Memory of Tomorrow วันพรุ่งนี้ในความทรงจำ
-
เขียนโดย Xiaobei
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563 เวลา 13.24 น.
40 ตอน
0 วิจารณ์
37.00K อ่าน
แก้ไขเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2563 14.05 น. โดย เจ้าของนิยาย
10) บทที่10 ชะตาลิขิต (3)
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความบทที่10 ชะตาลิขิต (3)
“พี่จื่อหาน” เสียงดีใจเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงดังมาจากในหูฟัง มู่ลี่ไป๋ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว หูฟังโทรศัพท์นี่มีปัญหาหรือไง? ทำไมเสียงแปลกๆ
“ฉันมู่ลี่ไป๋”
“พี่มู่ แล้วพี่จื่อหานล่ะ?” มู่ลี่ไป๋มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย ตอนนี้ขวดเปล่าหลายขวดกองกันอยู่ที่ข้างเท้า ดวงตาที่ล้ำลึกพร่ามัวแล้ว แต่ว่ายังคงรินเหล้าให้ตัวเองไม่หยุด
“คืนนี้เขามีธุระนิดหน่อย ไม่กลับไปแล้ว ส่วนของที่พี่ชายเธอซื้อให้เธอก็ส่งกลับไปแล้วนะ”
“อ่อ” ขณะที่ปลายสายต้องการพูดอะไรบางอย่าง มู่ลี่ไป๋ก็กดวางสายไป ขวดเปล่าล้มลงบนพื้นอีกครั้ง
“ลั่วจื่อหาน ลั่วจื่อหาน” ไม่ว่าเขาจะเรียกคนดื่มเหล้าอย่างไรก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ “บ้าเอ๊ย ไม่น่าพานายมาเลย” เขาดึงเนคไทของตัวเองอย่างหงุดหงิด ตอนนี้ชั้นวางเหล้าในห้องว่างเปล่าแล้ว ลั่วจื่อหานหยุดดื่มและมีท่าทีเหมือนจะก่อเรื่อง มู่ลี่ไป๋เลยรีบเรียกพนักงานเสิร์ฟ แล้วเติมแก้วคุณชายตรงหน้าให้เต็ม
“เป็นไงล่ะ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ตอนนี้ยังบอกอะไรชัดเจนไม่ได้ มีนายคนเดียวแหละที่หมดสภาพขนาดนี้” ลั่วจื่อหานยังคงดื่มเหล้าโดยไม่สนใจคนอื่น จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง“ไม่แน่ว่า…”ดวงตามู่ลี่ไป๋เจ้าเล่ห์“ตอนนี้เธออาจแต่งงานไปแล้วก็ได้”
เพิ่งพูดออกมา มู่ลี่ไป๋ก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องลดลงหลายองศา มองเห็นสายตาของคนข้างๆ ที่พุ่งมาเหมือนมีดบิน เขากระแอมไอด้วยความเขินอาย
มู่ลี่ไป๋ยกแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมา บนใบหน้ามีความเศร้าโศกบางๆ เช่นกัน เขาดื่มเหล้าในมือรวดเดียวหมด รสชาติเผ็ดร้อนกระตุ้นเส้นประสาทที่อ่อนแรง ประกายน้ำจางๆ ปรากฏอยู่ในดวงตา
“เธอไม่มีทางแต่งหรอก” ผ่านไปเนิ่นนาน คนที่อยู่ข้างๆ ถึงตอบเขาด้วยความแน่วแน่ มู่ลี่ไป๋ได้ยินคำตอบของเขา มือก็พลันสั่นเทา จริงจังขนาดนี้เลยเหรอ?
“แค่กๆๆ…แค่ก ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันก็แค่พูดส่งเดช”
ลั่วจื่อหานดื่มเหล้าที่อยู่ในแก้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายล้อเล่นแต่ก็ยังตอบคำถามข้อนี้จริงจังมาก บางทีอาจกำลังบอกตัวเองอย่างจริงจังว่าเขากำลังตามหาเธอ และเธอก็กำลังรอเขาอยู่แน่นอน
“เยี่ยฉินกลับมาแล้ว” ผ่านไปสักพัก ลั่วจื่อหานเอ่ยปากแผ่วเบา สายตามู่ลี่ไป๋มืดมนลง ไม่แสดงอาการอะไร
“อือ” เขารินเหล้าให้ตัวเองจนเต็มแก้วอีกครั้ง “วันนี้ฉันจะมอมเหล้านายให้ล้ม” เขาหัวเราะน้อยๆ จากสายตาที่เขามองลั่วจื่อหาน ทั้งสองคนต่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายชัดเจน
“ฝันไปเถอะ”
.....
คฤหาสน์จิ่นหยวน…
อี้เป่ยซีกอดรูปภาพในมือตัวเองวิ่งกลับห้องไปด้วยความดีใจ สำรวจโครงสร้างของห้องอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด กำลังคิดว่าจะเอารูปภาพในมือตัวเองแขวนไว้ตรงไหนดี
“พี่คะ พี่ว่าแขวนไว้ตรงไหนดี?” อี้เป่ยซีมองพี่ชายตัวเองอย่างอับจนหนทาง
“ตรงทางเดินไม่ได้เหรอ?”
เธอก็เหมือนแม่แกะตัวน้อยที่ปกป้องลูก กอดรูปภาพไว้ในอก พูดด้วยความเอาแต่ใจว่า “ไม่เอา ฉันอยากเชยชมมันคนเดียว” อี้เป่ยเฉินมองดูรูปภาพรูปนั้น ในใจกลับรู้สึกประหลาดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบรูปภาพนี้เอาเสียเลย บางทีอาจเป็นเพราะว่าเมื่อเช้าเป่ยซีพุ่งข้ามถนนไปเพื่อมัน หรืออาจเป็นเพราะอย่างอื่นที่เขาอธิบายไม่ถูก
“พี่คะ พี่ว่าตรงนี้เป็นไง?” เธอเอารูปภาพทาบไปตรงที่ว่างข้างชั้นวางหนังสือ อี้เป่ยเฉินอดยอมรับไม่ได้ว่ารูปภาพทิวทัศน์ห่างไกลลงตัวกับบรรยากาศของทั้งห้องอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่เลวเลย พรุ่งนี้พี่ช่วยเธอติดดีไหม?”
“อือ” อี้เป่ยซีกลับไปที่ข้างกายเขาอย่างพอใจ แล้วเอารูปภาพในมือวางลงบนมือเขาอย่างเคร่งขรึม ด้วยเกรงว่ามันจะเกิดความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เขารับรูปภาพมา เห็นว่ามุมล่างขวาของภาพทิวทัศน์มีอักษรเสี่ยวจ้วน[1]ที่สวยงามเขียนไว้ว่า ‘จื่อจวีหานจื้อ’ (เด็กน้อยในบ้านยากจนข้นแค้น)…
------------
[1]อักษรเสี่ยวจ้วน คืออักษรโบราณของจีน มีลักษณะเส้นกลมมน รูปร่างผอมสูงเป็นระเบียบ
“พี่จื่อหาน” เสียงดีใจเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงดังมาจากในหูฟัง มู่ลี่ไป๋ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว หูฟังโทรศัพท์นี่มีปัญหาหรือไง? ทำไมเสียงแปลกๆ
“ฉันมู่ลี่ไป๋”
“พี่มู่ แล้วพี่จื่อหานล่ะ?” มู่ลี่ไป๋มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย ตอนนี้ขวดเปล่าหลายขวดกองกันอยู่ที่ข้างเท้า ดวงตาที่ล้ำลึกพร่ามัวแล้ว แต่ว่ายังคงรินเหล้าให้ตัวเองไม่หยุด
“คืนนี้เขามีธุระนิดหน่อย ไม่กลับไปแล้ว ส่วนของที่พี่ชายเธอซื้อให้เธอก็ส่งกลับไปแล้วนะ”
“อ่อ” ขณะที่ปลายสายต้องการพูดอะไรบางอย่าง มู่ลี่ไป๋ก็กดวางสายไป ขวดเปล่าล้มลงบนพื้นอีกครั้ง
“ลั่วจื่อหาน ลั่วจื่อหาน” ไม่ว่าเขาจะเรียกคนดื่มเหล้าอย่างไรก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ “บ้าเอ๊ย ไม่น่าพานายมาเลย” เขาดึงเนคไทของตัวเองอย่างหงุดหงิด ตอนนี้ชั้นวางเหล้าในห้องว่างเปล่าแล้ว ลั่วจื่อหานหยุดดื่มและมีท่าทีเหมือนจะก่อเรื่อง มู่ลี่ไป๋เลยรีบเรียกพนักงานเสิร์ฟ แล้วเติมแก้วคุณชายตรงหน้าให้เต็ม
“เป็นไงล่ะ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ตอนนี้ยังบอกอะไรชัดเจนไม่ได้ มีนายคนเดียวแหละที่หมดสภาพขนาดนี้” ลั่วจื่อหานยังคงดื่มเหล้าโดยไม่สนใจคนอื่น จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง“ไม่แน่ว่า…”ดวงตามู่ลี่ไป๋เจ้าเล่ห์“ตอนนี้เธออาจแต่งงานไปแล้วก็ได้”
เพิ่งพูดออกมา มู่ลี่ไป๋ก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องลดลงหลายองศา มองเห็นสายตาของคนข้างๆ ที่พุ่งมาเหมือนมีดบิน เขากระแอมไอด้วยความเขินอาย
มู่ลี่ไป๋ยกแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมา บนใบหน้ามีความเศร้าโศกบางๆ เช่นกัน เขาดื่มเหล้าในมือรวดเดียวหมด รสชาติเผ็ดร้อนกระตุ้นเส้นประสาทที่อ่อนแรง ประกายน้ำจางๆ ปรากฏอยู่ในดวงตา
“เธอไม่มีทางแต่งหรอก” ผ่านไปเนิ่นนาน คนที่อยู่ข้างๆ ถึงตอบเขาด้วยความแน่วแน่ มู่ลี่ไป๋ได้ยินคำตอบของเขา มือก็พลันสั่นเทา จริงจังขนาดนี้เลยเหรอ?
“แค่กๆๆ…แค่ก ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันก็แค่พูดส่งเดช”
ลั่วจื่อหานดื่มเหล้าที่อยู่ในแก้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายล้อเล่นแต่ก็ยังตอบคำถามข้อนี้จริงจังมาก บางทีอาจกำลังบอกตัวเองอย่างจริงจังว่าเขากำลังตามหาเธอ และเธอก็กำลังรอเขาอยู่แน่นอน
“เยี่ยฉินกลับมาแล้ว” ผ่านไปสักพัก ลั่วจื่อหานเอ่ยปากแผ่วเบา สายตามู่ลี่ไป๋มืดมนลง ไม่แสดงอาการอะไร
“อือ” เขารินเหล้าให้ตัวเองจนเต็มแก้วอีกครั้ง “วันนี้ฉันจะมอมเหล้านายให้ล้ม” เขาหัวเราะน้อยๆ จากสายตาที่เขามองลั่วจื่อหาน ทั้งสองคนต่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายชัดเจน
“ฝันไปเถอะ”
.....
คฤหาสน์จิ่นหยวน…
อี้เป่ยซีกอดรูปภาพในมือตัวเองวิ่งกลับห้องไปด้วยความดีใจ สำรวจโครงสร้างของห้องอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด กำลังคิดว่าจะเอารูปภาพในมือตัวเองแขวนไว้ตรงไหนดี
“พี่คะ พี่ว่าแขวนไว้ตรงไหนดี?” อี้เป่ยซีมองพี่ชายตัวเองอย่างอับจนหนทาง
“ตรงทางเดินไม่ได้เหรอ?”
เธอก็เหมือนแม่แกะตัวน้อยที่ปกป้องลูก กอดรูปภาพไว้ในอก พูดด้วยความเอาแต่ใจว่า “ไม่เอา ฉันอยากเชยชมมันคนเดียว” อี้เป่ยเฉินมองดูรูปภาพรูปนั้น ในใจกลับรู้สึกประหลาดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบรูปภาพนี้เอาเสียเลย บางทีอาจเป็นเพราะว่าเมื่อเช้าเป่ยซีพุ่งข้ามถนนไปเพื่อมัน หรืออาจเป็นเพราะอย่างอื่นที่เขาอธิบายไม่ถูก
“พี่คะ พี่ว่าตรงนี้เป็นไง?” เธอเอารูปภาพทาบไปตรงที่ว่างข้างชั้นวางหนังสือ อี้เป่ยเฉินอดยอมรับไม่ได้ว่ารูปภาพทิวทัศน์ห่างไกลลงตัวกับบรรยากาศของทั้งห้องอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่เลวเลย พรุ่งนี้พี่ช่วยเธอติดดีไหม?”
“อือ” อี้เป่ยซีกลับไปที่ข้างกายเขาอย่างพอใจ แล้วเอารูปภาพในมือวางลงบนมือเขาอย่างเคร่งขรึม ด้วยเกรงว่ามันจะเกิดความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เขารับรูปภาพมา เห็นว่ามุมล่างขวาของภาพทิวทัศน์มีอักษรเสี่ยวจ้วน[1]ที่สวยงามเขียนไว้ว่า ‘จื่อจวีหานจื้อ’ (เด็กน้อยในบ้านยากจนข้นแค้น)…
------------
[1]อักษรเสี่ยวจ้วน คืออักษรโบราณของจีน มีลักษณะเส้นกลมมน รูปร่างผอมสูงเป็นระเบียบ
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้นำมาจากแหล่งอื่นและได้รับการอนุญาตจากเจ้าของแล้ว
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ