เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 14.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
2) ไม่เหลือแม้ความหวัง
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความไม่นานเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็เข้ามาใกล้ ผู้อพยพกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา สภาพพวกเขาสกปรก บาดเจ็บและหิวโหย สายตาทุกคู่จ้องไปที่ “เนื้อสัตว์ประหลาด” ไม่มีใครพูดตรง ๆ แต่ความหมาย…ชัดเจน พวกเขา “ไม่มีอะไรเหลือแล้ว”
ศศินามองพวกเขาแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปที่กองไฟไม่มีคำถามไม่มีความลังเล เธอเริ่มย่างเนื้อเพิ่ม และตัดแบ่งแจกจ่ายอาหารให้ทุกคน กรกรรณมองภาพนั้น เขาไม่เข้าใจหรือ…อาจจะไม่อยากเข้าใจ พวกเขา…กำลังกินสิ่งที่เคย “กินมนุษย์”
เมื่อเวลาเดินผ่านไป ศศินายังมีชีวิตอยู่พิษยังอยู่ในร่างเธอแต่เนื้อ—ไม่ฆ่าเธอ เธอหันมาหาเขายื่นเนื้อชิ้นหนึ่งให้
“กิน”
เธอสั่งสั้น ๆ ตรง ๆ แต่กรกรรณไม่รับ มือเขาแข็ง
“ผม…ไม่…” เขาส่ายหน้า “ผมกินไม่ได้…” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
“มัน…ผมกินไม่ลงจริง ๆ…”
ศศินาถอนหายใจแรงเริ่มหงุดหงิด “นี่—อย่าเลือกมากนักได้ไหม กร” น้ำเสียงเธอเริ่มแข็งขึ้น
“นายต้องกิน” เธอชี้ไปที่ลำธาร “เรามีแค่น้ำสกปรก…กับไอ้นี่”
เธอยื่นเนื้อเข้าไปอีก แต่กรกรรณปัดมือเธอจนเนื้อตกลงพื้น
...เงียบ...
บรรยากาศรอบตัว…เปลี่ยนทันที ศศินาคว้าคอเสื้อเขาอย่างแรงดึงเข้ามาจนระยะหายใจแทบชนกัน
แรงนั้น—ไม่เปิดโอกาสให้เขาถอย
“คิดว่าที่นี่คือบ้านแสนสุขหรือไง…เจ้าชาย!?” เสียงเธอแข็ง…และสั่น
“กินมันซะ—ก่อนที่ฉันจะยัดมันเข้าปากนายเอง!”
นี่คือครั้งแรกที่เธอตะคอกใส่เขาแบบไม่เหลือเยื่อใย
“ไม่!!!”
กรกรรณพยายามแกะมือเธอออกแต่แรงเขา…สู้ไม่ได้เลย
“ให้ตายผมก็ไม่กิน!”
“ไม่ได้!” เสียงเธอสวนทันที ดวงตาที่เคยนิ่ง…ตอนนี้ลุกเป็นไฟ
“นายจะตายไม่ได้!!!” เธอกระชากเขาเข้ามาอีก
“และฉันมีหน้าที่—ต้องทำให้นายรอด!!!” เธอจ้องเขาด้วยความโกรธ
กรกรรณหยุดดิ้น ร่างเขานิ่งลงไม่ใช่เพราะยอมแพ้แต่เพราะบางอย่าง…ในใจมัน “ผิดหวัง”
“……แค่หน้าที่…สินะครับ…” เสียงเขาเบาและว่างเปล่า
คำนั้น—เบาพอที่จะหายไปกับลมแต่หนักพอ…จะทำให้มือของศศินาคลายออก เธอปล่อยเขาช้า ๆ แววตาที่เคยแข็งกลับ…สั่นไหวเล็กน้อย
“ฉัน…” เธอหลบสายตา “…คงโกรธมากไปหน่อย”
เธอถอยออกมาเว้นระยะ แต่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
กรกรรณก้มลงหยิบเนื้อที่ตกดินขึ้นมามีฝุ่นติดอยู่ เขาปัดมันออกลวก ๆ ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยก่อนจะเอามันเข้าปากและกัดลงไป น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีคำบ่น
มีแค่—การ “ยอมรับ”
“แค่ให้ผมรอด…” เขาพูดเบา ๆ
“…เข้าใจแล้วครับ”
คืนนั้น—ไม่มีการโจมตี มีแค่ความเงียบและความอึดอัด…ระหว่างคนสองคน คืนก่อนพวกเขากอดกันจนหลับหลังจากรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
ตอนนั้น—มันเป็นเรื่องธรรมชาติไม่มีใครคิดอะไร แต่คืนนี้แม้อยู่ใต้ผ้าใบเดียวกันพวกเขากลับหันหลังให้กัน นิ่ง เงียบ แกล้งหลับทั้งคู่…ทั้งที่ไม่มีใครหลับจริง
“ผมรู้ว่าคุณยังไม่หลับ”
กรกรรณพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองแต่ไม่มีคำตอบ มีแค่เสียงลมหายใจที่พยายาม “นิ่งเกินไป”
“ทุกคนรู้…” เขาพูดต่อ
“…ที่นี่คือจุดจบของเรา” ความเงียบยังคงอยู่
“เราแค่…อยู่ แล้วรอวันตาย”
ไม่มีการโต้ตอบ ศศินายังคงนอนนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน
“ผมแค่…” เสียงเขาแผ่วลง “…อยากมีใครสักคน อยู่ข้าง ๆ ไปจนลมหายใจสุดท้าย”
เงียบ เหมือนเดิม ความเงียบที่เริ่ม “หนักเกินไป”
จนในที่สุดเขาทนไม่ไหว กรกรรณลุกขึ้นเอื้อมมือไปจับไหล่เธอแล้วพลิกเธอให้หันมา ศศินาไม่ขัดขืน เธอไม่ได้หลับ
เธอแค่นิ่งนอนหงายอยู่ใต้เขาดวงตาข้างเดียวของเธอจ้องเขาไม่มีคำตอบ ไม่มีการตัดสิน
“ผม…” มือของเขากดไหล่เธอแน่นขึ้นเล็กน้อย
“…ผมแค่อยากมีความผูกพันกับคุณก่อนตาย” เสียงเขาสั่น “แค่ใครสักคนในตอนนี้”
“ศินา…ขอแค่…” เขากลืนคำ “…ขอแค่ได้รู้จักความรัก…ก่อนตาย”
เขามองเธอเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ
“มันมากเกินไปเหรอ…”
เงียบ
…ก่อนที่เธอจะพูด
“ไม่…” เสียงศศินาเบาแต่ชัด
“กร…” เธอเอื้อมมือขึ้นลูบแก้มเขา สัมผัสนั้น…อ่อนโยนอย่างขัดแย้งกับทุกอย่างที่ผ่านมา
“นายจะต้องไม่ตาย” เธอมองเขา
“…และคนที่นายพูดถึง”
เธอหยุดนิดหนึ่ง
“…ไม่ใช่ฉัน”
คำพูดนั้นไม่ได้แข็งแต่มัน “ตัดขาดชัดเจน”
กรกรรณนิ่ง เขาไม่ขยับแต่บางอย่างในแววตาเขา…สั่น
ศศินาลูบแก้มเขาช้า ๆ เหมือนพยายามปลอบเขาทั้งที่กำลังผลักเขาออกไป
“ฉันผ่านอะไรมาเยอะ…” เสียงเธอแผ่วลง
“…ฉันรู้ว่าคนที่สิ้นหวังเป็นยังไง” สายตาเธอไม่หนีแต่ก็ไม่เปิดรับ
“นายแค่…” เธอกลืนคำ “…กำลังคว้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
ลมหายใจเธอสะดุดนิดหนึ่ง
“มันไม่ใช่ฉันจริง ๆ หรอก” เธอพูดชัดขึ้นแม้แววตาจะสั่น แม้เธอจะอยากได้
“…ไม่ใช่ฉัน”
มือเธอค่อย ๆ เลื่อนลงหลุดจากแก้มเขาเหมือน “ตัด” การเชื่อมต่อสุดท้ายทั้งที่รู้ดีว่าพวกเขาอาจไม่มีวันพรุ่งนี้ เธอก็เลือก—ไม่ให้เขาต้อง “แปดเปื้อน” แม้ในวาระสุดท้าย แม้ว่าเธอจะรู้สึกถึงความสั่นในใจ แต่เธอเลือกแบบนั้น
ความเงียบ—คือสิ่งที่อันตรายที่สุดมันทำให้พวกเขา…ตายใจ และแล้ว—เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากความมืด
“อ๊ากกกก—!!”
มันมาอีกแล้ว อสูรกายกลับมา “ล่า” อีกครั้ง ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทางแต่ครั้งนี้—ไม่เหมือนครั้งก่อน พวกมัน “รู้” รู้ว่ามีบางคน…ฆ่าพวกมันได้และมันก็พา “บางสิ่งที่มากกว่าเดิม” มาด้วย
กรกรรณลุกขึ้น สายตาเขาจ้องเข้าไปในความมืด…แล้วเขาก็เห็นมัน ตัวที่ใหญ่กว่า ยาวกว่า 5 เมตร ร่างคล้ายซาลามันเดอร์ลากตัวไปกับพื้นด้วยขาทั้งสี่ที่แข็งแรง ดูเชื่องช้า…แต่ในจังหวะที่มันพุ่ง มันหายไปจากสายตาแล้วเหยื่อก็ “หายไปพร้อมกัน” และมัน—ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว เสียงกรีดร้องดังขึ้นแล้วก็เงียบลง ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่มีใครรู้ว่ายังมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่เท่าไร
“ศินา…” เสียงเขาสั่น
“เราต้องหนี…แบบนั้น สู้ไม่ได้แล้ว!” ศศินาลุกขึ้นทันที สายตากวาดรอบพื้นที่อย่างรวดเร็ว ประเมินทุกทางหนี ทุกจุดตาย
“ไป” เธอตัดสินใจ “เราจะฝ่าไปชายแดน”
เธอหยิบมีดขึ้นใบมีดเปล่งแสงสีแดงจาง ๆ
“อย่างน้อย…วอร์เกนมันน่าจะเล็งพวกอสูรกายมากกว่าพวกเรา”
แม้การเคลื่อนไหวของเธอจะติดขัดเพราะพิษยังคงเล่นงานปอด แต่เธอไม่ลังเล
กรกรรณลุกตาม มือคว้าเคียวแน่นกว่าที่เคย ทั้งสองยังไม่ทันก้าวออกจากที่พักก็สายไปแล้ว พวกมันล้อมไว้หมดแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่คิดถึง “พรุ่งนี้” แล้ว พวกสัตว์ประหลาดพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทาง โหดเหี้ยม ไร้แบบแผน
ศศินาขยับหนึ่งจังหวะ—ฟันเลือดกระเด็น อีกจังหวะ—แทงร่างหนึ่งล้มลง เธอแม่นยำเฉียบคมอันตราย แต่ทุกการเคลื่อนไหวแลกมาด้วยลมหายใจที่หนักขึ้น ปอดเธอถูกฉีกจากพิษ เจ็บจนแทบกระอัก
กรกรรณอยู่ข้างหลังเขาพยายามแต่เขาทำได้แค่—“ไม่ตาย” หลบได้อย่างเฉียด หวุดหวิดแทบทุกครั้งแต่เขายัง “สู้ไม่ได้”
ไม่นานพวกสัตว์สี่เท้าเริ่มถอยออกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะ—บางอย่างกำลังมา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ…ดังขึ้น พวกมันแหวกทางอย่างพร้อมเพรียงเหมือนกำลัง “หลีกให้บางสิ่ง” สิ่งที่อยู่เหนือมัน ร่างหนึ่งเดินออกมาใหญ่ หนา เหมือนลิงยักษ์แต่ไร้ขน ขามันสั้น ลำตัวหนาแต่แขนยาวจนลากพื้น กำปั้นมหึมา ใหญ่พอจะบดกระดูกทั้งร่างให้แหลกในครั้งเดียว มันสูงกว่า กรกรรณเกือบสองเท่า ดวงตาแดงฉานจ้องลงมาไม่ใช่ที่ตัวเขาแต่เป็น— “ใบมีดสีแดง” ในมือของศศินา สายตาของมันไม่ได้มองศัตรูแต่มองเหมือนของเล่นที่ “อันตรายพอจะทำให้มันสนใจ”
“ศินา…”
เสียงของกรกรรณสั่น เบา…แทบจะหายไปกับเสียงลมหายใจตัวเอง ศศินาไม่หันไปมอง สายตาเธอยังจับอยู่ที่อสูรลิงกลายพันธุ์ตรงหน้านิ่งและว่างเปล่า
เธอรู้ดี—คืนนี้ไม่มีทางรอด
“ไม่เป็นไร…” เธอพูดเสียงเรียบเกินจริง
“…นายจะต้องปลอดภัย”
คำโกหกที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่เชื่อ แต่เธอก็ยังพูดเพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ยึดแล้ว
แทนที่กรจะถอย แทนที่จะหนี กรกรรณกลับก้าวเข้าไป…แล้วกอดเธอไว้แน่นราวกับบอกว่า
“พอแล้ว”
ร่างของศศินาแข็ง หัวใจเธอกระตุกวินาทีนั้นเธออยากจะหยุดทุกอย่างจริง ๆ อยากปล่อยให้มันจบตรงนั้น กับอ้อมกอดนั้น อยากกอดเขากลับคืนแต่—
เธอผลักเขาออกอย่างแรง
“หยุดทำบ้าบอแบบนี้ได้แล้ว!!!” เสียงเธอแตก
“ขอร้อง…!! ขอร้อง!!!”
น้ำตาไหล ทั้งโกรธ ทั้งกลัว ทั้งสิ้นหวัง เพราะเธอเห็นแล้ว—
เขา “ยอมแพ้” และมันจริง
กรกรรณทรุดลงเหมือนแรงทั้งหมดหายไปจากร่างแต่ในมือยังถือเคียวไว้หลวม ๆ ไร้ความหมาย
อสูรลิงไม่สนใจเขาเลย สำหรับมัน—กรเป็นแค่เศษอะไรบางอย่างที่ไม่คู่ควรแม้แต่จะฆ่า มันสนใจ “เธอ” ศศินา เหยื่อที่ยังดิ้น ที่ยังสู้ ที่ยัง “สนุก”
มันพุ่งเข้าใส่ กำปั้นมหึมาหวดลงมาอย่างบ้าคลั่ง ศศินาผลักกรออกไปสุดแรง ร่างเขากระเด็นหลุดจากวงอันตรายแต่—เธอรับแรงนั้นแทน
ปึง—!!!
ร่างเธอกระแทกพื้น ลมหายใจขาดหายก่อนที่มันจะก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างเธอ…กับกร มิดสนิทเหมือนกำแพงมีชีวิต
ด้านหลังฝูงอสูรสี่เท้าเริ่มขยับมุ่งไปทางกรช้า ๆ แน่นหนา ศศินาเห็น เธอเห็นหมด
“หลีกไป…ไอ้สารเลว!!!!!”
เสียงเธอแหบ แต่ยังตะโกนสุดแรง เธอพุ่งเข้าใส่มันอีกครั้ง มีดในมือแดงเดือด ฟัน แทง กรีด ทุกอย่างที่เธอมีใส่มันหวังแค่ให้มัน “ถอย” แต่—มันไม่ถอย มันยืนนิ่ง รับทุกแผล เหมือนไม่รู้สึก เหมือนความเจ็บปวดไม่มีความหมาย
ยิ่งนาน—ยิ่งสิ้นหวัง ร่างเธอสั่น พิษในเลือดกำเริบจนเธอกระอักเลือดออกมา ร้อน ขม แต่เธอยังไม่หยุด ยังพยายามจะฝ่าไป ยังพยายามไปหา “เขา” แต่—ร่างกายไม่ตอบสนองแล้ว มือเธอหลุด ขาทรุด ภาพเริ่มสั่น
ตูม—!!!
แล้วกำปั้นของมันตกลงมาตรงร่างเธอ เสียงกระดูกแตกดังชัด รุนแรงเหมือนอะไรบางอย่าง “ขาด” ออกจากกัน ร่างเธอจมลงกับพื้น นิ่งไม่ขยับ กระดูกสันหลังเธอ—หักในครั้งเดียว
ศศินานอนแน่นิ่งความเจ็บปวดที่เคยแผดเผา—ค่อย ๆ จางหาย ไม่ใช่เพราะมันดีขึ้น แต่เพราะ…“เธอไม่รู้สึกแล้ว”
ตั้งแต่แผ่นหลังลงไปจนถึงขาเธอ—ไม่ตอบสนองไม่รู้สึกอีกแล้ว ขยับไม่ได้อีกแล้ว
ความสิ้นหวังค่อย ๆ ไหลเข้ามาแทนที่ทุกอย่าง มือเธอสั่นพยายามดันพื้นยกตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย สายตามองไปข้างหน้า อสูรลิงยักษ์ยังยืนอยู่มันเอียงหัวเหมือนหงุดหงิดว่าของเล่นของมัน—พังง่ายเกินไป
น่ารำคาญ น่าเจ็บใจแต่—สิ่งที่เธอเห็นต่อจากนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุด
เคียวเล่มนั้นของกรกรรณ
ปักเข้าไปที่ขมับของมัน ตรงจุด ลึก แม่นยำ
ฉึก—
มันถูกดึงออก เลือดพุ่ง ร่างของมันชะงักเหมือนยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉึก—!!!
เคียวปักลงที่เดิมอีกครั้ง ไม่มีลังเล ไม่มีพลาด กะโหลกอสูรลิงแตก ร่างยักษ์ทรุดลง…ตายก่อนที่มันจะทันรับรู้ด้วยซ้ำ เบื้องหลังร่างนั้นคือกรกรรณที่มีเลือดไหลอาบทั้งตัว เลือดของเขา…และของสัตว์ประหลาดปนกันจนแยกไม่ออก
ดวงตาเขาล่องลอยแต่ยังพอมีสติ…พอจะ “เดินมาหาเธอ” เขาคุกเข่าลงอุ้มเธอขึ้นกอดไว้แน่นเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อย—เธอจะหายไป
“คุณต้องไม่เป็นไร…” เสียงเขาสั่นและร้องไห้ “…ศินา อย่าเป็นอะไรนะ”
ศศินามองเขาสายตาอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“กรกรรณ…กาลธารา…” เธอเรียกชื่อเขาช้า ๆ
เหมือนกำลัง “ยอมรับ” ว่าเขาคือคนที่ควรมีชีวิตรอด
“นาย…” เธอไอ เลือดไหลออกจากปากเปื้อนเสื้อเขาแต่เธอไม่สนใจแล้ว
“นายจะต้องมีชีวิตรอด…” เสียงเธอแผ่วแต่หนักแน่น “…ไปให้ได้” มือเธอพยายามขยับแตะที่อกเขาเบา…มากทั้งที่แรงแทบไม่เหลือ
“มีชีวิต…เพื่อทุกคน…” เธอหยุดลมหายใจสะดุด “…เพื่อฉัน” ลมหายใจสุดท้ายหลุดออกไป
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีการดิ้นรน ไม่มีแรงเหลือให้ฝืนอีกแล้วเพราะแม้เธอ “อยากอยู่” ร่างกายของเธอก็ไม่ตอบสนองอีกต่อไป
ศศินา—หยุดอยู่ตรงนั้นตลอดไป
กรกรรณนิ่ง เขายังกอดเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย ไม่ลุกไปไหน เหมือนเวลาทั้งหมด…หยุดลงแล้วแต่โลก—ยังเดินต่อ เสียงฝีเท้าคืบคลานเข้ามา ซาลามันเดอร์ยักษ์สองตัว เลื้อยคลานเข้ามาช้า ๆ ไม่รีบร้อน อสูรลิงอีกสามตัวเดินอ้อม ลังเล แต่ยังคงปิดล้อม ไม่มีทางหนี ไม่เหลือแรง ไม่มีที่ให้หลบ
กรกรรณยิ้มทั้งที่น้ำตาไหล
“ใช่…”
เสียงเขาแหบ
“…ฉันจะมีชีวิตรอดเพื่อคุณ” เขาก้มลงหน้าผากแตะกับเธอ “…ศศินา”
“และฉันจะได้พบความรักที่แท้จริง” เสียงเขาเบา “…ขอบคุณนะ…คุณทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว”
คำพูดนั้นคือคำสัญญาที่เขารู้ดีว่า—โกหกแต่เขาก็ยังพูดเหมือนที่เธอเคยทำ
คำโกหก…ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีผลต่อจากนี้ เพราะมันไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว…
กรกรรณกอดร่างไร้วิญญาณของศศินาไว้แน่น โดยไม่สนใจสิ่งใดรอบข้าง เขายอมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงเหล่าอสูรที่รายล้อมเริ่มเคลื่อนไหว ซาลามันเดอร์ยักษ์ตัวหนึ่งก้มต่ำ เตรียมกระโจนใส่เหยื่อที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่อีกตัวเฝ้ามองอย่างระแวดระวัง รอจังหวะเข้ามาแย่งชิ้นส่วนอาหารด้านหลัง…อสูรลิงยักษ์อีกสามตัวยังคงวนอยู่เงียบ ๆ รอช่วงชิงโอกาสเดียวกัน กรกรรณหลับตาลง กอดร่างของศศินาแน่นยิ่งขึ้นเขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว
เพียงแค่รอ…รอให้คมเขี้ยวพรากชีวิตเขาไป
เขารอ…เหมือนนักโทษประหารที่ถูกปิดตารอเพชฌฆาตลงดาบ และในที่สุด—
เสียงบางอย่าง…ทำลายล้างผืนดินราวกับฟ้าถล่ม หลังจากนั้นทุกอย่างก็สงบลง
เขาไม่รู้สึกเจ็บ
ไม่มีคมเขี้ยว
ไม่มีความตาย
มีเพียง…บางสิ่งที่สัมผัสผิวของเขา
ความเย็น
แม้ค่ำคืนจะหนาวเหน็บ แต่ความเย็นที่แทรกผ่านผิวกายนั้น…ต่างออกไป
มันเย็น…อย่างน่าประหลาด
เย็น…อย่างอ่อนโยน
เย็น…จนรู้สึกสบาย
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง—
หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เธอยืนหันหลังให้เขา ภาพนั้น…ไม่ต่างจากศศินาที่บกำลังปกป้องเขา แต่คนตรงหน้าไม่ใช่เธอ
ผมสีดำสนิท เหยียดตรงยาวถึงกลางหลัง แม้มองไม่เห็นใบหน้า…แต่กลับรู้สึกได้โดยไม่ต้องสงสัยว่า เธอสวยงาม…ราวกับนางฟ้า
ชุดทหารสีขาวสะอาดไร้ตำหนิแม้เพียงน้อย บอกถึงสถานะอันสูงศักดิ์ของเธอ
รอบกายของทั้งสอง—เต็มไปด้วยหนามน้ำแข็งที่พุ่งขึ้นจากผืนดินแทงทะลุร่างอสูรทุกตัว
พวกมันหยุดนิ่ง แข็งค้าง ตายสนิท แม้แต่เลือด…ยังไม่ทันได้หยดลงพื้น
เอลินเซีย วินเทรส… “น้ำแข็ง” หญิงสาวผู้เย็นชาไม่ต่างจากชื่อ และไม่ต่างจากพลังที่เธอใช้ เธอหันมาหาเขาสายตาของเธอทอดมองมายังกรกรรณ—ผู้ที่ยังคงนั่งนิ่ง กอดร่างไร้วิญญาณไว้ในอ้อมแขนและในวินาทีนั้น…สายตาของทั้งคู่ก็สบกัน
ทุกอย่างหยุดนิ่ง
ราวกับเวลาในโลกใบนี้ถูกหยุดเอาไว้
กรกรรณรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่ในห้วงเวลา ไม่อาจขยับ ไม่อาจละสายตา
ในดวงตาของเธอ…มีบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน
เป็นบางอย่างที่…ไม่อาจอธิบายได้
ทั้งสองนิ่งงัน
ไม่มีคำพูด
ไม่มีการเคลื่อนไหว
มีเพียงสายลม…ที่พัดผ่าน แผ่วเบา แต่ชัดเจนพอจะทำให้เส้นผมสีดำของน้ำแข็งสยายไหวไปตามแรงลมจนกระทั่ง—
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแทรกเข้ามา ทหารหลายหน่วยวิ่งมาถึงจุดนั้นอย่างกระหืดกระหอบ ความเงียบที่เชื่อมโยงทั้งสองไว้…ถูกทำลายลงในทันที
หน่วยแพทย์เข้าควบคุมพื้นที่ พวกเขาเร่งเข้าตรวจอาการของกรกรรณ ร่างของศศินาถูกแยกออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างระมัดระวังและครั้งนี้…กรกรรณยอมปล่อยโดยไม่ขัดขืน
น้ำแข็งมองภาพทั้งหมดนั้นเพียงครู่เดียว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว เธอก็หันหลังและเดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงกรกรรณ—ที่ถูกยกขึ้นบนเปลและถูกหามกลับเข้าสู่เขตเมือง
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ