น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Forever Happy Land ดินแดนความสุขนิรันดร์

อ่าน 265
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
2 บท
แต่งเมื่อ:
วันที่ 2 ก.ค. 2560 02:33 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Miikun
หัดอ่านหัดเขียน (15)
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1. ปฐมบทแห่งความสุข

เขียนเมื่อ วันที่ 3 ก.ค. 2560 01:36 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 6 ส.ค. 2560 22:51 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»
     รวบตัว 'นาย ง' เจ้าของบริษัทชื่อดัง ฟอกเงินมูลค่าร่วมหลายหมื่นล้าน
     เช้าวานนี้เวลา15.32น. ตำรวจได้บุกจับ นาย ง เจ้าของบริษัทดัง ในข้อหาฟอกเงินบริษัทเป็นจำนวน 34,567 ล้านบาท
     เจ้าตัวสารภาพว่าได้ฟอกเงินบริษัทจากการนำไปเปิดเป็นบริษัทอื่นๆในชื่อของตนเองเพื่อบังหน้ากว่า40บริษัท เผยทำมาแล้วกว่า5ปี
     ทั้งนี้ตำรวจกำลังสอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม อาจจะมีเงินที่ถูกฟอกมากกว่านี้ ส่วนด้านผู้ต้องหานั้นศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว..
 
     ผมอ่านหนังสือพิมพ์ที่หัวหน้ายื่นมาให้ ขณะนี้เบื้องหน้าผมมีชายร่างท้วมในชุดสูทกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้สีดำขลับ รูปร่างหน้าตาของชายคนนี้น่าเกรงขาม ทั้งหนวดเคราที่ดูเหมือนขุนนางแถวๆยุโรปก็ดี หรือแม้แต่กริยาท่าทางต่างๆนานานั้นก็ดี ชายผู้นี้คือเจ้าของบริษัทหนังสือพิมพ์ Lewnest หรือให้อธิบายอย่างง่ายๆก็คือหัวหน้าของผมนั่นเอง
     หัวหน้าควักบุหรี่แท่งโตออกมาจากกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย พลางมือซ้ายควานหาไฟแช็คที่ลิ้นชักใต้โต๊ะ
     "ฮึ่ม.." หัวหน้ากระแอมเสียงเบาๆ เป็นสัญญาณถึงสถาวะอารมณ์หงุดหงิด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน หน้าผากเริ่มเห็นรอยย่นเด่นชัด ขณะนี้บุหรี่ที่อยู่ในมือขวานั้นยังไม่ถูกจุดแต่อย่างใด ท่าทางจะหาไฟแช็คไม่เจอแฮะ
     "นี่ ครอส-"
     "นี่ครับ" ผมยื่นไฟแช็คของผมไปให้หัวหน้า ไฟดวงเล็กๆลุกโชนอยู่เบื้องหน้าของชายทั้งสอง บุหรี่ถูกจุดแล้ว ควันสีเทาๆลอยขึ้นไปยังฟากฟ้าและสลายไป
     หัวหน้าพ่นควันออกมาเป็นรูปวงแหวน ก่อนจะมองกลับมายังผม
     "แกยังอ่านใจคนอื่นได้เหมือนเดิมเลยนะ"
     "ไม่ได้อ่านใจหรอกครับ ก็แค่ช่างสังเกตเท่านั้นแหละ" ผมตอบกลับไปแบบถ่อมตัว
     "เอาเถอะ ผลงานล่าสุดนี่ ทำออกมาได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ" หัวหน้าใช้นิ้วชี้ไปยังหนังสือพิมพ์ที่ผมพึ่งอ่านจบเมื่อสักครู่
     "ก็ไม่มากอะไรหรอกครับ ก็แค่ไปทำข่าวเท่านั้นเอง"
     "เหอะ แค่ทำข่าวเรอะ แฝงตัวไปเป็นพนักงานบริษัทที่นั่น สืบสาวเรื่องราวดำมืดต่างๆของบริษัท ทั้งขโมยเอกสารหรืออะไรต่อมิอะไร ทำข่าวปกติมันคงไม่เป็นแบบนี้หรอก"
     ใช่แล้ว ข่าวที่ผมพึ่งอ่านจบเมื่อกี้ไปคนที่รับหน้าที่ทำข่าวก็คือผมเอง ปลอมตัวเข้าไปอยู่ที่บริษัทนั่นเพื่อจับผิดการเงินที่มีทิศทางที่แปลกๆไปกว่า3อาทิตย์ ถ้าตามที่หัวหน้าพูด มันก็คงไม่ใช่การทำข่าวปกติแน่นอน แต่สำหรับผมแล้วมันถือว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับคนที่ชอบความท้าทายแบบผมน่ะ
     "แล้ว เรียกผมมาที่นี้มีอะไรงั้นเหรอครับ? หัวหน้าคงไม่ได้เรียกออกมาเพื่อชมเรื่องนี้แน่นอน"
     หัวหน้าทำหน้าเซ็งหลังจากได้ฟังคำพูดของผม
     "เฮ้อ แกเนี่ยนะ ใจเย็นๆก่อนสิ พึ่งกลับมาจากงานที่แล้วเองนะ ฉันก็ไม่ใช่พวกอยากโยนงานให้คนอื่นรัวๆด้วย"
     ผมส่งยิ้มแหะๆให้
     หัวหน้าสูดลมหายใจฟอดใหญ่เข้าไป ก่อนจะพ่นเป็นควันโขมงออกมา
     "นายรู้จัก'เมืองแห่งความสุข'ไหม?" สีหน้าที่ดูเคร่งขรึมของหัวหน้าอยู่แล้วนั้น ในตอนนี้กลับดูขรึมกว่าเดิมเสียอีก ผมรู้สึกได้ว่าภายในห้องนั้นตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียด
     "'เมืองแห่งความสุข'? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยครับ"
     "เมื่อ3เดือนที่แล้ว มีการจัดอันดับเมืองที่มีความสุขมากที่สุดในประเทศ ตามปกติแล้ว ต่อให้เมืองที่ได้อันดับที่1หรืออันดับสุดท้ายก็มีคะแนนต่างกันไม่มาก"
     หัวหน้าหยิบกระดาษปึกใหญ่ออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะแล้วยื่นให้ผม หน้าแรกนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า'เมืองแห่งความสุข'
      ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆ สองมือของผมพลิกกระดาษและใช้นิ้วไล่ตามตัวหนังสือไปมา สองตาไล่ตามนิ้วเหล่านั้นไป ส่วนหูของผมก็คอยฟังสิ่งที่หัวหน้าพูดต่อ
     "ทุกๆปีที่จัดอันดับ คะแนนก็ของแต่ละเมืองนั้นก็จะอยู่ที่ประมาณหกถึงเจ็ดมาโดยตลอด แต่การจัดอันดับครั้งล่าสุดนั้นต่างออกไป"
      ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆจนต้องมาสะดุดตากับการจัดอันดับครั้งล่าสุด มีวงกลมสีแดงวงรอบชื่อของเมืองที่ได้ที่1อยู่
     [อันดับที่1 เมืองไคโฮ 9.83คะแนน]
    "เมืองไคโฮ เมืองที่ไม่เคยแม้แต่ถูกจัดอันดับอยู่ๆก็ขึ้นมาเป็นที่1 นี่แหละคือปัญหา"
     เป็นไปได้ยังไงกัน 9.83คะแนนเนี่ยนะ คะแนนที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แบบนี้คืออะไรกัน ผมคิดในใจต่างๆนานาถึงคะแนนที่เกินกว่าค่าความเป็นจริงนี้
     "ครอส งานนี้น่ะ-"
     "ทำครับ"
     "หือ?"
     "ตรวจสอบสิ่งผิดปกติในเมืองไคโฮใช่ไหมล่ะครับ ผมรับงานนี้ครับ!"
     "เฮ้อ นี่แหละ ฉันถึงไม่อยากให้งานนี้กับแกเลย" หัวหน้าพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
     "งานนี้ไม่เหมือนงานที่แล้วๆมานะ แกต้องไปอยู่ที่เมืองอื่น ไปอยู่ในเมืองที่ไม่รู้จัก เมืองที่แทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย ความอันตรายต่างกับงานที่แล้วๆมาลิบลับเลยนะ"
     "แต่ถ้าไม่ใช่ผม แล้วจะมีคนอื่นอีกงั้นเหรอ?" ผมถามด้วยความสงสัยพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนจนหัวหน้าต้องเบือนหน้าหนีเสมือนยอมแพ้
     "ก็ตามที่แกพูดนั่นแหละ เดี๋ยวฉันเตรียมเรื่องการเดินทางให้เอง แล้วแกพร้อมไปวันไหนล่ะ?"
     "พรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ!" ผมตอบไปแบบไม่ลังเล
     "แกดูรีบร้อนกว่าปกติเลยนะ ไอ้ภารกิจนี้มันมีอะไรน่าสนใจมากหรือไง"
     "ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่าถ้าผมได้ไปที่เมืองนี้ ผมอาจค้นพบเป้าหมายของชีวิตก็ได้" สำหรับผมแล้วเป้าหมายชีวิตคือความท้าทาย ผมถึงยอมรับงานที่อันตรายแตกต่างจากนักหนังสือพิมพ์อื่นๆโดยสิ้นเชิง แต่ไม่ว่าจะเป็นงานไหนๆผมก็ยังไม่รู้สาแก่ใจ หวังว่าเมืองนี้จะเติมเต็มได้นะ
     "โอเค เรื่องข้อมูลของเมืองนั้นและข้อมูลอื่นๆฉันใส่ไว้ในเอกสารที่ให้แกไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวให้รถไปรับแกเอง ส่วนวันนี้ก็พอได้ล่ะ"
     "ขอบคุณมากครับ หัวหน้า" ผมโค้งคำนับให้หัวหน้าก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนที่เท้าของผมจะก้าวออกจากห้องนั้น
     "อ่อ อีกอย่างหนึ่ง แกอย่าตายล่ะ" จู่ๆหัวหน้าก็พูดขึ้น ทำเอาผมหันกลับไปด้วยสีหน้างุนงง จะบอกเราทำไมนะ? ผมคิดในใจแต่ก็โยนมันทิ้งให้เป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบก่อนจะโค้งคำนับให้หัวหน้าอีกครั้งและเดินจากไป
 
--------------------------------------------------------------------
 
     ฟู่ว.. 
     ผมพ่นลมหายใจออกมา ในลมหายใจนั้นมีควันบุหรี่สีขาวปนอยู่ด้วย ดูท่าบุหรี่ที่ผมสูบยังคงวนเวียนอยู่ในลมหายใจผมอยู่
     ผมมองลอดผ่านกระจกของสำนักงาน เห็นชายหนุ่มผมสีดำกำลังเดินข้ามถนนอยู่ ผมจำเขาได้ดี นั่นคือ อานากามิ ครอส นักหนังสือพิมพ์หนุ่มไฟแรงผู้ที่ต้องการหาความท้าทายในชีวิต
     เขาเป็นคนเสนอตัวเองในการทำภารกิจอันตรายต่างๆนานา บ่อยครั้งที่ผมอดเป็นห่วงเขาไม่ได้ถึงแม้มันจะราบรื่นก็ตามที
     "เมืองแห่งความสุขงั้นเหรอ.." ผมบ่นลอยๆขึ้นมา แสงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าไป อีกสักพักห้องของผมคงจะถูกความมืดกลืนกินแล้ว
     ผมกลับไปนั่งเก้าอี้ เหยียดขาสองข้างวางไว้บนโต๊ะ หลังเอนพิงเก้าอี้โน้มตัวลงไปเป็นท่านอน ผมไม่เคยแสดงท่าทางสบายๆแบบนี้ให้ใครเห็นสักครั้ง ท่าทางพวกนี้ผมจะทำมันก็ต่อเมื่อรู้สึกเครียดเท่านั้น
     และเรื่องที่รู้สึกเครียดนี้ก็ไม่ใช่อะไรนอกจาก ผมอาจจะต้องเสียนักหนังสือพิมพ์คนหนึ่งไปก็ได้
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

6.8
โหวต 6.8 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

7.5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8.5 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

4.5 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...