ต้นกล้าผจญภัย (Drama) ตอนศิลปิน-ศิลปะ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 16.14 น.
แก้ไขเมื่อ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 22.19 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
4) บทที่ 4
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความนับตั้งแต่วันนั้น ไดซุเกะยิ่งแสดงออกอย่างชัดเจน เขาเอ่ยถามเธอเสมอว่าจะไปค้างที่สตูดิโอกี่วันในทุกครั้งที่เธอเตรียมตัวออกไปทำงาน น้ำเสียงนั้นกดดันจนมิโซระจำต้องเอ่ยคำตอบที่เขาพอใจที่สุด... เธอต้องไปนอนค้างที่สตูดิโออย่างน้อยสี่วันต่อสัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ไดซุเกะพาหญิงสาวคนอื่นมาใช้ชีวิตในห้องพักของเขาได้อย่างเต็มที่
นั่นไม่ต่างจากการผลักมิโซระกลับเข้าสู่ขุมนรกอย่างขื่นขม เพราะช่วงเวลาที่ต้องอยู่สตูดิโอ ไม่ได้มีเพียงแค่เรนจิอีกต่อไปแล้ว... ชินจิและอาจารย์ทาคาชิโระต่างก้าวเข้ามาร่วมล่วงละเมิดเธอด้วย และในที่สุดมิโซระก็ได้รับรู้ความจริงอันโหดร้ายว่า อายาเมะก็ถูกกระทำทรมานเช่นนี้มาโดยตลอด พวกเขาใช้วิธีถ่ายคลิปวิดีโอแบล็กเมลไว้ เพื่อบีบบังคับไม่ให้พวกเธอมีโอกาสเอ่ยปากบอกใคร
วันหนึ่ง มิโซระเดินกลับบ้านท่ามกลางความมืดมิดในยามดึก ร่างกายและจิตใจเหม่อลอยจนแทบสิ้นสติ ทั้งจากภาระงานหนักหน่วง และบาดแผลอันไร้ทางออกที่ไม่อาจปริปากเอื้อนเอ่ย และกว่าเธอจะทันสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนขวางเส้นทางอยู่ข้างหน้า... ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มสามคนก้าวเข้ามาล้อมตัวเธอไว้ ในมือถือมีดสั้นชี้ตรงมาที่เรือนร่างสั่นเทา พวกเขาแสดงเจตนาคุกคามอย่างเด่นชัด
"ส่งกระเป๋ามา!!" ชายคนหนึ่งเอ่ยขู่ด้วยน้ำเสียงต่ำกดต่ำ แต่หนักแน่นชัดเจน
มิโซระมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าและหมดอาลัยในชีวิต... ชีวิตเธอเจ็บปวดจนไม่มีอะไรจะโชคร้ายไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว เด็กสาวยื่นกระเป๋าให้กลุ่มโจรแต่โดยดีโดยไร้ซึ่งความยี่หระ
ทว่าโจรอีกคนกลับถลาเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขน พยายามฉุดกระชากร่างบางให้เดินตามไป
"ง่ายดีนี่หว่า... ไปหาความสนุกกันหน่อยเป็นไงน้องสาว?"
ขณะที่เธอถูกลากถูลู่กังเกออยู่นั้น เสียงหนึ่งก็แผดดังขึ้นลั่นซอย
"เฮ้!! หยุดนะ! ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!!"
เสียงนั้นกังวานและก้องกังวานมากพอที่จะปลุกความสนใจของผู้คนที่อยู่ไกลออกไป รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ให้เริ่มเปิดประตูและออกมาด้อมมองด้วยความตกใจ
"ช่วยด้วย!! มีโจรฉุดผู้หญิง!!"
มิโซระเพ่งสายตาผ่านความมืด มองเห็นร่างของชายคนหนึ่ง สภาพมอมแมมเหมือนคนไร้บ้าน แต่เขากลับยืนตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างไม่กลัวเกรง จนกลุ่มโจรตกใจและรีบโกยอ้าววิ่งหนีหายไปในความมืดทันที...
หลังกลุ่มโจรวิ่งหนีเตลิดไป ชายวัยกลางคนก็หันหลังเตรียมเดินจากไป ทว่ามิโซระกลับรีบวิ่งตามและส่งเสียงเรียกเขาไว้ หัวใจเริ่มเต้นระทึกขณะที่สติสัมปชัญญะเริ่มแจ่มชัดขึ้น
"เดี๋ยวก่อน!! รอก่อนค่ะ!"
เธอร้องเรียกด้วยความสับสนและหวาดกลัว... กลัวว่าเขาจะหายไปในความมืด เด็กสาวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใด ชายที่มีรูปลักษณ์น่ารังเกียจตรงหน้านี้กลับเป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ผิดกับผู้คนที่แต่งกายดี หน้าตายิ้มแย้ม ทว่ากลับคอยแต่จะทำร้ายและเหยียบย่ำเธอ
"ฉันอยากขอบคุณ... คุณ... เอ่อ ขอบคุณนะคะ คุณ... ชื่ออะไรเหรอคะ?" มิโซระยืนหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อวิ่งตามมาทันจุดที่เขาหยุดเดิน
ชายไร้บ้านหันกลับมามองเธอด้วยสายตาฉงน "ไม่เป็นไรหรอกเรื่องนั้น... แล้วนี่เธอถามชื่อฉันเหรอ? อยากเรียกว่าอะไรก็เรียกตามใจเถอะ"
"...คุณไม่มีชื่อเหรอคะ? ...เรียกลุงดีไหม?" เธอยิ้มออกมาบางๆ
"เรียกลุง? ไม่เอาล่ะ ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย... เอาเป็นว่าฉันชื่อต้นกล้า"
"ลุงต้นกล้า! ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้" เธอโค้งคำนับให้เขาอย่างจริงจัง
"นี่... เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ?" ต้นกล้าเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วสงสัย
"จำ? ลุงต้นกล้า... เราเคยเจอกันด้วยเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามอย่างงุนงง
"ลองดูดีๆ สิ มองฉัน... บางทีเธออาจจะนึกออก" เขาใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเอง ทั้งชุดเสื้อผ้าตัวใหญ่ขาดวิ่นที่มอมแมมและใช้คลุมกันแดดกันหนาว
มิโซระเพ่งมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะประกายวาบเหมือนนึกอะไรออก "อ๋อ!! ลุงขอทานที่ชอบอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อใช่ไหมคะ!"
"ปิ๊งป่อง! ถูกต้องนะคร้าบบบ... เธอก็มักจะแบ่งอาหารกับขนมให้ฉันบ่อยๆ จำได้แล้วใช่ไหมล่ะ? ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ" เขามองมิโซระอีกครั้งด้วยสายตาอบอุ่น "ปลอดภัยแล้ว ก็เดินกลับบ้านดีๆ ละกัน"
พูดจบ ต้นกล้าก็หันหลังเดินกลับไปยังทิศทางที่พักของเขา—สถานที่ซึ่งมิโซระก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคือที่แห่งใด
มิโซระยืนมองแผ่นหลังนั้นจนกระทั่งร่างของเขาเลื่อนหายไปในความมืดมิด ก่อนที่เธอจะลากสังขารกลับมาถึงห้องพักได้อย่างปลอดภัย
เมื่อมาถึงห้อง มิโซระพยายามจะเล่าเรื่องราวแสนหวาดเสี้ยวที่เธอโดนโจรดักจี้ให้ไดซุเกะฟัง ทว่ากลับถูกเขาตัดบทด้วยท่าทีรำคาญและอ้างความเหนื่อยล้า เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลารับฟังเธอแม้แต่น้อย ทำให้นิโซระจำต้องเก็บกดเรื่องราวทั้งหมดไว้ในใจ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่ถูกซักจนสะอาด
กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมสดชื่นโชยเตะจมูก ผ้าปูเตียงจะถูกซักใหม่ทุกครั้งในวันที่เธอกลับมา... แม้ในใจจะเจ็บปวดและรู้ดีถึงเหตุผลที่มันถูกซัก แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบไว้ เพราะรับรู้แล้วว่าเขาไม่คิดจะฟังเสียงของเธออีกต่อไป...
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ