The Bikeriders: No Mercy
เขียนโดย
room666_
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.45 น.
แก้ไขเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 23.47 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
6) เพลิงพิพากษา
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ฉากตัดสลับ ไปยังคฤหาสน์ของวิกเตอร์ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง... ห่างออกไปจากความวุ่นวายเพียงไม่กี่ไมล์ บรรยากาศที่คฤหาสน์ริมน้ำ ควันบุหรี่ของวิกเตอร์ลอยวนเป็นสายตาคมกริบจ้องมองลูกน้องสภาพสะบักสะบอมที่เหลือรอดกลับมา
ลูกน้อง (เสียงสั่น): "เรียบร้อยครับเจ้านาย... ผมจัดการสาดกระสุนใส่พวกมันจนพรุน ปาระเบิดขวดอีกสิบกว่าลูกใส่บาร์มัน เผารถมันอีกหลายคัน...คนฝั่งมันก็เจ็บไปหลายคน แต่..."
วิกเตอร์ (พ่นควันบุหรี่): "แต่?"
ลูกน้อง: "เราเสียไปสาม... อีกหกคนเจ็บหนัก เพราะตอนเราจะถอนตัว... มีพวกมันยิงสวนออกมา ยิงแบบไม่เลือกหน้าจนเราต้องกดคืน"
วิกเตอร์ชะงักมือที่กำลังเคาะเถ้าบุหรี่ ดวงตาหรี่แคบลง วิกเตอร์: " ยิงสวน? พวกมันมีปืนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? "
ลูกน้อง: "ผมไม่รู้ครับนาย! รู้แค่ว่าพวกมันยิงสวนมาหลายทิศทาง พวกเราคิดว่ามันคงมีปืนแค่ไม่กี่กระบอก เราเลยสาดกลับไปเต็มชุด... แต่พอไฟส่องสว่างขึ้นนิดนึง ถึงได้เห็นว่ารถที่จอดข้างทางมันมีตรา... มีตราตำรวจ"
วิกเตอร์ (ลุกพรวดขึ้น): " มึงยิงตำรวจด้วยเหรอ!? "
ลูกน้อง: ( คุกเข่าลงตัวสั่น ) " ผม... ผมไม่รู้จริงๆหัวหน้า ! จังหวะนั้นมันมืดไปหมด พวกผมแค่สาดกระสุนใส่ขบวนพวกมันไปมั่วๆ ใครจะไปเห็นว่ามีรถตำรวจจอดอยู่ตรงนั้น! ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันโดนยิงไปกี่นัด หรือมีใครตายไหม!"

" มึงยิงตำรวจ... มึงกำลังเอาความซวยมาจ่อที่หน้าประตูบ้านกู!" วิกเตอร์คำราม เสียงของเขาต่ำลึกจนน่าขนลุก
ลูกน้องคนที่มาแจ้งข่าวตัวสั่นงันงก " นายครับ... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ ตอนที่ยิงพวกนั้น ผมยังไม่เห็นเลยด้วยซํ้าว่ามีตํารวจโดนยิง..."
"ปัง!"
กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าโดยที่เขายังพูดไม่จบประโยค ร่างนั้นหงายหลังตึงลงกับพื้นไม้กระดาน เลือดเริ่มไหลนองแทรกตามร่องไม้ สมาชิกคนอื่นๆ ที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและก้มหน้าเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
วิกเตอร์ยืนหอบหายใจถี่ ปลายกระบอกปืนยังควันกรุ่น เขาหันไปมองลูกน้องที่เหลือตรงหน้าด้วยสายตาปีศาจ
"เศษสวะพวกมึง..." เขาพึมพำเตรียมจะระเบิดอารมณ์ต่อ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาจากเงามืดบนชั้นลอยของบ้าน
"กระสุนน่ะ... เขามีไว้ใช้ฆ่าศัตรู ไม่ใช่ฆ่าลูกน้องโง่ๆ ที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองนะ... วิกเตอร์"
เสียงนั้นนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจพอที่จะหยุดความบ้าคลั่งของวิกเตอร์ได้ทันที ชายชราในชุดสูทเนื้อดีเดินออกมาจากเงามืด ถือแก้วบรั่นดีในมือและจ้องมองลงมาที่ลูกชายด้วยสายตาเรียบเฉย
เขาก็คือ "อัลเบิร์ต" ( Albert ) พ่อของวิกเตอร์นั่นเอง

อัลเบิร์ต: ( จิบบรั่นดีช้าๆ สายตามองซากศพบนพื้นอย่างเฉยเมย )
" เก็บปืนแกซะ วิกเตอร์... การฆ่าคนโง่เพิ่มอีกคนไม่ได้ทำให้สถานการณ์ฉลาดขึ้นหรอก "
วิกเตอร์: " พวกมันยิงตำรวจนะพ่อ! เรื่องนี้มันปิดไม่มิดแน่! "
อัลเบิร์ต: " มิดสิ... ถ้าแกเลิกโวยวายเหมือนเด็กเสียของเล่น" ( เขาวางแก้วลงแล้วเดินลงมาหา )
" ฟังนะ... สั่งคนของแกให้เอารถ 3 คันที่เหลือไป 'ชำแหละ' ที่อู่ซะคืนนี้ ตัดเลขตัวถัง ทำลายส่วนที่โดนยิง อย่าให้เหลือแม้แต่ซากยาง ส่วนพวกที่บาดเจ็บ... ส่งไปรักษาที่คลินิกเถื่อนของเรา ห้ามใครโผล่หัวไปโรงพยาบาลเด็ดขาด "
อัลเบิร์ต: " ส่วนแก... พรุ่งนี้เช้าใส่สูทดีๆ แล้วไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านประจำในเมือง ทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เดี๋ยวเรื่องทาง 'ผู้ใหญ่' ในกรม... ฉันจะจัดการเคลียร์ทางให้เอง "
บทสรุปแห่งโทสะของอัลเบิร์ต
หลังสิ้นเสียงคำแนะนำที่ดูเลือดเย็น อัลเบิร์ตขยับยิ้มที่มุมปากครู่หนึ่งก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เขากวักมือเรียกวิกเตอร์ให้เข้ามาใกล้...
อัลเบิร์ต: " ขยับมานี่... ไอ้ลูกชาย "
วิกเตอร์เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางที่พยายามจะรักษามาดเกรงขาม แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร...
"เพียะ!!!"
ฝ่ามือของชายชราหวดเข้าเต็มใบหน้าของวิกเตอร์จนหน้าหัน แรงตบนั้นหนักหน่วงเสียจนมุมปากของวิกเตอร์แตกซิบ อัลเบิร์ตไม่ปล่อยให้ลูกชายได้ตั้งตัว เขากระชากคอเสื้อของวิกเตอร์เข้าหาตัวจนจมูกแทบจะชนกัน
อัลเบิร์ต ( ตะคอกเสียงต่ำแต่สั่นเครือด้วยความโกรธ )
“ แกมันโตจนจะเป็นควายอยู่แล้ว! แต่สมองยังทำงานเหมือนเด็กอมมือไม่มีผิด! กี่ครั้งแล้ววิกเตอร์? กี่ครั้งที่ฉันต้องถ่างขาออกมาเช็ดก้นให้แก! ถ้าไม่ใช่เพราะนามสกุลฉัน แกคงลงไปเน่าตายในคุกตั้งแต่คดีแรกแล้วไอ้ลูกเวร! "
เขากระชากคอเสื้อแรงขึ้นจนวิกเตอร์ต้องเขย่งเท้า
อัลเบิร์ต: " ความโง่ของแกมันกำลังจะลากธุรกิจที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิตลงเหว! ถ้าตำรวจระดับสูงพวกนั้นคุมไม่อยู่ คนที่ซวยมันไม่ใช่แค่แก... แต่มันคือเราทั้งตระกูล เข้าใจไหม!? "
อัลเบิร์ต: " ตอนนี้ข่าวออกไปทั่วเมืองแล้วแกรู้ไหม! สื่อกำลังประโคมข่าวว่าเป็นการกราดยิงอุกอาจฝีมือแก๊งอิทธิพล ถ้ามันสาวมาถึงตัวแกได้เมื่อไหร่... ฉันมีหวังหลุดจากตำแหน่งแน่ๆ! แกคิดว่าเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่มันมั่นคงนักเหรอไง!? "
วิกเตอร์: "แต่พ่อ... พ่อก็จัดการปิดปากพวกมันได้ทุกทีนี่ "
อัลเบิร์ต: ( หัวเราะอย่างสมเพช ) " ปิดปากเหรอ? ใช่! ฉันเอาเงินยัดปากไอ้พวกตำรวจหน้าเงินพวกนั้นอยู่ แต่นั่นมันตอนที่เรื่องยังเงียบ! ตอนนี้กลิ่นคาวเลือดมันฟุ้งไปทั้งเมือง ฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าเงินของฉันจะรั้งพวกมันไว้ได้นานแค่ไหน ถ้าเบื้องบนกดดันลงมา... พวกมันนั่นแหละจะหักหลังส่งแกเข้าคุกเป็นคนแรกเพื่อเอาตัวรอด! "
วิกเตอร์ ( พยายามขืนตัวออกและสวนกลับ )
" ผมรับมือได้น่าพ่อ! แค่ไอ้พวก Vandals กับตำรวจไม่กี่นาย ผมจัดการ..."
"เพียะ!!!"
ฝ่ามือที่สองฟาดลงที่เดิมซ้ำอย่างแรงจนวิกเตอร์เซถลา
อัลเบิร์ต: " รับมือได้เหรอไอ้โง่!? ถ้าแกเก่งอย่างที่ปากว่า ทำไมฉันยังต้องมายืนอยู่ตรงนี้ล้างคาวเลือดที่แกทำหกไว้ล่ะ! "
จู่ๆ อัลเบิร์ตก็เปลี่ยนท่าที เขากระชากคอเสื้อวิกเตอร์เข้ามาดึงร่างลูกชายเข้ามากอดไว้แน่นจนดูน่าอึดอัด แต่เป็นกอดที่เต็มไปด้วยรังสีอำนาจ เขาซบหน้าลงข้างหูวิกเตอร์แล้วกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นที่สุด
อัลเบิร์ต: " ฟังนะไอ้ลูกชาย... ครั้งนี้ถือว่าฉันขอ และเป็นการขอครั้งสุดท้าย เรื่องนี้มันไม่ธรรมดา กระสุนที่ลูกน้องแกยิงใส่ตำรวจมันคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรก..."
เขากระชากตัวออกแล้วจ้องตาตรงๆ
อัลเบิร์ต: " ฉันขอสั่งให้แกมุดหัวเก็บตัวเงียบๆ อยู่ที่นี่ เป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีตัวตนไปซักพัก อย่าริอ่านสร้างเรื่องบ้าๆ ขึ้นมาอีก... จนกว่าฉันจะบอกว่า 'เริ่ม' ได้ เข้าใจที่สั่งไหม!? "
อัลเบิร์ต: " แกเห็นไอ้พวก Vandals นั่นไหม? พวกมันก็อยู่ของมันดีๆ ในรูเน่าๆ ของมันเเต่แกดันเปรี้ยวไปหาตีน หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ! แกดันไปแหย่รังแตน... ไปยุ่งกับพวกคนบ้าเข้าแล้วไง! ทั้งเผาบาร์เเถมทําร้ายคนของมันอีก คิดเหรอว่าพวกมันจะอยู่เฉย!! "
เขาสะบัดคอเสื้อวิกเตอร์จนเสียหลัก แล้วชี้หน้าด่าซ้ำด้วยเสียงสั่นเครือ
อัลเบิร์ต:
"ฉันทำงานสกปรกมาทั้งชีวิต แต่ฉันไม่เคยอยากมีปัญหากับใครโดยไม่จำเป็น! กฎของโลกนี้คือทำเงิน ไม่ใช่หาศัตรู... แต่แก! ไอ้ควายบัดซบ! ดันโง่ไปลากตีนเข้าบ้านตัวเองแท้ๆ! แกคิดว่าไอ้พวกที่ขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมจะตายเพื่อเพื่อนมันจะจบเรื่องนี้ง่ายๆ เพราะเงินงั้นเหรอ?"
เขาก้าวย่างเข้าไปใกล้จนวิกเตอร์ต้องถอยกรูด
อัลเบิร์ต: " พวกมันไม่มีอะไรจะเสีย แต่มันจะลาก 'ทุกอย่าง' ที่ฉันสร้างมาลงนรกไปกับมันด้วย! เพราะความใจร้อนโง่ๆ ของแกคนเดียว! "
วิกเตอร์: ( ตะโกนถามด้วยความสับสน ) "แต่พ่อ! พวกลูกน้องที่เหลือ... ใครหน้าไหนมันจะกล้าคาบข่าวไปบอกพวกขยะนั่น? บ้านพักริมน้ำนี่มีแต่คนของเราที่รู้ทางเข้า เมืองนี้ทั้งเมืองเป็นของเรา พ่อคิดว่าพวก Vandals มันจะงมหาที่นี่เจอจริงๆ เหรอ!?"
อัลเบิร์ต: (หยุดเดินบนบันไดแล้วหันกลับมาแสยะยิ้มสมเพช) " เพราะความโง่ของแกไง... ที่คิดว่าทุกอย่างมันง่ายไปหมด! "
เขาก้าวยกลงมาขั้นหนึ่งแล้วชี้ไปที่กองเลือดบนพื้น
อัลเบิร์ต: "แกส่งคนไปตาย 3 คน เจ็บอีกครึ่งโหล... แกคิดว่าในบรรดาไอ้พวกสวะที่แกจ้างมาด้วยเงินเนี่ย มันจะมีสักกี่คนที่รักแกจนยอมตายโดยไม่ปริปาก? แค่ตำรวจเอาปืนจ่อหัว หรือพวกจอนนี่เอามีดลนไฟจี้คอ... ความลับที่แกภาคภูมิใจนักหนามันก็หลุดออกมาพร้อมขี้ฟันพวกมันแล้ว!"
อัลเบิร์ต: ( กระแทกเสียงข่มขวัญ ) "จำไว้... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่ถือขวานอยู่หน้าบ้าน แต่มันคือ 'คนใน' ที่แกคุมมันไม่อยู่นี่แหละ! ตอนนี้มุดหัวไปสั่งการเวรยามซะ ก่อนที่ไอ้พวกขยะนั่นจะมาตัดหัวแกคาเตียงนอน... ไสหัวไป๊!"
วิกเตอร์นิ่งไป ขณะที่คำพูดของอัลเบิร์ตดังก้องอยู่ในหัว ภาพเหตุการณ์นรกแตกที่ 'บาร์ของเฟรดดี้' ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เสียงระเบิดขวดกระทบผนัง เปลวไฟที่ลุกพรึบทั่วร้าน และเสียงฝีเท้าของพวก Vandals ที่บุกเข้ามาเหมือนฝูงหมาป่า
วิกเตอร์ ( คิดในใจ ) 'คนใน'... บ้าเอ๊ย! ตอนที่พวกเราหนีตายออกมาจากบาร์นั่น ความโกลาหลมันทำให้ฉันเช็กคนไม่ครบ มีลูกน้องคนหนึ่งหายไปในกองเพลิงนั่น!
( เขานึกถึงลูกน้องคนหนึ่งที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยช่วงชุลมุน จนกระทั่งสายข่าวเพิ่งรายงานเข้ามาว่าพบมันแอบเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในสภาพขาหักจนเเทบเกือบจะโดนตัดทิ้ง )
วิกเตอร์ (คิดในใจ): มันรอดจากบาร์นั่นไปได้ยังไง? แล้วถ้าพวกของ Johnny ไปลากคอต้นชนปลายจากมันได้ล่ะ? ไอ้สวะนั่นมันใจปลาซิว มันอาจจะคายพิกัดคฤหาสน์และเส้นทางเข้าออกคืนนี้ออกมาหมดแน่!
วิกเตอร์ ( กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง )
ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยรวม
แสงจันทร์รำไรส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเห็นร่างของ "เทรวิส" ลูกน้องของวิกเตอร์ที่สะบักสะบอมจากการโดนพวกจอนนี่ 7 คนบุกไปถล่มถึงบาร์เฟรดดี้ เขานอนอยู่บนเตียงโดยมีเฝือกหนาเตอะพันที่ขาและพาดสลิงไว้สูง

..ก็ได้มีชายลึกลับสองคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง เทรวิสลืมตาขึ้นมาเห็นก็จำได้ทันที
เทรวิส ( เสียงพร่า ) "พวกมึง... มาได้ไงวะ? วิกเตอร์ส่งพวกมึงมาพาตัวกูหนีใช่ไหม? ไอ้พวก Vandals มันบ้าไปแล้ว... มันยกพวกมา 7 คนถล่มบาร์เฟรดดี้จนเละ แถมลากกูไปซ้อมปางตาย..."
ชายคนแรก ( จ้องมองขาที่เข้าเฝือก ) " สบายดีไหมล่ะ เทรวิส? นายเราอยากรู้ว่ามึงรอดมาจากมือพวกจอนนี่ได้ยังไง ในเมื่อร้านเฟรดดี้โดนเผาวอดวายขนาดนั้น "
เทรวิส (กัดฟัน): " สบายดีพ่อดิ! มึงดูขากูเนี่ย! กระดูกแหลกหมด! พวกมันลากกูไปเค้นความลับเรื่องนาย ดีแค่ไหนที่กูไม่ตายคามือพวกมันแล้วรอดมาถึง รพ. ได้ "
ชายคนที่สอง (ขยับเข้าไปใกล้จนชิดหน้า) " นั่นแหละที่น่าสงสัย... มึงรอดมาได้เนี่ยนะ? ทั้งที่พวกมันโกรธจัดเรื่องเพื่อนมันเจอทุบมือซะเละขนาดนั้น หวังว่ามึงคงไม่ได้ 'คาย' ความลับเรื่องนายออกไปเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดหรอกนะ บอกมาตรงๆ มึงพูดอะไรไปบ้าง? "
เทรวิส ( เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว ) " ห่าอะไรวะ! ฉันไม่ได้พูด! ฉันสาบานได้... ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่ซ่อนของวิกเตอร์! "
ชายคนแรก (แสยะยิ้ม): " หึ... 'ไม่ได้บอกเรื่องที่ซ่อน' งั้นเหรอ? แสดงว่ามันจี้ถามเรื่องนั้นจริงๆ... ถ้านายรู้ว่ามึงโดนรีดข้อมูลจนถึงขนาดรู้ว่าที่ซ่อนเราเป็นความลับ มึงคิดว่านายจะเลี้ยงมึงไว้ไหม? "
เทรวิส (ตาเบิกโพลง): "เดี๋ยว! กูก็แค่..."
ไม่ทันได้อ้อนวอนต่อ มีดพกเล่มคมพุ่งเข้าปาดคอเทรวิสอย่างรวดเร็ว เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดเปื้อนเตียงคนไข้สีขาว ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ขาจนหนีไม่ได้ มือสังหารอีกคนรีบเอาหมอนกดหน้าซ้ำจนเสียงร้องขาดหายไป ร่างที่บอบช้ำกระตุกแรงๆ สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปพร้อมเสียงสัญญาณชีพจรที่ลากยาว... ตื๊ด---------

ความโกลาหลที่โรงพยาบาล
ร่างของเทรวิสกระตุกเฮือกสุดท้ายก่อนจะนิ่งสนิทไปใต้แรงกดของหมอน เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้าปูเตียงสีขาวโพลน ขยายวงกว้างออกไปจนแดงฉานไปทั้งเตียง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตัดกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้น
"เอื้อก..." เสียงหลุดรอดจากลำคอของคนไข้เตียงข้างๆ ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเหตุการณ์พอดี เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก จ้องมองมือสังหารในชุดไอ้โม่งที่กำลังดึงมีดเปื้อนเลือดออกมาจากคอของเทรวิส
" เฮ้ย! ช่วยด้วย! ฆาตกร! มะ...มีคนโดนฆ่า!!! " เสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวดังก้องไปทั่ววอร์ดผู้ป่วย
มาร์คัสกับเอเลียสหันมาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที พวกเขาไม่ได้ลนลาน แต่กลับเก็บมีดอย่างใจเย็นก่อนจะพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ
เอเลียส (เสียงเย็น): "หมดหน้าที่แล้ว... ไป!"
ทั้งคู่กระโดดออกทางหน้าต่างห้องพักฟื้นที่เปิดทิ้งไว้ หายลับไปในเงามืดยามค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงความโกลาหล พยาบาลและเวรเปลต่างวิ่งกรูเข้ามาในห้องตามเสียงร้อง แต่สิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณของเทรวิสบนกองเลือดที่เริ่มไหลนองลงสู่พื้นห้อง...
กลางดึก ถนนสายเปลี่ยวมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบ
ขบวนมอเตอร์ไซค์ 20 คันแรกที่เป็นหัวหอกคำรามก้องไปตามถนนลาดยางที่ขนาบข้างด้วยป่าทึบ แสงไฟหน้าสาดส่องฝ่าความมืดมิด แต่แล้ว Johnny ก็ต้องกำเบรกจนล้อหลังปัดทิ้งรอยไหม้ไว้บนถนน เมื่อเห็นรถสายตรวจคันหนึ่งจอดขวางถนนอยู่พร้อมเปิดไฟไซเรนสีน้ำเงินแดงวูบวาบ ตัดกับความมืดเบื้องหน้า

"เวรแล้วไง! บอกแล้วว่าตำรวจต้องตามมา!" Jax ตะโกนฝ่าเสียงเครื่องยนต์พลางเอื้อมมือไปคว้าท่อแป๊บเหล็กที่เหน็บไว้ข้างตัว
ชายในเครื่องแบบตำรวจก้าวลงมาจากรถอย่างช้าๆ เขาไม่ใช่คนเดียวกับนักสืบที่ช่วยพวกเขาไว้ที่โรงพัก แต่เป็นตำรวจรุ่นเก๋าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยตีนกาที่บ่งบอกถึงความกร้านโลก เขาคือ "จ่ามิลเลอร์" ( Sgt. Miller ) เขายืนนิ่ง ไม่ได้ชักปืนออกมา แต่กลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ Johnny ดับเครื่อง
Johnny ดับเครื่องยนต์ เดินดุ่มเข้าไปหาจ่ามิลเลอร์ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงดีดตัวของโลหะที่กำลังร้อนจัด
Johnny: " จะจับพวกเราตรงนี้เลยเหรอจ่า? ข้อหาอะไรดีละ? "
จ่ามิลเลอร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่าที่เหมือนถูกกลั่นออกมาจากความขมขื่นมานานปี
"ฉันชื่อมิลเลอร์... และถ้าฉันจะจับพวกแก ฉันคงไม่โผล่หัวมาคนเดียวเเบบนี้หรอก... แต่ฉันมาที่นี่เพราะฉันรู้ว่าแกกำลังจะไปที่ไหน "
เขาก้าวเข้าไปใกล้ Johnny จนได้กลิ่นควันไอเสียและกลิ่นอายของความแค้นที่แผ่ออกมาจากตัวไบเกอร์หนุ่ม

จ่ามิลเลอร์ก้าวเข้ามาจนอยู่ห่างจาก Johnny เพียงเอื้อมมือ จ่าพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยความขมขื่นออกมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
ความลับใต้ไซเรนที่ถนนสายเปลี่ยว
จ่ามิลเลอร์ก้าวเข้ามาจนหน้าแทบจะชนกับ Johnny
จ่ามิลเลอร์: " เมื่อแปดปีก่อน... โลกของฉันมันพังทลายลงในคืนเดียว "
เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมได้
จ่ามิลเลอร์: " ลูกสาวของฉัน... เธอเพิ่งจะได้ทุนเรียนต่อ เธอกำลังมีอนาคตที่สวยงามรออยู่ แต่ไอ้เดรัจฉานนั่นมันกลับลากเธอลงนรก มันรุมข่มขืนเธอแล้วทิ้งไว้เหมือนขยะริมทาง... สุดท้ายเธอทนความอัปยศไม่ไหว ต้องจบชีวิตตัวเองทิ้งให้ฉันมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น"
น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านรอยตีนกาบนใบหน้าของจ่ามิลเลอร์ เขาหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง
จ่ามิลเลอร์: "แกคิดดูสิ Johnny... ฉันเป็นพ่อของเธอแท้ๆ แถมยังมีตราโล่อยู่บนหน้าอก แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย! ฉันต้องนั่งมองไอ้วิกเตอร์เดินลอยนวลออกจากศาลไปจิบแชมเปญฉลองชัยชนะกับพ่อของมัน ขณะที่ฉันต้องยืนถือจอบขุดหลุมฝังศพลูกสาวตัวเอง!"
เขาขยำคอเสื้อ Johnny แรงขึ้น แววตาที่เคยซึมเศร้าเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชน
จ่ามิลเลอร์: "แปดปีที่ผ่านมา... ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้ามันในข่าว หรือเห็นมันซิ่งรถผ่านหน้าไป ใจฉันมันอยากจะชักปืนออกมาระเบิดสมองมันให้จบๆ ไปวันละร้อยครั้ง! แต่ฉันทำไม่ได้... เพราะฉันยังโง่ที่เชื่อในกฎหมายโง่แบบนี้อยู่ แต่วันนี้...ฉันพอแล้ว... ฉันตกอยู่ในนรกมานานเกินไปแล้ว Johnny"
เขาลดมือลงพลางปาดน้ำตาอย่างลวกๆ แล้วมองหน้า Johnny ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิต
จ่ามิลเลอร์: " ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเจอจุดจบที่เหมือนตายทั้งเป็นแบบลูกสาวฉันอีก ในเมื่อกฎหมายมันกลายเป็นเครื่องมือของคนเลว... ฉันก็จะเปิดทางให้คนอย่างพวกแกจัดการมันเอง "
Johnny นิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่จ่าพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
จ่ามิลเลอร์: "ฉันรู้เรื่องที่แกช่วย Kathy ไว้หมดแล้ว Johnny... วันที่เธอหนีตายมาที่โรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ ในคำให้การเธอบอกว่ามีไบเกอร์คนหนึ่งเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเธอไว้กลางดึก แถมยัง 'กระทืบ' ไอ้วิกเตอร์ซะยับ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีลมหายใจมาแจ้งความด้วยซ้ำ"
จ่ายิ้มแห้งๆ พลางส่ายหัวช้าๆ
จ่ามิลเลอร์: " เชื่อไหม... ตลอดชีวิตตำรวจของฉัน ไม่เคยเห็นใครกล้าลงมือกับไอ้วิกเตอร์แบบนั้นมาก่อน ทุกคนต่างกลัวนามสกุลของมัน กลัวอิทธิพลของพ่อมันจนหัวหด แต่พวกแกกลับซัดมันซะเสียหมา... ฉันนับถือใจพวกแกจริงๆ ว่ะ แม้สุดท้ายเรื่องนี้จะทำให้พวกแกต้องเดือดร้อนจนถึงขั้นโดนถล่มบาร์และถูกไล่ล่าอย่างที่เห็น แต่มันก็พิสูจน์แล้วว่าพวกแกมีสิ่งที่คนในเครื่องแบบบางคนไม่มี "
Johnny นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เมื่อได้ยินเรื่องราวความบัดซบที่ลูกสาวของจ่าต้องเผชิญ เขาขยับตัวลงจากรถมอเตอร์ไซค์มาช้าๆ จนมายืนประจันหน้ากับจ่ามิลเลอร์ในระยะประชิด)
Johnny: (ลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่น) " จ่า... ผมไม่รู้จะพูดคำไหน นอกจากคำว่า 'ผมเสียใจด้วยจริงๆ' เรื่องลูกสาวของจ่า... ไม่มีพ่อคนไหนในโลกควรต้องมายืนถือจอบขุดหลุมฝังลูกตัวเองเพราะน้ำมือของไอ้เดรัจฉานแบบนั้น "
Johnny: (วางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของจ่ามิลเลอร์) "แปดปีที่จ่าทนตกนรก... มันนานเกินไปแล้ว ความยุติธรรมที่จ่ารอจากศาลมันไม่มีจริงหรอก แต่วันนี้... ผมกับพี่น้องของผมจะหยิบยื่นมันให้จ่าเอง"
Johnny: “ ที่ผมทำไป ไม่ใช่เพราะอยากเป็นฮีโร่... แต่เพราะตอนนี้ผมและพี่น้องของผมมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า คนแบบไอ้เวรนั่นมันไม่สมควรเรียกว่าคนด้วยซ้ำ สันดานที่มันทิ้งลูกน้องให้ตายในกองเพลิง หรือสิ่งที่มันทำกับลูกสาวจ่าและ Kathy... มันคือไอ้ชาติชั่วนรกส่งมาเกิดชัดๆ ”
Johnny เว้นจังหวะ พลางกระชับมือกับแฮนด์มอเตอร์ไซค์แน่น
Johnny: "เพราะงั้น การตายของ Kathy หรือการที่พวกผมต้องมาข้องเกี่ยวกับมันในคืนนี้... ฉันจะถือว่ามันไม่ใช่คดีล้างแค้นส่วนตัว แต่มันคือ 'การเก็บกวาดขยะ' ที่กฎหมายทำหลุดมือ... ในเมื่อนรกมันล้นจนพระเจ้าจัดการไม่ไหว พวกผม Vandals นี่แหละจะเป็นคนส่งมันกลับลงหลุมไปเอง!"
จ่ามิลเลอร์: "แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่แกเห็น... ระบบที่นี่มันเน่าเฟะจนเกินเยียวยา ความจริงมันสู้เงินใต้โต๊ะไม่ได้หรอก พยานหลักฐานที่ฉันพยายามเก็บรวบรวมเพื่อช่วยเธอ กลับหายไปจากแฟ้มคดีในชั่วข้ามคืน เพียงเพราะโทรศัพท์สายเดียวจากพ่อของไอ้วิกเตอร์"
เขาขยับเข้าไปใกล้ Johnny
จ่ามิลเลอร์: " ที่ผ่านมา ฉันก็เคยทำแบบนี้ พยายามสู้ตามกติกาเพื่อลูกสาวตัวเอง... แต่สุดท้ายฉันก็ได้แค่ยืนมองมันเดินลอยนวลออกจากศาลไปจิบแชมเปญต่อ เพราะงั้นตั้งแต่นี้ไปฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเจอจุดจบแบบเดียวกันอีก "
จ่ามิลเลอร์ยัดแผนที่ใส่มือ Johnny แรงๆ เหมือนเป็นการมอบภาระสุดท้าย
จ่ามิลเลอร์: " บ้านพักนั่นไม่ได้มีแค่ประตูหน้า... มีทางเข้าลับจากท่าน้ำทิศตะวันตก ถ้าพวกแกมุดเข้าไปทางนั้น พวกมันจะไม่มีวันรู้ตัวจนกว่าไฟจะลามถึงเตียงนอน คืนนี้ฉันจะปิดวิทยุสื่อสาร และจะไม่มีรถสายตรวจคันไหนโผล่หัวไปแถวนั้นในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า "
การปะทะคารมและจุดเปลี่ยนของแผน
( เริ่มด้วยความใจร้อนของ Johnny และการเตือนสติจากจ่ามิลเลอร์ )
จ่ามิลเลอร์: "แผนการของนายคืออะไร?"
Johnny: (ขยับคอเสื้อหนังตอบด้วยความเดือด) “ผมจะบุกถล่มบ้านมันตรงๆ ใครขวางทางฉันจะกระทืบให้มันขี้ออกมาเป็นเลือดให้หมด!”
จ่ามิลเลอร์: "หยุด! นายอย่าโง่ไปหน่อยเลย Johnny!" ( จ่าตะคอกสวนจน Jax และคนอื่นๆ ถึงกับชะงัก )
" นายคิดจะพาพวกไปยืนเคาะประตูเรียกมันออกมางั้นเหรอ? นายเพิ่งก้าวออกจากโรงพักแท้ๆ! นี่ถ้านักสืบนั่นไม่เอาตำแหน่งเข้าแลกเพื่อช่วยนายไว้ ฉันสาบานได้เลยว่าคืนนี้พวกนายได้นอนซังเตยาวๆ แน่"
จ่ามิลเลอร์: ( กวาดสายตามองขบวนฮาร์เลย์ ) " แล้วรถของพวกนายล่ะ? เสียงท่อนี่มันดังยิ่งกว่าปืนกล แค่บิดไปไม่ถึงกิโลฯ พวกมันก็รู้ตัวกันหมดคฤหาสน์แล้ว นายต้องลอบเข้าไปเงียบๆ ใช้จำนวนคนให้เป็นประโยชน์ แฝงตัวไปในความมืด... อย่าประมาทการ์ดพวกนั้นเด็ดขาด"
Johnny: ( นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องแผนที่ด้วยสายตาหนักใจ ก่อนจะถอนหายใจยาว ) "ขอบใจมากจ่าที่ช่วยเตือน... พอดีผมใจร้อนไปหน่อย สมองเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พวกเรามันถนัดแต่ใช้กำลังลุยตรงๆ มาตลอด... เอาจริงนะจ่า ผมไม่อยากให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว พี่น้องผมเจ็บมาเยอะพอแล้ว "
การส่งมอบ "เขี้ยวเล็บ"
( เมื่อตกลงแผนกันได้ จ่ามิลเลอร์จึงมอบความไว้วางใจขั้นสุดท้าย )
จ่ามิลเลอร์เดินนำไปที่ท้ายรถสายตรวจ เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะรุดซิปกระเป๋าหนังใบเขื่องเผยให้เห็น ปืนลูกซอง ปืนกลมือ และปืนพกเกือบ 10 กระบอก พร้อมกระสุนปึกใหญ่

จ่ามิลเลอร์: "รับไว้ซะ... ไปที่นั่นพวกนายต้องใช้มันแน่ฉันเตรียมแผนไว้ตั้งแต่วินาทีที่พวกนายก้าวพ้นโรงพักแล้ว ใช้เสร็จก็แค่ทิ้งมันไปอย่าให้ใครเห็น "
นอกจากกระเป๋าใส่ปืนแล้ว ที่มุมมืดด้านในยังมี ถังน้ำมันเหล็กสีแดงสำรอง 3 แกลลอน วางซ้อนกันอยู่ กลิ่นไอระเหยของมันฉุนกึกเตะจมูกทันทีที่ฝาท้ายเปิดออก
จ่ามิลเลอร์: (ตบที่ถังน้ำมันเบาๆ) " รับพวกนี้ไปด้วย... ถ้าพวกนายทำสำเร็จ และอยากให้เรื่องนี้มันจบแบบไม่มีร่องรอย... 'เผา' มันซะ เผาหลักฐานทุกอย่างของพวกนายให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่เส้นผมเส้นเดียวให้พวกพิสูจน์หลักฐานมันตามต่อได้"
Johnny: ( ขมวดคิ้ว มองถังน้ำมันสลับกับหน้าจ่า ) "จ่า... นี่จ่าเตรียมของพวกนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? มันดูเหมือนจ่ารู้ล่วงหน้าว่านรกจะแตกคืนนี้ "
จ่ามิลเลอร์: ( ยิ้มเย็นชา สายตาเหม่อมองไปทางคฤหาสน์ ) " ในเมืองเฮงซวยอย่างชิคาโก้... ของพวกนี้มันต้องมีติดท้ายรถไว้เสมอ Johnny ของพวกนี้มันเป็นของกลางที่ยึดมาได้จากพวกค้ายาเมื่อหัวค่ำ ฉันแค่ยังไม่ได้ส่งคืนคลังสารบบ... ถือซะว่าพระเจ้าประทานมาให้พวกนายล้างมลทินก็แล้วกัน "
Johnny: ( สายตาสั่นไหวเล็กน้อย ) " นี่มันเรื่องใหญ่มากนะจ่า... จ่าคิดดีแล้วเหรอ? ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา ตำแหน่งจ่าไม่เหลือแน่เผลอๆอาจได้เข้าไปนอนในคุก!! "
จ่ามิลเลอร์: ( หัวเราะในลำคอขณะยัดซองกระสุนใส่มือ Johnny ) " ตำแหน่งฉันมันตายไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันตัดสินใจช่วยพวกนายแล้ว... อย่าถามมาก "
Jax ( หยิบลูกซองเรมิงตันขึ้นมาเช็กความพร้อม ) “ เหี้ยเอ๊ย... ของจริงว่ะ เหมาะมือชะมัด !! ”
Billy: ( ลูบปืนกลมือพร้อมยิ้มมุมปาก ) "เออดี! กำลังคันไม้คันมือพอดี ร้านเรามอดไปทั้งร้าน จะให้เข้าไปต่อยปากมันอย่างเดียวคงไม่สาสม งานนี้ต้องมีใครบางคนกระจุยเป็นเศษเนื้อ!"

การเดิมพันด้วยเวลาและเปลวไฟ
จ่ามิลเลอร์: ( ยัดแผนที่ใส่มือ Johnny ) " จำไว้... ท่าน้ำทิศตะวันตก มีทางเข้าลับผ่านโรงเก็บเรือเก่าซึ่งปกติจะไม่มีเวรยาม คืนนี้ฉันจะดึงรถสายตรวจในเขตนั้นออกไปจุดอื่นให้หมดเพื่อเปิดทางให้พวกนาย "
จ่ามิลเลอร์: (ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาจ่อหน้า Johnny แสงไฟไซเรนสะท้อนหน้าปัดกระจก) "ดูนี่... ตอนนี้มันตีสองเป๊ะแล้ว นายมีเวลาแค่ 60 นาทีเท่านั้นในการจบเรื่องนี้ก่อนที่กำลังเสริมชุดใหญ่จากกรมจะผลัดเวรมาถึง นายต้องรีบลงมืออาศัยช่วงที่พวกมันกำลังเผลอในกลางดึกแบบนี้! "
จ่ามิลเลอร์: (กดเสียงต่ำลงและขยับเข้ามาใกล้) " และฟังฉันให้ดี... ทันทีที่เสียงปืนนัดแรกดังขึ้น หรือถ้าพวกนายจุดไฟเผาบ้านพวกมันจนเปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้า ชาวบ้านแถวนี้จะเริ่มโทรแจ้งเหตุ และเสียงปืนกลางดึกมันจะเดินทางไปไกลกว่าปกติหลายเท่า "
จ่ามิลเลอร์: " จากจุดที่ตำรวจสายตรวจคนอื่นอยู่ กว่าพวกนั้นจะบึ่งรถมาถึงที่นี่ต้องใช้เวลาพอสมควร นั่นคือ 'หน้าต่างเวลา' สุดท้ายของพวกนาย ถ้าจบงานได้ภายใน 60 นาทีนี้ นายจะมีเวลาเหลือพอที่จะถอนกำลังและหายตัวไปในความมืดก่อนที่ไซเรนคันแรกจะโผล่มาที่หน้าบ้านมัน... เข้าใจที่ฉันพูดไหม! "
Johnny: (พยักหน้าช้าๆ พร้อมเก็บแผนที่เข้ากระเป๋าเสื้อหนัง )
Johnny: ".. เอาละเเผนใหม่ของฉัน เราจะไม่ยกพวกไปทั้งหมดร้อยคนร้อยคันหรอกนะ มันโจ่งแจ้งไป "
Jax: ( ขมวดคิ้วสงสัย )
Johnny: " เราไม่รู้ว่าไอ้วิกเตอร์มันซ่อนไพ่ใบไหนไว้บ้าง ถ้าเรามาที่นี่กันหมด แล้วมันส่งคนไปป่วนถิ่นเราหรือย้อนกลับไปเผาซ้ำที่บาร์อีกล่ะ? บ้านเราจะเหลืออะไร? นายแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน... ครึ่งหนึ่งให้กลับไปเฝ้าถิ่น จัดการเก็บกวาดซากบาร์ที่โดนไฟไหม้ แล้วเตรียมพร้อมรับมือถ้ามีหมาตัวไหนโผล่เข้าไป... ส่วนที่เหลือที่ใจเด็ดๆ ตามฉันมา "
( เหล่าสมาชิก Vandals เริ่มจับกลุ่มคุยกัน เสียงถกเถียงเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืด )
Billy: "เฮ้ย! ฉันจะไปถล่มบ้านไอ้วิกเตอร์! ฉันคันไม้คันมือจะแย่แล้ว"
Tiny: "ใจเย็นไอ้ Billy... Johnny พูดถูก ถ้าเรามานี่หมดแล้วพวกมันย้อนไปเผาบ้านเราอีกล่ะ? คนอื่นๆ ที่เจ็บอยู่จะทำยังไง? ฉันจะอาสานำทีมครึ่งหนึ่งกลับไปที่ถิ่นเอง แล้วจะตั้งป้อมรออยู่ที่นั่น ใครกล้าโผล่มา... คราวนี้มันไม่ได้กลับไปแน่"
ลูกน้องคนหนึ่ง: "เออ! ฉันไปกับ Tiny เอง ของในบาร์ฉันยังเก็บไม่หมดเลย คืนนี้ฉันจะนอนเฝ้าที่นั่นเอง"
Jax: ( หันกลับมาหา Johnny ) " เรียบร้อย Tiny จะพากำลังครึ่งหนึ่งกลับไปคุมถิ่นและเคลียร์พื้นที่ที่บาร์ ส่วนพวกที่เหลือ... คือพวกที่พร้อมจะมุดโคลนไปลากคอไอ้วิกเตอร์กับพี่ "
Johnny: ( ตบไหล่ Jax ) " ดี... จำไว้ เราไม่ได้มาเพื่อทำสงครามยืดเยื้อ เรามาเพื่อจบเรื่องนี้ภายใน 60 นาที... ใครจะไปกับฉัน เตรียมตัวให้พร้อม!! "
Johnny: ( ลดเสียงลงแต่แฝงความอำมหิต ) "และฟังให้ดี... วันนี้เราไม่ได้ไปเพื่อแค่กระทืบคนเหมือนทุกที แต่งานนี้... 'เราอาจจะต้องระเบิดสมองพวกมัน' ใครขวางทางคือตายสถานเดียว! ขอให้ทุกคนระวังตัวไว้ให้มากที่สุด"
Johnny: ( ยิ้มสมเพชตัวเองพลางสบตาจ่ามิลเลอร์ ) " แม่งเอ๊ย... ฉันเองเกือบจะพาพวกนายไปตายฟรีๆ แล้วไง ถ้าจ่าคนนี้ไม่เตือนสติไว้ป่านนี้เราคงโดนเป่าหัวเละอยู่หน้าประตูบ้านมันไปแล้ว ขอบใจมากจ่า..."
Johnny: ( หันไปสั่งการ Jax เสียงเด็ดขาด) "Jax! สั่งพี่น้องทุกคน... ดับเครื่องยนต์ให้หมดตั้งแต่สามบล็อกก่อนถึงโรงเก็บเรือ เราจะจอดรถทิ้งไว้ที่โกดังร้าง แล้วเดินเท้าลุยโคลนเข้าไปทางท่าน้ำ"
Jax: "แต่พี่... เดินเท้าเป็นกิโลฯ ในความมืดเนี่ยนะ?"
Johnny: " เออ! ถ้าอยากเห็นหน้าไอ้วิกเตอร์ก่อนที่มันจะสั่งการ์ดเป่าหัวเรา เราต้องทำ! ส่วนอาวุธอย่างมีดและแป๊บเหล็กเเจกจ่ายให้พวกแนวหน้า ส่วนปืน... เก็บไว้ใช้ตอนที่จําเป็นเท่านั้น "
จ่ามิลเลอร์: " นี่มันเหมือนฉันยืมมือพวกนายทำงานสกปรกเลยนะ... แต่เอาเถอะ ที่เหลือฉันจะจัดการเรื่องต่อเอง ส่วนพวกนาย... รีบจบงานให้ไว แล้วไสหัวไปซะ!"
Johnny: ( สบตาจ่าเป็นครั้งสุดท้าย ) " 60 นาทีใช่ไหมจ่า? เตรียมเขียนรายงานรอไว้ได้เลย... เพราะหลังจากคืนนี้ไป จะไม่มีชื่อของวิกเตอร์เหลืออยู่ในเมืองนี้อีกต่อไป... ทุกคน... เตรียมตัว!!! "
เขากระชากคันเร่งสุดแขน เสียงเครื่องยนต์ V-Twin นับร้อยคันระเบิดคำรามขึ้นพร้อมกันจนแผ่นดินสะเทือน เลือดในกายของเหล่า Vandals พลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด
คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ