เรื่องสั้น : พายเนื้อ

อ่าน 516
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 บท (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 24 ธ.ค. 2557 10:50 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Dewy_49
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1. พายเนื้อ

เขียนเมื่อ วันที่ 24 ธ.ค. 2557 10:54 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 25 ธ.ค. 2557 10:04 น. โดย เจ้าของบทความ )

          หากพูดถึงเรื่องอาหารแล้วนั้นผมชื่นชอบ ”เนื้อ” เป็นพิเศษ ด้วยคุณลักษณะของมันในแต่ละชิ้นในแต่ละส่วนนั้นได้ให้ความแตกต่างกันของรสชาติ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่น่าลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อส่วน Rip eye ที่นุ่นเหมาะแก่การนำมาย่างให้หอมกรุ่น

ทุกคำที่ได้สัมผัสเป็นรสชาติที่นุ่มนวลเหมือนมีหญิงสาวมีกอดตัวคุณไว้ก็ไม่ปราณ เนื้อส่วนRound ซึ่งเป็นเนื้อส่วนติดสะโพกนำมาเคี่ยวสตูช่างเข้ารสเข้าเครื่องอย่างที่สุด

และเนื้อส่วนที่ผมโปรดปราณมากที่สุดคือ เนื้อส่วนที่อยู่ช่วงระหว่าง Strip loin กับ Tenderloin นำมาตัดตามแนวกระดูกให้เป็นรูปตัว T หรือที่เราคุ้นหูคือ “T-Bone” เป็นส่วนเนื้อที่นิยมนำมาย่างเป็นเนื้อสเต็ก

เมื่อได้ลิ้มลองกับเนื้อส่วนติดมันที่แทรกอยู่นั้น มันช่างเป็นสวรรค์ของคนรักเนื้ออย่างผมจริงๆ แต่ถึงแม้ผมจะชื่นชอบเนื้อมากสักเพียงไรก็ไม่อาจเทียบได้กับความชื่นชอบความหลงใหลความรักที่ผมมีให้กับผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้

ผมพบเธอโดยบังเอิญที่ร้านสเต็กแห่งหนึ่งกลางกรุง เป็นย่านที่มีร้านอาหารอร่อยแต่ราคาสบายกระเป๋าสำหรับพนักงานบริษัทอย่างผม ผมได้นั่งโต๊ะข้างๆหญิงสาวคนหนึ่ง เพียงผมมองเธอครั้งแรกผมก็ประทับใจในตัวเธอทันที

ผมประทับใจในรูปร่างหน้าตาเธอส่วนหนึ่ง แต่ที่เธอทำให้ผมทึ่งก็คือการใช้มีดของเธอ ผมนั่งสังเกตเธอในอากัปกิริยาการหั่นเนื้ออย่างชำนาญ การใช้มีดสเต็กหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆช่างคล่องแคลว เธอสั่ง สเต็ก “T-Bone” ชิ้นใหญ่มาบนโต๊ะของเธอ เธอสามารถเฉือนเนื้อเป็นชิ้นๆจนกระดูกนั้นไม่มีเศษเนื้อเหลืออยู่เลย

มันเป็นความฝันเล็กๆของคนชอบเนื้ออย่างผมที่จะสามารถลิ้มรสเนื้อให้หมดทุกคำเพื่อเป็นการให้เกียรติกับสัตว์ผู้อุทิศชีวิตให้กับเราได้กินเพื่อสนองความต้องการพื้นฐานของเรา ผมนั่งมองเธอเหมือนนางฟ้ากำลังไถ่บาปให้กับเนื้อชิ้นนั้น

ผมนั่งจ้องมองเธอ จนเธอทันมามองด้วยสายตาแปลกใจ ผมจึงต้องรีบกล่าวขอโทษเธอ “ผมขอโทษครับที่เสียมารยาท ผมประทับใจในการใช้มีดของคุณจริงๆ มันน่าทึ่งมากครับ ผมอยากจะทำให้ได้แบบคุณจัง ผมชอบเนื้อครับชอบมากๆเลย คุณมาที่นี่บ่อยไหมครับ” ผมพูดรัวและเร็วเพื่อแก้อาการอายเมื่อเจอเธอจ้องมอง

เธอยิ้มก่อนจะตอบสั้นๆ “ค่ะ” ผมจึงใช้โอกาสนี้ถามเธอ “เพื่อนๆยังไม่มาเหรอครับ” เธอยิ้มและตอบว่า “ฉันมาคนเดียวค่ะ” ผมจึงใช้ถามต่อเพื่อสานปฎิสัมพันธ์กับเธอ “ถ้ายังงั้นผมขออนุญาตนั่งด้วยได้ไหมครับ และผมขอเลี้ยงอาหารมื้อนี้กับคุณเป็นการขอโทษที่ผมเสียมารยาทได้ไหมครับ” เธอยิ้มแทนคำตอบ จากนั้นบทสนทนาของคนรักเนื้อเหมือนกันก็เริ่มขึ้นความสัมพันธ์ของเราก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

จนพบได้คบกับเธอเป็นระยะเวลา 2 ปีกว่าๆ ผมสังเกตว่าในช่วงเทศกาลต่างๆนั้นเธอไม่ได้กลับไปที่บ้านต่างจังหวัดของเธอ และเธอก็ปฏิเสธที่จะไปเที่ยวบ้านผมด้วย เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อม ผมไม่อยากบังคับเธอจึงไม่ได้ว่าอะไรต่อ แต่เธอจะกลับบ้านของเธอที่ต่างจังหวัดปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม เธอบอกเธอกลับไปร่วมงานประจำปีของหมู่บ้าน เป็นระยะเวลาสั้นๆครั้งละ 3 วัน และเธอจะกลับมาพร้อมกับ “พายเนื้อ” แสนอร่อยทุกครั้ง

เป็นพายเนื้อรสชาติอร่อยที่สุดที่ผมได้ทานมาในชีวิตรสชาติที่นุ่มนวลของเนื้อแม้แต่เนื้อโกเบชิ้นละหลายพันที่ผมเคยได้ลิ้มลองก็ไม่อาจเทียบได้ ความหอมของเนื้อ รสสัมผัสของเนื้อ ทุกๆคำของเนื้อจะมีไขมันบางๆแทรกอยู่เสมอ มันใช้คำอธิบายว่า ละลายในปากคงตรงที่สุดแล้ว ผมพยายามถามเธอหลายครั้งว่าเนื้อนี้คือเนื้ออะไรและเป็นเนื้อส่วนไหน เธอบอกเพียงเป็นสูตรลับของคุณยาย และทำท่าทีเหมือนไม่เต็มใจที่จะพูดต่อ

เธอกลับมาทุกครั้งพร้อมกับใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เธอดูมีความสุขจริงๆ นับตั้งแต่ผมคบกับเธอ เธอดูแลเรื่องอาหารการกินผมทุกอย่าง อาจเป็นเพราะเธอเป็นนักโภชนาการ ทำให้เธอจึงดูแลดีมากๆจนน้ำหนักของผมเพิ่มเกือบ 25 กิโลภายในเวลา 2 ปีครึ่ง

ยิ่งผมอ้วนมากเท่าไหร่เหมือนเธอจะยิ่งรักผมมากขึ้นเท่านั้น เธอมักจะคอยจับพุงกะทิของ ผมหยิกแก้มผม แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอมักบอกผมว่าคนอ้วนนะน่ารักและดูมีเสน่ห์มากกว่าคนผอมๆ เป็นคำโต้แย้งเมื่อผมบ่นทุกครั้งว่าผมอ้วน จนถึงเดือนกรกฎาคมของปีที่ 3 ที่เราคบกัน

เธอก็เป็นคนเอ่ยปากชวนผมไปเยี่ยมบ้านของเธอ เธอบอกว่าเธอพร้อมที่จะแนะนำผมให้ แม่และยายเธอได้รู้จักแล้ว เธอเล่าว่าครอบครัวของเธอ เธอมีพี่สาว1คน อายุห่างกับเธอ 2 ปี และคนน้องอายุน้อยกว่าเธอ 2 ปีเช่นกัน เธอบอกว่าทุกคนยังไม่ได้แต่งงาน และแม่กับยายเป็นคนเลี้ยงเธอมา เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปเมื่อน้องคนเล็กอายุได้เพียง 5 ปี

และเธอบอกว่าจำหน้าพ่อไม่ได้เลย ผมเดินทางด้วยรถไฟกับเธอเธอบอกให้ผมทิ้งรถไว้ที่บ้านเพราะเธอเกรงว่าค่าน้ำมันจะแพงซึ่งผมก็เห็นด้วย บ้านเกิดของเธออยู่ในอำเภอที่ห่างจากตัวจังหวัดพอสมควร เราต้องต่อรถเข้ามาอีก 3 ต่อจึงจะถึง หมู่บ้านของเธอนั้นที่น่าอยู่ เงียบสงบ บรรยากาศของชนบทที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยนักแต่ผมชื่นชอบในความเป็นมิตรไมตรีของผู้คน เธอพาผมเดินเที่ยวภายในหมู่บ้านของเธอ ชาวบ้านยิ้มและทักทายเธอ

เธอเหมือนกับจะรู้จักคนทั้งหมู่บ้านทั้งๆที่เธอกลับบ้านเพียงปีละ 1 ครั้ง เธอยิ้มและพูดเก่งกว่าทุกครั้ง สงสัยเพราะเธอได้กลับมาบ้าน เธอได้กลับมาที่ๆเธอจากมานาน คงมีเรื่องให้พูดคุยกับคนอื่นๆเยอะ

เธอแนะนำ แม่และยายของเธอให้ผมรู้จัก หญิงชราทั้ง 2 คนแม้ดูจากภายนอกพบว่าร่างกายนั้นโรยราตามกาลเวลา แต่ท่านทั้ง 2 ยังแข็งแรงมาก สามารถทำงานต่างๆได้อย่างคล่องแคลว และพี่สาวและน้องสาวของเธอซึ่งหน้าตาคล้ายกับเธอมากๆ ผมเดินขึ้นบ้านของเธอ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงเหมือนบ้านชนบททั่วไป

แต่ที่ผมแปลกใจคือใต้ถุนบ้านมีห้องๆหนึ่งที่สร้างจากปูนทึบซึ่งค่อนข้างจะขัดกับบ้านไม้แบบนี้ แม่ของเธอได้ให้ขันน้ำที่บรรจุน้ำเย็นๆไว้ภายใน และเมื่อผมได้ดื่มน้ำเย็นๆนั้น พลันโลกก็วูบดับไป ก่อนที่จะทันเห็นเพียงรอยยิ้มมุมจากมุมปากของเธอ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองโดนมัดในสภาพมีเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวนอนอยู่บนเตียงเหล็ก

ผมมองรอบๆห้องพบว่าภายในห้องที่สร้างจากปูน ผมเดาได้เลยว่าคือห้องใต้ถุนบ้านเธอนั้นเอง เห็นที่ปลายเตียงผมมองเห็นแม่พี่สาวน้องสาวและเธอกำลังสนทนากันอยู่ ถึงแม้ว่าผมไม่สามารถพูดได้เนื่องจากมีผ้าปิดปากผมไว้ แต่หูผมไม่ได้โดนอุด ผมจึงได้ยินทุกคำพูดของพวกเธอ “แม่ภูมิใจในตัวลูกจริงๆ เนื้อก้อนนี้ลูกขุนได้อย่างดีจริงๆ คุณยายท่านดีใจมากๆ ท่านนับวันรอให้ถึงวันนี้เร็วๆมา 1 ปีแล้ว เพราะก้อนเนื้อรอบก่อนที่พี่สาวของลูกเอามา คุณยายบอกเนื้อมันแข็งไป เคี้ยวไม่ได้เลย ได้แต่เอามาทำพายเนื้อ และต้มทำต้มเนื้ออย่างเดียว”

ผมเห็นแววตาแสดงถึงความภูมิใจของเธอ แม่ของเธอเดินมาข้างเตียง จับพุงผม จับแก้มผม เหมือนกับที่เธอทำทุกครั้งที่เจอกัน ผมรู้ความหมายแล้ว เธอเดินไปเปิดประตูห้องออก ผมมองเห็นผู้คนในหมู่บ้านที่ผมเพิ่งทักทายเมื่อตอนเช้ายืนออกันเต็มประตู

ยายของเดินก้าวออกจากผู้คนมายืนตรงหน้าประตูพร้อมขวานอันใหญ่ พร้อมกับกล่าวคำทักทาย “สวัสดีพี่ๆน้องๆทุกคน วันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วที่งานประจำปีของหมู่บ้านเราจะเริ่มขึ้น เนื้อก้อนนี้ฉันสัญญาว่ามันจะต้องเป็นเนื้อที่พิเศษที่สุด สมกับที่พวกเรารอคอยกันอย่างแน่นอน ดังนั้นรอให้ทุกคนรออยู่ตรงนี้ เดี่ยวเราจะมากินเนื้อพร้อมๆกัน”

ผู้คนต่างโห่ร้องยินดี ยายของเธอก้าวมาอย่างช้าๆพร้อมกับปิดประตูลง พี่สาวเธอค่อยๆนำมีดขนาดต่างๆออกมาจากตู้ข้างห้องวางเรียงกัน ผมได้ยินบทสนทนาอันน่าสะพรึง พวกเธอกำลังตกลงกันว่าใครควรได้เนื้อส่วนไหน “ยายขอแก้มนะ เพราะยายเคี้ยวไม่ค่อยไหวแล้ว” ยายบอก “แม่ขอส่วนน่องกับต้นแขนนะ แม่เอาไปทำพายเนื้อแจกทุกคน” “งั้นหนูกับพี่ขอส่วนซี่โครงนะ อยากแทะเนื้อย่างติดกระดูก” น้องสาวเธอบอก “งั้นหนูขอส่วนพุงกะทินั้นนะ หนูจองไว้ตั้งแต่ 3 ปีก่อนแล้ว” บทสนทนาจบลงด้วยเสียงหัวเราะคิกคักๆ อย่างกับพวกเธอกำลังมาซื้อเนื้อในตลาด

น้ำตาผมไหลพรากทั้งกลัวทั้งเสียใจ พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ พวกเธอหันมามองรู้แล้วว่าผมตื่น เธอบอกกับทุกคนว่า “รีบจัดการเถอะค่ะ หากเนื้อตื่นตกใจมากๆ เนื้อจะช้ำไม่อร่อย เสียรสชาติ” ยายของเธอเดินมาข้างเตียง พร้อมกับยกขวานขึ้นเหนือหัว ขวานอันใหญ่วาววับเมื่อจับกับแสงนีออน “ฉับ!!!!” โลกวูบดับไป……….

 

                ผมตกใจตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในรถไฟในตู้นอนกับแฟนผม ผมอยากเขกกะโหลกตัวเองจริงๆ ไม่รู้จักจำว่าอย่าทานเนื้อเยอะก่อนนอน ร่างกายจะไม่ย่อยทำให้หลับไม่สนิมและอาจทำให้ ”ฝันร้าย”ได้

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...