เรื่องสั้น : เหงา...ตัวเท่าบ้าน

อ่าน 723
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 31 มี.ค. 2558 23:00 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Gurudit
ขีดเขียนชั้นมอต้น (119)
เด็กหัดเขียน (29)
เด็กใหม่ (18)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

1. เหงา...ตัวเท่าบ้าน

เขียนเมื่อ วันที่ 31 มี.ค. 2558 23:09 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 20 ก.ค. 2558 00:26 น. โดย เจ้าของบทความ )

เว็บขีดเขียน     

     ในหนึ่งวัน ของมนุษย์เงินเดือนอย่างตัวผม มันไม่มีอะไรมากมาย นอกจากตื่นแต่เช้า
แปรงฟัน อาบน้ำ แล้วรีบเดินทางไปทำงาน
     บางวันก็สายบ้าง เพราะการจราจรอันติดขัด ก็หงุดหงิดกันไป พอถึงเวลาเลิกงาน ก็กลับบ้าน
พักผ่อน แล้วก็รอเริ่มต้นวันใหม่ ในสัปดาห์หนึ่ง ก็หวังที่จะให้ถึงวันหยุดโดยเร็ว
     มันเป็นแบบนี้มานาน ตั้งแต่เริ่มทำงานครั้งแรกจนมาถึงปัจจุบัน ชีวิตในตอนนี้ มันช่างแตกต่าง
จากชีวิตในวัยเรียนโดยสิ้นเชิง เพื่อนฝูงที่เคยคบหา ต่างก็แยกย้ายกันไป
     บางครั้งผมเผลอคิดไปว่า กำลังโดดเดี่ยวอยู่บนโลกใบนี้ เวลามีปัญหาคับข้องใจ ก็ไม่มีคน
มาคอยตบบ่า แล้วพูดคำว่า ‘อย่าท้อนะ ! มึงยังมีกูอยู่ข้างๆ’

     เวลาในแต่ละวัน มันหมดไปกับการทำงานจริงๆ ความสนุกสนานเฮฮา ลดน้อยลงไป
พร้อมกับเพื่อนๆ มันมีสิ่งหนึ่งเข้ามาแทนที่ นั่นคือ...ความเหงา
     วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือนของการทำงานพอดี เป็นวันที่ทำให้ มนุษย์เงินเดือนอย่างผม
และอีกหลายๆ คนได้เห็นผลผลิต จากการก้มหน้าก้มตาทำงาน ตลอดเดือน มันช่างน่าภาคภูมิใจ
อย่างยิ่ง
     
     หลังเลิกงาน ผมเดินไปยังตู้ ATM หวังจะเออรักแต่ไม่เออเร่อ เสียบบัตร บรรจงกดตัวเลข
รหัสทั้งสี่ตัว แล้วกดเบิกเงินค่าแรงทั้งหมดที่ได้รับออกมา
     แบ่งสรรค์ปันส่วน ค่าใช้จ่ายประจำ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าอื่นๆ อีกมากมาย
     ‘แล้วจะพอมีเหลือให้ ใช้จ่ายส่วนตัวบ้างหรือเปล่า?’ ผมคิดในใจ
     โชคดี คิดไปคิดมา ยังพอมีเหลือให้ได้ จิบเบียร์บ้าง ผมเดินเข้าไปในร้านอาหาร สั่งเบียร์เย็นๆ
ทันที พร้อมกับแกล้มสองอย่างนั่งมองบรรยากาศ ไปรอบๆร้าน และคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
     ผมมองเห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนั่งถัดออกไปข้างๆ ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุก เฮฮา
     ภาพบรรยากาศเก่าๆ ในวัยเรียน ผุดขึ้นมาในสมองของผมทันที

     กลุ่มเพื่อนสนิทของผม มีอยู่ด้วยกันห้าคน คือ
     ... ไอ้ป๊อบ(บาทเดียว)… ไอ้โจ๊ก(บัวลอย)... ไอ้เอ๋(อ้วน)… ไอ้ฉุย... และตัวผมเอง
     เกือบจะทุกวัน หลังเลิกเรียน พวกเราจะมีกิจกรรมร่วมกัน คือนั่งดื่มกิน สถานที่ประจำคือ
บ้านไอ้ป๊อบ เพราะอยู่ใกล้สถานศึกษาที่สุด เป็นที่มาของฉายา ป๊อบ บาทเดียว
     คือถ้าไอ้ป๊อบกลับบ้านด้วยรถโดยสาร จะต้องจ่ายค่ารถถึง เจ็ดบาท แต่บ้านไอ้ป๊อบมันอยู่ใกล้ๆ
เพื่อนเลยแซวว่า ให้จ่ายค่ารถแค่บาทเดียวก็พอ

     กีตาร์หนึ่งตัว สามารถสร้างอารมณ์ ให้พวกเราสนุกสนาน เป็นอย่างมาก เป็นอภินันทนาการ
โดยไอ้ป๊อบ ที่นำมาวางไว้
     ไอ้โจ๊ก มักจะจับขึ้นมาบรรเลง ก่อนที่จะดื่มกินกันทุกครั้ง มันคงกดดัน เพราะทุกวันหยุด
ต้องกลับไปช่วยทางบ้าน ขายบัวลอย ไม่มีเวลาจะได้จับกีต้าร์ของตนเอง
     เพลงที่มันเล่น จึงไม่เคยจบสักเพลง เดือดร้อนถึงผม ต้องจับกีต้าร์ต่อจากไอ้โจ๊ก ทุกครั้งไป
ด้วยเพลงหากินตลอดชีวิต
     จากนั้นผมก็วางมันลง ให้ทุกคน จ้องมอง เพราะไม่มีคนไหนจะบรรเลงได้จบเพลงสักคน
     ‘สังสรรค์กันดีกว่า กูขี้เกียจโซโล่แล้ว’ ผมพูดหลังจากวางกีตาร์ลง
     ‘ไม่เล่น งั้นกูเอาไปเก็บนะ’ ไอ้ป๊อบพูดขึ้นด้วยความห่วงกีตาร์เป็นที่สุด
     ‘วางไว้อย่างนั้นแหละไอ้ป๊อบ กูอยากได้อารมณ์’ ไอ้เอ๋ ตัวอ้วนที่สุดในกลุ่มพูดรั้งเอาไว้

     แล้วพวกเราก็เริ่มจริงจังกับการดื่มกิน มีปลาตัวเล็กๆ ทอดน้ำมันของพ่อไอ้ป๊อบ ที่ได้จากบ่อ
หลังบ้านบวกกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเฉพาะ เป็นที่สุดของกับแกล้มใดๆ ในโลก...ส่วนตัว
     เครื่องดืมแอลกอฮอล์ คือสิ่งที่สำคัญ ในการรวมกลุ่ม ซึ่งผมและเพื่อนๆ ทราบกันดีว่า
มันไม่เหมาะสมกับวัยของพวกเรา แต่ก็ไม่สามารถขาดมันได้จริงๆ

     เมื่อทุกคนดื่มกันไปคนละแก้ว ไอ้ฉุยเริ่มสร้างบทบาทขึ้นมาบ้าง มันมักจะยกเรื่อง ตีรันฟันแทง
ขึ้นมาเล่าให้เพื่อนๆฟังทุกครั้งไป สุดท้ายก็ถูกไอ้ป๊อบเบรคจนตัวโก่ง เพราะไม่อยากให้ทางบ้าน
ได้ยินได้ฟังถึงเรื่องราวเหล่านี้
     โอกาสเวียนมาถึงไอ้โจ๊กอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มันเตรียมเรื่องตลก มาเล่าให้ทุกคนขำ
และก็เป็นไปตามที่มันตั้งใจจริงๆ ทุกคนขำ จนน้ำหูน้ำตาไหล ด้วยเรื่องตลกของไอ้โจ๊ก
ที่มันแป้กเป็นประจำ
    ไม่ว่าจะดื่มกินกัน สักกี่ครั้ง ทุกอย่างมันก็เป็นแบบนี้เสมอ บรรยากาศเหล่านี้ ทำให้พวกเรา
มีความสุขกันมาก แม้มันจะเป็นเรื่องราว แบบเดิมๆก็ตาม นีล่ะที่เขาเรียกกันว่า ความคุ้นเคย
เพื่อนกันต้องรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี

     เมื่อเบียร์แก้วสุดท้าย ในมือของผม ใกล้จะหมดลง ความทรงจำ เก่าๆ ก็ค่อยๆเลือนลาง
ลงตามไป และถูกส่งกลับ คืนสู่สมอง
     สภาวะในโหมดความเหงา เริ่มกลับเข้ามา จิตใจเริ่มฝ่อและห่อเหี่ยวอีกครั้ง ผมสั่งเบียร์เพิ่ม
มาอีกหนึ่งขวด
     มันคงจะดี หากตอนนี้ มีใครสักคน ที่เข้าใจกันนั่งอยู่ข้างๆ ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องพูดคำใดๆ
มากมาย แค่เพียงมองหน้ากัน มันก็ช่วยให้ความเหงาลดลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์
     ‘เบียร์เย็นๆได้แล้วค่ะ’ สาวเสิร์ฟรูปร่างหน้าตาดี นำเบียร์มาวางที่โต๊ะ
     ‘ขอบใจมากจ้ะ’ ผมยิ้มให้กับสาวเสิร์ฟ
     ‘พี่นั่งคนเดียวแบบนี้ คงจะเหงา ตอนนี้ลูกค้ายังน้อยอยู่ ให้หนูนั่งเป็นเพื่อนนะคะ’ สาวเสิร์ฟ
พูดเสียงหวาน
     ทำไม ? เธอช่างรู้ใจกันขนาดนี้นะ ... ผมคิดในใจ
     ‘เอาสิ ถ้าไม่เป็นการรบกวน’ ผมตอบรับอย่างสุภาพ
     
     เธอยิ้ม แล้วเดินไปที่เคาท์เตอร์ เพื่อขออนุญาตเจ้าของร้าน สักพักก็เดินกลับมานั่งข้างๆผม
     ‘หนูชื่อกุ้งค่ะ พี่ชื่ออะไรคะ ?’ สาวเสิร์ฟแนะนำตัว
     ผมป้อนข้อมูลชื่อของเธอ เข้าสู่เมมโมรี่การ์ดของสมองทันที จากนี้ไป ผมจะเรียกเธอว่าน้องกุ้ง
     ‘พี่ชื่อดิตจ้ะ’ ผมตอบกลับสั้นๆ
     ‘พี่ดิตขา ถ้าพี่รู้สึกเหงา หนูยินดีให้บริการนะคะ ค่าตัวราคากันเอง’ น้องกุ้งเปิดประเด็นการค้า
     ผมจ้องมองหน้าเธอ อย่างสงสัย และคิดในใจว่า ‘ให้ตายสิ ! เธอคือสาวบริการ หรือนี่ ?’
     ‘พี่ก็เหงานะ แต่ไม่นิยมซื้อบริการ ต้องขอโทษด้วย’ ผมปฏิเสธข้อเสนอ
     ‘ไม่เป็นไรค่ะพี่ดิต’ น้องกุ้งท่าทางผิดหวัง
     ‘แค่นั่งคุยเป็นเพื่อนพี่ ให้หายเหงา ก็ยินดีมากแล้วล่ะ’ ผมพูดปลอบโยน
     ‘หนูก็เหงานะพี่ อยากมีสักคน มาช่วยคลายเหงาเหมือนกัน’ น้องกุ้งเผยความในใจ
     ‘อ้าว ! แล้วแฟนน้องกุ้งไปไหนล่ะ ?’ ผมถามตรงๆ
     ‘ใครจะมาจริงจัง เป็นแฟนสาวบริการอย่างหนู คงไม่มีหรอก อย่างมากก็เข้ามาให้คลายเหงา
พอเบื่อแล้วก็จากกันไป’ น้องกุ้งตอบด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
     
      คำตอบของน้องกุ้ง ทำให้รู้สึกสงสารเธอจับใจ เพราะเข้าใจดีว่า ความเหงา เมื่อได้เกิดขึ้น
กับใครนั้น มันจะบั่นทอน กำลังใจเป็นที่สุด
      ‘ทำยังไง ? พี่ถึงจะช่วยน้องกุ้งได้’ ผมถามด้วยความเป็นห่วง
      ‘ถ้าพี่อยากช่วย หนูขอเบอร์โทรศัพท์ ได้ไหม ? เวลาเหงา หนูจะได้โทรไปคุยด้วย’ น้องกุ้ง
ตอบรับด้วยความยินดี
      ‘ได้สิ’ ผมจดเบอร์โทรศัพท์ ใส่กระดาษ ยื่นให้น้องกุ้งเก็บไว้
      ‘ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นแล้ว หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะ’ น้องกุ้งลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

      เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร ? ผมไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ในขณะนี้ ผมรู้เพียงว่า
น้องกุ้ง เธอคนนี้ ทำให้ผม ลืมความเหงาไปเป็นปลิดทิ้ง
      ผมคงต้องตอบแทน ให้เธอบ้างแล้วล่ะ...แล้วโทรมานะ...น้องกุ้งคนดี...



บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

10
โหวต 10 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

10 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

10 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

10 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...