เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
8) ทดสอบร่างกาย 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความห้องพยาบาล
กลิ่นยา เสียงเครื่องมือ ความวุ่นวายเบาลง หนูแดงนอนอยู่บนเตียงพันผ้าพันแผลบางส่วนสีหน้าเหนื่อยล้าแต่ยังมีแววซนเหมือนเดิม
อเล็กนั่งข้างเตียงกำมือเธอไว้แน่น
“ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย…”
เสียงเขาเบากว่าปกติ
หนูแดงเหลือบตามองแต่ยังไม่ทันตอบ—
“ก็ใครบังคับให้พวกเรามาสมัครล่ะครับ” หมีดำพูดแทรกนั่งกินบะหมี่สำเร็จรูปอย่างสบายใจ
“แค่เพื่อบะหมี่ 3 กล่องใหญ่เองนะ”
ซู๊ดดด—
กรกรรณยืนอยู่ปลายเตียงมองหนูแดงสายตาจริงจัง
“หนูแดง…ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่มีเธอ…”
เขาหยุดเล็กน้อย “…ผมคงไม่รอดจริง ๆ” หนูแดงมองเขานิ่ง ๆ
“รอบสุดท้าย…” กรพูดต่อ “ผมก็อยากให้เธอลงนะครับ…แต่ดูแล้ว—”
“แล้วแกอยากให้ฉันลงไหมล่ะ” เธอถามตัดตรง ๆ น้ำเสียงนิ่ง
กรเงียบไปเสี้ยววินาที
“…ก็อยาก” เขาสบตาเธอ “…อยากไปต่อด้วยกัน…จนจบ”
เงียบ….
หนูแดงเบือนหน้าเล็กน้อยเหมือนรำคาญ
“ก็ได้…” เธอถอนหายใจ “แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า”
“ฉันจะลงไปนั่งดูแกโดนอัด” “รอบสุดท้าย…จะไม่ช่วยแล้วนะ”
คำพูดเหมือนไม่สนใจแต่—รอยยิ้มมุมปากมันฟ้องทุกอย่าง
“ครับ…” กรยิ้มบาง ๆ
ทันใดนั้น—“โฮ่!!!” อเล็กร้องลั่น
“พวกเธอ…เป็นทีมแกะดำที่มีใจเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว!!!”
เขาพุ่งเข้าไปกอดทั้งคู่น้ำตาไหลพราก
“ฉันรักพวกเธอ!!!”
“โอ๊ย!!!”
“สกปรก!! ออกไป!!!”
ปึก!!
กรกับหนูแดงช่วยกันผลัก อเล็กลอยตกเก้าอี้
บรรยากาศเงียบลงแต่ไม่อึดอัด ข้างนอกการทดสอบรอบสุดท้ายกำลังจะเริ่ม
สนามเดิมถูกจัดเตรียมใหม่
แผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ หนากว่า 1 ฟุต ถูกวางกระจายทั่วสนามอย่างเป็นระเบียบ ราวกับใครบางคนตั้งใจสร้าง “พื้นที่ทดสอบ” ที่ไม่ธรรมดา
ผู้สมัครเหลือไม่ถึง 40 คน พวกเขาเดินลงสนามอีกครั้ง บางคนมีผ้าพันแผล บางคนเดินกะเผลก บางคนยังดูสมบูรณ์
แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ—แกะดำ 02 และ 03…ยังอยู่
น้ำแข็งลุกขึ้นยืนทันที หัวใจของเธอกระตุกแรงทั้งโล่งใจ…ที่กรกรรณยังรอดมาถึงรอบนี้และหงุดหงิด…ที่ “แกะดำ 02” ยังอยู่ข้างเขาไม่ห่าง
นิโคลเหลือบมอง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“แกะดำ 03 ใช่ไหม?”
น้ำแข็งสะดุ้ง รีบนั่งลงทันที
“ไม่…พูดอะไรไม่รู้เรื่องนะ นิโคล”
“อือ~” นิโคลพยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้พูดต่อเพราะเธอรู้แล้วว่า…เพื่อนปากแข็งคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ในสนาม บรรยากาศไม่เป็นมิตรแม้แต่นิดเดียว
ทีมไฮดร้า
ทีมไททัน
ยังคงจับตาทีมแกะดำไม่ปล่อย สายตาของพวกเขาชัดเจน—รอบนี้…จะไม่ปล่อยให้รอดง่าย ๆ อีกแล้ว
ทันทีที่เริ่มการทดสอบ พวกเขาพร้อมจะกระหน่ำทุกอย่างใส่แกะดำทันที
เสียงผู้ประกาศดังขึ้นผ่านไมโครโฟน
“รอบสุดท้ายนี้…คือเกียรติยศของกองทัพ”
“พวกคุณจะได้รับ เหรียญเกียรติยศ…ถ้าพวกคุณหาเจอ”
เขาชี้ไปยังแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ทั่วสนาม
“ในแผ่นพวกนั้น—มีบางแผ่นที่ซ่อนเหรียญเอาไว้…และบางแผ่น ไม่มีอะไรเลย”
กรกรรณมองตาม
“รอบสุดท้าย…หาของในคอนกรีตสินะ…”
ผู้ประกาศพูดต่อ
“จะใช้พลังของตัวเองก็ได้ หรือจะใช้ค้อนปอนที่เตรียมไว้ให้ก็ได้ พวกคุณมีเวลา 1 ชั่วโมง หลังสัญญาณเริ่ม ขอให้โชคดี”
“1 ชั่วโมง…” เรย์นาร์พึมพำ พลางยิ้ม
“เวลามากเกินพอ…แค่ทุบหินพวกนี้ ง่ายนิดเดียว”
บรอนหัวเราะในลำคอ
“หึ…งั้นก็ทุบมันทุกก้อนก็จบแล้ว”
เสียงหัวเราะเบา ๆ เริ่มกระจาย หลายคนเริ่มมั่นใจ บางคนถึงขั้นรู้สึกว่า—นี่คือ “รางวัล” มากกว่าการทดสอบ
ปี๊ด——!!!
สัญญาณเริ่มดังขึ้น ผู้สมัครทั้งหมดพุ่งตัวออกไปทันทีกระโดดขึ้นแผ่นคอนกรีตใกล้ตัว เสียงค้อนกระแทก
เสียงพลังปะทะ ดังระงมไปทั่วสนาม
กรกรรณไม่รีบร้อนเขาหันไปมองข้าง ๆ
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ…หนูแดง”
หนูแดงนั่งแกว่งขาบนที่นั่งขอบสนาม ยิ้มบาง ๆ เหมือนไม่ได้สนใจอะไรเลย กรกรรณเดินไปหยิบค้อนปอน มันหนักมากหนักจนเขาต้องใช้สองมือยกขึ้น
“เฮ้ยยยย!!! หมีดำ!!!” เสียงอเล็กดังลั่นจากข้างสนาม
“ทำไมแกไม่ลงวะะะะ!!! งานถนัดเลยนะเว้ยยย ต่อหินแบบนี้!!!”
หมีดำนั่งกินซาลาเปาอย่างสบายใจ ไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“ใครจะไปรู้ล่ะครับลูกพี่…”
เขากัดไปคำหนึ่งก่อนตอบต่อ
“ว่ารอบนี้ให้ต่อยหิน…ไม่ใช่ต่อยคน”
ผ่านไปไม่นาน ความจริงก็เริ่มปรากฏ แผ่นคอนกรีตที่วางอยู่ทั่วสนาม…ไม่ธรรมดา จากที่คิดว่า “แค่หาเหรียญแล้วค่อยไปจัดการทีมแกะดำ” ตอนนี้กลายเป็น—
ทำลายมันยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะใช้แรงแค่ไหน ไม่ว่าจะใช้พลังแบบไหน แผ่นคอนกรีตยังคงนิ่ง…ไร้รอยแม้แต่รอยร้าว
บนอัฒจันทร์
ผู้บัญชาการวาร์กัสนั่งมองลงมาอย่างพอใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยราวกับรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า—พวกเขาติดกับดักแผ่นคอนกรีตเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษแข็งระดับที่ “แทบไม่มีใครทำลายได้” ถ้าไม่ใช่เครื่องจักรหนัก
เสียงค้อนดังต่อเนื่อง
ตึง!
ตึง!
ตึง!
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน แรงกระแทกไม่สะเทือน พื้นผิวไม่ขยับ ต่อให้สุ่มถูกแผ่นที่มีเหรียญ—ก็ไม่มีทางเอามันออกมาได้
กรกรรณลองฟาดค้อนลงไปบ้าง ตึง!! แรงสะท้อนย้อนกลับมาที่แขนทันที มือเขาชาไปหมดจนแทบต้องปล่อยค้อนทิ้ง
หนูแดงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พันผ้าพันแผลรอบตัวยังคงแกว่งขาเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เวลาผ่านไป 10 นาที ความหวังเริ่มพังบางคนทุบจนด้ามค้อนหัก บางคนใช้พลังจนหมดแรงแต่—
ไม่มีแผ่นไหนแตก
บรอนยังไม่ยอมแพ้
“อ๊ากกกก!!!”
เขาต่อยลงไปด้วยพลังเต็มแรง
ตูม!!!
เลือดไหลจากหมัดกระดูกเริ่มช้ำแต่เขายังไม่หยุดเหมือนยิ่งเจ็บ…ยิ่งดื้อ
กรกรรณมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินกลับมานั่งข้างหนูแดง
“เหลืออีก 50 นาที…” เขาพูดเสียงแผ่ว “จะเอายังไงดี…”
มันไม่ใช่คำถามเล่น ๆ มันคือการยอมรับจริง ๆ ว่า—หมดทางแล้ว
“ไม่รู้สิ…”
หนูแดงตอบสั้น ๆ ยังคงแกว่งขาเหมือนเดิม
“นั่งคุยกันมั้ง?”
กรกรรณหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเงียบลงสายตาเขามองไปทั่วสนาม มองผู้เข้าแข่งขันที่ยังฝืนทุบ มองทิศทางของแรง
มองจังหวะของการกระแทก มอง “รูปแบบ”
แล้วสายตาเขาก็หยุดที่แผ่นคอนกรีตแผ่นหนึ่ง ด้านข้าง…ไม่ใช่ด้านบน มันมีอะไรบางอย่างที่ “ไม่สมบูรณ์” เขาเห็นมันราวรอยแต่ของมิติ แต่เล็กและจางมาก
เหมือนจุดที่แรงทั้งหมดควรไหลไปเหมือนจุดที่ “ควรถูกโจมตีที่สุด” หรือว่า—นี่คือจุดอ่อน?
กรกรรณลุกขึ้นทันทีคว้าค้อนแล้วลากไปเสียงเหล็กครูดพื้นดังแกรก ๆ คนที่หมดหวังและนั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยังทุบอยู่ค่อย ๆ หยุดมือสายตาหลายคู่เริ่มจับมาที่เขา
ทีมไฮดร้า
ทีมไททัน
ก็หันมามองเช่นกันราวกับว่า—
แกะดำ 03…คนที่ไร้ความสามารถ
กำลังจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเข้าใจ
กรกรรณหยุดยืนยกค้อนขึ้นช้า ๆ สายตาเขานิ่ง ไม่ลังเล และเป็นครั้งแรกในรอบนี้ทั้งสนามเงียบลง
เพื่อรอดู—เขาเห็นอะไร กรกรรณยกค้อนขึ้นมันหนัก…หนักเกินไปสำหรับสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ แขนสั่นเล็กน้อยฝ่ามือที่ยังชาอยู่แทบไม่ยอมรับแรง แต่เขายังยกมันขึ้นแล้ว—
เหวี่ยงลงเต็มแรง
ตึงงง!!!
แรงกระแทกอัดเข้า “ด้านข้าง” ของแผ่นคอนกรีต
ค้อนหักกระเด็นทันทีแรงสะท้อนย้อนกลับจนมือเขาแตก เลือดไหล
แต่—เสียงของมันต่างไป
แผ่นคอนกรีต…กะเทาะ
รอยร้าวเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น เส้นบางๆ กระจายจนเกิดความหวัง—ทุกคนเห็น
สนามทั้งสนามนิ่งไปชั่วขณะแล้วความสิ้นหวัง…ก็เริ่มเปลี่ยนเป็น ความหวัง
ผู้สมัครที่เหลือมองหน้ากัน
ลังเล
สับสน
ไม่รู้จะดีใจ หรือกลัว
กรกรรณเองก็ยืนมองผลงานนั้นเงียบ ๆ มือเขาใช้การไม่ได้แล้วแรงก็แทบไม่เหลือแต่แค่นั้น…ก็พอแล้วเขามาได้แค่นี้ที่เหลือ—ควรเป็นของคนอื่น เขาถอยออก เปิดทางและก็เป็นอย่างที่คิด บรอนกับโดร่าเดินตรงเข้ามา
ชัดเจนว่า—จะมาเอาแผ่นนี้ต่อ
กรกรรณไม่ได้ขัดขวางเขามองอย่างยอมรับและถอยออกให้เต็มทาง
บรอนหยุดตรงหน้ารอยร้าวมองมันนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“เอ้ย…จะไปไหน”
กรกรรณชะงัก
“ให้ช่วยไหม?”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปเขาคิดว่าจะได้ยินคำว่า “หลีกไป” แต่ไม่ใช่
กรกรรณหันกลับไปมองสายตางุนงงเล็กน้อยบรอนพยักหน้าเบา ๆเหมือนจะบอกว่า—อยู่ต่อ แต่ไม่พูดออกมาตรง ๆ
“อืม…งั้น เดี๋ยวนะ”
กรกรรณเดินกลับไปที่แผ่นคอนกรีตเขาก้มลงมองรอยร้าวแล้วเริ่มไล่สายตาไปทั่วพื้นผิวเร็ว…แม่น…และนิ่ง
“มี 3 จุด…”
เขาพึมพำก่อนใช้ดินขีดเครื่องหมาย
“ตรงนี้…ตรงนี้…แล้วก็ตรงนี้”
เขาถอยออกมามองทั้งแผ่นอีกครั้งก่อนพูดชัด ๆ
“ตี 3 จุดนี้…พร้อมกัน”
ยังไม่ทันที่บรอนจะตอบ เรย์นาร์ก็เดินเข้ามาพร้อมคนของเธอ
“ให้ช่วยไหม?”
กรกรรณมองแล้วพยักหน้าไม่ลังเล ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าใครเป็นใคร แย่งกันทีหลังได้แต่ถ้าทำลายมันไม่ได้—ทุกคนแพ้
ทั้งสามคนแยกยืนประจำจุด
บรอน
โดร่า
เรย์นาร์
ส่วนกรกรรณถอยออกไปยืนคุมระยะ
“เอาล่ะ…”
เขาพูดเบา ๆ สายตาจับทั้งสามจุดพร้อมกัน
“เอาเลย!”
ตูม!!!
ค้อนปอนทั้งสามกระแทกลงพร้อมกัน เสียงดังสนั่นสนาม แรงสะเทือนวิ่งผ่านแผ่นคอนกรีตทั้งแผ่น
แตกร้าว ยังไม่แตก แต่—รอยร้าวขยาย พอแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว
คนทั้งสนามเริ่มขยับสายตาเปลี่ยนจากดู → เริ่มเชื่อ
“อีกครั้ง!!” กรกรรณตะโกน
ตูม!!!
ร้าวมากขึ้น
“อีกครั้ง!!”
แม้จะโจมตีจุดอ่อนพร้อมกันแม้จะลงแรงเต็มที่แผ่นคอนกรีตก็ยังคงทนทานอย่างเหลือเชื่อ แต่ครั้งนี้—ไม่มีใครถอยแล้ว
ผู้สมัครคนอื่นเริ่มวิ่งเข้ามา
“ตรงไหน!?”
“จุดไหนวะ!?”
“ตรงนี้!” กรกรรณชี้ทันที
พวกเขาเข้าประจำจุดโดยไม่ต้องสั่งซ้ำ
ตอนนี้—
ไม่มีทีมไฮดร้า
ไม่มีทีมไททัน
ไม่มีแกะดำ
มีแค่—คนที่อยากรอด เสียงค้อนกระแทกดังถี่ขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ทุกคนทุบตามจังหวะเดียวกัน ตามจุดเดียวกัน ตามคำสั่งของคนคนเดียว
กรกรรณยืนอยู่ด้านนอก หายใจหนัก มือเลือดไหลแต่สายตายังนิ่ง
เขาไม่ได้เป็นคนทุบแต่ตอนนี้—ทั้งสนามกำลังสู้…ตามเขา
เวลาเหลือเพียง 15 นาทีแผ่นคอนกรีตแผ่นเดียว…แตก
ไม่ใช่แค่ร้าวแต่เริ่ม “แยกชิ้น” เสียงหอบหายใจดังทั่วสนาม
ทีมไฮดร้า
ทีมไวเปอร์
ทีมไททัน
ไม่มีใครเหลือแรงพอจะยกค้อนแล้ว
มือแตก เลือดไหล แขนสั่นแต่—ไม่มีใครถอย
ในที่สุดเรย์นาร์ก็ชะงัก สายตาเธอจับบางอย่างไว้ได้ ในซอกของคอนกรีตที่แตกออกมีวัตถุใส ๆ กลมขนาดเท่าลูกมะนาว
และข้างในคือเหรียญทอง
“เจอแล้ว!!!”
เธอพยายามแกะมันออกมามือสั่น แต่ไม่หยุดแล้วชูมันขึ้น
“เจอแล้ว!!!”
เสียงเฮดังลั่นสนาม ไม่มีใครแย่ง ไม่มีใครขยับเข้าไป ทุกคนแค่—ยิ้มเหมือนความเหนื่อยทั้งหมด…มีความหมายแล้ว
กรกรรณหันไปมองหนูแดงเธอยังนั่งอยู่ที่เดิมเขายิ้มให้เธอเบา ๆ อย่างพอใจ
แต่—ความดีใจ…อยู่ได้ไม่นาน เสียงผู้ประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“เหลือเวลา 10 นาทีครับ”
“พวกคุณต้องทำลาย ‘แก้ว’ และนำเหรียญออกมา…”
“…ถึงจะได้รับเหรียญเกียรติยศนั้นไป”
สนามทั้งสนามเงียบเหมือนโดนกระแทกอีกครั้ง
บนอัฒจันทร์
ผู้บัญชาการวาร์กัสหัวเราะเบา ๆ
“เหรียญเกียรติยศ…ไม่ได้จะให้ใครง่าย ๆ หรอก”
10 นาทีสุดท้าย ไม่มีการแย่งชิง ไม่มีศัตรูมีแค่—ความพยายามครั้งสุดท้าย
ลูกแก้วถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคน ทุบ ฟาด อัดพลัง ไม่เป็นผล มันแข็งกว่าแผ่นคอนกรีต สะท้อนแรง
ลบแรงแทบทั้งหมด ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ความหวังที่เพิ่งเกิดเริ่มพังลงอีกครั้ง
สุดท้าย ลูกแก้ว…ถูกส่งมาถึงกรกรรณ เขารับมันไว้ มองนิ่ง หมุนดูทุกมุม วิเคราะห์ทุกองศาแต่—ไม่มี ไม่มีจุดอ่อน
ไม่มีรอยร้าว ไม่มี “คำตอบ”
เวลาผ่านไปจนเหลือ 1 นาที
กรกรรณเงียบก่อนจะยื่นมันคืน
“...ขอโทษนะ”
เรย์นาร์รับมันไป กำแน่น ฟันกัด ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแล้ว—เธอขว้างมันทิ้ง
ลูกแก้วกลิ้งไปหยุดตรงหน้า
หนูแดง
เธอก้มลงเก็บมันขึ้นมา ช้า ๆ นิ่ง ๆ ใช้ผ้าพันแผลเช็ดมันเหมือนเช็ดของเล่นชิ้นหนึ่ง
แล้ว—
ยัดเข้าปาก
ทั้งสนามนิ่ง
คนดูนิ่ง
ผู้สมัครนิ่ง
กรกรรณ…นิ่ง
เหมือนทุกอย่างกลั่นหายใจ เวลาเหลือเพียง 6 วินาที
ไม่มีใครเข้าใจไม่มีใครตามทัน หนูแดงอมมันไว้เหมือนลูกอมสีหน้าเฉย ๆ
ไม่รีบ
ไม่ลน
เหลือ 5 วินาที
4…
3…
2…
เธอยกมือขึ้น แตะที่ริมฝีปากแล้ว ดึงเหรียญทองออกมา โดยไม่มีลูกแก้วแล้ว
1 วินาทีสุดท้ายเหรียญอยู่ในมือเธอ
ปี๊ด——!!!
เสียงหมดเวลาดังขึ้น ทั้งสนามเงียบสนิท อเล็ก พูดกับตัวเอง
“เอ้ย!!…ได้ไง!!??”
หนูแดงมองเหรียญในมืออย่างรําคาญ
จอขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เปลี่ยนการแสดงผล เมโลดี้ สกาเล็ต ผู้ได้รับเหรียญเกียรติยศ
หนูแดงลุกขึ้นยืนทั้งสนามยังคงเงียบงันทุกคนยังค้างอยู่กับภาพเมื่อครู่
เธอเดินผ่านคนที่ยืนงงกันอยู่ตรงไปหาเรย์นาร์แล้ว—ยื่นเหรียญทองออกไป
“เอาไปสิ”
เสียงของเธอยังเหมือนเดิมเย่อหยิ่ง…ไม่เป็นมิตร
“ฉันไม่ได้ต้องการมันหรอก”
เรย์นาร์มองเหรียญก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และยิ้ม..
“ฉันอยากได้ก็จริงนะ…”
เธอเงยหน้ามองหนูแดงตรง ๆ
“…แต่เหรียญเกียรติยศ มันไม่ควรได้มาด้วยการยื่นให้แบบนี้หรอก”
เธอผลักมือหนูแดงกลับเบา ๆ
“นั่นมันของแก”
บรอนเดินเข้ามา ช้า ๆ สายตาจ้องหนูแดงไม่วาง เขาหยุดตรงหน้าเธอไม่พูดอะไรสักคำแล้ว—
ยกมือที่เต็มไปด้วยเลือดขึ้น
ปรบมือ
แปะ…แปะ…แปะ…
เสียงดังชัดกว่าทุกอย่างในสนาม
“ยินดีด้วย…แกะดำ 02”
เขาพูดสั้น ๆ ก่อนยิ้มมุมปาก
“รอบนี้…ยอมให้ก็แล้วกัน”
กรกรรณยิ้มแล้วเริ่มปรบมือ
ทีละคน
ทีละคน
เสียงปรบมือค่อย ๆ ดังขึ้น
ทั้งสนาม
มือที่เต็มไปด้วยเลือด ฝ่ามือที่แตก แขนที่สั่น แต่ทุกคน—ปรบมือให้เธอ
ไม่มีทีม ไม่มีศัตรู มีแค่—ความยอมรับ
หนูแดงยังคงยื่นเหรียญค้างอยู่แต่ช้า ๆ มือเธอก็ค่อย ๆ ลดลง ดวงตาเริ่มใสน้ำตาคลอ…แต่ไม่ไหล เธอสูดน้ำมูกแรง ๆ ก่อนจะพูดออกมา
“ไอ้พวกบ้า!!” เสียงสั่น “ทำแบบนี้มัน…” เธอเม้มปาก “…ดูถูกกันชัด ๆ”
แต่ไม่มีใครเชื่อแม้แต่ตัวเธอเอง
บนอัฒจันทร์
น้ำแข็งหยุดมองจอขนาดใหญ่ “เมโลดี้ สกาเล็ต — ผู้ได้รับเหรียญเกียรติยศ” ชื่อ…ที่เธอจำได้ขึ้นใจแต่ไม่ใช่รูปลักษณ์ของเด็กกะโปโลตรงหน้า ดวงตาเย็นชาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย
“เมโลดี้ สกาเล็ต…” เธอทวนช้า ๆ ในใจ
ผู้หญิงคนนี้คือหนึ่งในเหตุที่ทำให้ “คู่หมั้นของเธอ” ต้องตายแล้วตอนนี้—กำลังยืนอยู่ใกล้ “กรกรรณ”
ความรู้สึกบางอย่างเย็นกว่าอากาศรอบตัวกดทับลงมาเงียบ ๆ
“ผู้หญิงคนเดียว…” เธอคิด “…จะทำให้ฉันเจ็บได้ถึงสองครั้งงั้นเหรอ”
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอไม่เคยเชื่อในคำนี้และเธอจะไม่อยู่เฉย น้ำแข็งลุกขึ้นจากที่นั่ง VIP ทุกสายตาหันมามองโดยไม่รู้ตัว
เธอเดินไปยังขอบระเบียงสายตากวาดลงไปยังสนามมองหาใครบางคน
“กรกรรณ…”
เธอเจอเขาหัวใจเธอขยับแค่เล็กน้อย อยากลงไปหา อยากยืนอยู่ตรงนั้น อยากอยู่ใกล้เขาแต่—
ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอยกมือขึ้นไอเย็นก่อตัวเหนือสนาม
เงียบ…ก่อนจะระเบิดออกเป็นเกล็ดหิมะบางเบา หิมะโปรยลงช้า ๆ เย็น นุ่ม งดงาม
ความร้อนแรงของสนามค่อย ๆ ถูกกลืนหาย ความตึงเครียด ละลายลง เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วสนาม
“อ่า…ขอบคุณ…คุณน้ำแข็ง นางฟ้าของเรา” เสียงผู้ประกาศดังผ่านไมค์
“ขอบคุณที่ร่วมยินดีในชัยชนะของผู้สมัคร!”
ภาพของเธองดงามราวกับสิ่งที่อยู่คนละโลกและก็—สูงเกินเอื้อม
ผีเสื้อน้ำแข็งตัวหนึ่งลอยลงช้า ๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้ากรกรรณ เขามองมันเงียบ ๆ ก่อนที่มันจะขยับนำสายตาของเขาให้เงยขึ้นไป ไปยัง—เธอ
น้ำแข็งยืนอยู่บนชั้น VIP สายตาของเธอมองตรงมาที่เขา ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความอ่อนโยนมีแค่—การครอบครอง ริมฝีปากของเธอขยับช้า ๆ
“เก่งมาก” เว้นจังหวะ
“ที่รัก” ชัดเจน
“ของฉัน” ไม่มีเสียง
แต่เขา “เห็น” ทุกคำ ไม่ใช่ภาพลวง ไม่ใช่ความเข้าใจผิดมันคือ—คำประกาศก่อนที่เธอจะหันหลังเดินกลับไปยังที่นั่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือไว้เพียงเกล็ดหิมะที่ยังคงโปรยลงมาและหัวใจของเขาที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
คืนนั้นงานปิดลงด้วยแสงพลุที่สว่างเต็มท้องฟ้าเสียงเฉลิมฉลองดังไปทั่วสนาม
พิธีมอบรางวัลเริ่มขึ้น ผู้บัญชาการวาร์กัสเป็นคนมอบเหรียญสีหน้าเขา…ไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย แต่ก็จำต้องยื่นเหรียญให้
หนูแดงรับมันมาเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ในสายตาของคนทั้งสนามไม่มีใครมองเธอเหมือนเดิมอีกแล้ว
คืนนั้นทีมแกะดำกลับที่พักพร้อมบะหมี่ 3 กล่องใหญ่เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังเป็นระยะและในกระเป๋าของหนูแดง
มีเหรียญเกียรติยศอยู่หนึ่งเหรียญ....
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ