น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Irithyll Prince

อ่าน 477
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
45 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 19 พ.ย. 2560 20:40 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง moonSB
เริ่มเข้าขีดเขียน (30)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 2. สถานทูตจันทร์ข้างแรม อิริทิว

เขียนเมื่อ วันที่ 19 พ.ย. 2560 20:51 น.
«•
•»

            การตื่นมาในครั้งนี้ของฮากาโนะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันไม่ใช้ห้องเล็กรูหนู กับอาคารกลิ่นอับ เพื่อนร่วมห้องครอบครัวหนูบ้าน ไม่มีเสียงขว้างปาขวดแก้ว ผู้คนทะเลาะกัน การประลองเวทมนต์ข้างถนน หรือคู่รักหนุ่มสาวพลอดรัก นี้เป็นความรู้สึกหลับเต็มอิ่มครั้งแรกของเขา ไม่น่าเชื่อว่าบัดนี้เขาได้ย้ายมาอาศัยในเขตที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อน

            ขณะที่ฮากาโนะพยุงลุกขึ้นจากเตียงอย่างอ่อยอิง เสียงเคาะประตูห้องเช่าได้ดังขึ้น หากเหลือบมองไปดูที่นาฬิกาบนหัวนอนสามารถบอกได้ว่านี้เป็นเวลา เจ็ดโมงเช้าของวันอาทิตย์ นับจากวันที่ไปสาถนทูอาณาจักรอิริทิวประจำจักรวรรดิโดริอัส ได้ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

            “...สักครู่ครับ” ฮากาโนะเอ่ยและตรงไปที่ไปประตู ได้พบกับภาพของเด็กสาวอุปทูตตัวเล็ก กิลกาลัส วาสโก ผู้ที่เขาได้พบกันในวันแรกนั้นเอง กิลนั้นทำงานหลายอย่างมาก (เช่นแม่ครัว) หากให้มองท่านอุปทูตในเวลานี้นั้นสวมอยู่ในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ตัดเย็บแบบเก่าซึ่งผิดแบบนิยมของเด็กสาวรุ่นเดียวกัน

แต่เดี่ยวก่อน ! เขาสวมชุดนอนอยู่

“ขะ ขอตัวก่อนครับ !” ฮากาโนะรร้องรีบปิดประตู ล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ เมื่อธุระส่วนตัวเรียบรอยเขาจึงเปิดประตูมาอีกครั้งและ...เด็กสาวยังส่งยิ้มเหมือนตอนเปิดประตูมาครั้งแรก ฮากาโนะไม่กล้าสบตาเธอจริง ๆ

            “อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเฟนโน” กิลกาลัสทักทาย ส่งยิ้มจนตาหยี่

“พร้อมออกไปข้างนอกหรือยังครับ” ฮากาโนะรู้สึกอายจนหน้าชา ตอนนี้หลบสายตาไปมองที่ขอบประตูห้อง พยายามทบทวนว่า อีกฝ่ายกำลังหมายถึงสิ่งใด

“เออ...นัดเรื่องอะไรเหรอครับ...” เขาลืมไปแล้วว่า นัดอะไรที่นายกได้กล่าวก่อนเขาจะย้ายมาอยู่ที่นี้ มันหายไปเมื่อเด็กหนุ่มรู้ตัวว่าได้สวมชุดนอนเปิดประตูให้แขก

“ช่วงเย็น คุณนัดกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะสมัครเข้าครับ” กิลตอบพร้อมกับดึงสมุดจดลายการ์ตูนสีสดใส ประดับสายรุ้งกินน้ำ ออกมาจากกระเป๋าด้านหลังของอีกายัดนุ่น ไอลีน ซึ่งซ่อนซิปเอาไว้ หากสังเกตให้ดีจะพบว่า อุปทูตมีปากกาหลายแบบ และเยอะกว่าคนทั่วไปซื้อมาใช้เกือบสามเท่า

“ต้องไปซื้อสูทตัวใหม่ รองเท้า แว่นสายตา และไม้เท้าครับ” เธอยิ้มและเก็บสมุดกลับเข้าที่ โดยเรียกให้ฮากาโนะพยักหน้ารับพอเป็นพิธี พยายามไม่ให้เธอเห็นว่าเขาอายมาเพียงใด

            “ขอไปเตรียมกระเป๋าสตางค์ก่อนนะครับ” ฮากาโนะพยายามยิ้ม เข้าไปในห้องเพื่อนำกระเป๋าสตางค์และเสื้อตัวนอกมาสวมทับ จากนั้นจึงเดินลากเท้าและปิดประตูห้องลงกลอนในที่สุดโดยที่อุปทูตยังยืนรอเขา และส่งยิ้มเช่นเดิม

“ไม่เคยเปิดประตูให้ใครเห็นชุดนอนเหรอครับ” ฮากาโนะหน้าชาทันที ทำไมเธอกล้าถามเขาได้กัน การแสดงออกของเขาทำให้กิลกาลัสหัวเราะ

“ผมเคยเห็นผู้ชายไม่ใส่เสื้อผ้ามาแล้วนะครับ” เธอพูดไปหัวเราะไป

“คุณพ่อผมนะชอบกลับมานอนหลับยาวจนไม่ได้อาบน้ำบ่อย”

ทว่าฮากาโนะได้ฟังยิ่งเขินอายนัก สำหรับเธอคงไม่รู้สึกอะไรแต่คนแปลกหน้ากันจำต้องอายเป็นธรรมดา กระนั้นเด็กหนุ่มจึงเพียงหัวเราะตอบกลับไป ขณะเดินขึ้นรถประจำทาง

            รถประจำทางเวทมนต์นั้นเป็นการโดยสารที่ถูกและรวดเร็วที่สุดในโลกเวทมนต์ มันไม่ใช้เรื่องแปลกอะไรเลยหากผู้โดยสารจะถูกกระชากไปทางซ้ายทีขวาที เมื่อรถประจำทางเร่งความเร็ว หรือผ่านช่องแคบจนบีบอัดกันเป็นปลากระเป๋า สำหรับผู้ใช้บริการรถประจำทางบ่อยเช่นฮากาโนะ เขาไม่รู้สึกแปลกนัก

ผิดกับท่านทูตแห่งอาณาจักรลับแลผู้ไม่ได้รู้สึกดีเท่าใดนัก ทันทีที่รถประจำทางถึงป้ายที่หมายด้วยเวลาเพียง สิบห้านาที ท่านทูตตัวเล็กโจนลงจากรถประจำทาง เข้ากอดต้นไม้ประดับใกล้มืออย่างเต็มรักไม่สนสายตาผู้ใด และสวดถึงพระเจ้า

            “ท่านผู้เป็นที่สุดแห่งจันทร์แรมและแสงทิวากาล” เธอพึมพำ “โปรดเมตตาแก่ลูก มดตัวจ๋อยร่อยในร่มเงาของท่าน ปกป้องลูกในทุกการเดินทางภายในดินแดนแห่งนี้ด้วย”

ฮากาโนะหวังว่าจะไม่ทำให้ท่านทูตไม่ประทับใจบ้านเกิดของตน ตอนนี้เขาต้องเข้าไปลูบหลังช่วยอุปทูตตัวเล็กคายของเช้าออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายตัวขึ้น

            ทั้งสองนั้นมาอยู่หน้าศูนย์การค้าอันใหญ่ที่สุดในเมืองเครนเลียน ตั่งอยู่บริเวณถนนบาว์วิ่งเจอร์ ซึ่งภาพของตลาดนั้นคือ ภาพของถนนคนเดินอันคับคั่งไปด้วยผู้คน เต็มไปด้วยของขายมามาก ตั้งแต่ของสดทั้งเนื้อสัตว์ ปลา และเนื้อมังกร มีของใช้ประจำครัวเรือน ตั้งแต่มือหนึ่งไปถึงมือสอง ของสำหรับสาว ๆ ผู้ชื่นชอบของทำนายโชคชะตา ร้านหมอดูทำนาย และร้านอาหารที่มีมากจนเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่อแถวกันมาถึงนอกร้าน

ทั้งร้านหนังสือ ร้านตัดเสื้อนักเรียน ร้านขายอุปกรปรุงยา ไปจนถึงร้านขายไม้กวาดอันเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนชั้นประธมและมัธยมต้นที่อยากจับจ้องไม้กวาดสักครั้ง

หากเป็นโนมาสที่ไม่เคยรับทราบถึงเวทมนต์คงจะทำท่าทีหวาดกลัว ไม่ก็ร้องออกมาว่า อย่างกับเวทมนต์ ! ฮากาโนว่าอุปทูตกิลกาลัสนั้นดูไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อยทั้งที่มาจากอาณาจักอื่น

            “ทางเราได้นัดกับร้านต่าง ๆ ไว้แล้วนะครับ” เสียงของกิลดังขึ้น นำสมุดจดออกมาอีกครั้งเพื่อมองดูตารางเวลาของตน

“เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะไม่เป็นการเสียเวลา ผมอยากให้คุณเดินทางไปตามร้านในรายชื่อนี้ พร้อมกับยื่นสิ่งนี้ครับ” เธอส่งแผ่นกระดาษและของบางอย่างมา และมันคือบัตรเงินสด ซึ่งทางจอมเวทอันจดสิทธิบัตรเวทมนต์ของตนจะได้รับจากกระทรวง

“ตะ แต่ผมยังไม่เคยจดสิทธิบัตรเวทมนต์เลยนะ” ฮากาโนะเอ่ยขึ้น รู้สึกสับสนนักด้วยว่า ทางอาณาจักรได้จดเพื่อให้ตนมีบัตรเงินสดนี้สำหรับใช้จ่าย หากดูจากลายที่วิ่งไปมา บอกได้ถึงจำนวนเงินอันเกิดกว่าที่เด็กหนุ่มจะประมานได้เสียอีก

“ของแอนนะครับ” กิลตอบ และฮากาโนะคิดว่านั้นเป็นชื่อของ องค์ราชินี เพราะนายกเรียกราชินีว่า คุณแอน

            ฮากาโนะถูกกิลพาไปที่ร้านตัดแว่นสายตา ซึ่งเจ้าของร้านทะหล้าตัวมาตอนรับเขาอย่างดีราวกับเป็นสมาชิกระดับสูงคนหนึ่ง ทั้งนี้ยังลดราคาตัดแว่นให้กับเขาถึงครึ่งหนึ่ง และยินดีตัดแว่นใหม่ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหากฮากาโนะไม่พอใจ

            ขณะที่ร้านตัดเสื้อสูทนั้นไม่น้อยหน้าไปกว่ากันเลย เอลฟ์ร่างสูงโปร่งทั้งหลาย เข้ามาประจบประแจทุกฝีเก้า ทั้งวัดตัดเสื้อเลือกเนื้อผ้า รองเท้าหรือกระดุมข้อมือที่ได้มายังฝั่งเงิน และเนคไทใส่เข้าคู่กับสูทถึงสามใส่ แม้จะถูกคะยั้นคะยอให้ใส่ออกไปได้ ฮากาโนะก็เกรงใจเกินไปที่จะทำเช่นนั้น

            และในที่สุดฮากาโนะและกิลกาลัสได้มาถึงร้านสุดท้าย คือร้านขายไม้เท้าชื่อ ไม้คู่กายนายเกรน ซึ่งแลดูเป็นร้านเก่าที่อักษรบนกระจกนั้นเปลี่ยนใหม่ไม่นาน แม้จะเป็นร้านที่แลดูคับแคบด้วยอยู่ในหัวมุมถนน ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วจะพบกับความกว้างขว้างที่ราวกับอยู่ในห้องรับแขกของโรงแรมชั้นนำ

            บนพนังร้านประดับไปด้วยไม้เท้ามากมาย ไม่ว่าจะสำหรับออกงาน สำหรับช่วยพยุง หรือกระทั้งสามารถซ่อนไม้กายสิทธิ์เอาไว้ได้ ราคาและตัวไม้ทำให้ฮากาโนะอยากจะเป็นลมจนอยากไปตัดแว่นสายตาใหม่ เพราะคิดว่าตนตาดพร่าไป

ราคาของไม้เหล่านี้ซื้อบ้านพร้อมสระว่ายน้ำได้ถึงสองหลังได้ทีเดียว

            “สักครู่ครับคุณลูกค้า !” เสียงของคนแคระดังขึ้น เขามาพร้อมกับถูหนวดเครายาวติดพื้น และเบาะนั่งเสริมเก้าอี้อันลอยมาดั่งพรมวิเศษ เพื่ออยู่ในระดับสายตาของลูกค้าทั้งสอง

“มีอะไรให้รับใช้ครับ” เขากล่าวพร้อมกับถูมือไปมา และรับเอกสารที่อุปทูตได้ส่งให้ อันเป็นใบสั่งทำทางไปรษณีย์

“รับของที่สั่งครับ” กิลตอบ โดยเรียกให้นายคนแคระสะบัดนิ้วเรียกสมุดจดรายการสั่งทำออกมาจากอากาศ เจ้าหนังสือลอยได้นั้นเปิดหน้ากระดาษไปหยุดที่หน้าหนึ่ง และจากนั้นนายคนแคระได้เหาะไปพร้อมกับเบาะเสริมเก้าอี้ของตน

            “เป็นข่าวตอนรับเปิดเทอมเลยนะครับ !” เสียงร้องตื่นเต้นดีใจของวิทยุได้เรียกสายตาของฮากาโนะและกิลเอาไว้

“กับข่าวของแสงสว่างแห่งโลกเวทมนต์ของเรา เจ้าหญิงชิริน่า ได้จับกุมโจรลักพาตัวเด็กยกแก๊ง ! ด้วยตัวคนเดียว ตำรวจโนมาสนี้ใช้ไม่ได้อย่างที่เขาลือกันจริง ๆ นะครับท่านผู้ฟังทางบ้าน...”

“อะ อีกแล้วเหรอ...” ฮากาโนะเอ่ยขึ้นอย่างระอา

“เจ้าหญิงชิริน่าไปทำลายที่นั้น ที่นี้ แล้วเอามาออกข่าวกันอีกแล้ว” สื่อของจักรวรรดิมันน่าหน่ายใจจริง เขาตัดพ้อ หลังจบสงครามข่าวของเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิได้โด่งดังอย่างข้ามคืน จนเด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยว่า จักรวรรดินี้มีข่าวที่เป็นประโยชน์หรือไม่

“ฟังดูเธอ เป็นเจ้าหญิงที่โด่งดังนะครับ” อุปทูตพูดขึ้น

“อือ...ก็นะ” ฮากาโนะตอบเสียงต่ำ ๆ พร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ

“ตอนเกิดมาก็มีหนึ่งในสามจอมเวทสูงสุดมาบอกว่า คือผู้ถูกเลือก หลังจากนั้นก็โด่งดังขึ้นมา ไม่ว่าจะใส่ชุดอะไร กินอะไร ทำผมทรงอะไร ทุกคนก็ทำตามกันหมดล่ะ”

จะเรียกว่าเป็นผู้สร้างกระแสนิยมของยุคสมัยนี้ก็ไม่ผิดนัก ทว่าชีวิตหนึ่งชีวิตย่อมมีโชคชะตาอันแตกต่างกันไปเสมอ

            “เป็น ผู้ไม่ถูกเลือก สุดยอดกว่าจริงนั้นล่ะ” อุปทูตพูดขึ้นมาสายตาของเธอหันไปหาเจ้าของร้านซึ่งเหาะมาพร้อมกับเบาะพรมวิเศษของเขา และมีกล่องอันลอยติดตามมา ซึ่งความดีใจที่ได้สร้างผลงานชิ้นเอก ทำให้ฮากาโนะได้มีโอกาสเปิดดู

            ไม้เท้าใหม่ของฮากาโนะนั้นคือ ไม้เท้าสลักหัวสิงโต อันด้ามจับสลักตราสิ่งโตคู่และฝั่งมณีสีฟ้า น้ำหนักพอดีไม่มากหรือน้อยไป และหากดึงด้ามจับไม้เท้านั้นก็จะพบกับใบดาบ

มันน่าสงสัยนักว่า สั่งไม้เท้าทำไมต้องมีดาบให้กับเขา ทว่าเด็กหนุ่มก็รับเอาไว้ และเดินทางต่อรถกลับไปที่สถานทูต โดยในขากลับนี้ ท่านทูตไม่กระโดดกอดต้นไม้แล้ว แต่ยังวิ่งหาที่คายของเก่าเช่นเคย

            สถานทูตอาณาจักรอิริทิว ประจำจักรวรรดิโดริอัสนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกอย่างถูกแทนที่ด้วยพนังวอลเปเปอร์ลายดอกลินลี่ พื้นไม้ขัดมัน เครื่องเรือนไม่สักและทองเหลือง ชุดโต๊ะและโซฟา ภาพวาดสีน้ำมัน และรูปปั้นครึ่งตัวมนุษย์

สิ่งที่ดูให้ความสำคัญในการตกแต่งเห็นที่จะเป็นห้องสมุดย้อนยุคอันเต็มไปด้วยหนังสือปกแข็งกลิ่นหอม และสวนต้นหลิวแดงอันสนามหญ้าถูกตกแต่งเพิ่มน้ำพุเข้ามา และมีบ่อเลี้ยงปลา

กลางแสงแดดยามเย็น ทำให้ใบสีแดงของต้นหลิวกลืนไปกับท้องฟ้าเบื้องหลังเป็นภาพงดงามดั่งรูปวาดสีน้ำมัน

            ฮากาโนะและกิลได้เดินแยกกันไป เด็กสาวอุปทูตขอตัวไปทำขนมเลี้ยงแขก และเด็กหนุ่มสามขาเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำใกล้ ๆ อันประดับได้หรูหราและเรียบง่ายเหมือนห้องน้ำโรงแรม

การผูกเนคไทครั้งแรกของฮากาโนะนั้นยากลำบากไม่น้อย ด้วยเด็กหนุ่มไม่ถนัดสูตรเวทออกคำสั่งที่เพียงพูดว่า ทำซะ กับของชิ้นนั้น พวกมันจะทำงานด้วยตนเอง มันจึงเป็นภาพที่น่าหัวเราะ

ฮากาโนะเดินลากเท้าออกมาจากห้องน้ำ ใช้รักแร้ข้างหนึ่งเหน็บไม้เท้า และมือทั้งสองพยายามพับทั้งซ้ายขวากับเนคไทเจ้ากรรม เขาไม่ได้มองทางนัก ทำให้ชนเข้ากับใครบางคน

            “ขะ ขอโทษครับ” สมองเขาเตลิด ตัวสั่นด้วยความกลัวถึงคำพูดดุชุดใหญ่ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม แต่สิ่งที่ตอบเด็กหนุ่มมานั้นผิดคาดกว่ามาก

            ร่างนั้นสูงไม่มากน้อยไปจากฮากาโนะ บนศีรษะสวมด้วยผ้าขาวบางเบา และดวงตาสวมหน้ากากเงิน เสื้อขาวผสมดิ้นทองนั้นยาวกรอบเท้า โดยมือทั้งสองนั้นสวมถุงมือหนังสีดำไว้เป็นสีเดียวที่ตัดกับเสื้อผ้านั้น และคนผู้นี้ได้ผูกเนคไทให้กับฮากาโนะ ไม่แน่นเกินไป และไม่หลวมจนเกินไป จัดปกเสื้อสูทตัวนอกและดันแว่นสายตาให้เข้าที่

“ขะ...ขอบคุณครับ” กลิ่นน้ำหอมนั้นเหมือนกับจดหมายของราชินี

“องค์ราชินี องค์ราชินีแอนนาลี ได้เวลาแล้วครับ” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับร่างของพนักงานทูตท่านหนึ่งได้เดินตรงเข้ามา ฮากาโนะพบกับผู้ปกครองของเขาแล้ว น่าตกใจนัก

            พวกเขาถูกพาไปห้องรับแขก ซึ่งมีร่างของนายกเยเกอร์บนรถเข็นได้โค้งคำนักทักทายองค์ราชินี และพูดคุยกันด้วยความรวดเร็วจนฟังไม่ออก และกิลที่เดินออกไปหลังจากจัดชุดน้ำชาในห้องเรียบร้อย เด็กสาวอุปทูตนั้นก่อนไปได้โบกมือลาให้กับองค์ราชินีและ ราชินีได้โบกมือตอบเช่นกัน

เวลาผ่านไปไม่นานนัก เสียงประตูได้เปิดออกพร้อมกับผู้มาใหม่

            เขาเป็นชายหนุ่มหูแหลมเรียว ผมสีฟางอ่อน สวมอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินบนเนคไทประดับเข็มกลัดตราโรงเรียน อันเป็นรูปมงกุฎประดับมณีทั้งเจ็ด

            “สวัสดีครับองค์ราชินีแอนนาลี” ผู้อำนวยการทักทาย เขากำลังจะจุบพิษหลังฝ่ามือขององค์ราชินีแห่งอิริทิวในทันทีที่ได้พบหน้ากัน ทว่าสิ่งที่ราชินีทำกลับตรงกันข้าม นั้นคือยกมือทักทาย

“ไม่ต้องพิธีรีตองก็ได้ครับ เจ้าชาย” นายกพูดขึ้นก่อนจะกล่าวต่อ

“ราชินีแสนดีอยากให้ดำเนินการโดยเร็วนะ” ก่อนจะเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ซึ่งเรียกให้หูผู้อำนวยการเจราลนั้นกระดิกพับขึ้นลงอย่างไม่พอใจนัก

“ทราบแล้วครับ” เจ้าชายครึ่งเอลฟ์ตอบรับ เขาได้หยิบแว่นขึ้นมาอ่านเอกสารอันนำติดตัวมา ซึ่งนั้นคือใบสมัครของฮากาโนะ ที่เมื่อได้เห็นมัน เด็กหนุ่มสามขารู้สึกหายใจไม่สะดวกนัก

“ทางโรงเรียนรับเด็กทุจริตข้อสอบไม่ได้นะครับ” คำตอบของผู้อำนวยการทำให้ฮากาโนะตัวแข็งถือ แน่นอนไม่มีใครรับเด็กทุรจิตข้อสอบมาเข้าเรียนด้วยกลัวว่าจะเกิดการทำซ้ำอีก ทว่าในห้องนี้คงมีแต่ฮากาโนะเท่านั้นแล ที่เป็นกังวล

            “เรื่องของเขาผ่านมาเกือบสองปีแล้วนะครับ” เยเกอร์ได้กล่าวหลังจากราชินีแอนนาลีได้ เอียงตัวไปกระซิบบางอย่าง

“คุณเป็นครูควรจะให้โอกาส ไม่ได้หรือครับ” แม้จะกล่าวเช่นนั้น ทว่าเจ้าชายลำดับหนึ่งแห่ง ราชวงศ์ฟิลลาเมน ไม่คิดเช่นนั้น ด้วยการทุรจิตข้อสอบเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ในระบบการศึกษา

“ผมเป็นครูย่อมไม่ยอมให้ เด็กคนหนึ่งอ้างเพื่อสร้างความลำบากให้คนอื่น” ผู้อำนวยการณ์โรงเรียนพูดอย่างชัดถอยชัดคำ และมันทำให้ฮากาโนะรู้สึกตัวชาจนทำตัวไม่ถูก ด้วยข้ออ้างในการทุรจิตข้อสอบของตนในเวลานั้นคือ การไม่มีเงิน และระบบทุนการศึกษาได้มาหลังจากที่เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียน

            เป็นมันความรู้สึกอึดอัดนักที่ไม่นาน การพูดคุยของเหล่าผู้ปกครองและครูผู้สอนกำลังจะเริ่มขึ้น แต่ก่อนเริ่มองค์ราชินีเพียงจับบ่าของเขา และด้วยความรู้สึกบางอย่าง ฮากาโนะเดินออกไปจากห้อง อยากให้หายใจสะดวกขึ้น และสามขาของเขาพาไปยังใต้ต้นหลิวแดง

            “ไม่ดีสินะครับ” เสียงของกิลกาลัสเรียกให้ฮากาโนะพบเธอ ผู้กำลังนั่งแกว่งขาบนกิ่งต้นหลิว จนน่าสงสัยว่า กระโปรงหลวมนั้นปีนขึ้นไปได้อย่างไรกัน

            “...ก็ทางโรงเรียนมีสิทธิ์ที่จะไม่รับผมนะ” ฮากาโนะตอบเสียงหายไปกับสายลม เขาพูดพึมพำกับตนเองว่า ตนผิดเองที่เลือกหาเงินทางลัดเช่นนั้น แต่มันเรียกให้กิลลงมาจากต้นไม้

เด็กสาวมานั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะดื่มน้ำชา นั่งอย่างเรียบร้อยเงียบฟังอย่างตั่งใจ และ...ฮากาโนะได้พูดในที่สุด

            “พี่ผม...เสียไปสามปีก่อนนะ พวกคุณรู้สินะ” เขาพูด พยายามยิ้มและกิลตอบโดยการพยักหน้ารับ ทุกคนในสถานทูตทราบดี ถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่องค์ราชินีได้ สัญญาบางอย่างไว้

“ผมเรียนแย่ลง แล้วก็ไม่มีเงินจ่ายค่าทำศพกับค่าเทอม ช่วยหลังสงครามเศรษฐกิจอะไร ๆ ก็แย่ไปหมด ก็เลย...หวังทางลัดนะ” ฮากาโนะกล้าพูดอย่างไม่อายว่าตนเรียนเก่ง เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงได้รับจ้างสอบให้กับเหล่าคนผู้ไม่พยายาม การลงมือทำแล้วไม่มีผู้ใดจับได้อาจทำให้เขาได้ใจ แต่ท้ายที่สุดใช่ว่าความจริงจะไม่ปรากฏ

“ผมไปรับงานจากเพื่อนที่เป็นนายหน้านะ” ฮากาโนะเกริ่นขึ้น

“แต่ว่าเด็กคนนั้นเป็นนกต่อให้พ่อของเขา ทำให้ผมถูกจับได้ อาจจะติดเพื่อนนิสัยเสียด้วยเลยทำให้ปกป้อง สุดท้ายพอหันไปหาความช่วยเหลือเลยถูก อดีตเพื่อนคนนั้นซ้อมเอานะ”

เขาพูดไปพร้อมกับถูหัวเข่าใต้กางเกงข้างซ้าย การถูกทำร้ายนั้นทำให้กระดูกหัวเข่าไม่สามารถงอได้อีก และไม่สามารถเดินได้ปกติเหมือนเคย การเรียนจึงได้จบลงโดยไร้อนาคต

            “แต่ถึงไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนก็ไม่เป็นไรหรอก” ฮากาโนะรีบพูดต่อ ใช้นิ้วมือข้างหนึ่งเกาแก้มของตนเอง

“อาจเป็นโชคชะตาที่สมควรกับคนแบบผมก็ได้” ทุกอย่างเมื่อมีเหตุและผลเสมอ ซึ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่สูงหรือต่ำสุด ย่อมได้พบกับสิ่งเหล่านั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

            “ไม่ครับ” เสียงของกิลดังขึ้น เรียกสายตาของฮากาโนะให้สบมองมา บัดนี้อุปทูตกำลังลุกขึ้นเต็มความสูง

“ไม่มีใครบอกว่า คุณสมควรกับอะไรทั้งนั้น ในโลกใบนี้มีคนมากมายที่ควรตาย หรือควรจะอยู่ การตัดสินใจกับชีวิตคนอื่นแบบนั้น...ไม่มีใครในโลกสามารถตัดสินได้หรอกครับ” เธอมีอามรณ์ที่จริงจังนัก ฮากาโนะสามารถบอกได้ แต่ใจของเด็กหนุ่มเองรู้สึกดีใจจนเกาหลังหัวของตนเอง

            “ขอบคุณนะ...คุณวาสโกพูดให้คนแบบผมรู้สึกดีขึ้น” ฮากาโนะเอ่ย ด้วยความรู้สึกหลากลาย นั้นจึงเป็นเวลาที่ท่านทูตได้นั่งลงพร้อมกับกอดไอลีนเพื่อนรักของเธอ

“กิลครับ” เธอพูดออกมา

“คนรู้จักผมเรียกผมว่า กิล ครับ” นั้นทำให้ฮากาโนะยิ้มน้อย ๆ

“อือ...คุณรู้จักผมก็...เรียกผมว่า ฮากาโนะ เหมือนกัน”

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...