เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
38) Fight Dot 12
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความแนะนำตัวละคร
ทีมแกะดำ
กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”
เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง
หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด สายป้องกันสมบูรณ์แบบ สะท้อนการโจมตี
เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง
กลุ่มชุดขาวกรานเวล
นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง
ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง
เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม
ผู้ประกาศข่าวสายกีฬา
ธนกฤต “แทน” วีระชัย ผู้ประกาศข่าวกีฬาชาย
ณิชมน “มิ้นท์” กิตติภา ผู้ประกาศข่าวกีฬาชาย
ต้นกล้า “กล้องไว” ศรีพัฒน์ (รายงานข้างสนาม)
ตารางคะแนนผู้นำกลุ่ม หลังการแข่ง 2 รอบ
| กลุ่ม A | กลุ่ม B | กลุ่ม C | กลุ่ม D |
|---|---|---|---|
| Tempest Edge มี 6 แต้ม | Kaiser Holt มี 6 แต้ม | Richter Fenn มี 6 แต้ม | Titan Forge มี 7 แต้ม |
| Valhalla Unit มี 5 แต้ม | Alpha Heroes มี 4 แต้ม | Nomad มี 4 แต้ม | Blackout Bull มี 5 แต้ม |
| กลุ่ม E | กลุ่ม F | กลุ่ม G | กลุ่ม H |
|---|---|---|---|
| Sub-Zero มี 6 แต้ม | Black Sheep มี 6 แต้ม | Crimson Phoenix มี 7 แต้ม | Silver Dominion มี 8 แต้ม |
| Prism Waltz มี 6 แต้ม | The Wing มี 5 แต้ม | Infinity R มี 5 แต้ม | OX and △ มี 4 แต้ม |
2 วันต่อมา
มีการสรุปผลการแข่งขันรอบที่ 2 ของทุกทีมผ่านข่าวช่องหลัก แม้แมตช์อันดุเดือดระหว่าง The Wing และแกะดำจะถูกพูดถึงอย่างมากในเมืองกรานเวล แต่ในเมืองหลวงกลับไม่ได้รับความสนใจมากนักเพราะกลุ่ม F ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอ่อน ไม่หวือหวาและไม่น่าจับตาเท่ากลุ่มที่มีทีมเต็งระดับประเทศหรืออดีตแชมป์โลก
หน้าจอโทรทัศน์เริ่มรายงานสรุปผลการแข่งขัน
“สวัสดีครับ ผม ธนกฤต ‘แทน’ วีระชัย”
“ดิฉัน ณิชมน ‘มิ้นท์’ กิตติภา กลับมาอีกครั้งกับข่าวกีฬาที่ทุกคนรอคอยค่ะ วันนี้เราจะมาสรุปคะแนน Fight Dot World Fight 69หลังจากทุกทีมแข่งรอบที่ 2 จบลงแล้วนะคะ” มิ้นท์พูดเกริ่นด้วยรอยยิ้มสดใส
“เอาทุกทีมเลยหรือครับคุณมิ้นท์” แทนถามพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“แหม รายการเรามีเวลาไม่มากขนาดนั้นนะคะ” มิ้นท์ตอบเสียงหวาน “เราคัดเฉพาะทีมเต็งและทีมที่น่าจับตามองมาให้ผู้ชมที่น่ารักทุกท่านอยู่แล้วค่ะ” เธอแตะหน้าจอด้านหลังเบา ๆ
ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นตารางคะแนนของกลุ่มต่าง ๆ ทันที
| กลุ่ม A | กลุ่ม B | กลุ่ม C | กลุ่ม D |
| Tempest Edge มี 6 แต้ม | Kaiser Holt มี 6 แต้ม | Richter Fenn มี 6 แต้ม | Titan Forge มี 7 แต้ม |
| Valhalla Unit มี 5 แต้ม | Alpha Heroes มี 4 แต้ม | Nomad มี 4 แต้ม | Blackout bull มี 5 แต้ม |
| กลุ่ม E | กลุ่ม F | กลุ่ม G | กลุ่ม H |
| Sub-Zero มี 6 แต้ม | Black sheep มี 6 แต้ม | Crimson Phoenix 7 แต้ม | Silver Dominion มี 8 แต้ม |
| Prism Waltz มี 6 แต้ม | The Wing มี 5 แต้ม | Infinity R มี 5 แต้ม | OX and △ มี 4 แต้ม |
“ตารางคะแนนมาแล้วครับ จะเห็นได้ว่า ผู้นำกลุ่มตอนนี้ที่นำโด่งมาเลยด้วย 8 แต้ม คือ Silver Dominion ทีมตัวแทนจากวอร์เกน บ้านเราเองละครับ ชนะขาด 4 แต้มทั้ง 2 แมตช์เลยครับ” แทนพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะไล่สายตาดูตารางต่อ
“ห่างจากที่ 2 ของกลุ่ม H ทีมหน้าใหม่… อะไรเนี่ย?” เขาพลิกกระดาษในมือ แล้วก้มดูอีกครั้งให้แน่ใจ
มิ้นท์หัวเราะเบา ๆ
“อ่านว่า โอ เอ็กซ์ และ สามเหลี่ยม ค่ะคุณแทน”
“โอ เอ็กซ์และ….สามเหลี่ยม” แทนอ่านซ้ำด้วยสีหน้างุนงง “ชื่อทีมแปลกจริง ๆ นะครับ”
“ทีมน้องใหม่ค่ะ ได้ 4 แต้มก็ถือว่าเก่งแล้วนะคะ” มิ้นท์พูดต่อ “แต่สำหรับกลุ่ม H ต้องบอกว่า Silver Dominion เข้ารอบค่อนข้างแน่นอนแล้วค่ะ”
“เป็นโชคดีของ Silver Dominion นะครับ ที่ไม่ต้องเหนื่อยมากในรอบแบ่งกลุ่ม” แทนพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อ “มาดูกลุ่มที่ยักษ์ชนยักษ์กันบ้างครับ ต้องนี่เลย กลุ่ม A”
ภาพบนจอซูมไปที่ตารางกลุ่ม A
“Tempest Edge และ Valhalla Unit ขับเคี่ยวกันสนุกมากเมื่อคืนนี้ และจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ครับ แต่เนื่องจาก Tempest Edge เก็บชัยชนะ 4 แต้มเต็มมาได้ในรอบแรก พวกเขาเลยยังนำเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มอยู่ครับ”
มิ้นท์แตะจอให้เปลี่ยนไปที่กลุ่ม G
“ส่วนกลุ่ม G ที่มี Crimson Phoenix เป็นผู้นำ ก็ดูเหมือนจะเข้ารอบค่อนข้างแน่นอนแล้วเหมือนกันนะคะ พวกเขายังแข็งแกร่งสมตำแหน่งแชมป์เก่าจริง ๆ”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนหันกลับมายิ้มให้กล้อง
“แต่กลุ่ม E นี่เหนื่อยหนักเลยค่ะ Sub-Zero และ Prism Waltz มี 6 แต้มเท่ากัน พวกเขาไม่ยอมกันเลยจริง ๆ”
“มีอีกกลุ่มที่ยังไม่ได้พูดถึงนะครับ” แทนพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “กลุ่มที่มีทีมขวัญใจของคุณมิ้นท์อยู่ไงครับ”
มิ้นท์หันไปมองเขาทันที
“อย่าแซวแบบนี้สิคะ อุตส่าห์เก็บไว้เป็นกลุ่มสุดท้าย” ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นตารางกลุ่ม D
“กลุ่ม D ค่ะ Titan Forge มี 7 แต้ม พวกเขาทำผลงานไว้ได้ดีมาก ชนะทั้ง 2 แมตช์ และตอนนี้ขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มค่ะ”
แทนหัวเราะเบา ๆ
“ดูจากน้ำเสียงแล้ว คุณมิ้นท์คงประทับใจมากนะครับ”
“ก็ต้องประทับใจสิคะ” มิ้นท์ตอบทันที “Titan Forge เป็นทีมที่มีทั้งพลัง ความแม่นยำ และระบบทีมที่น่ากลัวมาก พวกเขาไม่ใช่แค่ทีมแข็ง แต่เป็นทีมที่เล่นเหมือนเครื่องจักรสงครามจริง ๆ ค่ะ”
แทนพยักหน้า
“เรียกได้ว่า หลังผ่านรอบที่ 2 ไปแล้ว ภาพรวมเริ่มชัดขึ้นครับ ทีมเต็งหลายทีมยังคงรักษามาตรฐานได้ดี แต่ก็มีบางกลุ่มที่ยังเดือดมาก โดยเฉพาะกลุ่ม E และกลุ่ม A”
เสียงรายงานข่าวเกี่ยวกับ Fight Dot World Fight 69 ดังออกมาจากโทรศัพท์บนโต๊ะของพนักงานคนหนึ่งในสำนักงานสภาสูงวอร์เกน
ป้าเจเนตค่อย ๆ เดินย่องไปที่โต๊ะของน้ำแข็ง ขณะเดียวกัน มนัสกับเคสก็แอบดูอยู่หลังพาร์ทิชัน เหมือนกำลังส่งหน่วยกู้ระเบิดเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัยไม่มีผิด
“สวัสดีจ้ะ…” เจเนตทักเสียงหวานผิดปกติ
“ทำอะไรอยู่จ๊ะ คนสวย” น้ำแข็งเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ของเธอ
ใบหน้าของเธอดูเหนื่อย เพลีย และล้ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
“ตายแล้ว!!!” เจเนตอุทานทันที “ทำไมดูโทรมอย่างนี้คะ คุณเลขา งานหนักไปหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ค่ะ” น้ำแข็งตอบเรียบ ๆ “แค่ดู Fight Dot World Fight แล้วนอนดึกน่ะค่ะ”
ความจริงแล้ว น้ำแข็งไปฝึกพิเศษกับพลัสแทบทุกคืน ทำให้เวลานอนน้อยและร่างกายเริ่มล้า แต่เรื่องนั้นเธอต้องเก็บไว้เป็นความลับ
“Fight Dot World Fight!!!” เจเนตตาเป็นประกายทันที
“ใช่ ๆ ๆ ป้าอยากรู้จริง ๆ ถามได้ไหมคะ คนในรูปที่อยู่บนโต๊ะคุณน้ำแข็งคือใครคะ ใช่แกะดำ 03 ที่เขาลือกันหรือเปล่า?”
คำถามตรงเกินไปจนมนัสกับเคสที่แอบอยู่หลังพาร์ทิชันแทบสะดุ้ง
“ป้า!!! ถามอะไรแบบนั้น!” มนัสกระซิบเสียงหลง “ออกมาเลยนะ เราจะซวยกันหมด!”
“ป้าไปเปิดบอสลับแล้ว…” เคสกระซิบตามด้วยสีหน้าซีด
น้ำแข็งหันไปทางเสียงของทั้งคู่ เธอพยายามยิ้มให้เล็กน้อย ราวกับจะบอกว่าเธอไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น จากนั้นจึงหันกลับมาตอบเจเนตตรง ๆ
“ใช่ค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบ
น้ำแข็งวางมือบนโต๊ะเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“กรกรรณ แกะดำ 03 เขาอยู่ทีมแกะดำ และตอนนี้ก็มีโอกาสที่จะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย อีกไม่นานเขาอาจได้มาแข่งที่เมืองหลวงค่ะ”
น้ำแข็งพูดเพียงแค่นั้น แต่สำหรับเจเนต นั่นมากพอแล้ว ต่อมเผือกและต่อมมโนของเธอทำงานเต็มกำลังทันที
“โอ๊ยยยย แม่เจ้า…” เจเนตยกมือทาบอก สีหน้าฟินสุดชีวิต
“ถ้าทีมแกะดำได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาก็จะได้มาแข่งที่เมืองหลวง! ชัดเลย ป้าเข้าใจแล้ว หนูน้ำแข็งรอพ่อหนุ่มกรกรรณอยู่ใช่ไหม!”
เธอกำหมัดแน่นเหมือนเชียร์ละครหลังข่าว
“Yes! ป้าฟังแล้วหัวใจพองโตเลยค่ะ!”
“พอแล้วป้า!! น่าอายจริง ๆ!” เคสรีบวิ่งเข้ามาดึงแขนป้าเจเนตด้วยสีหน้าเกรงใจสุดชีวิต
“ขอโทษนะคะคุณน้ำแข็ง ป้าแกชอบเผือกเป็นปกติน่ะค่ะ แฮะแฮะ…”
เคสพูดเสียงอ่อน ก่อนพยายามลากป้าเจเนตออกมา
น้ำแข็งมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ” ทุกคนชะงัก
เพราะน้ำเสียงของเธอไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกวัน
“ฉันก็ไม่ได้มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว” ประโยคนั้นทำให้มนัสกับเคสมองหน้ากันอย่างตกใจ
ส่วนน้ำแข็งก้มมองเอกสารบนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วปกติพวกคุณทานข้าวกันที่ไหนคะ?” คำถามธรรมดานั้นกลับทำให้ทั้งสามคนเงียบไปทันที
น้ำแข็งพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความเกรงใจเล็กน้อย
“ฉันยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลย ถ้าไม่รบกวน ช่วยแนะนำร้านให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดเบาลงอีกนิด “หรือถ้าให้ฉันไปด้วย… จะขอบคุณมากเลยค่ะ”
มนัส เคส และป้าเจเนตนิ่งค้างไปพร้อมกัน เหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สุดในสำนักงาน หญิงสาวที่ทั้งชั้นลือกันว่าเย็นชา เข้าถึงยาก และเป็นเหมือนเจ้าหญิงบนหอคอยกำลังถามว่า—ขอไปกินข้าวด้วยได้ไหม
ป้าเจเนตเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นปิดปากดวงตาเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง
“ตายแล้ว…”
เธอพูดเสียงสั่นด้วยความปลื้ม
“วันนี้ป้าจะพาไปกินร้านที่อร่อยที่สุดในย่านนี้เองค่ะ!”
“ป้า อย่าเวอร์…” เคสกระซิบ
“ไม่เวอร์!” เจเนตหันไปกระซิบกลับ “นี่คือภารกิจรับน้องคุณเลขา!”
น้ำแข็งมองภาพนั้นเงียบ ๆ มุมปากของเธอขยับขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบไม่มีใครทันสังเกต แต่สำหรับคนในสำนักงานที่เผลอมองอยู่ มันมากพอจะทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะของเธออบอุ่นขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมาเล็กน้อย
โรงพยาบาลของหน่วยงานรัฐแห่งเดิมในเมืองกรานเวล
“หายแล้ว!!!!!!” หนูแดงชูสองมือขึ้นเหนือหัว แล้วตะโกนอย่างร่าเริง
แค่ 3 วัน กระดูกไหล่ข้างที่โดนขวานของทาโฮมาสับจนหัก ต่อติดกลับมาแล้ว เหลือเพียงรอยร้าวเล็ก ๆ ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าเคยเป็นแผลหนักระดับถูกส่งเข้า ICU มาก่อน
แต่สถานที่ที่หนูแดงกำลังยืนตะโกนอยู่นั้น ไม่ใช่ห้อง ICU ของเธอ แต่เป็นห้องพักผู้ป่วยของกรกรรณ ห้องเดิม โรงพยาบาลเดิมและพยาบาลคู่เดิม
ทั้งสองยืนยิ้มแห้ง ๆ อยู่หน้าประตู มองความวุ่นวายขั้นสุดที่ไม่ได้มีแค่ทีมแกะดำเท่านั้น แต่ยังมีชุดขาวอีก 3 คนที่ดูเหมือนจะติดเชื้อความบ้าเข้ามาร่วมด้วยแล้ว
“ทำไมผมไม่ได้ไปอยู่โรงพยาบาลดี ๆ กับเขาบ้างครับ ครูฝึกอเล็ก!!!”
กรกรรณโวยวายจากบนเตียง ร่างกายมีผ้าพันแผลเต็มตัว และมีหนูแดงยืนคร่อมอยู่บนเตียงเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ เหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่บนเตียง
“ท่านโอโนก็บอกว่าจะจ่ายให้ทั้งหมดแล้วนะครับ!!!”
“อยู่นี่ก็ดีนะ” นิโคลพูดอย่างอารมณ์ดี ขณะนั่งอยู่ข้างเตียง “ใกล้ค่ายทหาร พวกเรามาเยี่ยมสะดวก”
เธอยกช้อนโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ
“อะ อ้าปากอีกคำนะกร อ้ามมมม”
“หยุดนะ!” หนูแดงหันขวับทันที แล้วพยายามแย่งช้อนจากมือนิโคล
“เอามานี่ เค้าจะป้อนกรเอง!”
“เธอเพิ่งออกจาก ICU นะ หนูแดง” นิโคลพยายามยื้อช้อนไว้
“หายแล้ว!!!”
“แค่กระดูกติด ไม่ได้แปลว่าหายดี!”
“หายแล้วก็คือหายแล้ว!!!”
ขณะเดียวกัน หมีดำกำลังคุ้ยกระเช้าเยี่ยมจำนวนมหาศาลที่กองเต็มห้องจนแทบไม่มีทางเดิน
เสียงกระดาษแก้ว เสียงริบบิ้น และเสียงกล่องของฝากดังกรอบแกรบไปทั่วห้อง
“โอ้ว… รังนก ของแพง!!!”
หมีดำยกขวดเล็ก ๆ ขึ้นมาด้วยดวงตาเป็นประกาย
“นี่ซุปไก่สกัด!!! แล้วก็มีผลไม้เต็มเลย… เย่…”
“ผลไม้นั่นต้องเอาไปล้างก่อนนะ หมีดำ!!!”
เรนตะโกนจากอีกฝั่งของห้อง พยายามฝ่ากองกระเช้า กล่องของขวัญ และถุงเยี่ยมไข้เข้าไปหาเขา
“แล้วก็เอามาทางนี้เลย ฉันจะปอกให้ทุกคนกินด้วย”
“ล้างก่อนกินทำไม?” หมีดำถามอย่างจริงจัง
เรนชะงัก
“เพราะมันควรล้างไง”
“แต่มีเปลือก”
“หมีดำ…”
น้ำเสียงของเรนเย็นลงครึ่งระดับ
“เอามา”
หมีดำยอมส่งผลไม้ให้แต่โดยดี
ไคลน์นั่งอยู่เงียบ ๆ ที่มุมห้อง มือถือโทรศัพท์ดูผลการแข่งขันของคู่อื่น ๆ สีหน้าเหมือนพยายามทำตัวเป็นคนปกติคนสุดท้ายในห้องนี้
แต่พื้นที่รอบตัวเขาก็ถูกกล่องผลไม้และกระเช้าเยี่ยมไข้ล้อมไว้จนแทบลุกไปไหนไม่ได้
“ถ้ามรใครตายเพราะสะดุดล้ม ฝากบอกด้วยว่าเป็นอุบัติเหตุจากแกะดำ” ไคลน์พูดเรียบ ๆ โดยไม่เงยหน้าจากโทรศัพท์ แต่ไม่มีใครฟังเขาเลย
อีกมุมหนึ่งของห้อง อเล็กกำลังตั้งเตาแก๊สปิกนิกบนโต๊ะเล็ก ๆ แล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างใจเย็น เหมือนที่นี่ไม่ใช่ห้องพักผู้ป่วย แต่เป็นลานตั้งแคมป์กลางป่า
ในที่สุด พยาบาลที่ยืนทนอยู่หน้าประตูก็หมดความอดทน
“ห้ามทำอาหารในห้องพักนะคะ คุณญาติผู้ป่วย!!!”
เสียงตะโกนของเธอดังข้ามหัวทุกคนไปทั่วห้อง
หนูแดงยังยื้อช้อนกับนิโคล
หมีดำยังถือรังนกไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า
เรนกำลังยึดผลไม้คืน
ไคลน์ยังติดอยู่กลางกองกระเช้า
อเล็กยังคนเส้นบะหมี่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ส่วนกรกรรณนอนอยู่บนเตียง มองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่า
เขาค่อย ๆ ถอนหายใจยาว
“ผมขอย้ายโรงพยาบาลตอนนี้ยังทันไหมครับ…”
พยาบาลคู่เดิมหันมามองหน้ากันแล้วทั้งคู่ก็ยิ้มแห้งพร้อมกันอย่างเหนื่อยใจเพราะรู้ดีว่า—ตราบใดที่ผู้ป่วยชื่อกรกรรณ กาลธารายังอยู่ที่นี่ ความสงบสุขของโรงพยาบาลแห่งนี้ คงไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว
“คืนนี้ The Wing กับ Iron Dogs จะแข่งกัน” ไคลน์พูดขึ้น
เสียงวุ่นวายในห้องเงียบลงทันที แม้แต่หนูแดงที่กำลังแย่งช้อนกับนิโคลก็ชะงักไปครึ่งวินาที
ไคลน์ยังนั่งอยู่มุมห้อง มือถือโทรศัพท์ไว้ในมือ สายตาเลื่อนอ่านข้อมูลบนหน้าจออย่างเงียบ ๆ
“หลังจากแข่งกับเรา The Wing เจ็บหนักทั้ง 3 คนเลย โล่ของทาโฮมาแตก และตอนนี้ไม่มีสำรองเพิ่ม กระดูกคอของไนอาห์เคลื่อน ยังลงสนามไม่ได้ ส่วนอายานียังพอวิ่งได้ แต่แผลที่หนูแดงฝากไว้ยังไม่หายดีเลย”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“พวกเขาประกาศรายชื่อผู้เล่นคืนนี้แล้ว ใช้ตัวสำรองทั้ง 2 คนแทนทาโฮมากับไนอาห์”
อเล็กที่กำลังคนเส้นบะหมี่อยู่หันมาสนใจทันที
“เจ็บหนักเลยนะนั่น… แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ”
“ไม่หรอกครับ ครูฝึก” ไคลน์พูดต่อ “Iron Dogs เองก็เจ็บไม่ต่างกัน แขนของเดรคกับเรย์ที่บาดเจ็บตอนแข่งกับเราก็ยังไม่หายดีเหมือนกัน จะว่ารอบนี้สูสีก็ได้”
บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้งเพราะทุกคนรู้ดีว่าอาการบาดเจ็บพวกนั้นเกิดจากใครหรือพูดให้ตรงกว่านั้น—เกิดจากการแข่งกับแกะดำ
ไคลน์เลื่อนหน้าจอต่อ แล้วอ่านออกเสียง
“สำนักข่าวท้องถิ่นตั้งฉายาให้แกะดำว่า ‘เครื่องบด’ ไปแล้ว”
กรกรรณกะพริบตาช้า ๆ
“เครื่องบด…?”
“ใช่” ไคลน์เงยหน้าขึ้นมองเขา “ทีมที่เจอกับแกะดำ ถึงจะไม่แพ้ ก็พังกลับไปแทบทุกราย ตอนนี้พวกนักวิเคราะห์ให้น้ำหนักว่าแกะดำจะชนะ Eden Sphere ในรอบสุดท้ายค่อนข้างชัดเจน”
สายตาของไคลน์เลื่อนไปหยุดที่กรกรรณ
“ถ้านายลงไหว”
กรกรรณนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายพันผ้าพันแผลแทบทั้งตัว
“แต่เราก็เจ็บหนักนะครับ” เขาพูดเสียงแห้งแล้วหันไปมองสมาชิกทีมอีก 2 คน
หนูแดงกำลังแย่งช้อนกับนิโคลอยู่ข้างเตียง และตอนนี้เธอกัดช้อนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยนะ หนูแดง!”
“แง่งงงง…..!” หนูแดงขู่
“มันเป็นช้อนโรงพยาบาลนะ!”
“ช้อนของกร!!!”
อีกฝั่งหนึ่ง หมีดำกำลังยกซุปไก่สกัดขวดที่ 10 ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“อืม… ขวดเล็กไปหน่อย”
กรกรรณมองภาพนั้นเงียบ ๆ
“…”
เขาหันกลับมามองเพดาน
“ผมจะพยายามหายให้ทันก็แล้วกันครับ…”
กรพูดได้แค่นั้นเพราะไม่มีอะไรจะพูดต่อจริง ๆ
“เอ่อ… วันนี้คุณหมอบอกว่าเอาเฝือกของคุณกรกรรณออกได้แล้วนะคะ”
พยาบาลพยายามพูดแทรกความวุ่นวายในห้องพักผู้ป่วย แต่ในห้องตอนนี้ในห้องไม่มีใครสนใจเลย พยาบาลสูดหายใจลึก ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่ใกล้จะแตกสลายเต็มที
“แล้วคุณหมอก็ฝากมาบอกว่า การทำกายภาพบำบัดในน้ำจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้นค่ะ แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีสระสำหรับทำกายภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าทางญาติคนไข้ต้องการพาคนไข้ไปทำกายภาพบำบัดในน้ำ ก็แจ้งได้นะคะ ทางโรงพยาบาลจะทำเรื่องส่งตัวออกให้”
แทบไม่มีใครฟังยกเว้นคนคนหนึ่ง นิโคล วิเรล ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นทันที
“การทำกายภาพบำบัดในน้ำ!!!”
ทุกคนหันมามองเธอพร้อมกัน นิโคลลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้
“หมายถึงสระว่ายน้ำใช่ไหมคะ!!!”
“เอ่อ… ในเชิงการแพทย์ก็—”
“หน้าร้อนแบบนี้ต้องสระว่ายน้ำกลางค่ายทหารกรานเวลของเราสิคะ!!!”
นิโคลพูดต่ออย่างไม่ฟังคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น
“หนุ่ม ๆ สาว ๆ แต่งชุดว่ายน้ำอวดโฉม กล้ามเป็นมัด หน้าท้องแบนราบ และสะโพกกลม ๆ เด้ง ๆ!”
ทั้งห้องเงียบไปครึ่งวินาที
เรนที่กำลังหยิบผลไม้ที่ตัวเองเพิ่งฝานเข้าปาก หันไปมองนิโคลด้วยสีหน้าเรียบมาก
“นิโคล”
เขาเคี้ยวผลไม้ช้า ๆ
“เธอนี่มันเป็นคนแบบไหนกันแน่”
นิโคลยิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน
“อะไรที่ดูดี ฉันชอบหมดแหละ”
จากนั้นเธอก็หันขวับไปทางกรกรรณบนเตียง
“ไปเถอะกร ไปสระว่ายน้ำกัน!!!”
“เดี๋ยวครับ ผมยังไม่ได้ตกลง—”
นิโคลไม่รอให้กรพูดจบ เธอปล่อยช้อนที่หนูแดงกำลังกัดคาไว้อยู่ แล้วพุ่งไปแย่งมีดปอกผลไม้จากมือเรน
“ขอยืมหน่อย!”
มีดปลอกผลไม้ถูกฉกไปจากมือเรนทั้งที่ยังค้างท่าเดิม
“เอาล่ะ ถอดผ้าพันแผลก่อน จะได้เตรียมตัว!”
“หยุดนะ!!!”
หนูแดงพ่นช้อนออกจากปากทันที แล้วโยนชามโจ๊กทิ้งอย่างไม่ลังเล
“ฉันจะแกะผ้าพันแผลของกรเอง!”
หนูแดงกระโดดขึ้นเตียง แล้วดึงแขนกรเข้าหาตัวอย่างวุ่นวาย
“อย่าครับ ผมยังไม่ได้ใส่อะไรเลย!!!” แต่ไม่ทัน กรกรรณโดนรุมจนต้องยอมจำนน
หมีดำหันมามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกซุปไก่สกัดขึ้นดื่มต่อ
“สระว่ายน้ำเหรอ… มีของกินไหม”
ไคลน์นั่งอยู่มุมห้อง เงยหน้าจากโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“ถ้ามีข่าวว่าผู้ป่วยถูกญาติรุม….จนบาดเจ็บซ้ำ ฉันจะบอกสื่อว่าไม่รู้จักพวกเธอ”
อเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้น “เอ่อ… ฉันไม่ขอไปด้วยนะ ในค่าย...ไม่ค่อยอยากไปเลย”
“ไปเถอะครูฝึกอเล็ก ผมรับประกันความปลอดภัย” ไคลน์พูดนับรองให้เขา
พยาบาลคนหนึ่งกุมขมับ
อีกคนค่อย ๆ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“เรา… แจ้งคุณหมอให้แล้วกันนะคะ”
พูดจบ ทั้งสองก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกันอย่างหมดแรงประตูปิดลงเบา ๆ
ก่อนนิโคลจะหันกลับมายิ้มให้กรกรรณ “ฉันคิดอะไรสนุกๆ ได้แล้ว...อิอิอิ...”
กรกรรณหน้าซีดลงทันที
“ผมล่ะ...ไม่สบายใจเลยจริงๆ…”
สระว่ายน้ำของค่ายทหารกรานเวล
พื้นที่สระของค่ายทหารแห่งนี้ใหญ่กว่าที่กรกรรณคิดไว้มาก
ประกอบไปด้วยสระมาตรฐานถึง 4 สระ และสระรูปร่างอิสระอีก 1 สระสำหรับฝึกฟื้นฟูร่างกายหรือใช้งานทั่วไป
“โอ้วววววว!!!” หนูแดงวิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น
“นี่มันใหญ่กว่าที่ฉันคิดอีก! ไม่เคยมาเลย ไม่เคยได้เข้าเลย จริงๆ แล้วถูกห้ามเข้าด้วย!!”
เธอยังใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เพราะไม่มีชุดว่ายน้ำของตัวเอง
กรกรรณกับหมีดำก็ไม่ต่างกัน
ทั้งสามคนดูเหมือนกลุ่มคนที่ถูกพามาผิดสถานที่ มากกว่าจะเป็นนักกีฬาที่เพิ่งสร้างกระแสใน Fight Dot World Fight 69
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัวทันที
“นั่นแกะดำจริงเหรอ”
“ของจริง… พวกเขามาได้ไง”
“มากับชุดขาว คุณไคลน์พามาเองเลยนะ…”
“ทีมแกะดำที่แข่ง Fight Dot World Fight 69 ปีนี้น่ะเหรอ พวกเขาลงให้ Velvet Group ไม่ใช่หรือไง”
“ทางค่ายไม่ยอมให้พวกเขาลงตั้งแต่แรกนะ ฉันเห็นกับตาวันนั้น ก็แอบสงสารอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้คิดว่าดีแล้วล่ะ”
“จริงเหรอ…”
เสียงพูดคุยดังไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดอะไรตรง ๆ เพราะคนที่พาพวกเขาเข้ามาคือชุดขาว
ไคลน์ เรน และนิโคล
ชื่อของทั้งสามคนมากพอจะทำให้ทหารส่วนใหญ่เลือกมองอยู่ห่าง ๆ มากกว่าเดินเข้ามาหาเรื่อง
อเล็กชะโงกคอมองไปทางร้านขายอุปกรณ์ข้างสระ
“ฉันคงต้องพาพวกเธอไปซื้อชุดว่ายน้ำก่อนสินะ ชุดว่ายน้ำมาตรฐานของค่ายทหารน่าจะมีขายอยู่ตรงมุมนั้น”
“เราจะไปที่สระเบอร์ 3 นะคะ ไปเจอกันที่นั่น” นิโคลพูดด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนแยกตัวไปทันที
“ฉันไปกับแกะดำด้วยละกัน” ไคลน์เดินตามพวกกรไปอย่างนิ่ง ๆ
กรกรรณหันมามองเขา ไคลน์หลบสายตาเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเรียบ
“ก็แกะดำไม่เป็นที่ต้อนรับของค่ายทหารไม่ใช่หรือไง”
คำพูดนั้นฟังดูเย็นชาเหมือนเดิมแต่ความหมายกลับต่างออกไป
กรกรรณยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณมากครับ”
ไคลน์เบือนหน้าไปอีกทาง
“ฉันแค่ไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวาย”
กรกรรณหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินตามอเล็กไป
พวกเขาเดินฝ่าสายตาของผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณสระว่ายน้ำ บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยความระแวง บางคนมองเหมือนอยากเข้ามาคุย แต่ยังไม่กล้า
แกะดำยังคงเป็นชื่อที่แปลกสำหรับค่ายทหารกรานเวล เป็นทั้งทีมที่ถูกปฏิเสธ ทีมที่ถูกหัวเราะเยาะและตอนนี้กลับกลายเป็นทีมที่คนทั้งเมืองเริ่มพูดถึง
ไม่นานหลังจากซื้อของและเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด
กรกรรณเดินออกมาก่อน เขาสวมกางเกงว่ายน้ำมาตรฐานของค่ายทหาร ร่างกายสูงเพรียว ไม่ได้ใหญ่โตแบบนักสู้สายพลัง แต่กล้ามเนื้อที่เคยดูบาง ตอนนี้เริ่มเห็นเด่นชัดจากการฝึกและการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ตามลำตัว แขน และไหล่ มีรอยแผลเป็นจาง ๆ กระจายอยู่หลายแห่ง บางรอยเก่าจากสงคราม บางรอยใหม่จากสนาม Fight Dot ทำให้คนที่เคยมองเขาเป็นแค่ “ลูกคุณหนูหน้าซื่อ” เริ่มเงียบลงโดยไม่รู้ตัว
หนูแดงเดินตามออกมาเป็นคนต่อมา เธออยู่ในชุดว่ายน้ำเด็กสีฟ้าสดใส ด้วยร่างเล็ก ผมขาวยาว และดวงตาสีแดงที่วันนี้ดูเป็นประกาย เธอกลับดูน่ารักเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่งอย่างน่าประหลาด
ถ้าไม่มีใครจำได้ว่าเด็กคนนี้เคยถือมีดเปื้อนเลือดกลางสนามเมื่อไม่กี่วันก่อน ภาพนี้คงดูใสซื่อกว่านี้มาก
“ชุดนี้วิ่งง่ายดี!” หนูแดงพูดพลางหมุนตัวหนึ่งรอบ
“อย่าวิ่งข้างสระ” ไคลน์เตือนทันที
“จับไม่ได้หรอก!”
“หนูแดง”
“ก็ได้…”
จากนั้นหมีดำก็เดินออกมา เพียงแค่ก้าวแรก เสียงรอบตัวก็เหมือนหายไปครู่หนึ่ง เขาสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำธรรมดา แต่ร่างกายสูงใหญ่กว่า 2 เมตร กล้ามเนื้อหนาแน่น รอยแผลมากมาย และผิวเข้มของเขาทำให้ภาพตรงหน้าดูเหมือนรูปปั้นนักรบโบราณที่มีชีวิต
ต่างจากตอนอยู่ในชุดธรรมดาที่ดูเหมือนลุงตัวใหญ่ใจดี ตอนนี้หมีดำดูทั้งแข็งแรง ดุดัน และมีแรงกดดันแปลก ๆ จนคนแถวนั้นเผลอมองค้าง ใบหน้าคมเข้มกับสายตานิ่ง ๆ ของเขายิ่งเสริมรูปลักษณ์ให้ดุดันขึ้นไปอีก สาวทหารบางคนที่เดินผ่านถึงกับหน้าแดง อีกคนหนึ่งมองเขาจนลืมดูทาง แล้วสะดุดขอบสระร่วงตกน้ำไปทั้งตัว
“…”
เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงสระว่ายน้ำเบอร์ 3 ก็เห็นคนมุงกันอยู่เต็มไปหมด มีความวุ่นวายเล็ก ๆ เกิดขึ้นตรงนั้น ไคลน์เดินเข้าไปอย่างสงบนิ่ง เหมือนชินกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้วและเมื่อแกะดำเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็รู้ทันทีว่า—ศูนย์กลางของความวุ่นวายคือ นิโคล นั่นเอง
เธอสวมชุดว่ายน้ำทูพีซสีเข้มที่เผยผิวขาวเนียนอย่างชัดเจน แต่ท่าทางมั่นใจและเป็นธรรมชาติของเธอทำให้ดูเหมือนไม่ใช่ครั้งแรกที่ใส่
รอบตัวเต็มไปด้วยกลุ่มทหารหนุ่มที่กำลังพูดคุย หยอกล้อ และพยายามชวนเธอคุยจนแทบไม่มีช่องว่าง นิโคลเองก็เริ่มหัวหมุนเล็กน้อยจากความวุ่นวาย แต่ทันทีที่เธอเห็นแกะดำเดินมา ทั้งกรกรรณ ทั้งหมีดำ นิโคลก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทันที
“อิอิ… หนุ่ม ๆ มาแล้ว” เธอโบกมือให้กลุ่มทหารรอบตัว ก่อนพูดเสียงสดใส
“ขอตัวก่อนนะทุกคน วันนี้ฉันมีหน้าที่ดูแลทีมแกะดำ” พูดจบ นิโคลก็พุ่งเข้าไปเกาะแขนกรกรรณอย่างตั้งใจทันที
กรสะดุ้งทั้งตัว
“คุณนิโคลครับ ปล่อยเถอะครับ แบบนี้ผมทำอะไรไม่ถูกเลยนะครับ…” เขาหลบหน้าลงทันทีจนใบหูแดง
“อย่ามายุ่งกับกรนะ!!!” หนูแดงรีบดึงแขนอีกข้างของกรกลับมาทันที สีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศรอบสระเงียบลงชั่วครู่ก่อนจะเริ่มเดือดแบบเงียบ ๆ กลุ่มทหารหนุ่มรอบสระเริ่มมองกรกรรณด้วยสายตาไม่เป็นมิตรทันที
“หนอย… แก… ไอ้แกะดำ…”
“แกได้คุณน้ำแข็งไปแล้ว ยังจะมาควงคุณนิโคลอีกงั้นเหรอ…”
“ชีวิตมันไม่แฟร์…”
เสียงบ่น เสียงกดดัน และเสียงถอนหายใจอย่างเจ็บช้ำดังระงมไปทั่วสระ ยิ่งเห็นแบบนั้น นิโคลก็ยิ่งสนุก เธอขยับเข้าใกล้กรอีกนิด ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อย่าเขินแบบนี้สิกร…” นิโคลใช้นิ้วจิ้มแก้มเขาเบา ๆ
“ฉันชอบตอนที่นายเหวี่ยงแล้วกระแทกฉันจนระบมไปทั้งตัวมากกว่านะ จอนนั้นนายดุดันถึงใจสุดๆ ไปเลย”
เธอหมายถึงตอนที่ทั้งคู่ร่วมมือกันสู้กับเนล มังกรดำ 03 แต่ประโยคนั้น—ชวนเข้าใจผิดเกินไป
“หาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!”
เสียงโวยวายจากรอบสระดังขึ้นพร้อมกันจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง บางคนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น บางคนมองกรเหมือนอยากโยนเขาลงสระ กรกรรณหน้าแดงจนแทบระเบิด
“ไม่ใช่นะครับ! มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับทุกคน!!”
แต่ไม่มีใครฟังแล้ว ไคลน์ยกมือกุมขมับช้า ๆ เรนเองก็ถอนหายใจยาวเหมือนหมดแรงจะยุ่ง
“ฉันจะไปเอาเครื่องดื่ม” เรนพูดเรียบ ๆ “เอาอะไรไหม?”
“ฉันไปด้วย” ไคลน์หมุนตัวเดินตามทันที “แล้วจะกลับมาเขกหัวยัยลิงจ๋อตัวนี้ด้วย”
“ใครลิงจ๋อ!” นิโคลตะโกนตามหลัง
แต่ทั้งสองคนไม่สนใจแล้ว
อีกฝั่งหนึ่งของสระ หมีดำไม่ได้สนใจความวุ่นวายรอบตัวเลยแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ ลงสระอย่างช้า ๆ ร่างขนาดยักษ์จมลงไปทีละนิด จนน้ำในสระเอ่อล้นออกมาจากขอบอย่างเห็นได้ชัด
ซ่า—
และแทบจะทันทีกลุ่มทหารสาวที่อยู่รอบสระก็พุ่งเข้ามาแทนที่ทหารหนุ่มทันที
“โอ๊ย สูงมาก…”
“กล้ามแบบนั้นมีอยู่จริงด้วย…”
“หน้าโหดชะมัด…”
“แต่เป็นป๋าใจดี…”
บางคนถึงกับเบียดคนอื่นจนตกน้ำ
กว่ากรกรรณจะได้ลงน้ำจริง ๆ ก็ผ่านไปพักใหญ่ แต่ความวุ่นวายก็ยังตามลงมาด้วย นิโคลกับหนูแดงว่ายน้ำวนรอบตัวเขาไม่หยุด คนหนึ่งตั้งใจแกล้ง อีกคนตั้งใจเฝ้า
ความน่าอายไม่ได้จบอยู่แค่นั้นเพราะอเล็กกำลังทำท่ากายบริหารอยู่บนทางเดินสระ ตรงหน้ากรกรรณ เป็นท่ากายบริหารที่ดูตลกจนน่าอับอายแต่เจ้าตัวกลับทำอย่างจริงจังมาก
“เอ้า… กรกรรณ ทำท่าบริหารตามฉันนะ” อเล็กยกแขนขึ้นช้า ๆ แล้วหมุนไหล่เป็นจังหวะ
“แบบนี้ 1 2 3… 1 2 3…”
กรกรรณยืนอยู่ในน้ำครึ่งตัว สีหน้าเหมือนอยากจมหายลงไปใต้สระ
“ท่าโค… ตะ… ระ น่าอายเลยครับ ครูฝึกอเล็ก!!!”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังทำตามอยู่ดี สองแขนที่เพิ่งถอดเฝือกขยับอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไปตามท่าของอเล็ก ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่รอบสระที่พยายามกลั้นขำ
นิโคลยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
“ดีมากกร ท่านี้ช่วยคลายไหล่ได้จริงนะ”
“ผมรู้ครับว่าช่วยได้ แต่ช่วยแบบไม่ขายหน้าผมได้ไหมครับ…”
“การฟื้นฟูร่างกายต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีบ้าง”
“โอ้ย เจ็บปวดใจจริงๆ….…”
ทำไปได้สักพัก หนูแดงก็ลอยผ่านหน้ากรกรรณไปช้า ๆ เธอนอนหงายอยู่บนผิวน้ำ แขนขากางออกเล็กน้อย ผมสีขาวแผ่กระจายไปรอบตัว สีหน้าดูสบายและล่องลอยมาก ราวกับกำลังเข้าสู่สภาวะหลุดพ้นอะไรบางอย่าง
กรกรรณมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ตอนแรกเขาคิดว่าหนูแดงคงสบายตัวจริง ๆ แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ว่า—น้ำรอบตัวเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย กรกรรณนิ่งค้าง จากนั้นค่อย ๆ หันไปมองหนูแดงด้วยสีหน้าซีดลงทีละนิด
“หนูแดง…” เสียงของเขาสั่น
“ฉะ… ฉะ… ฉี่?”
นิโคลที่อยู่ใกล้ ๆ ถอยฉากออกไปทันทีด้วยความเร็วระดับนักรบชุดขาว
“เดี๋ยวนะ อันนี้ฉันไม่เกี่ยว!”
หนูแดงยังคงลอยผ่านไปอย่างสบายใจ ก่อนจะหันหน้ามายิ้มให้กร
“ฮิฮิ… ไม่ใช่ซะหน่อย”
กรกรรณถอนหายใจเหมือนจะรอดชีวิต
แต่หนูแดงพูดต่อทันที
“ฉันปล่อยยาแก้อักเสบให้นายต่างหาก แต่ไม่บอกว่าปล่อยจากไหน”
“…”
ทั้งสระเงียบลงครึ่งวินาที
หนูแดงยังคงลอยวนรอบตัวกรอย่างช้า ๆ เหมือนปลาเล็ก ๆ ในตู้กระจก
“น้ำซึมผ่านผิวได้ดีนะ ยาจะช่วยลดบวม ลดอักเสบ แล้วก็ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วย”
กรกรรณยกมือกุมหน้าอย่างยอมจำนนอีกครั้ง
ริมสระ ไคลน์ที่เพิ่งกลับมาพร้อมเครื่องดื่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันไปคุยกับเรน
“คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ…..”
เรนพยักหน้า
“งั้นฉันไม่ลง”
“ฉันก็ไม่ลง”
หมีดำที่แช่น้ำอยู่อีกฝั่งหนึ่งยกมือขึ้น
“น้ำอุ่นดีนะ”
ทุกคนหันไปมองเขาพร้อมกัน
หมีดำกะพริบตาช้า ๆ
“อะไร?”
กรกรรณยิ่งอยากขึ้นจากสระมากกว่าเดิม
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ