น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : ราชาวดี

อ่าน 364
วิจารณ์ 2
แนว:
จำนวน:
5 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 14 มี.ค. 2560 17:34 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Acloud
ขีดเขียนเต็มตัว (203)
เด็กใหม่ (5)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. มณีปุรีนิมิต

เขียนเมื่อ วันที่ 14 มี.ค. 2560 17:35 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 17 มี.ค. 2560 12:14 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

ระบำ เทวทาสี ของสาวแขกผู้นี้เรียกความสนใจต่อผู้นั่งชมรอบพิเศษปฐมฤกษ์อยู่อย่างมากมายฟังจากเสียงปรบมือดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เสียงเป่าปากมีอยู่บ้างประปรายประสาฝรั่งตะวันตก มณีปุรี นามนี้ตรึงใจนัก

"ภูมิล ยินดีที่ได้รู้จัก เอ้อ สักครู่ครับ นี่ครับนามบัตรผม อุณมิลิต โอดิสา ผมทำงานอยู่ที่กงศุลอินเดียประจำร่างกุ้ง ที่นี่ใกล้ๆ เคหาสต์ของคุณ วันหลังผมขอเรียนเชิญมารับประทานข้าวที่บ้านพักของกงศุลอินเดีย คือผมเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ๆ ยังไงคงต้องรบกวนคุณถ้าสะดวกผมจักให้คนขับรถมารับคุณแต่ผมนั่งด้วยแน่นอนไม่ต้องกังวล ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับ ที่รัก"

เสียงอุณมิลิต พูดไปแจ้วๆ แว่วเสียงแบบนี้สะดุดหูภูมิลเท่านั้นไม่พอคำว่า ที่รัก ทำเอาภูมิลตะลึงตัวชา เสียงคล้ายใครคุ้นๆ เหมือนเคยฟังจนชินหูชินใจ แต่เจ็บปวดนักหนา เหตุใดหนอ กับคำว่า ที่รัก ภูมิลเหมือนน้ำตาจักไหลรินเอ่อออกมาอย่างไร้เหตุผล เธอได้แต่เพียงรับคำว่า "ค่ะ" แล้วยกมือไหว้แบบพุกามประเพณีพลางรีบค้อมกายเดินสาวเท้างุดๆ ไปอย่างสุดเสียดแทงใจดำนักหนา ที่รัก รึ ใช่สิ ที่รัก

รถทั้งสองคันหรูหราโอ่อ่าสมภาคภูมิ ต่างแล่นสวนทางกันไปราวเส้นขนาน แต่แท้จริงนั่นเป็นเพราะเส้นทางของที่พำนักของท่านทูตอินเดียนามเพราะรูปหล่อผู้นี กับสาวพม่าคนสวยรวยความรู้และยังมีอำนาจทางการเมืองอยู่ในมืออีกด้วยผู้นี้อยู่คนละเส้นทางราวเส้นคำนวณซ้ายและขวา แกนลบและแกนบวก มิใช่วิวาททะเลาะโต้เถียงกันแต่เพียงแค่แรกพบกันเช่นนั้นไม่...เหตุผลนี้เอง แปลก...

เทวทาสี ผู้แสดงล้วนเป็นอินเดีย ด้วยเป็นการแสดงที่สานสัมพันธ์ด้านศิลปะการแสดงนานาชาติจัดโดยสถานกงศุลอินเดียแห่งประเทศพม่า ณ กรุงร่างกุ้ง ในวันอาทิตย์ที่ สิบสอง มีนาคม ปี 2017 เวลาราว สองทุ่มเศษ ถูกกล่าวขวัญมากที่สุดว่างดงามตระการตามากกว่าของพม่าเจ้าภาพเองเสียด้วยซ้ำ

"พม่าแสดงหุ่นกระบอกแก้วสวมชุดโสร่งผ้าโพกแบบพุกามร้องอะไรฟังไม่รู้เรื่องว่ะแต่ว่ามันชักใยกันไปมาราวเชิดหุ่นตลกดีเว้ยขับไวๆ กูง่วงจักแย่เพลียโคตรวันหยุด เฮ้อ พรุ่งนี้ จันทร์ เช้าเจ็ดโมงกูจำเป็นต้องออกงานประชุมอีกเวรกรรมอยากพักก็พักไม่ได้ชักใยกันเก่งเสียจริงๆ ลำบากพวกขี้ข้าเยี่ยงกูกับมึ้งคนขับรถอยู่เสมอระวังหน่อยขับรถไอ้ฉิบหายหันมามองทำไมมองตรงๆ เว้ย"

เสียงนายแขกคนใหม่ส่งเสียงบ๋งเบ๋งเยี่ยงเจ็กที่แกด่าเองบ่อยๆ ตาขาวคนขับรถนี่เป็นหม่องพม่าแต่ว่าหัวเราะ แหะ ๆ ๆ ตลอดเพราะพูดอังกฤษพอได้ก็จริงแต่แสดงความคิดเห็น หรือเสนอหน้ามากไปไม่ดี "ยิ้มได้ หัวเราะได้แค่นี้เป็นพระคุณแล้วครับนาย"

หลายคราวที่ท่านทูตพาณิชย์นามอุณมิลิตผู้นี้มักจะเอ่ยปากอนุญาตไม่ได้ขาดว่า

"เอ้ยเสนอความคิดมาได้ขับรถยังได้เลยทำไมคิดไม่ได้ขับรถยากกว่าไม่ต้องเกรงใจกูใจกว้างผู้ชายไม่ใช่กะเทยเว้ยเฮ้ย" ท่านเพิ่งมาทำงานที่กงศุลอินเดียที่ร่างกุ้งเพียงไม่กี่เดือน

สามเดือนเศษแต่ท่านผู้นี้ได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชามากมายเลยทีเดียวเรียกว่าดีกว่าคนที่ปลดระวางแล้วเดินทางกลับประเทศอินเดีย รายนั้นท่านเจ้ายศเจ้าอย่างถือระเบียบแบบแผน รายใหม่นี้ท่านเปิดเผย โผงผาง จริงใจ ไม่วางกล้าม กับใครก็ไม่ใส่ใจคุยเล่นอารมณ์ดีมีความสุขในการทำงานด้วยมากกว่า

แม้แต่ตาขาววัยห้าสิบห้าปีผู้นี้ยังรู้สึกดีกว่า กระชุ่มกระชวย อารมณ์ดีอยากขับรถให้ท่านเป็นประจำแบบผูกขาดไปเลยด้วยซ้ำ...แต่ฉลาดพูดประสาคนรู้จักที่สูงที่ต่ำฟังแล้วยิ่งน่ารักยิ่งอยากให้ความอุปถัมภ์ค้ำจุนสำหรับนายอินเดียหรือท่านทูตผู้มาใหม่ท่านนี้ยิ่งนัก

น้ำท่าจากคลองส่งอ่าวเบงกอลเขตต่อเมืองมัณดะเลย์ส่งผ่านท่อส่งพิเศษทำเอาดื่มกินแล้วเหมือนกินยาเปิดทวาร "น้ำเลือดจะไหลออกทวารทั้งห้า ตา หู ปาก จมูก และทวารหนัก"

มันบ้ากินกันขนาดนั้นแล้วจักให้ว่าอย่างไรดี ท้าวกุเวรเจ้าผู้ทรงฤทธี ชาวพุกามนั่งนิ่งงัน "หน้าข้าฯทำแบบจามข้าฯพุกามกำเนิดมาแต่เทพศิวาเหี้ยมแน่หาไม่คุมนรกได้ฤา" 

คราวดื่มกินทุกสิ่งสิ้นแล้วมาจากน้ำ น้ำซุป น้ำดื่ม ข้าวหุง ข้าวต้ม อาหารอื่นประสมาจากน้ำ "มันน้ำจากนรกมันดื่มกินราวดื่มน้ำทองแดงข้าฯ ทรมานยิ่งคราวถึงกาลดื่มน้ำอุณมิลิตจากโลกันต์ปางภาคนั้น ฤา แบ่งกายาออกมาเป็นประดุจศัตรูตัวฉกาจ มารทุกสิ่ง มารหัวใจ มาร..."

น้ำอุณมิลิตเป็นน้ำเหงื่อหรือน้ำเสโทที่ไหลรินจากพระวรกายของศิวาเทพราตรี ท่านย่อมมีสีพระฉวีดำสนิทมืดมิด แต่ถือเป็นภาคปราบมารกุเวรเป็นการทำโทษที่เจ็บแสบของท่าน เมื่อถึงเวรต้องดื่มกินน้ำที่ทั้งปวดแสบปวดร้อนบาดคอราวน้ำทองแดงนรกที่ใช้กรอกปากสัตว์ในอเวจีนรก โลกันต์นรกไม่ปาน ด้วยท้าวกุเวรทำกรรมหนักฆ่าพ่อฆ่าแม่เสียแต่ยังเป็นมนุษย์แม้นเป็นเทวารักษ์นรกภูมิจำเป็นต้องรับโทษานุโทษนี้อยู่มิเว้นวาย ก่อความทุกขเวทนาหนักหนาให้แก่ท่านเวสสุวรรณหรือท้าวกุเวรท่านนี้อยู่ตามความเชื่อในตำนานพุทธประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาแต่รุ่นบรรพกาลจริงเท็จไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้...

https://www.youtube.com/watch?v=CqMVSKM99pU

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...