The Bikeriders: No Mercy

8.3

เขียนโดย room666_

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.45 น.

  8 ตอน
  0 วิจารณ์
  902 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 23.47 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

6) เพลิงพิพากษา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
 
 
 
 ฉากตัดสลับ ไปยังคฤหาสน์ของวิกเตอร์ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง... ห่างออกไปจากความวุ่นวายเพียงไม่กี่ไมล์ บรรยากาศที่คฤหาสน์ริมน้ำ ควันบุหรี่ของวิกเตอร์ลอยวนเป็นสายตาคมกริบจ้องมองลูกน้องสภาพสะบักสะบอมที่เหลือรอดกลับมา
 
 ลูกน้อง (เสียงสั่น): "เรียบร้อยครับเจ้านาย... ผมจัดการสาดกระสุนใส่พวกมันจนพรุน ปาระเบิดขวดอีกสิบกว่าลูกใส่บาร์มัน เผารถมันอีกหลายคัน...คนฝั่งมันก็เจ็บไปหลายคน แต่..."
 
วิกเตอร์ (พ่นควันบุหรี่): "แต่?"
 
ลูกน้อง: "เราเสียไปสาม... อีกหกคนเจ็บหนัก เพราะตอนเราจะถอนตัว... มีพวกมันยิงสวนออกมา ยิงแบบไม่เลือกหน้าจนเราต้องกดคืน"
 
วิกเตอร์ชะงักมือที่กำลังเคาะเถ้าบุหรี่ ดวงตาหรี่แคบลง วิกเตอร์: " ยิงสวน? พวกมันมีปืนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? "
 
ลูกน้อง: "ผมไม่รู้ครับนาย!  รู้แค่ว่าพวกมันยิงสวนมาหลายทิศทาง พวกเราคิดว่ามันคงมีปืนแค่ไม่กี่กระบอก เราเลยสาดกลับไปเต็มชุด... แต่พอไฟส่องสว่างขึ้นนิดนึง ถึงได้เห็นว่ารถที่จอดข้างทางมันมีตรา... มีตราตำรวจ"
 
วิกเตอร์ (ลุกพรวดขึ้น): " มึงยิงตำรวจด้วยเหรอ!? "
 
ลูกน้อง: ( คุกเข่าลงตัวสั่น ) " ผม... ผมไม่รู้จริงๆหัวหน้า ! จังหวะนั้นมันมืดไปหมด พวกผมแค่สาดกระสุนใส่ขบวนพวกมันไปมั่วๆ ใครจะไปเห็นว่ามีรถตำรวจจอดอยู่ตรงนั้น! ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันโดนยิงไปกี่นัด หรือมีใครตายไหม!"
 

 
" มึงยิงตำรวจ... มึงกำลังเอาความซวยมาจ่อที่หน้าประตูบ้านกู!" วิกเตอร์คำราม เสียงของเขาต่ำลึกจนน่าขนลุก
 
ลูกน้องคนที่มาแจ้งข่าวตัวสั่นงันงก " นายครับ... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ ตอนที่ยิงพวกนั้น ผมยังไม่เห็นเลยด้วยซํ้าว่ามีตํารวจโดนยิง..."
 
"ปัง!"
 
 กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าโดยที่เขายังพูดไม่จบประโยค ร่างนั้นหงายหลังตึงลงกับพื้นไม้กระดาน เลือดเริ่มไหลนองแทรกตามร่องไม้ สมาชิกคนอื่นๆ ที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและก้มหน้าเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
 
วิกเตอร์ยืนหอบหายใจถี่ ปลายกระบอกปืนยังควันกรุ่น เขาหันไปมองลูกน้องที่เหลือตรงหน้าด้วยสายตาปีศาจ
 
"เศษสวะพวกมึง..." เขาพึมพำเตรียมจะระเบิดอารมณ์ต่อ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาจากเงามืดบนชั้นลอยของบ้าน
 
"กระสุนน่ะ... เขามีไว้ใช้ฆ่าศัตรู ไม่ใช่ฆ่าลูกน้องโง่ๆ ที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองนะ... วิกเตอร์"
 
เสียงนั้นนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจพอที่จะหยุดความบ้าคลั่งของวิกเตอร์ได้ทันที ชายชราในชุดสูทเนื้อดีเดินออกมาจากเงามืด ถือแก้วบรั่นดีในมือและจ้องมองลงมาที่ลูกชายด้วยสายตาเรียบเฉย
เขาก็คือ "อัลเบิร์ต" ( Albert ) พ่อของวิกเตอร์นั่นเอง
 
 
 
อัลเบิร์ต: ( จิบบรั่นดีช้าๆ สายตามองซากศพบนพื้นอย่างเฉยเมย ) 
" เก็บปืนแกซะ วิกเตอร์... การฆ่าคนโง่เพิ่มอีกคนไม่ได้ทำให้สถานการณ์ฉลาดขึ้นหรอก "
 
วิกเตอร์: " พวกมันยิงตำรวจนะพ่อ! เรื่องนี้มันปิดไม่มิดแน่! "
 
อัลเบิร์ต: " มิดสิ... ถ้าแกเลิกโวยวายเหมือนเด็กเสียของเล่น" ( เขาวางแก้วลงแล้วเดินลงมาหา ) 
 
" ฟังนะ... สั่งคนของแกให้เอารถ 3 คันที่เหลือไป 'ชำแหละ' ที่อู่ซะคืนนี้ ตัดเลขตัวถัง ทำลายส่วนที่โดนยิง อย่าให้เหลือแม้แต่ซากยาง ส่วนพวกที่บาดเจ็บ... ส่งไปรักษาที่คลินิกเถื่อนของเรา ห้ามใครโผล่หัวไปโรงพยาบาลเด็ดขาด "
 
อัลเบิร์ต: " ส่วนแก... พรุ่งนี้เช้าใส่สูทดีๆ แล้วไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านประจำในเมือง ทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เดี๋ยวเรื่องทาง 'ผู้ใหญ่' ในกรม... ฉันจะจัดการเคลียร์ทางให้เอง "
 
บทสรุปแห่งโทสะของอัลเบิร์ต
หลังสิ้นเสียงคำแนะนำที่ดูเลือดเย็น อัลเบิร์ตขยับยิ้มที่มุมปากครู่หนึ่งก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เขากวักมือเรียกวิกเตอร์ให้เข้ามาใกล้...
 
อัลเบิร์ต: " ขยับมานี่... ไอ้ลูกชาย "
 
วิกเตอร์เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางที่พยายามจะรักษามาดเกรงขาม แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร...
 
"เพียะ!!!"
 
ฝ่ามือของชายชราหวดเข้าเต็มใบหน้าของวิกเตอร์จนหน้าหัน แรงตบนั้นหนักหน่วงเสียจนมุมปากของวิกเตอร์แตกซิบ อัลเบิร์ตไม่ปล่อยให้ลูกชายได้ตั้งตัว เขากระชากคอเสื้อของวิกเตอร์เข้าหาตัวจนจมูกแทบจะชนกัน
 
อัลเบิร์ต ( ตะคอกเสียงต่ำแต่สั่นเครือด้วยความโกรธ )
“ แกมันโตจนจะเป็นควายอยู่แล้ว! แต่สมองยังทำงานเหมือนเด็กอมมือไม่มีผิด! กี่ครั้งแล้ววิกเตอร์? กี่ครั้งที่ฉันต้องถ่างขาออกมาเช็ดก้นให้แก! ถ้าไม่ใช่เพราะนามสกุลฉัน แกคงลงไปเน่าตายในคุกตั้งแต่คดีแรกแล้วไอ้ลูกเวร! "
 
เขากระชากคอเสื้อแรงขึ้นจนวิกเตอร์ต้องเขย่งเท้า
 
อัลเบิร์ต: " ความโง่ของแกมันกำลังจะลากธุรกิจที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิตลงเหว! ถ้าตำรวจระดับสูงพวกนั้นคุมไม่อยู่ คนที่ซวยมันไม่ใช่แค่แก... แต่มันคือเราทั้งตระกูล เข้าใจไหม!? "
 
อัลเบิร์ต: " ตอนนี้ข่าวออกไปทั่วเมืองแล้วแกรู้ไหม! สื่อกำลังประโคมข่าวว่าเป็นการกราดยิงอุกอาจฝีมือแก๊งอิทธิพล ถ้ามันสาวมาถึงตัวแกได้เมื่อไหร่... ฉันมีหวังหลุดจากตำแหน่งแน่ๆ! แกคิดว่าเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่มันมั่นคงนักเหรอไง!? "
 
วิกเตอร์: "แต่พ่อ... พ่อก็จัดการปิดปากพวกมันได้ทุกทีนี่ "
 
อัลเบิร์ต: ( หัวเราะอย่างสมเพช ) " ปิดปากเหรอ? ใช่! ฉันเอาเงินยัดปากไอ้พวกตำรวจหน้าเงินพวกนั้นอยู่ แต่นั่นมันตอนที่เรื่องยังเงียบ! ตอนนี้กลิ่นคาวเลือดมันฟุ้งไปทั้งเมือง ฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าเงินของฉันจะรั้งพวกมันไว้ได้นานแค่ไหน ถ้าเบื้องบนกดดันลงมา... พวกมันนั่นแหละจะหักหลังส่งแกเข้าคุกเป็นคนแรกเพื่อเอาตัวรอด! "
 
วิกเตอร์ ( พยายามขืนตัวออกและสวนกลับ )
 
" ผมรับมือได้น่าพ่อ! แค่ไอ้พวก Vandals กับตำรวจไม่กี่นาย ผมจัดการ..."
 
"เพียะ!!!"
 
ฝ่ามือที่สองฟาดลงที่เดิมซ้ำอย่างแรงจนวิกเตอร์เซถลา
อัลเบิร์ต: " รับมือได้เหรอไอ้โง่!? ถ้าแกเก่งอย่างที่ปากว่า ทำไมฉันยังต้องมายืนอยู่ตรงนี้ล้างคาวเลือดที่แกทำหกไว้ล่ะ! "
 
จู่ๆ อัลเบิร์ตก็เปลี่ยนท่าที เขากระชากคอเสื้อวิกเตอร์เข้ามาดึงร่างลูกชายเข้ามากอดไว้แน่นจนดูน่าอึดอัด แต่เป็นกอดที่เต็มไปด้วยรังสีอำนาจ เขาซบหน้าลงข้างหูวิกเตอร์แล้วกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นที่สุด
 
อัลเบิร์ต: " ฟังนะไอ้ลูกชาย... ครั้งนี้ถือว่าฉันขอ และเป็นการขอครั้งสุดท้าย เรื่องนี้มันไม่ธรรมดา กระสุนที่ลูกน้องแกยิงใส่ตำรวจมันคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรก..."
 
เขากระชากตัวออกแล้วจ้องตาตรงๆ
 
อัลเบิร์ต: " ฉันขอสั่งให้แกมุดหัวเก็บตัวเงียบๆ อยู่ที่นี่ เป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีตัวตนไปซักพัก อย่าริอ่านสร้างเรื่องบ้าๆ ขึ้นมาอีก... จนกว่าฉันจะบอกว่า 'เริ่ม' ได้ เข้าใจที่สั่งไหม!? "
 
อัลเบิร์ต: " แกเห็นไอ้พวก Vandals นั่นไหม? พวกมันก็อยู่ของมันดีๆ ในรูเน่าๆ ของมันเเต่แกดันเปรี้ยวไปหาตีน หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ! แกดันไปแหย่รังแตน... ไปยุ่งกับพวกคนบ้าเข้าแล้วไง! ทั้งเผาบาร์เเถมทําร้ายคนของมันอีก คิดเหรอว่าพวกมันจะอยู่เฉย!! "
 
เขาสะบัดคอเสื้อวิกเตอร์จนเสียหลัก แล้วชี้หน้าด่าซ้ำด้วยเสียงสั่นเครือ
 
อัลเบิร์ต:
"ฉันทำงานสกปรกมาทั้งชีวิต แต่ฉันไม่เคยอยากมีปัญหากับใครโดยไม่จำเป็น! กฎของโลกนี้คือทำเงิน ไม่ใช่หาศัตรู... แต่แก! ไอ้ควายบัดซบ! ดันโง่ไปลากตีนเข้าบ้านตัวเองแท้ๆ! แกคิดว่าไอ้พวกที่ขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมจะตายเพื่อเพื่อนมันจะจบเรื่องนี้ง่ายๆ เพราะเงินงั้นเหรอ?"
 
เขาก้าวย่างเข้าไปใกล้จนวิกเตอร์ต้องถอยกรูด
 
อัลเบิร์ต: " พวกมันไม่มีอะไรจะเสีย แต่มันจะลาก 'ทุกอย่าง' ที่ฉันสร้างมาลงนรกไปกับมันด้วย! เพราะความใจร้อนโง่ๆ ของแกคนเดียว! "
 
วิกเตอร์: ( ตะโกนถามด้วยความสับสน ) "แต่พ่อ! พวกลูกน้องที่เหลือ... ใครหน้าไหนมันจะกล้าคาบข่าวไปบอกพวกขยะนั่น? บ้านพักริมน้ำนี่มีแต่คนของเราที่รู้ทางเข้า เมืองนี้ทั้งเมืองเป็นของเรา พ่อคิดว่าพวก Vandals มันจะงมหาที่นี่เจอจริงๆ เหรอ!?"
 
อัลเบิร์ต: (หยุดเดินบนบันไดแล้วหันกลับมาแสยะยิ้มสมเพช) " เพราะความโง่ของแกไง... ที่คิดว่าทุกอย่างมันง่ายไปหมด! "
 
เขาก้าวยกลงมาขั้นหนึ่งแล้วชี้ไปที่กองเลือดบนพื้น
 
อัลเบิร์ต: "แกส่งคนไปตาย 3 คน เจ็บอีกครึ่งโหล... แกคิดว่าในบรรดาไอ้พวกสวะที่แกจ้างมาด้วยเงินเนี่ย มันจะมีสักกี่คนที่รักแกจนยอมตายโดยไม่ปริปาก? แค่ตำรวจเอาปืนจ่อหัว หรือพวกจอนนี่เอามีดลนไฟจี้คอ... ความลับที่แกภาคภูมิใจนักหนามันก็หลุดออกมาพร้อมขี้ฟันพวกมันแล้ว!"
 
อัลเบิร์ต: ( กระแทกเสียงข่มขวัญ ) "จำไว้... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่ถือขวานอยู่หน้าบ้าน แต่มันคือ 'คนใน' ที่แกคุมมันไม่อยู่นี่แหละ! ตอนนี้มุดหัวไปสั่งการเวรยามซะ ก่อนที่ไอ้พวกขยะนั่นจะมาตัดหัวแกคาเตียงนอน... ไสหัวไป๊!"
 
วิกเตอร์นิ่งไป ขณะที่คำพูดของอัลเบิร์ตดังก้องอยู่ในหัว ภาพเหตุการณ์นรกแตกที่ 'บาร์ของเฟรดดี้' ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เสียงระเบิดขวดกระทบผนัง เปลวไฟที่ลุกพรึบทั่วร้าน และเสียงฝีเท้าของพวก Vandals ที่บุกเข้ามาเหมือนฝูงหมาป่า 
 
วิกเตอร์ ( คิดในใจ ) 'คนใน'... บ้าเอ๊ย! ตอนที่พวกเราหนีตายออกมาจากบาร์นั่น ความโกลาหลมันทำให้ฉันเช็กคนไม่ครบ มีลูกน้องคนหนึ่งหายไปในกองเพลิงนั่น!
 
( เขานึกถึงลูกน้องคนหนึ่งที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยช่วงชุลมุน จนกระทั่งสายข่าวเพิ่งรายงานเข้ามาว่าพบมันแอบเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในสภาพขาหักจนเเทบเกือบจะโดนตัดทิ้ง )
 
วิกเตอร์ (คิดในใจ): มันรอดจากบาร์นั่นไปได้ยังไง? แล้วถ้าพวกของ Johnny ไปลากคอต้นชนปลายจากมันได้ล่ะ? ไอ้สวะนั่นมันใจปลาซิว  มันอาจจะคายพิกัดคฤหาสน์และเส้นทางเข้าออกคืนนี้ออกมาหมดแน่!
วิกเตอร์ ( กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง )
 
 
ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยรวม
แสงจันทร์รำไรส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเห็นร่างของ "เทรวิส" ลูกน้องของวิกเตอร์ที่สะบักสะบอมจากการโดนพวกจอนนี่ 7 คนบุกไปถล่มถึงบาร์เฟรดดี้ เขานอนอยู่บนเตียงโดยมีเฝือกหนาเตอะพันที่ขาและพาดสลิงไว้สูง
 
 
 
..ก็ได้มีชายลึกลับสองคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง เทรวิสลืมตาขึ้นมาเห็นก็จำได้ทันที
เทรวิส ( เสียงพร่า ) "พวกมึง... มาได้ไงวะ? วิกเตอร์ส่งพวกมึงมาพาตัวกูหนีใช่ไหม? ไอ้พวก Vandals มันบ้าไปแล้ว... มันยกพวกมา 7 คนถล่มบาร์เฟรดดี้จนเละ แถมลากกูไปซ้อมปางตาย..."
 
ชายคนแรก ( จ้องมองขาที่เข้าเฝือก ) " สบายดีไหมล่ะ เทรวิส? นายเราอยากรู้ว่ามึงรอดมาจากมือพวกจอนนี่ได้ยังไง ในเมื่อร้านเฟรดดี้โดนเผาวอดวายขนาดนั้น "
 
เทรวิส (กัดฟัน): " สบายดีพ่อดิ! มึงดูขากูเนี่ย! กระดูกแหลกหมด! พวกมันลากกูไปเค้นความลับเรื่องนาย ดีแค่ไหนที่กูไม่ตายคามือพวกมันแล้วรอดมาถึง รพ. ได้ "
 
ชายคนที่สอง (ขยับเข้าไปใกล้จนชิดหน้า) " นั่นแหละที่น่าสงสัย... มึงรอดมาได้เนี่ยนะ? ทั้งที่พวกมันโกรธจัดเรื่องเพื่อนมันเจอทุบมือซะเละขนาดนั้น หวังว่ามึงคงไม่ได้ 'คาย' ความลับเรื่องนายออกไปเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดหรอกนะ บอกมาตรงๆ มึงพูดอะไรไปบ้าง? "
 
เทรวิส ( เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว ) " ห่าอะไรวะ! ฉันไม่ได้พูด! ฉันสาบานได้... ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่ซ่อนของวิกเตอร์! "
 
ชายคนแรก (แสยะยิ้ม): " หึ... 'ไม่ได้บอกเรื่องที่ซ่อน' งั้นเหรอ? แสดงว่ามันจี้ถามเรื่องนั้นจริงๆ... ถ้านายรู้ว่ามึงโดนรีดข้อมูลจนถึงขนาดรู้ว่าที่ซ่อนเราเป็นความลับ มึงคิดว่านายจะเลี้ยงมึงไว้ไหม? "
 
เทรวิส (ตาเบิกโพลง): "เดี๋ยว! กูก็แค่..."
 
ไม่ทันได้อ้อนวอนต่อ มีดพกเล่มคมพุ่งเข้าปาดคอเทรวิสอย่างรวดเร็ว เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดเปื้อนเตียงคนไข้สีขาว ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ขาจนหนีไม่ได้ มือสังหารอีกคนรีบเอาหมอนกดหน้าซ้ำจนเสียงร้องขาดหายไป ร่างที่บอบช้ำกระตุกแรงๆ สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปพร้อมเสียงสัญญาณชีพจรที่ลากยาว... ตื๊ด---------
 

ความโกลาหลที่โรงพยาบาล
ร่างของเทรวิสกระตุกเฮือกสุดท้ายก่อนจะนิ่งสนิทไปใต้แรงกดของหมอน เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้าปูเตียงสีขาวโพลน ขยายวงกว้างออกไปจนแดงฉานไปทั้งเตียง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตัดกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้น
 
"เอื้อก..." เสียงหลุดรอดจากลำคอของคนไข้เตียงข้างๆ ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเหตุการณ์พอดี เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก จ้องมองมือสังหารในชุดไอ้โม่งที่กำลังดึงมีดเปื้อนเลือดออกมาจากคอของเทรวิส
 
" เฮ้ย! ช่วยด้วย! ฆาตกร! มะ...มีคนโดนฆ่า!!! " เสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวดังก้องไปทั่ววอร์ดผู้ป่วย
มาร์คัสกับเอเลียสหันมาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที พวกเขาไม่ได้ลนลาน แต่กลับเก็บมีดอย่างใจเย็นก่อนจะพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ
 
เอเลียส (เสียงเย็น): "หมดหน้าที่แล้ว... ไป!"
ทั้งคู่กระโดดออกทางหน้าต่างห้องพักฟื้นที่เปิดทิ้งไว้ หายลับไปในเงามืดยามค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงความโกลาหล พยาบาลและเวรเปลต่างวิ่งกรูเข้ามาในห้องตามเสียงร้อง แต่สิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณของเทรวิสบนกองเลือดที่เริ่มไหลนองลงสู่พื้นห้อง...
 
 
กลางดึก ถนนสายเปลี่ยวมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบ 
ขบวนมอเตอร์ไซค์ 20 คันแรกที่เป็นหัวหอกคำรามก้องไปตามถนนลาดยางที่ขนาบข้างด้วยป่าทึบ แสงไฟหน้าสาดส่องฝ่าความมืดมิด แต่แล้ว Johnny ก็ต้องกำเบรกจนล้อหลังปัดทิ้งรอยไหม้ไว้บนถนน เมื่อเห็นรถสายตรวจคันหนึ่งจอดขวางถนนอยู่พร้อมเปิดไฟไซเรนสีน้ำเงินแดงวูบวาบ ตัดกับความมืดเบื้องหน้า
 

 
"เวรแล้วไง! บอกแล้วว่าตำรวจต้องตามมา!" Jax ตะโกนฝ่าเสียงเครื่องยนต์พลางเอื้อมมือไปคว้าท่อแป๊บเหล็กที่เหน็บไว้ข้างตัว
 
ชายในเครื่องแบบตำรวจก้าวลงมาจากรถอย่างช้าๆ เขาไม่ใช่คนเดียวกับนักสืบที่ช่วยพวกเขาไว้ที่โรงพัก แต่เป็นตำรวจรุ่นเก๋าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยตีนกาที่บ่งบอกถึงความกร้านโลก เขาคือ "จ่ามิลเลอร์" ( Sgt. Miller ) เขายืนนิ่ง ไม่ได้ชักปืนออกมา แต่กลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ Johnny ดับเครื่อง
 
 
 Johnny ดับเครื่องยนต์ เดินดุ่มเข้าไปหาจ่ามิลเลอร์ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงดีดตัวของโลหะที่กำลังร้อนจัด
 
Johnny: " จะจับพวกเราตรงนี้เลยเหรอจ่า? ข้อหาอะไรดีละ? "
 
จ่ามิลเลอร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่าที่เหมือนถูกกลั่นออกมาจากความขมขื่นมานานปี
 "ฉันชื่อมิลเลอร์... และถ้าฉันจะจับพวกแก ฉันคงไม่โผล่หัวมาคนเดียวเเบบนี้หรอก... แต่ฉันมาที่นี่เพราะฉันรู้ว่าแกกำลังจะไปที่ไหน "
เขาก้าวเข้าไปใกล้ Johnny จนได้กลิ่นควันไอเสียและกลิ่นอายของความแค้นที่แผ่ออกมาจากตัวไบเกอร์หนุ่ม
 

 
จ่ามิลเลอร์ก้าวเข้ามาจนอยู่ห่างจาก Johnny เพียงเอื้อมมือ จ่าพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยความขมขื่นออกมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
 
ความลับใต้ไซเรนที่ถนนสายเปลี่ยว
จ่ามิลเลอร์ก้าวเข้ามาจนหน้าแทบจะชนกับ Johnny
จ่ามิลเลอร์: " เมื่อแปดปีก่อน... โลกของฉันมันพังทลายลงในคืนเดียว "
 
เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมได้
 
จ่ามิลเลอร์: " ลูกสาวของฉัน... เธอเพิ่งจะได้ทุนเรียนต่อ เธอกำลังมีอนาคตที่สวยงามรออยู่ แต่ไอ้เดรัจฉานนั่นมันกลับลากเธอลงนรก มันรุมข่มขืนเธอแล้วทิ้งไว้เหมือนขยะริมทาง... สุดท้ายเธอทนความอัปยศไม่ไหว ต้องจบชีวิตตัวเองทิ้งให้ฉันมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น"
 
น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านรอยตีนกาบนใบหน้าของจ่ามิลเลอร์ เขาหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง
 
จ่ามิลเลอร์: "แกคิดดูสิ Johnny... ฉันเป็นพ่อของเธอแท้ๆ แถมยังมีตราโล่อยู่บนหน้าอก แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย! ฉันต้องนั่งมองไอ้วิกเตอร์เดินลอยนวลออกจากศาลไปจิบแชมเปญฉลองชัยชนะกับพ่อของมัน ขณะที่ฉันต้องยืนถือจอบขุดหลุมฝังศพลูกสาวตัวเอง!"
 
เขาขยำคอเสื้อ Johnny แรงขึ้น แววตาที่เคยซึมเศร้าเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชน
 
จ่ามิลเลอร์: "แปดปีที่ผ่านมา... ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้ามันในข่าว หรือเห็นมันซิ่งรถผ่านหน้าไป ใจฉันมันอยากจะชักปืนออกมาระเบิดสมองมันให้จบๆ ไปวันละร้อยครั้ง! แต่ฉันทำไม่ได้... เพราะฉันยังโง่ที่เชื่อในกฎหมายโง่แบบนี้อยู่  แต่วันนี้...ฉันพอแล้ว... ฉันตกอยู่ในนรกมานานเกินไปแล้ว Johnny"
 
เขาลดมือลงพลางปาดน้ำตาอย่างลวกๆ แล้วมองหน้า Johnny ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิต
 
จ่ามิลเลอร์: " ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเจอจุดจบที่เหมือนตายทั้งเป็นแบบลูกสาวฉันอีก ในเมื่อกฎหมายมันกลายเป็นเครื่องมือของคนเลว... ฉันก็จะเปิดทางให้คนอย่างพวกแกจัดการมันเอง "
 
Johnny นิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่จ่าพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
 
จ่ามิลเลอร์: "ฉันรู้เรื่องที่แกช่วย Kathy ไว้หมดแล้ว Johnny... วันที่เธอหนีตายมาที่โรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ ในคำให้การเธอบอกว่ามีไบเกอร์คนหนึ่งเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเธอไว้กลางดึก แถมยัง 'กระทืบ' ไอ้วิกเตอร์ซะยับ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีลมหายใจมาแจ้งความด้วยซ้ำ"
 
จ่ายิ้มแห้งๆ พลางส่ายหัวช้าๆ
จ่ามิลเลอร์: " เชื่อไหม... ตลอดชีวิตตำรวจของฉัน ไม่เคยเห็นใครกล้าลงมือกับไอ้วิกเตอร์แบบนั้นมาก่อน ทุกคนต่างกลัวนามสกุลของมัน กลัวอิทธิพลของพ่อมันจนหัวหด แต่พวกแกกลับซัดมันซะเสียหมา... ฉันนับถือใจพวกแกจริงๆ ว่ะ แม้สุดท้ายเรื่องนี้จะทำให้พวกแกต้องเดือดร้อนจนถึงขั้นโดนถล่มบาร์และถูกไล่ล่าอย่างที่เห็น แต่มันก็พิสูจน์แล้วว่าพวกแกมีสิ่งที่คนในเครื่องแบบบางคนไม่มี "
 
Johnny  นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เมื่อได้ยินเรื่องราวความบัดซบที่ลูกสาวของจ่าต้องเผชิญ เขาขยับตัวลงจากรถมอเตอร์ไซค์มาช้าๆ จนมายืนประจันหน้ากับจ่ามิลเลอร์ในระยะประชิด)
 
Johnny: (ลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่น) " จ่า... ผมไม่รู้จะพูดคำไหน นอกจากคำว่า 'ผมเสียใจด้วยจริงๆ' เรื่องลูกสาวของจ่า... ไม่มีพ่อคนไหนในโลกควรต้องมายืนถือจอบขุดหลุมฝังลูกตัวเองเพราะน้ำมือของไอ้เดรัจฉานแบบนั้น "
 
Johnny: (วางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของจ่ามิลเลอร์) "แปดปีที่จ่าทนตกนรก... มันนานเกินไปแล้ว ความยุติธรรมที่จ่ารอจากศาลมันไม่มีจริงหรอก แต่วันนี้... ผมกับพี่น้องของผมจะหยิบยื่นมันให้จ่าเอง"
 
Johnny: “ ที่ผมทำไป ไม่ใช่เพราะอยากเป็นฮีโร่... แต่เพราะตอนนี้ผมและพี่น้องของผมมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า คนแบบไอ้เวรนั่นมันไม่สมควรเรียกว่าคนด้วยซ้ำ สันดานที่มันทิ้งลูกน้องให้ตายในกองเพลิง หรือสิ่งที่มันทำกับลูกสาวจ่าและ Kathy... มันคือไอ้ชาติชั่วนรกส่งมาเกิดชัดๆ ”
 
Johnny เว้นจังหวะ พลางกระชับมือกับแฮนด์มอเตอร์ไซค์แน่น
 
Johnny: "เพราะงั้น การตายของ Kathy หรือการที่พวกผมต้องมาข้องเกี่ยวกับมันในคืนนี้... ฉันจะถือว่ามันไม่ใช่คดีล้างแค้นส่วนตัว แต่มันคือ 'การเก็บกวาดขยะ' ที่กฎหมายทำหลุดมือ... ในเมื่อนรกมันล้นจนพระเจ้าจัดการไม่ไหว พวกผม Vandals นี่แหละจะเป็นคนส่งมันกลับลงหลุมไปเอง!"
 
จ่ามิลเลอร์: "แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่แกเห็น... ระบบที่นี่มันเน่าเฟะจนเกินเยียวยา ความจริงมันสู้เงินใต้โต๊ะไม่ได้หรอก พยานหลักฐานที่ฉันพยายามเก็บรวบรวมเพื่อช่วยเธอ กลับหายไปจากแฟ้มคดีในชั่วข้ามคืน เพียงเพราะโทรศัพท์สายเดียวจากพ่อของไอ้วิกเตอร์"
 
เขาขยับเข้าไปใกล้ Johnny 
 
จ่ามิลเลอร์: " ที่ผ่านมา ฉันก็เคยทำแบบนี้ พยายามสู้ตามกติกาเพื่อลูกสาวตัวเอง... แต่สุดท้ายฉันก็ได้แค่ยืนมองมันเดินลอยนวลออกจากศาลไปจิบแชมเปญต่อ เพราะงั้นตั้งแต่นี้ไปฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเจอจุดจบแบบเดียวกันอีก "
 
จ่ามิลเลอร์ยัดแผนที่ใส่มือ Johnny แรงๆ เหมือนเป็นการมอบภาระสุดท้าย
 
จ่ามิลเลอร์: " บ้านพักนั่นไม่ได้มีแค่ประตูหน้า... มีทางเข้าลับจากท่าน้ำทิศตะวันตก ถ้าพวกแกมุดเข้าไปทางนั้น พวกมันจะไม่มีวันรู้ตัวจนกว่าไฟจะลามถึงเตียงนอน คืนนี้ฉันจะปิดวิทยุสื่อสาร และจะไม่มีรถสายตรวจคันไหนโผล่หัวไปแถวนั้นในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า "
 
การปะทะคารมและจุดเปลี่ยนของแผน
( เริ่มด้วยความใจร้อนของ Johnny และการเตือนสติจากจ่ามิลเลอร์ ) 
 
จ่ามิลเลอร์: "แผนการของนายคืออะไร?"
 
Johnny: (ขยับคอเสื้อหนังตอบด้วยความเดือด) “ผมจะบุกถล่มบ้านมันตรงๆ ใครขวางทางฉันจะกระทืบให้มันขี้ออกมาเป็นเลือดให้หมด!”
 
จ่ามิลเลอร์: "หยุด! นายอย่าโง่ไปหน่อยเลย Johnny!" ( จ่าตะคอกสวนจน Jax และคนอื่นๆ ถึงกับชะงัก ) 
 
" นายคิดจะพาพวกไปยืนเคาะประตูเรียกมันออกมางั้นเหรอ? นายเพิ่งก้าวออกจากโรงพักแท้ๆ! นี่ถ้านักสืบนั่นไม่เอาตำแหน่งเข้าแลกเพื่อช่วยนายไว้ ฉันสาบานได้เลยว่าคืนนี้พวกนายได้นอนซังเตยาวๆ แน่"
 
จ่ามิลเลอร์: ( กวาดสายตามองขบวนฮาร์เลย์ ) " แล้วรถของพวกนายล่ะ? เสียงท่อนี่มันดังยิ่งกว่าปืนกล แค่บิดไปไม่ถึงกิโลฯ พวกมันก็รู้ตัวกันหมดคฤหาสน์แล้ว นายต้องลอบเข้าไปเงียบๆ ใช้จำนวนคนให้เป็นประโยชน์ แฝงตัวไปในความมืด... อย่าประมาทการ์ดพวกนั้นเด็ดขาด"
 
Johnny: ( นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องแผนที่ด้วยสายตาหนักใจ ก่อนจะถอนหายใจยาว ) "ขอบใจมากจ่าที่ช่วยเตือน... พอดีผมใจร้อนไปหน่อย สมองเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พวกเรามันถนัดแต่ใช้กำลังลุยตรงๆ มาตลอด... เอาจริงนะจ่า ผมไม่อยากให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว พี่น้องผมเจ็บมาเยอะพอแล้ว "
 
 การส่งมอบ "เขี้ยวเล็บ"
 
( เมื่อตกลงแผนกันได้ จ่ามิลเลอร์จึงมอบความไว้วางใจขั้นสุดท้าย )
จ่ามิลเลอร์เดินนำไปที่ท้ายรถสายตรวจ เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะรุดซิปกระเป๋าหนังใบเขื่องเผยให้เห็น ปืนลูกซอง ปืนกลมือ และปืนพกเกือบ 10 กระบอก พร้อมกระสุนปึกใหญ่ 
 
 
 
 
จ่ามิลเลอร์: "รับไว้ซะ... ไปที่นั่นพวกนายต้องใช้มันแน่ฉันเตรียมแผนไว้ตั้งแต่วินาทีที่พวกนายก้าวพ้นโรงพักแล้ว ใช้เสร็จก็แค่ทิ้งมันไปอย่าให้ใครเห็น "
 
นอกจากกระเป๋าใส่ปืนแล้ว ที่มุมมืดด้านในยังมี ถังน้ำมันเหล็กสีแดงสำรอง 3 แกลลอน วางซ้อนกันอยู่ กลิ่นไอระเหยของมันฉุนกึกเตะจมูกทันทีที่ฝาท้ายเปิดออก 
 
จ่ามิลเลอร์: (ตบที่ถังน้ำมันเบาๆ) " รับพวกนี้ไปด้วย... ถ้าพวกนายทำสำเร็จ และอยากให้เรื่องนี้มันจบแบบไม่มีร่องรอย... 'เผา' มันซะ เผาหลักฐานทุกอย่างของพวกนายให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่เส้นผมเส้นเดียวให้พวกพิสูจน์หลักฐานมันตามต่อได้"
 
Johnny: ( ขมวดคิ้ว มองถังน้ำมันสลับกับหน้าจ่า ) "จ่า... นี่จ่าเตรียมของพวกนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? มันดูเหมือนจ่ารู้ล่วงหน้าว่านรกจะแตกคืนนี้ "
จ่ามิลเลอร์: ( ยิ้มเย็นชา สายตาเหม่อมองไปทางคฤหาสน์ ) " ในเมืองเฮงซวยอย่างชิคาโก้... ของพวกนี้มันต้องมีติดท้ายรถไว้เสมอ Johnny ของพวกนี้มันเป็นของกลางที่ยึดมาได้จากพวกค้ายาเมื่อหัวค่ำ ฉันแค่ยังไม่ได้ส่งคืนคลังสารบบ... ถือซะว่าพระเจ้าประทานมาให้พวกนายล้างมลทินก็แล้วกัน "
 
Johnny: ( สายตาสั่นไหวเล็กน้อย ) " นี่มันเรื่องใหญ่มากนะจ่า... จ่าคิดดีแล้วเหรอ? ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา ตำแหน่งจ่าไม่เหลือแน่เผลอๆอาจได้เข้าไปนอนในคุก!! "
 
จ่ามิลเลอร์: ( หัวเราะในลำคอขณะยัดซองกระสุนใส่มือ Johnny ) " ตำแหน่งฉันมันตายไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันตัดสินใจช่วยพวกนายแล้ว... อย่าถามมาก "
 
Jax ( หยิบลูกซองเรมิงตันขึ้นมาเช็กความพร้อม ) “ เหี้ยเอ๊ย... ของจริงว่ะ เหมาะมือชะมัด !! ”
 
Billy: ( ลูบปืนกลมือพร้อมยิ้มมุมปาก ) "เออดี! กำลังคันไม้คันมือพอดี ร้านเรามอดไปทั้งร้าน จะให้เข้าไปต่อยปากมันอย่างเดียวคงไม่สาสม งานนี้ต้องมีใครบางคนกระจุยเป็นเศษเนื้อ!"
 
 
 

 
การเดิมพันด้วยเวลาและเปลวไฟ
 
จ่ามิลเลอร์: ( ยัดแผนที่ใส่มือ Johnny ) " จำไว้... ท่าน้ำทิศตะวันตก มีทางเข้าลับผ่านโรงเก็บเรือเก่าซึ่งปกติจะไม่มีเวรยาม คืนนี้ฉันจะดึงรถสายตรวจในเขตนั้นออกไปจุดอื่นให้หมดเพื่อเปิดทางให้พวกนาย "
 
จ่ามิลเลอร์: (ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาจ่อหน้า Johnny แสงไฟไซเรนสะท้อนหน้าปัดกระจก) "ดูนี่... ตอนนี้มันตีสองเป๊ะแล้ว นายมีเวลาแค่ 60 นาทีเท่านั้นในการจบเรื่องนี้ก่อนที่กำลังเสริมชุดใหญ่จากกรมจะผลัดเวรมาถึง นายต้องรีบลงมืออาศัยช่วงที่พวกมันกำลังเผลอในกลางดึกแบบนี้! "
 
จ่ามิลเลอร์: (กดเสียงต่ำลงและขยับเข้ามาใกล้) " และฟังฉันให้ดี... ทันทีที่เสียงปืนนัดแรกดังขึ้น หรือถ้าพวกนายจุดไฟเผาบ้านพวกมันจนเปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้า ชาวบ้านแถวนี้จะเริ่มโทรแจ้งเหตุ และเสียงปืนกลางดึกมันจะเดินทางไปไกลกว่าปกติหลายเท่า "
 
จ่ามิลเลอร์: " จากจุดที่ตำรวจสายตรวจคนอื่นอยู่ กว่าพวกนั้นจะบึ่งรถมาถึงที่นี่ต้องใช้เวลาพอสมควร นั่นคือ 'หน้าต่างเวลา' สุดท้ายของพวกนาย ถ้าจบงานได้ภายใน 60 นาทีนี้ นายจะมีเวลาเหลือพอที่จะถอนกำลังและหายตัวไปในความมืดก่อนที่ไซเรนคันแรกจะโผล่มาที่หน้าบ้านมัน... เข้าใจที่ฉันพูดไหม! "
 
Johnny: (พยักหน้าช้าๆ พร้อมเก็บแผนที่เข้ากระเป๋าเสื้อหนัง )
 
Johnny: ".. เอาละเเผนใหม่ของฉัน เราจะไม่ยกพวกไปทั้งหมดร้อยคนร้อยคันหรอกนะ มันโจ่งแจ้งไป "
 
Jax: ( ขมวดคิ้วสงสัย ) 
 
Johnny: " เราไม่รู้ว่าไอ้วิกเตอร์มันซ่อนไพ่ใบไหนไว้บ้าง ถ้าเรามาที่นี่กันหมด แล้วมันส่งคนไปป่วนถิ่นเราหรือย้อนกลับไปเผาซ้ำที่บาร์อีกล่ะ? บ้านเราจะเหลืออะไร? นายแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน... ครึ่งหนึ่งให้กลับไปเฝ้าถิ่น จัดการเก็บกวาดซากบาร์ที่โดนไฟไหม้ แล้วเตรียมพร้อมรับมือถ้ามีหมาตัวไหนโผล่เข้าไป... ส่วนที่เหลือที่ใจเด็ดๆ ตามฉันมา "
 
( เหล่าสมาชิก Vandals เริ่มจับกลุ่มคุยกัน เสียงถกเถียงเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืด )
 
Billy: "เฮ้ย! ฉันจะไปถล่มบ้านไอ้วิกเตอร์! ฉันคันไม้คันมือจะแย่แล้ว"
 
Tiny: "ใจเย็นไอ้ Billy...  Johnny พูดถูก ถ้าเรามานี่หมดแล้วพวกมันย้อนไปเผาบ้านเราอีกล่ะ? คนอื่นๆ ที่เจ็บอยู่จะทำยังไง? ฉันจะอาสานำทีมครึ่งหนึ่งกลับไปที่ถิ่นเอง แล้วจะตั้งป้อมรออยู่ที่นั่น ใครกล้าโผล่มา... คราวนี้มันไม่ได้กลับไปแน่"
 
ลูกน้องคนหนึ่ง: "เออ! ฉันไปกับ Tiny เอง ของในบาร์ฉันยังเก็บไม่หมดเลย คืนนี้ฉันจะนอนเฝ้าที่นั่นเอง"
 
Jax: ( หันกลับมาหา Johnny ) " เรียบร้อย Tiny จะพากำลังครึ่งหนึ่งกลับไปคุมถิ่นและเคลียร์พื้นที่ที่บาร์ ส่วนพวกที่เหลือ... คือพวกที่พร้อมจะมุดโคลนไปลากคอไอ้วิกเตอร์กับพี่ "
 
Johnny: ( ตบไหล่ Jax ) " ดี... จำไว้ เราไม่ได้มาเพื่อทำสงครามยืดเยื้อ เรามาเพื่อจบเรื่องนี้ภายใน 60 นาที... ใครจะไปกับฉัน เตรียมตัวให้พร้อม!! "
 
Johnny: ( ลดเสียงลงแต่แฝงความอำมหิต ) "และฟังให้ดี... วันนี้เราไม่ได้ไปเพื่อแค่กระทืบคนเหมือนทุกที แต่งานนี้... 'เราอาจจะต้องระเบิดสมองพวกมัน' ใครขวางทางคือตายสถานเดียว! ขอให้ทุกคนระวังตัวไว้ให้มากที่สุด"
 
Johnny: ( ยิ้มสมเพชตัวเองพลางสบตาจ่ามิลเลอร์ ) " แม่งเอ๊ย... ฉันเองเกือบจะพาพวกนายไปตายฟรีๆ แล้วไง ถ้าจ่าคนนี้ไม่เตือนสติไว้ป่านนี้เราคงโดนเป่าหัวเละอยู่หน้าประตูบ้านมันไปแล้ว ขอบใจมากจ่า..."
 
Johnny: ( หันไปสั่งการ Jax เสียงเด็ดขาด) "Jax! สั่งพี่น้องทุกคน... ดับเครื่องยนต์ให้หมดตั้งแต่สามบล็อกก่อนถึงโรงเก็บเรือ เราจะจอดรถทิ้งไว้ที่โกดังร้าง แล้วเดินเท้าลุยโคลนเข้าไปทางท่าน้ำ"
 
Jax: "แต่พี่... เดินเท้าเป็นกิโลฯ ในความมืดเนี่ยนะ?"
 
Johnny: " เออ! ถ้าอยากเห็นหน้าไอ้วิกเตอร์ก่อนที่มันจะสั่งการ์ดเป่าหัวเรา เราต้องทำ!  ส่วนอาวุธอย่างมีดและแป๊บเหล็กเเจกจ่ายให้พวกแนวหน้า ส่วนปืน... เก็บไว้ใช้ตอนที่จําเป็นเท่านั้น "
 
จ่ามิลเลอร์: " นี่มันเหมือนฉันยืมมือพวกนายทำงานสกปรกเลยนะ... แต่เอาเถอะ ที่เหลือฉันจะจัดการเรื่องต่อเอง ส่วนพวกนาย... รีบจบงานให้ไว แล้วไสหัวไปซะ!"
 
Johnny: ( สบตาจ่าเป็นครั้งสุดท้าย ) " 60 นาทีใช่ไหมจ่า? เตรียมเขียนรายงานรอไว้ได้เลย... เพราะหลังจากคืนนี้ไป จะไม่มีชื่อของวิกเตอร์เหลืออยู่ในเมืองนี้อีกต่อไป... ทุกคน... เตรียมตัว!!! "
 
เขากระชากคันเร่งสุดแขน เสียงเครื่องยนต์ V-Twin นับร้อยคันระเบิดคำรามขึ้นพร้อมกันจนแผ่นดินสะเทือน เลือดในกายของเหล่า Vandals พลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายฟิคชั่นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายฟิคชั่นเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา