เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  38 ตอน
  1 วิจารณ์
  7,278 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

37) Fight Dot 11

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

แนะนำตัวละคร

ทีมแกะดำ

กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”

เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า  ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า  ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง

หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด  สายป้องกันสมบูรณ์แบบ สะท้อนการโจมตี


เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง


ทีม The Wing (โอรุวา)

ทาโฮมา (โอรุวา) โล่และขวาน/ทรงพลัง (ผู้เล่นหลัก)

ไนอาห์ (โอรุวา) หมาป่า/นักล่า (ผู้เล่นหลัก)

อายานี (โอรุวา) สายลม/ซัพพอร์ต (ผู้เล่นหลัก)

โอนักกา (โอรุวา) ม้าป่า/พุ่งทะลวง (ผู้สำรอง)

เซคานี (โอรุวา) เหยี่ยว/แม่นยำ (ผู้สำรอง


ทีมในกลุ่ม F

The Wing สมาคมชนเผ่าที่กระจายตัวอยู่แถวรอยต่อระหว่างอัลเทรัสกับออร์เดเรีย นักรบรับจ้างกองกำลังอิสระ

Iron Dogs ลีกภูมิภาคอุตสาหกรรม “Steel Frontier League” อาณาจักรออร์เดเรีย

Eden Sphere สมาคมกีฬาอาณาจักรเอลดริน

Black sheep การค้าโลจิสติกส์และคาสิโน Velvetgroup อาณาจักรวอร์เกน


ผู้บรรยาย

เวลรา ราเชล ชาย ผู้บรรยายหลัก

มิล่า โนเวน หญิง นักวิเคราะห์ข้างสนาม


Velvet Group

โอโน วาเลสก้า เจ้าของ Velvet Group ผู้สนับสนุนหลักทีม แกะดำ

Velvet Fang คาสเซียน โรว์ ภาพลงตา

                บรัสกา ดอร์น ปืนใหญ่แห่ง Velvet Cage

                ลิเวีย เซนน์ ความเร็วและมีดคู่

 

 



 



ห้องที่ปรึกษาพิเศษ พลัส ไกรเซอร์

น้ำแข็งนั่งนิ่ง นิ้วจิกหมอนอิงของพลัสที่ยืมมาวางไว้บนตัก สายตาจับจ้องรายการถ่ายทอดสดตรงหน้าไม่กะพริบ

        “จบรอบที่ 3 ลงแล้วค่ะ!!!”

เสียงผู้บรรยายดังขึ้น ก่อนภาพถ่ายทอดสดจะตัดเข้าโฆษณา

        “ตามอยู่ 1 คะแนน… ไม่สิ The Wing ทำได้แค่ 1 คะแนน เธอคิดว่ายังไง” พลัสพูด พลางยกกาแฟแก้วที่ 4 ของวันนี้ขึ้นดื่ม แม้เวลาจะเกือบ 3 ทุ่มแล้วก็ตาม

        “อึดอัดค่ะ” น้ำแข็งตอบ “The Wing ดูเหมือนมาได้เต็มที่แค่นี้จริง ๆ พวกเขาทำ 2 แต้มจากแกะดำไม่ได้ และนั่นทำให้รูปแบบเกมบีบให้พวกเขาต้องป้องกันเต็มที่เพื่อไม่ให้เสมอ”

น้ำแข็งขยับสายตาเล็กน้อย แต่ยังไม่ละจากหน้าจอ

        “ฉันคิดว่า ถ้าพวกเขาทำได้ 2 แต้ม ความกดดันในการตั้งรับอาจไม่มากเท่านี้ และแกะดำยังมีโอกาสทำคะแนนคืน 1 แต้มได้ ซึ่งหมายความว่า ถึงแกะดำจะแพ้ ก็ยังได้ 1 คะแนนจากการทำแต้ม แต่ตอนนี้เหลือเพียงรอบที่ 4 รอบสุดท้าย The Wing ต้องตั้งรับให้ถึงที่สุดเพื่อรักษาชัยชนะ และถ้าแกะดำทำแต้มไม่ได้… พวกเขาจะแพ้แบบไม่ได้คะแนนเลยค่ะ”

น้ำแข็งพูดวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น แต่ปลายนิ้วที่จิกหมอนอยู่กลับบอกชัดว่า เธอกำลังอึดอัดกับสถานการณ์นี้มากแค่ไหน

        “เลี่ยงไม่ได้สินะ พอทีมแข็ง ๆ เจอกัน ก็กลายเป็นกดคะแนนกันเอง” พลัสพูด ก่อนจะวางแก้วกาแฟลง “แล้วพอเข้าใจแผนของพวกเขาไหม? เธอแก้ทาง The Wing ได้หรือเปล่า?”

“ได้ค่ะ” น้ำแข็งตอบโดยไม่ลังเล “ถ้าเทียบระดับพลังของพวกเขา The Wing ยังไม่ถึงขั้นชุดขาวอย่างฉัน เพราะฉะนั้น แค่ความต่างของระดับพลังก็ได้เปรียบแล้ว”

คำตอบนั้นทำให้พลัสยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“ดี...” พลัสเอนหลังพิงเก้าอี้ “งั้นดูการแข่งของแกะดำให้จบ แล้วเราจะไปซ้อมกันต่อ”

 

 


ห้อง VIP สนามกีฬากลางเมืองกรานเวล

        “ดูไม่ดีเลยนะแมตช์นี้” โอโนนั่งมองลงไปยังสนามแข่งเบื้องล่าง

        “ครับ ตอนนี้ตาม The Wing อยู่ 1 คะแนน เหลืออีกรอบสุดท้าย แถมสภาพร่างกายก็เริ่มเจ็บหนักกันแล้วด้วย ถ้าแพ้รอบนี้ รอบหน้าจะแย่ลงอีก” คาสเซียนที่นั่งดื่มไวน์อยู่ตอบขึ้น

โอโนหมุนจอกเหล้าในมือช้า ๆ ก่อนถามต่อ

        “ตกลง พวกแกะดำนี่เก่งจริงหรือเปล่า ในสายตานาย”

คาสเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังเรียบเรียงคำตอบให้ตรงที่สุด

        “พวกเขามีจุดแข็งรายคนชัดเจนครับ แต่มีจุดอ่อนในฐานะทีม โดยเฉพาะการจัดทีมแบบทิ้งหมีดำไว้เฝ้าดอต ทำให้แนวหน้าเสียเปรียบมาก”

เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ

        “แต่ก็ต้องยอมรับว่า พวกเขาเหนือกว่าพวกเรา Velvet Fang ไปแล้ว และปีนี้ The Wing เองก็ดูเตรียมตัวมาดีมากเหมือนกัน”

 

 


เก้าอี้ข้างสนาม พื้นที่พักนักกีฬาฝ่ายแกะดำ

อเล็ก หนูแดง และหมีดำ มองไปยังจุดเดียวกัน กรกรรณกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นในสภาพเหมือนวิญญาณหลุด

สภาพของเขาดูไม่จืดเลยแม้แต่น้อย ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากกรงเล็บหลายแห่ง ตาซ้ายช้ำหนักแต่ยังไม่ถึงกับปิด เลือดกำเดายังไหลไม่หยุด ชุดแข่งฉีกเป็นริ้ว ๆ ร่างกายช้ำไปทั่ว เขานั่งตาลอย เหมือนกำลังหลับในทั้งที่ยังลืมตาอยู่

        “ก็เห็นเข้าไปยืนแลกกับอสูรแบบนั้น สภาพเจ็บแค่นี้ก็น่าเหลือเชื่อแล้วล่ะ” อเล็กพูด พลางใช้นิ้วจิ้มชายผ้าที่ฉีกจนรุ่ยและห้อยลงมา พยายามดันมันกลับเข้าไปที่เดิมแต่มันก็ห้อยลงมาเหมือนเดิม

        “พอหนูแดงไม่อยู่ด้วย ก็ดูแลตัวเองไม่ได้เลย!!!” หนูแดงกระโดดขาเดียวไปมา เพราะขาอีกข้างยังใช้งานไม่ได้

        “ให้ผมเดินบ้างสิลูกพี่ รอบนี้ยังไม่โดนบอลเลยนะ” หมีดำบ่นด้วยสีหน้าจริงจังอย่างประหลาด

อเล็กถอนหายใจยาว

        “โอ๊ย… ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว รอบนี้ถ้าไม่ไหวก็เซฟตัวไว้ก่อน กร ยืนไหวไหม? เปลี่ยนมาตั้งรับก่อนก็ได้ ไม่งั้นรอบหน้าอาจโดนตัดสิทธิ์เอานะ อย่างน้อยไปลุ้นเก็บคะแนนเอาที่ 2 ก็ยังได้”

อเล็กพูดพลางเขย่าไหล่กรเบา ๆ

        “หนูแดง ฝากดูกรด้วย ป้องกันตัวให้รอดไปก่อน โอเคไหม?” อเล็กหันไปกำชับหนูแดง

        “ได้… ลุยต่อ…” หนูแดงพยักหน้าทันที “การลุยคือการป้องกันที่ดีที่สุด!!”

        “ไม่ได้ฟังกันเลยใช่ไหม???”

        “อยากจับบอล…” หมีดำพูดขึ้นอีกครั้ง

ในจังหวะนั้นเอง กรกรรณที่นั่งนิ่งมาตลอดก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

        “ผมพร้อมแล้วครับ…” 

ทุกคนชะงัก

        “ไม่ต้องห่วง ผมยังไหว” กรพูดต่อโดยไม่มองใคร “มันแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ พลังของผลึก… ร่างกายยังรับไหว”

คำพูดนั้นทำให้รอบตัวเงียบลงทันที ไม่ใช่เพราะทุกคนโล่งใจแต่เพราะน้ำเสียงของกรนิ่งเกินไป นิ่งจนทำให้ความเย็นบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาตามไขสันหลังของทุกคน

กรกรรณค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

        “พร้อมแล้ว”

เขาเงยหน้ามองสนามแข่งตรงหน้า ดวงตาที่บวมช้ำยังคงเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง

        “สู้จนกว่าจะหมดเวลากันเถอะ”

หนูแดงยิ้มกว้างทันที

        “ได้… ได้… สู้มัน… เค้าอยากสู้…”

หมีดำกำหมัดแน่น สีหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างชัดเจน

        “ดี ฉันจะไปจับบอล!!!”

อเล็กมองทั้งสามคนสลับกัน ก่อนจะอ้าปากเหมือนอยากห้ามอีกครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็พูดไม่ออก

        “อะ… เอ่อ… เอาแบบนั้นก็ได้…” อเล็กถอยออกมานั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง

        “เวลาที่เหลือเป็นของพวกนายก็แล้วกัน ลุยเลย… ก็ได้…” เขาพูดเหมือนยอมแพ้

แต่สายตากลับไม่ได้ละจากหลังของกรกรรณเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

 


ที่นั่งพักฝั่ง The Wing

        “แบบนี้หนักเกินไปแล้วนะ ทาโฮมา อย่าเอาโล่ลงอีกเลย!!!”

โอนักกาที่เป็นตัวสำรองพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นแขนซ้ายของทาโฮมาบวมแดงและสั่นจนแทบหยิบขวดน้ำไม่ได้

        “แบบนั้นไม่ได้หรอก” ทาโฮมาตอบเสียงต่ำ พลางพยายามมัดโล่เข้ากับแขนตัวเองให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

        “แกะดำ 03 อันตรายเกินไป ฉันปล่อยให้เขาวิ่งไม่ได้ อีกแค่ 30 นาที ถ้าเราชนะรอบนี้ไปได้ ฉันจะพักรอบหน้าได้อย่างสบายใจ”

        “แล้วนายไหวไหม” อายานีหันไปถามไนอาห์

ตอนนี้ไนอาห์กลับคืนร่างเป็นคนเพื่อพักร่างกายแล้ว ใบหน้าของเขาซีดมาก เหงื่อไหลเต็มกรอบหน้า และดูเหมือนแค่ยืนให้ตรงก็ลำบากเต็มที

        “ฉันไหว… ยังไหว…” ไนอาห์ตอบเสียงแผ่ว แต่ในหัวของเขากลับยังวนซ้ำภาพตอนที่ตัวเองใช้ร่างอสูรยืนแลกหมัดกับแกะดำ 03 แค่คิดถึงจังหวะนั้น ร่างกายก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว

อายานีมองเขาเงียบ ๆ เธอช่วยอะไรไนอาห์ไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะพวกเขายังต้องลงแข่งอีกหนึ่งรอบ และต้องยันแกะดำไว้ให้ได้ เพื่อรักษาชัยชนะนี้เอาไว้

อายานีก้มลงมองมือตัวเองฝ่ามือของเธอแดงจัดจนสั่นไม่หยุด จำนวนลูกธนูวิญญาณที่เธอยิงออกไปในวันนี้ มากกว่าที่เคยยิงตลอดสามเดือนก่อนรวมกันเสียอีก

        “พวกแกะดำนี่มันปีศาจชัด ๆ” เธอพูดเบา ๆ ก่อนที่ทุกคนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น

ทาโฮมาสูดหายใจลึก แล้วเดินนำทุกคนลงสนามอีกครั้ง แม้แขนซ้ายจะบวมจนแทบยกไม่ขึ้น แม้ทั้งทีมจะเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่แววตาของเขายังไม่สั่นไหว

        “ยันไว้ให้ได้” ทาโฮมาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง

        “อีกแค่ 30 นาที พวกเราจะชนะแกะดำ และพิสูจน์ว่า The Wing คือที่ 1 ของกลุ่ม F ตัวจริง”

เขาก้าวลงสนามอย่างมั่นใจอีกครั้งเหมือนนักรบที่รู้ว่าร่างกายกำลังจะแตกหัก แต่ก็ยังเลือกยกโล่ขึ้นอยู่ดี

 

        “ทั้งสองทีมลงสนามมาแล้วครับ รอบนี้คือรอบสุดท้าย สุดท้ายจริง ๆ! 30 นาทีต่อจากนี้จะตัดสินว่าใครเจ๋งกว่ากันครับ!!!” เวลราพูดใส่ไมค์ตั้งแต่เสียงนกหวีดยังไม่ดัง

        “มาแล้วค่ะ แกะดำเป็นฝ่ายบุก เพราะจากรอบที่ 3 ลูกบอลยังอยู่ในมือ—ไม่สิ อยู่ในเส้นผมของหนูแดงค่ะ!!”

มิล่ามองลงไปยังสนาม เห็นกรกรรณเดินไปรับบอลจากกรรมการ

ทันทีที่กรรมการเป่านกหวีดเริ่มเกม กรกรรณก็พุ่งเข้าหาทาโฮมาทันที พร้อมลูกบอลที่กอดแนบไว้กับหน้าอก

ทาโฮมากระแทกโล่ลงพื้น

        ตึง!!!

โล่ฝังลงไปในพื้นคอนกรีตเพื่อช่วยรับแรง ก่อนที่ไหล่ของกรกรรณจะกระแทกเข้าใส่เต็มแรง

        ตึ่ง!!!

        “เปิดมาก็ใส่เลยครับ!!! แกะดำพยายามจะทำแต้มให้ได้ พวกเขาไม่ถอย ไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย!!!”

ไนอาห์พุ่งเข้ามาจากด้านข้างและตบใส่กรอย่างแรง แต่หนูแดงที่เกาะอยู่บนหลังกร ใช้เส้นผมพยุงร่างของทั้งคู่ไว้ ทำให้กรไม่ล้มลงไปตามแรงปะทะ

        “จัดการอายานี” กรพูดสั้น ๆ 

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนทิศ พุ่งตรงเข้าหาอายานีที่อยู่แนวหลังทันที 

อายานีเบิกตากว้าง ก่อนจะยกธนูขึ้นรัวยิงใส่เขาไม่ยั้ง

        ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

        “หนูแดง ฉันจะกันให้ เตรียมตัว!!!” กรยกมือทั้งสองข้างขึ้นรับ

ลูกธนูวิญญาณพุ่งเข้าใส่แขน ฝ่ามือ และไหล่ของเขาอย่างต่อเนื่อง บางดอกถูกปัดทิ้ง บางดอกเฉียดผ่านจนเลือดสาด แต่กรก็ยังไม่หยุดวิ่ง

        “ไม่นะครับ! แกะดำ 03 พุ่งใส่อายานีแล้วใช้มือทั้งสองข้างปัดลูกศร! เขายอมแลกแขนทั้งสองข้างงั้นหรือ!? แบบนี้จะคุ้มไหมครับ!!!” เวลราตะโกนลั่นใส่ไมค์

        “บ้าไปแล้วค่ะ! แกะดำ 03 ยอมแลกแขนทั้งสองข้างจริง ๆ แต่พวกเขาจะทำอะไร!? เขายังไม่ถึงตัวอายานีด้วยซ้ำ! หรือแกะดำจะยอมปิดเกมด้วยคะแนนเท่านี้จริง ๆ!” มิล่ากำไมค์แน่นจนปลายนิ้วขาว

อายานีถอยหลังหนึ่งก้าว วินาทีนั้นเอง กรกรรณตะโกนขึ้น

        “หนูแดง ไป!!!” กรหมุนตัวเต็มแรง เหวี่ยงหนูแดงที่ใช้เส้นผมรัดตัวเขาเอาไว้

ร่างเล็กของหนูแดงถูกเหวี่ยงออกไปเหมือนลูกตุ้มจากด้านข้าง

        “จรวดหนูแดงงงงงง!!!!!”

        “อะไร—!!!” อายานีตกใจจนตั้งตัวไม่ทัน

หนูแดงพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบได้ทัน ก่อนจะชนเข้าด้านข้างของเธอเต็มแรง

ปัง!!!

        “โอ้ยยยยยยยย!!! จรวดนำวิถีหนูแดง!!! เข้าเป้าอย่างแรงครับ! อย่างแรงมากครับ!!!” เวลราลุกพรวดขึ้นยืนบนโต๊ะอย่างลืมตัว

        “นั่นมัน… นั่นมัน!!! เลือดค่ะ!!! เลือดสาดค่ะ! เลือดของใครกัน!?” มิล่าตะโกนลั่นเมื่อเห็นเลือดกระเซ็นออกมาหลังแรงปะทะ

ทั้งสนามลุกฮือขึ้นทันที เสียงเชียร์ เสียงโห่ร้อง และเสียงกระทืบเท้าดังกระหึ่มไปทั่วอัฒจันทร์

หนูแดงกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ ก่อนจะใช้เส้นผมยันตัวเองลุกขึ้นยืน เลือดเปื้อนตามเส้นผมสีขาวของเธอเป็นจุด ๆ แต่มันก็มากพอจะย้อมปลายผมบางส่วนให้กลายเป็นสีแดงอย่างชัดเจน

อายานียืนนิ่ง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องของตัวเองไว้ เธอมองลงไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา บนแขนและขาของเธอมีบาดแผลแทงหลายจุด แผลทั้งหมดเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีตอนที่หนูแดงพุ่งชนเข้าใส่

ทุกแผลเฉือนผ่านจุดที่ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ทุกแผลลึกพอจะหยุดจังหวะของนักธนู แต่แผลที่หน้าท้องนั้นหนักที่สุด เลือดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาระหว่างนิ้วของอายานี

ทั้งสนามเงียบไปชั่วขณะ ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งหนูแดงยกมีดสั้นในมือขึ้นมา แล้วหมุนควงมันเล่นอย่างคล่องแคล่ว มีดสั้นเล่มนั้นคือมีดที่ลิเวียจาก Velvet Fang มอบให้เธอก่อนลงแข่ง

หนูแดงยิ้มกว้าง ดวงตาสีแดงสดเป็นประกายเหมือนเด็กที่เพิ่งอวดของเล่นชิ้นโปรดสำเร็จ

        “เห็นไหม” เธอเอียงคอเล็กน้อย “บอกแล้ว… เค้าใช้มีดได้ดีกว่าปืน”

เสียงเฮของสนามระเบิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงเชียร์ มันคือเสียงของคนดูที่เริ่มเข้าใจแล้วว่า—หนูแดงไม่ใช่ตัวก่อกวน ไม่ใช่แค่มาสคอตของแกะดำแต่คืออาวุธสังหารที่ถูกโยนออกไปด้วยมือของกรกรรณและตอนนี้…อายานี นักธนูของ The Wing ถูกหยุดลงแล้ว

 

        “ไม่อยากเชื่อครับ ฉากนี้มันคุ้นตามาก เด็กตัวเล็ก ๆ ถือมีดเปื้อนเลือด!!! เหมือนตุ๊กตาผีสิงเลยครับท่านผู้ชม!!” เวลรายังตกใจไม่หาย

        “ไม่นะคะ ใครโดนแบบนั้นเข้าไปต้องฝันร้ายไปตลอดชีวิตแน่ค่ะ ฉันคนหนึ่งละขอไม่ยุ่ง!!!” มิล่าพูดพลางทำหน้ากลัวผีอย่างชัดเจน

กล้องถ่ายทอดสดซูมเข้าไปที่มือของหนูแดง เห็นมีดสั้นเปื้อนเลือดที่เธอกำลังควงเล่นอยู่

 

 


ห้อง VIP สนามกีฬากลางเมืองกรานเวล

        “นั่นมันมีดสั้นของเธอไม่ใช่เหรอ ลิเวีย” คาสเซียน หัวหน้าทีม Velvet Fang ที่อยู่ในห้อง VIP กับโอโน พูดขึ้น

ลิเวียยิ้มมุมปาก

        “ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสาว ๆ ฮึฮึ”

คาสเซียนเหลือบมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามบรัสกาที่กำลังยืนติดกระจก ลุ้นเกมในสนามอย่างมีสมาธิ

        “แล้วแกล่ะ บรัสกา ฝากอะไรไว้กับหมีดำบ้างไหม?”

บรัสกาตอบโดยไม่ละสายตาจากสนาม

        “ทองหยอดกับขนมเปียกปูน…”

        “…”

คาสเซียน ลิเวีย และโอโนหันไปมองบรัสกาพร้อมกันเหมือนทั้งสามคนไม่แน่ใจว่า เมื่อกี้ตัวเองได้ยินถูกหรือเปล่า

 

 


กลางสนาม

        “ขอเวลานอก!!!” ทาโฮมาตะโกนลั่น พร้อมยกมือข้างที่ถือขวานขึ้นสูง

เสียงนกหวีดของกรรมการดังขึ้นทันที

        “ขอเวลานอกแล้วค่ะ!!! กรณีขอเวลานอกแบบนี้มีอย่างเดียว คือเพื่อขอนำผู้บาดเจ็บออกนอกสนาม!!! อย่าบอกนะคะว่า The Wing จะเอาอายานีออกตอนนี้ แต่… ฉันคิดว่าเธอควรได้รับการรักษาโดยด่วนเช่นกันค่ะ”

เสียงของมิล่าเบาลง เมื่อพิจารณาสภาพของอายานีในสนาม

        “ใช่ครับ อายานีอยู่ในภาวะอันตราย ถ้าปล่อยไว้อาจถึงชีวิตได้ และในกรณีนี้ แพทย์เองก็มีสิทธิ์สั่งหยุดการแข่งขันเพื่อตรวจอาการเช่นกันครับ!!! หน่วยแพทย์ลงสนามแล้วครับ!!!”

หน่วยแพทย์รีบวิ่งเข้ามาในสนามทันที อายานียังคงยืนกุมหน้าท้องของตัวเอง ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สายตายังพยายามจ้องหนูแดงเอาไว้ หนูแดงกลับยืนกอดอก แล้วพูดเหมือนเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่

        “อย่าห่วงไปเลยน่า เค้าไม่ได้แทงมั่ว ๆ นะ ไม่โดนจุดอันตรายหรอก แค่ถาก ๆ เอง”

เธอเก็บมีดสั้นเข้าด้านหลัง ก่อนจะวิ่งกลับไปหากรกรรณที่ยืนแทบไม่อยู่แล้ว

กรหายใจหนัก แขนทั้งสองข้างของเขาห้อยลงอย่างไร้แรง เลือดยังค่อย ๆ ไหลจากบาดแผลที่ถูกลูกธนูวิญญาณเฉือนและเจาะทะลุหลายจุด

        “หนูแดง…”

กรก้มตัวลงเล็กน้อย เสียงของเขาแหบแห้งกว่าปกติ

        “วันนี้แขนผมคงใช้ไม่ได้อีกแล้ว โดนทำลายวิญญาณจนถึงไหล่เลย ช่วยมัดมันไว้ที่หน้าอกได้ไหม? จะได้ไม่เกะกะ”

หนูแดงเงยหน้ามองเขา

ดวงตาสีแดงสดเป็นประกายขึ้นมาทันที

        “ได้สิ” เธอยิ้มกว้างอย่างชอบใจ “เป็นเดชไอ้ด้วนไปเลยใช่ไหม เท่ชะมัด นี่แหละที่รักของเค้า”

        “ไม่ใช่ที่รัก…” กรพูดเสียงเบา แต่ก็ไม่มีแรงจะแก้จริงจัง

หนูแดงไม่สนใจ เธอดึงผ้าและเข็มขัดสำรองของตัวเองออกมาสองเส้น แล้วรีบพันแขนทั้งสองข้างของกรขึ้นมารัดไว้กับหน้าอกในท่ากอดอก

เธอมัดแน่นพอให้แขนไม่แกว่งไปมา แต่ไม่กดแผลจนเกินไป กรกรรณยืนนิ่งอยู่กลางสนามแขนทั้งสองข้างถูกมัดไว้ราวกับกอดออก ชุดขาด เลือดเปื้อนทั่วร่าง ตาซ้ายช้ำจนแทบลืมไม่ขึ้น

แต่เขายังยืนอยู่ ยังมองไปข้างหน้าและยังไม่ถอยออกจากสนาม หนูแดงปัดมือกับชายเสื้อของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองกร

        “เรียบร้อย!” เธอฉีกยิ้ม “ต่อไปเค้าจะเป็นแขนให้เอง”

เกมกลับมาตั้งต้นที่กลางสนามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ หนูแดงเป็นฝ่ายถือบอลเพื่อเริ่มเกม เพราะกรกรรณไม่มีแขนให้ใช้แล้ว

ทาโฮมายังไม่ขยับจากจุดเดิม โล่ของเขายังคงปักอยู่กับพื้นคอนกรีต เหมือนเขาไม่มีแรงพอจะยกมันขึ้นมาอีกแล้ว

ส่วนไนอาห์นั้นโกรธจัด อายานีถูกเล่นงานจนต้องนำตัวออกจากสนาม และภาพนั้นยังค้างอยู่ในหัวของเขาไม่หาย

        “ไนอาห์ พร้อมนะ” ทาโฮมาพูดเป็นสัญญาณ

        “ฉันไม่ยอมอีกแล้ว!!!” เสียงของไนอาห์เดือดจัด

ทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มขึ้น หนูแดงก็พุ่งถอยกลับไปหากรกรรณที่อยู่นอกวงกลม และกำลังรอรับเธออยู่

แต่ไนอาห์เร็วกว่า เขาพุ่งตัวขึ้น เหยียบโล่ของทาโฮมา แล้วถีบตัวเองออกไปอย่างรุนแรง แรงส่งของไนอาห์ บวกกับแรงดันจากทาโฮมา ทำให้อสูรพุ่งทะยานราวกับกระสุนมีชีวิต

ร่างของไนอาห์กวาดเข้าใส่ทั้งหนูแดงและกรกรรณ

        ปัง!!!

ทั้งสองถูกชนจนล้มไถลไปกับพื้น เป้าหมายของไนอาห์ไม่ใช่ร่างของทั้งคู่แต่คือลูกบอล เขาไม่ได้แย่งมัน แต่ใช้แรงทั้งหมดตบใส่ลูกบอล จนหลุดจากเส้นผมของหนูแดง กระเด็นออกไปกลางสนาม

วินาทีนั้น โล่ของทาโฮมาก็ฟาดลงกับพื้นอีกครั้ง

        ตึง!!!

        ลูกบอลถูกกลืนหายเข้าไปในช่องโล่ของเขาอีกครั้ง แต่การแลกครั้งนี้ก็หนักเกินไป ไนอาห์ที่พุ่งเข้ามาในระยะประชิด ถูกกรกรรณตวัดส้นเท้าเข้าใส่กรามอย่างแม่นยำอีกครั้ง จุดเดิม แผลเดิม แรงกระแทกครั้งที่สองทำให้ดวงตาของไนอาห์เหลือกขึ้นทันที

        ร่างอสูรของเขากระตุก ก่อนจะล้มลงกับพื้นและค่อย ๆ คืนกลับเป็นร่างมนุษย์ ไนอาห์หมดสติไปแล้ว แต่ไม่มีใครหยุด ไม่มีเสียงนกหวีด ไม่มีเวลานอก เพราะเวลาที่เหลืออยู่มีเพียง 10 นาทีสุดท้ายเท่านั้น

หนูแดงกัดฟันลุกขึ้น แล้วพุ่งกลับไปเกาะหลังกรอีกครั้ง กรกรรณแทบยืนไม่ไหวแต่เขายังยืน ทั้งคู่พุ่งเข้าหาทาโฮมาอีกครั้ง

ชายผู้เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ The Wing พร้อมโล่ที่กลืนลูกบอลเอาไว้

        “จังหวะนี้… นรกเรียกพี่แล้วครับ!!! The Wing เหลือเพียงทาโฮมาและโล่ของเขา!!! ลูกบอลอยู่ในโล่ของเขาครับ!!!”

เวลราตะโกนออกมาอย่างลืมตัว

        “แกะดำไม่หยุดค่ะ! นี่คือโอกาสสุดท้ายของพวกเขาเช่นกัน!!! แม้มันจะดูสิ้นหวังแค่ไหนก็ตาม!!!”

มิล่าทุบโต๊ะอย่างลุ้นสุดตัว

        “พวกเขาใส่ค่ะ! ใส่ไม่หยุด!!! กรกรรณกับเส้นผมของหนูแดง กำลังอัดใส่ทาโฮมาและโล่ของเขาไม่หยุดเลยค่ะ!!!”

ทั่วทั้งสนามระเบิดเสียงเชียร์ขึ้นพร้อมกัน ผู้ชมกระทืบเท้า เป่าแตร โยนกระดาษสีขึ้นฟ้า เสียงทั้งสนามดังจนเหมือนพื้นคอนกรีตกำลังสั่น

 

ในห้อง VIP โอโนถึงกับลุกขึ้นยืน แล้วทุบกำปั้นใส่กระจก

        “สู้เขาสิวะแกะดำ!!!”

 

ส่วนในห้องที่ปรึกษาพิเศษ พลัส ไกรเซอร์ น้ำแข็งจิกหมอนอิงบนตักจนผ้าขาดเป็นรอยยาว

        “นั่นของแพงนะ น้ำแข็ง”

พลัสเหลือบตามองหมอนของตัวเองเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปสนใจภาพถ่ายทอดสดต่อทันที

 

        กลางสนาม กรกรรณพุ่งเข้าใส่โล่ หนูแดงใช้เส้นผมรัด ดึง ยึด และกระชากโล่ของทาโฮมาไว้ไม่ให้ขยับ

        ทาโฮมากัดฟันแน่น ใช้แขนซ้ายที่บวมจนแทบไม่ใช่แขนคนอีกต่อไป ดันโล่ไว้สุดแรง

        แต่แกะดำไม่หยุด หนึ่งครั้ง สองครั้ง สิบครั้ง ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ส้นรองเท้าหุ้มเหล็กของกรกรรณฟาดลงบนขอบโล่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จุดเดิม รอยเดิม จุดที่เปราะบางที่สุดจากการถูกโจมตีไม่ยั้งมาตลอดทั้งเกมและในที่สุด—

        แครรรรร่ก!!!

        โล่เหล็กที่ทั้งแข็งและเหนียว ฉีกออกไปเกือบหนึ่งในสาม ช่องว่างนั้นมากพอให้ทุกคนมองเห็นลูกบอลที่ถูกเหน็บไว้กับมือซ้ายของทาโฮมา

        “แตกแล้ว!!!! แตก!!! โล่ครับ!! โล่แตกแล้วครับ!!!” เวลราพูดแทบไม่เป็นประโยค

        “ฉีกค่ะ! มันเรียกว่าฉีก!!!” มิล่าตะโกนลั่น โดยไม่สนเสียงรอบข้างอีกต่อไป

        หนูแดงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เส้นผมของเธอล้วงเข้าไปในรอยฉีกของโล่ทันที แล้วกระชากลูกบอลออกมา ในจังหวะเดียวกัน กรกรรณก็กระโดดหมุนตัว เตะเข้าหน้าทาโฮมาอย่างจัง

ปัง!!!

แต่ทาโฮมายังไม่ล้ม แรงเตะนั้นทำได้เพียงทำให้เขาเสียการทรงตัวไปครู่หนึ่งเท่านั้น เขาคำราม ก่อนจะเหวี่ยงขวานสวนเข้าใส่หนูแดงทันที

        “ไป หนูแดง!!!”

กรกรรณใช้ทั้งร่างกระแทกเข้ายันแขนของทาโฮมาไว้ แล้วส่งแรงสุดท้ายให้หนูแดงพุ่งออกไปยังดอตของ The Wing หนูแดงกอดลูกบอลแน่น เส้นผมของเธอสะบัดไปด้านหลังเหมือนหางสีขาวเปื้อนเลือด

ทาโฮมากัดฟันกรอด เขาโขกหัวตัวเองเข้าใส่กรกรรณเต็มแรง

        ปึก!!!

กรทรุดลงทันที เขาล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพแต่ตอนนั้น…มันไม่ทันแล้ว

        “ไม่ทันแล้วครับ!!! หนูแดงวิ่งแล้ว!!! เธอกำลังวิ่งไปที่ดอตของ The Wing พร้อมลูกบอล!!! และไม่มีใครขวางเธอเลยครับ!!!”

        ทั้งสนามแทบไม่มีใครนั่งติดเก้าอี้อีกต่อไป ทุกคนลุกขึ้นยืน ทั้งฝ่ายที่เชียร์แกะดำ ทั้งฝ่ายที่เชียร์ The Wing ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างเล็ก ๆ ของหนูแดง ที่กำลังวิ่งสุดแรงไปยังดอตสุดท้ายพร้อมลูกบอลในอ้อมแขนและเวลา…

ที่เหลือเพียง 2 นาที

        “ไม่… ไม่… ไม่มีทาง!!!!!!” ทาโฮมากัดฟันจนแทบแตก

        เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายยกโล่ที่ผูกติดอยู่กับแขนซ้ายขึ้นให้ลอยจากพื้น ส่วนแขนขวาที่ถือขวานใหญ่เหยียดออกสุดกำลังแล้วปาออกไปเต็มแรง ขวานพุ่งเป็นเส้นตรง

        เร็ว

        หนัก

และแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ

        ตึ่ง!!!!!

เสียงกระแทกดังสนั่นไปทั่วสนาม แล้วทุกอย่างก็เงียบลง ทั้งสนามเงียบ แม้แต่ผู้บรรยายอย่างเวลราและมิล่า ก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หนูแดงหยุดอยู่ห่างจากดอตเพียงไม่กี่ก้าว ขวานใหญ่ของทาโฮมาปักลงที่ไหล่ขวาของเธอ ตัดผ่านกระดูกไหปลาร้า และตรึงร่างเล็ก ๆ นั้นไว้กับพื้น

        ขนาดของขวานใหญ่เกือบเท่าตัวเธอ เลือดค่อย ๆ ไหลออกมาตามพื้นสนาม ลูกบอลหลุดจากมือ กลิ้งไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

        “อึก…!!”

หนูแดงกัดฟัน ดวงตาสีแดงสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดและความไม่ยอมแพ้

        “บ้าจริง… ขยับสิวะ!!!”

        เธอใช้มือซ้ายที่ยังขยับได้ พยายามดันขวานใหญ่ที่ตรึงร่างตัวเองไว้กับพื้นแต่มันไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย

ทาโฮมาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เขาหอบหายใจหนักจนไหล่สั่น ไม่มีแรงเหลือพอจะเดินต่อแล้วแต่แค่นี้ก็เพียงพอ

เพียงพอที่จะรักษาชัยชนะเอาไว้ เวลาบนจอเหลือเพียง

        1:30

หลังจากนั้น ไม่มีเสียงเชียร์อีกเลย ไม่มีเสียงแตร ไม่มีเสียงกระทืบเท้า มีเพียงความเงียบที่กดทับทั้งสนาม จนกระทั่งทุกคนเห็นร่างหนึ่งกำลังเดินอยู่กลางสนาม

ร่างใหญ่โตที่เดินอย่างสงบนิ่ง แกะดำ 01 หมีดำ

เขาเดินผ่านไนอาห์ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น

เดินผ่านเศษโล่ เศษคอนกรีต และรอยเลือดที่ลากยาวไปทั่วสนาม

ก่อนจะหยุดอยู่ข้างกรกรรณที่นอนหายใจรวยรินอยู่

หมีดำก้มลงมองเขา

        “เจ๋งมาก กร”

เสียงของเขานุ่มนวลอย่างประหลาด ท่ามกลางสนามที่เงียบสนิท

        “ฉันอยากสนุกมากกว่านี้ เพราะงั้น… ขอแจมหน่อยนะ”

กรกรรณที่แทบไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา ได้แต่หัวเราะเบา ๆ

        “ฮะ… ฮะ…”

หมีดำยืดตัวขึ้น แล้วเดินต่อ

เขาเดินผ่านทาโฮมาที่กำลังคุกเข่าหอบอยู่

สายตาของทาโฮมามองแกะดำ 01 อย่างตะลึง เขาอยากขยับ อยากยกโล่ อยากตะโกน อยากหยุดชายคนนั้น แต่ร่างกายไม่เหลือแรงให้ทำอะไรอีกแล้ว

        “…”

ทาโฮมากัดฟันแน่น เขาก้มหน้าลงอย่างเจ็บปวด ความเจ็บในใจหนักกว่าความเจ็บของร่างกายเสียอีก เพราะเขารู้แล้ว เขาหยุดกรกรรณได้ หยุดหนูแดงได้ แต่เขาลืมไปว่า—แกะดำยังเหลืออีกหนึ่งคน

หมีดำเดินไปถึงหนูแดง ร่างเล็กถูกขวานใหญ่ตรึงไว้กับพื้น เลือดเปื้อนผมสีขาวจนแดงเป็นหย่อม ๆ แต่ปากยังไม่ยอมหยุด

หมีดำก้มลงถามเสียงเรียบ

        “ให้ช่วยไหม?”

        “ไปเลยไป อ้วน!!” หนูแดงตะโกนใส่เขาทันที

        “เอาลูกบอลไปยิงดอตสิ! ยืนทำบ้าอะไร!!!”

หมีดำกะพริบตาช้า ๆ

        “เสียงดีแบบนี้ แผลคงยังไม่ถึงปอดสินะ” เขาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ

        “งั้นเดี๋ยวมาช่วยนะ”

        “เออออออ!!!”

        หมีดำเดินไปหยิบลูกบอลขึ้นมา ไม่มีใครหยุดเขา ไม่มีใครพูด ไม่มีใครแม้แต่จะหายใจแรง ทุกอย่างดูไม่เหมือนเรื่องจริง ชายร่างยักษ์เดินถือบอลไปยังดอตของ The Wing อย่างสงบนิ่ง

ไม่เร่งรีบ ไม่ตะโกน ไม่แสดงท่าทางดีใจ เหมือนเขาแค่กำลังเดินไปหยิบของในครัวแล้วหมีดำก็ยกบอลขึ้นแตะมันเข้ากับดอตตรงหน้า

วูบ—

        เพลิงโฮโลแกรมของ The Wing แตกสลายลง เสียงระบบดังขึ้นชัดเจนกลางสนามที่เงียบสนิท

 

ดอตของ The Wing ถูกทำลาย

 

และนั่นคือความจริง แกะดำทำแต้มได้ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าพวกเขาจบแล้ว 

ข้างสนาม อเล็กนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ก่อนน้ำตาจะพุ่งออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

        “เจ้าบ้าหมีดำ…”

เขาพูดเสียงสั่น ทั้งร้องไห้ ทั้งหัวเราะไปพร้อมกัน

        “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเดินออกจากแนวรับ…”

อเล็กยกมือปิดหน้า แต่น้ำตาแห่งความยินดีก็ยังไหลไม่หยุด

        “ไม่ฟังกันเลยยยยย…”

เสียงเฮของทั้งสนามระเบิดขึ้นในวินาทีนั้น ดังราวกับเมืองทั้งเมืองแตกออกพร้อมกัน

แกะดำไม่ได้ชนะง่าย ๆ ไม่ได้ชนะสวยงาม ไม่ได้ชนะโดยไร้บาดแผล แต่พวกเขาชนะด้วยแขนที่ใช้ไม่ได้ของกรกรรณ ด้วยร่างเล็ก ๆ ของหนูแดงที่ถูกขวานตรึงไว้กับพื้น และด้วยก้าวเดินช้า ๆ ของหมีดำ

แกะดำ 01 คนที่ทั้งสนามเกือบลืมไปแล้วว่า—เขายังอยู่ในเกม

เวลาเหลือเพียง 10 วินาที กรรมการเป่าสัญญาณหมดเวลารอบที่ 4 คะแนนสุดท้ายปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่

 

แกะดำ 1 - 1 The Wing

 

        ทั้งสนามระเบิดเสียงขึ้นพร้อมกัน เสียงเฮ เสียงโห่ เสียงกรีดร้อง และเสียงปรบมือดังตีกันไปหมด จนแทบแยกไม่ออกว่าใครกำลังดีใจ ใครกำลังเสียดาย หรือใครแค่ตะโกนออกมาเพราะยังไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

“สะ… สุดยอดเลยค่ะ…” มิล่าพูดเหมือนยังดึงสติกลับมาไม่หมด “แกะดำทำคะแนนตีเสมอได้ ทำให้ทั้งคู่เสมอกันค่ะ พี่หมีดำออกมาถูกจังหวะมาก เรียกว่ามาทันเวลาจริง ๆ ค่ะ”

        “ผมไม่อยากคิดเลยครับว่า ถ้าหมีดำออกมาตั้งแต่แรกจะเป็นยังไง” เวลราพูดขึ้น

        “ไม่ได้อยู่แล้วค่ะ” มิล่ารีบแย้งทันที “ถ้า The Wing ยังอยู่ครบ 3 คน แกะดำอาจโดนสวนกลับหนักกว่านี้ก็ได้ค่ะ!”

        “ครับ ๆ นั่นสินะครับ” เวลราหัวเราะแห้ง ๆ “แต่เอาเป็นว่า ทั้งคู่เสมอกันไปแบบเต็มเวลา 1-1 ครับ เป็นแมตช์ที่สู้กันคุ้มค่าเข้าชมมากจริง ๆ”

        “ค่ะ ดิฉัน มิล่า โนเวน”

        “ผม เวลรา ราเชล”

        “เราสองคนต้องลากันไปเท่านี้นะคะไว้เจอกันใหม่ครับ!”

ภาพถ่ายทอดสดค่อย ๆ ตัดออกจากสนาม ท่ามกลางเสียงคนดูที่ยังดังไม่หยุด

 

 


ห้อง VIP สนามกีฬากลางเมืองกรานเวล

โอโนถอยเซกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ราวกับตัวเองเป็นคนลงไปวิ่งอยู่ในสนามเสียเอง

เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

        “ฮ่ะ… ฮ่ะ… ฮ่ะ…”

โอโนกุมหน้าผากตัวเอง ขณะไหล่สั่นไม่หยุด

        “แกะดำ…”

เขาหัวเราะซ้ำอีกครั้ง

        “ฮ่ะ… ฮ่ะ… ฮ่ะ… แกะดำ…”

ในสนาม หน่วยแพทย์รีบเข้าตรวจอาการหนูแดงทันที ก่อนเคลื่อนย้ายเธอออกไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล กรกรรณเองก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลเช่นกัน เหลือเพียงอเล็กกับหมีดำที่กลับเข้าห้องพักของทีม คนหนึ่งยังตาแดงจากการร้องไห้ อีกคนยังดูเหมือนไม่เข้าใจว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรลงไป

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา