เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  38 ตอน
  1 วิจารณ์
  7,304 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

34) Fight Dot 08

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

แนะนำตัวละคร

ทีมแกะดำ

กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”

เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า  ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า  ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง

หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด  สายป้องกันสมบูรณ์แบบ สะท้อนการโจมตี


เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง


ทีม The Wing (โอรุวา)

ทาโฮมา (โอรุวา) โล่และขวาน/ทรงพลัง (ผู้เล่นหลัก)

ไนอาห์ (โอรุวา) หมาป่า/นักล่า (ผู้เล่นหลัก)

อายานี (โอรุวา) สายลม/ซัพพอร์ต (ผู้เล่นหลัก)

โอนักกา (โอรุวา) ม้าป่า/พุ่งทะลวง (ผู้สำรอง)

เซคานี (โอรุวา) เหยี่ยว/แม่นยำ (ผู้สำรอง)


กลุ่มชุดขาวกรานเวล

นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง

ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง

เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม


เมืองหลวง

ลูเซียน วาเลนไฮม์ “รองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน” คนรู้จักวินเซนต์

พนักงานสำนักงานสภาสูงวอร์เกน เมืองไวท์คราวน์ เจเนต มนัส เคส


ทีมในกลุ่ม F

The Wing สมาคมชนเผ่าที่กระจายตัวอยู่แถวรอยต่อระหว่างอัลเทรัสกับออร์เดเรีย นักรบรับจ้างกองกำลังอิสระ

Iron Dogs ลีกภูมิภาคอุตสาหกรรม “Steel Frontier League” อาณาจักรออร์เดเรีย

Eden Sphere สมาคมกีฬาอาณาจักรเอลดริน

Black sheep การค้าโลจิสติกส์และคาสิโน Velvetgroup อาณาจักรวอร์เกน


ผู้ประกาศข่าวสายกีฬา

ธนกฤต “แทน” วีระชัย ผู้ประกาศข่าวกีฬาชาย

ณิชมน “มิ้นท์” กิตติภา ผู้ประกาศข่าวกีฬาหญิง

ต้นกล้า “กล้องไว” ศรีพัฒน์ (รายงานข้างสนาม)



 

 

 



 

หลังทีม Iron Dogs เดินออกจากสนามไปพร้อมเสียงปรบมือของผู้ชม

อเล็กยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นแกะดำชนะแล้วและที่สำคัญคือ แทบไม่มีใครบาดเจ็บหนักเลย
เขามองทั้งสามคนที่กำลังถูกแสงไฟ ผู้คน และเสียงเชียร์กลืนหายเข้าไปช้า ๆ ทีมที่เคยถูกหัวเราะใส่…ตอนนี้กำลังกลายเป็นจุดสนใจของทั้งสนาม

อเล็กกำลังจะเดินลงไปหาแต่จู่ ๆ ฝูงชนจำนวนมากก็กรูกันทะลุแนวกั้นลงสนามทันที เสียงตะโกนดังระงมไปหมด

        “แกะดำ!!!”

        “สุดยอดดดดด!!!”

        “ขอลายเซ็นหน่อยครับ!!!”

กล้องถ่ายทอดสดและไมโครโฟนจากสื่อท้องถิ่นแทบทุกช่องยื่นเข้ามารุมล้อมหมีดำก่อนใคร เพราะขนาดตัวที่โดดเด่นเกินมนุษย์ทั่วไป

        “เป็นยังไงบ้างครับ! รู้สึกยังไงกับชัยชนะที่แทบไม่ต้องเหนื่อยเลยครับ!”

        “แกะดำ 01 ใช่ไหมคะ!? คุณคือหัวหน้าทีมหรือเปล่า!?”

        “ตอนนี้โลกออนไลน์เรียกคุณว่า ‘โล่อัลติเมต’ แล้วนะคะ! รู้สึกยังไงกับฉายานี้ครับ!?”

หมีดำกะพริบตาช้า ๆ มองไมโครโฟนที่แทบจะทิ่มเข้าปากตัวเอง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

        “อ่า…คือ…หิว…”

ผู้สัมภาษณ์เงียบไปครึ่งวินาที ก่อนตาโตทันที

        “หิว!!! ได้ยินไหมครับทุกคน!!!” เขาหันกลับไปหากล้องอย่างตื่นเต้นเกินเหตุ “ปีศาจยักษ์ของทีมแกะดำบอกว่า ‘ยังหิวอยู่’!!! Iron Dogs ยังไม่พอสำหรับความกระหายของเขา!!!”

        “ไม่ใช่แบบนั้นนะ…” หมีดำพึมพำเบา ๆ แต่ไม่มีใครฟังแล้ว

อีกฝั่งหนึ่ง กรกำลังโดนรุมหนักไม่ต่างกัน

        “เซ็นให้หน่อยค่ะ!”

        “แกะดำสุดยอดมากกก!”

        “หนูแดงน่ารักจังเลย หลับเลยเหรอคะ~”

หนูแดงที่หมดแรงจากลูกยิงแรกยังนอนฟุบอยู่บนหลังกรเหมือนเด็กหมดแบต มือเล็กยังเกาะเสื้อเขาแน่นไม่ปล่อย

        “ลูกสาวเหรอคะ!?”

        “พ่อเลี้ยงเดี่ยวใช่ไหมคะ!? กรี๊ดดดดดด!”

        “ไม่ใช่ครับ! เดี๋ยวสิ—ไม่ใช่นะครับ!!”

กรพยายามเบียดฝูงชนออกไป หน้าแดงจนแทบไม่ต่างจากหนูแดง

ระหว่างนั้นเอง มีเสียงใครบางคนตะโกนขึ้นจากด้านหลัง

        “รวยแล้ววววว!!!”

        “แกะดำ! พวกแกเจ๋งมาก! ฉันรวยแล้ว!!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

ทั้งสนามเริ่มวุ่นวายหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายทั้งสามคนต้องรีบวิ่งหนีเข้าทางเดินด้านหลังสนาม

ปัง!

ประตูห้องพักถูกปิดลงทันที ตัดเสียงโกลาหลด้านนอกออกไปเหลือเพียงความเงียบ แล้วทั้งสามก็ค่อย ๆ หันไปมองด้านในห้อง

อเล็กยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น ข้าง ๆ มีนิโคล ไคลน์ และเรน รออยู่ก่อนแล้ว

นิโคลยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ส่วนไคลน์ยังดูเหมือนไม่อยากเชื่อผลการแข่งขัน เรนพ่นลมหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้น

        “ดังใหญ่แล้วนะ พวกนาย”

อเล็กมองทีมแกะดำเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบตามเดิม

        “แมตช์แรกน่าประทับใจมาก…”

เขาหยุดไปเล็กน้อย สายตามองไล่ทีละคน

        “ฉันแปลกใจที่พวกนายแทบไม่เจ็บกันเลย”

กรยิ้มแห้ง ๆ

        “เกือบแย่เหมือนกันนะครับ…”

        “แต่ก็ชนะ…”

อเล็กตอบทันที คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้ห้องเงียบลงเล็กน้อยก่อนเขาจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันหลังเดินไปหยิบเสื้อคลุมของตัวเอง

        “กลับบ้านกันเถอะ”

เป็นประโยคธรรมดามากแต่เป็นครั้งแรกที่คำว่า “บ้าน” ของอเล็กไม่ได้ฟังดูว่างเปล่าอีกต่อไป

             

 


สื่อหลักเริ่มพูดถึงการแข่งขันระดับโลกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะทีมเต็งที่เริ่มลงแข่งในแมตช์แรกและสร้างกระแสทันที

        “สวัสดีครับ ต่อไปเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองที่สุดของปีนี้ครับ” ธนกฤต “แทน” วีระชัย ผู้ประกาศข่าวกีฬาชื่อดัง เปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        “ค่ะคุณแทน ปีนี้การแข่งขัน Fight Dot World Fight 69 จัดขึ้นที่วอร์เกนบ้านเราด้วยนะคะ และตอนนี้รอบแบ่งกลุ่มก็เริ่มแข่งขันกันไปแล้ว หลายทีมฟอร์มแรงมาก มีทีมไหนน่าสนใจบ้างคะ?” ณิชมน “มิ้นท์” กิตติภา ถามส่งต่อทันที

        “ถ้าพูดถึงทีมที่มาแรงที่สุดตอนนี้ คงหนีไม่พ้นแชมป์เก่า Crimson Phoenix ครับ” ภาพไฮไลต์ของทีมชุดแดงเพลิงถูกฉายขึ้นบนจอด้านหลัง

        “พวกเขาเปิดสนามด้วยชัยชนะแบบเต็ม 4 คะแนน ฟอร์มยังดุดันเหมือนเดิมเลยครับ และปีนี้ก็มีทีมเต็งหลายทีมที่ถูกจับตามองมาก ๆ ด้วยนะครับ”

รายชื่อทีมเต็งต่าง ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

Titan Forg

Silver Dominion

Prism Waltz

Valhalla Unit

Tempest Edge

Sub-Zero

Crimson Phoenix

The Wing

 

 

        “คุณมิ้นท์สนใจทีมไหนเป็นพิเศษไหมครับ?”

มิ้นท์หัวเราะเบา ๆ

        “เลือกยากเลยค่ะ ชอบทุกทีมเลย แต่ถ้าส่วนตัวจริง ๆ ฉันชอบ Titan Forge นะคะ” ภาพทีมร่างใหญ่ในชุดเกราะดำเหล็กถูกฉายขึ้นแทน

        “พวกเขาเหมือนนักรบจากน็อกเทียจริง ๆ ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งดุดัน ถึงจะไม่ใช่ทีมจากบ้านเรา แต่ยอมใจเลยค่ะ”

        “อ๋อ…ชอบหนุ่มหล่อทรงพลังสินะครับ” แทนแกล้งพูดด้วยสีหน้ากวนเล็ก ๆ

        “คุณแทนคะ…” มิ้นท์หลุดหัวเราะ

        “ถ้างั้นทีมที่กำลังดังในหมู่หนุ่ม ๆ ตอนนี้ คงหนีไม่พ้น Prism Waltz แล้วครับ” ภาพของเซเรน่าในชุดเต้นสีรุ้งกลางสนามปรากฏขึ้น พร้อมเสียงกรี๊ดของแฟนคลับ

        “ทีมสาวสวยจากกลุ่มทุนของออร์เดเรียให้การสนับสนุนครับ ทั้งความสามารถ ทั้งการแสดง เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกแมตช์เลย”แทนยิ้มก่อนพูดต่อแบบติดเล่น “ส่วนตัวผมนี่…ยอมโดนสะกดเลยครับ FC เลยนะ”

        “แหมคุณแทน เรายังอ่านข่าวกันอยู่นะคะ” มิ้นท์ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ ก่อนรีบเปลี่ยนประเด็น

        “อ้อ เกือบลืมอีกทีมสำคัญไปเลยค่ะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย

        “Valhalla Unit กลับมาแล้วนะคะ หลังหายจากการแข่งขันไปถึง 4 ปี อดีตแชมป์จากกองกำลังอิสระของน็อกเทีย ตอนนี้หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่า พวกเขาจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้หรือเปล่า”

        “แต่สถานการณ์ดูไม่ง่ายเลยนะครับ” แทนก้มมองข้อมูลในแท็บเล็ต

        “Valhalla Unit เพิ่งแพ้คะแนนให้ Tempest Edge ตัวแทนจากเอลดรินในแมตช์แรกของกลุ่ม A ด้วยครับ กลุ่มนี้ดูจะเป็นสายโหดเลยทีเดียว”

        “Tempest Edge เองก็ฟอร์มดีมากนะคะ ความเร็วและการเล่นเป็นทีมของพวกเขาน่ากลัวจริง ๆ”

        “ส่วน Titan Forge ที่อยู่กลุ่ม D ดูเหมือนจะลอยลำสบาย ๆ ไปก่อนแล้วครับตอนนี้” แทนหัวเราะ

        “แล้วทีมตัวแทนจากบ้านเราล่ะคะ? ไม่เห็นพูดถึงเลยคุณแทน” มิ้นท์หันมาถามทันที

        “โอ๊ะ จริงด้วยครับ ผมเกือบลืมเลย” แทนรีบพูดพลางหัวเราะกลบเกลื่อน

        “Silver Dominion ทีมที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือธุรกิจพลังงานของวอร์เกน อยู่กลุ่ม H ครับ ปีนี้หลายฝ่ายยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งเลย ถึงขั้นมีข่าวว่าพวกเขาตั้งเป้าเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างต่ำ”

ภาพนักกีฬาชุดขาวทองของ Silver Dominion ปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของวอร์เกน

        “โอ้ มั่นใจมากเลยนะคะ”

        “ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ครับว่าปีนี้ Fight Dot World Fight ร้อนแรงมาก”

แทนมองกล้องหลักก่อนสรุปท้ายรายการ

        “ทั้งทีมเต็ง ทีมม้ามืด ทีมนอกกระแสต่างเริ่มเผยฝีมือกันแล้ว ตอนนี้ทั้งโลกกำลังจับตามองว่า ใครจะเป็นทีมที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ Fight Dot World Fight 69 ครับ”

ช่วงเวลาการรายงานข่าวกีฬาเริ่มเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และสถานีขนส่ง เริ่มมีสินค้า Fight Dot วางขายเต็มไปหมดทั้ง: เสื้อทีม โลโก้สโมสร ผ้าพันคอ โมเดลดอตบอล ไปจนถึงโปสเตอร์นักกีฬาชื่อดัง

กระแสของ Fight Dot World Fight 69 กำลังกลายเป็น “มหกรรมระดับโลก” อย่างแท้จริง

ในช่วงหัวค่ำ กรกรรณโทรหาน้ำแข็งด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกว่าปกติ เสียงรอบตัวเขายังมีความวุ่นวายจากทีมแกะดำดังแทรกมาเป็นระยะ

        “คุณน้ำแข็ง… เอ้ย… น้ำแข็ง” กรกระแอมแก้ตัวเองทันที “วันก่อนทีมผมชนะแมตช์แรกมาได้แล้วนะ”

น้ำเสียงของเขาฟังดูภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

        “ถ้าแกะดำรักษาคะแนนไว้ได้ อย่างน้อยเข้าที่สองของกลุ่ม พวกเราก็จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีม แล้วทีมจะได้ย้ายไปพักที่เมืองหลวงด้วย”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงเย็น ๆ ของน้ำแข็งจะตอบกลับมา

        “เห็นแล้ว…”

กรยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

        “แล้วก็เห็นด้วยว่า นายจะหอมแก้มหนูแดงด้วย”

รอยยิ้มของกรแข็งค้างทันที

        “ฉันอยากลุกไปดึงหูนายจริง ๆ”

        “ขะ…ขอโทษจริง ๆ” กรรีบพูด “ก็ตอนนั้นหนูแดงไม่ฟังอะไรเลยนี่นา ถ้าไม่พูดแบบนั้นเธอไม่ยอมเล่นต่อแน่”

เขาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนเสียงจะค่อย ๆ จริงจังขึ้น

        “แต่ตอนนี้มันเริ่มดีขึ้นจริง ๆ นะ” กรเงียบไปเล็กน้อย ราวกับกำลังจัดความคิดตัวเอง

        “ผมไม่คิดเลยว่า Fight Dot จะทำให้ทีมแกะดำ…กลายเป็นทีมจริง ๆ ได้ขนาดนี้”

เสียงของเขาเบาลงนิดหนึ่ง

        “ตอนแรกผมแค่คิดว่า ถ้าชนะ…จะได้ไปเมืองหลวง ได้ไปหาคุณ แต่ตอนนี้…มันเริ่มมีความหมายมากกว่านั้น”

ปลายสายเงียบไปอีกครั้งก่อนน้ำเสียงเรียบเย็นของน้ำแข็งจะตอบกลับมา

        “ดีแล้ว”

        “แล้วฉันก็จะนั่งสวย ๆ รออยู่ที่เมืองหลวง…” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “เป็นเจ้าหญิงให้นายมารับเอง”

คำพูดนั้นฟังเหมือนหยอกเล่นแต่ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทของเธอ มันกลับฟังเหมือน “คำสั่ง” มากกว่า

กรหลุดหัวเราะออกมา

        “ฮะ ๆ… งั้นผมก็เป็นเจ้าชายสินะ”

น้ำแข็งถอนหายใจเบา ๆ

        “แค่นี้ก่อนนะ ฉันมีธุระต้องไปทำ”

        “อะ…ได้สิ” กรก้มหน้าลงเล็กน้อย “ดูแลตัวเองด้วยนะ…”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับเบา ๆ

        “อืม… นายก็ด้วย…” สายถูกตัดลง

น้ำแข็งมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเก็บมันลงกระเป๋าเงียบ ๆ ทางเดินของอาคารหน่วยพิเศษเงียบกว่าปกติหลังเลิกงานแสงไฟสีขาวสะท้อนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบจนบรรยากาศดูว่างเปล่า เธอเดินตรงไปยังห้องหนึ่งที่อยู่เกือบสุดทางเดิน ป้ายหน้าห้องเขียนไว้สั้น ๆ “ที่ปรึกษาพิเศษ”

ก๊อก…ก๊อก…

        “เข้ามา” เสียงผู้หญิงเย็น ๆ ดังผ่านประตูออกมาทันที

น้ำแข็งเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องมีเพียงแสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงาน หญิงสาวผมยาวสีเงินกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา พลัส ไกรเซอร์

        “นึกว่าใคร…” เธอพูดเรียบ ๆ พลางพลิกหน้ากระดาษต่อ

        “ที่แท้ก็เจ้าหญิงน้ำแข็ง มาทำอะไรตอนนี้ล่ะ?”

        “เลิกเวลางานแล้วนะ ไม่กลับบ้านหรือไง”

น้ำแข็งเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะโดยไม่ลังเล

        “มีเรื่องอยากรบกวนค่ะ”

พลัสถอนหายใจเบา ๆ

        “พูดมา…ฉันไม่มีเวลาว่างมากนัก” เธอเอนตัวพิงเก้าอี้ ก่อนยิ้มมุมปากบาง ๆ

        “โดยเฉพาะกับลูกสาวรัฐมนตรีที่พ่อหวงเกินเหตุ”

น้ำแข็งนิ่งไปนิดหนึ่ง แต่ยังมองตรงไปที่พลัส

        “ช่วยฝึกให้ฉันเก่งขึ้นด้วยค่ะ” 

ปลายปากกาของพลัสหยุดลงทันที ห้องทั้งห้องเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเก้าอี้ค่อย ๆ หมุนกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมเย็นของพลัสมองสำรวจน้ำแข็งตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มของคนที่เหมือนเพิ่งได้ของเล่นใหม่มาอยู่ในมือ

        “พูดเองนะ…” เธอวางปากกาลงบนโต๊ะ “แล้วอย่าร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน”

พลัสลุกขึ้นยืนช้า ๆ แรงกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวเธอทันที ต่างจากอเล็กที่ดูขี้เล่น อ่านยาก และชอบทำตัวไร้สาระ พลัสกลับให้ความรู้สึกเหมือนใบมีดเย็นเฉียบที่ถูกลับจนคมจัด

        “เพราะฉัน…” เธอเดินเข้ามาใกล้น้ำแข็งทีละก้าว “…ไม่ใจดีเหมือนอเล็ก”

น้ำแข็งไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว

        “ได้ค่ะ”

พลัสหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

        “ดี…”

        “งั้นเริ่มจากลืมวิธีสู้แบบชุดขาวไปได้เลย” แล้วมองโลกใบนี้ใหม่ในแบบของ “เรา”

 

 


หลังการแข่งขันแมตช์แรกผ่านไป คนที่เปลี่ยนไปมากที่สุดกลับไม่ใช่กร ไม่ใช่หนูแดง หรือแม้แต่หมีดำ แต่เป็นอเล็กจากคนที่เคยนอนปล่อยเวลาไปวัน ๆ ตอนนี้เขากลับแทบไม่หลับไม่นอน กองเอกสารจำนวนมหาศาลถูกวางกระจายเต็มห้องพัก ทั้ง: แผนสนาม กฎการแข่งขัน สถิติย้อนหลัง รูปแบบการเข้าทำคะแนน คลิปการแข่งขันเก่า

หน้าจอหลายจอเปิดค้างไว้พร้อมภาพการแข่งขัน Fight Dot จากหลายปีก่อน

อเล็กนั่งอยู่กลางกองกระดาษเหล่านั้น ดวงตาเป็นประกายราวเด็กที่ค้นพบของเล่นใหม่

        “โอ้…”

เขาพึมพำเบา ๆ ขณะดูภาพรีเพลย์ช้า

        “ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ…”

ภาพบนหน้าจอแสดงจังหวะที่ผู้เล่นใช้กำแพงสะท้อนบอลต่อเนื่องสามครั้งก่อนทำคะแนน

อเล็กยกมือขึ้นจับผมตัวเองอย่างตื่นเต้น

        “มันคือศิลปะ…”

        “ไม่สิ… มันคือความใส่ใจในการพาบอลไปทำแต้ม…”

เขารีบจดอะไรบางอย่างลงกระดาษทันที

        “ใช่… แบบนี้นี่เอง…”

จากนั้นก็พลิกไปอีกหน้าด้วยความเร็วแทบคลั่ง

        “ถ้าให้หมีดำวิ่งบุกไปทำคะแนนตรง ๆ จะดีไหมนะ…”

เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่ง

        “…ไม่สิ โดนดักทางง่ายเกินไป” อเล็กขีดเส้นแผนใหม่ทันที

        “แล้วถ้าเป็นเจ้าเนลล่ะ…” เขาหรี่ตาลง

        “ถ้าเทเลพอร์ตดอตบอลกลางสนามได้ จะโดนห้ามแข่งไหมนะ…”

เขานั่งพึมพำอยู่คนเดียวท่ามกลางกองเอกสารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

        “อเล็กกกกกกกก เค้าหิวแล้ววววว…” เสียงลากยาวดังมาจากหน้าห้องทำงานของอเล็ก ก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ หนูแดงยื่นหน้าเข้ามาแทะวงกบประตูเล่นเหมือนสัตว์ฟันแทะตัวเล็ก ดวงตาครึ่งปิดครึ่งเปิดจากอาการง่วงและหิวพร้อมกัน

        “งับ…งับ…”

        “ว้ากกกกกก!!” อเล็กสะดุ้งจนปากกากระเด็น

        “นึกว่าผีหนูแดง!” เขาหอบอยู่พักหนึ่งก่อนหันไปมองนาฬิกา “อ้าว…มืดแล้วเหรอเนี่ย…”

อเล็กมองกองเอกสารรอบตัวอย่างมึนงง

        “…ลืมเวลาไปเลยสิ” เขาลุกขึ้นยืดตัวดังกร๊อบ ก่อนเดินออกจากห้อง

        “ไป เดี๋ยวหาอะไรให้กิน”

 

ไม่นานหลังจากนั้น กรกับหมีดำก็กลับมาจากการฝึกซ้อม ทั้งสองเดินเข้ามาทางหลังบ้าน ก่อนหยุดนิ่งพร้อมกัน ภาพตรงหน้าทำเอาสมองค้างไปชั่วขณะ

อเล็กกำลังยืนคนซุปอยู่หน้าเตาอย่างจริงจัง ส่วนหนูแดงเกาะอยู่บนหลังเขาเหมือนโคอาลา กัดหัวอเล็กเล่นไปเรื่อย ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่สะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว

        “งับ…งับ…”

        “ว้ากกกกก!!!” กรกับหมีดำร้องพร้อมกัน

        “ครูฝึก!!! / ลูกพี่!!! เป็นอะไรไหมนั่น!?”

อเล็กหันมามองช้า ๆ

        “อ้า?…อะไรเหรอ? อ้อ…อาหารเย็นใกล้เสร็จแล้ว”

        “งับ…งับ…”

หนูแดงยังคงกัดหัวต่ออย่างมีสมาธิ อเล็กยกหม้อซุปเดินผ่านทั้งคู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กรมองตามอย่างอึ้ง ๆ

        “…ไม่เป็นไรแน่นะ…”

        “มาพร้อมหน้ากันก็ดี”

อเล็กวางหม้อซุปลงบนโต๊ะ ก่อนยกจอคอมพิวเตอร์ทั้งจอมาตั้งข้างจานอาหาร

        “จะได้คุยเรื่องแมตช์ต่อไปเลย” สีหน้าเขาจริงจังขึ้นทันที

        “งานนี้เราเจอหินเข้าแล้ว” 

หมีดำนั่งลงก่อนใครทันที

        “อื้ม…อื้ม…”

เขาตักซุปเข้าปากอย่างรวดเร็ว

        “ใช่…หิน…”

หมีดำหยุดช้อนกลางอากาศ

        “…เดี๋ยวนะ ในซุปมีหินได้ไง?”

กรตอบยังคงจ้องหนูแดงไม่ละสายตา

        “หนูแดง…”

        “หนูแดง…”

ไม่มีการตอบสนอง

        “งับ…งับ…”

        “เธอกลายเป็นสัตว์ไปแล้วหรือไง…”

อเล็กเปิดข้อมูลการแข่งขันขึ้นบนหน้าจอ

        “ผลอีกคู่ของกลุ่ม F ออกมาแล้ว” ภาพโลโก้ทีม The Wing ปรากฏขึ้น

        “พวกมันชนะ Eden Sphere แบบเต็มเวลา สองชั่วโมง”

กรเริ่มหน้าเครียดทันที

        “รอบต่อไปเราจะเจอกับ The Wing” อเล็กกดเปลี่ยนข้อมูลภาพสมาชิกทีมและข้อมูลเบื้องหลังปรากฏขึ้นทีละคน

        “The Wing เป็นกลุ่มนักรบรับจ้าง อยู่แถวรอยต่อระหว่างอัลเทรัสกับออร์เดเรีย รับงานอันตรายแทบทุกประเภท” เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “ระดับตัวตึงของพวกมัน…เทียบชุดขาวได้เลย”

กรแทบสำลักซุป

        “เทียบเท่าชุดขาว!? แล้วเราจะรอดเหรอครับครูฝึกอเล็ก!”

อเล็กส่ายหน้าเบา ๆ

        “ฉันไม่ได้กลัวศักยภาพของพวกมัน ฉันกลัวประสบการณ์ของพวกมันมากกว่า”

เขาเอนหลังพิงเก้าอี้

        “The Wing เป็นนักรบ ไม่ใช่นักกีฬา มันต่างกันเยอะ” อเล็กมองกรตรง ๆ

        “นายเคยเจอมังกรดำใช่ไหม?”

กรเหี่ยวลงทันที

        “ถ้าเอาพวกมาสเตอร์มังกรดำมาเทียบ…งั้นหมดหวังเลยครับครูฝึก คนละชั้นกันไปแล้ว…”

เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างสิ้นหวัง

อเล็กหัวเราะหึเบา ๆ

        “ถ้าฉันบอกว่า ตอนนี้นายเทียบระดับชุดขาวได้แล้วล่ะ?”

กรชะงัก

        “…ไม่เชื่อครับ ผมยังเทียบคุณนิโคล คุณไคลน์ แล้วก็คุณเรนไม่ได้เลย”

เขาตักซุปกินอย่างห่อเหี่ยว

อเล็กยิ้มมุมปาก

        “หึ…สามตัวนั้นน่ะ ตอนนี้ล้ำเส้นมาตรฐานชุดขาวไปแล้ว”

กรเงยหน้าทันที

        “หา?”

        “พวกนั้นรู้ตัวดี เลยมาฝึกที่นี่แทบทุกวัน”

อเล็กเลื่อนข้อมูลไปเรื่อย ๆ

        “โดยเฉพาะนิโคล…เธอตั้งใจจะพัฒนาตัวเองให้เทียบระดับพวกมาสเตอร์มังกรดำ”

น้ำเสียงของอเล็กเรียบมาก ราวกับพูดเรื่องธรรมดา

        “…แล้วนายมีหมีดำ”

อเล็กชี้ไปทางชายร่างยักษ์ที่กำลังกินซุปชามที่สาม

        “อสูรระดับอัลติเมตของทีม กับหนูแดง…” อเล็กหยุดพูด 

        “…เดี๋ยวนะ” เขาหันซ้ายหันขวา

        “หนูแดงหายไปไหนแล้ว?”

        “เมื่อกี้ยังบ่นหิวอยู่เลย!”

กรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนชี้ขึ้นด้านบน

        “อยู่บนหัวครูฝึกครับ”

อเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หนูแดงกำลังกัดหัวเขาอยู่เงียบ ๆ

        “งับ…งับ…”

        “ว้ากกกกกกกก!!!” อเล็กกระโดดลุกจากเก้าอี้ทันที

        “ลงไปนะ!! ฉันโดนสัตว์มีพิษกัด!! ยาแก้พิษอยู่ไหน!?”

        “อ้ากกก หายใจไม่ออกแล้ว!!”

        “อย่าเวอร์ครับ” กรถอนหายใจ ก่อนดึงหนูแดงออกจากหัวอเล็กเหมือนดึงปลิง

หนูแดงยังทำหน้าเสียดายเล็กน้อย

        “งับ…”

เกิดความวุ่นวายเล็กๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับมาคุยเรื่องแผนซ้อมกันอีกครั้ง

 

 


วันต่อมา อเล็กขอให้ 3 ชุดขาวมาร่วมฝึกที่สนามหลังบ้านพัก

        “ขอบคุณที่มาช่วยฝึกนะทุกคน ตอนนี้แกะดำต้องเจอกับ The Wing เรียกได้ว่าแข็งที่สุดในกลุ่ม F ก็ว่าได้” อเล็กพูดขึ้น

        “พวก The Wing หรือพวก โอ-รุ-วา พวกนี้รับจ้างงานอย่างมืออาชีพ เป็นนักรบของแท้เลย แม้แต่พวกเราชุดขาวยังเหนื่อยถ้าเจอพวกนั้น” ไคลน์พูดขึ้น
        “พวกมันสู้เป็นทีม เหมือนจิ๊กซอว์ที่เปลี่ยนตัวได้โดยไม่เสียรูปแบบ สมาชิกทั้ง 5 คน แทบจะเป็นตัวจริงได้หมด”

        “ใช่ ฉันดูการแข่งขันที่ The Wing แข่งกับ อีเดนสเฟียร์ (Eden Sphere) แล้ว พวกเขาเล่นเป็นทีมได้ดีมาก ตัวหลักทั้ง 3 ของ The Wing ไม่ได้บาดเจ็บมากนัก ฉันเลยคิดว่าพวกเขาต้องลงอีกครั้งเพื่อมาเก็บแต้มจากเราแน่” อเล็กเดินไปกลางสนามและหยิบไม้ขึ้นมาเขียนลงบนดิน

        “เห็นเราเป็นขนมสินะครับครูฝึก” กรพูดขึ้น

        “ดี…ผมอยากเป็นขนม...เหอะๆ...” หมีดำเริ่มน้ำลายไหล

        “ไม่มั้ง บางที The Wing อาจเป็นทีมแรกที่มองว่าเราอันตรายก็ได้ การแข่งครั้งที่แล้วเหมือนพวกเขากำลังทดลองรูปแบบมากกว่าจะตั้งใจสู้จริง” อเล็กขีดรูปวงกลมลงไป

        “ดูนี่สิ ตรงนี้คือตำแหน่งของ ทาโฮมา หัวหน้าทีม ใช้โล่กลมขนาดเกือบเท่าตัวเดินดัน ด้านหลังมี อายานี นักธนูที่ยิงพลังวิญญาณวิถีโค้งได้ทุกรูปแบบ และนกฮูกวิญญาณของเธอก็เป็นดวงตาให้ ส่วน ไนอาห์ สามารถแปลงร่างเป็นอสูรกึ่งมนุษย์ 4 ขา ใช้กรงเล็บโจมตี ทั้งทรงพลังและว่องไว คอยวิ่งไล่กดดัน รูปแบบนี้ ลูกบอลจะอยู่ในโล่ของทาโฮมาไปจนถึงดอตฝั่งตรงข้ามได้เลย”

        “โห...แบบนั้นผมจะเจาะเข้าไปได้ยังไงครับ? หนูแดงก็ไม่น่าไหวแน่” กรพูดขึ้น

        “ยังไม่หมดแค่นั้นนะ มีรูปแบบที่สองอีก จุดเด่นคือการกดดันรอบสนาม เพราะอายานีจะขี่หลังไนอาห์เพื่อเคลื่อนที่เร็ว และเธอจะกลายเป็นป้อมธนูเคลื่อนที่ที่เร็วมาก คอยสนับสนุนทาโฮมาเพื่อกดดันผู้ถือบอลฝ่ายตรงข้าม”

        “ขี่หลัง!!!!” หนูแดงพูดขึ้น “พวกมันเลียนแบบเรา!!!!” เด็กสาวก้มลงไปวาดรูปกรกับตัวเองในท่าขี่หลัง พร้อมลากเส้นผมยาวโจมตีไปรอบ ๆ

        “ฉันจึงอยากให้ นิโคล...ช่วยเป็นทาโฮมาให้ที เป็นสายแท็งก์เดินกด แล้วก็เรนเป็นอายานี ใช้ใบมีดลมโจมตี พลังของนายคล้ายกันมาก และ...” อเล็กหันไปมองไคลน์

        “ไคลน์ ช่วยเป็นอสูรกึ่งมนุษย์ให้ที”

        “อะไรนะ...ทำไมฉันต้องเป็นอสูรกึ่งมนุษย์ด้วย...” ไคลน์กอดอกต่อต้านทันที

        “หรือจะให้นิโคลเป็นแทนก็ได้” อเล็กรีบเปลี่ยนคำพูด

และนิโคลก็ยิ้มเหมือนลิงทันที พร้อมทำท่ากระโดดอย่างร่าเริง

        “ฮ่า ฮ่า ได้นะ ฉันว่าได้วิ่งวน ๆ ก็น่าสนุกดี”

        “ไม่...ฉันจะเป็นเอง” ไคลน์รีบพูดทันที

เขานิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนกำหมัดทุบพื้น แล้วกระโดดลง 4 ขาเหมือนสัตว์ป่า

        “วู้ว...วู้ว...วู้ว...วู้ว... ฉันคืออสูรกาย....”

ทุกคนเงียบกริบ...

        “ฉันไม่ได้จะให้เล่นสมจริงขนาดนี้นะ...” อเล็กกระซิบนิโคลเบา ๆ

        “อย่าทักเลยค่ะ ไม่งั้นไคลน์คงเสียกำลังใจ...” นิโคลตอบกลับพร้อมยิ้มแห้ง ๆ

การซ้อมเริ่มขึ้น โดยให้นหนูแดงขี่หลังกรกรรณตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อให้ทั้งคู่ชินและหาทางแก้เกมรูปแบบนี้ให้ได้

        “ฟังให้ดีนะ กรและหนูแดง พวกเธอต้องเข้าใจกันให้ได้มากที่สุด สื่อสารกันด้วยเสียง ชุดคำสั่ง ท่าทาง หรือแม้แต่ปลายนิ้ว เพื่อให้รู้อีกฝ่ายต้องการอะไร จะโจมตีตรงไหน” อเล็กเดินช้า ๆ ขณะมองทุกคนกำลังสู้กันอย่างจริงจังยกเว้นหมีดำที่ยืนกินถั่วอยู่ข้างสนามและที่แสบที่สุดคือ นิโคลแอบตั้งกล้องโทรศัพท์ถ่ายคลิปส่งให้น้ำแข็งดูตอนซ้อมด้วย

 

 

 


ณ เมืองหลวง อาคารสำนักงานสภาสูง ชั้นสามสิบเก้า
ที่ทำงานของน้ำแข็ง

ขณะที่เธอนั่งจัดเอกสารอยู่ โทรศัพท์ก็สั่นเบา ๆ พร้อมคลิปที่ถูกส่งมาจากนิโคล สิ่งเดียวไม่กี่อย่างที่ทำให้ชีวิตประจำวันอันน่าอึดอัดของเธอมีสีสันขึ้นมาได้ น้ำแข็งรีบเปิดดูทันที

        “นิโคลส่งอะไรมานะ...”

เธอกดเข้าไปดู ก่อนจะเห็นคลิปการซ้อมระหว่างแกะดำกับชุดขาวแล้วน้ำแข็งก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นไคลน์ทำท่าเหมือนลิง กระโดด 4 ขาไปมาเพื่อพุ่งใส่กรกรรณ

        “ฮ่ะ...ฮ่ะ....อุ๊บ...”

คนในสำนักงานหันมามองเธอทันทีด้วยความตกใจ เพราะปกติน้ำแข็งเย็นชาจนแทบไม่มีใครกล้าคุยเล่นด้วยเลย

น้ำแข็งรีบเอามืออุดปาก กลั้นเสียงหัวเราะไว้ ก่อนลุกเดินหนีเข้าห้องน้ำทันที แม้น้ำแข็งจะดูมีความสุข แต่ภาพนั้นกลับไม่เป็นที่พอใจของ ลูเซียน วาเลนไฮม์ เลยแม้แต่น้อย เขานั่งอยู่ในห้องทำงานด้านหลัง และเห็นทุกอย่าง

คลิปการซ้อมของทีมแกะดำทีมที่มี “กรกรรณ” ลูเซียนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนยกหูโทรศัพท์ขึ้นช้า ๆ

        “ต่อสายคุณหมอของ Saint Meridian ให้ที...ครับ” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลเหมือนเดิม

        “แกะดำ...ต้องตกรอบ ถ้ามันเริ่มเด่นเกินไป” เขาพูดเหมือนการสั่งงานธรรมดาที่ปลายสายรับทราบแล้ว

ลูเซียนวางโทรศัพท์ลง นิ่งราวกับเรื่องนี้เป็นเพียงอีกหนึ่งเรื่องปกติที่เขาทำอยู่ทุกวัน แต่แววตาของเขากลับไม่ได้สงบหรือสบายใจแม้แต่น้อย

เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดกรกรรณหรือใครก็ตามที่ขวางทางเขาในการครอบครองน้ำแข็ง ลูกสาวของรัฐมนตรีวินเซนต์ วินเทรส ไม่ใช่เพื่อความรักแต่เพื่ออำนาจที่สูงขึ้นไปอีก

ไม่นานนักน้ำแข็งก็กลับมาที่โต๊ะทำงาน พร้อมขนมเค้กและช็อกโกแลตบอลจากร้านที่เธอชอบ

ลูเซียนรอให้เธอนั่งลงและเริ่มทำงานไปสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ เดินเข้าไปทักอย่างแนบเนียน โดยไม่ให้เหยื่อรู้สึกตกใจ

        “คุณน้ำแข็งครับ บ่ายนี้ว่างไหมครับ” ลูเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบและสุภาพ

        “ขอดูตารางก่อนนะคะ...” น้ำแข็งเปิดดูตารางงานเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

        “ตอนบ่าย ท่านลูเซียนมีประชุมกับฝ่ายบริหารภายในค่ะ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลการประชุมในตึกของท่านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยนะคะ”

น้ำแข็งเริ่มเปิดดูการจองห้องประชุม ตรวจเอกสารที่ต้องใช้ และเช็กกำหนดการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

        “ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านหรอกครับคุณน้ำแข็ง เรียกผมว่า ‘พี่ลู’ ก็ได้” ลูเซียนเดินไปวางมือบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแนบเนียน

พนักงานที่อยู่ใกล้ ๆ ดูมีปฏิกิริยาชัดเจน เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดสะดุด เสียงปากกาตก เสียงพลิกหน้ากระดาษ หรือแม้แต่เสียงขยับตัวบนเก้าอี้เบา ๆ ทุกอย่างเหมือนกำลัง “กลั้นหายใจ”

        “ผมหมายถึง ถ้าบ่ายนี้คุณน้ำแข็งไม่ได้ติดงานส่วนตัว ผมว่าจะขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อน แล้วอยากให้คุณไปกับผมได้ไหมครับ พอดีทางองค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใสเชิญผมไป และผมก็เผลอปากตอบตกลงไปแล้วด้วย”

ลูเซียนยิ้มบาง ๆ ราวกับรู้สึกผิดจริง ๆ 

น้ำแข็งนิ่งไปครู่หนึ่งเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ เธอมองไปรอบโถงทำงาน ทุกคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง หรืออาจแกล้งทำเป็นไม่สนใจก็ไม่รู้ มันอาจเป็น “เรื่องส่วนตัว” ที่ถูกแฝงมาในรูปแบบของหน้าที่และพ่อของเธอ...อาจต้องการให้มันเป็นแบบนั้น น้ำแข็งหลับตาลงเบา ๆ สูดลมหายใจเพื่อทำใจให้สงบ ก่อนตอบตกลง

        “ค่ะ แต่ฉันขอแจ้งอีเมลทุกท่านก่อนนะคะ ว่าจะขอเลื่อนการประชุมออกไป แล้วก็ต้องเช็กเวลาว่างใหม่ด้วย เพราะช่วง 2–3 วันนี้ทุกท่านอาจมีเวลาว่างไม่ตรงกัน”

น้ำแข็งหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที

        “ไม่เป็นไรครับ เรื่องนั้นให้เจเนตทำแทนก็ได้”

ลูเซียนหันไปเรียกหญิงร่างท้วมเตี้ยที่กำลังนั่งพิมพ์งานอย่างเร่งรีบอยู่ไม่ไกล

        “เจเนต...”

        “คะ...ค่ะ...!” เจเนตลุกขึ้นแทบจะทันที เร็วจนเหมือนแอบฟังอยู่ก่อนแล้ว

        “คุณช่วยตอบอีเมลขอเลื่อนการประชุมช่วงบ่ายให้ผมทีนะครับ แล้วก็โทรเช็กเวลาว่างของทุกคนสำหรับประชุมครั้งถัดไปด้วย ออกอีเมลพร้อมกำหนดวันใหม่ไปพร้อมกันเลย”

ลูเซียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สุภาพ เหมือนเป็นคำสั่งธรรมดาทั่วไป

        “ค่ะ...ค่ะ...” เจเนตพยักหน้ารับอย่างลนลาน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา

เที่ยงวันนั้น น้ำแข็งนั่งรถไปกับลูเซียนเพื่อออกไปทานข้าว ก่อนจะเดินทางต่อไปยังองค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใส ซึ่งอยู่ในโซนกลางเมือง ห่างออกไปไม่มากนัก

จังหวะที่น้ำแข็งเดินตามลูเซียนออกจากสำนักงาน เธอยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง เย็นชา และไม่แสดงอารมณ์เช่นเคยแต่พักหลัง ๆ พนักงานหลายคนเริ่มมองเธอเปลี่ยนไป บางคนเริ่มสงสารเธอแล้ว เพราะพวกเขาดูออกว่าน้ำแข็งไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่มีความสุขเมื่อได้รับการเอาใจจากผู้มีอำนาจ หรือพอใจที่ได้ยืนอยู่เหนือคนอื่น เธอไม่เหมือนลูกสาวคนใหญ่คนโตคนอื่น ๆ เลย

หลังจากทั้งคู่ลงลิฟต์ไปแล้ว พนักงานหลายคนก็กรูกันไปที่โต๊ะทำงานของน้ำแข็งทันที ราวกับเป็นกิจกรรมที่ทำกันมาแล้วนับร้อยครั้งโดยเฉพาะป้าเจเนต

        “อีกแล้ว ๆ ๆ เห็นแววตาเธอไหม ดูเศร้า ๆ นะ น่าสงสารจัง...” ป้าเจเนตพูดอย่างรวดเร็ว พลางมองไปทางลิฟต์

        “ใช่ ๆ ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะหยิ่งเหมือนเลขาคนก่อนซะอีก แบบยืนจิกหัวพวกเราไปทั่ว” เคส สาวแว่นฟันกระต่ายรูปร่างผอมสูง ผมสีส้ม พูดอย่างออกรส

        “น่าเสียดายจริง ๆ ไม่รู้จะทนได้อีกนานแค่ไหน แบบนี้มีหวังโดนลูเซียนรวบหัวรวบหางแน่ ๆ” มนัสพูด พลางหยิบรูปถ่ายกรกรรณที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู

        “นั่นแฟนเธอใช่ปะ!?... เอาจริงดิ?... กรกรรณที่อยู่หน่วยแกะดำอะนะ?” มนัสพูดขึ้นอย่างเสียดาย

        “เธอเลือกคนระดับพลทหารเป็นแฟนเนี่ยนะ? ฐานะบ้านฉันยังดีกว่านั้นอีก” ครอบครัวของมนัสเป็นเจ้าของโรงแรมระดับสี่ดาวหลายแห่งในเมืองหลวง

        “แกจะไปเข้าใจอะไรหัวใจผู้หญิงวะ...” เจเนตพูดพลางหยิบดอกกุหลาบบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่น
        “นี่แหละที่เรียกว่า ‘รักบริสุทธิ์’...”

        “แต่แกะดำ 03 คนในรูปตอนนี้ก็ดังมากนะ” เคสพูดต่อด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ตอนศึกมังกรดำ เขายืนสู้เคียงข้างเธอเลยนะ เห็นแล้วใจสั่นจริง ๆ”

        “ใช่! แล้วข่าวบอกว่า เขาเป็นคนแบกเธอออกมาจากแนวรบด้วย...” พนักงานอีกคนรีบเสริมทันที

        “โอ๊ย โรแมนติกเกินไปแล้ว...” เจเนตเอามือทาบอกเหมือนจะเป็นลม

        “แต่ถ้าลูเซียนรู้ว่าพวกเรามุงโต๊ะเธออีก มีหวังโดนเรียกเข้าห้องแน่...” มนัสรีบพูดเบา ๆ พร้อมหันซ้ายหันขวาอย่างระแวง

ทุกคนเงียบลงทันที ก่อนจะรีบแยกย้ายกันกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่กี่นาทีต่อมา โถงสำนักงานก็กลับเข้าสู่บรรยากาศเดิมอีกครั้ง เสียงคีย์บอร์ด เสียงเอกสาร เสียงโทรศัพท์ ราวกับเมื่อครู่ ไม่เคยมีใครแอบเป็นห่วง “เจ้าหญิงน้ำแข็ง” เลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา