เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  9 ตอน
  0 วิจารณ์
  1,038 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

9) ชุดของผมในมือของเธอ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

                หลังจากงานทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ความเหนื่อยล้าและบาดแผลยังสดใหม่ กรกรรณนอนหลับเป็นตายจนเช้า เขารู้สึกตัวอีกครั้งบนเตียงนอนชั้น 2 ของบ้านพัก ร่างกายของเขาหนักอึ้งเช่นเคย

               เขาลืมตาขึ้นมา ก็เห็นหนูแดงนอนกอดเขาหลับอย่างสงบ

               “หนูแดงงงงงงงง!”

กรกรรณลุกขึ้น พยายามแกะตัวเองออกจากผมของหนูแดง จนกลายเป็นภาพชินตาของหมีดำและอเล็กไปแล้ว

                “แฮะ แฮะ...มาจิ...ไม่ต้องเขินเลย...นายยังต้องรักษาพิษอยู่นะ...แฮะ แฮะ...”

เสียงหัวเราะสุดหื่นของหนูแดงดังไม่หยุด พร้อมกับวิ่งไล่ตามกรที่วิ่งหนีวนรอบบ้าน

 

อเล็กที่ยิ้มไม่หุบ พยายามวิ่งตามหนูแดงและเซ้าซี้ไม่หยุด

                “หนูแดงจ๋า...เหรียญนั่นทำจากทองใช่ไหม...เอาไปขายเป็นทุนเข้าทีมได้ไหม ฮ่าฮ่า...นะนะนะ”

                “ไม่! ไม่ขาย! ยังไงก็ไม่ขาย!...กร หยุดเดี๋ยวนี้ มาให้จุ๊บซะดีๆ!!”

กรยังวิ่ง...หนูแดงวิ่ง...อเล็กวิ่ง...ไล่กันเป็นวงกลม หมีดำนั่งเล่นเกมอย่างไม่ใส่ใจ จนสุดท้ายทุกคนก็เหนื่อยและนั่งพัก เหมือนพักรบชั่วคราว

        “ครูฝึกอเล็กครับ...ผมเก่งขึ้นแล้ว รู้สึกได้เลย แข็งแรงขึ้น เป็นเพราะพลังหรือเปล่าครับ”

กรกรรณพูดขึ้นด้วยเสียงเหนื่อยหอบ

        “อืม...จากที่ดู ไม่ใช่เลย ตอนนี้ที่นายแข็งแรงขึ้น เป็นเพียงแค่การฝึกปกติล้วนๆ...ยังไม่ได้ใช้พลังธรรมชาติเลย”

อเล็กตอบอย่างไม่ลังเล 

        “แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้ฝึกพลังแบบนั้นบ้างครับ”

กรถามอย่างสนใจ เพราะเขาอยากเก่งขึ้นแล้วตอนนี้

        “ก็...ไม่รู้สิ...” อเล็กเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

        “อ้าว...ครูฝึก...คุณไม่รู้ได้ไง? ก็ไหนบอกว่าผมได้พลังมาแล้ว ถ้าไม่รู้วิธีใช้ก็ไม่มีประโยชน์นะสิครับ”

กรกรรณถามอย่างผิดหวัง

        “เดี๋ยวก่อนนะ ใจเย็นสิ นี่นายกำลังพูดถึงพลังธรรมชาตินะ ไม่ใช่เตาแก๊สที่เปิดปุ๊บติดปั๊บ บางคนใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะเข้าถึงพลังนั้นเลยนะ และรูปแบบพลังของนาย ฉันก็ไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร มันก็เหมือนกล่องสุ่มนั่นแหละ”

        “อย่างชิน...เขาได้รับพลังที่ใช้ปลุกพลังให้คนอื่น แต่พลังเดิมของเขาก็เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดเช่นกัน”

อเล็กพูดหน้าเรียบ

        “ชิน!!...ครูฝึกพูดถึงชินมังกรดำใช่ไหมครับ เขาคือคนที่ผลึกเลือกงั้นหรือ?” กรกรรณถามอย่างตกใจ

อเล็กมองจ้องไปที่กรกรรณนิ่งๆ สีหน้าดูหม่นลงเล็กน้อย

        “ใช่...เขา...เหมือนนายมาก...ใจดี...บริสุทธิ์...และเป็นเด็กดี...ก่อนที่ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป...”

 

จู่ๆ เสียงกรีดร้องของหนูแดงก็ดังขึ้นจากทางเข้าบ้านพัก เธอหอบจดหมายกองใหญ่มาโยนลงบนโต๊ะตัวเดียวในบ้าน จดหมายที่เขียนถึงหนูแดง มีรูปหัวใจและลวดลายต่างๆ เต็มไปหมด หลายฉบับ

        “จดหมายรัก!!!!! ฉันได้จดหมายรัก!!!!!” หนูแดงวิ่งโปรยมันจนทั่วห้องอย่างดีใจ

        “ฮิฮิฮิ...อิจฉาไหม หมีดำ...” เธอเดินไปเยาะเย้ยหมีดำที่นั่งเล่นโทรศัพท์อย่างไม่สนใจ

        “หึงเหรอ กร หึงฉันไหม? จดหมายรักเชียวน้า!!!!” เธอวนไปเยาะเย้ยกร

ก่อนที่เธอจะทำอะไรต่อ อเล็กยื่นขาไปเหยียบเส้นผมของหนูแดง จนเธอชะงักและล้มหน้าฟาดพื้นอย่างแรง

        “คงเพราะงานทดสอบสมรรถภาพร่างกายครั้งที่ 31 หนูแดงเลยกลายเป็นที่สนใจไปเลยสินะ”

อเล็กพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ระวังด้วย ตัวตนของเธอยังเปิดเผยตอนนี้ไม่ได้”

หนูแดงลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าที่โชกเลือด จ้องอเล็กด้วยความโกรธจัด

        “ว้าก...ขอโทษ...อย่าฆ่าฉัน...”

อเล็กวิ่งหนีออกจากบ้านไป และหนูแดงก็ไล่ตามไปติดๆ

        “มาให้ฉันตัดลิ้นแกเดี๋ยวนี้เลย อเล็ก!!!!”

 

ความสงบในบ้านพักกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่นานนัก โทรศัพท์ที่หมีดำใช้เล่นเกมอยู่ก็ดังขึ้น

        “นี่เป็นโทรศัพท์ของลูกพี่อเล็ก ฉันควรรับดีไหม?”

หมีดำถามขึ้นลอยๆ แต่กรกรรณอยู่ข้างๆ เขาจึงตอบไปทันที

        “รับครับ แล้วบอกว่าครูฝึกอเล็กไม่อยู่ ถ้ามีอะไรด่วน ปลายสายจะได้ฝากไว้ได้ครับ”

หมีดำกดรับตามที่กรแนะนำ ทันทีที่กดรับ เสียงผู้หญิงสดใสก็ดังขึ้น โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้จังหวะพูดเลย

        “สวัสดีค่า ครูฝึกอเล็ก ชุดสั่งตัดของแกะดำ 03 เรียบร้อยแล้วนะคะ มารับวันนี้ได้ไหม?....”

หมีดำยังคงตะลึง ทำอะไรไม่ถูก จึงยื่นโทรศัพท์ให้กรกรรณคุยแทน ซึ่งกรกรรณก็รับโทรศัพท์มาอย่างขลุกขลัก

        “สะ...สวัสดีครับ ผมกรกรรณ แกะดำ 03 ครับ ครูฝึกอเล็กไม่อยู่ครับ...แต่ชุดสั่งตัดนั่นเป็นของผม...”

ปลายสายพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใสจ๊ะจ๋าแทบจะทันที

        “สวัสดีจ้า กรกรรณ ฉันชื่อโบตั๋นนะจ๊ะ เป็นผู้ดูแลร้านตัดเสื้อ เมื่ออาทิตย์ก่อนครูฝึกอเล็กมาสั่งตัดชุดให้เธอแล้ว มารับวันนี้ได้ไหม? ร้านจะปิด 7 วัน ถ้าไม่ได้วันนี้ก็ต้องรอไปอีกสัปดาห์หน้าโน้นเลยน้า จะฝากใครไปก็กลัวจะพังยับซะก่อน อาจโดนเผาทิ้งเลยก็ได้”

โบตั๋นพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน

        “ได้ครับ ผมจะเข้าไปรับด้วยตัวเอง ตอนนี้เลยครับ สัก 30 นาทีครับ”

เมื่อคุยกันเสร็จเรียบร้อย กรกรรณก็คืนโทรศัพท์ให้พี่หมีดำ และเตรียมตัวด้วยความมุ่งมั่น เขาจะบุกฝ่าค่ายทหารเข้าไปคนเดียวในวันนี้ ไม่รอครูฝึกอเล็กแล้ว และเมื่อกำลังจะเดินออกจากบ้านพัก เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหันกลับมาหาหมีดำ

        “พี่หมีดำ...จะไม่ห้ามหน่อยหรือครับ...” กรส่งสายตาด้วยความหวัง

        “ไม่...โชคดีนะ น้องชาย” หมีดำยิ้มตอบกลับแบบนิ่มๆ

ถึงแม้อย่างนั้น กรกรรณก็พกความตั้งใจมาเกินร้อย เขาต้องไปรับชุดให้ได้ และต้องกลับมาอย่างปลอดภัย เขาพยายามเดินก้มหน้าก้มตา ยิ่งเดินก็ยิ่งกลัว ยิ่งเร่งฝีเท้า ไม่กล้ามองซ้ายขวา เพราะครั้งที่แล้วที่เข้ามา เขาโดนทั้งไข่ไก่ ทั้งน้ำล้างพื้น วันนี้จะโดนอะไรอีกนะ...

แต่ทันทีที่ความคิดนั้นจบลงเขาก็ชนเข้ากับร่างของชายที่ใหญ่โตและแข็งแรงจนกรกระเด็นล้มลงเองแต่ร่างนั้นแทบจะไม่สะทกสะท้านเลย เมื่อมองขึ้นไป เขาก็เจอ “บรอน” หัวหน้าทีมไททัน หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่มทันที

        (ชิบหายแล้ว...ชนใครไม่ชน ดันไปชนกับจอมโหด บรอน)

        “นั่นแกะดำ 03 ใช่ไหม? เดินดูทางหน่อยสิ อยากแขนหักหรือไง” บรอนพูดแค่นั้น แล้วก็เดินต่อไปตามทางของเขา โดร่าที่เดินอยู่ข้างๆ ก็ดูไม่ได้สนใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

        อะไรกัน?...ไม่โดนอะไรเลย นี่มันโชคดีที่สุดแล้วมั้งวันนี้ เขารีบวิ่งตรงไปยังร้านตัดชุดของค่ายทหารทันที

โบตั๋น หญิงรุ่นป้าหน้าตาใจดี ผมสีน้ำตาลอ่อน นั่งอยู่ในร้าน กำลังจัดของและเข็มกลัดต่างๆ เมื่อเห็นกรกรรณมาถึง เธอก็ยิ้มต้อนรับ และเดินไปหยิบชุดทหารสีดำสนิทที่พับอยู่ในถุงติดกระดาษเขียนว่า “แกะดำ 03” ที่หน้าถุง ก่อนจะนำมายื่นให้กรกรรณ

        “เอ้านี่จ๊ะ ชุดสีดำ...ทีมของคุณอเล็ก เป็นทีมเดียวที่ใช้ชุดสีดำทั้งชุด มันเท่มากเลยนะรู้ไหม? หวังว่าเธอจะใส่มันอย่างภูมิใจนะจ๊ะ”

        “ขอบคุณครับ คุณโบตั๋น” กรกรรณรับชุดมา พร้อมความรู้สึกอบอุ่นบางอย่างในใจ ที่นี่...ค่ายทหารชายแดนของวอร์เกนยังมีคนที่จิตใจดีแบบนี้อยู่ด้วย มันเหมือนน้ำเย็นชโลมใจ ในโลกที่โหดร้ายของเขาจริงๆ เขารีบมุ่งหน้ากลับบ้านพักให้เร็วที่สุดกอดถุงชุดไว้แน่น ราวกับปกป้องมันด้วยชีวิตและแล้ว...

        “นั่นคุณน้ำแข็งกำลังซ้อมรำ...ที่ลานกีฬา...ไปเร็ว...” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะผ่านไป กลุ่มคนกำลังรีบไปดู “น้ำแข็ง” ซ้อมรำ ในหัวของกรกรรณ ความคิดตีกันอย่างหนัก

          ........... ไม่...........
          ........... ไม่...........
          ........... ไม่...........
          ........... ไปดูหน่อยก็ดี...........

 

 


สุดท้ายกรก็เดินถือถุงตามทิศทางที่ผู้คนกำลังมุ่งไปเพื่อแอบไปดูน้ำแข็งที่กำลังซ้อมรำ              

กรเดินตามไปจนถึงลานกีฬาและก็เห็นผู้คนยืนมุงกันแน่นหนาต้องเป็นที่นั่นแน่ๆ เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปในฝูงชนทีละนิด โชคดี...ไม่มีใครสนใจเขาเลยจนในที่สุด เขาก็แทรกตัวเข้าไปจนมองเห็นกลางลาน ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงักเล็กน้อยไม่ใช่แค่น้ำแข็งคนเดียวที่กำลังร่ายรำแต่มันคือ “การแสดงเป็นทีม” เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลหลายคนยืนอยู่โดยรอบตอนนี้ทุกคนกำลังพูดคุย ซักซ้อม และทำความเข้าใจกัน ในนั้นมี นิโคล ไคลน์ และเรน ทหารระดับชุดขาวอยู่ด้วย

เสียงคนข้างๆ กระซิบคุยกันเบาๆ

        “งานพิธีบวงสรวงดอกเบญจมาศเมืองน่ะ ค่ายเราส่งการแสดงไปร่วมด้วย”

        “รำต่อหน้าผลึกดอกเบญจมาศ...ของศักดิ์สิทธิ์ของกรานเวลเลยนะ”

กรมองไปยังลานตรงหน้า จินตนาการถึง “ดอกเบญจมาศเมือง” ผลึกสีขาวที่เปล่งแสงบริสุทธิ์มันงดงาม...สูงค่า...แตะต้องไม่ได้เหมือนกับใครบางคน เขายืนนิ่ง มองต่อไป ใจจดจ่อจนกระทั่ง...ทุกคนเข้าประจำตำแหน่งและในวินาทีนั้นเองหัวใจของกรก็ “กระตุก” น้ำแข็ง...ยืนอยู่ข้างไคลน์เป็น “คู่กัน” ความรู้สึกบางอย่างบีบรัดขึ้นที่หน้าอกหายใจติดขัดเล็กน้อยแต่ไม่ใช่พิษ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย นิโคลยืนคู่กับเรน ด้านหลังมีนางรำอีกหลายคนเรียงแถว

        “ยืนเป็นคู่เลย น่ารักจัง เหมาะกันมากเลย ทั้งคู่” เสียงทหารหญิงดังขึ้น

        “โอ้ย อยากไปยืนรำข้างพวกเธอบ้างจัง” ทหารชายหัวเราะ

        “อย่างแกน่ะ ชาติหน้าก็ไม่มีทาง” เสียงหัวเราะดังแทรกขึ้นมา

        แต่สำหรับกรมันไม่ได้ตลกเลยจากตอนแรกที่เขาอยากดูน้ำแข็งร่ายรำตอนนี้...เขาไม่อยากดูแล้วไม่อยากเห็นเธอ...ร่ายรำกับ “คนอื่น”

เขาไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่า...มันอึดอัดและเจ็บ เขากำลังจะถอยออกไป พยายามแทรกตัวออกจากฝูงชนแต่ทันใดนั้น ผู้กำกับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

        “เงียบ”

        และทุกอย่างก็เงียบลงจริงๆ กรหยุดขยับไม่ได้เหมือนถูกตรึงไว้ตรงนั้น ดนตรีเริ่มขึ้นการร่ายรำเริ่มต้นท่าพื้นฐานถูกถ่ายทอดอย่างพร้อมเพรียง

งดงาม อ่อนช้อยและ...สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะคู่น้ำแข็งกับไคลน์ และนิโคลกับเรน

ทุกการจับมือ ทุกการโอบ ทุกการหมุนมันลื่นไหล เข้ากันเหมาะสมเหมือนถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ยิ่งมอง กรก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเอง “ไม่ควรอยู่ตรงนี้” ลมหายใจเริ่มหนักขึ้น มือที่ถือถุงชุดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเขาไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไรแต่เขารู้แค่ว่ามัน...เจ็บกว่าที่คิด

น้ำแข็งยังคงร่ายรำเคียงคู่กับไคลน์ ชายหนุ่มที่เธอคิดว่า “เหมาะสม” กับตัวเองมากกว่าคนอื่น เมื่อการซ้อมจบลง นักแสดงทุกคนกลับมายืนเข้าที่ ไคลน์ยืนยิ้มอย่างมีความสุขและภูมิใจในตัวเอง ที่ได้มายืนเคียงข้างน้ำแข็งได้สำเร็จ ต่างจากน้ำแข็งที่ยืนนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์ เธอไม่ได้คิดอะไร นอกจากต้องไม่ผิดพลาด แต่หางตาของเธอกลับสะดุดกับบางอย่างที่คุ้นเคย…ภาพของชายคนหนึ่ง ที่เธอดูก่อนนอนทุกคืน กรกรรณ ตอนแรกเธอคิดว่าตาฝาดแต่ไม่ใช่ เขายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีเลยแม้แต่น้อยเพราะไคลน์งั้นหรือ? อาจใช่… และมันก็น่ายินดีสำหรับเธอทเธอเหลือบมองเขาเพียงหางตา ก่อนจะ—ปล่อยพวงกุญแจห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหล่นจากมือ ไม่มีใครสังเกตเห็นยกเว้นเขา เธอมั่นใจในสายตาของกรกรรณ…มากพอ

การซ้อมจบลงนิโคลชวนเพื่อนทั้งสามไปกินขนมที่ร้านประจำ แต่วันนี้น้ำแข็งขอแยกตัว เพราะเธอมีที่หมายแล้วห้องนั้น ถ้าเขาไม่บื้อเกินไป… เขาต้องมา

กรกรรณเห็นชัดเจนพวงกุญแจหล่นจากมือน้ำแข็งและเธอก็รีบเดินจากไปอย่างผิดปกติ เขาเดินตามไปโดยไม่กล้าเรียก ไม่กล้าทำตัวให้เด่น เขาเพียงก้มลง เก็บพวงกุญแจขึ้นมามีหมายเลขห้องและอาคารระบุไว้อย่างชัดเจน เขาจะเอามันไปคืน “แค่นั้น” เขาพยายามบอกตัวเองแบบนั้นเพราะเขาเริ่มกลัว…กลัวว่าตัวเองกำลังมีความรู้สึกให้กับน้ำแข็งและสิ่งที่แย่ที่สุดคือ—เขาไม่เหมาะกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 


        กรกรรณเดินงุ่มง่ามตามหาอาคารและห้องตามที่พวงกุญแจระบุโดยลืมไปเสียสนิทว่า…เขาควรระวังตัว ในที่สุดเขาก็มาถึงและคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู…คือน้ำแข็ง เธอยืนจ้องบานประตูนิ่ง ๆ ก่อนจะหันมามองเขาในจังหวะที่เขาเดินเข้ามาถึงพอดี

        “สวัสดีครับคุณน้ำแข็ง…คือ คุณทำพวงกุญแจหล่นไว้น่ะครับ ผมเอามาคืนให้” กรกรรณยื่นพวงกุญแจให้เธออีกมือหนึ่งถือถุงใส่ชุดของตัวเอง ที่ป้ายติดชัดเจนว่า แกะดำ 03 

        ในหัวของเขามีคำเดียวนี่มันฆ่าตัวตายชัด ๆ ครั้งแรกที่เจอ เธอช่วยชีวิตเขา…ดูเธอโกรธมากและไม่พูดอะไรเลย ครั้งที่สองเขาคิดว่าเธอเกือบจะฆ่าเขา (แม้จะเป็นความเข้าใจผิดของเขาเองก็ตาม)

        แล้วตอนนี้…เขากลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอเองเพียงเพื่อ…ได้มองเธออีกครั้ง ทั้งที่เธอมีคนที่ “เหมาะสม” ยืนเคียงข้างอยู่แล้ว

น้ำแข็งไม่ได้สนใจคำพูดของเขาในทันที สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ถุงในมือของกรกรรณ แกะดำ 03 ความอยากรู้พุ่งขึ้นในทันที

(ถ้าเขาใส่…จะเป็นยังไงนะ) (อยากเห็น…) (อยากเห็น…) (อยากเห็น…)

ความคิดแล่นเร็วเกินกว่าจะซ่อน เธอต้องหาทางให้เขาใส่มันให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

        “…ขอบคุณ” เธอพูดสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนเดิม “ช่วยเปิดประตูให้หน่อยได้ไหม?”

กรกรรณเดินเข้าไปไขกุญแจ และเปิดประตูให้

        “เชิญครับ… แล้วก็ ถ้าไม่มีอะไร ผมไม่กวนแล้วนะครับ” 

เขายื่นพวงกุญแจให้แต่น้ำแข็งไม่รับเธอถอยหลังหนึ่งก้าวเปิดทางให้เขา…เข้าไปในห้องแทน

        “ฉันมีอะไรจะรบกวน” เสียงของเธอนิ่ง เรียบ แต่กดต่ำ 

        “ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?” เธอมองเขาโดยไม่หลบสายตา

        “เข้าไปในห้องก่อน… ตรงนี้ไม่สะดวก”

 

 


        กรกรรณอึกอักทั้งตื่นเต้น…และกังวล แต่สุดท้าย เขาก็ก้าวเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด น้ำแข็งเดินตามเข้าไป

แกร๊ก

เสียงล็อกประตูดังขึ้น ห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่เริ่มทำงานและระยะห่างระหว่างทั้งสอง…ที่ใกล้เกินไป

        “กรกรรณ กาลธารา… ฉันมีเรื่องที่บอกใครไม่ได้ อย่างที่นายรู้”

น้ำแข็งเอ่ยขึ้น โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม

        “ไม่มีใครช่วยได้… เพราะพวกเขามองข้ามมันไป”

เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

        “แต่นาย…ต้องมองให้ดี”

        “...คุณน้ำแข็ง…รู้จักชื่อผมด้วยเหรอครับ?” กรกรรณชะงักไปเล็กน้อย

        “แล้ว…จะดีเหรอครับ เรื่องแบบนั้น…ผมยิ่งไม่ควรรู้เลยนะครับ”

น้ำเสียงของเขาไม่สบายใจอย่างชัดเจน

        “ถ้านายไม่อยากช่วย…” น้ำแข็งหันหลังให้เขา “…ฉันจะไปหาคนอื่นก็ได้”

        ถึงพูดแบบนั้นแต่เธอก็ไม่ได้เดินไปไหน ไม่ได้เปิดประตูแค่ยืนเฉย ๆ เหมือนคนงอน…แต่ก็ไม่ใช่

        “เดี๋ยว ๆ ได้ครับ!” กรกรรณรีบพูดขึ้นทันที “ผมจะช่วย…สุดความสามารถเลยครับ”

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของน้ำแข็งเพียงชั่วขณะเดียวก่อนจะหายไปเธอรู้ดี…ว่าเขาเป็นคนแบบไหนและควร “ใช้ยังไง”

        “วันนี้…เธอเห็นฉันรำไหม?” เธอถาม พลางจ้องตาเขาโดยไม่กระพริบ

        “เห็นครับ…ตั้งแต่เริ่มเลย” กรกรรณพยายามหลบสายตา “แล้วก็…คุณน้ำแข็งทำได้สมบูรณ์แบบมากครับ”

        “ไม่…” น้ำแข็งส่ายหน้าเล็กน้อย “ทุกคนคิดแบบนั้น แต่ฉันรู้…ว่ามันยังไม่ดีพอ”

เธอก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด

        “มีบางจังหวะ…ที่มันยังไม่สมบูรณ์ แต่กลับไม่มีใครมองเห็น”

เธอหยุดก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย

        “…ฉันอยากให้นายดูแล้วบอกฉันได้ไหม?”

ไม่มีเหตุผลอะไรซับซ้อนอยู่เบื้องหลังคำพูดนั้น เธอแค่อยากให้เขาเห็น อยากให้ “คนคนเดียว” มองเธอจริง ๆ

กรกรรณพยักหน้า 

        “ได้ครับ…ผมจะตั้งใจดู” เขาลากเก้าอี้มานั่งที่ปลายห้อง “พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลยครับ”

        เหมือนเขากลายเป็นแขก VIP เพียงคนเดียวและในความรู้สึกของเขา…มันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ไม่มีอะไรโชคดีไปกว่านี้อีกแล้ว

น้ำแข็งเริ่มร่ายรำอีกครั้งใบหน้าที่เคยนิ่งเฉย…เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพียง “หน้าที่” หรือเป็นของจริง

กรกรรณมองเธออย่างตั้งใจ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเขาเก็บทุกรายละเอียด ทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหว บางครั้ง…สายตาของทั้งคู่ก็สบกัน

นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ เขาไม่รู้และเขาไม่อยากคิด เพราะแค่ได้มองเธอแบบนี้…มันก็มากเกินพอแล้ว

น้ำแข็งร่ายรำจนจบ ไม่มีที่ติ ดีกว่าที่เห็นเมื่อเช้าด้วยซ้ำ กรกรรณแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้เห็นเธอ…และได้อยู่กับเธอแบบสองต่อสองขนาดนี้

        “มะ...ไม่มีที่ติเลยครับ…สวยกว่าเมื่อเช้าอีก…” กรพูดอย่างไม่มั่นใจ

        “งั้นหรือ?” น้ำแข็งเอียงหน้าเล็กน้อย

        “บางที…ฉันคงคิดไปเอง” 

แม้จะพูดแบบนั้น แต่ลึก ๆ เธอก็พอใจต่อหน้าเขา…เธอทำได้สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เธอเคยทำได้เสียอีก

        “แล้วนั่น…คือชุดใช่ไหม?” สายตาของเธอเลื่อนไปที่ถุงในมือของเขา

        “ชุดของนาย” เป้าหมายหลักของเธอ…มาถึงแล้ว

        “ใช่ครับ ผมไปรับชุดมาวันนี้” กรยิ้มแห้ง ๆ

        “หวังว่าจะพามันกลับที่พักอย่างปลอดภัย…”

        “คุณน้ำแข็งก็รู้…ว่าสำหรับแกะดำ มันยากขนาดไหนที่จะกลับออกจากค่ายได้แบบไม่เจ็บตัว”

        “ใส่ให้ดูได้ไหม?”

        …

        …

        “เอ๊ะ…คุณน้ำแข็งว่าอะไรนะครับ?” กรชะงัก

        “เมื่อกี้…บอกว่าอยากขอดูใช่ไหมครับ?”

        “ใส่ให้ดูได้ไหม?” เธอย้ำอีกครั้ง

น้ำเสียงเรียบแต่ชัดเจน

กรนิ่ง เขามองเธอ…พยายามแยกให้ออกว่านี่คือเรื่องล้อเล่นหรือจริงจังแต่สายตาของเธอไม่เคยล้อเล่น

        “ใส่ให้ดู…เหรอครับ” เขาพูดเบา ๆ เหงื่อเริ่มซึม

        “ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร” น้ำแข็งพูดนิ่ง ๆ

        “แต่นายดูฉันรำไปแล้ว…”

        “อ่า…”

        “ฉันจะยืนหันหลังตอนนายเปลี่ยนชุด” เธอพูดต่อทันที

        “เป็นทหาร ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้…ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว”

 

เธอหันหลังให้ทันที ไม่รอคำตอบ ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

กรกรรณเหมือนโดนมัดมือชกเขากำลังจะเปลี่ยนชุด…ต่อหน้าคุณน้ำแข็ง ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะความรู้สึกบางอย่าง…มันเริ่มไม่ปกติแล้ว เขารู้สึกว่าเธอตั้งใจให้มันเกิดขึ้นและบางที…เขาอาจไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียวถ้ากามเทพไม่ใช่ปีศาจที่กำลังหลอกให้เขาตกนรกในภายหลัง

สุดท้ายเขาก็ยอมค่อย ๆ เปลี่ยนชุดที่เพิ่งได้รับมา ใส่กางเกง สวมเสื้อ รัดเข็มขัด ติดกระดุมทีละเม็ดจนเสร็จ

        “อ่า…เอ่อ…เสร็จแล้วครับ…แต่…”

น้ำแข็งหันกลับมาแทบจะทันที แต่ภาพที่เห็น…ไม่เป็นอย่างที่เธอคาดหวัง

ชุดที่สั่งตัด…ไม่พอดีเลย บางจุดแน่นเกินไป บางจุดหลวมเกินไป ดูขาด ๆ เกิน ๆ อย่างชัดเจน

เพราะกรกรรณไม่ได้ไปวัดตัวด้วยตัวเอง อเล็กเป็นคนไปบอกขนาดให้ป้าโบตั๋นและแน่นอนว่า—ขนาดที่ครูฝึกอเล็กบอกไป…มั่วล้วน ๆ ป้าโบตั๋นก็ตัดตามนั้นผลลัพธ์จึงออกมาแบบนี้

        “ทำไมถึงเป็นแบบนี้?” น้ำแข็งถามเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบ

กรกรรณเองก็งงไม่แพ้กัน เขาอธิบายไปตามตรงว่าไม่ได้ไปวัดตัว เพราะเขาเข้าออกค่ายไม่ได้

น้ำแข็งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปที่มุมห้องรื้อค้นบางอย่างในตู้เก็บของแล้วเธอก็หยิบอุปกรณ์ตัดเย็บออกมา

        “มาสิ…ฉันจะวัดตัวนายให้”

น้ำแข็งดึงสายวัดกับชอล์กสำหรับเขียนผ้าออกมาเดินเข้าไปใกล้กรกรรณที่ยืนนิ่ง…แข็งเป็นหิน

        “กางแขนออก” เธอสั่งเรียบ ๆ ก่อนจะโอบตัวเขาด้วยสองมือ เพื่อดึงสายวัดให้กระชับ

ใกล้ชิด กลิ่นหอม สัมผัสที่นุ่มนวลและจังหวะที่เชื่องช้า

ลมหายใจเธอรดลงบนหน้าอกเขา ความใกล้ชิดนี้มันเกินฝันไปเยอะ

กรกรรณยืนนิ่งปล่อยให้น้ำแข็งจับ วัด ขีด เขียนลงบนชุดของเขา เธอไม่รีบร้อน ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ มอง และบางครั้งก็เหลือบสายตามองเขา…พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

กรกรรณพยายามรวบรวมสติพยายามบอกตัวเองว่านี่คือความจริงแต่ทุกอย่างมันเหนือจริงเกินไป น้ำแข็ง…กำลังวัดตัวให้เขาเหมือนช่างตัดเย็บธรรมดาคนหนึ่งหรือบางที…เขาอาจจะเมาแดด แล้วเป็นลมอยู่หน้าร้านป้าโบตั๋นก็ได้

แต่สุดท้าย สติก็กลับมาเพราะน้ำแข็งวัดเสร็จแล้วและทิ้งรอยชอล์กไว้เต็มชุดของเขา

        “เสร็จแล้ว…” เธอถอยออกหนึ่งก้าว

        “…ถอดออก แล้วส่งมาให้ฉัน”

        “ดะ…เดี๋ยวก่อนครับ…หมายความว่ายังไง…”

กรตกใจแต่ก็รู้ตัวช้าไปแล้ว เขามาไกลเกินกว่าจะปฏิเสธได้

        “ครับ…คุณน้ำแข็งจะเอาไปทำอะไรครับ” เขาถามย้ำ เพื่อให้แน่ใจ

        “ฉันจะแก้ชุดนี้ให้” น้ำแข็งตอบเรียบ ๆ

        “นายคงไม่สะดวกไปร้านป้าโบตั๋นอีกครั้ง…ใช่ไหม”

เธอยืนรอ นิ่ง เหมือนคำตอบมีได้แค่แบบเดียว

        “ดะ…ได้ครับ…แต่หันหลังไปก่อนนะครับ…”

กรกรรณหน้าแดงแต่ก็ยอมทำตามทุกอย่าง

 

 


หลังจากนั้น…

ภาพตัดไปที่กรกรรณกำลังเดินเหม่อกลับไปยังบ้านพัก

โดนไข่ไก่ปาใส่หัว

โดนผลไม้เละเต็มตัว

โดนระเบิดเพลิงจนกางเกงไหม้เป็นรูหลายจุด

แต่เขายังยิ้มได้ ในมือไม่มีถุงชุดและจิตใจ…ก็ยังไม่กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

เขาเปิดประตูเข้าบ้านพักพร้อมรอยยิ้มและพบว่าทุกคนอยู่กันครบ สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวลแต่ทันทีที่เห็นเขา—

        “ไม่เป็นไรใช่ไหม กร!!! ฉันเป็นห่วงแทบแย่!” ครูฝึกอเล็กพุ่งเข้ามา เขย่าตัวเขาจนหัวโยก

        “โอ้ย โดนมาขนาดนี้ รอดมาได้ยังไงเนี่ย”

หนูแดงตาโต คลานสี่ขาวนรอบตัวเขา สำรวจทุกมุม

        “ฉันห้ามแล้วนะ…แต่เขาไม่ฟัง ดึงดันจะไปเอง” พี่หมีดำทำหน้าเจ็บใจ…ทั้งที่ความจริง โกหกชัด ๆ ว่าเคยห้าม

แต่กรกรรณไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เขายังยิ้มอยู่ ยิ้มให้กับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ยิ้มให้กับ…น้ำแข็ง

        “แล้วชุดล่ะ!!! ชุดอยู่ไหน!?” อเล็กโพล่งขึ้นทันที

        “นายไม่ได้มันมาหรือ!? หรือว่าโดนทำลายไปแล้ว!?”

        “ไม่นะ…มันแพงมากเลยรู้ไหม!” เขาทรุดลง น้ำตาแทบไหล แต่ยังเกาะขากรแน่น

        “ชุด…ใช่ครับ ชุด…” กรกรรณชะงัก

        “…คือ…แบบว่า…” เขาไม่รู้จะพูดยังไงสุดท้ายเลยโกหกออกไป

        “ชุดมัน…ไม่พอดีตัว……เลยฝากป้าโบตั๋นแก้อีกรอบครับ…”

เสียงเบา ไม่มั่นใจ และรู้สึกผิดชัดเจนแต่สำหรับคนที่ “โกหกไม่เป็น” ความจริง…มักตามมาทันที

อเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็วกดเบอร์หาป้าโบตั๋นทันที

        “โว้วววว ชุดยังไม่เสียหาย! ดีจริง ๆ! งั้นนายไม่ต้องใส่ชุดขาด ๆ ไปทั้งปีแล้ว! ฉันจะโทรให้โบตั๋นลัดคิวแก้ให้เลย!”

        “ดะ…เดี๋ยวก่อนครับ!!!” กรกรรณรีบห้ามแต่ไม่ทันแล้ว

เสียงปลายสายดังเจื้อยแจ้วสดใสตามสไตล์ป้าโบตั๋น อเล็กแนบโทรศัพท์กับหูแล้วเงียบลง

        “ครับ…ไม่ได้ลองชุด…ไม่ได้ฝากแก้…ชุดไม่ได้อยู่ที่ร้าน……ครับ…ขอบคุณมากครับ…”

สายตัด อเล็กค่อย ๆ หันมาหากรกรรณสีหน้า…จริงจังผิดปกติ

        “ชุด…อยู่…หนายยยยยย”เสียงเย็นลากยาว

        “แกทำมันพังไปแล้วใช่หม้ายยยยยย”

ด้านหลังอเล็ก หนูแดงกับหมีดำยืนทำหน้าหลอกหลอนประกอบฉากทันที

        “เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน…” กรถอยหลังโดยอัตโนมัติโดนกดดันเต็ม ๆ

        “อะ…เอ่อ…ยังอยู่จริง ๆ ครับ…คือ…มัน…มันอยู่กับ…”

        “…คุณน้ำแข็งครับ”

        “เธอเอาไปแก้ขนาดให้…”

 

สิ้นคำ ทั้งสามคนหยุดนิ่งแล้วค่อย ๆ ถอยไปซุบซิบกัน จากสีหน้าช็อกกลายเป็น…ยิ้มแล้วเดินกลับมา

 

        “ไม่เป็นไรนะกร…” อเล็กพูดเสียงอ่อน

        “นายคงเครียดมาก โดนไข่ปาหัวไปสองฟองใช่ไหม”

        “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราหาเงินไปสั่งตัดใหม่กัน”

        “ที่รัก…มีเค้าแล้วยังฝันถึงคนอื่นอีกเหรอ…” หนูแดงเกาะขากางเกงที่ไหม้ของกรเขย่าเบา ๆ

        “ดีนะที่เป็นยัยผู้หญิงเย็นชาคนนั้น…เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย กลับมานะ…มาหาหนูแดง เดี๋ยวหนูแดงปลอบใจเอง…”

        “น้องชาย…พี่ขอโทษ…” หมีดำเดินเข้ามาทำหน้าเศร้า “พี่ไม่น่าปล่อยแกไปเลย…พี่ควรห้ามตั้งแต่แรก…”

กรกรรณยืนนิ่งหมดแรงจะอธิบาย

…ช่างมันเถอะ

อยากเข้าใจแบบนั้น…ก็เข้าใจไปเพราะต่อให้เป็นตัวเขาเองก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน

 

 


 

ห้องพักของน้ำแข็ง

น้ำแข็งนั่งอยู่บนเตียงพร้อมชุดสีดำสนิทของกรกรรณในมือ เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ในวัยเด็กเธอเคยหัดเย็บปักถักร้อย เคยเย็บเสื้อผ้าให้ตุ๊กตาหมีด้วยตัวเอง แต่หลังจากเข้ามาเป็นทหารของอาณาจักรเธอก็เลิกทำสิ่งเหล่านั้นไปทั้งหมด

จนถึงตอนนี้เธอกำลังจะได้ทำมันอีกครั้ง อุปกรณ์ตัดเย็บถูกซื้อมาใหม่ทั้งชุดครบเกินความจำเป็นวางเรียงอยู่บนเตียงพร้อมใช้งาน

น้ำแข็งหยิบเสื้อสีดำขึ้นมา เนื้อผ้ายังแข็ง ยังใหม่แต่…เขาเคยสวมมันไปแล้ว

เธอนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะค่อย ๆ ยกมันขึ้นมาใกล้ใบหน้า หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

แล้ว—

        ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว

        “น้ำแข็ง อยู่ไหม? เข้าไปได้หรือเปล่า?”

เสียงใส ๆ ของ นิโคล วิเรล เพื่อนสนิทดังมาจากหน้าห้องยิ่งทำให้น้ำแข็งลนหนักกว่าเดิม เธอรีบมองหาที่ซ่อนชุดอย่างรวดเร็วแต่กลับพลาด—ขาเกี่ยวผ้าห่มร่างเสียหลักล้มคว่ำลงจากเตียง

        ตุบ!!!

ผ้าห่มกระเด้งขึ้นกล่องอุปกรณ์ตัดเย็บทั้งชุดลอยขึ้นกลางอากาศแล้ว—

        โครม!!!

ทุกอย่างเทกระจาย เข็ม ด้าย กรรไกร ร่วงใส่หัวน้ำแข็งเต็ม ๆ แต่ถึงอย่างนั้นมือของเธอก็ยัง—กำเสื้อของกรกรรณไว้แน่นไม่ปล่อย

        “เดี๋ยว…กะ…ว้าย…!”

        ตุบ! โครม! แกรก ๆ…

เสียงดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงียบสนิท

        “น้ำแข็ง!!! เป็นอะไรไหม!?” นิโคลถามเสียงลน

ไม่มีคำตอบ

เธอรีบเปิดประตูเข้าไปแล้วก็หยุดนิ่งกับภาพตรงหน้า คือสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

น้ำแข็ง…ในสภาพที่ดูเหมือน “สาวเปิ่น” คนหนึ่ง ผมยุ่ง ของกระจัดกระจาย นอนแผ่อยู่กับพื้นแต่ยัง…กอดเสื้อผู้ชายไว้แน่น

หลังจากเก็บกวาดความวุ่นวายเสร็จทั้งสองนั่งอยู่บนเตียง นิโคลหัวเราะจนตัวงอแทบหายใจไม่ทัน ส่วนน้ำแข็งนั่งนิ่งหน้าบูดไม่พูดอะไรเพราะเธอเพิ่งโดนเห็นทั้งความเปิ่นและความลับในเวลาเดียวกัน

        “สรุปว่าเธอ…” นิโคลพยายามกลั้นหัวเราะ

        “เอาชุดของแกะดำ 03—ไม่สิ…ชุดของ คุณกรกรรณ มาแก้เองเนี่ยนะ!?”

        “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!”

        “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! มันโคตรโรแมนติกเลยนะ! น่ารักชะมัด…ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

        “ถ้ามันน่ารัก…” น้ำแข็งพูดเสียงเรียบปากยื่นเล็กน้อย

        “…แล้วเธอจะหัวเราะทำไม”

นิโคลยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิมและนั่นคือช่วงเวลาไม่กี่ครั้งที่น้ำแข็ง…ได้เป็นตัวของตัวเองจริง ๆ

        “แล้วเธอไปรู้จักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่…” นิโคลเอียงคอมองอย่างจับผิด “คงไม่ใช่เพิ่งรู้จักตอนเหตุการณ์อัลเทรัสแน่ ๆ ใช่ไหม?”

เธอเว้นจังหวะ ก่อนดวงตาจะวาวขึ้น

        “อ้อ…จริงด้วยสิ! ….เธอเคยไปเป็นสายลับที่อัลเทรัสนี่นา—ตอนนั้นใช่ไหม?” นิโคลยิ้มบาง ๆ

        “ร้ายไม่เบาเลยนะ…คุณหนูน้ำแข็ง”

น้ำแข็งชะงักคำพูดนั้น…ใกล้ความจริงเกินไป

        “…หยุดซัก หยุดสืบได้แล้ว” เธอพูดเสียงแข็ง แต่แฝงความลน

        “ฉันจะสนใจใคร…มันก็เรื่องของฉัน”

        “อ๋อ…งั้นเหรอ~” นิโคลลากเสียงยาว ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อย

        “ทั้งที่ฉันอุตส่าห์คิดจะช่วยแท้ ๆ…” เธอแกล้งถอนหายใจ

        “เห็นว่า…หนุ่มคนนั้นน่ะ เข้าขากับแกะดำ 02 ดีไม่ใช่เหรอ?”

ภาพในสนามผุดขึ้นทันที หนูแดงกับกรกรรณที่แบกเธอไว้บนหลัง การต่อสู้ร่วมกันที่ “รู้ใจกัน” อย่างไม่น่าเชื่อใบหน้าของน้ำแข็งตึงขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ตอบแต่สายตา…ตอบทุกอย่างไปแล้ว

        “ฉันมีวิธีนะ” นิโคลพูดเบา ๆ

        “ที่จะทำให้เธอ…ได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น” 

       น้ำแข็งหันขวับ “…อะไรนะ”

        “แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไรนะ~” นิโคลยักไหล่ เหมือนไม่ใส่ใจ

        “…มีโอกาสให้ใกล้ชิดกัน?” น้ำแข็งพึมพำเหมือนทวนคำก่อนจะสะบัดหน้าเล็กน้อย

        “เลิกเล่นอะไรแบบนี้ได้แล้วนะ……ฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ…”

เธอเงียบไปครู่หนึ่งแล้วในที่สุด เธอก็หันกลับมา เสียงเบาลงอย่างยอมจำนน

        “…มีจริงเหรอ…ต้องทำยังไง”

รอยยิ้มของนิโคลกว้างขึ้นทันที เธอพุ่งเข้าไปกอดคอน้ำแข็งจากด้านข้างหัวเราะอย่างถูกใจ

        “เวลาที่เธอยอมทำอะไรเพื่อความรักเนี่ย…น่ารักชะมัดเลยรู้ไหม?”

น้ำแข็งนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าพยายามไม่ให้เห็นว่าแก้มเริ่มร้อนขึ้น

        “ดีมาก…”

นิโคลกระซิบข้างหูน้ำเสียงแฝงความสนุก

        “งั้น…พังให้สวย ๆ เลยนะ”

        “………”

        “…!!!!…”

     

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา