ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,467 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

69) ชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
          หลังการขอแต่งงานสำเร็จ ขบวนสู่ขอได้เดินทางกลับสู่เมืองหลวง อาณาจักรจัดพิธีอภิเษกสมรสและงานเฉลิมฉลองยาวนาน เจ็ดวันเจ็ดคืน พร้อมกับพิธีไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับไปในเวลาเดียวกัน
มันคือการสูญเสียที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เป็นกำลังใจให้ผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ เป็นความหวังให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าและเป็นเครื่องยืนยันศรัทธาของประชาชนต่อผู้นำของพวกเขา
 
 

เส้นทางจากเมืองหลวงสู่ หุบเขาวาเลเธีย ถูกสร้างและปรับปรุงให้เดินทางได้สะดวก ฐานที่ตั้งเดิมของ ลัทธิแห่งความมืด ถูกฟื้นฟูและเปลี่ยนเป็น           “ลัทธินักบวชผู้แสวงหาความสงบ”
โดยมี ราชินีกราวด้าแห่งวาเลเธีย เป็นผู้อุปถัมภ์หลักและผู้รับรองการเปลี่ยนผ่านนั้น
 
 

แซร์ค ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยราชองค์รักษ์และได้รับการผูกวิญญาณด้วย พันธะสัญญาแห่งราชา
ตระกูล วาเลน ได้รับการจารึกชื่อไว้ ณ สุสานราชวงศ์เพื่อยกย่องคุณงามความดีที่ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน
รูปปั้นของ คาล์ (ปู่) และ อิเรน (พ่อ) วาเลน ถูกสร้างขึ้นอย่างสง่างาม ณ ทางเข้าสุสานราชวงศ์เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่สละทุกสิ่งโดยไม่เคยเรียกร้องชื่อเสียง
 

กิฟดาฟี่ หัวหน้าแม่ครัวฝ่ายขนมหวาน ล้มป่วยจนไม่อาจทำงานหนักได้อีก 
แนนซี่ จึงได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นหัวหน้าแม่ครัวฝ่ายขนมหวานคนใหม่
 

เซราด แม่ทัพใหญ่ และ เรน รองแม่ทัพ 
แม้จะทำงานร่วมกันอย่างขัดแย้งและเถียงกันอยู่เสมอแต่ในสายตาของเหล่าทหารทั้งคู่กลับถูกแซวว่า “เหมือนคู่รักที่แต่งงานกันมาหลายปี”
 

ราฟา ซึ่งมักหาเวลาว่างไปทำขนมหลังจากพยายามตัดใจจากกราวด้าก็พ่ายแพ้ให้กับความน่ารักและความเอาใจใส่ของแนนซี่ในที่สุด
ทั้งสองเปิดตัวเป็นคู่รักอย่างเป็นทางการและมีแผนจัดพิธีแต่งงานในปีถัดไป
 

ฮิวเดอร์ และ เมล์ฟี่ ยังคงครองโสด และสนุกกับการหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่ม ๆ แม้จะมีหลายคนพยายามสารภาพรักแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งเพราะทั้งคู่ไม่ชอบการถูกผูกมัด
 

เอเรน ลุงผู้ประจำอยู่ฝ่ายลงทะเบียนยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบ นั่งทำงานชิล ๆ แทบทุกวัน ความจริงแล้ว เขามีนามสกุลว่า วาเลเธีย — เอเรน วาเลเธีย สายเลือดห่าง ๆ ของราชวงศ์
และเขาก็พอใจที่จะใช้ชีวิตในตำแหน่งเล็ก ๆ ที่ตนรักและสบายใจที่สุดแล้ว
 

ในวันว่าง กราวด้า จะเปลี่ยนร่างเป็น เกวน เด็กสาววัยสิบแปดปี เพื่อพา ราห์ซูร์ ไปเยี่ยมเด็กกำพร้าณ บ้านเด็กกำพร้าที่สร้างขึ้นใหม่
สถานที่แห่งนั้นถูกขยายเป็นโรงเรียนและห้องสมุดที่เคยเสียหายก็ได้รับการซ่อมแซมจนสมบูรณ์
เธอมอบ ตุ๊กตาขี้ผึ้งกราวด้าตัวเล็ก ให้กับพี่เลี้ยงและขอให้นำไปวางไว้บนแท่นบูชาแทนรูปปั้นของ เทพปฐพี
 
ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนวาเลเธียอีกครั้ง 
ผู้คนต่างมีวิถีชีวิตตามเส้นทางของตนเอง
พวกเขาใช้ชีวิตต่อไป
หัวเราะ ร้องไห้ รัก สูญเสีย
และเรียนรู้ที่จะอยู่กับอดีต
โดยไม่ปล่อยให้มันฉุดรั้งอนาคตอีกต่อไป
          …
          …
          …
แต่สำหรับ บางคน อดีต…ไม่เคยยอมปล่อยมือ
มันยังคงตามหลอกหลอนในรูปของผลลัพธ์จากการกระทำที่ยังไม่ได้ชดใช้
 

          เอมิลี่
 
หญิงสาวผู้สูญเสียทุกสิ่ง
บ้าน
คนรัก
หน้าที่
และตัวตนของตนเอง
เธอเดินเข้าสู่ ตลาดมืด ตลาดใต้ดินของอัลเทรนน์
ผ้าคลุมสีหม่นปกปิดใบหน้าและดวงตา ไม่ใช่เพื่อความลึกลับแต่เพื่อหลบเลี่ยงการเป็น “จุดสนใจ”
เธอเดินเข้าไปในร้านขายของเก่า ร้านที่ทั้งรก สกปรก และอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ฝังแน่น
เอมิลี่วางถุงผ้าลงบนโต๊ะไม้ ถุงที่ภายในบรรจุ ศีรษะมนุษย์ หัวของผู้ถูกตั้งค่าหัวเพื่อแลกกับเงิน
เจ้าของร้านเปิดถุงดูอย่างชินชา
ไม่แสดงความตกใจ
ไม่ถามชื่อ
ไม่ถามที่มา
สำหรับเขา มีแค่หัว มีเงินและจบ
          “ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาค่าหัว” เจ้าของร้านพูดเสียงเรียบ
          “นี่คือกฎของร้านเรา ถ้าไม่เอา…ก็เอาไปขึ้นเงินกับทางการเอง”
          “ตกลง” เอมิลี่ตอบ น้ำเสียงไร้อารมณ์ไม่ต่างกัน
ถุงเงินถูกวางลงบนโต๊ะ มันมีน้ำหนักมากกว่าก้อนหินทับกระดาษเพียงเล็กน้อย ราคาของหนึ่งชีวิตที่ดูไร้ค่าเกินจะกล่าวถึง
 
 

แต่ก่อนที่เอมิลี่จะเอื้อมมือไปหยิบถุงเงิน มีดเล่มหนึ่ง ก็ปักลงบนโต๊ะขวางมือของเธอไว้ เสียงโลหะกระแทกไม้ดังแกรก
นักล่าสองคนก้าวออกมาจากมุมมืด ดวงตาคมกริบ เหมือนสัตว์ล่าเนื้อที่ถูกฝึกมาอย่างดี
          “สวัสดี สาวน้อย” หนึ่งในนั้นพูด พลางพ่นควันยาสูบออกมาช้า ๆ มันลอยไปเกาะผ้าคลุมหน้าของเอมิลี่
          “ปิดหน้าปิดตาซะหมดความงาม บอกหน่อยสิ…เธอซ่อนอะไรไว้ใต้นั้นกันแน่?”
เอมิลี่ไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะหันมามอง เธอหยิบถุงเงินและหันหลังเตรียมจะออกจากร้าน
แต่ทางออก…ถูกปิดไปแล้ว
นักล่าอีกสองคนยืนดักอยู่ ในมือของพวกเขามีใบประกาศจับ
รูปของเธอ
ตัวอักษรชัดเจน
              จับเป็น 500,000
              จับตาย 200,000
และจากสายตาของพวกมันชัดเจนว่า…พวกเขาตามดูเธอมาสักพักแล้ว
ราคานี้สูงพอจะ “เสี่ยง”
 
 

          “นางฟ้าตกสวรรค์… ใช่ไหม?” หนึ่งในนักล่าพูด “ว่าที่หัวหน้าราชองครักษ์คนสวย”
นักล่าสาวหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจ
          “ได้ข่าวว่าเธอฟาดหนุ่ม ๆ ในวังไปกว่าครึ่งเลยไม่ใช่หรือ?”
          “เลือกได้ทุกคนที่อยากได้เลยสินะ”
          “ไม่ ไม่ ไม่…” นักล่าอีกคนส่ายหน้า “อย่าพูดว่าทุกคนสิ มีอยู่คนหนึ่ง…ที่เธอไม่ได้”
          “ใครวะ?”
มันหัวเราะ
          “ราชาราห์ซูร์ไงล่ะ!”
          “กราวด้าคาบไปแดกแล้ว!!!”
เสียงหัวเราะดังลั่น ทั้งจากนักล่าและพ่อค้าที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์
 
 

ฉับ
เอมิลี่ขยับ
มีดสั้นในมือเธอแทงเข้าที่ลำคอของนักล่าคนแรก
ฉัวะ
เธอตวัดมือปาดคออีกคนที่อยู่ใกล้กัน
ปึก
เธอหมุนตัวแทงหัวใจของคนที่อยู่ด้านหลังก่อนจะปล่อยมีดให้ปักอกเขาไว้
คนสุดท้ายยังไม่ทันได้กรีดร้อง เอมิลี่ใช้มือเปล่าหักคอเขา เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียว
 
 

เมื่อความเงียบกลับมา เหลือเพียงศพและเจ้าของร้านที่ยืนตัวสั่น
ดวงตาเบิกกว้าง
ไม่กล้าขยับ
ไม่กล้าหายใจ
เอมิลี่ยืนอยู่ท่ามกลางเลือดผ้าคลุมหน้าเปื้อนสีเข้มแต่ท่าทางของเธอ…สงบนิ่ง
ราวกับนี่ไม่ใช่ครั้งแรกและแน่นอนจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
เอมิลี่มองเจ้าของร้านอยู่อีกครู่ก่อนจะตัดสินใจ
เธอชักดาบและตัดศีรษะเขาอย่างเยือกเย็น
ร่างของพ่อค้าล้มลงโดยไม่มีเสียงร้อง ศีรษะกลิ้งไปหยุดอยู่ข้างเคาน์เตอร์ ดวงตายังเบิกค้าง—ไม่ทันเข้าใจว่าตนตายไปแล้ว
การฆ่าผู้รับซื้อ ไม่ใช่เรื่องปกติของตลาดใต้ดินมันคือ การฝืนกฎ 
ใช่—แม้แต่ใต้ดินก็ยังมีกฎของมัน
 
 

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หายไปในความมืด มันอยู่ในสายตาของ ผู้มีอำนาจ และพวกเขา…ไม่ยอมรับ
ค่าหัวที่วาเลเธียตั้งไว้สำหรับเอมิลี่จากโทษฐานสังหาร “หัวหน้าเงาแห่งวาเลเธีย” เคยสูงอยู่แล้ว
แต่ในวินาทีที่เธอฝ่าฝืนกฎของตลาดมืด มัน พุ่งสูงขึ้นอีก ราวกับได้รับคำบัญชาจากผู้อยู่เบื้องบน
เหล่านักล่าระดมกำลัง พวกมันได้กลิ่นเธอเหมือนหมาป่าได้กลิ่นเลือด
บุก
ไล่
รุก
ตาม
ไม่หยุด
 
 

เอมิลี่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เธอไม่มีที่ไปอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากหนีกลับวาเลเธียแต่เธอ ไปไม่ได้
ราวกับอัลเทรนน์ทั้งอาณาจักรปิดล้อมเธอไว้และมีคำสั่งเพียงหนึ่งเดียว—
เธอต้องตายที่นี่
ตลาดใต้ดินไม่เหมือนกองทหารที่มีเกียรติของวาเลเธีย
พวกมันโหด
พวกมันสกปรก
และพวกมันไม่เลือกวิธี
แม้แต่ผู้ที่ถูกตั้งค่าหัวก็ยังสามารถล่าค่าหัวของคนอื่นได้เช่นกัน
 
 

แม้เอมิลี่จะเก่งเพียงใดเธอก็รับมือกับการถูกตามล่าอย่างต่อเนื่องไม่ไหว
พวกมันมาไม่หยุด
เธอสู้
เธอหนี
และในที่สุด…เธอก็ล้มลง
ในป่าแห่งหนึ่งนอกเมือง ป่าเซราฟิน
ป่าโบราณที่ยามค่ำคืนจะเรืองแสงงดงาม ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าเลือดมนุษย์จะควรแปดเปื้อน
 
 

เอมิลี่ล้มลงบนผืนดิน ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล พิษไหลเวียนในเลือดจนมันกลายเป็นสีดำ
เธอไม่ลุกขึ้นอีก เธอยอมรับจุดจบของชีวิต ยอมรับการตายอย่างไร้ดินกลบหน้า อย่างโดดเดี่ยว
ร่างของเธอ…อาจถูกนักล่าคนใดคนหนึ่งพบเข้าตัดศีรษะไปขึ้นเงิน
ไร้เกียรติ
ไร้ศักดิ์ศรี
หัวของเธออาจถูกนำกลับไปยังวาเลเธียและวางลงตรงหน้าราชาและราชินีองค์ใหม่
น้ำตาไหลออกมาเมื่อเธอคิดถึงภาพนั้นและชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว—
กราวด้า
ความแค้นที่ยังไม่ถูกชำระ
แต่เธอแพ้แล้วจริง ๆ
 
 

เหล่านักล่าบุกตาม บุกค้น กระจายกำลัง เดินแถวหน้ากระดานผ่านผืนป่าแต่ไม่พบเธอ
ไม่เจอ
ไม่เฉียด
ไม่แม้แต่ร่องรอย
ราวกับเอมิลี่…ถูกทำให้ หายไป ถูกนำออกจากโลกนี้โดยบางสิ่ง
 
 

ในขณะที่เธอนอนรอลมหายใจสุดท้าย เสียงหนึ่งดังขึ้น
เสียงนั้นเข้มข้นหนักหน่วง กึกก้องอยู่ในหัวจนเหมือนสมองจะแตกออก
ไม่ใช่เสียงมนุษย์
ไม่ใช่เสียงเวท
แต่มันคือเสียงของ
ผืนดิน
“เอมิลี่…ดาวหายนะแห่งมวลมนุษย์เหตุใดเจ้า…จึงไม่ทำหน้าที่ของเจ้า”
 
มันเกินกว่าที่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจะเข้าใจ 
เสียงนั้นคืออะไร?
เหตุใดจึงกล่าวหาเธอเช่นนั้น
แต่ก่อนที่เอมิลี่จะทันได้ตั้งคำถาม ร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นจากผืนดิน
พลังบางอย่างโอบอุ้ม
รักษา
ฟื้นฟู
บาดแผลหายไป
พิษถูกชำระ
ลมหายใจกลับมาเป็นจังหวะปกติ
และเมื่อเธอลืมตาขึ้น—ผู้ที่ลอยอยู่เหนือเธอ
ไม่ใช่รูปปั้น
ไม่ใช่ภาพในวัง
ไม่ใช่เทพในความทรงจำของเด็กกำพร้า 
แต่คือ…
เทพปฐพี…ตัวจริง
 
 

แล้วทำไม…ทำไมท่านจึงกล่าวหาว่าเธอคือ 
ดาวหายนะแห่งมวลมนุษย์
เอมิลี่มองเทพปฐพีแล้วมองตัวเอง
          “ฉัน…ตายแล้วหรือ?”
เธอเอ่ยเสียงสั่น
          “ท่านเทพปฐพี… ฉันขึ้นสวรรค์งั้นหรือ? เป็นไปได้อย่างไร…”
เธอไม่เข้าใจและไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เห็น
 
“ไม่ เอมิลี่”
เสียงของเทพปฐพีกึกก้องในหัว ร่างของเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย
 
“เจ้ายังไม่ตาย”“และเจ้า…จะต้องไม่ตาย”
 

เอมิลี่ก้มหน้า หัวใจหนักอึ้งด้วยความผิด
          “ท่านเทพปฐพี…ฉันไม่สมควรได้รับการช่วยเหลือ”
          “ฉันควรตกนรก หรือกลายเป็นปีศาจมากกว่า”
เธอพูดออกมาจากความเกรงกลัว เพราะต่อหน้าเทพเจ้าเธอไม่กล้าโกหก
เธอทำผิดไว้มากเกินไป
แต่ในความเงียบงันนั้นมีเพียงฝ่ายเดียวที่ ไม่พูดความจริง
เทพปฐพี…
เลือกพูดในสิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น
“เพราะมีผู้ทำลายกฎของเวลา”
“มีผู้เปลี่ยนแปลงเส้นทางของมัน”
“และเอมิลี่… หน้าที่ของเจ้ายังไม่จบ”
 
 

“ผะ…ผู้ทำลายเวลา?”
เอมิลี่เงยหน้าขึ้นทันที
“กราวด้า!!!” ความแค้นพุ่งขึ้นโดยไม่ต้องคิด
“กราวด้าใช่ไหม?”
“เธอเก่งเกินไป!  เธอโกงเกินไป!   เธอรู้ทุกอย่าง!!”
ชื่อของกราวด้า คือเปลวไฟที่ยังไม่เคยมอดในใจเธอ
 
“ไม่ใช่กราวด้า”
 
เสียงเทพปฐพีเรียบเย็น
 
“แต่คือ ราห์ซูร์”
 
“ราชาองค์ปัจจุบัน”
 
“เขาข้ามเวลาจากอนาคต”
 
“กลับมาที่นี่… เพราะเจ้า”
 
 

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางหัวใจ ภาพทุกอย่างเชื่อมต่อกันทันที
บรรณารักษ์ขี้อาย ชายหนุ่มเงียบขรึม กลายเป็นคนที่เก่งผิดมนุษย์และติดตามตามเธออย่างไม่ยอมแพ้
เขากลับมาเพราะ เธอ
เอมิลี่สลดลง หัวใจบีบรัด เธอเสียใจ ที่เขาพยายามเพื่อเธอมาตลอดและเธอ…เป็นคนทำลายมันเอง
 
 

          “แล้ว…ท่านต้องการอะไรจากฉัน”
เสียงเธอแผ่วลง
          “ฉันทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันไร้ค่า”
เธอก้มหน้ามองพื้นยอมรับความพ่ายแพ้
          “และต่อให้ท่านจะทำลายเขา ฉันก็จะขัดขวางท่าน”
 
“ไม่”
 
“เขาไม่จำเป็นต้องถูกทำลาย”
 
“หากเจ้าทำงานของเจ้าสำเร็จ…”
 
“ข้าจะมอบเขาให้เจ้าเป็นผู้ดูแลเขา”
 
 

หัวใจของเอมิลี่เต้นแรง แรงจนแทบเจ็บ เธอไม่คิดว่าจะยังมี “โอกาส” เหลืออยู่
ไม่คิดว่าเทพปฐพี…จะเป็นของจริง และไม่คิดว่าเทพ จะยอมต่อรอง
ร่างกายของเธอปฏิเสธ ใบหน้าสั่นเล็กน้อย
เธอมองเทพเบื้องหน้าราวกับกำลังมองปีศาจหรือมารที่ปลอมตัวมา
          “มะ…ไม่จริง…”
          “ท่านกำลังหลอกฉันใช่ไหม?”
          “ฉันกำลังจะตาย นี่เป็นแค่ภาพในหัวฉัน”
          “เทพปฐพีที่ฉันรู้จัก สูงส่งเกินกว่าจะเสนอเงื่อนไข และไม่ควรเรียกร้องสิ่งใดตอบแทน…”
เธอยึดติดกับภาพจำของเทพผู้ปกป้องมวลมนุษย์ โดยไม่หวังผล
 
“เอมิลี่…”
 
“ภารกิจที่ข้าขอให้เจ้าทำ”
 
“คือสิ่งที่เจ้าปรารถนาที่สุด”
 
“นี่คือโอกาสของเจ้า”
 
 

เทพปฐพียังคงลอยอยู่ เปล่งแสงเรืองรองและรออย่างใจเย็นราวกับเขาสามารถรอเธอได้จนสิ้นอายุขัย
          “สิ่งที่ฉัน…ปรารถนาที่สุด?”
เอมิลี่พึมพำ
เธอไม่เชื่อว่าเทพจะยอมรับความดำมืดในใจของเธอได้
แต่เทพ…ไม่รอให้เธอพูด
เมื่อเขาสัมผัสได้ถึง
ความต้องการ
ความเกลียดชัง
และความมืดดำที่ซ่อนลึกที่สุดในหัวใจมนุษย์
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
ชัดเจน
ไม่ลังเล
          “กราวด้า…ต้องตาย”
แค่นั้น…ก็เพียงพอแล้ว การสละทุกสิ่งเพื่อฆ่า กราวด้า และได้ ราห์ซูร์ คืนมาไม่มีสิ่งใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว
ร่างของเอมิลี่สั่นสะท้าน เธอยิ้ม…รอยยิ้มของคนที่ไม่เหลือสิ่งใดต้องเสีย น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวหัวเราะไม่หยุดราวกับจิตใจแตกสลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
          “ไม่ว่าท่านจะเป็นปีศาจ เป็นผี หรืออะไรก็แล้วแต่…”
เธอเงยหน้าขึ้นดวงตาเปล่งประกายคลุ้มคลั่ง
          “ฉันยอมรับข้อเสนอนั่น”
 
 

 
“ข้าจะมอบพลังให้เจ้า”
“แต่มันต้องแลกมาด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุด”
 
          “อะไรอีกล่ะ…”
เอมิลี่หัวเราะเบา ๆ
          “ฉันต้องเสียอะไรอีก ต้องทำยังไงบอกมาให้หมด”
 
“เจ้าต้องทำลายอารยธรรมของมนุษยชาติให้สิ้นซาก”
“เจ้าจะยินดีรับเงื่อนไขนั้นหรือไม่”
 
เอมิลี่ค้างไปเพียงหนึ่งลมหายใจแล้วเธอก็ยิ้ม…รอยยิ้มเดิม
          “ทำลายไอ้พวกหนอนพวกนั้นงั้นหรือ?”
          “นั่นแหละ…ของขวัญที่ดีที่สุด ที่ท่านประทานให้ฉัน”
เธอกางแขนออกเสียงสั่นด้วยความยินดีบิดเบี้ยว
          “ฉันจะทำลายทุกอย่าง”
          “ไอ้พวกมนุษย์—”
          “มอร์ดานิส อัลเทรนน์ และวาเลเธีย”
          “ทำลายให้หมด!!!”
 
 

 
“ดี”
 
เทพปฐพียกมือขึ้น ลูกบอลแสงสีทองก่อกำเนิดจากความว่างเปล่า ลอยช้า ๆ อย่างสง่างาม
มันเคลื่อนเข้าหาเอมิลี่และซึมเข้าสู่กลางอกของเธอ
ร่างของเธอเรืองรองราวกับถูกหลอมใหม่
ไม่ใช่มนุษย์
ไม่ใช่เทพ
แต่เป็น ภาชนะ
 
“นับจากนี้”
“พลังของเจ้าจะเทียบเท่าข้า”
“ร่างของเจ้าจะไม่ผุสลาย”
“และเจ้าจะเป็นตัวแทนของข้า”
“ในการนำทัพ…เพื่อเปลี่ยนแปลงยุคสมัย”
 
 

เอมิลี่รู้สึกถึงพลังที่พุ่งทะลุขีดจำกัดของจินตนาการ ดวงจิตของเธอรับรู้ถึงการผูกโยง
ไม่ใช่ พันธะสัญญาแห่งราชา
แต่นี่คือ พันธะสัญญาแห่งเทพ
ไม่ใช่เวท
ไม่ใช่คาถา
แต่คืออำนาจบริสุทธิ์ของเทพเจ้า
เธอคือ โล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันแตกสลาย ของเทพปฐพี
 
 

เบื้องหน้าเทพปฐพี ไข่สามใบปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
          ใบแรก — ไทฟอน
          ใบที่สอง — ลาดอน
          ใบที่สาม — ไฮดรา
ทั้งสามยังไม่ฟัก ยังไม่ตื่น เพียงรอเวลา
 
“มีเพียงเทพศาสตราวุธเท่านั้น”
“ที่จะกะเทาะเปลือกไข่ทั้งสามได้”
“และเมื่อพวกมันตื่นขึ้น…”
“ยุคสมัยของมนุษย์จะจบลง”
 
เอมิลี่มองไข่เหล่านั้นราวกับของล้ำค่า ราวกับอนาคตที่เธอเฝ้ารอ
          “งั้น…”
เสียงเธอแผ่วแต่มั่นคง
          “บอกฉันที ฉันต้องทำอะไรต่อไป…”
ใบหน้าของเทพปฐพียิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
รอยยิ้มของเทพผู้โอบอ้อมอารีและเมตตา…ในแบบของเขา
และทุกอย่างก็ตัดไป
 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา