นิยาย : God of miracles บันทึกรักเทพเจ้า

อ่าน 329
วิจารณ์ 2
แนว:
จำนวน:
2 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 3 ธ.ค. 2559 20:25 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ซุยกิ
ขีดเขียนหน้าใหม่ (60)
เด็กใหม่ (5)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ฤกษ์กำเนิดที่ผิดพลาด

เขียนเมื่อ วันที่ 3 ธ.ค. 2559 22:46 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 3 ธ.ค. 2559 23:45 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

("แม่หญิง..." )

"...."

 

("แม่หญิงของข้า!!!")

 

...เฮือกกกกกกกกกก 

 

"อีกแล้วเหรอ.."  

ความฝันที่แม้แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เป็นฝันที่น่าอึดอัดอะไรเช่นนี้ ...

 

แกร๊ก..ฉันเอื้อมมือไปเปิดหน้าต่างข้างเตียงรับแสงสว่างของวันใหม่ เอาล่ะ...ฉันต้องไปนอกเมืองเพื่อเยี่ยมคุณยาย สัญญากับท่านไว้ว่าช่วงหยุดสุดสัปดาห์ต้องไปหาท่าน ฉันลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัว เสร็จก็เตรียมของพร้อมสะพายกระเป๋าคู่ใจออกเดินทาง ฉันกดมือถืออย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะค้นหาร้านค้าสะดวกที่ขายผลไม้ เนื่องจากฉันมาอยู่ในเขตนี้ได้ไม่นานนัก ฉันเริ่มหลง เฮ่อออ จริงๆเลย แย่ชะมัด ฉันมองซ้ายขวาพบร้านๆนึง ฉันรีบดิ่งเข้าไปเพื่อหาซื้อผลไม้ทันที 

 

กริ๊ง..

"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ"

 

"เอ่อ..สวัสดีฉันต้องการผลไม้ค่ะ"

 

ฉันยิ้มกลับไปอย่างไมตรี

 

"ทางนี้ค่ะ"

ฉันเดินตามพนักงานสาวไปอย่างเงียบๆ 

 

"ขอบคุณนะคะ"

ฉันเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้

 

ฉันหยิบแอปเปิ้ลและส้มใส่ตระกร้า และเดินไปคิดตัง 

 

"ขอบคุณมากค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ" 

 

และเดินออกจากร้านมา และค้นหาเส้นทางเที่ยวรถ เพื่อไปนอกเมือง ระหว่างทางที่นั่งรถมามองดูวิวข้างทางจนเพลิน จนฉันเผลอหลับไปและสะดุ้งตื่นอีกทีตอนถึงที่หมาย ฉันลงจากรถ แล้วมองวิวของเมืองจากเนินเขา เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยต้นไม้ลำธาร 'เทรย์เวอร์' เป็นเมืองนึงที่ค่อนข้างซับซ้อน และยังมีลัทธิของ บริช ในครอบครัวของฉันมีการนับถือศาสนาบริช เนื่องจากครอบครัวและรวมทั้งฉันเราเกิดในเมืองแห่งนี้นั่นเอง ดังนั้นคนในเมืองที่นี่นับถือ บริชกันหมด แต่ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับศาสนานี้เลยทั้งสิ้น เพราะฉันเติบโตอีกเมืองที่ฉันอาศัยอยู่ เมืองฮาเกน เมืองที่มีผู้คนเยอะแยะทุกศาสนา รวมกันอยู่

 

"คุณยายคะ" ฉันเรียกท่านพร้อมกับเดินเข้าไปกอดท่าน

 

"มาแล้วเรอะ หลานยาย..." ยายฉันยิ้ม แล้วจับมือฉันไว้

 

"หลานใจดำจริงๆนะ นี่เพิ่งจะมาหายายเองเหรอ"

"แหมมม คุณยายคะ หนูทำแต่งานค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ" 

 

"ร้านเครื่องเพชรหลานเป็นยังไงบ้าง" 

"ก็ดีค่ะ"

 

 ฉันทำงานร้านเครื่องเพชร เป็นคนคัดกรองเนื้อเพชรต่างๆ นั่นไม่สำคัญอะไรหรอก เพราะมันแค่งานไม่ประจำเท่าไหร่ 

 

"หลานจะเปลี่ยนงานอีกแล้วเหรอ.?"

 

 ยอมคุณยายเลย ดูฉันออกอีกแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรท่านก็มักจะดูฉันออกเสมอ 

 

"ไปหาแม่ของหลานสิจ้ะ เธออยู่ในครัวน่ะ" คุณยายยิ้มบางๆ

ฉันพยักหน้าแล้วก็วิ่งไปหาแม่ที่อยู่ในครัว กลิ่นทำครัวลอยมาแตะจมูกฉัน ฮ้าาา หอมอะไรแบบนี้ จะว่าไปฉันก็จอมตะกละเหมือนกันนะคะ เรื่องกินนี่ยกให้ฉันเลย

 

"อ้าวว วาเลนเซีย ลูกกลับมาแล้วเหรอ "

คุณแม่หันมาพร้อมกับกำลังชิมน้ำซุปที่อยู่ในมือ

 

"ดูเหมือนว่า หนูจะกลับมาถูกเวลาเลยนะคะ หิวววว" 

 

"ไปอาบน้ำก่อนสิลูก อย่าตะกละนักเลย"

 

นี่หลอกด่าหนูใช่ไหมคะเนี่ย ฉันทำหน้าเสียดายเล็กน้อยพร้อมกับวิ่งขึ้นชั้นสองเพื่ออาบน้ำอย่างไว เพื่อของกินเลยนะเนี่ย ไวมาก 

 

ตึ๊งง (ข้อความ) 

 

เพื่อน:(เธออยู่ที่ไหนยะ) 

วาเลน : (ฉันกลับมาบ้านฉันต่างหาก)

เพื่อน : (อ่อ..กลับบ้านนอกเหรอคะ)

วาเลน : (ตลกตายแหล่ะย่ะ ฉันว่าฉันบอกเธอแล้วนะ ว่าฉันกลับบ้าน)

เพื่อน :(ฉันอุซ่าจะชวนไปเที่ยวสะหน่อย ไอ้เราก็นึกว่าเธอจะอยู่ห้อง ชิ่!)

วาเลน :(เอาน่า ฉันต้องมาเยี่ยมครอบครัวฉันนี่นา ไว้คราวหน้าได้ม้ะ?)

เพื่อน : (ก็ได้ย่ะ ไว้เจอกันน้าา จุ๊บ ใครมีแฟนก่อนแพ้นะยะ )

วาเลน : ส่งสติ๊กเกอร์ 

 

เพื่อนในเมืองของฉันหล่อนส่งข้อความมา ไอ้เราก็นึกว่าโดนทวงหนี้ซะอีก ตกใจหมด คนกำลังจะอาบน้ำ หล่อนเป็นเพื่อนของฉันเอง ทำงานอยู่ที่เดียวกันซึ่งนั่นไม่สำคัญอะไร ส่วนมากเราจะหาที่เที่ยวที่กินกันซะมากกว่า ฉันว่าฉันอาบน้ำดีกว่า ฉันรีบเดินเข้าห้องน้้ำจัดการทำธุระส่วนตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ใส่กระโปรงสีฟ้าทรงยาวให้ดูเรียบร้อยซะหน่อย แล้วเกล้าผมขึ้นสูงๆ ช่วงนี้ตาคล้ำไปหน่อยมั้ยนะ แน่ล่ะสิเอาแต่ดื่มหนักไปหน่อยละมั้ง อยู่กับยัยนั่นฉลองทั้งปีเลย ก็23แล้วนี่นะ แก่ขึ้นหรือเปล่านะ ดื่มก็หนัก ฉันควรจะงดเหล้างดไวน์บ้างดีมั้ยนะ  

 

"กับข้าวเสร็จแล้วนะลูกกก"

 เสียงคุณแม่ดังขึ้นมาจากชั้นล่าง ฮ้าา เอาล่ะ ท้องฉันพร้อมแล้ว ลุยยยย

 

ฉันเดินเข้ามานั่งประจำบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับคุณยายที่นั่งอยู่ตรงข้ามฉัน คุณแม่ยกอาหารเสริฟลงบนโต๊ะ ว้าววว วันนี้มีไก่งวงด้วยเหะ ลาภปากเลยเรา 

 

"อ๊ะ อ๊ะ สวดมนต์ก่อนจ้ะ"

คุณแม่ห้ามฉันที่กำลังจะหยิบไก่เข้าปาก ฉันทำหน้ามุ่ยพร้อมกับประสานมือไว้ที่หน้าอก

 

"ข้าแต่เทพโยลิดาเทพีแห่งแสง โปรดประทานพรให้มื้อนี้มีแต่ความสุขห่างไกลจากอันตราย ห่างไกลจาก รัติกาลแห่งความมืด ขอให้สว่างสดใสเยี่ยงท่านด้วยเถิด"

 

"เอาล่ะ ลุยยย "

 

จากนั้นเราก็เริ่มรับประทานอาหารกัน อย่างเอร็ดอร่อย  

 

"จะว่าไปคุณพ่อล่ะ" นึกขึ้นมาได้ว่าฉันยังไม่ได้เจอคุณพ่อเลยนี่นา 

 

"คืนนี้เขาไม่กลับหรอก" 

 

"ทำไมคะ?"

 

"พิธี เคท น่ะ " 

 

ทุกคนเงียบกริบ 

 

"พิธีอะไรนะคะ "

 

"หลานยังไม่รู้สินะ.." 

 

"แม่คะ.." 

"ไม่เป็นไร วิเวียน" คุณยายยกมือห้ามคุณแม่ที่ดูร้อนรนแปลกๆ 

 

"ตามยายมาสิ วาเลนเซีย"

คุณยายลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องของแก ฉันก็เดินตามเข้าไปอย่าง งงๆ 

 

"หลานรู้ไหม ว่ามันหมายถึงอะไร..."

ทันทีที่เข้ามาคุณยายก็เริ่มต้นบทสนาที่นำไปสู่เรื่องที่ยากจะยอมรับ

 

"มันหมายถึง...."

 

"การ สังเวย "

อึ่ก.. ฉันคิดว่ามันต้องเป็นอะไรที่เลวร้ายแน่ๆ 

 

"การสังเวยหญิงสาวพรหมจรรย์.." 

 

"ให้ใครคะ?" 

 

"เทพเจ้าผู้สูงสุด"

 

"....."

 

"ลูเซียโน่ เทพแห่งรัติกาล"  ทำไมฉันต้องรู้สึกไม่ดีกับชื่อนี้ด้วย 

 

"เขาคือใครคะ.." 

 

"เขาคือ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนา บริช ที่เรานับถือ แต่ด้วยอำนาจที่เขามีนั้น เราไม่อาจผ่าฝืนได้ เราจึงต้องยอมรับและนับถือเขาให้เป็นเทพเจ้าผู้สูงสุด แต่เราก็ต่างรู้ดีว่าเรานั้นนับถือใครที่แท้จริง"

 

"ใครที่แท้จริง ?" 

 

"เทพโยลิดา เทพีแห่งแสงสว่าง ท่านจัดเป็นเทพในศาสนา บริช เช่นกัน แต่ไม่สูงสุด ที่นับถือเพราะท่านทรงประทานแสงสว่างให้ผู้คนเสมอๆ "

 

ฉันฟังอย่างเงียบๆ จากนั้นคุณยายก็เริ่มพูดต่ออีกครั้ง 

 

"พิธี เคท ที่ว่า ความหมายของมันคือ บริสุทธิ์ คือการนำหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เกิดฤกษ์ผิดปกติ ถวายกายให้ท่านลูเซียโน่ "

 

ฤกษ์ผิดปกติงั้นเหรอ  ทำไม?? กัน...

 

"ยายรู้ว่าไม่ควรเลยที่จะเล่าเรื่องนี้ให้หลาน แต่มันคงถึงเวลาที่หลานจะต้องรู้ พ่อของหลานรับงานจากวิหารเพื่อปิดบังตัวหลานไว้ เพื่อความปลอดภัยของหลานเอง" 

 

คุณยายร้องไห้และจับมือฉันไว้ ที่ปิดบังตัวฉันน่ะเหรอ 

 

"หนู งง ไปหมดแล้วนะ ปิดบังหนูทำไมคะ"

 

"เพราะหลาน เกิด ฤกษ์ผิดปกติ..."

 

"....ฤกษ์"  ฉันไม่อยากได้ยินคำอธิบายของยายที่จะพูดในประโยคต่อไปเลย

 

"คุณแม่คะ!!" 

 

ปึ่ง!! 

 

"พอเถอะค่ะ วาเลนเซียไม่ควรจะรู้อะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว"  

คุณแม่เปิดประตูเข้ามาพร้อมโพล่งออกมา และเดินเข้ามาหาคุณยาย 

 

"ถือว่าหนูขอนะคะ คุณแม่"

คุณแม่เสียงสั่นเครือ แต่ฉันสับสน ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี 

 

"วิเวียน ไม่ช้าไม่นานวาเลนต้องรู้แน่นอน" 

"แต่หนูทำใจไม่ได้นะคะ...ฮืออ"

 

จากนั้นคุณแม่ก็เริ่มปล่อยโฮออกมาก คุณยายจึงต้องกอดปลอบคุณแม่ของฉัน ฉันทำได้แค่ยืนนิ่งๆ แต่ในใจรู้สึกหวาดกลัว

 

และรู้สึกว่ามันกำลังจะเกิดอะไรไม่ดีกับตัวฉันไม่ช้าก็เร็วเป็นแน่แท้....

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

7
โหวต 7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

7 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

7 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

7 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...