ต้นกล้าผจญภัย (Drama) ตอนศิลปิน-ศิลปะ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 16.14 น.
7 ตอน
0 วิจารณ์
1,195 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 22.19 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
2) บทที่ 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ เมื่อมิโซระและไดซุเกะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง ทั้งคู่ตัดสินใจเช่าห้องพักขนาดเล็กเรียบง่ายใกล้มหาวิทยาลัย ในช่วงแรก ชีวิตหมุนเวียนไปอย่างสงบสุข ไดซุเกะออกไปเรียนตามปกติ ส่วนมิโซระรับหน้าที่ดูแลห้องพัก คอยทำอาหาร ทำความสะอาด และจัดการงานบ้านทุกอย่างอย่างเต็มใจในฐานะคนหลังบ้าน
กระทั่งวันที่จุดเปลี่ยนชีวิตของเธอมาถึง... ไดซุเกะกลับมาบ้านพร้อมกับใบปลิวรับสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูน ซึ่งสำนักงานแห่งนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของพวกเขานัก
“มิโซระ ดูนี่สิ... ฉันเจอใบประกาศรับสมัครผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนมา ตอนเด็กๆ ฉันจำได้ว่าเธอเคยวาดรูปเก่งมากจนชนะการประกวดเลยไม่ใช่เหรอ? สนใจลองดูไหม?” ไดซุเกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นขณะยื่นแผ่นกระดาษให้เธอ
“ตะ... แต่ว่า... ฉันไม่ได้จับพู่กันวาดรูปมาหลายปีแล้วนะ... แถมฉันก็ไม่เคยลายเส้นการ์ตูนด้วย ฉันเคยแค่วาดภาพวิว ภาพทั่วไป...” มิโซระตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ เธอรับใบปลิวมาถือไว้อย่างลังเล แต่สายตากลับกวาดอ่านรายละเอียดทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ
“ลองไปสมัครดูก่อน ไม่เสียหายหรอกนะ... ฉันแค่เป็นห่วง กลัวเธออุดอู้อยู่แต่ในห้องแล้วจะเหงาเอา ถ้ามีงานที่เธอชอบและพอจะทำได้ ก็ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดูนะ” ไดซุเกะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยนเพื่อเติมกำลังใจ
ความอบอุ่นและความหวังดีอันบริสุทธิ์ของเขา ทำให้มิโซระไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เด็กสาวพยักหน้ารับเบาๆ พลางกอดเขากลับแน่นขึ้น ในใจตระหนักว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้เคียงข้างชายผู้เป็นทั้งคนที่รักและคนที่ปรารถนาดีกับเธอจากใจจริง
“ค่ะ... ฉันจะลองไปติดต่อดู ถ้าเขาไม่รับ อย่าเพิ่งโกรธกันนะคะ” เธอตอบกลับพร้อมยิ้มบางๆ แววตาเริ่มปรากฏประกายความหวังเล็กๆ ที่เหือดหายไปนาน
ไม่นานหลังจากนั้น ในช่วงเวลาว่าง เธอก็ดำเนินเรื่องเดินทางไปยัง Studio Mebuki สถานที่เปิดรับสมัครผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนตามที่ระบุในใบปลิว สิ่งที่เธอเตรียมติดตัวไปมีเพียงเอกสารประวัติส่วนตัวฉบับย่อ และผลงานภาพวาดตัวอย่างอีกเพียง 3 แผ่นเท่านั้น
อาจารย์ ทาคาชิโระ เจ้าของสตูดิโอ นั่งกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาพิเคราะห์มองภาพวาดในมือ สลับกับใบหน้าของมิโซระอยู่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“งานก็พอใช้ได้ มีความคิดสร้างสรรค์ดี... แต่เทคนิคยังต้องพัฒนาอีกมาก”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ...” มิโซระก้มหน้าลงนอบน้อม ไม่ได้เอ่ยแก้ตัวใดๆ ในใจรู้ดีว่านับตั้งแต่ชีวิตพลิกผันตอนอายุ 8 ขวบ จนกระทั่งเติบโตมาถึงอายุ 18 ปี เธอแทบไม่มีโอกาสได้จับพู่กันหรือฝึกฝนการวาดภาพเลยแม้แต่น้อย
“วาดรูปให้ดูหน่อย วาดมันตรงนี้เลย... ฉันอยากรู้ว่ารูปพวกนี้เธอเป็นคนวาดมันจริงๆ หรือเปล่า” ทาคาชิโระดันกระดาษเปล่าและดินสอไม้ไปตรงหน้าเด็กสาว
“ได้ค่ะ” มิโซระรับอุปกรณ์มา แล้วเริ่มจรดปลายดินสอลงบนกระดาษด้วยความคล่องแคล่ว ท่าทีเงียบขรึมและจดจ่อ เพียงไม่นาน ภาพร่างทิวทัศน์ผืนป่าอันมีมิติและงดงามก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
“ดี... รู้จักบริหารเวลา และสื่ออารมณ์ภาพได้ชัดเจน แต่จำไว้นะ ที่นี่ไม่ต้องการความคิดสร้างสรรค์อะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอต้องทำคือทำตามคำสั่ง... แค่นั้น ทำได้ไหม?” ทาคาชิโระพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาเย็นชาจนยากจะคาดเดาความคิด แต่คำถามนั้นก็ชัดเจนพอว่า หากเธอยอมรับเงื่อนไขนี้ โอกาสได้งานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
“ได้ค่ะ! ฉันอยากเรียนรู้ ให้ทำอะไรฉันก็ยอมทำได้หมดค่ะ” มิโซระเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หัวใจพองโตเมื่อเริ่มมองเห็นแสงสว่างของโอกาส
ทว่า... ในขณะเดียวกัน คำประโยคที่ว่า 'ให้ทำอะไรก็ยอมทำได้หมด' ของเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา กลับทำให้ทาคาชิโระกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย...
เย็นวันนั้น มิโซระกลับมาทำอาหารเย็นที่ห้องพักด้วยหัวใจที่พองโตและความเบิกบานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอได้งานทำแล้ว... แม้ Studio Mebuki จะรับเธอเข้าทำงานในฐานะผู้ช่วยฝึกหัดที่อยู่ในช่วงทดลองงาน แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เด็กสาวที่เคยสิ้นหวังมองเห็นแสงสว่างในชีวิต
เมื่อไดซุเกะกลับมาและได้ฟังข่าวดี เขาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยรอยยิ้ม ทำให้เย็นวันนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำและอบอุ่นที่สุดของคนทั้งสอง... ทว่า หารู้ไม่ว่า ห้วงเวลาแห่งความสุขดั่งฝันนั้น กำลังจะเลือนหายไปในเวลาอันสั้น
มิโซระ—เด็กสาวที่เติบโตมาในชนบทอันสงบเงียบ ไม่เคยรับรู้ถึงความสุ่มเสี่ยงและการแข่งขันอันดุเดือดของการทำงานในเมืองใหญ่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความกดดัน ความเครียด และวัฒนธรรมองค์กรอันชวนอึดอัดที่พร้อมจะกัดกินผู้คนที่อ่อนแอ
ในช่วงแรก มิโซระพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงาน เธอคอยยื่นมือเข้าช่วยงานผู้ช่วยรุ่นพี่ทุกคนด้วยความนอบน้อม
ชินจิ: ผู้ช่วยรุ่นพี่ที่ทำงานมานาน เขาเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา แต่เวลาทำงานกลับจริงจังและเจ้าระเบียบจนน่ากลัว
เรนจิ: ผู้ช่วยหนุ่มท่าทางร่าเริง เข้ากับคนง่าย มักคอยเทคโอเวอร์และสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ทุกคน
อายาเมะ: ผู้ช่วยสาวขี้เกรงใจที่ดูขาดความมั่นใจในตัวเอง ทำงานประคองตัวไปวันๆ และแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ ในสำนักงาน
ทว่า เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายเดือน มรสุมแห่งความจริงก็เริ่มโถมเข้าใส่... มิโซระเริ่มถูกโยนงานหนักใส่รุกรานเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์ เธอจึงทำงานผิดพลาดมากกว่าคนอื่น จนกลายเป็นเป้าหมายในการถูกเรียกไปด่าทอและระบายอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง
ภาระงานหนักหนาขึ้นจนถึงจุดที่ในหนึ่งสัปดาห์ เธอมีโอกาสได้กลับไปนอนที่ห้องพักกับไดซุเกะเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือ เด็กสาวต้องโหมงานลากยาวจนโต้รุ่ง และจำใจต้องนอนฟุบหลับอยู่ภายใน Studio Mebuki อันแสนหม่นหมองนั้น...
กระทั่งวันที่จุดเปลี่ยนชีวิตของเธอมาถึง... ไดซุเกะกลับมาบ้านพร้อมกับใบปลิวรับสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูน ซึ่งสำนักงานแห่งนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของพวกเขานัก
“มิโซระ ดูนี่สิ... ฉันเจอใบประกาศรับสมัครผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนมา ตอนเด็กๆ ฉันจำได้ว่าเธอเคยวาดรูปเก่งมากจนชนะการประกวดเลยไม่ใช่เหรอ? สนใจลองดูไหม?” ไดซุเกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นขณะยื่นแผ่นกระดาษให้เธอ
“ตะ... แต่ว่า... ฉันไม่ได้จับพู่กันวาดรูปมาหลายปีแล้วนะ... แถมฉันก็ไม่เคยลายเส้นการ์ตูนด้วย ฉันเคยแค่วาดภาพวิว ภาพทั่วไป...” มิโซระตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ เธอรับใบปลิวมาถือไว้อย่างลังเล แต่สายตากลับกวาดอ่านรายละเอียดทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ
“ลองไปสมัครดูก่อน ไม่เสียหายหรอกนะ... ฉันแค่เป็นห่วง กลัวเธออุดอู้อยู่แต่ในห้องแล้วจะเหงาเอา ถ้ามีงานที่เธอชอบและพอจะทำได้ ก็ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดูนะ” ไดซุเกะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยนเพื่อเติมกำลังใจ
ความอบอุ่นและความหวังดีอันบริสุทธิ์ของเขา ทำให้มิโซระไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เด็กสาวพยักหน้ารับเบาๆ พลางกอดเขากลับแน่นขึ้น ในใจตระหนักว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้เคียงข้างชายผู้เป็นทั้งคนที่รักและคนที่ปรารถนาดีกับเธอจากใจจริง
“ค่ะ... ฉันจะลองไปติดต่อดู ถ้าเขาไม่รับ อย่าเพิ่งโกรธกันนะคะ” เธอตอบกลับพร้อมยิ้มบางๆ แววตาเริ่มปรากฏประกายความหวังเล็กๆ ที่เหือดหายไปนาน
ไม่นานหลังจากนั้น ในช่วงเวลาว่าง เธอก็ดำเนินเรื่องเดินทางไปยัง Studio Mebuki สถานที่เปิดรับสมัครผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนตามที่ระบุในใบปลิว สิ่งที่เธอเตรียมติดตัวไปมีเพียงเอกสารประวัติส่วนตัวฉบับย่อ และผลงานภาพวาดตัวอย่างอีกเพียง 3 แผ่นเท่านั้น
อาจารย์ ทาคาชิโระ เจ้าของสตูดิโอ นั่งกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาพิเคราะห์มองภาพวาดในมือ สลับกับใบหน้าของมิโซระอยู่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“งานก็พอใช้ได้ มีความคิดสร้างสรรค์ดี... แต่เทคนิคยังต้องพัฒนาอีกมาก”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ...” มิโซระก้มหน้าลงนอบน้อม ไม่ได้เอ่ยแก้ตัวใดๆ ในใจรู้ดีว่านับตั้งแต่ชีวิตพลิกผันตอนอายุ 8 ขวบ จนกระทั่งเติบโตมาถึงอายุ 18 ปี เธอแทบไม่มีโอกาสได้จับพู่กันหรือฝึกฝนการวาดภาพเลยแม้แต่น้อย
“วาดรูปให้ดูหน่อย วาดมันตรงนี้เลย... ฉันอยากรู้ว่ารูปพวกนี้เธอเป็นคนวาดมันจริงๆ หรือเปล่า” ทาคาชิโระดันกระดาษเปล่าและดินสอไม้ไปตรงหน้าเด็กสาว
“ได้ค่ะ” มิโซระรับอุปกรณ์มา แล้วเริ่มจรดปลายดินสอลงบนกระดาษด้วยความคล่องแคล่ว ท่าทีเงียบขรึมและจดจ่อ เพียงไม่นาน ภาพร่างทิวทัศน์ผืนป่าอันมีมิติและงดงามก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
“ดี... รู้จักบริหารเวลา และสื่ออารมณ์ภาพได้ชัดเจน แต่จำไว้นะ ที่นี่ไม่ต้องการความคิดสร้างสรรค์อะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอต้องทำคือทำตามคำสั่ง... แค่นั้น ทำได้ไหม?” ทาคาชิโระพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาเย็นชาจนยากจะคาดเดาความคิด แต่คำถามนั้นก็ชัดเจนพอว่า หากเธอยอมรับเงื่อนไขนี้ โอกาสได้งานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
“ได้ค่ะ! ฉันอยากเรียนรู้ ให้ทำอะไรฉันก็ยอมทำได้หมดค่ะ” มิโซระเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หัวใจพองโตเมื่อเริ่มมองเห็นแสงสว่างของโอกาส
ทว่า... ในขณะเดียวกัน คำประโยคที่ว่า 'ให้ทำอะไรก็ยอมทำได้หมด' ของเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา กลับทำให้ทาคาชิโระกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย...
เย็นวันนั้น มิโซระกลับมาทำอาหารเย็นที่ห้องพักด้วยหัวใจที่พองโตและความเบิกบานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอได้งานทำแล้ว... แม้ Studio Mebuki จะรับเธอเข้าทำงานในฐานะผู้ช่วยฝึกหัดที่อยู่ในช่วงทดลองงาน แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เด็กสาวที่เคยสิ้นหวังมองเห็นแสงสว่างในชีวิต
เมื่อไดซุเกะกลับมาและได้ฟังข่าวดี เขาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยรอยยิ้ม ทำให้เย็นวันนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำและอบอุ่นที่สุดของคนทั้งสอง... ทว่า หารู้ไม่ว่า ห้วงเวลาแห่งความสุขดั่งฝันนั้น กำลังจะเลือนหายไปในเวลาอันสั้น
มิโซระ—เด็กสาวที่เติบโตมาในชนบทอันสงบเงียบ ไม่เคยรับรู้ถึงความสุ่มเสี่ยงและการแข่งขันอันดุเดือดของการทำงานในเมืองใหญ่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความกดดัน ความเครียด และวัฒนธรรมองค์กรอันชวนอึดอัดที่พร้อมจะกัดกินผู้คนที่อ่อนแอ
ในช่วงแรก มิโซระพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงาน เธอคอยยื่นมือเข้าช่วยงานผู้ช่วยรุ่นพี่ทุกคนด้วยความนอบน้อม
ชินจิ: ผู้ช่วยรุ่นพี่ที่ทำงานมานาน เขาเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา แต่เวลาทำงานกลับจริงจังและเจ้าระเบียบจนน่ากลัว
เรนจิ: ผู้ช่วยหนุ่มท่าทางร่าเริง เข้ากับคนง่าย มักคอยเทคโอเวอร์และสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ทุกคน
อายาเมะ: ผู้ช่วยสาวขี้เกรงใจที่ดูขาดความมั่นใจในตัวเอง ทำงานประคองตัวไปวันๆ และแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ ในสำนักงาน
ทว่า เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายเดือน มรสุมแห่งความจริงก็เริ่มโถมเข้าใส่... มิโซระเริ่มถูกโยนงานหนักใส่รุกรานเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์ เธอจึงทำงานผิดพลาดมากกว่าคนอื่น จนกลายเป็นเป้าหมายในการถูกเรียกไปด่าทอและระบายอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง
ภาระงานหนักหนาขึ้นจนถึงจุดที่ในหนึ่งสัปดาห์ เธอมีโอกาสได้กลับไปนอนที่ห้องพักกับไดซุเกะเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือ เด็กสาวต้องโหมงานลากยาวจนโต้รุ่ง และจำใจต้องนอนฟุบหลับอยู่ภายใน Studio Mebuki อันแสนหม่นหมองนั้น...
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ