ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,486 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

22) อนาคตที่ไร้อนาคต

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

        “กะ–กราวด้า… นี่มันอะไรกัน ใครเป็นตัวจริง?”

ราห์ซูร์ถามเสียงสั่น แต่ยังปล่อยให้กราวด้าหมายเลข 1 จับมือไว้เฉย ๆ ราวกับ ไม่รู้ตัวว่าเป็นดินล้วน ๆ

กราวด้าตัวจริงยืนกอดอก หน้าเรียบนิ่ง แต่สีแก้มเริ่มขึ้น

        “โอเค ราห์ซูร์ นี่คือกราวด้าหมายเลข 1 เธอจะช่วยฉันในการทำภารกิจต่อไป”

ราห์ซูร์หันไปคุยกับหุ่นแบบสุภาพสุดชีวิต

        “สวัสดีครับ กราวด้าหมายเลข 1… ฉันราห์ซูร์นะ”

และหุ่นนรกนั่น…ตอบกลับด้วยน้ำเสียง เหมือนตัวจริงไม่มีผิดเพี้ยน

        “สวัสดี ฉันกราวด้า คุณคงเป็นราห์ซูร์สินะ ถึงว่าหัวใจฉันจึงมีปฏิกิริยาแปลก ๆ…อาจเป็นความทรงจำก็ได้”

พูดจบ เธอจับมือเขาขึ้น— โน้มตัวลง— จมูกแตะหลังมือเขาเบา ๆ แบบสุภาพชน

        ราวด้า: “…?!!”

        ราห์ซูร์: “เดี๋ยว—?!?”

กราวด้าหมายเลข 1 พึมพำเสียงนิ่ง เหมือนกำลังบันทึกผลทดลอง

        “อืม… กลิ่นของนายก็มีผลต่อการเต้นของหัวใจเช่นกัน ต้องทดสอบเพิ่มเติม”

กราวด้าตัวจริงอ้าปากค้าง

ราห์ซูร์ก็อ้าปากค้าง

ทั้งคู่แข็งค้างเหมือนโดนใช้คาถาแช่แข็ง

แล้วเสียงระเบิดอารมณ์แรกในชีวิตของว่าที่ราชครูก็ดังขึ้น

        “หยุดทำแบบนั้นเดี๋ยวนี้!!!   และหยุดพูดอะไรแปลก ๆ ด้วย เจ้าหุ่นบ้า!!!!”

ราห์ซูร์ค่อย ๆ ดึงมือออกมาได้ในที่สุด

เหมือนดึงจากกรงเล็บอสูรเงา

        “ตายแน่ฉัน…” เขาคิดอย่างสิ้นหวัง “มีกราวด้า…สองคน…”

กราวด้าหมายเลข 1 ยังตอบหน้านิ่งเหมือนอ่านใบคะแนนสอบ

        “งั้นหรือคะ? รับทราบค่ะ”

กราวด้าตัวจริงพ่นลมหายใจออกแรงจนผมปลิว เหมือนมังกรพ่นไฟ เธอรวบสติกลับมา หมุนตัวหันหลังให้ทั้งสองเหมือนผู้บัญชาการทัพ

        “ฟังนะ ราห์ซูร์!”

เสียงเธอเด็ดขาดจนเขาสะดุ้ง

        “เนื่องจากนายเป็นอันตราย—

รนหาที่—

ควบคุมตัวเองไม่ได้—

และช่วยตัวเองก็ยังไม่ได้!”

        “เพราะฉะนั้น ฉันจำเป็นต้องจับตาดูนายนอย่างใกล้ชิด!”

เธอเดินสองก้าวไปถึงโต๊ะชา หยิบถ้วยขึ้นอย่างมีศักดิ์ศรีแล้วประกาศด้วยน้ำเสียงราชครูเวอร์ชั่นโกรธระดับสาม

        “ฉันจะใช้คาถาย้อนวัยให้ตัวเอง ไปสมัครเป็นทหารเพื่อคอยติดตามนายตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป และกราวด้าหมายเลข 1 จะอยู่ดูแลที่นี่แทนฉันในช่วงที่ฉันไม่อยู่เข้าใจไหม?”

ทั้งคู่เงียบราวไม่ตอบจนกราวด้าตัวจริงหมุนตัวกลับมาจะถามเขาว่าเข้าใจไหม—

แต่เธอเห็นภาพที่ทำให้สมองระเบิดเป็นเสียง ปั้ง! ในทันที

ที่บนเตียง

        ราห์ซูร์…กำลังนอนหนุนตักกราวด้าหมายเลข 1 ด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้มสุดชีวิต

ขณะที่หุ่นหมายเลข 1 ใช้ปลายผมของตัวเอง…ปั่นหูเขาเบา ๆ เหมือนกำลังกล่อมเด็กให้หลับ

        กราวด้าตัวจริง: “………………….”

โลกทั้งใบหยุดหายใจแล้ว—

        “ก๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกกก!!!!

        หยุด–––เดี๋ยว–––นี้–––!!! เจ้าพวกบ้า!!!!!!!!!!”

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กราวด้า มอร์นไวน์ โมโหจน “หูชา” จริง ๆ ทั้งใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งเสียงสั่น ทั้งออร่าความมืดลอยขึ้นรอบตัวราวกับจะเปิดสนามรบวงเวทชั้นสูงกลางห้องนั่งเล่น

ราห์ซูร์สะดุ้งดีดตัวลุกเหมือนโดนเวทระเบิด

กราวด้าหมายเลข 1 มองขึ้นช้า ๆ แล้วพูดนิ่ง ๆ

        “แค่อยากลองทำแบบในความทรงจำดูบ้าง”

        “หยุดพูดดดดดดดดด!!!!”

เสียงเธอดังก้องจนหนังสือบนชั้นสั่น

        “อ่า… ขอโทษนะกราวด้าตัวจริง ใจเย็นก่อนนะ”

ราห์ซูร์รีบยกมือขึ้น ยิ้มแหย ๆ พยายามถ่วงเวลาความตายที่เดินเข้ามาใกล้

        “ฉันประทับใจมากเลยนะ ที่คุณทำได้แบบนี้… นี่คุณใช้หลักการที่ฉันเล่าให้ฟังใช่ไหม? เรื่องสร้างร่างจำลอง ย้ายจิตไปยังร่างที่แข็งแรงกว่า”

เพื่อรอดชีวิต เขาต้องรวบรวมสติทั้งหมดไปที่การ “คุยเรื่องวิทยาการ”
เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้กราวด้าใจเย็นได้

ราห์ซูร์หันกลับไปเริ่มตรวจสอบกราวด้าหมายเลข 1 เจ้าหุ่นก็ตอบสนองอย่างดีเยี่ยม ราวกับกำลัง “โชว์งาน” ให้ผู้ประเมินคุณภาพดู

ทันทีที่เห็นภาพนั้น กราวด้าตัวจริงที่กำลังหายใจแรง ๆ ก็เริ่มสงบลง เพราะเรื่องงานวิจัยเป็น “ยาสะกด” ของเธอโดยธรรมชาติ

        “ใช่…”

เธอถอนหายใจ และหยิบสมุดจดหนา ๆ ขึ้นมาเปิดหน้า

        “ฉันประยุกต์จากวิธีของนายขึ้นมาอีกที การสร้างร่างโคลนที่มีชีวิตจริง ๆ น่ะผิดหลักมนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง แต่…”

เธอไล่นิ้วไปตามบันทึก แสงจากวงเวทวิจัยสะท้อนบนใบหน้าของเธออย่างมุ่งมั่น

        “แต่การสร้าง ความจิตเทียม และจำลองพฤติกรรมใส่เข้าไปด้วย… ตอนนี้ฉันก็เริ่มกังวลเรื่องมนุษยธรรมเหมือนกัน หลังจากเห็นกราวด้าหมายเลข 1 เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเ—”

กราวด้าชะงัก เธอเงยหน้าแล้วเธอเห็น…

ราห์ซูร์กำลังใช้นิ้วแตะฟันของหุ่นกราวด้าหมายเลข 1 อย่างตั้งใจ

เจ้าหุ่นก็…อ้าปากกว้าง

ให้เขาสำรวจอย่างเต็มใจราวกับเป็นเครื่องมือทดลองในห้องแล็บ

ใบหน้าของกราวด้าตัวจริงขึ้นสีแดงเข้ม ไฟในตาเหมือนกำลังจะฆ่าสามอาณาจักรด้วยการจ้องอย่างเดียว

        ฟึ่บ!!

สมุดจดเล่มหนาถูกปาใส่หน้าราห์ซูร์เต็มแรงจนหน้าหงายไปข้างหลัง

        “หยุดสำรวจร่างกายของเจ้าหุ่นบ้านี่เดี๋ยวนี้!! ถ้าจะสำรวจ—มาที่ฉันนี่!!!!”

เสียงคำรามนั้นทำให้พื้นห้องสั่นเล็ก ๆ ราห์ซูร์รีบยกมือขึ้นยอมแพ้ทันที

        “ยอมแล้ว ๆ กราวด้า ฉันขอเถอะ หยุดแล้ว! หยุดแล้วจริง ๆ!”

เธอเดินเข้ามาใกล้มาก ใกล้จนเขาต้องกลืนน้ำลายเพราะระยะห่างนี้ ไม่ใช่ระยะของนักวิจัย แต่เป็นระยะของคนที่กำลังโกรธเพราะหึงแต่ไม่รู้ตัว

ในจังหวะที่อากาศเริ่มร้อน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียดทั้งหมด

กราวด้าหมายเลข 1 พูดนิ่ง ๆ

        “ฉันจะยกเตียงนี้ให้ ถ้าพวกคุณต้องการใช้ค่ะ”

        “………….”

ราห์ซูร์มองกราวด้าตัวจริงพร้อมคิดว่า

        “ฉันต้องตายคืนนี้แน่…”

กราวด้าตัวจริงถอนหายใจแรง ๆ ก่อนถอยออกมา พยายามรวบรวมสติและกลับเข้าสู่โหมดราชครูอีกครั้ง

        “พอ… พอแล้ว พวกนั้นมันเรื่องไร้สาระ”

เธอหลับตาหนึ่งที ปัดผมลวก ๆ เหมือนพยายามกดอารมณ์ทุกชนิดลงก้นสมอง

แล้วเธอเปิดตาขึ้น

สายตาเข้ม

นิ่ง

หนัก

ไม่ใช่กราวด้าที่เพิ่งโมโห แต่เป็นกราวด้า—ว่าที่ราชครู

        “ราห์ซูร์…”

เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่เหมือนมีพลังดึงใจเขาให้สงบในทันที

        “บอกฉันอีกครั้งได้ไหม — อนาคตที่นายจากมาเป็นยังไง?”

คราวนี้

ไม่ใช่คำถามเล่น

ไม่ใช่ความหึง

ไม่ใช่ความขัดเขิน

แต่เป็นเสียงของผู้แบกรับอาณาจักรและเป็นเสียงของ “ใครบางคนที่เป็นห่วงเขาจริง ๆ”

เธอมองเข้าไปในดวงตาเขา

รอคำตอบ

และราห์ซูร์…รู้ว่าเขาไม่สามารถโกหกเธอได้อีกต่อไป

ราห์ซูร์นิ่งไป สีหน้าเปลี่ยนจากความเขิน ความตลก ความอลเวงเมื่อครู่ กลายเป็นความว่างลึกแบบคนที่พกความจริงหนักเกินกว่าจะวางลงได้ง่าย ๆ

เขามองกราวด้าทั้งสอง ที่ตอนนี้ยืนนิ่ง—ไม่มีใครขยับ 

กราวด้าตัวจริงสีหน้าเรียบ แต่แววตาของเธอ…กำลังค่อย ๆ แข็งขึ้น ส่วนกราวด้าหมายเลข 1 ยังนิ่ง รอข้อมูลอย่าง “ระบบ AI ที่เงียบแต่คม”

ราห์ซูร์เอื้อมมือลูบหน้า ลมหายใจหนักจนเหมือนจะดึงอากาศของทั้งห้องไปด้วย

        “…ฉันควรบอก แต่…ไม่ใช่ทุกเรื่อง” เขาคิด

เสียงของราห์ซูร์เริ่มสั่น แต่เป็นการสั่นจากภายใน เหมือนมีอะไรดันขึ้นมาจากใต้ความทรงจำที่เจ็บที่สุด

        “ขอโทษนะกราวด้า… ที่ก่อนหน้านี้ฉันโกหกเธอ”

กราวด้าหมายเลข 1 กะพริบตาหนึ่งครั้ง เหมือนบันทึกข้อมูลใหม่เข้าสู่ระบบ

        “ฉันคิดว่า ถ้าย้อนกลับมา…ฉันจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ แต่ที่ผ่านมา…ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ไม่เลยสักอย่าง”

เขากลืนน้ำลาย เสียงแผ่วลงอย่างคนที่กำลังพูดเรื่องที่เจ็บเกินรับมือ

        “และฉันคิดว่า…สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมัน…อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้”

บรรยากาศทั้งห้องเหมือนถูกปิดผนึก ทุกเสียงเงียบ แม้แต่พลังเวทในอากาศยังนิ่งสนิท

กราวด้าตัวจริงยังคงไม่พูด แต่ท่าทางของเธอบอกชัดเจนว่า

        ‘ฉันรับมือได้—พูดมาให้หมด’

ราห์ซูร์จึงพูดต่อ

        “ที่ที่ฉันจากมา… ทั้งสามอาณาจักรถูกทำลายจนไม่เหลืออะไรเลย อารยธรรมมนุษย์… พังทลาย
กลายเป็นศูนย์จริง ๆ”

คำว่า ศูนย์ ทำให้กราวด้าสะดุ้ง เธอไม่เคยคาดถึงว่าจะ “ทั้งหมด” ขนาดนั้น

กราวด้าหมายเลข 1 เอียงศีรษะเหมือนกำลังวิเคราะห์ตัวเลข

แต่กราวด้าตัวจริง—กำมือที่วางบนตักแน่นจนหลังมือขาวเผือด

ราห์ซูร์พูดต่อ น้ำเสียงเหมือนคนยืนอยู่ในซากไฟไหม้

        “ผู้นำคือ…ราชินีแห่งความมืด”

เขาเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อ “เอมิลี่” เพราะไม่อยากทำร้ายใคร

        “เธอนำขุนพลความมืดทั้งสี่และกองทัพนับแสน—บุกทั้งสามอาณาจักรพร้อมกัน”

เสียงกราวด้าเบา ดั่งคนคำนวณสงครามที่เป็นไปไม่ได้

        “บุกพร้อมกัน…สามอาณาจักร…ต้องใช้กองทัพที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์มากถึงจะทำได้…”

พูดจบ เธอก็หันกลับมามองเขา ด้วยสายตาที่อ่านข้อมูลระดับลึก

        “…นายรอดมาได้ยังไง? หนีมา?”

กราวด้าตัวจริงถามตรง ๆ แต่คำถามนั้นแฝงการวิเคราะห์ไว้มหาศาล

ข้อมูลที่เธอมี พฤติกรรมของเขา จิตสังหารที่เธอเคยเห็น พลังที่ผิดมนุษย์ของเขา ทั้งหมดมันพาไปสู่คำถามเดียว—

        “หรือจริง ๆ แล้วเขาคือผู้นำความมืด?”

แต่ติดอยู่เพียงอย่างเดียวคือคำว่า ราชินี ผู้นำต้องเป็น “ผู้หญิง”

จึงเกิดคำถามที่ไม่อ้อมค้อมแต่คมเหมือนใบมีด

        “นายแน่ใจไหม…ว่าผู้นำความมืดเป็นผู้หญิง?”

ราห์ซูร์ตอบทันทีจริงจังจนไม่มีช่องให้สงสัย

        “ใช่…เป็นผู้หญิง แต่ฉันไม่รู้จักเธอ”

คำว่า ไม่รู้จัก ทำให้กราวด้าขมวดคิ้ว เพราะมันลบสมมติฐานบางข้อออกไป แต่เพิ่มคำถามขึ้นมาอีกหลายข้อ กราวด้าตัวจริงเอนหลัง หายใจลึก ก่อนถามเสียงนิ่ง แต่หนักจนราห์ซูร์รู้สึกเหมือนโดนจ้องทะลุหัวใจ

        “ทุกคน…ตายหมดเลยหรือ?”

น้ำเสียงนั้นไม่ได้สั่นแต่ออกมาเหมือนต้องใช้แรงใจทั้งหมดเพื่อจะถามให้ได้

เธอเริ่มนึกถึงชื่อทีละคน

ราชวงศ์

ราชครู

คาเรน

อิเรน

แนนซี่ในครัวที่สอนเธอทำขนม หรือแม้แต่เด็กฝึกเวท

        “ที่นายพูดว่า…ทุกคน มันหมายถึงทุกคนจริง ๆ ใช่ไหม?”

สายตาเธอคมแต่แฝงความหวาดกลัวชัดเจน

        “พูดความจริงมาเถอะหมดเวลาโกหกแล้วราห์ซูร์”

        “ใช่…”

ราห์ซูร์ตอบเบา ๆ แต่หนักดั่งหินพันตัน เสียงของเขาไม่ใช่เสียงของคนกำลังเล่าเรื่อง แต่เป็นเสียงของคนที่ยังติดอยู่ในความตายของอนาคตนั้น

        “มีคุณเพียงคนเดียว… ที่กำจัดสองในสี่ขุนพลมืดได้”

กราวด้าหรี่ตา ใจเต้นช้าลงอย่างประหลาด พยายามวิเคราะห์ แต่สมองเหมือนหยุดทำงาน

        “โอซิริส…และด็อปเปลแกงเกอร์…”

ราห์ซูร์พูดชื่อพวกมันด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเลือดไหลย้อนขึ้นคอ แล้วเขา…ลุกขึ้นเดินตรงไปหาเธอ 

เมื่อถึงตัวเขาจับมือเธอทั้งสองข้างบีบแน่น

ไม่ใช่ด้วยความรัก

แต่ด้วยความเจ็บลึกที่อยากแบ่งให้เธอรับรู้

        “และคุณ… ถูก ราชินีแห่งความมืด สังหารหลังจากนั้น”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่ปักกลางอกกราวด้าเอง

ร่างเธอสะท้าน หายใจลำบาก แต่ยังฝืนฟังต่อ

        “ปีนั้น…”

ราห์ซูร์พูดช้า “ทั้งสามอาณาจักรเฉลิมฉลองให้คุณ…ตอนอายุห้าสิบราชครูกราวด้า—ผู้บุกเบิกเวทย์ชั้นละเอียดคนแรก ก่อนที สงครามจะเริ่ม…”

เขาเม้มปากเสียงสั่น

        “…ก่อนที่ทุกอย่างจะล่มสลาย”

กราวด้าชะงัก ดวงตาสีดำเข้มสั่นไหวครั้งแรกในชีวิต

—เธอตาย

—ตายเพราะต่อสู้เพื่อโลก

—แต่สุดท้ายโลกก็พังอยู่ดี

มันเป็นภาพที่เธอไม่เคย “จินตนาการว่าจะพ่ายแพ้” เลยแม้แต่วินาทีเดียว

        “ไม่…”

เธอส่ายหน้า

คำพูดติดคอ

        “เป็นไปไม่ได้… พวกเราแพ้? ทั้งหมด…แพ้?”

เธอพยายามดึงมือออก แต่ราห์ซูร์ไม่ปล่อย

ความคิดของเธอเริ่มวิ่งเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดที่มีในหัว จิตสังหารของราห์ซูร์ พลังไร้ธาตุ รอยล่องเวทไม่มีธาตุที่แผ่ออกจากตัวเขา ความผิดปกติของเส้นเวลา สมการต้องห้าม พลังที่ไม่มีมนุษย์ควรมี ทั้งหมดบอกคำเดียว—

เขา…คือผู้นำความมืด

กราวด้าตัวจริงมองเขา ด้วยสายตาคมเหมือนใบมีด

        “สิ่งที่นายพูดทั้งหมด…มันชี้มาที่นาย!”

        “กราวด้า—”

        “นายมีพลังมากมายขนาดนี้”

เสียงเธอเริ่มเข้มขึ้น

        “นายสามารถย้อนเวลาได้ นั่นเป็นพลังในระดับเทพเจ้า มีแต่คนที่ยืมพลังความมืดเท่านั้นที่จะทำได้! นายโกหกเรื่อง ราชินี ใช่ไหม!? พูดออกมา! ปล่อยฉัน!”

เธอดึงมือแรงจนไหล่เขาสั่น กราวด้าหมายเลข 1 ลุกขึ้นยืนทันที ถอยหลังชิดกำแพง พร้อมเข้าสู่ “โหมดป้องกันเจ้าของ”

แต่ยังไม่กล้าขยับ เพราะนี่อาจเป็นเรื่องเหนือระดับที่เธอรับมือไม่ได้

ราห์ซูร์ส่ายหัว ดวงตาแดง เสียงขาดเป็นช่วง ๆ

        “ไม่…กราวด้า ไม่ใช่…!”

เธอยังคงดึงมือออก แต่เขาไม่ยอมให้หลุด

        “ฟังฉัน—ได้โปรดฟังก่อน!”

        “ปล่อย—!”

        “ไม่!!”

และในวินาทีนั้นเขาดึงมือเธอเต็มแรง—ดึงจนเธอเสียจังหวะ

ร่างของเธอล้มเข้าหาเขาและราห์ซูร์…

กอดเธอแน่น

แน่นแบบที่คนใกล้ตายคนหนึ่งจับสิ่งมีค่าชิ้นสุดท้ายในโลกไว้ไม่อยากปล่อยให้หายไปอีกครั้ง

กราวด้าเบิกตากว้าง

        “!!!”

ความใกล้ชิดนี้ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะเจ็บ เพราะกลัว เพราะสูญเสียมาเกินกว่าจะรับไหว เพราะเขากำลังสั่นทั้งร่าง

น้ำเสียงของเขาแตกละเอียด

        “ฉันเอง…ฉันคนเดียว…”

        “ฉันผู้เดียว…ที่ตามล้างบางพวกมัน”

เสียงเขาระเบิดออก เหมือนยับยั้งมานานเกินไป

        “ฉันแค้นที่เด็กกำพร้าทั้งหมดถูกฆ่า ฉันแค้นที่บ้านหลังเดียวในชีวิตฉันถูกเผา ฉันแค้นที่ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว!”

เขากัดฟัน มือกอดเธอแน่นขึ้นจนกราวด้ารู้สึกถึงแรงสั่นสะท้าน

        “ฉันฆ่าอะบิส…”

        “ฉันบดขยี้บาโฟเมต…”

        “ฉันหยุดลมหายใจของราชินีแห่งความมืด…”

        “ฉันฆ่าสาวกเป็นหมื่น ๆ…”

        “ฉัน…ทำลายลัทธิความมืดด้วยมือของตัวเอง!!”

เสียงเขาแตกไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะฝันร้ายทั้งชีวิตกำลังวิ่งสวนกลับมาทีละฉาก

        “อนาคตที่ฉันจากมา…ทุกฝ่าย…แพ้หมด และไม่มีอะไรเหลือให้หวังอีกแล้ว…”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจสั่น ๆ ของราห์ซูร์ที่กอดเธออยู่อย่างหมดแรง

ราห์ซูร์ยังคงกอดเธอแน่น แน่นจนปลายเล็บฝังลงในเสื้อคลุมของกราวด้า เหมือนเด็กที่กลัวความมืด และเพิ่งรู้ว่าโลกที่อยู่ข้างหลังตัวเอง…ไม่มีเหลืออีกแล้ว

กราวด้าตัวจริงยืนนิ่ง รับแรงกอด เธอไม่ผลัก ไม่หลบ ไม่หนี…เพราะตอนนี้เธอเห็นแล้ว

ไม่ใช่แค่เรื่องราวแต่ จิตใจของเขา ทั้งหมด—เปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมแขนของเธอ

เธอหลับตาลงช้า ๆ ลมหายใจสั่นเพียงเล็กน้อย แต่ชัดเจนว่าไม่ใช่เพราะโกรธ

เธอยกมือขึ้น—ค่อย ๆ วางบนหลังเขา และโอบกอดตอบ

กอดของเธอมันคือกอดของ คนที่เพิ่งเข้าใจว่าคนตรงหน้าต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เธอเอียงหน้า ใช้แก้มแตะข้างศีรษะเขาเบา ๆ

        “ราห์ซูร์…”

เสียงเธออ่อนลงจนเหมือนไม่ใช่กราวด้าที่โลกเคยรู้จัก

        “…ฉันเข้าใจนาย”

กราวด้ากระชับอ้อมแขนขึ้นเล็กน้อยกอดเขาแน่นในแบบ “ฉันอยู่ตรงนี้กับนายแล้วนะ”

        “อย่ากังวลว่าอนาคตจะเปลี่ยนไม่ได้”

เธอพูดช้า ๆ แต่มั่นคงมาก เหมือนคาถาชั้นสูงที่ไม่มีทางย้อนกลับ

        “เพราะอย่างน้อย…สำหรับฉัน…มันเปลี่ยนไปแล้ว”

คำพูดนั้นทำให้ราห์ซูร์ชะงักเหมือนมีบางอย่างคลายออกในอกเขาเหมือนความมืดที่เขาแบกมาเริ่มละลายหายไป

กราวด้ายิ้มมุมปากเบา ๆ เป็นรอยยิ้ม “ของกราวด้า” รอยยิ้มที่น้อยคนในชีวิตเธอจะเคยเห็น

มุมห้อง—

กราวด้าหมายเลข 1 ที่เฝ้ามองอยู่นิ่ง ๆ กะพริบตาหนึ่งครั้งไฟเวทในตาสีม่วงอ่อนสั่นวูบ

เธอพูดออกมาเบา ๆ และน่าแปลกใจว่าอบอุ่นเกินความเป็นหุ่น

        “ฉันเข้าใจค่ะ ตอนนี้หัวใจของท่านกราวด้าเปลี่ยนไปแล้วดังนั้น—อนาคตก็อาจเปลี่ยนได้เช่นกัน”

กราวด้าตัวจริงมองเจ้าหุ่นขี้ผึ้ง เธอไม่ปฏิเสธ เธอเพียงแค่ยิ่ม 

เพราะ…มันคือความจริง

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา