เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  38 ตอน
  1 วิจารณ์
  7,277 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

35) Fight Dot 09

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

แนะนำตัวละคร

ทีมแกะดำ

กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”

เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า  ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า  ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง

หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด  สายป้องกันสมบูรณ์แบบ สะท้อนการโจมตี


เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง


ทีม The Wing (โอรุวา)

ทาโฮมา (โอรุวา) โล่และขวาน/ทรงพลัง (ผู้เล่นหลัก)

ไนอาห์ (โอรุวา) หมาป่า/นักล่า (ผู้เล่นหลัก)

อายานี (โอรุวา) สายลม/ซัพพอร์ต (ผู้เล่นหลัก)

โอนักกา (โอรุวา) ม้าป่า/พุ่งทะลวง (ผู้สำรอง)

เซคานี (โอรุวา) เหยี่ยว/แม่นยำ (ผู้สำรอง)


กลุ่มชุดขาวกรานเวล

นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง

ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง

เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม


เมืองหลวงไวท์คราวน์

ลูเซียน วาเลนไฮม์ “รองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน” คนรู้จักวินเซนต์


ทีมในกลุ่ม F

The Wing สมาคมชนเผ่าที่กระจายตัวอยู่แถวรอยต่อระหว่างอัลเทรัสกับออร์เดเรีย นักรบรับจ้างกองกำลังอิสระ

Iron Dogs ลีกภูมิภาคอุตสาหกรรม “Steel Frontier League” อาณาจักรออร์เดเรีย

Eden Sphere สมาคมกีฬาอาณาจักรเอลดริน

Black sheep การค้าโลจิสติกส์และคาสิโน Velvetgroup อาณาจักรวอร์เกน


ผู้บรรยาย

เวลรา ราเชล ชาย ผู้บรรยายหลัก

มิล่า โนเวน หญิง นักวิเคราะห์ข้างสนาม


Velvet Group

โอโน วาเลสก้า เจ้าของ Velvet Group ผู้สนับสนุนหลักทีม แกะดำ

Velvet Fang คาสเซียน โรว์ ภาพลงตา

                  บรัสกา ดอร์น ปืนใหญ่แห่ง Velvet Cage

                  ลิเวีย เซนน์ ความเร็วและมีดคู่



 

 

 



น้ำแข็งถูกพาไปร้านอาหารหรูในช่วงเที่ยงด้วยความตั้งใจของลูเซียน เขาแทบไม่ปล่อยโอกาสใดหลุดมือเลย ระหว่างทาง เขาแอบส่งข้อความไปยังสำนักข่าวบางแห่ง เพื่อให้ส่งนักข่าวมาตามถ่ายภาพ สร้างกระแสซุบซิบ และค่อย ๆ ปั้นภาพว่าน้ำแข็งเริ่มโน้มเอียงมาทางเขาแล้ว

        “มุมนี้แสงดีนะครับ ทำให้คุณน้ำแข็งดูสดใสจริง ๆ แต่ร้อนไหมครับ? ถ้าไม่สบาย ผมเปลี่ยนโต๊ะให้ได้นะครับ” ลูเซียนพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพ

        “คะ...ขอบคุณค่ะ ตอนอยู่ที่กรานเวล พวกเราเคยเข้าแถวกลางแดดทั้งวัน แถมยังใส่ชุดขาวที่ทั้งหนาและหนักกว่านี้อีก แค่นี้ไม่เป็นอะไรค่ะ” น้ำแข็งตอบเรียบ ๆ ก่อนนั่งทานอาหารต่อโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

        “เห็นว่าทีมแกะดำชนะรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ได้ถึง 4 แต้มเลยนะครับ เริ่มต้นได้ดีมากทีเดียว”

ลูเซียนเริ่มชวนคุยในเรื่องที่น้ำแข็งสนใจ เขาอยากเห็นปฏิกิริยาของเธอทุกครั้งเมื่อพูดถึง “แกะดำ 03”

        “ก็ดีค่ะ พวกเขาพยายามกันมาก...” 

น้ำแข็งตอบ พลางสบตาเขาเพียงนิดเดียว ก่อนก้มมองจานอาหารของตัวเองและเธอก็เผลอยิ้มบาง ๆ ออกมา เมื่อนึกถึงกรกรรณที่กำลังพยายามทุกอย่างเพื่อเธอ รอยยิ้มเล็ก ๆ นั้นไม่รอดสายตาของลูเซียนเลยแม้แต่น้อย

        “ถึงขนาดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยงั้นเหรอ...” เขาคิดในใจ

        “ท่าทางจะหลงมันมากจริง ๆ แบบนี้ยิ่งน่าสนุกเข้าไปใหญ่...ฉันจะแย่งเธอมา แล้วค่อยขยี้ไอ้แกะดำ 03 นั่นให้พังและเมื่อเธอกลายเป็นของฉันแล้ว มันก็จะหมดความหมายไปเอง”

แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความคิดบิดเบี้ยว แต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มอย่างสุภาพไร้ที่ติ

        “แล้วตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ครับ? ซ้อมกันอยู่หรือเปล่า?” ลูเซียนถามขึ้นอีกครั้ง

น้ำแข็งนึกไปถึงภาพไคลน์ทำท่าอสูรลิง กระโดด 4 ขาไปมาในคลิปที่นิโคลส่งให้ เธออดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้

        “ใช่ค่ะ พวกเขาซ้อมกันอยู่ แล้วเพื่อนของฉันก็กำลังช่วยอยู่ด้วย...” 

เธอพูดพลางยิ้มเล็กน้อยและนั่นทำให้ลูเซียนยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ ภาพทุกอย่างถูกช่างภาพที่แอบซ่อนตัวอยู่เก็บไว้หมดแล้ว ทั้งตอนสบตา ตอนพูดคุยรวมถึงตอนที่น้ำแข็งหัวเราะให้ลูเซียน

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็นั่งรถต่อไปยังองค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใส ภายในอาคารเต็มไปด้วยความวุ่นวาย พนักงานเดินสวนกันขวักไขว่ ก่อนผู้บริหารคนหนึ่งจะรีบเดินเข้ามาทักลูเซียนอย่างสนิทสนม

        “ไงครับคุณลูเซียน วันนี้มีอะไรให้รับใช้ครับ?” กิลลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

        “ผมว่าผมได้แบรนด์แอมบาสเดอร์ขององค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใสแล้วครับ” ลูเซียนพูดพลางจับมืออีกฝ่าย ก่อนถอยตัวออกเล็กน้อย เพื่อเผยให้เห็นคนที่พามาด้วย

        “คนที่เหมาะที่สุดเลย”

        “สวัสดีครับคุณเอลินเซีย โอ้...ไม่นะ...” กิลลี่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นน้ำแข็ง

        “ทำไมผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าวอร์เกนจะมีคุณอยู่ด้วย...” เขารีบยื่นมือไปจับมือเธออย่างตื่นเต้น

        “ใช่เลย! ท่านวินเซนต์ต้องภูมิใจมากแน่ ๆ”

        “คุณเอลินเซียมีคุณสมบัติครบทุกอย่างจริง ๆ ถ้าจะรับหน้าที่นี้” 

        “เดี๋ยวนะคะ... ฉัน...?” น้ำแข็งถอยหลังเล็กน้อยก่อนพยายามตั้งสติ

        “แต่...”

        “ผมคิดว่า ตัวแทนของวอร์เกนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้ ไม่มีใครเหมาะไปกว่าคุณน้ำแข็งแล้วนะครับ” ลูเซียนพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล ราวกับไม่เปิดช่องให้เธอปฏิเสธ

        “ทั้งรูปร่างหน้าตา พฤติกรรมที่ไม่เคยด่างพร้อย ชาติตระกูล รวมถึงนิสัยของคุณน้ำแข็ง ไม่มีอะไรขัดกับภาพลักษณ์ขององค์กรเลย”

        “ทางเราก็ยินดีมากครับ ถ้าเป็นคุณเอลินเซีย” กิลลี่ เมอริส กล่าวพลางประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างสุภาพ
        “ขออนุญาตเรียกคุณว่า ‘คุณน้ำแข็ง’ นะครับ”

น้ำแข็งมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะจำยอมตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก

        “ได้ค่ะ... ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด” ในที่สุดเธอก็ตอบรับ

หลังจากนั้น ทั้งสามก็พากันเข้าไปในห้องรับรอง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวทาง นโยบาย และภาพลักษณ์ขององค์กรกันต่อยาวจนถึงช่วงเย็นและในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง โถงหลักของอาคารก็ถูกจัดเป็นพื้นที่แถลงข่าวอย่างเร่งด่วน นักข่าวจากแทบทุกสำนักเดินทางมารวมตัวกัน ราวกับมีใครบางคนตั้งใจแจ้งข่าวล่วงหน้าไว้หมดแล้ว

องค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใส นำโดยผู้บริหาร กิลลี่ เมอริส ขึ้นกล่าวเปิดงานสั้น ๆ ก่อนเชิญ ลูเซียน วาเลนไฮม์ และ เอลินเซีย วินเทรส ขึ้นมายืนร่วมกันหน้า Media Wall ขององค์กร ทันทีที่กิลลี่ประกาศว่า องค์กรได้แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่แล้ว และคนนั้นคือ “เอลินเซีย วินเทรส” ทั้งโถงก็ฮือฮาขึ้นทันที นักข่าวยกมือถามแทบพร้อมกัน จนเสียงดังปนกันไปหมด แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ไม่มีคำถามไหนมีแนวโน้มไปในทางคัดค้านเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างกำลังถูกต้อนรับอย่างสมบูรณ์แบบ

กิลลี่พยายามตอบคำถามในส่วนที่เป็นทางการทั้งหมด แม้การแถลงจะจบลงแล้ว แต่นักข่าวก็ยังรุมสัมภาษณ์ลูเซียนและน้ำแข็งต่อไม่หยุด

        “ได้ข่าวว่าท่านลูเซียนเป็นผู้แนะนำให้น้ำแข็งได้รับตำแหน่งนี้ใช่ไหมคะ?”

        “ไม่ครับ” ลูเซียนตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “ผมแค่เห็นว่าคุณน้ำแข็งเหมาะสม เลยเสนอชื่อเท่านั้นเองครับ ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษเลย ฮะฮะ”

        “คุณน้ำแข็งรู้สึกยังไงบ้างคะ กับการได้รับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ขององค์กรความโปร่งใส? ลำบากใจไหมคะ เพราะนี่เป็นองค์กรสำคัญมากของวอร์เกน”

        “ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” น้ำแข็งตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ “แต่ถ้าวันหนึ่งฉันไม่เหมาะสม ก็ยินดีให้ผู้ที่เหมาะสมกว่ามารับหน้าที่แทนค่ะ”

        “ช่วงนี้เห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยนะคะ เมื่อไหร่จะมีข่าวดีคะ?”

        “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกครับ” ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนช่วยกันนักข่าวออกให้น้ำแข็งเดินต่อ

        “พวกเราแค่ทำงานร่วมกัน แล้วบังเอิญมีเวลาตรงกันเท่านั้นเองครับ”

ก่อนเดินผ่านกลุ่มนักข่าว เขาหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

        “แต่ถ้ามีข่าวดีจริง ๆ ...คงต้องให้น้ำแข็งเป็นคนพูดเองนะครับ” แฟลชจากกล้องหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นพร้อมกันขณะที่น้ำแข็งไม่ได้ตอบอะไรอีก เธอเพียงเดินฝ่ากลุ่มนักข่าว และหลบเข้าไปในห้องรับรองเงียบ ๆ เพียงลำพัง

เย็นวันนั้น...

กรกรรณนอนกลิ้งไปมาบนพื้นสนามซ้อมหลังบ้านพัก พร้อมถือโทรศัพท์ไว้แน่น น้ำตาไหลเป็นสาย

        “มันเป็นอะไรวะเนี่ย...?” อเล็กยืนเกาหัว มองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง

        “พลาดโดนใบมีดลมของเรนบาดไข่แหง ๆ” หมีดำวิเคราะห์ด้วยสีหน้าจริงจัง

        “บาดไข่!?” หนูแดงสะดุ้งทันที “บาดตรงไหน!? เค้าจะเลียให้ กร!!! มานี่เลย!!!”

เด็กสาวพุ่งเข้าใส่กรทันทีจนเจ้าตัวรีบดิ้นหนี

นิโคลเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ดูข่าวอย่างสงสัย

        “โอ๊ย ตายแล้ว!!!”

        “อะไร?” เรนหันมาถาม

        “มีรูปหลุดน้ำแข็งกับอีตาลูเซียนนั่งกินข้าวด้วยกัน! แถมหัวเราะสดใสอีกต่างหาก!!!”

นิโคลเลื่อนอ่านต่อ ก่อนทำหน้าแปลก ๆ

        “เดี๋ยวนะ...น้ำแข็งได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ขององค์กรประชาสัมพันธ์ความโปร่งใสของรัฐสภาวอร์เกนด้วย ฟังดูดีนะ... แต่ถ้าเป็นฝีมือลูเซียนละก็น้ำแข็งคงอึดอัดน่าดูเลย”

        “คุณน้ำแข็งงงงงงง.....”

กรนั่งกอดเข่าตัวเองเป็นก้อนกลม มองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยน้ำตาไหลพราก

        “แบบนี้ซ้อมต่อไม่ได้แล้วสิ 03 พังไปแล้ว” เรนถอนหายใจ ก่อนหันไปหาไคลน์ “ใช่ไหม ไคลน์—”

        “ไคลน์!!!!” ทุกคนหันไปพร้อมกัน

ไคลน์ไปนั่งข้างกรเรียบร้อยแล้ว แถมยังถือโทรศัพท์ดูข่าวด้วยสีหน้าช็อกไม่ต่างกัน

        “มะ...ไม่จริง...” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนโดนหักอกเอง

เรนยกมือกุมขมับทันที

        “ท่าทางสองคนนี้จะไปด้วยกันได้จริง ๆ นะ...”

และไม่นานนัก น้ำแข็งก็คงเห็นข่าวซุบซิบพวกนั้น เธอรีบโทรหากรกรรณทันที เขารับสายแทบจะในวินาทีเดียว

        “คุณน้ำแข็ง... ไม่สิ... นะ...น้ำแข็ง... ผม...ผม...” กรกำลังพยายามพูด ทั้งที่ยังร้องไห้อยู่

        “กร...ใจเย็นนะ... ฉันอธิบายได้...” ครั้งนี้เสียงของเธอยังคงเย็นเหมือนเดิม แต่พูดเร็วขึ้น ราวกับกำลังร้อนใจจริง ๆ

พอทุกคนเห็นว่าน้ำแข็งโทรมา ก็พากันเดินกลับเข้าบ้านพักเพื่อปล่อยให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพังและนิโคลก็เป็นคนลากไคลน์ออกไปด้วย

        “เดี๋ยว! ฉันก็เจ็บเหมือนกันนะ—”

        “พอเลยไคลน์! นายนะหลุดวงโคจรไปแล้ว” นิโคลลากเขาออกไปทันที

        ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนน้ำแข็งจะถามขึ้นเบา ๆ

        “ร้องไห้อยู่ใช่ไหม?”

        “.....ใช่.....” กรก้มหน้าตอบเสียงเบา เหมือนไม่อยากยอมรับ

        “ฉันขอโทษ...”

คำพูดนั้นทำให้กรใจหายวาบ ก่อนเธอจะพูดต่อ

        “ขอโทษที่ทำให้นายไม่สบายใจ รูปถ่ายพวกนั้น...หรือแม้แต่การยืนให้สัมภาษณ์คู่กับลูเซียน ฉันไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ”

น้ำแข็งพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่วันนี้เธอดูต่างออกไปเล็กน้อย

        “ถ้าเป็นแบบนั้น...ผมก็สบายใจแล้วครับ” กรกลั้นน้ำตาไว้ “น้ำแข็งไม่ได้ผิดเลย แต่ผมก็...เจ็บอยู่ดี...เหมือนหึง...”

        “ฮิ...ฮิ.... นายหึงจริงเหรอ...”

กรชะงักไปทันทีเพราะเสียงหัวเราะของเธอฟังดูสดใสมาก จนเขาไม่เคยได้ยินน้ำแข็งหัวเราะแบบนี้มาก่อนเลย

        “บางที...ฉันอาจทำอีกก็ได้นะ” น้ำแข็งพูดเหมือนแกล้งเล่น “จะได้ให้นายมีแรงฮึด พยายามมาหาฉันเร็ว ๆ”

        “น้ำแข็ง อย่าทำแบบนั้นเลยครับ... ผมทรมานใจจะแย่อยู่แล้ว...”

        “ก็ขอโทษแล้วนี่...” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนน้ำเสียงจะค่อย ๆ จริงจังขึ้น

        “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าลูเซียนเป็นคนแบบไหน และมันแย่ตรงที่...เขาคือคนที่พ่อฉันเลือก” น้ำแข็งเงียบไปครู่หนึ่ง “เธอเข้าใจใช่ไหม?”

กรไม่ตอบทันที เขาเพียงกำโทรศัพท์แน่นขึ้น

        “แต่สัญญาของเรายังคงอยู่” น้ำแข็งพูดต่อช้า ๆ “ฉันจะรอนาย”

        “บางทีจากนี้อาจมีเรื่องที่ทำให้นายไม่สบายใจอีกมาก เพราะลูเซียนคงไม่หยุดง่าย ๆ แต่ฉันอยากให้นายมั่นคง และเชื่อใจฉัน... ได้ไหม?”

        “ได้ครับ...” กรตอบเบา ๆ “ผมจะเชื่อใจน้ำแข็ง แต่คงห้ามไม่ได้...ที่จะเจ็บเวลาเห็นภาพแบบนั้น”

ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนน้ำแข็งจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

        “ถ้าอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้ ฉันอยากเข้าไปกอดปลอบใจอยู่นะ...”

กรเผลอหน้าแดงขึ้นมาทันที

        “แต่รอไปก่อนนะ” เธอพูดต่อด้วยเสียงสดใสขึ้นเล็กน้อย “ถ้านายมาเมืองหลวงเมื่อไหร่ ฉันจะเอาคืนทุกอย่างที่ฝากไว้ให้หมดเลย”

กรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งลง

        “แล้วถ้า...ผมทำไม่ได้ล่ะ...”

ปลายสายเงียบลงทันที ก่อนน้ำเสียงเย็นเยียบของน้ำแข็งจะดังกลับมาอย่างชัดเจน

        “........ถ้านายล้มเหลว........”

        “........ฉันจะตามไปลงโทษนายเอง........”

        “........ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหนก็ตาม........”

 

 

 

หลังจากโทรคุยกันจนสบายใจขึ้น กรก็กลับมาสู่โลกตรงหน้าอีกครั้ง อีกไม่กี่วัน เขาต้องเจอกับทีม The Wing
ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม F

จากการฝึกอย่างหนักและต่อเนื่องร่วมกับทีมชุดขาว ทำให้กรและหนูแดงพัฒนาขึ้นมากในการต่อสู้ร่วมกัน ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ชุดแข่งแบบใหม่จาก เวลเวทกรุ๊ป ถูกออกแบบมาให้หนูแดงสามารถเกาะอยู่บนหลังกรได้โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้มือพยุงอีกต่อไป ทำให้กรใช้ทั้งสองมือในการต่อสู้ได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกัน เส้นผมของหนูแดงก็เริ่มเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการต่อสู้ของกรราวกับเข้าใจกันโดยธรรมชาติ หนามพิษ 4 เล่มที่สร้างจากเส้นผมของหนูแดง ถูกเรียงลอยอยู่ทางด้านซ้ายหน้าของกร โดยแต่ละเล่มจะเปลี่ยนพิษไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เขาเลือกใช้งานได้ตามสถานการณ์

กรมองไปทางอเล็ก ก่อนตะโกนขึ้น

        “หยุด!!! เบอร์ 2!”

        “อันที่ 2?” หนูแดงทำตาโต “นั่นมันสารสกัดจากต้นหอมนะ”

กรหันไปมองอเล็กทันที

        “นี่ครูฝึก... แพ้ต้นหอมเหรอครับ? ไม่อยากเชื่อเลย”

        “เป็นไร? แปลกตรงไหน” อเล็กตอบหน้าตาย “ทีผีดูดเลือดยังแพ้กระเทียมได้เลย”

        “อะ...เออ มันก็จริงแฮะ...” 

หมีดำพยักหน้าตามอย่างจริงจัง ก่อนรีบวิ่งเข้าครัวทันที ไม่นานก็มีเสียงตะโกนดังกลับออกมา

        “จริงด้วย!!! ในครัวเราไม่มีต้นหอมเลย!!! ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”

        “เลิกไร้สาระได้แล้ว” อเล็กถอนหายใจเบา ๆ “มา... ฉันจะเป็นคู่ซ้อมให้เอง”

ทันทีที่เขาเดินลงสนามบรรยากาศรอบตัวก็เงียบลงทันที ถ้าเป็นเมื่อก่อนทุกคนคงหัวเราะกันไปแล้วแต่ตอนนี้ ไม่มีใครหัวเราะเลย

        “กะ...ก็ดีกว่าให้ไปต่อยพี่หมีดำนะครับ ผมว่า...” กรพูดพลางเดินตามลงสนาม

        “ถ้าหมอนั่นเอาจริงขึ้นมา มันอันตรายอยู่นะ” หนูแดงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        “ตอนฉันถูกส่งมาใหม่ ๆ ฉันซัดกับหมอนั่นบ่อยเหมือนกัน”

        “เป็นยังไงครับ?” กรถามทันที “ครูฝึกอเล็กสู้แบบไหนเหรอ? ผมไม่เคยรู้เลย”

เขามองไปยังชายร่างผอมที่ยืนหลังค่อม ไขว้มือไว้ด้านหลัง หลบสายตาอยู่หลังแว่นดำเหมือนคนไร้อันตราย

        “หมอนั่นเป็นคนสอนไรโอเรื่องต่อสู้ระยะประชิด” หนูแดงตอบช้า ๆ พลางนึกถึงอดีต

        “ทั้งหมัด เท้า ศอก เข่า ระวังระยะประชิดไว้ให้ดี”

        “แต่พลังจริง ๆ ของหมอนั่น...” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง “แม้แต่ฉันเอง ก็ยังไม่เคยเห็นเขาใช้เลยสักครั้ง”

หนูแดงมองไปทางอเล็กเงียบ ๆ ย้อนนึกถึงช่วงแรกที่เธอเข้ามาเป็นแกะดำ02 ช่วงเวลาที่เธอไม่ยอมรับให้ผู้ชายคนนี้เป็นหัวหน้า

        “สู้แบบธรรมดา ไม่ต้องใช้พิษ” อเล็กพูดขึ้น ก่อนตั้งท่าต่อสู้ที่ดูธรรมดามาก

        “จิ้มให้หลับไปสักวันได้ป่าว!!!” หนูแดงถามขึ้นทันที

        “แล้วพวกเธอจะได้ฝึกอะไรล่ะ!” อเล็กตะโกนโวยวายกลับ ก่อนที่ทุกคนจะกลับมาจริงจังอีกครั้ง

อเล็กเริ่มขยับตัว และพุ่งเข้าโจมตีทันที กรเห็นทุกอย่าง มันเร็ว...แต่ไม่ได้เร็วมาก 

สิ่งที่น่ากลัวคือ “ความต่อเนื่อง” ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลราวกับสายน้ำ

        “อุ๊บ...!”

กรกับหนูแดงร่วมมือกันทั้งปัด ทั้งสวนกลับ แต่กลับโจมตีไม่โดนแม้แต่ครั้งเดียว

        “เข้าใจแล้ว...ที่หนูแดงพูด” กรเริ่มมองเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

        “ระยะประชิดของครูฝึกอเล็ก...มันไหลเป็นน้ำจริง ๆ”

        “หมอกทั่วบริเวณไม่ได้เป็นสีแดง แต่ถูกคลุมด้วยสีส้มทั้งหมด ไม่มีสีอื่นแทรกเลย”

        “และมันปกคลุมทุกจุดที่เขาพุ่งไปถึง...นี่มันสมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว...”

        “ผมไม่เคยเห็นหมอกที่ละเอียดขนาดนี้มาก่อนเลย”

        “อย่าใช้แต่สายตาของนายมากนัก” อเล็กพูดขึ้นด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ทั้งที่การโจมตียังไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

        “ให้อ่านร่างกายฉัน และรับรู้ด้วยความรู้สึก ถ้าฉันขยับแบบนี้...อาวุธของฉันจะไปอยู่ตรงไหนของนาย”

        “ครับ!!”

กรตอบทันที พร้อมกัดฟันรับการโจมตีต่อเนื่อง

        “ขนาดไม่ได้เร็วมาก...ยังรับแทบไม่ทัน!”

        “ต้องดูกระแสการเคลื่อนไหวไปด้วย ไม่งั้นโดนแน่...!”

เส้นผมของหนูแดงพุ่งเข้ารับหมัดของอเล็กได้ แต่กลับไม่สามารถมัดแขนเขาไว้ได้เลย

        “หนอย...ไอ้ปลาไหล...” หนูแดงกัดฟัน “ฉันจะแทงให้พรุนเลย!!!”

        “เริ่มชินแล้วสินะ...” อเล็กพูดขึ้น “งั้นเร็วขึ้นอีกหน่อย”

เขาเพิ่มความเร็วทันที

        “ฉันลองเรียนแบบนิโคล ตอนที่ซ้อมเรื่องการค่อย ๆ เพิ่มความเร็วกับนาย”

        “วิธีนี้เหมาะกับนายมาก”

        “ใช้พลังผลึกรับมือฉันซะ กร”

        “ครับ!!!”

พูดไม่ทันจบ หมัดของอเล็กก็พุ่งกระแทกเข้าจมูกเต็มแรง

        “ปัก!!”

กรเสียหลักไปนิดหนึ่ง แต่ยังฝืนปัดการโจมตีต่อเนื่องของอเล็กเอาไว้ได้

ปลายเท้าขวาเตะต่ำ

สลับหมัดซ้ายสวิง

ตามด้วยฮุกขวา

พุ่งศอกซ้าย

สลับเตะซ้ายอีกครั้ง

ทุกอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่มีจังหวะหายใจ

        “มะ...มาเยอะเกินไปแล้ว...” กรกัดฟัน “แค่รับก็ยากแล้ว ไม่มีจังหวะสวนเลย”

        “หนูแดง! จิ้มเลย!!!” คราวนี้กรไม่เกรงใจอีกต่อไป ผมปลายแหลม 6 เส้นพุ่งแทงเข้าใส่อเล็กไม่หยุด 

ด้านข้างสนาม ชุดขาวทั้ง 3 คนยืนดูอย่างสนใจ

        “น่าดูจริง ๆ...” นิโคลที่เป็นสายต่อสู้ระยะประชิดพูดขึ้น พลางปรบมือเบา ๆ 

        “ครูฝึกอเล็กพริ้วได้ขนาดนี้เลยเหรอ”

        “กรกับหนูแดงเองก็เข้ากันได้ดีมากนะ” เรนพูดขึ้น “รับมือได้ถึงขนาดนั้นไม่ง่ายเลย”

ไคลน์ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้า ก่อนพูดขึ้นช้า ๆ

        “รอบต่อไป...ถ้าจะชนะคงต้องใช้พิษของหนูแดงช่วยจริง ๆ แล้ว ไม่งั้นไม่มีทางทำลายรูปแบบของ The Wing ได้เลย”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนมองกรกับหนูแดงที่ยังต่อสู้อยู่กลางสนาม

        “และสำหรับตอนนี้...พวกเขาพร้อมแล้ว”

 

 


        สนามกีฬากลางเมืองกรานเวล วันแข่งขันวันนี้คึกคักยิ่งกว่ารอบแรกหลายเท่า เพราะผลคะแนนของทุกกลุ่มประกาศออกมาครบแล้ว และในกลุ่ม F วันนี้ถือเป็นศึกของสองทีมจ่าฝูงสายแข็งอย่าง The Wing กลุ่มนักรบรับจ้างชื่อดัง ผู้มีเอกลักษณ์ทั้งรูปแบบการต่อสู้ที่ดุดันและการเล่นเป็นทีมอันยอดเยี่ยม หลังคว้าชัยในแมตช์แรกมาได้สำเร็จ

        อีกฝั่งคือ “ทีมแกะดำ” ทีมน้องใหม่ที่กลายเป็นกระแสไปทั่วกรานเวล หลังล้มทีม Velvet Fang ได้ทั้งทีม และเอาชนะ Iron Dogs ไปด้วยคะแนนเต็ม 4 คะแนน

วันนี้จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา แต่คือวันพิสูจน์ว่า— The Wing จะยังคงแสดงพลังในฐานะทีมระดับสูงของ Fight Dot World Fight หรือ         “แกะดำ” จะพิสูจน์ให้ทั้งโลกเห็นว่า…พวกเขาคือของจริง 

ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจนเต็มความจุสนาม ไม่ใช่แค่ชาวกรานเวลเท่านั้น แต่ยังมีผู้ชมจากต่างอาณาจักรเดินทางมาร่วมชมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยทั้งสมาพันธ์พันธมิตรของ The Wing ผู้สนับสนุนทีมต่าง ๆ รวมถึงแฟนกีฬา Fight Dot จำนวนมหาศาล บรรยากาศรอบสนามเต็มไปด้วยความคึกคักราวงานเทศกาล

ร้านค้าและซุ้มขายของเรียงรายตลอดทางเดินทั้งขนม ของกินเล่น สินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก และสินค้าประจำทีมต่าง ๆ ผู้คนเดินเลือกซื้อของ พูดคุย และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เพื่อรอเวลาเริ่มการแข่งขันในช่วงหนึ่งทุ่ม 

ภายในห้องพักนักกีฬา โอโนพร้อมทีม Velvet Fang เดินทางมาพบทีมแกะดำและอเล็กก่อนการแข่งขันเริ่มไม่นาน

        “งานนี้ท่าจะสนุกนะ” คาสเซียน หัวหน้าทีม Velvet Fang พูดขึ้นพลางมองสมาชิกทีมแกะดำ

        “The Wing น่ะ ทั้งความสามารถเฉพาะตัวและการเล่นเป็นทีมอยู่ในระดับสูงมาก” เขายิ้มบาง ๆ

        “แต่พวกแกเองก็มีศักยภาพไม่แพ้กัน เพราะงั้น…อย่าไปกลัวมัน”

        “น่าเสียดายที่หมีดำไม่โจมตี” บรัสกาพูดพลางกอดอก “ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าคนที่ทำลายโล่ของเจ้าทาโฮมาได้จะเป็นยังไง” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองไปทางหนูแดง

        “แต่ยังไงพวกแกก็มีพิษของหนูแดงอยู่แล้ว ไม่น่าห่วง”

        “เอามีดสักเล่มไหม หนูแดง” ลิเวียนั่งลงก่อนเหน็บมีดสั้นไว้ที่เข็มขัดด้านหลังของเด็กสาว ราวกับพี่สาวกำลังจัดชุดให้น้อง

        “อย่างน้อยเวลาสู้ระยะประชิดก็น่าจะสะดวกกว่าใช้เส้นผมนะ”

        “ได้สิ~ เค้าใช้มีดเก่งกว่าปืนอีกนะ อิอิ” หนูแดงยกผมขึ้นให้ลิเวียจัดชุดด้านหลังอย่างอารมณ์ดี

โอโนเคาะไม้เท้าลงพื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        “ศึกครั้งนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า พวกเธอเป็น ‘ของจริง’ หรือไม่”

        “เพราะ The Wing คือหนึ่งในมาตรฐานระดับสูงของ Fight Dot World Fight”

เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย

        “แม้พวกมันจะไม่ใช่ทีมระดับตัวเต็ง…แต่ก็เคยไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายมาแล้ว”

        “จงเก็บคะแนนกลับมาให้ได้แล้วพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า…ฉันคิดไม่ผิดที่เลือกพวกเธอ”

พูดจบ โอโนก็หันหลังเดินออกจากห้อง พร้อมทีม Velvet Fang ที่เดินตามออกไปทันที หลังประตูปิดลง กรก็มองไปรอบ ๆ ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ

        “นี่มันเหมือนงานเทศกาลย่อม ๆ เลยนะครับ คนมาดูเยอะมาก…”

อเล็กพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนตอบกลับ

        “ใช่สิ…แต่คนพวกนั้นส่วนใหญ่มาดู The Wing บดขยี้แกะดำมากกว่า” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย

        “แฟนคลับของพวกมันไม่ยอมให้ใครเหนือกว่าอยู่แล้ว” อเล็กมองตรงไปที่กร

        “ยิ่งตอนนี้…แกะดำมี 4 คะแนนเต็ม ขณะที่ The Wing มีแค่ 3 ดังนั้นแมตช์นี้…”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งกว่าเดิม

        “จึงเป็นแมตช์สำคัญของพวกมันเหมือนกัน”

 

 


ห้องพักทีม The Wing

ภายในห้องพักของทีม The Wing บรรยากาศแตกต่างจากฝั่งแกะดำโดยสิ้นเชิง ไม่มีเสียงวุ่นวาย ไม่มีเสียงหัวเราะเล่นกันมีเพียงความเงียบ…และสมาธิก่อนลงสนาม

ทาโฮมา ไนอาห์ และอายานีนั่งประจำตำแหน่งของตัวเอง ขณะที่ โอนักกา ตัวสำรองและผู้ดูแลทีม เดินถือกล่องยาเข้ามาแจกให้สมาชิกทีละคน

        “พร้อมไหมทุกคน” เขาพูดพลางหยิบหลอดเซรุ่มส่งให้

        “แกะดำ…ทีมใหม่ยกชุดของ Velvet Group” ทาโฮมาพูดขึ้นขณะรับหลอดยา ก่อนฉีดเข้าที่แขนตัวเองโดยไม่ลังเล

        “เราดูข้อมูลพวกมันมาเป็นร้อยรอบแล้ว” เขากดหลอดยาทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะ

        “ไม่มีอะไรที่เราไม่พร้อมรับมือ เซรุ่มต้านพิษพวกนี้จะทำให้พิษเล่นงานเราไม่ได้อีกหลายชั่วโมง”

ไนอาห์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนฉีดยาของตัวเองตาม แล้วโยนกระบอกเปล่าทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ

        “จริง ๆ ฉันอยากได้ยาโด๊ปมากกว่า” เขายืดคอไปมา เสียงกระดูกดังกร๊อบ

        “แต่น่าเสียดาย…ร่างสัตว์ประหลาดของฉันแทบไม่ตอบสนองอะไรพวกนั้นเลย”

อายานีนั่งตรวจสายธนูเงียบ ๆ ก่อนพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า

        “แค่นี้ก็พอแล้ว อย่างน้อยพวกมันจะตั้งตัวไม่ทันแน่ ถ้าพิษของแกะดำ 02 ใช้ไม่ได้ผล”

เธอดึงสายธนูจนเกิดเสียงตึงเบา ๆ

        “เราต้องเอาคะแนนแรกมาให้เร็วที่สุด…ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว”

ทาโฮมายิ้มมุมปากก่อนหันไปแซว

        “ฉันสงสัยจริง ๆ ทำไมเธอไม่เปลี่ยนมาใช้ปืน”

อายานีหรี่ตามองกลับทันที

        “ฉันก็สงสัยเหมือนกัน…ว่าทำไมแกไม่เปลี่ยนโล่นั่นเป็นกะละมังแทน”

บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนไนอาห์จะยกมือขึ้นช้า ๆ

        “มีใครอยากถามฉันไหม…”

เขายิ้มกว้าง

        “…ว่าฉันอยากแปลงร่างเป็นไคจูยักษ์หรือเปล่า?”

        “ไม่!!!”

ทาโฮมากับอายานีตอบพร้อมกันทันที

 

 


ภายในสนามแข่งขัน ผู้บรรยายทั้งสองคนเดินเข้าประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว  เวลรา ราเชล, มิล่า โนเวน คู่พากย์ประจำสนามของกรานเวล

เวลรากระแอมเบา ๆ ก่อนเปิดรายการด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินเหตุเหมือนเดิม

        “สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกท่าน! วันนี้เราไม่ได้มารวมตัวสวดมนต์กันแต่อย่างใด!” เขาชี้นิ้วไปกลางสนามทันที

        “เพราะวันนี้…ต้องมีคนรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นครับ!!!” เสียงคนดูหัวเราะดังขึ้นทันที

        “สวัสดีครับ ผม เวลรา ราเชล!”

        “สวัสดีค่ะ ดิฉัน มิล่า โนเวน ค่ะ” มิล่ายิ้มพลางโค้งเล็กน้อย

        “และวันนี้พวกเราจะมาทำหน้าที่บรรยายการแข่งขัน Fight Dot World Fight รอบที่สอง ของกลุ่ม F ค่ะ!”

เวลราหันไปมองคู่หูตัวเอง

        “วันนี้ดูเป็นทางการจังนะครับคุณมิล่า”

        “ก็วันนี้มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการนี่คะ” มิล่าถอนหายใจเบา ๆ

        “ไม่ใช่งานแข่งสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนตอนก่อนแล้วนะคะ”

        “วันนี้จะเป็นวันตัดสินจ่าฝูงของกลุ่ม F กันจริงจังแล้วค่ะ” เธอหันกลับไปมองสนาม

        “ถึงกลุ่มนี้จะไม่มีทีมระดับตัวเต็งของรายการ…แต่คะแนนรวมของทุกทีมตอนนี้ น่าสนใจมากค่ะ!”

        “อ้าว?” เวลราทำหน้าโอเวอร์ทันที “มันน่าสนใจยังไงครับคุณมิล่า?”

มิล่ายิ้มเล็กน้อยก่อนถามกลับ

        “งั้นมิล่าขอถามคุณเวลราหน่อยนะคะ”

        “คุณรู้จักชื่อทีม The Wing ตั้งแต่เมื่อไร?”

เวลราชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะ

        “โอ้ จริงสิ…”

        “ตั้งแต่ผมเริ่มดู Fight Dot ก็เห็นชื่อทีมนี้แล้วครับ”

        “ตั้งแต่สมัยยังเล่นในลีกระดับเขต พวกเขาก็อยู่มาหลายรุ่นแล้วนะ”

        “ใช่ค่ะ!” มิล่าพยักหน้าทันที

        “และนั่นแหละคือประเด็นสำคัญ เพราะก่อนเริ่มการแข่งขัน ทุกฝ่ายมองตรงกันว่า…The Wing ควรจะเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม F” เธอชี้ไปยังจอภาพขนาดใหญ่ที่กำลังฉายโลโก้ทีม

        “ทั้งประสบการณ์ ทั้งระบบทีม และคุณภาพผู้เล่น พวกเขาคือทีมระดับสูงของ Fight Dot World Fight อย่างแท้จริง”

เวลราหัวเราะเบา ๆ

        “พูดแบบนี้ Velvet Fang ได้ยินมีโกรธนะครับคุณมิล่า”

        “อุ๊ย~” มิล่าหันไปโบกมือทางห้อง VIP ทันที “ขอโทษนะค้า~ Velvet Fang~”

ภาพบนจอจับไปที่ห้อง VIP ของโอโน ทำให้คนดูหัวเราะกันทั้งสนาม

ก่อนมิล่าจะกลับเข้าสีหน้าจริงจังอีกครั้ง

        “แต่ปีนี้ Velvet Group เปลี่ยนตัวผู้เล่นยกทีมค่ะและทีมใหม่ที่ทุกคนกำลังพูดถึง…”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย

        “พวกเขาแข็งแกร่ง พวกเขาเล่นดุดัน และพวกเขาคือทีมที่ทำให้ Iron Dogs ต้องยอมแพ้กลางการแข่งขัน!”

มิล่าชี้ลงไปยังอุโมงค์ทางเข้าสนาม

        “พวกเขาก็คือ—ทีมแกะดำ” ค่ะ!!!

        ทันทีที่ชื่อถูกประกาศ เสียงทั้งสนามก็ระเบิดขึ้นทันทีทั้งเสียงเชียร์ เสียงโห่ เสียงตะโกน และเสียงเรียกชื่อทีมจนแทบแยกไม่ออกว่าสนามแห่งนี้กำลังรอ “ต้อนรับ” หรือกำลังรอ “ล่าเหยื่อ” กันแน่

        ทีมแกะดำเดินลงสนามอย่างสงบ ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงโห่ที่ดังปะปนกันไปทั่วอัฒจันทร์ มิล่ากำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ก่อนพูดใส่ไมโครโฟนแทบไม่ทันหายใจ

        “ใช่แล้วค่ะ!! ฟังดูแล้ว ตอนนี้แกะดำคือทีมน้องใหม่สายไล่ทุบ! แล้วคิดดูสิคะ—รุ่นใหญ่เจ้าถิ่นอย่าง The Wing จะยอมง่าย ๆ เหรอ!?” เธอชี้ลงไปกลางสนามทันที

        “ไม่มีทางค่ะ! พวกเขาต้องการเป็นฝ่าย ‘ทุบกลับ’ ก่อนแน่นอน!!!”

เวลราหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนรับต่อทันที

        “โอ้โห… งั้นศึกนี้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนแล้วสิครับคุณมิล่า!”

        “แต่มันคือศึกแห่งศักดิ์ศรี! พิสูจน์ว่าใครคือจ่าฝูงตัวจริงของกลุ่ม F!”

เขากางแขนออกไปทางสนาม

        “ทุกคนมาที่นี่เพื่อดูว่า—แกะดำจะทุบ The Wing ลงได้หรือไม่!!! คืนนี้…ไม่เกี่ยวกับคะแนนแล้วครับ!”

        “มันคือศักดิ์ศรี…ที่ยอมกันไม่ได้!!!”

ทันทีที่เวลราพูดจบ เสียงเชียร์ทั้งสนามก็เดือดขึ้นอีกครั้ง ทั้งเสียงโห่ เสียงเรียกชื่อทีมและเสียงตะโกนท้าทายดังปะทะกันราวสนามรบจริง

แต่อีกฝั่งหนึ่งของสนาม…กรกลับเริ่มหน้าเสียแทน

        “เอ๊ะ…?” เขาหันมองรอบตัวอย่างงุนงง

“ทำไมทีมเราดูเหมือนไประรานคนอื่นแบบนั้นล่ะครับ…ผมเปล่านะ…” แต่แน่นอนไม่มีใครได้ยินเขาเลย

        “เย่~ ใช่เลย!” หนูแดงกระโดดตัวลอยอย่างสนุก ก่อนออกหมัดใส่อากาศรัว ๆ

        “ฉันจะทุบพวกแกเองงงง!!!”

        “ไม่ได้นะหนูแดง!!” กรรีบคว้าแขนเธอแทบไม่ทัน

        “แบบนั้นคนยิ่งเข้าใจผิดกันหมดสิ!!”

        “ยะ…แย่แล้ว…” หมีดำพูดขึ้นด้วยสีหน้าซีเรียสกว่าทุกคน

กรรีบหันไปทันที

        “เป็นอะไรครับพี่หมีดำ!?”

ชายร่างยักษ์นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา

        “ลืมซาลาเปาไว้ในตู้ไมโครเวฟ…” ความเงียบปกคลุมอยู่ราวสองวินาที

ก่อนกรจะกุมขมับทันที

        “...แข่งจบแล้วผมจะไปอุ่นให้อีกครั้งก็ได้ครับ…” เขาเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

ส่วนหนูแดงยังคงชกลมอย่างคึกคักไม่หยุดและเสียงเชียร์ของทั้งสนามก็ยังคงเดือดขึ้นเรื่อย ๆ

        “มาแล้วค่าาาา!!!!”

มิล่าชี้ลงไปยังอุโมงค์ทางเข้าสนามทันที เมื่อทีม The Wing เดินลงมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนคลับจำนวนมหาศาล

        “โล่ยักษ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ The Wing!!!” เสียงคนดูดังขึ้นทันทีเมื่อเห็น ทาโฮมา เดินนำทีมออกมาพร้อมโล่ขนาดมหึมา

เวลราหัวเราะทันที

        “โอ้ววว รอบนี้มีโล่แค่ใบเดียวเองเหรอครับ! ถือว่าโชคดีของแกะดำนะครับ!”

        “อย่างน้อย The Wing ก็ไม่ได้ส่งคนถือโล่มาสองคน ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วสนาม

แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า—กำลังหัวเราะใส่แกะดำ…หรือหัวเราะใส่ The Wing กันแน่

        “รำคาญชะมัด…” ทาโฮมาพึมพำเบา ๆ พลางยกโล่ขนาดเกือบหนึ่งเมตรที่แขนซ้ายขึ้นให้กระชับ ก่อนกำขวานในมือขวาแน่นขึ้น

ทั้งสามคนเดินเข้ามาประจำจุดกึ่งกลางสนามอย่างช้า ๆ อีกฝั่ง ทีมแกะดำก็เดินเข้ามาเผชิญหน้าเช่นกันก่อนที่หมีดำจะค่อย ๆ เดินถอยกลับไปประจำตำแหน่งดอตของฝ่ายตัวเองตามเดิม

เวลรามองภาพนั้นแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ

        “โอ๊ะ…รอบนี้หมีดำ ‘โล่อัลติเมต’ ไม่ตอกหมุดข่มขวัญแล้วครับ! ดูท่าว่ารอบนี้…หมุดคงไม่จำเป็นแล้ว!”

ภาพหมีดำใช้หมัดตอกเหล็กลงพื้นยังติดตาคนดูทั้งสนามอยู่จนถึงตอนนี้

กรสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพูดขึ้น

        “พร้อมนะ หนูแดง…ขึ้นมา”

        “โอเค~”

        หนูแดงกระโดดขึ้นหลังเขาทันทีอย่างคล่องแคล่ว ราวกับทำแบบนี้มานับพันครั้งสายล็อกถูกสะบัดติดเข้าที่ในพริบตา เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีเมื่อเห็น “รูปแบบรวมร่าง” ของแกะดำอีกครั้ง หน้าจอขนาดใหญ่เหนือสนามเปลี่ยนเป็นภาพเหรียญสำหรับสุ่มสิทธิ์เริ่มบุก

ขณะเดียวกัน…เส้นผมพิษสี่เส้นของหนูแดงค่อย ๆ ลอยมาเรียงด้านหน้ากร ปลายเข็มพิษเปล่งสีเขียวจาง ๆ กรจ้องมันนิ่งแล้วสีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

        “…ไม่…”

        “…ไม่ใช่…”

        “…ทำไมกัน…”

ปลายเข็มพิษทั้งสี่เส้นยังคงเป็น “สีเขียว” เหมือนเดิมทั้งหมดไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว กรรีบพูดขึ้นทันที

        “หนูแดง…ลองหลายแบบแล้วใช่ไหม?”

        “ลองหมดแล้วนะ” หนูแดงเอียงคอนิด ๆ ก่อนตอบกลับ

        “งั้นจะลองของหนักเลยไหม~?”

กรชะงักทันที

        “…!!!”

เขามองปลายพิษอีกครั้ง

        “…มีแค่เขียว…กับแดง……ถ้าจะให้ได้ผลจริง…คือต้องใช้ระดับปลิดชีพงั้นเหรอ…”

เขากำหมัดแน่นขึ้นช้า ๆ

        “…ใช้พิษไม่ได้……หรือพวกมันเตรียมตัวรับมือหนูแดงไว้แล้ว…”

หนูแดงนิ่งลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น กรสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนตัดสินใจทันที

        “หนูแดง…หยุดใช้พิษไปก่อน พวกมันต้านพิษได้ รอบนี้…เราคงต้องสู้กันตรง ๆ แล้ว”

หนูแดงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมาช้า ๆ

        “ก็ได้~เค้าไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”

ทันใดนั้น เส้นผมหกสายก็เปลี่ยนรูปเป็นปลายแหลมคมกริบ ก่อนกางออกด้านหลังราวกับขาแมงมุม บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่เปลี่ยนไปทันที

ทีม The Wing จ้อง “กรกับหนูแดง” ไม่วางตา

แม้ตรงหน้าจะมีเพียงคนเดียว…แต่สัญชาตญาณของนักรบกลับกำลังกรีดร้องพร้อมกันว่า—

        “ตรงหน้าพวกเขา…คือสัตว์ร้ายตัวจริง”

กรยืนจ้องทาโฮมานิ่งไม่ไหวติงขณะเดียวกัน เหรียญบนหน้าจอก็ค่อย ๆ หมุนช้าลงแล้วหยุดลงที่สัญลักษณ์ของ The Wing

        “ทีม The Wing ได้สิทธิ์เริ่มบุกก่อนครับ!!!” เวลราตะโกนลั่นสนาม

        “วันนี้…โชคเข้าข้างพวกเขาแล้ว!!!”

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา