ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,467 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

64) งานบรมราชาภิเษกและผู้คัดค้าน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
เมืองวาเลเธียได้เริ่มการก่อสร้าง อนุสาวรีย์กษัตริย์ดัลเทรนน์ ขึ้นกลางลานเมือง
ช่างฝีมือ วิศวกรก่อสร้าง และนักแกะสลัก ทำงานกันอย่างแข็งขัน หลังพิธีศพอันยิ่งใหญ่ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว
ราห์ซูร์เดินตรวจดูงานก่อสร้างอย่างเงียบงัน สายตามองรูปปั้นหินที่กำลังถูกช่างแกะอย่างขะมักเขม้น เขานึกถึง ตาแก่คริต นักเป่าขลุ่ย ชายชราที่แท้จริงคือกษัตริย์ดัลเทรนน์ผู้มักปลอมตัวมายืนเป่าขลุ่ยเปิดหมวกที่ตลาด
ต่อจากนี้ ประชาชนคงไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่า ชายชราผู้นั้น… จะไม่มาอีกแล้ว
ราห์ซูร์เดินต่อไปโดยมีเอมิลี่เดินตามหลังไม่เคยห่าง ไม่ใช่ท่าทางของคนที่ห่วงใย แต่คล้ายผู้คุมที่ต้องจับตาดูนักโทษมากกว่า
เขามุ่งหน้าไปยัง บ้านเด็กกำพร้า สถานที่ซึ่งถูกทำลายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ราห์ซูร์ยืนมองซากอาคารอย่างอาลัยก่อนจะก้าวเข้าไปในบ้านเก่าที่เคยเป็นทั้งบ้านของเขาและของเอมิลี่เช่นกัน
 
 

เอลิซ พี่เลี้ยงเด็กประจำบ้านเด็กกำพร้ากำลังเก็บเศษซากอาคารด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เมื่อเห็นราห์ซูร์และเอมิลี่เดินเข้ามาเธอก็รีบตรงเข้ามาทัก
          “สวัสดี… ราห์ซูร์!!! ดีใจที่เห็นพวกเธอ…อ๊ะ… พะ…พะยะค่ะ…”
เธอชะงักถอนสายบัวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไม่แน่ใจว่าควรเรียกเขาอย่างไร เมื่อรู้ดีว่าอีกไม่กี่วันเด็กกำพร้าคนนี้จะขึ้นเป็นราชา
          “ไม่เอานะพี่เอลิซ ผมคือราห์ซูร์ คือราส เด็กกำพร้าของที่นี่เสมอ อย่าทำแบบนั้นเลย”
ราห์ซูร์พูดด้วยรอยยิ้มเศร้า
          “สวัสดีค่ะ พี่เอลิซ”
เอมิลี่ทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบ
เอลิซพยักหน้า ก่อนจะรายงานอย่างระมัดระวัง
          “เด็ก ๆ ปลอดภัยดี แต่ถูกย้ายไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าเขตนอกเมืองชั่วคราว เวลอนกับโรมันไปดูแลอยู่ที่นั่นวันนี้ฉันแค่มาสำรวจของที่ยังพอใช้ได้เพื่อนำกลับไป”
เธอมองหน้าทั้งสองก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงแผ่วลง
          “เสียใจด้วยนะ… ราส เรื่องกราวด้า…”
ราห์ซูร์ยิ้มเศร้าเขาพยายามจะพูดคำว่า ไม่เป็นไร แต่… ไม่มีเสียงใดออกมาจากลำคอเขาพูดไม่ออก
ความเงียบอันอึดอัดปกคลุมทุกคนแม้แต่เอมิลี่ก็หลบสายตาลง
จนเอลิซสังเกตเห็นตุ๊กตาขี้ผึ้งรูปกราวด้าตัวเล็กที่ราห์ซูร์อุ้มติดตัวมา
          “นั่น… กราวด้าตัวเล็กหรือ? น่ารักจังเลย ดูสิ… เธอกำลังยิ้มอยู่”
เอลิซพูดขึ้น พยายามเปลี่ยนเรื่องสนทนา
ราห์ซูร์ก้มมองตุ๊กตา ยกมันขึ้นมาประคองไว้ในมือ เขามองหา… สัญญาณบางอย่าง มองอย่างคาดหวังราวกับอยากให้มันขยับ
แต่ไม่—มันยังคงนิ่งและยิ้มอย่างเดิม
          “ไม่ทันสังเกตเลย ว่าช่างปั้นจะทำให้กราวด้ายิ้ม…”
          “มันคือสิ่งที่ทำให้ผมยังคงมีสติอยู่ได้ในตอนนี้ ผมต้องการมันจริงๆ” 
หลังจากการทักทายสิ้นสุดลง ที่นี่ไม่เหลือสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว มีเพียงซากปรักที่ต้องถูกรื้อถอนเพื่อสร้างขึ้นใหม่
ราห์ซูร์เดินกลับวังด้วยหัวใจที่มืดหม่น ก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน
เขาเดินมาถึงหน้าห้องนอนของตน เปิดประตูด้วยท่าทางอ่อนล้า แต่ก่อนจะก้าวเข้าไป เอมิลี่ที่เดินตามหลังมาไม่เคยห่าง ก็เอ่ยขึ้น
          “ราห์ซูร์…นายต้องการให้ฉันเข้าไปดูแลไหม?”
น้ำเสียงของเธอจริงจัง ไม่เขิน ไม่อาย เพราะเธอหวังเช่นนั้นจริง ๆ
ราห์ซูร์มองหน้าเอมิลี่เพียงชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
          “วันนี้ฉันขอพื้นที่ส่วนตัวก่อนนะ เอมิลี่ ขอโทษ…”
คำพูดนั้นแผ่วเศร้าราวกับใช้แรงใจทั้งหมดที่เหลืออยู่
เอมิลี่ยิ้มอย่างเข้าใจ ไม่ตื้อ ไม่ซักถาม
          “ไม่เป็นไร ราห์ซูร์ ฉันจะกลับห้องแล้วนะพรุ่งนี้ฉันจะมารอนายที่ประตูนี้เหมือนเดิม”
เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก
 
 

ราห์ซูร์เดินเข้าห้อง ล้มตัวลงบนเตียงกอดตุ๊กตาขี้ผึ้งแน่นและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อายใคร
เขาร้องไห้… ทุกคืน
พูดกับมัน
วิงวอน
สวดอ้อนวอน
สารภาพทุกสิ่งที่ไม่เคยพูดกับใคร
ขอปาฏิหาริย์ 
ขอให้เธอกลับมา
แต่ไม่มีปาฏิหาริย์
ไม่มีกราวด้า
ตุ๊กตาไม่เคยตอบสนอง
คืนแล้วคืนเล่า เป็นเช่นนั้น จนกระทั่ง—
วันบรมราชาภิเษก วันที่สำคัญที่สุดของยุคสมัย
 
 

เจ้าชายอัซราม อัลมาดิน แห่งอาณาจักรมอร์ดานิส เดินทางมาถึงในฐานะตัวแทนตั้งแต่วันก่อนหน้าแล้ว
ลูเซียส คาลเดียร์ และเซเรน่า ไนท์วินด์ ตัวแทนจากอาณาจักรอัลเทรนน์ ก็เช่นเดียวกัน
ทุกคนเดินทางมาเพื่อเตรียมพร้อมและเพื่อแสดงความยินดีต่อราชาองค์ใหม่ ผู้กำราบและทำลายความมืดจนสิ้นซาก
 
 

พระราชวังไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับแขกผู้มาร่วมพิธีจำนวนมาก
ลานวังชั้นนอกซึ่งเคยเป็นสนามซ้อมและค่ายทหารถูกปรับพื้นที่ใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับพิธีอันยิ่งใหญ่
บัลลังก์ถูกสร้างขึ้นยกสูงในระดับสายตาเพื่อให้ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ฉัตร
เครื่องประดับ
และเครื่องบวงสรวงตามความเชื่อ
ถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วน
พื้นลานพิธีถูกปูด้วยหินตัดสีขาวสะอาด ผ้าสีงดงามถูกเย็บและประดับอย่างประณีต ดอกไม้ถูกจัดวางตามจุดต่าง ๆ อย่างลงตัว
ทุกอย่างพร้อมสำหรับวันนี้ แขกผู้มีเกียรติและชาวเมืองเดินเข้าสู่พื้นที่พิธีตามจุดที่กำหนดไว้อย่างเป็นระเบียบ
 
 

ราห์ซูร์อยู่ในห้องแต่งตัวพร้อมเหล่าช่างแต่งหน้าและทำผม
พวกเขาตรวจแล้ว ตรวจอีกเพื่อให้ชุดและพระพักตร์ของราชาดูสมบูรณ์แบบที่สุดก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น
แม้กระนั้น ราห์ซูร์ก็ยังแอบเหน็บเจ้าหุ่นใว้ข้างตัวในเสื้อของตัวเองราวกับว่ารเขาต้องการให้มันอยู่ด้วยตลอดพิธีงาน
ด้านนอก ไซรัส อัลเดรน รักษาการและว่าที่ราชครูกำลังตรวจสอบกำหนดการทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย
 
 

ก่อนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ลานพิธีชั้นนอกของพระราชวังแน่นขนัดไปด้วยผู้คน
ประชาชนจากทั่ววาเลเธีย
ขุนนาง
ทูตจากต่างอาณาจักร
และแขกผู้มีเกียรติยืนเรียงรายจนเต็มทุกพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้
เสียงพูดคุยค่อย ๆ แผ่วลงเมื่อแตรพิธีดังขึ้นยาวประกาศการเริ่มต้นของพิธีอันศักดิ์สิทธิ์
 
 

ไซรัส อัลเดรน ในชุดราชครูสีขาวขลิบทองก้าวออกมายืนกลางลานพิธี
เธอเงยหน้าขึ้นสายตากวาดมองผู้คนก่อนเอ่ยประกาศด้วยเสียงชัดเจน มั่นคง
“วันนี้ วาเลเธียจะเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ ด้วยการสถาปนาราชาองค์ใหม่ ผู้ยืนหยัดต่อกรกับความมืดและนำอาณาจักรกลับคืนสู่แสงสว่าง”
เสียงผู้คนเงียบสนิทแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดพัด
 
 

เมื่อสัญญาณพิธีดังขึ้นอีกครั้ง ราห์ซูร์ก้าวออกมาสู่ลานพิธี
เขาสวมฉลองพระองค์สีขาวสะอาด เดินอย่างมั่นคง แม้แววตาจะนิ่งและลึกเกินวัย
ไซรัสรับ มงกุฎแห่งวาเลเธีย จากแท่นบูชายกขึ้นด้วยสองมือ
เธอหยุดชั่วครู่ราวกับชั่งน้ำหนักของชะตากรรมทั้งหมดก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขา
มงกุฎถูกวางลงบนศีรษะของราห์ซูร์อย่างช้า ๆ
ในวินาทีนั้นเสียงโห่ร้องของประชาชนดังกึกก้องไปทั่วลานพิธี
 
 

ราห์ซูร์ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์และทรุดตัวนั่งลงอย่างสง่างาม
ตั้งแต่วินาทีนั้น—เขาไม่ใช่เจ้าชายอีกต่อไป
ราชาแห่งวาเลเธียได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
ไซรัสคุกเข่าลงเบื้องหน้าก่อนเอ่ยถวายพระพร
ราห์ซูร์ลุกขึ้นเล็กน้อยแล้วตรัสแต่งตั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
          “ไซรัส อัลเดรน ข้าขอแต่งตั้งเจ้า ให้ดำรงตำแหน่ง ‘ราชครูแห่งวาเลเธีย’”
ไซรัสก้มศีรษะรับคำ เสียงตอบรับหนักแน่น
          “ข้าขอถวายชีวิตและปัญญาเพื่อราชาและอาณาจักร”
 
 

ต่อจากนั้นชายร่างสูงในชุดแม่ทัพก้าวออกมาคุกเข่า
          “เซราด นอร์แฮม”
ราห์ซูร์ตรัสอย่างชัดเจน
          “ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งวาเลเธียผู้คุ้มครองแผ่นดินและนำกองทัพด้วยเกียรติยศ”
เซราดโค้งคำนับลึกกำหมัดแน่นแนบอก

หญิงแกร่งอีกคนก้าวออกมา สายตาคมกริบ ท่าทางสุขุม
          “เรน แซมมวล”
          “ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นรองแม่ทัพและผู้บัญชาการกองพลธนูจงเป็นดวงตาและแขนยาวของอาณาจักร”
เรนคุกเข่ารับตำแหน่งด้วยความเคารพสูงสุด

สุดท้าย จอมเวทในชุดคลุมสีเข้มก้าวออกมาอย่างเงียบงัน
          “ราฟา วอร์เรน”
ราห์ซูร์มองตรงไปก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
          “ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นจอมปราชญ์พลังเวทแห่งวาเลเธีย จงปกป้องความรู้ และป้องกันอาณาจักรจากภัยที่มองไม่เห็น”
ราฟาคุกเข่าก้มศีรษะต่ำยอมรับพระบัญชา
 
 

เมื่อการแต่งตั้งสิ้นสุดลงเสียงโห่ร้องของผู้คนดังขึ้นอีกครั้งก้องไปทั่วลานพิธี
แต่บนบัลลังก์ราชาองค์ใหม่กลับนั่งนิ่ง ในสายตาของเขาไม่มีความยินดีมีเพียงหน้าที่ และแล้วก็มาถึงพิธีสุดท้ายของวันนี้ พิธีที่สำคัญที่สุด—
การแต่งตั้งราชองครักษ์และพิธีผูกวิญญาณ “พันธะสัญญาแห่งราชา”
พิธีที่จะสร้าง โล่ที่ไม่มีวันแตก เพื่อคุ้มครองราชาแห่งวาเลเธีย ตราบจนลมหายใจสุดท้าย
เอมิลี่ก้าวออกมายืนตรงหน้าบัลลังก์ ในชุดราชองครักษ์เต็มยศ เธอถือ ดาบหยกแห่งราชา ด้วยสองมือยกขึ้นอย่างเคารพ
เธอเดินตรงไปหาราห์ซูร์ก่อนจะยื่นดาบให้เขาผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
ราห์ซูร์ลังเลอยู่ชั่วครู่ นาน และนานเกินพอดี 
วินาทีนั้น 
หัวใจของไซรัสแทบหยุดเต้น
ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือและหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมา
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน
          “เอมิลี่… พร้อมไหม?”
คำถามนั้น ไม่ได้ถามเธอเพียงคนเดียวแต่เหมือนถามตัวเขาเอง ว่าเขาพร้อมรับพันธะนี้จริงหรือไม่
เอมิลี่ยิ้ม แววตาเปล่งประกายราวกับคนที่ถูกเลือกแล้ว
          “พร้อมที่สุด…ราชาของฉัน”
เมื่อราห์ซูร์พยักหน้า เป็นสัญญาณให้ราชครูไซรัส
ไซรัสยกไม้เท้าขึ้นเริ่มร่ายเวท พันธะสัญญาแห่งราชา ต่อหน้าธารกำนัล ต่อหน้าผู้คนทั้งแผ่นดิน
วงเวทสีทองเรืองรอง ปรากฏขึ้นใต้เท้าของราห์ซูร์และเอมิลี่ แสงนั้นอบอุ่น ศักดิ์สิทธิ์และหนักแน่น
ราห์ซูร์ใช้มือลูบไปตามคมดาบ
ใบมีดบาดผิว
เกิดรอยแผล
โลหิตไหลอาบดาบหยกและซึมเข้าสู่เนื้อดาบ
ราวกับมันรับรู้ราวกับถูก “ตั้งรหัส”
ดาบเรืองแสงสีเขียวมรกตขึ้นทันที
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากแขกนับพัน
ไซรัสกล่าวกำชับขั้นตอนสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
          “ต่อไป องค์ราชาต้องประทับพระโลหิต ลงบนหน้าผากของเอมิลี่ จึงจะถือว่าพิธีเสร็จสมบูรณ์พะยะค่ะ”
ราห์ซูร์ใช้นิ้วโป้งป้ายเลือดของตนเอง เขามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปยังหน้าผากของเอมิลี่
ก่อนที่นิ้วและโลหิต
จะสัมผัสผิวของเธอ
ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น—

แม้ท้องฟ้าจะสดใสแต่แล้ว…
ความมืดจากฟากฟ้า พุ่งลงมาเป็นเส้นเดียว!!!
มันกระแทกพื้นลานพิธีตรงหน้าพระที่นั่งเสียงดังสนั่นจนพื้นหินสั่นสะเทือน
เมฆดำเริ่มก่อตัวแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว
ไม่มีข้อกังขาใดเหลืออยู่—
ความมืดยังไม่สิ้นสลาย
มันเลือกวันบรมราชาภิเษกและตั้งใจ
หักหน้าราชาองค์ใหม่
ต่อหน้าทั้งแผ่นดิน
แม่ทัพทุกคนพุ่งเข้ามาขวาง 
ระหว่างราห์ซูร์กับกลุ่มควันดำ
ทหารชักดาบพร้อมกัน
จอมเวทตั้งท่าร่ายมนตร์
ประชาชนแตกตื่นเสียงอุทานดังระงม แต่ยังไม่ถึงขั้นโกลาหล
ราห์ซูร์หยุดชะงัก
เขายังไม่ประทับโลหิตให้เอมิลี่
เขาหยุด
ราวกับ…
กำลังรอให้ใครบางคน
มาขัดจังหวะพิธีนี้
 
เมื่อกลุ่มควันดำค่อย ๆ จางหาย ร่างของหญิงผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น หญิงที่แทบทุกคนในลานพิธีรู้จักเธอดี—
กราวด้า
แต่ไม่ใช่ราชครูผู้สูงศักดิ์ในชุดขาวขลิบทองอย่างที่เคยเป็น
บัดนี้เธอสวมชุดสีดำม่วง ไอความมืดหมุนวนรอบกาย ท้องฟ้าเหนือพระราชวังมืดครึ้ม เมฆดำก่อตัวหนาทึบ
อำนาจของเธอแผ่ซ่านกดทับทุกสิ่งรอบตัวราวกับเทพแห่งหายนะที่สามารถควบคุมโลกตรงหน้าได้เพียงปลายนิ้ว
ผู้ที่เคยรู้จักเธอ
ผู้ที่เคยใกล้ชิด
ต่างตกตะลึง
สับสน และไม่อาจเชื่อสายตา
ผู้ที่เคยเป็นแสงแห่งอาณาจักร ผู้นำแห่งยุคสมัยกลับกลายเป็น ผู้นำแห่งความมืด
ความสิ้นหวังแผ่ซ่าน คนนับพันเริ่มแตกตื่น ผลักดันกันเพื่อหาทางออกจากลานพิธี
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น—
มีเพียงคนเดียวที่สวนกระแสฝูงชน
ราห์ซูร์
เขาเดินเข้าไปหาเธอราวกับตรงหน้าไม่ใช่จักรพรรดินีแห่งความมืดแต่คือกราวด้าคนเดิม คนที่เขารู้จักคนที่เขาคิดถึงและคนที่เขาเชื่อว่า… จากไปแล้ว
กราวด้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายเกินคาด
 
          “ขอค้าน”
 
คำพูดสั้น ๆ กลับทำให้บรรยากาศที่ปั่นป่วนสงบลงเล็กน้อย
เพราะความมืดที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ได้คลุ้มคลั่ง ไม่ได้ไล่ฆ่าอย่างที่ใคร ๆ หวาดกลัว
กราวด้าหันสายตาไปทางไซรัส ราชครูคนใหม่ ผู้เคยเป็นศิษย์คนเก่งของเธอ
ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ ยิ้มที่ไซรัสไม่เคยเห็นในชั้นเรียน
          “ไซรัส…ในพิธีบรมราชาภิเษก เจ้ายังไม่ได้ถามเลยใช่ไหมว่ามีใครคัดค้านหรือไม่”
ไซรัสถึงกับเหงื่อตกราวกับครูกำลังถามการบ้านที่เธอลืมทำ
          “…ไม่…ค่ะ”
เธอตอบอย่างจำใจแต่ยังคงมีคำลงท้ายตามนิสัยเดิมที่เคยมีต่อกราวด้า
ราห์ซูร์ก้าวลงจากแท่นบัลลังก์ เดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น
          “กราวด้า…เธอยังไม่ตาย!! ทำไม…ทำไมถึงกลับมา”
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปได้อีก ควันดำ ห้าเส้น พุ่งลงมาจากท้องฟ้า ล้อมรอบกราวด้าไว้ ราวกำแพงที่ไม่มีใครฝ่าผ่านได้
ผู้ที่ปรากฏตัวออกมาจากควันนั้นคือ—
          เม็ตช์
          เกอร์
          ริชชี่
          บัฟ
          และ แซร์ค
หนึ่งแม่ทัพ สี่ขุนพลแห่งความมืด ยืนเรียงรายปกป้องจักรพรรดินีของพวกเขา
ภาพตรงหน้าทำให้ลานพิธีแตกตื่นยิ่งกว่าเดิม ทหารวาเลเธียหลายคนกำดาบแน่นด้วยความตึงเครียด
เซราด
เรน
ราฟา
และเอมิลี่
รีบวิ่งเข้ามายืนข้างราห์ซูร์คุ้มกันเขาอย่างแน่นหนา
สองฝ่ายยืนประจันหน้าคุมเชิงกันอย่างตึงเครียดท่ามกลางสักขีพยานนับพันที่ไม่กล้าหายใจดัง
ราห์ซูร์เงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยเสียงหนักแน่น
          “ถอยออกไปก่อน… ได้โปรด”
เขาสั่งให้ทหารวาเลเธียถอยก่อนจะฝาก ดาบหยกแห่งราชา ไว้ในมือของเอมิลี่
จากนั้นเขาก้าวเดินเข้าไปหากลุ่มความมืด โดยไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
แขกและประชาชนต่างจับจ้อง สายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น
เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างรับรู้ได้—นี่ไม่ใช่การรุกราน แต่มันคือ
การเผชิญหน้าของชะตากรรม
          “แซร์ค!!! นายยังไม่ตาย!”
เสียงอุทานดังขึ้นจากราห์ซูร์
แซร์คยิ้มกว้าง โบกมือทักทายราวกับเพิ่งออกไปซื้อของที่ตลาด แล้วเดินกลับมาเฉย ๆ
แต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูดอะไรกราวด้าก็เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเฉียบ
          “แซร์ค!!”
แซร์คหยุดทันที นิ่ง ยังยิ้มอยู่ แต่ไม่พูดอะไรอีกเลย
ราห์ซูร์ยกมือขึ้น ตวัดเพียงครั้งเดียว
คริสตัลใส ห้าแท่ง ผุดขึ้นจากพื้นห่อหุ้มแม่ทัพและขุนพลแห่งความมืดทุกคนไว้ภายใน
เหลือเพียง กราวด้า ที่เขาต้องการพูดด้วย
แซร์คยกมือขึ้นเคาะคริสตัลที่ขังตนเองไว้เบา ๆ เพื่อทดสอบ
          “โอ้ว!! สมเป็นเพื่อนเลวสิบกะโหลกจริง ๆ”
สุดท้าย… เขาก็ยังบ่นอยู่ดี
ภาพตรงหน้าทำให้แขกนับพัน เริ่มเบาใจลง
ราชาองค์ใหม่ ไม่เกรงกลัวความมืด เขาเผชิญหน้าและควบคุมสถานการณ์ได้
ราห์ซูร์ก้าวเข้าไปใกล้กราวด้า
ไม่ลังเล
ไม่หวาดหวั่น
ไม่สนว่าเธอจะเป็นอะไรในตอนนี้
ชาววาเลเธียทุกคนรู้จักพวกเขารู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดี
วันที่กราวด้าได้รับแต่งตั้งเป็นราชครู คือวันเดียวกับที่ราห์ซูร์ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าชาย พวกเขาจูงมือกันก้าวเข้าไปรายงานตัวต่อราชาดัลเทรนน์
สง่างามราวเทพบุตรและเทพธิดาและในวินาทีนี้ผู้คนยังคงเห็นภาพนั้น ยังคงหวังให้มันกลับมาเป็นจริง
แม้กราวด้าจะสวมชุดสีดำมืดแต่ความสง่างามของเธอยังยิ่งใหญ่เกินจะบรรยาย
          “กราวด้า…ฉันดีใจที่สุดที่เธอยังมีชีวิตและที่เธอกลับมาหาฉัน”
ราห์ซูร์ก้าวเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนกราวด้าเริ่มลังเล เริ่มถอยใบหน้าแดงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
          “ไม่…ไม่ซะหน่อย! ฉะ…ฉัน…ไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาหานายนะ! แล้วนี่…นายควรจะกลัวฉันสิ ตาทึ่ม!!หยุด…หยุดตรงนั้นเลย!!”
ราห์ซูร์หยุดทันทีที่เธอสั่ง
ในหัวเขาว่างเปล่าไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอเข้าใจ
ส่วนกราวด้า—ก็เริ่มหลุดภาพจักรพรรดินีแห่งความมืดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอกับความซื่อบื้อของเขา
เสียงกระซิบทางจิตดังขึ้นจากคริสตัล
เกอร์: “โห้ย…แค่เริ่มต้นก็พังยับแล้วแบบนี้ไม่น่ารอดฉันพนันว่า… ได้กัน!”
แซร์ค: “ไม่ง่ายนะเพื่อนราห์ซูร์มันซื่อบื้อฉันว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นพนันกระดูกไก่สิบชิ้น”
เม็ตช์: “พวกนายเงียบหน่อยดูท่านกราวด้าด้วยแต่… ฉันพนันว่าได้กัน”
ราห์ซูร์สูดลมหายใจลึกก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุด
          “กราวด้า…ฉันมันโง่ ซื่อบื้อ ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรอีกแล้ว”
เขามองเธอตรง ๆ
          “ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง แค่ขอให้เธอกลับมา ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นอะไร เธอคือ…กราวด้าของฉัน”
คำว่า “กราวด้าของฉัน” ทำให้กราวด้าร้อนวูบไปทั้งร่าง
ใบหน้าแดงจัด จนแทบมีไอขึ้น
          “หุบปากไปเลย คนโกหก!! นายไม่สนใจฉันเลย! นายมัวแต่เสพสุขในวัง เสพสุขกับพวกสนม จนลืมฉันไปแล้ว!”
กราวด้าต่อว่าอย่างฉุนเฉียวแต่ราห์ซูร์ไม่หยุด
เขาพุ่งเข้าไปใกล้โน้มตัวกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน
 
“ฉันรักเธอ กราวด้า ฉันรักเธอมาก”
 

กราวด้าสมองแทบระเบิด
เธอเดินเซถอยหลังไปสามก้าวก่อนจะพยายามตั้งหลักใหม่
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของแซร์ค
          “ชิบหายแล้ว…งานนี้ตูแพ้พนันแน่”
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา