น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : หมูหวาน

อ่าน 225
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
9 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 ก.ค. 2560 10:17 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Acloud
ขีดเขียนเต็มตัว (219)
เด็กใหม่ (6)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. หมาน้อยผู้เตร็ดเตร่

เขียนเมื่อ วันที่ 12 ก.ค. 2560 10:22 น.
•»

ติงลี่หมาน้อยเดินอ้อยสร้อยระห้อยหาแม่หมาใหญ่ที่วัดสีสุกพยายามเลาะแนวไผ่มาหลายกอหลายเพลา "ไม่เหมือนนี่หว่าแล้วแม่ไปไหนหว่า โฮ่ง ๆ" เสียงแม่หมาพยายามมุดใต้โต๊ะที่ตั้งอาหารคาวหวานสำหรับประเคนพระแม้จะเอาผ้าคลุมโต๊ะผืนใหญ่ออกแล้วก็ยังหาไม่เห็นแม้แต่เงาลูกน้อยติงลี่"โฮ่ง ๆ" 

"ติงลี่มากินข้าวคลุกปลากระป๋องเร็ว ๆ เข้า" เสียงหนูหริ่งลูกของหมอหล่อเดินมาเรียก "ระวังนะหริ่งป๊าเราชอบเอายาเบื่อผสมให้แมวให้หมามันกินเอามาจากไหนอ่ะปลากระป๋องนั่นน่ะ" แม่บ้านมักจะบอกทุกครั้งแม้กระทั่งตัวหริ่ิงเองด้วยยังต้องระวังตัวแจ "เพราะอย่างนี้ม๊าม่าเค้าถึงทิ้งเจ้ไปเข้าใจมั้ยติงลี่แต่ว่าวันนี้เดี๋ยวไปไม่ถึงโรงเรียนหรอกเจ้จะพาติงลี่หนีไปอยู่กับอาม๊าที่ชลบุรีนี่ไงเห็นมั้ยเจ้ซื้อตั๋วรถแล้วรถตู้เค้าบอกว่าถ้าเอ็งไม่ทำเลอะเทอะก็ไม่เป็นไรอ่ะเอากล่องอะไรมาใส่รองฉี่อึสักหน่อยนี่ก็กล่องพลาสติกของเอ็งเจ้เอามาใช้ใส่เอ็งอยู่แล้วเวลาไปไหนต่อไหนกันใช่มะ" หนึ่งคนหนึ่งหมานั่งรอคิวรถตู้ไปชลบุรีอมตะนครจนเคลื่อนรถออกจากท่ามุ่งหน้าตรงไปอำเภอบางละมุง....

 

นายแพทย์สันดาป เป็นนามปลอมไม่ใช่นามจริงของป๊าแม้แต่ในเวลานี้หริ่งโตเกือบเป็นสาวเต็มตัวแล้วยังไม่รู้เลยว่าพ่อของตนเองมีชื่อจริง ๆ ว่าอะไรแต่หริ่งเข้าใจป๊าและม๊าเสมอ"หริ่งเป็นเด็กดีตรงที่รักติงลี่และจิตใจดี โฮ่ง ฮ้อเร ๆ" ติงลี่ทำหน้าสงสารเจ้หริ่งเจ้าของหมาตัวอื่นที่งามแลดูหล่อเหลากว่าติงลี่มักบอกใคร ๆ เสมอว่า "นี่ลูกน้องข้าจำไว้นะโว้ยนี่เจ้านายมึ้งเข้าใจมั้ย" แต่เจ้หริ่งกลับรักใคร่ติงลี่เหมือนน้องชายในไส้ร่วมท้องเดียวกัน "เจ้หริ่งอยากมีน้องชายแต่ถ้ามีก็สงสารอีเดี๋ยวประชดชีวิตเหมือนป๊าสู้ไม่มีดีกว่ามาเสียใจกับอีทีหลังอาติงลี่เป็นน้องชายของเจ้โอวไจ๋ม่าย" น้องชายของอีกบ้านหนึ่งที่มีข้างฝาตึกแถวติดกันเป็นขี้ยาติดยาขโมยตังค์ตีแม้กระทั่งอาม่าแทบปางตายนอนโรงพยาบาลบางละมุงเกือบสองเดือน "ช่างอีเถอะอีเมายาผัวอั้วอากงเก่าของอีนั่นแหล่ะชวนหลานติดยามันขายยาอั้วถึงจำใจเลิกแต่เวรกรรมยังไม่จบยังตามมาที่อีอีกอั้วผิดเอง"

 

"มีผัวผิดคิดจนตัวตายมึงก็เหมือนกัน" เสียงอายอดคุยกับแม่หลังจากเดินลงมาข้างล่างพร้อม ๆ กัน "เมื่อคืนผู้ชายคนนี้เค้านอนที่ไหนเร้อเจ้ โฮ่ง ๆ"

 

อืด ๆ เสียงน้ำมูกในจมูกของอาติงลี่กลายเป็นเสียงปลุกอย่างดีเสียยิ่งกว่านาฬิกาปลุก "อ้าว โถอาติงลี่เอายาแก้ไข้เด็กอากิมที่ข้างบ้านอีก็บอกว่าอย่าให้อาติงน้องชายลื้อกิน ทำไง อ้อ ฮ้อเร ๆ น้ำข้าวใส่เกลือ" ตกลงเป็นเพราะเราดันไปทำให้อาเจ้เป็นห่วงเลยอดรู้เล้ยว่าคนหล่อ ๆ แบบคนนั้นเค้านอนที่ไหนเมื่อคืน....

 

มันจำใจและจำเป็นไม่งั้นก็ไม่มีอย่างทุกวันนี้ หลายคนพลอยคิดไปซ้ายังงั้น "คนในอยากออกคนนอกอยากเข้าไม่รู้อะไรบ้างเลยใครจะมีได้แบบนั้นมีแต่คุกและเงินเดือนต่ำ ๆ แค่หมื่นบาทเต็มที่ไม่มีใครได้สิทธิ์เกินจากนี้มิสเตอร์แอนดูร์ที่ตายนะเร้ออาม่าเอ้ยไม่รู้ว่าลื้อมาจากไหนอยู่ ๆ ก็ทะเร่อทะเร่าติงลี่ได้ยินเจ้หริ่งก็บอกแต่ว่าไม่มี ๆ ทางหมาอย่างอาติงนะมันมีพันธ์ุทางแต่นี่มันไม่มีทาง โนเวย์ โง่เซ่อบ้า โฮ่ง ๆ"

 

"สตอเบอรี่เค้กชิ้นนี้แบ่งยังไงก็ไม่ได้ดีและก็ไม่เคยแบ่งจำไว้อาหริ่งอาเจ้นีมันบ้ามันรับเงินเดือนแบบแม่บ้านทำเป็นคุยแม่นะขำแต่ไม่อยากฉีกหน้ามันคุกทั้งนั้นที่มันทำกันแล้วยังมาโกหกนั่นคือสัญญาณบอกว่าคนพวกนั้นทำผิดกฏหมายไม่งั้นไม่ลงทุนโกหกให้ใครๆเค้าด่าว่าเคยเห็นหน้าเพื่อนอายอดของมึงแค่ไม่ถึงชั่วโมงรวมกันแล้วสี่หนฮี่โธ่สัปดนคุยซ้าไม่รู้เรียนหนังสือได้ยังไงเหมือนพอเรียนจบของลับเหลี่ยมทองดูถูกวางยาคนเด็กมันเรียกเสียๆหายๆไม่อายหน้าตาดีด้วยไปดูเอาไม่รู้จะพูดยังไงแต่เฮียพีร์แกก็ดูดีจริงๆแต่มันติดยานี่นะมันเลิกไม่ได้มันเลิกได้แม่มันยกมือท่วมหัวคิดไปได้ยังกับพวกเรานี่มันต่ำมันโง่เสียเต็มประดาเราก็อยากเรียนสูงๆไม่ใช่ไม่อยากแต่แรงจูงใจมันไม่มีเล้ยด้วยซ้ำไปอยู่ไปๆรอความตายอย่างเดียวทุกคนเวลานี้"

 

"ครูนาตยากำลังจะหาวิธีแก้ปัญหาให้อยู่อย่างเป็นรูปธรรมน่ะค่ะใจเย็น ๆ เด็ก ๆ" เสียงเด็กหัวเราะก๊ากลั่นห้องสอบสอน "โอ้โหนักสังคมสงเคราะห์แก้ปัญหาโกหกสตอเบอรี่เค้กของครูก่อนดีกว่ามั้งค่ะ พวกเรานะรู้วิธีดีกว่าคุณรู้เห็นกันมาแต่เด็กแล้วนี่เด็กทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยอย่างฉันนี่แก่กว่าคุณอีกลูกเต้าโตมีหลานยายให้แล้ว อ่ะ ๆ แม่ครูน่ะพวกเรารวมทั้งเอ่อ พี่พีร์ของครูเค้าตั้งฉายาให้แกกันว่า อีสี่พันห้า ฉันฟังแล้วรู้สึกสงสารเหมือนกันไม่ใช่ไม่สงสารคุณและแม่คุณ เออ"

 

"เพ้อไปคิดไปคร่ำครวญไปหาสิ่งที่เรียกว่า ความเป็นผู้ดี เลยต้องคดีกันเป็นทิวแถว บ้าน วัง รถ หรู ใหญ่โต โอ่อ่า น่าอยู่ รสนิยมตกแต่งเก้าอี้หลุยส์เตียงทองเหลืองงามสวย ที่นอนนุ่มนวลชวนฝัน น่านอนกกกอดกัน กูไอ้ดาปเคยคิดยังงั้นแต่เป็นไอ้สันดานไม่ใช่สันดาป กงมึงทำกูเจ็บคบฝรั่งหวังสร้างอนาคต สร้างธุรกิจ โรงงานเคมี ทำสีร่วมหุ้นสุดท้ายกูอายแทบบ้ากินเดินแก้ผ้าไปที่โน่นที่นี่โดยไม่รู้ตัว...เฮ้อขี้ฮกทั้งเพแถวบ้านแม่กูที่ปราณเค้าพูดว่ากันโง่เอาชื่อไปใส่พอไปเบิกแค่เอาไปจดจำนองกับธนาคารกรุงเทพฯญาติกันด้วยซ้ำมันยังตามมาอัดพวกกูกับอาเจ็กอาแปะมึงน่วมนอนเจ็บไปเรียนไปคุมโรงสีกันไม่ไหวแต่นั้นมากูเลยรู้สึกถอย ท้อแท้ เสียกำลังใจ หมดอาลัยตายยาก กูเลยบ้าไปหลอกคนไข้เค้าว่าเป็นหมอวางยาให้มันบ้าให้มันบอให้มันเจ็บหนักกว่าเดิมให้มันตายไปเลยก็ร้อยกว่าศพไม่มีต่ำกว่านี้กูจำได้หมดเสียด้วยซ้ำว่าใครบ้างที่เป็นเหยื่อมีทุกวัยเด็กคนแก่ผู้หญิงผู้ชายกูไม่สนใจไม่ใช่พ่อใช่แม่ลูกเต้ากูยังไม่เคยฆ่าเพราะฉะนั้นอย่ามายั่วยุอารมณ์กูนังหริ่งหนีไปอยู่กับแม่มึงก็เอาไอ้น้องติงของมึงไปด้วยกูสะท้อนใจเข้าใจมั้ยไสหัวไปซ้าให้เร็ว ๆ ไว ๆ ถ้ากูบ้าขึ้นมากูไม่รู้ตัวว่ากูทำอะไรลงไปบ้างไอ้ยอดนั่นอย่าเข้าไปใกล้" ติงลี่รู้สึกว่าเข้าใจในเรื่องราวบ้างแล้ว

 

"ลูกสาวมันยายคนงาม ๆ คนนั้นนั่นเองที่เจ้หริ่งสงสารอีจนร้องไห้สะอื้นฮัก โฮ่ง ๆ ทำไปได้" คอยดู๋ทำอะไรเจ้หริ่งของอาติงลี่ละก้อติงลี่นั่งมองหน้าเจ้หริ่งในตอนกลางคืนหลับใหลไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ผิดบาปอะไรด้วยเล้ย โฮ่ง ๆ ถ้าแม่เจ้ตายสงสัย เฮ้อ กลิ่นอะไรหว่าหอมเย็น ๆ รื่นจมูกใครไหว้พระ เจ้าติงลี่เกิดความสงสัยเลยเขยิบตัวเข้าไปใกล้เจ้หริ่งแล้วเอาจมูกดมตามหน้าตาของเจ้หริ่งพลางทำหน้าแปลกใจ "ไม่ได้ทาแป้งนี่หว่า" ติงลี่นั่งลงทำคอย่น เฮ้อ คิดถึงแม่หมาใหญ่ ติงลี่มันจำได้อาม่าของเจ้หริ่งพักอยู่ในตึกแถวคล้าย ๆ กันกับที่นี่ใกล้ ๆ กับวัดที่ติงลี่กับแม่หมาใหญ่เคยอาศัยข้าวก้นบาตรหลวงตาอยู่และแล้วในวันหนึ่งด้วยความรักใคร่อาเจ้หริ่งอีแอบเห็นอาติงลี่เดินย้ายร่างอุ้ยอ้ายของมันอยู่แถว ๆ นั้นเลยรีบตรงรี่ไปแอบอุ้มเอาตัวติงลี่หมาน้อยมาเลี้ยงไว้เป็นน้องชายด้วยความรักใคร่เพราะแกอยากมีน้องและอยากมีเพื่อนคอยปรับทุกข์ให้ฟังเพื่อคลายความเหงาคลายความเศร้าโศกในจิตใจและพยายามต่อสู้ต่อไปด้วยความเข้มแข็งภายในจิตใจของหนูหริ่งเองและถ้าแม่ของหริ่งเสียชีวิตลงที่พึ่งสุดท้ายของหริ่งคงหนีไม่พ้นบ้านอาม่าที่อยู่ใกล้วัดสีสุก

 

ปกติวัดไทยเวลาเพลก่อนฉันข้าวกลางวันจะมีพระลูกวัดหรือเด็กวัดขึ้นไปย่ำกลองเพลดังตึง ๆ ๆ สามยก(ครั้ง)แต่พอย่ำกลองทีเสียงมันดังกระจายไปทั่วเล่นเอาน้องแมวน้องหมาตัวเล็กตัวน้อยวิ่งกันให้พล่านหางจุกตูดด้วยความตกใจบางตัวมันนอนหลับเพลินตกอกตกใจวิ่งขาขวิดขาไขว้หัวกระแทกอะไรต่อมิอะไรแตกก็มีหนัก ๆ เข้าหลวงพ่อที่วัดสีสุกท่านเลยตัดสินใจไม่ย่ำกลองอีกเลยไม่ว่าเวลาอะไรทั้งนั้น   "เอาเป็นว่าพวกเราก็เดินไปตามกันหรือไม่ก็มือถือแล้วกันนะท่านเวทนาหมาแมวมันเป็นบาปเป็นกรรมกับพวกพระสงฆ์อย่างพวกเราพวกโยมเค้าก็เห็นดีด้วยกันทุกคนว่าถ้ามันกลัวจนลนลานตกอกตกใจอย่างนี้ก็อย่าไปย่ำกลองเลยจะดีกว่าสงสารมันตัวเล็กตัวน้อยยังไงมันก็ตัวเล็กกว่าคนบางตัวเด็กเล็กไม่กี่ขวบยังตัวโตกว่าพวกมันจิตใจดีไม่ดียังไงก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของเค้าไม่เกี่ยวกับคนอื่นทำกรรมกับมือกันเองทุกคนพระธาตุล้มนั่นก็เพราะไปคบหากับฝรั่งและฝรั่งมันมักทำเกินเสมอส่วนพวกลาวอย่างอาตมานี่ล่ะแม่นทำขาดซำเหมอเดี๋ยวนี้หรือเดี๋ยวไหนก็อีหรอบเดิมขื่อกันแล่ว"

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

10
โหวต 10 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

10 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

10 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

10 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...