The Bikeriders: No Mercy
เขียนโดย
room666_
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.45 น.
แก้ไขเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 23.47 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
7) 60 นาทีพิพากษา: เพลิงล้างบาง
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
คำเตือนเนื้อหา ( Content Warning ) !!
นิยายตอนนี้มีเนื้อหาที่รุนแรง ( R-18+ / NC-20+)
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อ่านบางท่าน……โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
( นาทีพิพากษา...เพลิงล้างบางทวงหนี้เลือด )
ความเงียบสงัดริมทะเลสาบถูกทำลายลงด้วยแรงแค้นที่มองไม่เห็น กลุ่ม Vandals กว่า 50 ชีวิต เคลื่อนพลผ่านพุ่มไม้และแนวโคลนราวกับฝูงหมาป่าพยาบาท พวกเขาเดินเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อปิดล้อมคฤหาสน์ที่มีลูกน้องของวิกเตอร์เฝ้าอยู่ราวๆ 30 คน โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่านรกกำลังจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน
ฉากลอบสังหาร: เพชฌฆาตไร้เงา
ที่ระเบียงหน้าบ้าน ยาม 3 - 4 คนนั่งงีบพลางสูบบุหรี่อย่างย่ามใจ Tiny พุ่งจากเงามืดเข้าประชิดตัวแรก มือหนาๆของเขาปิดปากมันไว้แน่นก่อนจะใช้มีดเดินป่าเชือดเข้าที่ลำคอหอยจนหลอดลมขาดสะบั้นตายคาที่... ขณะเดียวกันสมาชิก Vandals อีกหลายคนพุ่งเข้าหาลูกน้องที่เหลือพร้อมใช้มีดพกอันคมกริบเเทงกระหน่ำแทงรัวเข้าที่แผ่นหลังและท้องจนไส้ทะลัก ยามคนหนึ่งพยายามจะร้องแต่ถูกเหล็กแป๊บฟาดเข้าที่ขมับจนกะโหลกยุบ เสียงกระโหลกเเตกดัง โพล๊ะ! ร่างนั้นทรุดฮวบกลายเป็นศพทันที!!

สมาชิก Vandals กระจายตัวออกไปตามมุมมืดรอบตัวบ้านราวกับฝูงหมาป่าที่หิวกระหาย พวกเขาพบลูกน้องวิกเตอร์อีก 6 ราย ที่กำลังยืนเฝ้ายามแยกกันตามทางเดินสวนและท่าเก็บเรือ Jax และพรรคพวกเข้าจู่โจมพร้อมกันในความมืด เหยื่อทั้งหกถูกกระชากตัวลงไปกับพื้นก่อนจะเจอ มีดพกรุมแทงอย่างแรงไม่ยั้ง เสียงปลายมีดกระทบกระดูกและเนื้อดัง ฉึก! ฉึก! ฉึก! เหยื่อเคราะห์ร้ายพยายามจะเปล่งเสียงร้องขอชีวิต แต่กลับมีเพียงเสียง "อ๊อค... อั๊ก..." ดังลอดออกมาจากลำคอที่ท่วมไปด้วยเลือดและฟองอากาศ พวกเขาดิ้นพล่านด้วยความทรมานก่อนจะสิ้นใจพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่สาดกระเซ็นเปื้อนใบหญ้า

เมื่อเหยื่อแน่นิ่งไป สมาชิก Vandals ก็ช่วยกัน ลากศพไปซ่อนไว้ตามมุมมืด หลังพุ่มไม้และใต้ถุนบ้านอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านในไหวตัวทัน เพียงไม่กี่นาทีแรก ลูกน้องของวิกเตอร์ก็ เสียกำลังพลไปแล้วหลายคน โดยที่ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นแม้แต่นัดเดียว
พายุระเบิดเพลิง: ทะเลเพลิงกลางดึก
เมื่อทางสะดวก Johnny ให้สัญญาณมือเป็นอันพร้อมเปิดศึก สมาชิก Vandals ที่เหลือต่างจุดไฟที่ปากขวดระเบิดเพลิงนับสิบลูก "เผาแม่งให้ราบ!!!" Johnny คำรามสั่ง
"เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! ตู๊มม พรึ้บ!!!"

ระเบิดขวดนับสิบลูกถูกปาเข้าใส่ระเบียงและหน้าต่างชั้นล่าง เปลวไฟลุกพรึบท่วมคฤหาสน์หรูในพริบตา ลูกน้องวิกเตอร์ที่เหลือสะดุ้งตื่นมาท่ามกลางนรกบนดิน เสียงกรีดร้องโหยหวน ดังระงมไปทั่ว ยามบางคนวิ่งพรวดออกมาพร้อมร่างที่ ไฟลุกท่วมตัว ราวกับคบเพลิงมนุษย์ พวกเขาวิ่งตะเกียกตะกายชนข้าวของก่อนจะ พุ่งทะลุกระจกหน้าต่าง ออกมานอนดิ้นพล่านร้องโหยหวนอยู่บนสนามหญ้า พร้อมกลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปกับอากาศ

" ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! "
ฝั่ง Vandals ใช้ความไร้ปรานีบดขยี้ไม่ให้พวกมันได้ตั้งตัว Duke สาดกระสุนลูกซองเข้าใส่ยามที่พยายามวิ่งหนี กระสุนลูกปรายอัดเข้าที่ขาจน ขาขาดสะบั้น ร่างนั้นล้มลงไปนอนร้องขอชีวิตแต่ถูกสมาชิก Vandals อีกคนใช้มีดสปาร์ตาฟันเข้าที่ท่อนแขนจน แขนขาดกระเด็น จนเลือดสาดกระจายเต็มพื้น เพียงแค่ช่วงแรกของการโจมตี ลูกน้องของวิกเตอร์ก็ เสียกำลังพลไปแล้วกว่า 15-16 คน ส่วนที่เหลือต่างหนีตายวุ่นวายท่ามกลางห่ากระสุนและคมมีด

ความโกลาหลในคฤหาสน์
ภายในห้องโถงหรูที่เคยเงียบสงัด บัดนี้สั่นสะเทือนด้วยเสียงปืนและเสียงกระจกที่แตกละเอียด วิกเตอร์ และ อัลเบิร์ต ที่กำลังชะล่าใจสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเปลวไฟสีส้มพร้อมเสียงปืนดังระงมอยุ่ชั้นล่าง อยู่นอกหน้าต่างพร้อมเสียงโหยหวนของลูกน้องที่ดังเข้ามาไม่ขาดสาย
วิกเตอร์: ( สบถลั่นด้วยความตกใจ ) " เชี่ยเอ๊ย! พวกมันมากันแล้ว! ไอ้ลูกหมาพวกนี้มันมาได้ยังไงวะ!"
อัลเบิร์ต: ( ใบหน้าซีดเผือด มือสั่นเทาขณะพยายามกดโทรศัพท์ ) " พวกคนคุ้มกันละ! พวกมันหายหัวไปไหนหมด! "
วิกเตอร์เห็นท่าไม่ดี เขาหันไปตะคอกสั่งพ่อที่กำลังยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก
วิกเตอร์: " พ่อ! ไปซ่อนตัวในห้องทำงานหลังประตูไม้โอ๊คก่อน ล็อกกลอนให้แน่น!
เดี๋ยวผมจัดการพวกมันเอง! "
วิกเตอร์รีบคว้าปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติขึ้นมาถือไว้มั่น แววตาเต็มไปด้วยความลนลานและบ้าคลั่ง แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากห้องรับแขก...
พ่อของวิกเตอร์ ยืน หน้าถอดสีอยู่หลังโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งกำหูโทรศัพท์แน่น เขาพยายามหมุนเบอร์ปลายทางซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่กลับมีเพียงความเงียบ...
อัลเบิร์ต: ( ตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง ) " ฮัลโหล! ใครก็ได้รับสายที! ไอ้พวกตำรวจข้างนอกหายหัวไปไหนหมด! "
"เพล้ง! เพล้ง!" ระเบิดขวดอีกสองลูกถูกปาจากข้างนอกทะลุกระจกชั้นสองเข้ามาอย่างแม่นยำ น้ำมันก๊าดสาดกระจายไปทั่วพรมและผ้าม่านหรู ไฟลุกพรึบทันที! เปลวเพลิงสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน กลิ่นควันไฟและน้ำมันฉุนไปทั่วทางเดินชั้นสอง จนตัดขาดทางหนีและบีบให้พ่อลูกมอร์แกนต้องถอยร่นเข้าไปในมุมมืดของบ้านที่ความตายกำลังดักรออยู่

Johnny ( ตะโกนจากข้างล่าง ) " หนีไปเถอะวิกเตอร์! นรกที่มึงสร้างไว้... คืนนี้กูจะเอามาคืนให้มึงถึงที่!! "
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่ม Vandals นับสิบคนเริ่มดังกระแทกบันไดขึ้นมา พร้อมกับเสียงปืนที่สาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปิดบัญชีลูกน้องที่เหลืออยู่ตามทางเดินอย่างไม่ละเว้น
การบุกทะลวงกลางกองไฟ
Johnny ถีบประตูหน้าจนพังกระเด็น ก้าวเท้าข้ามซากศพยามที่นอนจมกองเลือดขึ้นสู่บันไดวนหรู โดยมี Duke, Jax และสมาชิก Vandals อีกนับสิบตามติดเป็นพรวน
"ปัง! ปัง! ปัง!"
วิกเตอร์ที่ซุ่มอยู่หลังเสาหินอ่อนบนชั้นสองสาดกระสุนปืนลูกซองสวนลงมา กระสุนถากไหล่สมาชิก Vandals คนหนึ่งจนล้มกลิ้ง

Johnny: " เผาแม่งให้หมด!! "
Tiny เหวี่ยงระเบิดขวดอีกลูกขึ้นไปบนชั้นสอง "เพล้ง!" ไฟลุกพรึบตัดหน้าวิกเตอร์จนเขาต้องถอยร่นเข้าไปในทางเดินแคบๆ ท่ามกลางม่านควันไฟที่เริ่มหนาทึบ ระหว่างนั้น ลูกน้องวิกเตอร์ที่เหลือรอดอีก 3 คนพยายามจะเข้ามาชาร์จจากมุมห้องด้านข้างด้วยความลนลาน
ลูกน้อง 1: ( ตะโกนเสียงหลง ) "แม่งเอ๊ย! มันมากันตอนไหนวะ! ใครก็ได้ช่วยยิงคุ้มกันทีเร็วเข้า! พวกมันขึ้นมาบนนี้แล้ว!"
ลูกน้อง 2: ( สติแตก สาดกระสุนมั่วซั่ว ) " ไอ้เวรเอ๊ย! กระสุนกูจะหมดแล้ว!! ใครก็ได้ช่วยด้วย !!"
แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือกลับถูกกลืนหายไปในเสียงฝีเท้าของปีศาจร้าย Jax พุ่งพรวดฝ่ากลุ่มควันออกมา แววตาคลุ้มคลั่งไม่ต่างจากสัตว์ป่า เขาเหวี่ยงไม้เบสบอลพันลวดหนามในมือเข้าใส่ลูกน้องคนที่ตะโกนโวยวายที่สุดเต็มแรง!
"พลั่ก! กร๊อบ!"
ไม้เบสบอลฟาดเข้าที่กลางกะโหลกจน หัวแบะ ยุบลงไปครึ่งซีก เขาลงมือทุบซํ้าอย่างไร้ความปราณี จนมันสมองและเศษกะโหลกสาดกระจายเต็มผนัง ร่างนั้นทรุดลงชักกระตุกโดยที่ปากยังอ้าค้างคาเสียงตะโกนสุดท้าย
Jax: ( แสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น )
ลูกน้องอีกคนเห็นเพื่อนหัวแบะต่อหน้าต่อตาก็ขวัญกระเจิงจนฉี่ราดกางเกง มันพยายามจะหันหลังหนีแต่ถูก Duke ยิงด้วยลูกซองเข้าที่กลางหลัง
จนร่างพรุนล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นไม้อย่างแรง
เพียงชั่วพริบตา ทางเดินบนชั้นสองที่เคยเป็นเขตหวงห้ามผู้ดี บัดนี้กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่ชุ่มไปด้วยคาวเลือด
วิกเตอร์ที่เห็นเหตุการณ์จากมุมมืดถึงกับหน้าถอดสี มือที่ถือปืนสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ยามอีกคนพยายามจะชักมีดสู้ แต่ถูก Duke ยิงสวนด้วยลูกซองสั้นเข้าที่ช่องท้องในระยะเผาขนจน ลำไส้ไหลทะลัก ออกมากองกับพื้น เขานอนร้องครวญครางพยายามดิ้นรนเอาชีวิตจนวินาทีสุดท้าย ก่อนจะถูกไฟที่ลามมาจากพรมคลอกร่างทั้งที่ยังหายใจ

วินาทีประชิดตัว: สัตว์ร้ายจนมุม
วิกเตอร์ถอยไปจนถึงหน้าประตูห้องทำงานของพ่อเขา เขาสาดกระสุนนัดสุดท้ายใส่กลุ่ม Vandals จน Duke ต้องกระโดดหลบหลังโซฟา
วิกเตอร์: " เข้ามาดิไอ้พวกขยะ!! "
แต่ทันใดนั้นเอง Johnny พุ่งฝ่ากลุ่มควันออกมาด้วยความเร็วที่วิกเตอร์ตั้งตัวไม่ทัน เขาใช้พานท้ายปืนกระแทกเข้าที่ข้อมือของวิกเตอร์จนปืนลูกซองหลุดมือ เสียงกระดูกข้อมือแตกดัง กร๊อบ! วิกเตอร์ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
Johnny: " ปากดีนักนะมึง! "
Johnny คว้าคอเสื้อวิกเตอร์แล้วกระแทกหน้ามันกับผนังไม้จนจมูกบี้ ก่อนจะเหวี่ยงร่างมันลงไปกองกับพื้นหน้าห้องทำงานของอัลเบิร์ตพอดี จังหวะนั้นเองที่ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออก... แต่คนที่ก้าวออกมาไม่ใช่ลูกน้องวิกเตอร์ที่จะมาช่วย
แต่เป็น อัลเบิร์ต! ที่เดินถือปืนพกออกมาจากเงามืดด้านในห้องทำงาน พร้อมกับสายโทรศัพท์ที่ถูกตัดขาดคามือ แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับเพชฌฆาตที่รอเวลานี้มานานแสนนาน
Johnny เงื้อมีดเตรียมจะเผด็จศึก แต่อัลเบิร์ตกลับชักปืนพกใต้โต๊ะออกมาเล็งสวนทีเผลอ!
" ไปลงนรกซะ ไอ้ขยะ! " อัลเบิร์ตคำราม
ปัง!!!" เสียงปืนดังไปทั่วห้องทำงาน แต่วินาทีนั้นร่างที่กระตุกวูบและล้มฟาดลงกับโต๊ะกลับไม่ใช่ Johnny อย่างที่คิดแต่เป็น อัลเบิร์ต ที่เบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อความตายย้อนกลับมาหาตัวในเสี้ยววินาที ทันใดนั้น
จ่ามิลเลอร์ ก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊ค ปืนพกในมือยังคงมีควันกรุ่นจางๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่สั่งสมมานานนับปี
อัลเบิร์ตที่นอนสำลักเลือดอยู่บนโต๊ะทำงาน พยายามตะเกียกตะกายเงยหน้าขึ้นมามองจ่ามิลเลอร์ด้วยสายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความถือดี เขาถ่มเลือดลงบนพรมแล้วหัวเราะออกมาอย่างน่ารังเกียจ
อัลเบิร์ต: ( ไอโขลกออกมาเป็นเลือดแต่ยังแสยะยิ้ม ) " หึ... ที่แท้ก็แกเองเหรอมิลเลอร์? แหม... จะมาทวงความยุติธรรมให้อีลูกสาวหน้าโง่นั่นเหรอ?
แกรู้ไหม... วันนั้นน่ะ นังนั่นมันโง่เอง! โง่ที่เดินเข้ามาติดกับลูกชายฉันเองถึงได้โดน ปู้ยี่ปู้ยำ จนเละเทะแบบนั้น! "
จ่ามิลเลอร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ มือที่กำปืนสั่นเทาด้วยแรงแค้นที่พุ่งพล่าน แต่อัลเบิร์ตยังคงพ่นวาจาสกปรกออกมาไม่หยุด
อัลเบิร์ต: ( หัวเราะร่าอย่างคนเสียสติ ) " ฮ่าๆๆ! มันร้องไห้ขี้มูกโป่ง อ้อนวอนขอชีวิตจนน่าขำ! ลูกชายฉันมันก็แค่หยิบยื่นบทเรียนราคาแพงให้เด็กบ้านๆ อย่างมัน... มันควรจะภูมิใจด้วยซ้ำที่คนอย่างวิกเตอร์ลงไปเล่นด้วยจนหนำใจก่อนจะทิ้งเป็นขยะ! แกมันก็แค่ไอ้พ่อหัวขวดที่ปกป้องรูทวารลูกตัวเองยังไม่ได้... ฮ่าๆๆ อั๊ก! "
กระสุนพิพากษา...จุดจบของพญามัจจุราช
"พลั่ก!" จ่ามิลเลอร์กระแทกพานท้ายปืนเข้าใส่ปากของอัลเบิร์ตอย่างแรงจนฟันหน้าหักไปสามซี่ จนเลือดกลบปาก จ่ามิลเลอร์ไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปกระชากหัวอัลเบิร์ตขึ้นมา
จ่ามิลเลอร์: ( เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ) "ฉันเป็นคนตัดสายโทรศัพท์แกเองกับมือ... และเป็นคนสั่งปิดวิทยุตำรวจในพื้นที่นี้ด้วย ….ตลอดหลายปีที่แกใช้เงินปิดปากพยาน แกคงลืมไปว่าหมาล่าเนื้ออย่างฉันต้องการความยุติธรรม!"
อัลเบิร์ตพยายามจะครางประท้วงในลำคอที่เต็มไปด้วยเลือด แต่จ่ามิลเลอร์กลับแสยะยิ้มพร้อมจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่กำลังแตกตื่น
เขา ( สำลักเลือดก่อนตะคอกเสียงแหบพร่า ) " ไปตายซะ... ไอ้ตำรวจแก่ไร้น้ำยา! แกมันก็แค่หมาแก่ที่เห่าเก่งแต่ไม่มีปัญญาทำอะไรฉันได้หรอก... ฮ่าๆๆ "
จ่ามิลเลอร์: "ปากดีไปเถอะอัลเบิร์ต... เพราะคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่แกจะได้นั่งโต๊ะทำงานหรูๆ แล้วจิบไวน์ราคาแพงพวกนี้ อีกเดี๋ยวแกจะได้ลงไปจิบน้ำมันในนรกแทนแล้ว! "
(...จุดจบของอัลเบิร์ต )
แทนที่จะอ้อนวอนขอชีวิต อัลเบิร์ตกลับรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยเลือด มันรวบรวมเสลดและเลือดในปากก่อนจะ "ถ่มน้ำลาย" ใส่หน้าจ่ามิลเลอร์จนเลือดสีข้นเปรอะแก้มของเขา!
จ่ามิลเลอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาใช้หลังมือปาดคราบเลือดออกจากแก้วช้าๆ แววตาที่เคยโกรธแค้นกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก เขาไม่ลั่นไกสังหารในทันที แต่กลับก้มลงคว้าคอเสื้ออัลเบิร์ตแล้วกระชากร่างที่โชกเลือดลงจากโต๊ะทำงาน ลากไปที่ห้องโถงกลางที่ไฟกำลังโหมไหม้
อัลเบิร์ต: ( หน้าถอดสี ร้องเสียงหลง ) " เห้ย! เห้ยแก! แกจะทำอะไร! ปล่อยกูนะไอ้แก่มิลเลอร์! "
จ่ามิลเลอร์หยุดลงตรงหน้ากองเพลิงที่กำลังลุกโชนสะท้อนในดวงตาของเขา เขาจ้องหน้าอัลเบิร์ตที่กําลังสั่นอย่างหวาดกลัว
จ่ามิลเลอร์: "ถ้าฉันยิงแกทิ้งตรงนี้มันคงง่ายไปอัลเบิร์ต... คนแบบแกสมควรตายในกองเพลิง ให้ไฟมันช่วยเผาสันดานนรกของแกให้หมดไปจากโลกนี้ซะ! "
" ปัง! ปัง! "

จ่ามิลเลอร์เหนี่ยวไกปืนพกยิงเข้าที่ "หน้าแข้ง" ทั้งสองข้างของอัลเบิร์ตในระยะประชิดจนกระดูกแตกละเอียด อัลเบิร์ตร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดขีด
อัลเบิร์ต: "อ้าคคคค! ไอ้เหี้ยเอ๊ย! โถ่... ไอ้เวรเอ๊ย! แกคิดว่าแกจะรอดไปได้เหรอ? คนของฉันจะตามล่าแกแน่ๆ ไอ้ระยํา!! "
จ่ามิลเลอร์ไม่สนคำขู่ที่ไร้น้ำหนัก เขาเดินไปหยิบแกลลอนน้ำมันที่เหลืออยู่มาสาดซ้ำลงบนตัวอัลเบิร์ตจนเปียกโชก กลิ่นน้ำมันผสมกับกลิ่นคาวเลือด อัลเบิร์ตตาเหลือกค้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อเห็นจ่ามิลเลอร์ง้างเท้าขึ้น
" พลั่ก! "
จ่ามิลเลอร์ ถีบยอดหน้าอัลเบิร์ตเต็มแรงจนร่างล้มกลิ้งเข้าไปในกองเพลิงกลางห้องรับแขก
"พรึ่บ!!!" เปลวไฟลุกท่วมร่างอัลเบิร์ตในชั่วพริบตา น้ำมันที่ราดไว้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่แผดเผาผิวหนังของเขาทันที!!
อัลเบิร์ต: "อ๊ากกกกกกก! ช่วยด้วย! อ๊ากกกกกก!"

เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานของอัลเบิร์ตดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ ร่างของเขาดิ้นพล่านท่ามกลางทะเลเพลิงต่อหน้าต่อตา วิกเตอร์ ที่กำลังถูกพวก Vandals รุมกระทืบจนเละเทะ วิกเตอร์เห็นพ่อตัวเองถูกเผาทั้งเป็นจนผิวหนังดำเป็นตอตะโกดวงตาที่เคยอหังการของเขาบัดนี้มีเพียงความหวาดกลัวสุดขีด
วิกเตอร์: ( กรีดร้องเสียงหล ง) "พ่อ!!! ไม่นะ! อย่าทำผม! ผมกลัวแล้ว! อ๊ากกกกกก!"
วิกเตอร์พยายามจะคลานหนี แต่ถูกเท้าของกลุ่ม Vandals เหยียบซ้ำลงบนหน้าอกและข้อมือที่หักอยู่แล้ว เสียงกระดูกแตกสลับกับเสียงไฟไหม้สร้างบรรยากาศที่เหมือนขุมนรกที่แท้จริง จ่ามิลเลอร์ยืนมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่งจนกระทั่งเสียงร้องของอัลเบิร์ตเงียบหายไป เหลือเพียงร่างที่ไหม้เกรียมในกองไฟ
จ่ามิลเลอร์: ( หันไปหา Johnny ) " ส่งลูกไปหาพ่อมันซะ Johnny... ให้มันไปจองที่ในนรกด้วยกัน "
การพิพากษาครั้งสุดท้าย...คมมีดทวงหนี้เลือด
ขณะเดียวกัน วิกเตอร์ ที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางวงล้อม แทนที่จะหวาดกลัวจนสิ้นสติ เขากลับแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยเลือดสดๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างคนบ้าคลั่ง สายตาที่จ้องมองจ่ามิลเลอร์และ Johnny เต็มไปด้วยความอหังการครั้งสุดท้าย
วิกเตอร์: ( สำลักเลือดหัวเราะร่า ) "ฮ่าๆๆ... พ่อกูตายแล้วไง? ข่มขืนเหรอ? เออ... กูทำเอง! ลูกสาวแกมันก็แค่ทางผ่านแก้เหงาของกูเท่านั้นแหละมิลเลอร์! เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะไปหาลูกสาวแกต่อในนรกเอง... จะไปทำให้มันจำชื่อกูไปตลอดกาล! ฮ่าๆๆ!"
"พลั่ก!" Johnny ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ทนต่อความระยำไม่ไหว เขากระโดดกระทืบเข้าที่ขาซ้ายของวิกเตอร์ที่หักอยู่แล้วเต็มแรงจนเสียงกระดูกแตกดัง กร๊อบ! สนั่นไปทั้งห้องรับแขก วิกเตอร์ร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่งก่อนจะถูก Johnny กระชากหัวขึ้นมา แล้วชักมีดพกที่คมกริบออกมา "เฉือนใบหู" ข้างซ้ายของวิกเตอร์จนขาดกระเด็นในพริบตา! เลือดสาดกระเซ็นติดมือของ Johnny ขณะที่หูของมันร่วงลงไปกองกับพื้น

อ้าคคคคคคคค!! วิกเตอร์ ร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดขีดสุด !!
Johnny: ( กระซิบข้างหูที่เหลือของมัน ) " ยังปากดีเหมือนเดิมนะ... ไอ้คนเก่ง คราวนี้มึงจะได้ยินเสียงกรีดร้องของตัวเองชัดขึ้น!"
จ่ามิลเลอร์เดินเข้ามาสมทบ แววตาของเขาว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเย็นเยือกดั่งน้ำแข็ง เขาจ้องมองร่างที่ดิ้นพล่านของวิกเตอร์ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหา Johnny
จ่ามิลเลอร์: "ขอมีดนั่นให้ฉัน... ส่วนพวกนายช่วยล็อกมันไว้ที "
ลูกน้อง Vandals สองคนเข้ามารวบแขนและขาของวิกเตอร์ไว้แน่นจนมันขยับไม่ได้ จ่ามิลเลอร์ก้มลงไปที่ร่างของวิกเตอร์ด้วยความนิ่งสงบจนน่าขนลุก เขาใช้มีดกรีดกระชากกางเกงของมันออกจนขาดวิ่น เผยให้เห็นสิ่งที่วิกเตอร์ใช้ทำลายชีวิตลูกสาวของเขาอย่างโหดเหี้ยม
จ่ามิลเลอร์: " ในเมื่อมึงใช้สิ่งนี้ทำลายชีวิตคนอื่น... มึงก็ไม่จำเป็นต้องมีมันติดตัวไปในโลกหน้า "
จ่ามิลเลอร์ปักมีดลงไปที่โคนขาหนีบของมันอย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มลงมือ "เฉือนไอ้จ้อน" ของมันทิ้งอย่างทารุณไร้ความปรานี คมมีดตัดผ่านเนื้อและเส้นเลือดจนเลือดพุ่งกระฉูดโชกเต็มมือนักสืบเฒ่า
วิกเตอร์: " อ๊ากกกกกกกก!" อ้ากกกกกกกก! เชี่ยเอ้ย พอ พอได้เเล้ว !!!

วิกเตอร์กรีดร้องโหยหวนด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแทบขาดใจ ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดที่เกินกว่ามนุษย์จะทนไหว ความทรมานแผ่ซ่านไปทั่วขุมขนจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ก่อนที่เขาจะเริ่มหมดสติไปจากความเจ็บปวดและอาการเสียเลือดอย่างหนัก
จ่ามิลเลอร์: ( โยนชิ้นเนื้อนั้นทิ้งลงในกองไฟที่กำลังลามมาถึง ) " ไปเฝ้าลูกสาวฉันในนรกในสภาพที่ไม่มีความเป็นชายเหลืออยู่... นั่นแหละคือที่ของมึง!"
เถ้าถ่านแห่งความยุติธรรม...และการลาจาก
เปลวไฟสีส้มฉานลุกโชนท่วมร่างของวิกเตอร์ที่ดิ้นพล่านอยู่กลางห้องรับแขก กลิ่นไหม้ของน้ำมันและเนื้อหนังคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ Johnny ยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความแค้นที่สุมอกมาเนิ่นนานบัดนี้ถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับศัตรู

จ่ามิลเลอร์: " พวกนายไปซะ! เร็วเข้า! ทิ้งปืน... ทิ้งของทุกอย่างลงในกองไฟให้หมด! อย่าให้เหลือรอยนิ้วมือแม้แต่ชิ้นเดียว!"
Johnny พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับขว้างปืนพกและซองกระสุนลงสู่กองเพลิงที่โหมกระหน่ำ สมาชิกคนอื่นๆ ต่างรีบทำตาม บางคนโยนไม้เบสบอลพันลวดหนาม บางคนถอดถุงมือและปลอกแขนทิ้งลงไปในกองไฟ
จ่ามิลเลอร์: ( ตะโกนกำชับอย่างเร่งรีบ ) " ทำให้เหมือนกับว่าพวกนายไม่เคยมาที่นี่! ให้ไฟมันเผาทำลายทุกอย่างไปพร้อมกับความระยำของตระกูลเหี้ยนี่ซะ!! "
สมาชิกกลุ่ม Vandals รีบเร่งทำงานแข่งกับเวลาที่บีบคั้น พวกเขาตรวจสอบและโยนอุปกรณ์ทุกอย่างที่อาจเป็นหลักฐานสาวถึงตัวลงในเปลวเพลิงที่เริ่มลุกลามวงกว้าง ก่อนจะพากันวิ่งกรูออกจากตัวบ้านที่เริ่มทรุดตัวลงสู่สนามหญ้าหน้าบ้าน
จ่ามิลเลอร์: " รีบวิ่งไปที่โกดังร้าง! เอามอเตอร์ไซค์ออกมาแล้วกระจายตัวกันไปคนละฝั่ง อย่าเกาะกลุ่มกันเด็ดขาด ก่อนที่พวกตำรวจท้องที่ที่ฉันสั่งปิดวิทยุไว้จะแห่กันมาที่นี่!!"
ทั้งหมดออกแรงวิ่งสุดชีวิตผ่านทุ่งหญ้ามืดมิด มุ่งหน้าไปยังโกดังเก่าริมทะเลสาบที่จอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ไกลพอที่จะไม่ให้ใครสงสัย เสียงหอบหายใจแข่งกับเสียงไซเรนที่เริ่มแว่วมาไกลๆ เมื่อถึงที่หมาย ทุกคนรีบสตาร์ทเครื่องยนต์เตรียมเผ่นออกจากพื้นที่
Johnny: " จ่า! หนีสิโว้ย! มัวรออะไรอยู่ จ่าต้องไปกับพวกเรา! "
Jax: " ใช่จ่า! รีบไปเร็ว! "
แต่จ่ามิลเลอร์กลับยืนนิ่งเขาสลัดความตึงเครียดทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นดินก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
จ่ามิลเลอร์: ( หัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อนแต่เปี่ยมสุข ) " หนีเหรอ? หึ... ไม่ล่ะ ฉันจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว Johnny ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฉันหนีจากความจริง หนีจากความรู้สึกผิดที่ช่วยลูกสาวตัวเองไม่ได้... เเต่..คืนนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว ฉันจะนั่งรอพบตำรวจที่นี่ ในฐานะคนที่คืนความยุติธรรมให้ลูกตัวเอง "
Johnny จ้องมองแววตาที่เด็ดเดี่ยวของจ่าเฒ่า เขารู้ดีว่าไม่มีใครเปลี่ยนใจชายคนนี้ได้อีกแล้ว ความเป็น
" ตำรวจ ในตัวมิลเลอร์สั่งให้เขาเผชิญหน้ากับผลของการกระทำอย่างองอาจ "
Johnny: ( พยักหน้าช้าๆ ด้วยความเคารพ )
Johnny พร้อมพวก Vandals ออกตัววิ่งเท้าเปล่าสุดชีวิตฝ่าทุ่งหญ้าและดินโคลน มุ่งหน้าไปยังโกดังเก่าริมทะเลสาบที่พวกเขาแอบเดินเท้าเปล่าเข้ามาซ่อนรถไว้ตั้งแต่แรก เมื่อไปถึงโกดังร้าง ทุกคนไม่รอช้า ต่างพุ่งตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตนเอง
"บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม! "
เสียงเครื่องยนต์หลายคันแผดคำรามขึ้นพร้อมกันจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วโกดังเก่า Johnny ขึ้นคร่อมรถคู่ใจบิดคันเร่งจนสุดแรงส่งสัญญาณสุดท้ายให้พรรคพวก
Johnny: " กระจายตัวกันออกไป! เจอกันที่จุดนัดพบเมื่อเรื่องเงียบ... ไป!!! "
สิ้นเสียงสั่งการ กลุ่ม Vandals ต่างพากันบิดคันเร่งหนีไปคนละทิศละทาง ราวกับฝูงหมาป่าที่กระจายตัวเข้าสู่เงามืด แสงไฟท้ายสีแดงเลือนหายไปในแนวป่าและถนนลูกรังคนละสาย ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและรอยล้อรถที่ถูกกลบด้วยฝุ่นควัน
จ่ามิลเลอร์ที่นั่งอยุ่บนพื้น เขาหยิบบุหรี่มวนสุดท้ายขึ้นมาจุดสูบ พร้อมมองดูแสงไฟท้ายรถของกลุ่ม Vandals ที่ค่อยๆ จางหายไปก่อนจะหลับตาลงอย่างสงบ เฝ้ามองแสงเพลิงจากคฤหาสน์มอร์แกนที่สว่างวาบอยู่ไกลๆ... ภารกิจล้างแค้นจบสิ้นลงแล้ว พร้อมกับความลับที่จะถูกฝังไว้ในกองเพลิงคืนนี้ตลอดกาล
คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ