What the Love like Hell รักร้ายหลอมใจ นายเจ้าชายโลกันต์
เขียนโดย Killolat
วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 15.01 น.
แก้ไขเมื่อ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568 18.54 น. โดย เจ้าของนิยาย
25) ~สะเดาะเคราะห์~
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
1 วันก่อนสิ้นปีแม็กม่าชวนนั่งแท็กซี่มาเฟิร์สเดท ณ ดอยทองเทมเพิล
ซึ่งชื่อเนี้ย ถ้าเปลี่ยนจาก ย.ยักษ์เป็น ก.ไก่ จะแสบๆ คันๆ เหมือนโดนด่า - -;
ไฮไลท์แลนด์มาร์ค = วัดกลางคืนไฮคลาสใจกลางมหานครสูงเสียดฟ้าจนเห็นสวรรค์ เซียมซีแม่น เด่นดังเรื่องสะเดาะเคราะห์ถูกใจอีช้อยยิ่งนัก
ตีนดอยมีถนนคนเดินพลุกพล่านขายสารพัดของกุ๊กกิ๊กตามประสาสถานที่ท่องเที่ยวกลิ่นสตรีทฟู้ดหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย
บัดไอด้อนแคร์ค่าา ไอ้เรามันสายมูมุ่งขึ้นหวัน
ไหนรถจิ๊บไต่เนิน คัมม๊อน~
หมับ!
ร่างสูง Hold back ล็อคคอหยุดฉันจากด้านหลัง
“เวลาเหลือเยอะแยะ ไม่เดินอ่อ?”
“นายเห็นปีกนางฟ้าฉันงอกหราเบบี๋ I'm walking, ya know?? เหาะได้เหาะไปแล้ว!”
“แวะหาไรกินก่อนดิป้า ใจร้อนจริง”
ต้าวหิวโซลากฉันออกจากจุดซื้อตั๋วรถขึ้นดอยเข้าสู่ดงมนุษย์แออัดอย่าง Walking street
Wait!? นี่คิดดีแล้วช้ะ ขนาดไม่ใช่วันเทศกาลคนยังเยอะ เดินดุ๊บดิ๊บเบียดเสียดเป็นมดงาน
ถามจริ๊ง น่าเที่ยวกี่โมงเคอะ?
…บัดโอบไหล่เดินคู่กันแบบนี้ก็หวานจุง >\\< ทูเดย์เราแต่งตัวโทนแดงแจ๋แมตซ์กันดี๊ดีด้วยล่ะ
“นู่น ร้านนั้นอร่อยนะ น้ำจิ้มมะขามสูตรโบราณโคตรเด็ด เสียอย่างเดียวไม้แหลมแทงถุงขาดตลอด”
+1 สารพัดลูกชิ้นทอด
“โตเกียวเนี่ยเคยกินป่าว นัมเบอร์วันไทยแลนด์เลยนา…เฮ้ย! มีแพนเค้กการ์ตูนด้วย เดี๋ยวฉันสั่งตัวที่คู่ควรกับเธอให้”
และอื่นๆ อีก +2 +3…+10 ตามลำดับ
พอก่อนยาหยีแดร๊กไม่ทันแล้วจ้า =o=;;
ชัก curious อีตานี่มันเป็นไกด์เถื่อนแฝงตัวมารึป่าว นายได้ค่าน้ำชากี่บาทบอกมาน๊ะ!
ระหว่างเดี๊ยนอี๊ทแหลก แม็กม่าก็ลอบดูเวลาผ่านมือถือถี่ยิบ…
แหม๋~ ทรงงี้มี 2 เวย์ เบื่อเต็มแก่ or Have a ซัมติงวรองในใจ
ณ พ้อยส์นี้ เซนส์บอกให้ไปไหว้พระละรีบกลับดีกว่า =__=
“เดี๋ยวว”
“ฮึ่ย…ไรนักหนา!? ไอ้รถจิ๊บมันลืมยัดเงินใต้โต๊ะนายว่าซ่าน รั้งอยู่ดั้ย! >0<”
แม่ชักจะจิตหงุดเงี้ยวแว้วน๊าา
นิ้วชี้เรียวสวยปิดปากฉัน ทำหน้าที่แทนเขื่อนกั้นคำด่า
“เค้าว่าถ้าเดินนับขั้นบันไดจนถึงวัดจะขอพรได้ 1 ข้อ”
“…”
อิ๊บอ๋าย…Why you don't tell me!?
ชาลาล่าา~ 3000 ขั้นได้มั้งน่ะ =[]= และนี่! This is a ส้นเข็มจิกคมทุกรันเวย์!
…แต่ถามว่าเดินมั้ย?
Absolutely ‘Yes’
.
-30 Minute Later-
“แฮ่กๆๆ…”
สรุปคือทรุดโทรมหอบเหมียนหมา =o=;;;
ส่วนมายบอยเฟรนด์ผู้ซอมเบิ่งไทม์อะเกน ฮีช่วยสมน้ำหน้าและส่ายหัวพร้อมมองเหยียด
“สภาพเธอแม่มอนาถจัดๆ แถวบ้านฉันเรียกหมูอ่อนแอ”
“ไอ้…ไอ้…”
โอ้ยย Dear God! จะด่ายังบ่มีแฮง T^T
แม็กม่าย่อตัวลงตรงหน้าในท่าที่คุ้นเคย
ตึกตักๆๆ
ชิชะ! ใจฉันเต้นแรงหน้าแดงเพราะเหนื่อยหรอกย่ะ ต้าวบักเสลี่ยงเอ้ย! >o<//
เอ๊อะ ตะกี้นับถึงขั้นไหน???
แง๊~ ที่ทำมาทั้งหมดคือศูนย์สินะ โคตรนอย! TToTT
…
พอถึงจุดสุดยอด (ดอย) ฟ้าก็มืดตึ๊ดตื๋อ
จำได้ว่าลงจากรถตอน 5 โมงเย็น ตอนนี้คงประมาณ 1 ทุ่มเศษ
“เฮ้ หลับป้ะเนี่ย??”
ไอ้หัวแดงแกล้งเขย่าตัวฉันที่ฟุบหน้าเซ็งๆ กับไหล่กว้าง
“ฮ่าๆๆ”
ว๊อททท ขำหาก็อดฟาเทอร์อิหยังวะ?? =[]=
“นี่เธอเชื่อจริงดิ”
ป้าบ!
ฉันสับเกรียนแตกไปหนึ่งที
“พ่องเป็นหม่ำจุ๊กมุ๊กรึไงย๊ะ!? เซ้าเว่า!!!”
ไรไม่รู้ แต่โคตรงึ๊ด >[]<
“โอ๊ย! ว่าจะเซอร์ไพรส์ซักหน่อย…ฉันไม่พูดแล้ว! -*-”
“ห๊าา!?! O[]O”
“เอ้อ! เลิกๆ กลับดีกว่า!”
เอ๊าา สวมบทนายงอนเฉย >^<
“ม่ายอาวง่ะ ขอโต๊ดด บอกหน่อยน้าเบบี๋~”
ฉันเอาหัวถูแก้มอ้อนง้ออย่างไว
เซอร์ไพรส์…เซอร์ไพรส์…เซอร์ไพรส์!!!
ตะกี้ฟังถูกช้ะ? เหนื่อยแทบตุยเดินขึ้นดอยทีนแหก ฉันต้องได้กำไรบ้างแหละแว้! >0<
แม็กม่าปล่อยฉันลงแบบบ่หัวซาแล้วหันมาแจกยิ้มหล่อลากดิน
“เค้าว่าคนที่ยืนข้างกันถึงขั้นสุดท้ายคือรักแท้”
ตึกตัก…ตึกตัก…ตึกตัก…
แสงสลัวส่องสะท้อนนัยน์ตาช็อกโกแลตแสนละมุนพาใจสั่น
อันนี้หวั่นไหวจริง
Calm down สาวเชอรี่ >\\< จับกดผู้ในวัดตกนรก 1000%
เนี้ยแค่คิดท่านยมก็ยิ้มต้อนรับแล้ว
“ปกตินายไม่ใช่สายมูหนิ! ตัวอะไรเข้าสิงย๊ะ!?”
ฉันสะบัดบ๊อบแซะแก้เขินและแอบแค้นด้วยส่วนหนึ่ง
เพราะถ้าบอกแต่แรกเดี๊ยนจะหักส้นเข็มละรีบวิ่งสี่คูณร้อยขึ้นมาเลย
“Whatever~ ไปไหว้พระกันเถอะที่ร๊ากก ^w^”
ยอมอภัยให้ความน่ารัก ฉันเลยยิ้มหน้าบานจูงมือเค้าเข้าวัด
กึก!
อื้อหือ…ลากไม่ไป
WTF?? คราวนี้มัคทายกลืมจ่ายค่าแต๊ะเอี๊ยแม่นบ่ -o-;;
“พักก่อนดิ รีบไปไหน…ตรงนั้นวิวสวยนะ”
เคร๊ นายเกลียดเจ้าอาวาสช้ะ?
=_= ฉันเหลือบมองหน้าหล่อแบบจับผิดเล็กน้อยก่อนยอมเชื่องให้เขาจูงไปนั่ง
อ่า วิวสวย…กี่โมง?
มืดมนกว่าท้องฟ้าก็อนาคตของเราละเบบี๋
ดาวเดอไม่มี๊ ตึกเติกธรรมด๊า
.
-5 Minute Later-
โล่งโจ้งเลยหัวฉัน เดดแอร์หูดับวิ้ง สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น -_-
แปะๆๆ
นายพามาตากลม + ตบยุงเล่นงี้อ่อ?
แต่จุดนี้ฟีเวอร์จริง เพราะมีคู่รักอื่นนั่งจ๋องอีก 6-7 หน่อ
โน๊วว เดี๊ยนจิมิยอมปล่อยเดทกร่อย!
สู้สิวะสาวเชอรี่! งัดหน้ามันออกจากนาฬิกาให้ได้!
หยอด…ใช่ ฉันต้องหาเรื่องหยอด!
“ปีนี้ฉันซวยมากเลยนะ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะความซวยก็คงไม่ได้ลงเอยกับนาย”
“ห๊า!?”
แม็กม่าเสยหน้าขึ้นอย่างฉุน
อ่าว บั่บว่ากะเอาซึ้งนะอันนี้ -[]- ไหงพูดไปเหมือนยิ่งสุมไฟแค้นฟะ??
“เอ้อ! ถ้าไม่ใช่เพราะซวย ฉันก็ไม่เอาผู้หญิงอย่างเธอหรอกเว้ย!”
เสียงตะคอกนายนี่มัน…น่าเอาของต่ำราคาแพงอย่างส้นเข็มแอร์เม็ดยัดซะให้หุบปาก!
ไอ้ Lover แถวนั้นสะดุ้งโหยงพากันลุกหนีหมดเบย
แหน่ะ…ตามองจอต่ออีกละ ยันแม่มลงดอยเลยดีมะ?
ป่ารกทึบเบอร์นี้มั่นใจมากว่าถีบตกขอบไปไม่มีใครหาร่างเจอแน่นอน - -+
“เฮ้อ”
ฮียีหัวเซอร์ๆ ถอนหายใจทิ้งอารมณ์เกรี้ยวกราด สวมบทเหล่ท่อแบบพระเอก MV เบี่ยงตาจ้องมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า
“ต้องขอบคุณความซวยเหมือนกันที่ทำให้รู้จักเธอ”
“…”
อืม หุบปากเหอะขอร้อง
“คิดอีกทีเธอโชคดีนะเบอรี่ ฉันอ่ะแม่งโคตรหล่อ เทคแคร์ดี โรแมนติกอีกต่างหาก ^^+”
อย่าลืมติด #กวนทีน #ปากปีจอ #หัวร้อน #มั่นหน้า และ #หยาบคาย ด้วยไอ้ชาย -*-
“อ้อ หราๆ โรแมนติกกี่โมง?”
ฉันพูดพร้อมส่ายหัวด๊อกแด๊กแบบยั่วส้น
…เป็นอีกครั้งที่มันก้มมองหน้าจอทำฉันงึ๊ด - -***
“คืนนี้ฉันมีดอกไม้ให้ด้วยนะ”
มือที่เล็งฉุดโฟนปาทิ้งหยุดชะงัก
สายตาฆาตรกรเปลี่ยนเป็นจ้องมองมายเบบี๋แบบวิบวับ
“Where~ (*0*)”
แม็กม่าชี้นิ้วไปยัง Dark sky
“นู่น เบ้อเร่อเท่อมองไม่เห็นได้ไงน่ะ?”
…
อย่าบอกนะ ดอกมโน??
หรี่ตามองเห็นแต่เพียงต้าวแมงหวี่บินวี้ๆ -“- กับรอยยิ้มหล่อกวนของลูกชายแม่ทองหยอง beside me
“ไอ้…!”
ฟิ้วว
พลุ!
สิ่งที่เบรกคำด่าคือ Firework บนท้องฟ้า
แสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดเบ่งบานตระการตาหลากสีสันเหมือนดอกไม้
ภาพนั้นสวยขนลุกทำฉันอึ้งตะลึงงัน สติที่เหลืออยู่ทำได้เพียงเอามือปิดปากหวอเพื่อเซฟลุค
OMG…
พลุ! พลุ! พลุ!
เสียงพลุดังสนั่นพอๆ กับหัวใจของฉัน
วินาทีนั้นเองที่รู้สึกว่า ‘โชคดีจัง’
“เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันให้ดอกไม้เลยนะ!!!~”
แม็กม่าตะโกนลั่นผ่าเสียงพลุ
“นายก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้ฉันร้องไห้เพราะมีความสุข!!!~”
ฉันยิ้มรับตะโกนกลับไปบ้าง
Is a fact บัดนาวแฮปปี้จนน้ำตาไหลไม่หยุด
เคลียร์คำถามทั้งหมดในหัวแล้วว่าทำไมจู่ๆ ฮีชวนสะเดาะเคราะห์สิ้นปี ถ่วงเวลาและจ้องนาฬิกาตลอด
เพราะอยากพามาดูพลุรอบจุดซ้อมสวยๆ ในฟีลโรแมนติกแบบนี้เอง
เป็นดอกไม้ที่ไม่ต้องลงทุนซื้อซักบาท แต่ได้ใจไปเต็มๆ ^^
“คราวหน้าใช้มุกนี้นายตายแน่!”
จบพลุดอกสุดท้ายฉันผลักคนข้างๆ อย่างหมันเขี้ยวจนฮีเซเกือบตกดอย The end แบบตายคู่ เพราะเราจับมือกันไว้แน่นมาก
นี่แหละซีนหวานตัดขาที่แท้ทรู สบตาฉ่ำ ชีพจรดี๊ด๊าเต้นตุ๊บตั๊บ
เอ๊ะ หรือว่านรกก็แค่ชื่อน้ำพริก ไปสุดเลยมั้ยล่าา~<3
หยอกๆ >3< ยังกลัวบาปอยู่เด้อ
“อ้อ ฉันมีของขวัญให้นายด้วย”
ฉันเปิดกระเป๋าตังค์เพื่อควานหาซัมติง
บ่ๆ นี่ไม่ใช่แบงค์เทา 3 ใบเถา แต่เป็นของที่เดี๊ยนแอบซื้อตรงตีนดอยตอนฮีแวะเข้าห้องน้ำ
“แต่นแต๊น~ ศิวลึงค์เรียกสั้นๆ ว่าปลักขิก ^0^”
“=_=”
แม็กม่ามองไม้แกะสลักรูปทรงคล้ายดิลโด้ขนาดเท่านิ้วชี้ด้วยสายตาเอือมระอา
“เห็นปุ๊บฉันงี้นึกถึงนายปั๊บ ^^”
“ยัย…”
“อ๊ะๆ ไม่ต้องพู๊ด! ในใจนายคงคิดว่า ‘หน้าตูเหมือนไอ้จ้อนรึไง?’ บัดโน๊วโนวจร้า~ อันเนี้ยพุทธคุณมหาอุดแคล้วคลาดกันกระสุน เสริมเสน่ห์ เพิ่ม
อำนาจ ฉันอยากให้เพราะเห็นนายชอบหมี่เหลือง ^0^”
“เออ งั้นเธอเก็บไว้ใช้เองเหอะว่ะ - -”
อ้าวเฮ้ย! ขัดคอแล้วลุกหนีเฉย -[]-
“รอช้านด้วยยย”
(จบตอน)
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ