อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง

8.9

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.

  59 ตอน
  18 วิจารณ์
  28.54K อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

9) คอลเล็คชั่น1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

โออิพากย์

แค่ก แค่ก สวัสดีครับผมโออิ โอ๊ย...เป็นไข้หวัดนอนอยู่บ้านมาสองสามวันเเล้วครับ ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยผมจะเป็นอย่างนี้ประจำเลย เมื่อสามวันก่อนผมดันลืมหยิบร่มไปพอขากลับฝนตกตอนที่ผมกำลังกลับบ้าน เปียกเลยคร้าบงานนี้ พอมาโรงเรียนอีกวันผมมีไข้ต้องให้ยูคุงเพื่อนผมพามาส่งบ้าน ผมน่ะมีเพื่อนเยอะผิดกับยูคุงนะครับความจริงยูคุงเค้าก็มีคนอยากจะคบหาสมาคมด้วยแต่เจ้าตัวไม่ค่อยชอบยุ่งใคร ชอบอยู่คนเดียว แต่เค้าก็พึ่งพาได้ในยามคับขัน เค้าไม่ค่อยยิ้มนักหน้านิ่งเป็นปลาตายผิดกับผมนะที่่ยิ้มเสมอ เท่าที่ผมรู้ว่าเพื่อนคนนี้ เค้าเป็นคนมีปัญหาทางครอบครัว พ่อเสียไปตั้งแต่เด็กส่วนแม่ก็แต่งงานใหม่ ส่วนครอบครัวของผมนั้นอบอุ่นและรักกันดีครับ พ่อของผมเปิดร้านขนมญี่ปุ่นแม่ของผมเป็นครูสอนชงชา ผมมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งชื่อ ชิเมรุ โอคิโตะเค้าไปเรียนที่เยอรมัน นานๆจะกลับบ้านสักที ผมกับพี่ชายอายุห่างกันตั้งห้าปี ตอนเด็กๆนะผมเห็นพี่ชายเป็นสัตว์ประหลาดมีครั้งหนึ่งที่ผมเป็นไข้หนักจนผมตาลาย พอดีพี่ชายแวะมาหาที่บ้านตอนนั้นพี่ชายของผมก้มหน้ามาดูอาการผม ในตอนนั้นผมกำลังตื่นอยู่ สายตาของผมนั้นแทนที่จะเห็นพี่ชายกลับกลายมาเป็นอสูรกายหน้าตาน่าเกลียด ผมร้องลั่น จนพ่อแม่รีบขึ้นมาดูอาการ 

ตอนนี้ก็มืดเเล้ว

...ใครกำลังขึ้นมาน่ะ... เสียงฝีเท้าดังขึ้น แบบนี้ผมกล้าพูดเต็มปากเลยว่าผมกลัว..กลัวจริงๆ 

"ปัง!"สิ่งที่เปิดประตูมา เป็นสัตว์ประหลาดสองตัว

"แกเป็นอะไรมากปล๊าว?โออิ"ทำไมไอ้สัตว์ประหลานนั่นมันรู้จักชื่อโผมด้วย!!

"โออิคุง หน้าซีดจัง"เอ๊ะ เสียงคุ้นๆนะ

"ตัวร้อนจี๋เลยนะ ไปหาหมอดีกว่ามั้ย"หัวชมพูๆสวมหมวกไหมพรมสีดำๆหน้าตาเหมือนปลาตายนี่

"ยูคุง"

"เออน่ะน่ะเซ่ ชั้นกับมิจิอิมาเยี่ยมแกไง แกลาป่วยไปสามวัน ไม่ให้เป็นห่วงได้ไงวะ"แค่ชั้นรู้ว่าแกห่วงก็ดีใจแล้วว่ะเพื่อน

"โออิคุง หน้าซีขนาดนี้ไปโรง'บาลเถอะ"โควมิจัง เป็นห่วงผม ผมก็รู้สึกดีมากแล้วครับ...

"ไม่เป็นไรหรอก ชั้นเป็นอย่างนี้ประจำแหละ"

หากแต่ทั้งคู่ยังยืนยันคำเดิม

สองหนุ่มสาวพูดพร้อมกัน"ไปโรงพยาบาลซะ!!"

"ไม่อาวววว!!โผมไม่ปายโรงพยาบาล"

"โออิ ที่เพื่อนพุดมาก็ถูกนะ ปกติลูกก็ป่วยไม่เกินสองวันนะ นี่ก็ปาไปสามวันจะสี่วันอยู่แล้วนะลูก"

"แม่! แม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คร้าบ! ไม่ไปสอนนักเรียนเหรอ!"

"แม่กับเพื่อนแกพูดถูก ขืนแกยังนอนซมแบบนี้ก็แย่เเน่"

"พ่อ! พ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปิดร้านแล้วเหรอคร้าบ!"

"แกอย่าหัวดื้อนักสิ โออิ!"

"พี่!พี่คร้าบ พี่กลับจากต่างประเทศเมื่อไหร่ ไม่มีใครฟังผมพูดเลยรึไง!!"

และแล้วสุดท้ายผมก็ต้องอยู่โรงพยาบาลจนได้ หลังจากที่หมอตรวจก็สรุปว่าผมเป็นไข้หวัดขั้นรุนแรงต้องนอนโรง'บาลสามคืน ตอนนี้ผมพักที่ห้องคนป่วยรวมครับ

"เอาน่าโออิ ชั้นมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยนะ ไม่ต้องห่วงอะไรหรอก"ดูเพื่อนผมยังมีหน้ามาอ่านหนังสืออีก ครอบครัวผมก็ใจร้ายส่งลูกชายที่น่ารักมานอนที่โรงพยาบาลได้ แต่ก็ยังดีที่ส่งเพื่อนมาอยู่ด้วย

ไรเตอร์พากย์(เอง)

"อ้าว ชิเมรุคุง ป่วยเป็นอะไรน่ะ"อาจารย์คุโอมะที่บังเอิญนอนอยู่เตียงข้างๆทักทายสองศิษย์

"อาจารย์คุโอมะ ป่วยเป็นอะไรเหรอครับ"ยูถามอาจารย์

"ลำไส้อักเสบน่ะ ดื่มหนักไปหน่อย"

สองลูกศิษย์คิดแบบเดียวกัน...สมควร เล่นดื่มหนักๆอย่างนั้น...

อาจารย์คุโอมะนึกบางอย่างจึงเริ่มเล่าเรื่อง"เออ นี่ทั้งสองคน รู้รึเปล่าว่าที่นี่เคยมีคดีฆ่าหมกศพด้วยนะ"

"เอ๋ เรื่องใหม่เลยนะครับอาจารย์"ยูละจากการอ่านหนังสือหันมาคุยกับอาจารย์

"ก็ไม่เชิงนะ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน แม่บ้านที่มาทำความสะอาดได้มาทำความสะอาดในห้องดับจิต แต่ดันซุ่มซ่ามไปชนเข้ากับโหลกรดเข้าให้"

โออิกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจหนึ่งก็นึกกลัวอีกใจก็อยากฟัง

อาจารย์วัยใกล้เกษียญยังคงเล่าต่อ"ขวดโหลมันแตกก็พบเนื้อเหลวๆปนน้ำเหลือและก็เลือด ตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นศพที่ถูกละลายด้วยกรด แถมในห้องดับจิตเองก็ยังมีขวดโหลบรรจุศพทีถูกกรดละลายมากมายสิบกว่าโหล ผ่านมาสามปีก็ไม่มีใครจับฆาตกรได้"

หนุ่มหัวชมพูถอดหมวกไหมพรมแล้วถามด้วยความอยากรู้"เหยื่อส่วนใหญ่มีลักษณะยังไงครับอาจารย์"

"ทุกศพที่ทางโรงพยาบาลที่ตรวจDNAแล้วเป็นคนป่วยของโรงพยาบาลแห่งนี้ ทุกคนเป็นเด็กนักเรียนของเอ-มง"

หนุ่มหน้ามนในชุดคนป่วยถามบ้าง"ชายหรือหญิงครับ อาจารย์"

"ทั้งสองเพศนั่นแหละแต่ผู้เคราะห์ร้ายทุกรายจะเป็นคนที่หน้าตาดี ผิวขาวเนียนรูปร่างสูงโปร่ง ผมยาวแค่ปะบ่าอืม...จะว่าไปก็ตรงกับลักษณะของชิเมรุกับคุจิยะเลยนะ"

สองศิษย์สะดุ้งเล็กน้อย แต่หนุ่มหน้ามนในชุดคนป่วยหน้าซีดเผือก จนผู้เป็นเพื่อนต้องตบบ่าปลอบ"เอาน่าๆ อย่าคิดมาก"

"ใช่ อย่าคิดมาก มันก็แค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น"

สามศิษย์อาจารย์หันไปทางเดียวกัน

อาจารย์คุโอมะทักทายชายหนุ่มท่าทางสำอางในชุดกาวน์สีขาวยาว"อ้าว ทาโร่คุง ไม่ได้เจอกันนานนะ"

เด็กหนุ่มผมชมพูถามอาจารย์ทันที"อาจารย์ครับ รู้จักกับคุณหมอคนนี้ด้วยเหรอครับ"

"จะไม่ให้รู้จักได้ยังไง ทาโร่คุงเค้าเคยเป็นอาจารย์วิทยาศาสตร์ที่เอ-มงนะ"

"ยินดีได้รู้จักนะชั้น โคโรกุ ทาโร่ ทั้งสองคน พวกเธอสองคนชื่อ..."

"ผมชื่อชิเมรุ โออิครับ"

"ผมชื่อคุจิยะ ยู"

หมอทาโร่ยิ้มแย้มพลางชม"พวกเธอสองคนหน้าตาดีใช่ย่อย ท่าทางสาวกรี๊ดตรึมน่าดู"

"แฮะๆๆ ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกครับแต่ยูคุงเนี่ยแหละสาวๆกรี๊ดลั่น"

"งั้นชิเมรุคุงชั้นขอตรวจอาการเธอเพิ่มนะ"

คุณหมอหนุ่มตรวจอาการหนุ่มน้อยหน้ามน โดยเพื่อนผมชมพูจ้องเขม้ง

ยูเปลี่ยนสีหน้าพลางถาม"คุณทาโร่เป็นหมอมากี่ปีครับ"

"ห้าปีแล้วล่ะ ถามทำไมรึ คุจิยะคุงอยากเป็นหมอเหรอ"

"นิดหน่อยครับ ว่าแต่คุณหมอมีงานอดิเรกอะไรเหรอครับ"

"สะสมหุ่นยนต์น่ะ ชั้นชอบมากๆเลยนะ ว่าแต่คุจิยะคุงถามทำไมเหรอ"

"ก็แค่อย่างรู้ว่าคุณหมอเก่งๆอย่างคุณมีงานอดิเรกอะไรก็เท่านั้นแหละครับ และที่สำคัญผมเห็นจี้มือถือรูปหุ่นยนต์อยู่น่ะครับ"

"เหรอ นั่น่ะคือความชอบส่วนตัวน่ะครับ"พอคุณหมอตรวจเสร็จ"โออิคุงก็พักผ่อนให้มากๆนะสามวันเดี๋ยวก็หายแล้ว"

พอคุณหมอเจ้าสำอางไปแล้ว โออิเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนซี้"นายเป็นอะไรไป"

คนถูกถามเอ่ยเสียงแผ่ว"ชั้นไม่ค่อยไว้ใจเจ้านั่น"

"เหรอ"

"นายเองก็ระวังก็แล้วกันนะ อาจารย์ครับ อ้าว!"เด็กหนุ่มผมชมพูหันไปหาอาจารย์ชมรมก็พบว่าหลับไปแล้ว"หลับไวจัง"

อีกด้าน

ในเงามืดมีร่างๆหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้น่วมในมือถือแก้วเหล้ากำลังพึมพัม"หึ หึ หึ เจอแล้ว เจอแล้ว คอลเล็คชั่นที่น่าสะสมของชั้น"ร่างนั้นกระดกเหล้าพลางมองเอกสารที่มีรูปเด็กหนุ่มหน้ามน"ยังมีเวลาอีกสามวันนะ หึ หึ หึ ชิเมรุ โออิ "

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา