ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  84 บท
  2 วิจารณ์
  5,200 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 16.14 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

79) พลังของเทพที่เกินกว่าจะต้านทาน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
            สนามรบสุดท้ายยังคงอยู่ตัวแทนของเทพปฐพียังคงยืนหยัด ต่อสู้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
แซร์ค และเกอร์ที่อยู่ในร่างแซร์ค โจมตีประสานใส่เอมิลี่อย่างไม่หยุดยั้ง หากพวกเขาฆ่าเธอได้ คงทำไปนานแล้วแต่จนถึงบัดนี้ เอมิลี่ยังไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย
กราวด้าก็ยังคงโจมตีเอมิลี่ทุกวิถีทาง ไม่หยุดพัก 
หลังจากกองทัพโกเลมทองคำสิ้นสภาพ เจ้าหุ่นก็พุ่งราวกระสุน จนถึงจุดที่เอมิลี่กำลังปะทะอยู่
บัฟ และเม็ตช์ ซึ่งใช้เวท “วาจาประกาศิต” พาตัวเองมาหากราวด้าเพื่อร่วมสมทบ ไม่มีการรั้งรอ ทันทีที่มาถึง ต่างคนต่างพุ่งเข้าหมายสังหารเอมิลี่ในทันที
แม้จะรุมกันถึงเพียงนี้ก็ยังไม่สามารถทำอะไรเอมิลี่ได้เลย
คนสุดท้ายที่มาถึงคือ ราห์ซูร์ ในร่างอวตารราชามิติ เขาแทบไม่อยากเห็นภาพนี้ไม่ใช่เพราะกลัวเอมิลี่จะบาดเจ็บแต่เพราะเจ็บปวดที่เห็นว่า ทุกคนต้องการให้เธอตาย ไม่มีใครต้องการเธออีกแล้ว
เขายืนนิ่ง ลังเล แม้จะเตรียมใจไว้แล้วและนี่อาจเป็นเหตุผลที่กราวด้าไม่ยอมให้เขามาสนามรบนี้ตั้งแต่แรก
เอมิลี่ที่อยู่ในกรงไฟมรณะของเม็ตช์หากเป็นสิ่งมีชีวิตอื่น คงถูกแผดเผาจนตายไปนานแล้ว แต่ไฟนั้นไม่อาจทำอะไรเธอได้ มันลอยตามเธอ ราวกับเป็นเพียงเครื่องตกแต่งของชุด
บัฟฟาดทุกเวทอันรุนแรงจาก “วาจาประกาศิต” ใส่เอมิลี่เพื่อให้เธอเสียจังหวะทุกครั้งที่เขาร่ายเสร็จ
แซร์ค และเกอร์ในร่างแซร์ค พุ่งเข้ากระแทกและกดดันเอมิลี่อย่างต่อเนื่องเปิดช่องให้กราวด้าโจมตีไม่หยุด
กราวด้ายังคงร่ายเวทพันธนาการใส่เอมิลี่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เจ้าหุ่นรีบบินมาหาราห์ซูร์อย่างรวดเร็ว ยังคงนิสัยเดิมไม่เปลี่ยน มันพุ่งเข้ากอดเขาเต็มแรง พร้อมพูดถึงแผนการโค่นเอมิลี่ไปพร้อมกัน
            “ราห์ซูร์เจ้าค่า… คิดถึงที่สุดเลยยยยย”
เจ้าหุ่นเกาะหน้าอกเขาไม่ยอมปล่อย
            “เจ้าหุ่นขี้ผึ้ง! ดีใจนะที่ได้เจอ แต่ยังไม่ใช่เวลาจะมาคุยกัน”
ราห์ซูร์พูดเตือนสติ แต่ก็ยังไม่แกะมันออกจากอก
            “ฉันต้องหยุดเอมิลี่ให้ได้!”
            “ฉันมีวิธีเจ้าค่ะ” เจ้าหุ่นพูดเร็ว “แกะปมเวทย์เจ้าค่า เราต้องร่ายเวทร่วมกัน ช่วยกันนะเจ้าค่ะ”
มันไต่ขึ้นไปนั่งบนไหล่ซ้ายของราห์ซูร์
            “อะไรนะ? แกะปมเวทย์?”
ราห์ซูร์ชะงัก
            “เอมิลี่ทำพันธะสัญญากับใคร?”
เขาใช้เวทตรวจสอบร่างของเอมิลี่และเห็นปมเวทย์ที่คุ้นเคยคล้ายของคาเรนปมเวทย์ที่ทำพันธะสัญญากับราชา
แต่ของเอมิลี่… ใหญ่กว่ามาก มันครอบคลุมทั้งร่างของเธอ
            “คาดว่าเอมิลี่ทำสัญญาเลือดกับเทพปฐพีเจ้าค่า” เจ้าหุ่นอธิบายอย่างเร่งรีบ
            “มีเพียงอาวุธที่อาบเลือดของเทพปฐพีเท่านั้นที่จะทำลายเธอได้แต่ในโลกนี้…ไม่มีอาวุธแบบนั้นเลย”
            “ดังนั้น เราจึงต้องแกะปมเวทย์เพื่อคลายสัญญา”
            “แต่ฉันคนเดียว…ทำไม่ไหวเจ้าค่ะ”
            “เข้าใจแล้ว มาเริ่มเลย!!” ราห์ซูร์รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยอย่างน้อย เขาไม่ต้องสู้กับเอมิลี่โดยตรง
 
เขาเริ่มร่างเวทของตนซึ่งสอดประสานกับเวทของเจ้าหุ่นได้อย่างสมบูรณ์ 
แมงมุมสีดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นราววิญญาณที่หิวโหย ร่างของมันใหญ่ราวภาพฉายบนท้องฟ้า มีขามากถึงยี่สิบขา ปลายขาทุกข้างเชื่อมใยไปยังปมเวทย์ของเอมิลี่ มันเริ่มแกะ เริ่มคลี่ ราวกับภายในปมเวทย์นั้นมีอาหารโอชะรออยู่
ส่วนเจ้าหุ่นเมื่อร่ายเวทเสร็จได้อัญเชิญวิญญาณ “อารัคเน” ลงมา
อารัคเนปรากฏอยู่ใต้ร่างแมงมุมดำของราห์ซูร์และต่อหน้าเธอ ปรากฏปมเวทย์จำลองของเอมิลี่ในขนาดเล็ก
อารัคเนหยิบเครื่องมือประหลาดขึ้นมา ค่อย ๆ แกะ ค่อย ๆ ดึง ราวกับการทอผ้า…แต่เป็นการทอ กลับด้าน
เอมิลี่รับรู้ได้ทันที เธอมองเห็นแมงมุมสีดำขนาดยักษ์และร่างวิญญาณของ อารัคเน ที่กำลังแกะปมเวทย์พันธะสัญญาเทพของเธออย่างชัดเจน
สายตาของเอมิลี่กวาดมองไปรอบสนามเพื่อตามหาต้นทางของเวทและแล้ว—เธอก็พบเขา
 
ราห์ซูร์
ใบหน้าของเธอซีดเผือดในเสี้ยววินาทีคนที่เธอต้องการมากที่สุดในเวลานี้กำลังเป็นผู้ทำร้ายเธอด้วยมือของตัวเอง
แต่ไม่นานนักเอมิลี่ก็บังคับหัวใจให้แข็งขึ้นและยืนหยัดสู้ต่อเธอไม่ได้ต้องการให้เขารัก เธอแค่ต้องการ เขา
            “รอก่อนนะ ราห์ซูร์…ฉันกำลังจะเสร็จแล้ว”
เธอพูดกับตัวเองและท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
            “ฉัน…ไม่เอาไว้แล้ว โลกใบนี้!! ไม่เก็บไว้แล้ว…!!!!”
เอมิลี่สร้าง ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมา ใต้เท้าของตนราวกับเตรียมปล่อยมันลงสู่พื้นโลก
            “หยุดเธอ!! หยุดเธอเดี๋ยวนี้ เกอร์!!!!”
แซร์คและเกอร์รีบพุ่งเข้าไปเพื่อหยุดเอมิลี่ในทันที แต่ทั้งหมดนั้น…เป็นไปตามที่เอมิลี่คาดไว้
เธอรอให้พวกเขาเข้ามาใกล้และในเสี้ยววินาทีนั้น—ดาบแสงศักดิ์สิทธิ์นับสิบเล่มพุ่งเข้าฟันใส่ทั้งสองอย่างจัง
พลังของมนุษย์ไม่อาจต้านทานพลังของเทพได้ โล่ของราชาแตกยับเลือดพุ่งกระจายไปทั่วร่าง ทั้งแซร์คและเกอร์หมดสภาพร่วงลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง
            “แซร์ค!! เกอร์!!!”
กราวด้าตะโกนเรียกด้วยความตกใจ แต่บัฟรีบรับร่างของทั้งสองไว้ได้ทันและส่งตัวกลับเมืองในทันที
เอมิลี่ดันลูกบาศก์แห่งการทำลายลงมา มันเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เม็ตช์เคลื่อนตัวลงไปอยู่ใต้ลูกบาศก์ยักษ์นั้นและยิงไฟที่รุนแรงที่สุดของตน—ไฟสีดำแห่งความตาย
มันเผาลูกบาศก์ได้แต่ไม่แรงพอและไม่ทันเวลา
เม็ตช์จึงระเบิดพลังทั้งหมดกลายเป็นลูกไฟแห่งความตายรอบร่างของเขามีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของลูกบาศก์
เสี่ยง…แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง เขาพุ่งเข้าปะทะลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์โดยตรงเกิดการระเบิดรุนแรงสนั่นสนาม
ร่างของเม็ตช์แหลกสลายแต่เพียงพอที่จะทำให้ลูกบาศก์นั้นหายไปถึง สามในสี่ ส่วนที่เหลือร่วงลงสู่ทะเลทรายเกิดการระเบิดครั้งใหญ่แสงสว่างสาดจ้าต่อเนื่องยาวนานกว่า สิบวินาที
แต่ก่อนที่ใครจะทันทำอะไร—ในม่านแสงที่ยังไม่จาง เม็ตช์ได้เข้าล็อกเอมิลี่จากด้านหลังอย่างแน่นหนาและเผาร่างของตนเองด้วยไฟแห่งความตายหวังจะสังหารเธอไปพร้อมกัน
ไม่น่าเชื่อว่า…ไฟของเม็ตช์จะสามารถทำให้เอมิลี่บาดเจ็บได้จริง
ผิวหนังของเธอเริ่มไหม้แม้จะไม่ร้ายแรง เพราะมันฟื้นคืนสภาพและรักษาตัวเองแทบจะในทันที
            “ปล่อยฉันนะ ไอ้สวะ!!!”
เอมิลี่ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งแต่ในจังหวะนั้น—ค้อนพสุธา!!! อาวุธเทพที่บัฟเสกขึ้นจาก วาจาประกาศิตฟาดลงกลางหน้าผากของเธออย่างรุนแรง เสียงแตกดังสนั่นค้อนแหลกสลาย หน้าผากของเอมิลี่แตกเป็นรอยถลอกเพียงเล็กน้อย ในวินาทีถัดมาเธอสร้างลูกบาศก์ขึ้นมาครอบทั้งบัฟและเม็ตช์และแผดเผาพวกเขาจนกลายเป็นผุยผง แต่ถึงอย่างนั้น…มันก็ยังไม่อาจสังหารทั้งสองได้ บัฟและเม็ตช์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงหน้าเธอเม็ตช์เผาเธอด้วยไฟแห่งความตายขณะที่บัฟทุบเธอด้วยค้อนพสุธาอย่างไม่หยุดยั้ง
ขณะเดียวกัน—ปมเวทย์ถูกคลี่ถูกดึงออกไปแล้วนับ ร้อยชั้น แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเล็กลงเลยแม้แต่น้อย
กราวด้ายังคงลอยอยู่บนท้องฟ้า หอบ เหนื่อย และเริ่มสิ้นหวัง เธอไม่อาจคิดออกเลยว่าจะจัดการกับ ตัวแทนของเทพองค์นี้ได้อย่างไร
แม้ทั้งเม็ตช์และบัฟจะเริ่มจับทางเอมิลี่ได้แล้ว เวทและอาวุธในระดับเทพเจ้าสามารถทำร้ายเธอได้จริงแต่ก็เป็นเพียงบาดแผลผิวเผินเท่านั้น เธอฟื้นฟูตัวเองได้รวดเร็วเกินกว่าจะคาดหวังผลอะไรได้
ถึงอย่างนั้น—ทั้งสองก็ยังไม่หยุดโจมตี 
ทว่า…กลับเป็นเอมิลี่ที่จับทางพวกเขาได้ก่อน เธอสร้างโซ่ศักดิ์สิทธิ์และแทงหมุดผนึกตรึงร่างของบัฟและเม็ตช์ไว้แน่นก่อนจะกักขังทั้งคู่ไว้ใน กรงเทพ
            “ในเมื่อพวกแกไม่มีวันตาย…ก็ต้องถูกจองจำไว้ตลอดกาล!!!”
เอมิลี่ทุบกรงที่ขังบัฟและเม็ตช์ส่งมันตกลงสู่พื้นโลกซึ่งบัดนี้กลายเป็นหลุมยักษ์จากพลังทำลายของเธอไปแล้ว
จากนั้น—เธอหันมือไปยังราห์ซูร์ ดาบแสงสีทองพุ่งออกไปเร็วราวกับไม่มีระยะทาง แต่มันไม่ได้โดนราห์ซูร์ มันพุ่งเข้าใส่ เจ้าหุ่นขี้ผึ้ง อย่างแม่นยำร่างของมันขาดออกเป็นสองท่อนร่วงหล่นลงสู่พื้นโลกโดยแทบไม่ทันรู้ตัวว่าโดนอะไรเข้าไป
เวทที่ใช้แกะปมเวทย์พันธะสัญญาเทพของเอมิลี่ —อารัคเน— สลายหายไปในทันที
ในวินาทีนั้นเองราห์ซูร์ก็รู้แล้วว่า…เอมิลี่เก่งเกินกว่าจะมีใครหยุดได้
เขาหันไปมองกราวด้า เธอยังปลอดภัยแต่สภาพอิดโรย เหนื่อยล้า แทบไม่เหลือแรงจะต่อสู้ต่อ อย่างน้อย…กราวด้าก็ยังปลอดภัย แต่หลังจากนี้ล่ะ? เขาจะแข็งแกร่งพอจะหยุดเอมิลี่ได้จริงหรือ?
            “ไง ราห์ซูร์…อีกเดี๋ยวเราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะดีใจไหม?”
เอมิลี่พูดราวกับคนเพ้อ รอยยิ้มบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ
            “เหลือแค่ยัยแก่งูพิษนั่น…ฉันจะฆ่ามันให้ได้”
พูดจบ เธอหันไปมองกราวด้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับยอมรับชะตากรรมไปแล้ว
            “ฉันจะฆ่ามันไปพร้อมกับลูกของมัน จะไม่ให้มันได้สืบสายเลือดโสมมอีก”
คำพูดนั้น…เหมือนคำพิพากษาสุดท้ายของกราวด้าและเด็กในครรภ์ของเธอ
            “ลูก!!!!”
ราห์ซูร์ตาเบิกกว้างหันไปมองกราวด้าในอีกฝั่ง โดยมีเอมิลี่ลอยขวางอยู่ตรงกลาง
            “กราวด้า… เธอมีลูก? เธอกำลังท้องงั้นหรือ… ลูกของฉัน…”
เขาหันกลับไปตะโกนใส่เอมิลี่
            “หยุดนะ เอมิลี่!!! ถ้าจะแตะต้องกราวด้า เธอต้องข้ามศพฉันไปก่อน!”
ราห์ซูร์หายวับไปและปรากฏตัวข้างราชินีของเขาในทันที
            “เซอร์ไพรส์” กราวด้าพูดยิ้มบาง ๆ ราวกับคนที่ซ่อนความผิดไว้
            “ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้อง ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอออกจากวังแน่ กราวด้า” ราห์ซูร์ดุเธอด้วยความเป็นห่วง
            “สนใจผู้หญิงหน้าด้าน ที่คิดจะแย่งผัวคนอื่นตรงนั้นก่อนเถอะ” กราวด้าพูดเสียงเรียบแต่แววตาหนักแน่น
            “เพราะฉันอาจไม่มีโอกาสอยู่ให้นายดุแล้ว”
ราห์ซูร์กอดกราวด้าไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาของเอมิลี่ที่จ้องมองอยู่
            “ถ้าเราแพ้…ก็แพ้ไปด้วยกัน กราวด้า”
เอมิลี่สร้างดาบของตนขึ้นมา สี่เล่ม หมุนวนรอบร่าง พลังอาฆาตพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังเห็นภาพบาดใจนั้น
            “ดี…งั้นฉันจะแกะราห์ซูร์ออกจากศพแกทีหลัง กราวด้า”
เสียงของเอมิลี่ต่ำ เย็น และอาฆาตยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ราห์ซูร์สร้าง ดาบมิติ ขึ้นมาในมือปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเขา
 
กราวด้าถอยออกไปเล็กน้อย มือกำไม้เท้าค้ำพิภพแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพุ่งเข้าปะทะในศึกสุดท้าย เพราะเธอ…ไม่เหลือแรงให้สู้ได้อีกแล้ว
ก่อนที่ราห์ซูร์และกราวด้าจะพุ่งเข้าโจมตีเอมิลี่ ราห์ซูร์กลับเป็นฝ่ายลงมือก่อน
เขาสร้าง กล่องมิติ ขังกราวด้าไว้ ไม่ให้เธอขยับไปไหน แล้วพุ่งเข้าใส่ ดาบแสงทั้งสี่เล่ม ที่เอมิลี่แทงเข้ามาโดยตรง
            “ราห์ซูร์ ไอ้บ้า!!! ปล่อยฉัน!!! อย่าไปคนเดียว!!!”
กราวด้าพยายามดันกล่องมิติที่ครอบร่างเธอไว้ แต่ไม่ว่าจะแรงแค่ไหนมันก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย
ดาบแสงของเอมิลี่รุนแรงอย่างเกินคาด ทุกการปะทะทำให้ราห์ซูร์สะท้านไปทั้งร่าง ดาบมิติมืดของเขาแทบรับแรงไม่ไหวมันร้าว…จนใกล้แตกเต็มที
            “หยุดต่อสู้ได้แล้ว ราห์ซูร์ หรือจะต้องให้ฉันอัดนายก่อนดี?”
เอมิลี่พุ่งเข้าต่อยเขาด้วยมือเปล่า
หมัดนั้น…ราวกับย้อนกลับไปในสมัยเด็ก วันที่ทั้งคู่ยังเป็นเด็กกำพร้า
วันที่ราห์ซูร์ถูกรังแกและเอมิลี่เป็นคนยืนอยู่ข้างหน้าต่อยเด็กที่ตัวใหญ่กว่าจนล้มคว่ำ
แต่หมัดในวันนั้น…กำลังหวนกลับมาหาเขา ไม่หยุด แต่ละหมัดรุนแรงราวกับการระเบิดของดวงดาว
ร่างอวตารราชามิติของราห์ซูร์รับไม่ไหว ช้ำ เลือดท่วมร่าง
ในที่สุด ดาบแสงทั้งสี่เล่มแทงทะลุลำตัวเขา ตรึงร่างไว้กลางอากาศ
เขาหมดสภาพ
ดาบมิติมืดในมือ สลายหายไปช้า ๆ
            “ก็แค่นี้เอง ต้องให้สั่งสอนก่อนถึงจะยอมใช่ไหม”
เอมิลี่มองราห์ซูร์ที่หมดทางต่อสู้ก่อนจะหันไปหากราวด้าซึ่งถูกขังอยู่ในกล่องมิติ
ตอนนี้…กราวด้ากลายเป็น เป้านิ่ง เธอไม่มีพลังเหลือ ไม่มีทางวาร์ปหนี ไม่มีทางทำอะไรได้อีก
กราวด้ายืนนิ่งสงบและสิ้นหวัง เธอพร้อมจะตายอีกครั้ง
ความจริงแล้ว…ความตายก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ไม่ต้องรับรู้อะไร ปลดปล่อยตัวเองจากบ่วงทั้งหมด
            “ราห์ซูร์…”
เธอมองไปยังร่างของเขาที่ถูกตรึงด้วยดาบแสง
ภาพนั้น…ถูกบดบังลงด้วยแสงสีทองของ ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เอมิลี่สร้างขึ้น
            “ฉันรักนาย…รักที่สุด…”
กราวด้าหลับตาลงมองสู่พื้นโลกยอมรับชะตากรรม แต่ก่อนที่ลูกบาศก์จะปิดสนิท—
            เธอถูกวาร์ปสลับที่กับเขา
ราห์ซูร์ไม่ยอมให้กราวด้าตาย เขาเลือกที่จะตายแทน ทันทีที่ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ปิดลงอย่างสมบูรณ์มันแผดเผาราวกับเตาเผาศพ
กราวด้าที่ถูกสลับออกมายืนอยู่ข้างดาบแสงทั้งสี่เล่ม ดวงตาเบิกกว้างหัวใจแตกสลาย
 
            “ราห์ซูรรรรรรรรรรรรรรรรรรร์!!!”
 
เธอกรีดร้องสุดเสียงและพุ่งกลับไปหาลูกบาศก์ด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่
เอมิลี่ตกตะลึงไม่แพ้กันไม่คิดว่า…ราห์ซูร์จะยังมีพลังเหลือพอจะทำสิ่งนี้ได้
เธอค้างทำอะไรไม่ถูก
กราวด้าฟาด ไม้เท้าค้ำพิภพ ใส่ลูกบาศก์อย่างบ้าคลั่งแรงฟาดแต่ละครั้งทำให้ฟ้าสะเทือนแต่ก็ไม่อาจทำลายลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ได้เลย
            “หยุดเดี๋ยวนี้ เอมิลี่!!!!
            แกกำลังจะฆ่าเขา!!!!
            ขอร้อง!!!! หยุดที!!!!!”
 
กราวด้าร้องไห้อย่างบ้าคลั่งทุบลูกบาศก์ไม่หยุด
            “ยอมแล้ว…
            ยอมทุกอย่างแล้ว……
            หยุด… ขอร้อง…
            อย่าฆ่าเขา……….”
 
ในที่สุด…เอมิลี่ก็ได้สติ เธอพุ่งดาบแสงทั้งสี่เล่มแทงใส่ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน
ระเบิดรุนแรงแสงกระจายไปทั่วท้องฟ้า
เมื่อแสงสีทองดับลง—กราวด้ากอดร่างราห์ซูร์ไว้แน่น
เขายังไม่ตายแต่ร่างอวตารราชามิติหายไปแล้ว เหลือเพียงร่างจริง เต็มไปด้วยบาดแผล หายใจแผ่ว…ใกล้ตาย
น้ำตาของกราวด้าหยดลงบนใบหน้าของเขามือเธอสั่นไม่หยุด
            “ยอมแล้ว… ยอมแล้ว…ขอแค่อย่าทำร้ายเขาอีก……”
กราวด้าประคองร่างราห์ซูร์ ส่งให้เอมิลี่ ด้วยมือที่สั่นและหัวใจที่เจ็บเกินจะทน
จากนั้น…เธอบินถอยออกไปให้ห่างพอ
ห่างพอ…ที่เอมิลี่จะ ประหารเธอได้ โดยที่เธอยังมองเห็นราชาของเธอเป็นภาพสุดท้ายก่อนตาย
               
เอมิลี่วางราห์ซูร์ลงบน กรงแสง ของตนอย่างระมัดระวังก่อนจะบินตามกราวด้าไป ในมือของเธอ ดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง—เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
เธอดูไม่เจ็บ ไม่เหนื่อยและดูราวกับว่า… ทุกอย่างกำลังจะจบลงในครั้งนี้จริง ๆ
กราวด้าทรุดตัวลงกลางอากาศ ร้องไห้ มือหนึ่งลูบท้องของตนเองปลอบโยนชีวิตน้อย ๆ ที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก
            “เจ้าตัวเล็ก…แม่ขอโทษนะ แม่มาได้แค่นี้จริง ๆ”
น้ำตาหยดลงไม่ขาดสาย
            “เราจะเดินทางไปโลกแห่งความตายด้วยกันนะ ไปหาตาเมธรัสด้วยกัน…”
สิ้นประโยคสุดท้ายของการสั่งเสีย—เอมิลี่ก็พุ่งเข้าไปฟันอย่างไม่ยั้งมือ
ไม่ลังเล
ไม่ออมแรง
ตัดให้ขาด 
เอาให้ตาย
แต่—
 
อนาคตนั้น… เปลี่ยนไปแล้ว
อย่างที่เมธรัสเคยบอกไว้และมันไม่ใช่แบบนี้ 
ดาบแสงของเอมิลี่ถูกหยุดไว้ได้อย่างสมบูรณ์ นิ่งสนิท ด้วยสิ่งที่กราวด้าเคยสัมผัสมาแล้วครั้งหนึ่ง—
เคียวของความตาย มันปรากฏขึ้นอีกครั้ง ต่อหน้ากราวด้า ต่อหน้าเอมิลี่ ไม่ใช่เพื่อปกป้องกราวด้า แต่เพื่อปกป้อง—
ลูกของกราวด้า ชีวิตน้อย ๆ นี้ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดในห้วงเวลานี้
ทายาทของราห์ซูร์และกราวด้า—ยังตายไม่ได้
และอนาคตของมนุษยชาติจะถูกขีดเขียนขึ้นใหม่ โดยมือของเด็กคนนี้
 
“ความตาย…!!!”
 
เอมิลี่ตกตะลึงเพียงเห็นการปรากฏตัวนั้นก็ไม่จำเป็นต้องประเมินระดับพลังใด ๆ อีก แรงกดดันของมันไม่ได้น้อยไปกว่าเทพปฐพีเลยแม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้น—เอมิลี่ก็ยัง ท้าทายความตาย ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างรุนแรง แรงปะทะก่อประกายแสงสีทองสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า เร็วเกินกว่าเวลาจะทันรับรู้ รุนแรงเกินกว่าสายตาจะตามทัน
ในเวลาเดียวกัน—กราวด้ารีบบินกลับไปหาราห์ซูร์อุ้มร่างเขาขึ้นมากอดแน่นราวกับจะไม่ได้กอดเขาอีกแล้ว เธอร้องไห้ไม่หยุดพูดกับคนที่ไม่ได้สติราวกับคนเสียสติ
            “ราห์ซูร์!!! ความตาย!!! เธอมาหยุดเอมิลี่สิ เธอมาช่วยลูกของเรา ได้ยินไหม…อย่าตายนะ…อยู่กับฉัน…”
ตอนนี้เธอไม่สนแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่สนว่าใครจะชนะ ไม่สนแม้แต่ชะตาของโลก
การปะทะกันระหว่าง เอมิลี่ และ ความตาย ยืดเยื้อราวกับนิรันดร์
ไม่มีใครสามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้ การต่อสู้กระจายไปทั่วผืนฟ้า แทบทุกทิศทาง
มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องบน พวกเขาได้ยินเพียงเสียงดังสนั่นราวฟ้าผ่าและเห็นแสงประหลาดกระพริบวาบทั่วท้องฟ้าไม่หยุด
จนกระทั่ง—โลกทั้งใบเริ่มรับไม่ไหวและในวินาทีนั้นเอง— เทพปฐพี ก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อหยุดการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา