ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
30) เข้าเขตอสูร
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ“เกวน…จะเรียกแซร์คมาเมื่อไหร่?”
ราห์ซูร์ถามพลางมองท้องฟ้าสีเทาอมทองของยามบ่าย ครบสามวันแล้ว—หากแซร์คยังไม่ตาย เขาควรพร้อมอัญเชิญทันที
เกวนไม่ตอบในทันที เธอเดินนำจนถึงปลายแนวชายป่าก่อนจะหยุด สายตาเธอทอดมองลงไปยังเบื้องล่าง—
ผืนดินสีขาวซีดเหมือนกระดูก ภูเขาหินแหลมราวกับมีด สายลมพัดเอาฝุ่นทรายแห้งกรังให้เต้นวนไปเหมือนผี
“ฉันอยากให้เราไปถึงเทือกเขา ตรวจพื้นที่ ตั้งจุด และรู้สถานการณ์ก่อน”
เกวนพูดเสียงหนักแน่น
“แล้วจะเรียกแซร์คมาอธิบายพร้อมกันก่อนเข้าไปในหุบเขา”
ราห์ซูร์พยักหน้า
“...ก็ได้ งั้นเดินตามแนวหินด้านล่างก่อน ดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม”
ทั้งคู่เดินลงจากแนวชายป่า เท้าเหยียบลงบนทรายแข็งที่เหมือนกระดูกถูกบดละเอียด บรรยากาศแห้งและไร้สิ่งมีชีวิตจนผิดปกติ
เกวนกอดอกกวาดตามองไปรอบ ๆ
“ที่นี่คงไม่มีอะไรหรอก มันคงไกลจากฐานพวกลัทธิมืดเกินไป พวกมันไม่น่า—”
“เกวน”
เสียงของราห์ซูร์ตัดบททันที น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เย็นวาบ เขามองขึ้นไปบนสันเขาที่ห่างออกไปราวร้อยเมตร
ที่นั่น—มี “บางอย่าง” สีดำกำลังไหลลงมา เหมือนก้อนเงาที่หลอมรวมกัน บิดเบี้ยว กลิ้งราวกับสัตว์ไม่มีโครงกระดูก
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์สูงผอม ผิวแตกระแหง หน้ากากสีขาวไร้ลวดลายปิดบังใบหน้าไว้ และไม่ใช่แค่ตัวเดียว
มันเป็นฝูง— เจ็ด…แปด… ส่งเสียงแหลมต่ำเหมือนลมหายใจของซากศพ
เกวนเผลอก้าวถอย
“พวกมัน…ทหารปีศาจ?”
“ระวังตัวไว้ พวกมันมาแล้ว”
ราห์ซูร์ก้าวออกไปข้างหน้าอย่างสงบ ราวกับเดินไปเก็บหนังสือหล่นพื้น
ทหารปีศาจส่งเสียงกรีดร้องลั่น กระโจนลงเนินด้วยความเร็วเหมือนสัตว์ป่า กรงเล็บหินของพวกมันครูดกับพื้นจนเกิดประกายไฟ มันตั้งใจจะสังหาร มันวิ่งมาเพื่อทำลายทุกสิ่งที่บุกรุกเขตนี้
เกวนจับตามองเขาอย่างใจเต้นไม่เป็นจังหวะ—ทั้งเพราะกลัวศัตรู และเพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร
ราห์ซูร์หยุดนิ่งยกมือขวาขึ้นระดับใบหน้าเหมือนกำลังเตรียมดีดผงฝุ่นออกจากนิ้ว จากนั้น——
เป๊าะ
เสียงดีดนิ้วเบา ๆ ดังขึ้น เบาเสียจนเกวนนึกว่าเขาทำเล่น
แต่ผลลัพธ์…
พริบตาเดียว—ทหารปีศาจทั้งแปดตัว หยุดชะงักกลางอากาศ กระดูก ข้อต่อ เนื้อเยื่อ และพลังชีวิตในร่าง
ถูกอะไรบางอย่าง “บีบ” เข้าหากันรุนแรงเหมือนถูกกดด้วยแรงดันเบื้องลึกของโลก
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!
ร่างของพวกมันถูกบด อัด บีบ จนเหลือเพียง ก้อนกลมสีดำ–แดง ขนาดเท่ากำปั้น เลือดกระเซ็นออกมาราวกับบีบลูกมะนาว สาดไปทั่วพื้นหินทรายเป็นริ้วเหมือนงานศิลปะสยองขวัญ
ก้อนเนื้ออัดแน่นเหล่านั้น ร่วงลงสู่พื้นทีละลูก ด้วยน้ำหนักที่หนักกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า จนพื้นทรายสั่นวูบเบา ๆ ทุกครั้งที่กระแทก
ตึง… ตึง… ตึง…
กลิ่นเลือดคาวลอยฟุ้งในอากาศทันที เกวนยกมือขึ้นปิดปาก ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะช็อกอย่างแท้จริง
“ราห์ซูร์…มัน…นั่นมัน—”
เธอพูดไม่ออก ทั้งเทคนิค ทั้งความเร็ว ทั้งความน่าสะอิดสะเอียนของทหารปีศาจ ผสมกันเป็นความจริงข้อหนึ่งว่า
ผู้ชายคนนี้…โหดกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ราห์ซูร์ลดมือ ทำเหมือนเพิ่งสะบัดฝุ่นออกจากนิ้วเสร็จ เขาหันกลับมายิ้มบาง ๆ ให้เกวน ไม่ใช่ยิ้มโอ้อวด
แต่เป็นยิ้มเหมือนจะบอกว่า
“อย่าเป็นห่วง ฉันอยู่ตรงนี้”
เกวนยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ทั้งจากความกลัวศัตรู…และตัวเขา
แต่ถึงแม้ภาพเมื่อครู่จะน่าสยดสยองจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ…แต่เกวนก็ยังอด “ดุราห์ซูร์” ไม่ได้อยู่ดี
เธอเดินเข้าไปชะโงกดูเจ้าก้อนกลมสีดำ–แดงอย่างใกล้ชิด ทำหน้าเบ้จนเห็นได้ชัดว่าไม่ปลื้มสุด ๆ
“น่าเกลียด!!”
เกวนหันมาชี้หน้าเขาทันที
“นายทำอะไรของนาย รู้ไหมว่ามันน่าเกลียดขนาดไหน แม้ว่าพวกมันจะตายไปแล้วก็เถอะ!”
ราห์ซูร์ถอนหายใจอย่างระอา
“คุณผู้หญิงครับ…เวลามันมาร้อยหรือสองร้อยตัว ฉันคงไม่มีเวลาบีบให้มันเป็นรูปดาวหรือรูปหัวใจหรอกนะ”
เกวนตาโตทันที
“รู้ไหม นายเป็นผู้ชายที่เหน็บเก่งกว่าผู้หญิงอีกนะ!”
เสียงยังไม่ทันหาย เธอก็เอานิ้วจิ้มเอวเขาแรง ๆ
“โอ้ย! เกวน— หยุดๆๆๆๆ!”
ราห์ซูร์สะดุ้งเหมือนโดนฟ้าผ่าเพราะเขาบ้าจี้สุดชีวิต
เกวนหัวเราะลั่น
“นายเสร็จฉันแล้วล่ะ ตาบ้าขี้เก๊ก! ฮะฮะฮะ!”
พอเห็นว่าเขาเริ่มวิ่งหนี เธอก็กระโจนเข้าใส่ ผลักเขาล้มลงบนพื้นทรายอย่างไว แล้วขึ้นคร่อม สองมือของเธอไม่ปรานี—เธอจักจี้เขาไม่หยุด ราห์ซูร์หัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน
“โอ๊ย!! พอแล้วเกวน— ฮะฮะฮะ— โอ๊ย!!”
สุดท้ายเขาก็นอนราบยอมแพ้อย่างหมดรูป
เกวนลุกขึ้นยืนอย่างภาคภูมิใจ ก่อนลองเอานิ้วจิ้ม ๆ เจ้าก้อนกลมสีดำ จากนั้นเธอก็ร่ายเวทเบา ๆ
ฟุ่บ——!
ก้อนกลมแตกออกเป็นประกายสีทอง สลายเป็นผงเถ้าสว่างวาบเหมือนดอกไม้ไฟ
เห็นไหม? แบบนี้สิ…สวยงาม มี รสนิยม”
เธอหันกลับมา หมุนตัวเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มหวานแบบที่ราห์ซูร์เห็นไม่บ่อยนัก ส่งให้เขาที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง ปัดฝุ่นออกจากเสื้อคลุม
จากนั้นเกวนก็พูดขึ้นเสียงเบาลงเล็กน้อย เหมือนแก้มแดงนิด ๆ แม้จะพยายามซ่อน
“สงสัยว่าฉันคงต้องเรียกแซร์คมาแล้วล่ะ…”
เธอหันหลังให้เขา แต่จังหวะของร่างกายเธอบิดไปบิดมาเล็ก ๆ แบบคนกำลังเขิน
เธอเว้นจังหวะหนึ่ง แล้วถามขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป แต่ทำเอาราห์ซูร์ชะงักไปทั้งร่าง
“นาย…อยากทำอะไรก่อนไหม?”
คำถามนั้นลอยในอากาศเหมือนเวทปริศนา ราห์ซูร์ตะลึงจนสมองหยุดทำงานชั่วขณะ คำว่า “อยากทำอะไร” สะท้อนวนไปมาในหัวเขาเหมือนเสียงกระดิ่ง
อยากทำ…อะไร?
หมายความว่าไง?
อะไรคืออะไร!?
“อะ…อะไรนะ?”
ราห์ซูร์ถามกลับอย่างงงสุดชีวิต
“ทำอะไร…คืออะไร?”
เขานิ่งไปหมด ทั้งหน้า ทั้งท่าทาง ทั้งสมอง ตีความไม่ถูกแม้แต่นิดเดียว
เกวนมองเขานิ่ง…ก่อนถอนหายใจยาว
“ถ้าไม่มีอะไร… ฉันจะเรียกแซร์คมาแล้วนะ”
เธอยกมือขึ้น เริ่มรวบพลังเพื่อร่ายเวทอัญเชิญ
ทันใดนั้นเอง— ราห์ซูร์ดีดตัวขึ้นยืน คว้ามือเธอไว้แน่น แรงของเขาไม่มากแต่อบอุ่นจนเกวนชะงักทันที
เขาพูดอะไรไม่ออกเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรรู้เพียงอย่างเดียว…
เขายังไม่อยากให้ช่วงเวลานี้จบลง ไม่ควรจบด้วยเวทอัญเชิญ ไม่ควรจบแบบห่างเหิน ไม่ควรจบ…ตอนที่หัวใจทั้งคู่ยังเต้นอยู่ใกล้กันขนาดนี้
เกวนหันกลับมามองตาคมของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้ว่าการถามคำถามเมื่อครู่นั้น…มีผลมากกว่าที่เธอคิด
“ราห์ซูร์…”
เสียงเธอเบากว่าลมบนผืนทราย
“ถ้า…นายยังไม่อยากให้ฉันเรียกแซร์คมา…”
เธอบีบมือเขาเบา ๆ
“…งั้นบอกฉันสิ ว่านายอยากทำอะไร”
ราห์ซูร์ไม่ตอบคำถามนั้น ไม่พูดสักคำ ไม่มีคำไหนพอจะอธิบายความรู้สึกของเขาได้ เขาเพียงแค่—
กอดเธอไว้ช้า ๆ
แขนของเขาวางลงบนไหล่และหลังของเกวนอย่างแน่น นิ้วมือสอดประสานลูบแผ่วเบาบนแผ่นหลังเธอราวกับกลัวว่า ถ้าปล่อยแรงไปเพียงนิดเดียว…ภาพตรงหน้าจะหายไป
เกวน…ไม่ถอย
ไม่ลังเล
ไม่เขินจนหนีเหมือนปกติ
เธอวางมือไว้บนอกเขา แล้วกอดกลับอย่างมั่นคง เหมือนนี่คือสิ่งที่หัวใจเธอรออยู่จริง ๆ
ราห์ซูร์โน้มตัวเข้าไป เกวนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างที่หายไป ทำให้ลมหายใจทั้งสองปะทะกันอุ่น ๆแล้ว—
ปากของทั้งคู่ประกบกันอย่างนุ่มนวล เรียบง่าย แต่นานพอจะทำให้โลกลืมหายใจ
นี่ไม่ใช่จูบที่เกิดเพราะความบังเอิญ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เกิดจากความตั้งใจที่ตรงกัน
หวาน…
มั่นคง…
และเป็นครั้งแรกที่ราห์ซูร์รู้สึกว่า
นี่คือสิ่งที่เขาทำถูกต้องที่สุดในชีวิต
เกวนกอดเขาแน่นขึ้น ไม่มีท่าทีต่อต้านหรือสะดุ้ง มีเพียงความพอใจเต็มหัวใจ เหมือนเธอเองก็คิดแบบเดียวกัน
ว่าเวลานี้—ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ
แต่ในโลกแห่งความจริงสงครามไม่เคยหยุดให้รักได้สมบูรณ์แบบ เสียงกรีดร้องต่ำ ๆ ดังมาจากสันเขา
ครืน—
ครืน—
ราห์ซูร์รู้โดยไม่ต้องหันไปดู “พวกมันมาอีกแล้ว” เจ้าทหารปีศาจ คราวนี้ไม่ใช่แค่เจ็ดหรือแปด แต่มาเป็น คลื่นสีดำทั้งแนวเขา—นับร้อย
วิ่งลงมาด้วยเจตนาเดียวทำลายผู้บุกรุกล้างสิ่งมีชีวิตที่รบกวนดินแดนของพวกมัน
แต่ทั้งคู่…ไม่สนใจ
พวกเขายังคงกอดกัน
ยังคงแนบกัน
แม้ริมฝีปากจะผละออกแล้ว
แต่ใจและร่างกายยังไม่ยอมปล่อย
ฉากหลัง—เต็มไปด้วยการสังหารที่เกิดขึ้นเหมือนลมหายใจ
บางตัวระเบิดเป็นประกายทอง เพราะเกวนสะบัดนิ้วของเธออย่างอารมณ์ดีหนึ่งครั้ง
บางตัวถูกบีบอัดเป็นก้อนสีดำแดง เพราะราห์ซูร์ดีดนิ้วเพียงเบา ๆ แบบไม่ต้องมองด้วยซ้ำ
ทั้งหมดจบลงใน ไม่ถึง 30 วินาที เหมือนสายลมผ่าน เหมือนฝุ่นถูกปัดทิ้งและเมื่อความเงียบกลับมา
พวกเขาจึงค่อย ๆ ถอยออกจากกันนิดเดียวเพียงพอให้มองใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัด
แก้มของเกวนแดงระเรื่อดวงตายังคงสั่นไหวเหมือนหลงอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่อยากให้จบ
ส่วนราห์ซูร์…มองเธอเหมือนกำลังมองสิ่งที่ล้ำค่าเกินคำพูด
“ราห์ซูร์…”
เธอหายใจเบา ๆ ใบหน้าใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของเขาชัด เขามองเธอเหมือนตั้งใจจะฟังทุกคำ—
แม้คำต่อไปจะทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปก็ตาม
“ฉันเกลียดนายที่สุด”
เกวนพูดพร้อมยิ้มแก้มแดง
“เกลียดนาย…ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้”
ราห์ซูร์ยิ้มตอบ
“ฉันดีใจ…ที่เป็นฉัน”
เขาถอยออกช้า ๆ ให้เธอมีพื้นที่ร่ายเวท เกวนหลุดหัวเราะ
“ได้เวลาอัญเชิญอสูรของเรา แล้วสินะ… หึหึ”
เธอยกมือเตรียมร่ายเวท—แต่ราห์ซูร์รีบขัด
“เดี๋ยว เธอแน่ใจนะว่าจะเรียกแซร์คมาตอนน—”
ป๊อก!
ฝักดาบของเกวนเคาะหัวเขาเต็มแรง
“ให้โอกาสครั้งเดียวเท่านั้นย่ะ!”
เธอแลบลิ้นใส่ ร่างเวทใหม่ทันทีด้วยใบหน้าที่อมยิ้มจนเก็บไม่อยู่
ราห์ซูร์ลูบหัวตัวเอง แต่ก็ยิ้มเหมือนคนที่โวยไปก็เท่านั้น เขายืนมองเธอร่ายเวทอย่างสงบ ไม่ก่อกวนอีก
ไม่นาน—แสงสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนเปิดบานประตูจากสวรรค์ลงมาบนแดนหินทราย
เสียงอากาศแตกวืดดังสนั่นควันเวทหนาทึบก่อตัวกลางวงเวทของเกวน
และเมื่อควันจางลง…
แซร์ค ปรากฏตัว
เขายืนสงบนิ่ง แววตานิ่งเย็นราวนักรบผ่านศึกพันครั้ง ท่วงท่าของผู้อาวุโสสำนักดาบชุดเต็มยศของมือสังหารสีดำแถบน้ำเงินเข้ม
โคตรเท่…
โคตรอันตราย…
และโคตรเหมือนไม่ใช่แซร์คคนเดิม
ทั้งเกวนและราห์ซูร์อึ้งเงียบ เหมือนเห็นปีศาจในร่างเพื่อนตัวเอง
ราห์ซูร์เป็นคนเริ่มทัก เสียงไม่มั่นใจสุด ๆ
“แซร์ค…นายโอเคไหม?”
แซร์คตอบทันที
“ไม่”
ราห์ซูร์สะอึก เกวนก็กระพริบตาปริบ ๆ เหมือนแซร์คเปลี่ยนเป็นมือสังหารไร้ใจไปแล้ว….แต่แค่สามวินาทีเท่านั้น
จู่ ๆ แซร์ค พุ่งเข้าใส่ราห์ซูร์อย่างเร็วเป็นบ้าคว้าหัวไหล่ทั้งสองข้างแล้วเขย่าแบบอยากให้วิญญาณหลุดออกจากร่าง!!!
“ไม่โอเคเลยสักนิด!!!!!”
เสียงแซร์คแทบแตกพร่า
“ไหนบอกว่า ‘วันที่ 3’ ไง!!! เช้าวันที่ 3 ก็เรียกฉันได้แล้วไม่ใช่หรือ!!!”
เขาพ่นต่อเป็นชุดเหมือนปืนกล
“พ่อฝึกเสร็จปุ๊บก็ออกลาดตระเวน ทิ้งฉันไว้บ้าน!!! คนเดียว!!! คนเดียวตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 3 จนถึงตอนนี้เช้าวันที่ 4!!! รู้ไหมฉันแต่งชุดนี้รอตั้งแต่ตี 5!!! ตีห้าเลยนะ!!! ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะเว้ยยยย!!!!”
ราห์ซูร์ทำหน้าเหมือนโดนน้ำท่วมกะโหลก เกวนยืนเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ แล้วแซร์คก็เหลือบเห็นสภาพสนามรบด้านหลัง…
เลือดสาด
รอยระเบิด
ก้อนเนื้อกลมสีดำแดง
เหมือนของเล่นบ้านผีสิงกระจัดกระจายทั่วพื้น
แซร์คตะโกนลั่น
“แล้วนี่มันอะไร!!!! พวกนายสนุกกันโดยไม่รอฉันด้วยเหรอ!!! โอ้ยย พระเจ้า…เพื่อนเลววววว!!!!”
เขาชี้หน้าทั้งคู่ หน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ยังโกรธไม่สุด
“เอาไปเลยคะแนน 10 กะโหลก!
โคตรเพื่อนเลวววววววววววว!!!!”
ราห์ซูร์ยืนงง เกวนก็กุมท้องหัวเราะแทบล้ม แซร์คเหวี่ยงแขนขึ้นฟ้า
“ฉันเป็นอสูรนะเว้ย!! อสูรรอเพื่อนอยู่ตั้งหนึ่งวัน!!! นี่มันหายนะของมิตรภาพ!!”
แซร์คยังโวยไม่หยุด มือหนึ่งเขย่าราห์ซูร์ อีกมือชี้ไปทั่วสนามรบเหมือนไกด์กำลังโวยทัวร์ลง
“พวกนายรู้ไหม!? ฉันซ้อมท่าทางเท่ ๆ ไว้ตั้งสิบแบบ! วางคิวว่าพออัญเชิญปุ๊บ จะลงมายืนเท่ ๆ แล้วพูดว่า—
‘ข้ามาแล้ว…’ แต่ตอนนี้ลืมหมด!! เพราะฉันโกรธมากกกกกก!!!”
เกวนหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน
“โอ๊ยพอเถอะแซร์ค นายเหมือนแมวโดนปล่อยทิ้งไว้หนึ่งคืนเลยนะ”
“ไม่ใช่หนึ่งคืนนะ!!!”
แซร์คชี้นิ้วใส่เกวน
“หนึ่งวันเต็ม ๆ !!! ลูกพี่รู้ไหมผมซ้อมยืนหน้ากระจกกี่รอบ!? แล้วกลิ่นตัวฉันตอนนี้—โอ๊ยยยย ไม่พูดดีกว่า!”
ราห์ซูร์รีบยกมือห้าม
“โอเค ๆ แซร์ค ใจเย็นก่อน เราอธิบายให้ฟังก่อน—”
ทั้งเกวนและราห์ซูร์ต้องใช้เวลากว่า ยี่สิบนาที ในการสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การเดินทาง, โจร, สัตว์ป่า, ศัตรู, เจ้าก้อนกลมสีดำ, แมลงเวท, และ…ช่วงเวลาส่วนตัวบางอย่าง ที่ทั้งคู่ “บรรยายข้าม” โดยอัตโนมัติ
แซร์คฟังไป ตาเหลือกไป สีหน้าเปลี่ยนทุกรอบที่ได้ยินเหตุการณ์โหด ๆ และเปลี่ยนเข้มขึ้นยิ่งกว่าเดิมเวลาฟังพวกเขา “หัวเราะร่วมกัน”
สุดท้ายพอเรื่องจบ—แซร์คหายใจแรง ๆ อยู่พักหนึ่งเกวนยิ้มอ่อนลง
“ก็เพราะพวกเรา…คิดว่าอยากให้นายมาในจังหวะพอดีที่สุดไงแซร์ค ตอนนี้คือเวลานั้นแล้วล่ะ”
ราห์ซูร์พยักหน้าเสริม
“ใช่ เพราะจากตรงนี้ไป…คือของจริงแล้ว”
คำว่า “ของจริง” ทำเอาแซร์คเงียบไปหนึ่งวินาที จากนั้นสีหน้าเขาก็ค่อย ๆ อ่อนลง
เขามองเพื่อนทั้งสองคนค่อย ๆ ยิ้มเล็ก ๆ แบบที่เจ้าหนูขี้งอนคนเดิมกลับมาแล้ว
“ฮะ…ก็ได้ ๆ นายสองคนตั้งใจดี ฉันรู้ล่ะ”
เขายกแขนขึ้นกอดอกหลังจากความวุ่นวายสงบลงบรรยากาศรอบตัวกลับเป็นเหมือนเดิมอย่างน่าเหลือเชื่อ
มีรอยยิ้มมีความอบอุ่นและมีความรู้สึกว่า “พวกเขากลายเป็นทีมจริง ๆ แล้ว”
แซร์คสะพายดาบขึ้นหลังยืดไหล่เหมือนพร้อมลงสนามรบทุกวินาที
“เอาล่ะ! จงนำทางได้เลยเพื่อนรักทั้งสองต่อไป…เราจะไปอัดใครก่อนดี!?”
เกวนชี้ไปยังเส้นทางที่เต็มไปด้วยแผ่นหินสีขาวสลับกับทะเลทราย
“ตรงนั้น…หุบเขาแห่งหน้ากากสีขาวจากนี้ไปคือส่วนที่อันตรายที่สุดแล้ว”
ราห์ซูร์หันไปมองทั้งสองก้าวเท้าไปช้า ๆ แต่แน่นอน
“ไปกันเถอะ—นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น”
ทั้งสามคนเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกันท่ามกลางสายลมแห้งกรังของทะเลทราย
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ