่อยู่กับมิโซระมาทั้งคืน" เขายิ้มรับ ทว่าเป็นร่องรอยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างน่าประหลาด "ทำไมเหรอครับ?"
"พี่... ทำอะไรตอนหนูหลับ?" ใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดลงทันตา
เรนจิเขยิบกายเข้ามาใกล้จนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว "พี่เห็นเรานอนฝันร้าย ละเมอเรียกแต่ชื่อแฟน... พี่ก็เลยช่วย 'ปลอบประโลม' เธอไงครับ"
มิโซระผงะถอยหลังด้วยความตกใจกลัว "ทำไมพี่ทำแบบนี้!?" เธอรีบสำรวจร่างกายตัวเอง และร่องรอยนั้นก็ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าเขาฉวยโอกาสล่วงละเมิดเธอขณะไร้สติ
"แต่เธอก็ดูมีความสุขดีนี่" เรนจิหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ในตอนที่มิโซระกำลังตกอยู่ในความสับสน ในคลิปนั้น ภาพของมิโซระดูเหมือนกำลังสมยอมและโหยหาเขาอย่างหนัก ทว่าแท้จริงแล้ว นั่นเป็นเพราะเธอเข้าใจผิดคิดว่าชายตรงหน้าคือไดซุเกะ
"ดูสิ เธอกอดพี่แน่นเลยนะ... โหยหาพี่ขนาดนี้เชียว" เขากระตุกยิ้มเหมือนหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ
มิโซระตกตะลึงจนแทบหมดสติอีกรอบ ความกลัวควบแน่นจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าภาพอันน่าอายของตนถูกบันทึกไว้หมดสิ้น
"ไม่ต้องตกใจไป พี่ไม่ส่งให้ใครหรอก... ถ้าเธอเป็นเด็กดีและเชื่อฟังพี่" เรนจิยื่นคำขาด น้ำเสียงเรียบเย็น ขณะมือยื่นเข้ามาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอโดยไม่สนใจอาการสั่นเทาของเด็กสาว
"อย่า..." มิโซระพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีดันตัวเขาออก แต่กลับไร้ผล
"อย่าขัดขืนเลยน่า ให้พี่ช่วยปลอบใจเธอดีกว่า... ยังไงซะเธอกับแฟนก็ดูเหมือนจะมีปัญหากันอยู่แล้วนี่? แล้วถ้าเธอปฏิเสธ... คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคลิปนี้" เรนจิทดน้ำหนักทับร่างของเธอลงกับเตียง แล้วเริ่มตักตักความสุขจากร่างกายเธอตามใจชอบ
มิโซระผู้ไร้ทางสู้และสับสนจนถึงขีดสุด ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลสาดกระจาย จำยอมตกเป็นเหยื่อของเขาอย่างขื่นขมและไร้ทางขัดขืน...
เมื่อเรนจิตักตวงความสุขจนพอใจ เขาก็จัดการแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มิโซระนอนหมดแรงอยู่บนเตียงด้วยพิษไข้และความบอบช้ำ ไม่นานหลังจากนั้น เด็กสาวตั้งสติและพยายามพยุงร่างกายอันสั่นเทาเดินออกจากห้องเพื่อไปยังห้องน้ำ ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมคือ...
บริเวณห้องทำงานด้านนอก ทั้งชินจิและอายาเมะกำลังนั่งทำงานกันอยู่
พวกเขานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่นี่เมื่อไหร่กัน...?
พวกเขารู้เห็นและได้ยินเสียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องหรือไม่? มิโซระเบิ่งตากว้างด้วยความหวาดหวั่น สายตามองตรงไปยังชินจิ แต่ชายหนุ่มกลับนั่งทำงานต่อโดยไม่แสดงอาการสนใจสิ่งใด ทว่าเมื่อเธอหันไปมองอายาเมะ วินาทีที่สายตาสบกัน อายาเมะกลับรีบหลบตาทันที พลางก้มหน้าทำงานด้วยท่าทีลนลานจนเห็นได้ชัดว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ความเงียบอันชวนอึดอัดนั้นตอกย้ำความจริงที่ชัดเจน... พวกเขารู้ทุกอย่าง แต่เลือกที่จะเมินเฉยและปฏิบัติตามราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสถานที่แห่งนี้
มิโซระทำได้เพียงก้าวขาอันอ่อนแรงไปยังห้องน้ำ ชำระล้างร่างกาย และพาตัวเองกลับมานอนพักฟื้นบนเตียงตามเดิม เธอไม่มีที่ให้หนีไป ไม่สามารถกลับบ้านได้ และไร้ซึ่งทางเลือกใดๆ ในชีวิต ณ ช่วงเวลานี้
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปอีกวัน จนถึงวันที่มิโซระต้องกลับบ้านตามปกติ ตลอดเวลาที่อยู่ในสตูดิโอ บรรยากาศรอบตัวกลับราบเรียบไร้ร่องรอยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกคนทำตัวเป็นปกติอย่างน่ากลัว จนทำให้เธอเริ่มกังขาว่าเรื่องเลวร้ายก่อนหน้านี้เป็นเพียงฝันร้ายไปเองหรือไม่
มิโซระตัดสินใจเดินทางกลับห้องพักด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม... มันควรจะปกติ เธอไม่ควรต้องรับรู้เรื่องผู้หญิงแปลกหน้าที่เคยเห็นก่อนหน้านี้
นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรงซึ่งเป็นเวลาปกติที่เธอกลับถึงห้อง เด็กสาวยืนลังเลอยู่หน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นเคาะ ความกลัวเข้ากัดกินจิตใจ ทั้งเรื่องของเขา และเรื่องเลวร้ายของตัวเธอเอง ทว่าเธอไม่อาจยืนอยู่ตรงนี้ได้ตลอดทั้งคืน มือบางจึงจำต้องเคาะลงบนแผ่นไม้เบาๆ
เสียงลูกบิดหมุนเปิดออก... ไดซุเกะส่งยิ้มต้อนรับเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง
"มิโซระ กลับมาแล้วเหรอ? เหนื่อยไหม?" เขาทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องไป
มิโซระจ้องมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ... กลัวว่าเขาจะเดินจากเธอไปตลอดกาล เธอจึงรีบก้าวตามเข้าไปและสวมกอดเขาจากทางด้านหลังแน่น
"พี่ไดซุเกะ... รักหนูไหม?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ซุกใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขา
ไดซุเกะนิ่งเงียบไป... เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นตรงๆ มือหนาค่อยๆ แกะมือของเธอออกจากเอวอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
"เป็นอะไรไปหรือเปล่า? ฮ่าๆ วันนี้อ้อนจังเลยนะ" เขายิ้มตอบ รอยยิ้มเดิมๆ ที่เธอเคยคุ้นเคย ทว่าบัดนี้มิโซระกลับสัมผัสได้ถึงระยะห่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"หนูคิดถึงพี่นะคะ... คืนนี้ทำได้ไหม?" มิโซระพยายามเอ่ยชวน หวังให้สายตาของเขากลับมามองที่เธอเพียงคนเดียว และหวังให้สัมผัสของเขาช่วยลบล้างความรดเร้าอันน่ารังเกียจจากการถูกล่วงละเมิดออกไปจากร่างกาย
ทว่าไดซุเกะกลับปฏิเสธ
"พี่ว่าวันนี้เหนื่อยมากแล้วทั้งคู่ มิโซระพักผ่อนเถอะนะครับ ไว้คราวหลังได้ไหม... สัญญาเลย"
พูดจบ ไดซุเกะก็เดินตรงเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ทิ้งให้มิโซระยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ขณะที่หัวใจของเธอค่อยๆ พังทลายลงอย่างช้าๆ...
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ