น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : สุดต๊อง หัวใจกุ๊กกิ๊ก

อ่าน 83
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
11 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 6 ก.ย. 2560 19:09 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ตีสี่
ขีดเขียนหน้าใหม่ (53)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 2.

เขียนเมื่อ วันที่ 6 ก.ย. 2560 19:43 น.
«•
•»

ตอนที่สอง

 

          สุดฟ้านอนหลับไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ หลังจากแก้ไขหุ่นยนต์ชวิศาเสร็จเรียบร้อยหุ่นยนต์ชวิศาเห็นว่าค่อนบ่ายแล้วจึงออกจากบ้านไปซื้อกับข้าว เพื่อมาเตรียมอาหารให้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน หุ่นยนต์ในรูปร่างชายหนุ่มหน้าสวยหายไปเป็นเวลาหลายชั่วโมงแต่กระนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านสุดฟ้าก็ยังไม่ตื่น ตอนที่ชวิศาเดินเอาข้าวของไปวางในครัวนั้น สเตบาสเตียนเคลื่อนตัวมามองชวิศาด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอะไรก่อนจะกลับไปทำงานของตนเองต่อ ร่างเพรียวบางมองตามร่างหุ่นยนต์ของสเตบาสเตียนซึ่งพอแน่ใจว่าฝ่ายนั้นไม่ได้สนใจตนแล้วก็ระบายลมหายใจออกมา แล้วจึงหันกลับไปสนใจของสดตรงหน้า

          ตอนที่สุดฟ้าตื่นขึ้นมา ชวิศาทำอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยพอดีใบหน้าน่ารักของชวิศายิ้มให้สุดฟ้าด้วยสีหน้าออกระเรื่อๆ นิด ชายหนุ่มเพิ่งตื่น หัวหูเลยกระเซอะกระเซิง หนวดเคราหร็อมแหร็ม เพราะลงมือแก้ไขชวิศาทั้งวันและนอนหลับไปอีกวันเต็มๆ ที่สำคัญหน้าท่ายังไม่อาบ!!! พอตื่นมาแล้วไม่เห็นชวิศานอนอยู่ข้างๆ ก็รีบคว้าแว่นเดินออกมาด้านนอกทันที

          “ทานอาหารเลยไหมครับ”

          ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม เดินตรงมากอดชวิศาไว้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ เขาประกบปากเข้าจูบกับร่างในอ้อมแขน จูบนั้นเงอะงะ แต่อีกฝ่ายกลับตอบรับด้วยดี สุดฟ้าเบี่ยงหน้าหวังจะบดเบียดสัมผัสให้มากกว่านี้ แต่แว่นที่สวมอยู่มันช่างเกะกะ ชายหนุ่มผละออกมาเล็กน้อยแล้วถอดแว่นออก ชวิศาซึ่งลืมตาขึ้นมาในช่วงนั้นพอดี ดูตกตะลึงไปชั่วครู่ มันไม่ใช่ระยะเวลายาวนานเมื่อสุดฟ้าประทับริมฝีปากมาอีกครั้ง

          สุดฟ้ากำลังหิวกระหาย เขาจุมพิตชวิศาอย่างดูดดื่มช่วงเวลาแห่งความเงอะงะหายไปแล้ว เมื่อปล่อยให้อารมณ์ความต้องการภายในพวยพุ่ง แม้ชวิศาจะรู้ตัวว่าพวกเขาอยู่ในห้องครัวก็ไม่อาจต้านทาน เพราะในขณะที่กำลังจะพยายามดึงรั้งให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำนี้ ร่างบางกว่าต้องถูกตัดตวงรสชาติความหอมหวานเสียทุกครั้งไป

          มือของสุดฟ้าไม่ได้หยาบกระด้าง แค่แข็งกร้านคล้ายๆ กับผู้ชายทั่วไป มือข้างหนึ่งของสุดฟ้าลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่มนิ่มของชวิศา อีกข้างประคองอยู่ท้ายทอยของร่างที่สูงน้อยกว่าเพื่อให้อีกฝ่ายรับจุมพิตได้ถนัดถนี่ เวลานี้สุดฟ้าไม่รู้ตัวว่าตนเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มากน้อยแค่ไหนและตัวเขาเองก็ไม่สนใจมันด้วยซ้ำ เขาแค่ลากฝ่ามือไปตามแต่ละตำแหน่งที่ทำให้ชวิศาสะดุ้งไหวและตอบสนองความต้องการของเขาเท่านั้นเอง

          สุดฟ้าดันชวิศาจนไปติดกับโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมสำหรับสี่คนของบ้านศิริกร เอนตัวให้อีกฝ่ายนอนลงกับโต๊ะ แสงไฟบนเพดานคงทำให้ชวิศาตาพร่า ร่างนั้นจึงดูเหมือนงุนงงและมึนเบลอ สุดฟ้าประกบจูบซ้ำเบาๆ พลางเลิกเสื้อขึ้น แล้วย้ายมาหยุดอยู่ที่ยอดอกของชวิศาข้างหนึ่งใช้ลิ้นไล้เลียขบริมฝีปากจนมันชูชัน สุดฟ้าขลุกอยู่กับมันอยู่ชั่วพักใหญ่โดยที่มืออีกข้างเค้นคลึงอยู่ที่เนินสะโพก ดูเหมือนชวิศาจะไม่สบายตัวกับสภาพเช่นนี้นัก เพราะร่างด้านล่างขยับไปขยับมาอยู่เป็นระยะ สุดฟ้าจึงสอดแขนโอบรอบตัวดึงตัวชวิศาขึ้นและยกตัวอีกฝ่ายเดินเข้าผ่านไปอีกห้อง ห้องนอนของสุดฟ้าอยู่ตรงข้ามกับบริเวณรับแขกและครัวนี่เอง

          “เอ่อ...” ชวิศาออกเสียง แม้ระยะทางจะไม่ไกลแต่ดูเหมือนว่าสติของชวิศาจะกลับมาแล้ว สุดฟ้าจ้องมองใบหน้าอึกอักลังเลนั้นด้วยรอยยิ้ม ร่างเพรียวบางหลบสายตาชั่วครู่ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นจ้องมองสุดฟ้าอีกครั้ง “เบาๆ หน่อยนะครับ”

          สุดฟ้าหัวเราะกับความน่ารักนั้น ต้องอย่างนี้นี่สิแฟนสุดที่รักของเขา แม้จะเป็นหุ่นยนต์แต่ก็น่ารักที่สุด น่าแปลกที่สุดฟ้าไม่รู้สึกประหม่าเลยสักนิด เขาอิ่มเอมใจมากทีเดียวขณะดึงเสื้อที่ชวิศาใส่อยู่ออกทางศีรษะ ปลดกางเกงที่ชวิศาสวมอยู่ออก แล้วจึงถอดเสื้อของตนบ้าง เขาแทบจะทนไม่ไหวเมื่อเห็นชวิศาเบือนหน้าหนีด้วยความอายและพยายามหนีบขาของตนเข้าหากันทั้งที่มีเขาแทรกอยู่ระหว่างกลาง ด้วยความทนไม่ไหวที่ว่านี่หล่ะ เขาจึงยังไม่ได้ถอดกางเกงของตนออก มันเป็นแค่กางเกงผ้าธรรมดา ยามที่เขาบดเบียดร่างกายเข้าหาความร้อนรุ่มของร่างบางมันจึงให้ความรู้สึกแปลกพิกล เขาจึงยิ่งจงใจขยับเสียดสี แม้จะเบือนหน้าไปทางอื่นและหลับตาลงชวิศาก็ยังคงส่งเสียงครางเบาๆ ถ้าไม่กลัวว่าตนเองจะปลดปล่อยออกมาจนทำให้เลอะกางเกงที่สวมอยู่ละก็สุดฟ้าคงจะทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าพวกเขาจะเสร็จสมอารมณ์หมายเชียวละ

          จากการเล้าโลมอยู่นานในความคิดของสุดฟ้านั้น เขาคิดว่ามันควรถึงเวลาสักที สุดฟ้าเอื้อมมือไปที่ลิ้นชักข้างเตียง หยิบขวดของเหลวใสมาไว้ในมือ เปิดฝาขวดเทใส่มือจนชุ่ม และทาลงบนท่อนเนื้อที่ชูคอผงาด เห็นครีมบางส่วนหยดลงบนผ้าปูเตียง ชายหนุ่มก็นึกได้ จากวิดีโอที่เขาดูมันต้องใช้นิ้วก่อนนี่หว่า เทมาเยอะขนาดนี้อาบได้เลยแฮะ เออ...แต่ช่างมัน สุดท้ายสุดฟ้าก็ปัดความคิดทั้งหลายทั้งมวลทิ้งไป แล้วใช้นิ้วจากมือที่ชุ่มครีมค่อยๆ สอดเข้าไปในช่องทางที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ตรงหน้าช่องทางคับแน่นดูเหมือนจะผลักไสยามที่เขาสอดใส่เข้าไปในครั้งแรกชวิศารั้งขาทั้งสองข้างของตนไว้แนบอกมองดูก็รู้ว่าฝ่ายนั้นพยายามฝืนร่างกายที่อยากต่อต้านสุดฟ้าสอดนิ้วเข้าไปจนสุดภายในทั้งอุ่นร้อนและรู้สึกดีสุดๆ นี่ขนาดแค่นิ้วมือยังรู้สึกดีขนาดนี้ยังไม่ทันคิดจบสุดฟ้าก็ดึงนิ้วของตนออกและจดจ่อท่อนเนื้อที่เต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ปากทางเข้านั้นแทนถ้าไม่ติดว่าเขาสร้างผิวหนังด้านในของชวิศาให้อ่อนนุ่มเช่นเดียวกับของมนุษย์จริงๆ ทั้งยังมีระบบให้ชวิศารับรู้ความเจ็บปวดหากผิวหนังขาดหรือเป็นรอยถ้าไม่อย่างนั้นแล้วละก็เขาคงสอดใส่เข้าไปจนสุดทางแล้วเป็นแน่แท้หรือว่าจะแก้ไขชวิศาใหม่อีกรอบดีสุดฟ้าคิดอย่างลังเลขณะกำลังขยับสะโพกกดท่อนเนื้อเข้าไปในช่องทางคับแคบด้วยจังหวะสั้นๆ นานทีเดียวกว่าที่ชวิศาจะรับเขาเข้าไปได้ทั้งหมดสุดฟ้านิ่งอยู่พักใหญ่มองไรผมที่ชื้นเหงื่อของชวิศาดวงตาฉ่ำเยิ้มซึ่งมองตรงมาทางเขาริมฝีปากแดงเรื่อที่เผยอขึ้นน้อยๆ

          ให้ตายเถอะ!!! น่ารักเป็นบ้าสุดฟ้าสบถกับตัวเองในใจ

          แล้วดึงมือของชวิศาซึ่งรั้นอยู่ที่ต้นขาให้มาโอบรอบคอของเขาแทนสุดฟ้าโน้มตัวเข้าหาประกบจูบที่ปากสีเรื่อนั่นพลางขยับสะโพกเบาๆ สุดฟ้าไม่รู้ว่าความหวามหวานที่ว่านี้มันมาจากไหนหรือเริ่มมาจากจุดใดหากแต่มันกำลังเรียกร้องให้เขาตักตวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดชายหนุ่มได้แต่กระแทกกระทั้นกายเข้าหาร่างแบบบางข้างใต้เพื่อเติมเต็มความกระหายอยากดูดกลืนลมหายใจของอีกฝ่ายอย่างหิวกระหายเสียงครางกระเส่าข้างหูช่างทำให้หน้ามืดตามัวเสียจริง

          สุดฟ้าโถมกายไม่ยั้งก่อนร่างกายจะกระตุกแล้วฉีดพ่นของเหลวเข้าสู่ร่างเพรียวบางด้านล่างชวิศานอนอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงผิวกายที่ขาวจัดยังคงแดงเรื่อ ทิ้งเวลาชั่วครู่ใหญ่กว่าที่ลมหายใจหอบเหนื่อยจะกลับสู่สภาพวะปกติ ชายหนุ่มถอนกายออกเอื้อมตัวไปหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ที่อยู่แถวหัวเตียงเพื่อนำมาเช็ดทำความสะอาดคราบขาวขุ่นซึ่งเลอะอยู่ทั้งบนตัวเขาและบนตัวของชวิศาสุดฟ้านึกตำหนิตนเองอยู่ในใจเล็กน้อยที่ตอนที่ชวิศาปลดปล่อยนั้นตนไม่ได้สนใจสังเกตเขาออกแบบให้หุ่นยนต์ซี ชวิศาสามารถปลดปล่อยออกมาได้เช่นเดียวกันโดยภายในช่องทางด้านหลังจะมีเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับความถี่และแรงที่การกระทำต่อเนื่องในภาวะหนึ่ง นั่นหมายถึงถ้าเขา ‘ขย่ม’ ชวิศาด้วยค่าตามที่ตั้งไว้อย่างต่อเนื่องจนครบช่วงเวลา หุ่นยนต์ชวิศาของเขาก็จะปลดปล่อยของเหลวสังเคราะห์สีขาวขุ่นซึ่งเขาพยายามทำให้มันดูเหมือนของจริงออกมา

          เช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยสุดฟ้าล้มตัวลงนอนข้างกายดึงร่างเล็กบางกว่าเข้ามากอดสองร่างนอนอิงแอบแนบชิดด้วยร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนบางและแล้วค่ำคืนนี้ก็จบลง

 

          แสงแดดของเข้าวันใหม่ไม่ได้สาดส่องเข้ามาในห้อง แต่สุดฟ้าก็รู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นเอง ข้างกายว่างเปล่าเหลือเพียงที่นอนเย็นชืดเหมือนน้ำแกงค้างคืนแล้วใส่เอาไว้ในตู้เย็น ชายหนุ่มจึงเด้งตัวลุกขึ้นโดยไว หยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างลวกๆ เปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง ฝั่งตรงข้ามเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นที่เป็นห้องรับแขกในตัว ถัดไปเป็นห้องครัวที่มีร่างเล็กบางที่เขาสร้างขึ้นมายืนอยู่หน้าเตา สุดฟ้าเดินเข้าไปสวมกอด อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจเล็กน้อย หากเมื่อหันมาแล้วเห็นว่าเป็นเขาก็ยิ้มให้

          “ตื่นแล้วหรือครับ”

          ชายหนุ่มร่างสูงกว่าไม่ตอบคำถามนอกจากจะกดย้ำประกบริมฝีปากลงไป ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายนั้นก็ตอบรับเป็นอย่างดี

          “รีบลุกมาทำไม” สุดฟ้าตัดพ้อ ดวงตาที่ไม่มีแว่นบดบังจ้องมองที่ใบหน้าใส

          ตื่นมาทำอาหารให้ คุณ...อ่ะ ด็อกเตอร์ไงครับ” ชวิศาตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ไร้วี่แววอ่อนระโหยโรยแรง แน่ละ ชวิศาเป็นหุ่นยนต์นี่ ทำอะไรแค่นั้นอย่างเมื่อคืนแล้วเหนื่อยก็แปลกแล้ว

          “อีกแป็บ อาหารเช้าก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ด็อกเตอร์ไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยก่อนนะครับ” ชวิศาพาสุดฟ้าไปส่งถึงห้องน้ำ หยิบแปรงสีฟันที่มีเนื้อยาสีฟันอยู่บนนั้นให้อีกฝ่าย ส่วนตนเองหมุนตัวออกมาจากห้องน้ำกลับไปในครัว สุดฟ้ารีบแปรงฟันล้างหน้าโกนหนวดอย่างรวดเร็ว ยกรักแร้ขึ้นดมรู้สึกเหมือนมันจะมีกลิ่นนิดๆ แต่ถ้าจำไม่ผิดเขาไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบถอดเสื้อผ้าเพื่อเดินผ่านน้ำและเอาสบู่มาถูตัวก่อนจะเดินผ่านน้ำอีกรอบ แล้วเดินโทงๆ ออกจากห้องน้ำมาหาเสื้อผ้าใส่ ยังไม่ทันที่จะใส่เสื้อผ้าเสร็จดีก็พาตัวเองมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว

          สุดฟ้ามองร่างเพรียวบางด้วยใจที่เป็นสุขและอิ่มเอมเสียยิ่งกว่าการถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง แน่นอนว่าสุดฟ้าไม่เคยถูกรางวัลที่ว่า แต่เขาคิดว่าคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งคงไม่รู้สึกเบิกบานชื่นมื่นเท่าตัวเขาในขณะนี้แน่นอน สุดฟ้ามองแผ่นหลังของชวิศาไปเรื่อยๆ อย่างอารมณ์ดี ไอ้สายตาเจ้ากรรมดันเผลอเหลือบไปมองบั้นท้ายของชวิศาเข้า น้องน้อยของสุดฟ้าจึงชักธงรบขึ้นทันใด

          ให้ตายเถอะ!!! สุดฟ้าก่นด่าตัวเองอยู่ในใจพลางขยับขากดหัวน้องน้อยให้มันสงบลง ถ้าไม่ติดเสียงโครกครากเพราะพยาธิประท้วงขออาหารที่เขาไม่ได้กินตั้งแต่เมื่อวานละก็ เขาคงจะลากชวิศาเข้าห้องไปแล้ว

          ด้วยเหตุดังกล่าว สุดฟ้าจึงหน้าเจื่อนไปนิดเมื่อชวิศายกถ้วยน้ำแกงมาตั้งตรงหน้า

          “ทานกันเถอะครับ”

          ร่างเพรียวบางกว่านั่งฝั่งตรงข้าม และที่ตรงหน้าของชวิศามีจานข้าวอีกใบหนึ่งสุดฟ้าชะงักมองด้วยความแปลกใจ ช้อนและส้อมในมือนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น

          “เอ่อ... ทำไมหรือครับ ด็อกเตอร์ไม่ชอบหรือ” ชวิศาหน้าเสีย

          “อ่ะ...เปล่า ไม่หรอก น่าทานมากๆ เลย” ถึงสุดฟ้าจะตอบชวิศาไปอย่างนั้น ใบหน้าใสๆ ก็ยังจ้องเขาเขม็งอย่างรอลุ้น สุดฟ้าจึงต้องตักกับข้าวเข้าปาก

          “อืม อร่อยมากๆ เลย” พูดเช่นนั้นไปแล้ว ชวิศาถึงจะยิ้มออกและลงมือทานอาหารในส่วนของตัวเองบ้าง สุดฟ้ามองชวิศาที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อย่างไม่วางตา แน่ละ ใครบ้างจะไม่รู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นว่าหุ่นยนต์ที่เราสร้างขึ้นมากำลังกินข้าว สุดฟ้ากำลังนึกทบทวน ตอนที่เขาแก้ไขชวิศาครั้งล่าสุดเขาไปทำอะไรกับระบบสั่งการหรือเปล่านะ ถึงชวิศาจะเป็นอัจฉริยะ ฉลาด เพียบพร้อม และเหมือนมนุษย์ขนาดไหนก็ตาม แต่ในมโนสำนึกของชวิศาก็ยังรู้ว่าตนเป็นเพียงหุ่นยนต์อยู่ดี สุดฟ้าแน่ใจอย่างที่สุดว่าเขาไม่ได้สร้างระบบรองรับการกินอาหารให้ชวิศา

          “อาหารของผมไม่อร่อยหรือครับ” เสียงหวานใสนั่นถามซ้ำตัดห้วงความคิดของสุดฟ้าให้ขาดช่วง ใบหน้าดูกังวลอย่างจริงจัง

          “ถ้าอย่างนั้นให้ผมทำให้ใหม่นะครับ”

          “อ่ะ...ไม่ต้องหรอก กับข้าวที่ชวิศาทำนี่อร่อยมากจริงๆ” สุดฟ้าย้ำพร้อมตักข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว

          เวลาอาหารเช้าจึงจบลงไม่นานหลังจากนั้นสุดฟ้ากำลังนั่งย่อยอาหาร และทานของหวานไปพลางอยู่ที่เก้าอี้ที่ตนนั่งทานอาหารเช้าตัวเดิม เรื่องที่สงสัยเมื่อตอนกินข้าวหายไปจากสมองเป็นปลิดทิ้ง มองด้านหลังของชวิศาที่กำลังล้างจานอยู่ตรงหน้า ที่จริงไม่ต้องทำก็ได้แท้ๆ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของสเตบาสเตียนอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายยังยืนยันว่าจะทำให้ได้ สุดฟ้าจึงได้นั่งมองแผ่นหลัง เอวสอบ และบั้นท้ายใต้กางเกงผ้าขาสั้นอยู่เช่นนี้ แต่หากยิ่งมอง อารมณ์สวิวกิวกิ้วมันยิ่งลุกโชน เพราะแค่เห็นเรือนร่างใต้เสื้อผ้าเขากลับนึกไปถึงผิวเปลือยเปล่ายามไร้อาภรณ์ปกคลุมกายของชวิศาทุกที ไหนจะความคับแน่นยามสอดใส่นั่นอีก.... ความคิดดังที่กล่าวมานี่ล่ะที่ทำให้สุดฟ้าลืมความสงสัยเมื่อตอนกินข้าวไปหมดสิ้น

          สุดฟ้าตัดสินใจลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณและอารมณ์ดิบล้วนๆ เขาลากชวิศาเข้าห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม กดชวิศาลงกับเตียงและตามขึ้นทาบทับ ถูไถความแข็งขืนของตนกับช่วงล่างของอีกฝ่าย ชวิศาได้แต่หน้าแดงเมื่อสัมผัสถึงสิ่งนั้น

          “ด็อกเตอร์...” ท่าทางชวิศาเหมือนอยากเอ่ยห้าม แต่เมื่อสุดฟ้าจูบประทับปิดปากที่จะเอื้อนเอ่ยเสียก่อน จึงมีแค่เสียงครางเครือออกมาจากลำคอเท่านั้น ในขณะที่สุดฟ้าโอ้โลมร่างบางกว่าด้วยจูบ สองมือของเขาก็ถอดกางเกงของชวิศาออกพร้อมกับเล้าโลมช่องทางเบื้องหลังด้วยเจลหล่อลื่น สุดฟ้าไม่อยากจะเยิ่นเย้อมากไปกว่านี้เมื่อน้องน้อยของเขาพร้อมสู้เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ช้าไม่นานต่อจากนั้นสุดฟ้าก็สอดใส่ความเร่าร้อนเข้าไปในตัวของชวิศา

 

          แม้จะปลดปล่อยความต้องการของตนไปแล้วถึงสองครั้ง เรี่ยวแรงของสุดฟ้าก็ยังดีอยู่ เขายังขยับกายเอื่อยๆ อยู่บนร่างที่นอนคว่ำข้างใต้ ก่อนจะรั้งร่างนั้นให้ลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังสอดใส่อยู่เช่นนั้น การเปลี่ยนท่วงท่าอย่างกะทันหันทำให้ชวิศาผวาเหยือก ผนังอ่อนอ่อนนุ่มตอดรัดจนชายหนุ่มกระสันซ่านไปทั้งร่างกายทั้งเขาก็สามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกกว่าเดิม แต่ฝ่ายที่ถูกสุดฟ้ารุกรานกลับเริ่มที่จะไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบสนองเสียแล้ว แผ่นหลังบางพิงแนบบนอกกว้างของร่างด้านหลัง ขณะที่ถูกยกสะโพกและกดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

          “เหนื่อยแล้วหรือ” สุดฟ้าเอ่ยกระซิบชิดริมใบหู ใช้ปลายลิ้นเลียใบหูแล้วขบเม้มติ่งหูเบาๆ ดูเหมือนว่าที่ชวิศายังรู้สึกตัวเพราะแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร้าอย่างต่อเนื่อง คำตอบที่สุดฟ้าได้รับจึงเป็นแค่เสียงครางเครือเท่านั้น

          สุดฟ้าขยับให้ชวิศาเปลี่ยนท่าอีกครั้ง รั้งให้ร่างบางกว่านอนราบไปกับพื้นเตียง จับให้ขาข้างหนึ่งของชวิศาคร่อมข้ามเอวของเขาไป ก่อนจะกดสะโพกย้ำกระชั้นจนกระทั่งตนปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ในสมองของสุดฟ้าพร่างพราวไปด้วยแสงสีขาวตอนที่ล้มตัวทับร่างบางกว่าร่างด้านล่างหอบหายใจดวงตาหลับพริ้ม ไม่นานเสียงลมหายใจนั้นก็สม่ำเสมอทั้งที่สุดฟ้ายังไม่ได้ถอนกายออกเสียด้วยซ้ำ สุดฟ้าอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แล้วไล้จูบที่เปลือกตาปิดสนิทเบาแสนเบา ความรู้สึกอุ่นซ่านบางอย่างพุดขึ้นมาในใจ เป็นความรู้สึกที่สั่งการให้เขาแนบจูบลงไปอย่างทะนุถนอม

          เขายันตัวลุกขึ้นพลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงดึงเท้าขวาของชวิศาขึ้น ลูบไล้หาจุดแตกต่างแต่มันกลับเรียบเนียนทั้งฝ่าเท้าชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่มีทางที่เขาจะหามันไม่เจอ ซึ่งนั่นเป็นการยืนยันความคิดที่ชัดเจน ชวิศาคนที่นอนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เขาสร้าง.... แต่เป็นมนุษย์จริงๆ สุดฟ้ารี่ตามองร่างบางตรงหน้า พร้อมคำถามที่ผุดขึ้นมา...

          คนตรงหน้าต้องการอะไรจากเขา!!!

 

          อีกหลายชั่วโมงต่อจากนั้นชวิศาถึงจะตื่นขึ้น ชายหนุ่มกอดรัดร่างนั้นไว้ไม่แน่นหนานัก เขาแกล้งทำเป็นหลับ คนในวงแขนขยุกขยิกเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไป แต่สุดฟ้ายังรู้สึกถึงสายตาที่มองมา ก่อนจะตามมาด้วยจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก ซึ่งชายหนุ่มต้องพยายามอย่างมากกับการบังคับไม่ให้ตัวเองยิ้มออกมา แม้จะคิดว่าชวิศาคนนี้อาจจะมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงแต่เขาก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกตัวเองได้

          “อ่ะ” เสียงอุทานดังขึ้นทำให้สุดฟ้าต้องลืมตา ชวิศารู้แล้วว่าเขาแกล้งหลับ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ความหวานซ่านในอกมันล้นจนออกมากองอยู่บนหน้าแล้วนี่นะสุดฟ้ายิ้มกว้างก่อนจรดริมฝีปากของตนลงบนปากสีเรื่อของอีกฝ่าย

          “ลุกเถอะครับ ผมอยากอาบน้ำ”

          “แต่ยังอยากนอนอยู่แบบนี้อีกสักหน่อย”

          “ก็ได้ แต่หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จแล้วนะ เพราะตอนนี้รู้สึกเหนอะๆ ยังไงบอกไม่ถูก”

          “อย่างนั้นหรือ” สุดฟ้ายันตัวพร้อมกับดึงชวิศาให้ลุกขึ้นตาม หัวคิ้วของคนตรงหน้าขมวดมุ่นเล็กน้อย

          “เป็นอะไรหรือ”

          “อ่อ เปล่าไม่เป็นอะไรครับ” ชวิศายิ้มกว้างออกมา

          ไม่มีทางที่จะไม่เป็นอะไรไปได้หรอก สุดฟ้ารู้ดี แม้ร่างกายตรงส่วนนั้นจะสามารถรองรับการสอดใส่ได้โดยที่ไม่เกิดบาดแผลหรือความเจ็บปวดก็ตาม แต่ถ้าทำอย่างไม่บันยะบันยังอย่างที่เขาทำเมื่อช่วงเช้า ไม่ว่าแข็งแรงบึกบึนแค่ไหนก็ไม่มีทางทานรับได้หรอก สุดฟ้ารู้สึกผิดจริงๆ แต่ก็อย่างว่านะ ถ้าเป็นชวิศาที่เป็นหุ่นยนต์ไม่มีทางเกิดอาการแบบนั้นขึ้นได้หรอก และเขาก็ไม่รู้นี่ ว่าชวิศาตรงหน้าจะเป็นมนุษย์จริงๆ

          “งั้นแช่น้ำเสียหน่อยดีกว่า” ว่าแล้วก็ยกตัวชวิศาขึ้น

          “อ่ะ... ไม่ต้องหรอกครับ ผมเดินเองได้”

          “ช่างเถอะน่า ขอให้ฉันได้ดูแลนายเอง ตอบแทนที่นายให้ฉันกอดโดยไม่ปริปากบ่นสักคำไง” จบคำพูดสุดฟ้าก็พาชวิศาที่เขินอายหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกซึ่งพยายามมุดหน้าหนีสายตาของร่างสูงมาถึงห้องน้ำ ห้องน้ำที่ว่าเป็นห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของสุดฟ้าถูกออกแบบให้มีทั้งอ่างอาบน้ำและฝักบัว โดยพื้นใต้ฝักบัวจะถูกลดระดับให้ต่ำกว่าพื้นปกติสุดฟ้าปล่อยให้ชวิศายืนรอตรงนั้น ตอนที่ตนเปิดก๊อกน้ำลงอ่างและปรับระดับน้ำ

          “ผมอาบเองได้ครับ” ชวิศาเอ่ยเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าหยิบฝักบัวและหมุนเปิดก๊อกน้ำ สุดฟ้ามองใบหน้าที่แดงระเรื่อ

          “อายหรือ” สุดฟ้าแกล้งเย้า นั่งทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมและเบือนหน้าหนี

          “ไม่เป็นไรหรอกน่า เราสองคนมีอะไรกันแล้วนะ ฉันน่ะเห็นของนายทั้งหมดแล้วล่ะ”

          “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็น่าอายอยู่ดีนี่ครับ” พอได้ยินเช่นนั้น มันอดไม่ได้เลยที่สุดฟ้าจะจูบบนปากที่เอ่ยคำน่ารักแบบนั้นออกมา

          “นี่ชวิศา เอามือเกาะบ่าฉันไว้สิ”

          ชวิศาทำหน้างง หากแต่ยอมยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปเกาะบ่ากว้างของชายหนุ่มแต่โดยดี สุดฟ้ายิ้มกว้าง ใช้มือข้างที่ว่างไม่ได้ถือฝักบัวดึงร่างเพรียวให้แนบชิด ใช้หัวเข่าแยกขาชวิศาให้ห่างออกจากกันเล็กน้อย ก่อนจะใช้นิ้วสอดเข้าไปในช่องทางหลืบลึก

          “อ่ะ...” ชวิศาเกร็งตัวกอดคอร่างที่สูงกว่าไว้แน่น

          “อย่าเกร็งสิ ไม่อย่างนั้นมันจะเจ็บนะ”

          “ก... ก็มันรู้สึกแปลกๆ นี่นา อึก ฮ่ะ” พอเปิดปากพูดเสียงแปลกๆ ก็หลุดออกมาด้วย เสียงครางเหมือนตอนที่พวกเขาร่วมรักกัน และดูเหมือนว่าปลายนิ้วกับสายน้ำจากฝักบัวจะทำให้ชวิศามีอารมณ์ขึ้นมาเสียแล้ว

          “นายกำลังมีอารมณ์หรือ”

          “อย่าพูดสิครับ” แม้จะเถียงออกมาแบบนั้น แต่น้ำเสียงของชวิศากลับแหบพร่าเหลือเกิน มันทำให้สุดฟ้าอดที่จะกระตุ้นเร้าจากภายในไม่ได้ทั้งที่เขาก็ล้างทำความสะอาดของเหลวคาวขุ่นที่เหลือทิ้งไว้ในตัวชวิศาจนหมดแล้ว สุดฟ้านำฝักบัวกลับไปไว้ที่ที่ของมันบนผนัง โดยปล่อยให้สายน้ำไหลชโลมกายพวกเขาทั้งคู่เช่นนั้น พลางขยับปลายนิ้ว งอบ้าง ขยับเข้าออกบ้าง บ้างก็บดขยี้จนชวิศาครางกระเส่าไม่เป็นภาษา ส่วนอ่อนไหวของชวิศาแนบอยู่แถวบริเวณหน้าท้อง ขยับบดเบียดเสียดสีอย่างเรียกร้อง

          “ฉันเข้าไปนะ” สุดฟ้าพูดราวกับจะขออนุญาต ชวิศาไม่แม้จะมองหน้าคนถามได้แต่เบือนหน้าหนี ร่างสูงใหญ่จึงได้ทำท่าเหมือนจะผละออกด้วยความอยากกลั่นแกล้งชายหนุ่มร่างเพรียวจึงรีบรั้งตัวสุดฟ้าไว้ ใบหน้าเนียนใสแดงเรื่อ ปากสีอิ่มขบแน่นยามที่ช้อนสายตามองเขา หัวใจของสุดฟ้าแทบจะกระดอนออกมานอกอก

          น่ารักจังโว้ย!!!!!!

          เรื่องที่คิดกลั่นแกล้งอะไรนั่นตอนนี้ช่างมันเถอะ ถ้าเขายังรั้งรออีกต่อไป ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะขาดใจตาย!!!

          สุดฟ้ากดจูบชวิศาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่ดันแผ่นหลังบางให้ชิดผนัง ยกขาข้างหนึ่งให้สูงขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการรุกราน

          “อ่ะ อะ อึก” ร่างบางกว่าในอ้อมแขนส่งเสียงครางออกมา ลำแขนเพรียวบางยึดไหล่ของเขาไว้แน่น สุดฟ้าขยับสะโพกรุนแรงด้วยความเสียวซ่านแล้วต้องลดแรงกระแทกกระทั้นลง เมื่อสำนึกได้ด้านหลังเป็นกำแพงกระเบื้องไม่ใช่เบาะนุ่มๆ ของพื้นเตียง หากกระนั้นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านฝ่ามือใหญ่จึงบีบเค้นสะโพกของอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือ.....

 

          หลังการปลดปล่อยความพลุ่งพล่านใต้สายน้ำไหลรินของฝักบัว สุดฟ้าพาร่างของชวิศาให้มาลงอ่างน้ำ อุณหภูมิในอ่างกำลังอุ่นพอดีที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

          “อ่ะ” ชวิศาอุทานออกมาเมื่อถูกบังคับให้รับความร้อนรุ่มของชายหนุ่มเจ้าของเรือนร่างสูงให้เข้ามาในร่างกายอีกครั้ง แผ่นหลังบางถูกรั้งให้พิงแผงอกกว้าง สุดฟ้ารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นรัวเร็วของอีกฝ่าย

          สุดฟ้าวักน้ำขึ้นมาลูบไล้ผิวเนียน บีบนวดให้คลายความเคร่งเครียดตื่นกลัว

          “ฉันชอบอยู่ในตัวนาย” ชายหนุ่มกระซิบบอก สังเกตเห็นผิวที่ขึ้นสีจางๆ อยู่แล้ว แดงเรื่อขึ้นอีก หลังจากนั้นชวิศาจึงยอมนั่งนิ่งๆ เอนหลังพิงตัวสุดฟ้าอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ร่างสูงนวดเฟ้นลูบไล้ตามใจ จะมีสะดุ้งบ้างก็ตอนที่มือหนาปัดป่ายต่ำลงไปกว่าสะดือ สุดฟ้ายิ้มแย้มกับปฏิกิริยาตอบรับเหล่านั้น

          ถึงแม้ว่าสุดฟ้าจะไม่รู้ว่าการที่หุ่นยนต์ชวิศาที่เขาสร้างขึ้นกับชวิศาที่เป็นมนุษย์มีชีวิตเลือดเนื้อคนนี้ถูกสลับสับเปลี่ยนตัวไปด้วยสาเหตุใด แต่กระนั้นด้วยความที่จุดมุ่งหมายในการสร้างหุ่นยนต์ชวิศามันคือการรองรับความต้องการทางเพศเช่นนี้แล้ว ไม่ว่าบุคคลตรงหน้าจะเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนต์มันจึงไม่ใช่เรื่องที่แตกต่างกันนัก เพียงแต่เขาจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องต่างๆ มากขึ้นเท่านั้นเอง

          สุดฟ้ามีอาชีพรับจ้างอิสระ นั่นคือไม่ว่าใครจ้างให้เขาทำอะไร เขาก็ทำทั้งนั้น เพียงแต่ชายหนุ่มจะรับเฉพาะงานที่ตนเองสนใจเท่านั้น และจากที่ผ่านมางานที่สร้างปัญหาให้กับเขามากที่สุดเป็นงานจำพวกออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยความที่เขาเป็นอิสระอย่างสุดโต่งไม่สังกัดกับหน่วยงานหรือองค์กรใด และเมื่อสุดฟ้ารับงานแล้วก็จะทำจนกว่าสำเร็จโดยไม่สนใจเรื่องอื่น มีหลายครั้งที่มีการจ้างงานทับซ้อนหรือในช่วงเวลาใกล้เคียงกันการตัดสินใจรับงานก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในช่วงนั้นๆ ล้วน จึงมีเหตุให้นักย่องเบารวมทั้งกลุ่มบุคคลไม่พึงประสงค์เข้ามาตีสนิทกับชายหนุ่มเพื่อล้วงความลับและขโมยของหลายต่อหลายครั้ง

          นที่จริงแล้วชื่อของสุดฟ้า ศิริกรไม่ได้โด่งดังในวงการอุตสาหกรรมหรือวงการออกแบบพัฒนามากนัก ชื่อของเขามีแค่คนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่รู้จัก พร้อมกับชื่อเสียงด้านราคาค่าตัวที่แสนแพงและผลงานที่รับรองความพึงพอใจ สุดฟ้ายินดีที่จะแก้ไขงานของตนเองจนกว่าลูกค้าจะพอใจภายใต้เงื่อนไข ‘งานที่เขาสนใจเท่านั้น’ แต่อย่างว่า ถึงจะโดนบอกว่าไม่ชอบงานที่เขาทำให้ ชายหนุ่มก็ไม่สนใจอยู่ดี ก็เพราะเขาพอใจนี่นะ เขามีความคิดว่าผลงานที่เขาพอใจ นั่นแหละคือที่สุดของที่สุดและที่สุดแล้ว

          อีกทั้งเขายังมีนิสัยอย่างหนึ่ง นั่นคือถ้าลองได้สนใจต่อสิ่งใดแล้ว เขาจะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น จนไม่เป็นอันกินอันนอน ก็เหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้

          ....ช่วงนี้สุดฟ้ากำลังทำการวิจัยเกี่ยวกับความสุขสมในการมีเพศสัมพันธ์....

          เพราะถึงแม้ชวิศาจะปลดปล่อยอย่างรุนแรงไปเมื่อสักครู่ แต่เมื่อสุดฟ้ากระตุ้นเร้าส่วนอ่อนไหวด้วยการนวดคลึง และรูดขึ้นลงอย่างที่กระทำอยู่ตอนนี้ ช่องทางคับแน่นยังคงตอดรัดพร้อมกับสะโพกบางยังคงขยับส่ายบิดเร่าบดเบียดให้แก่กายแข็งขืนของสุดฟ้าชำเราด้วยตัวของชวิศาเอง ใบหน้าคมเข้มจดจ้องจับสังเกตสีหน้าและปฏิกิริยาตอบสนองทางกายของร่างในวงแขนอย่างไม่วางตาร่างบางพิงศีรษะกับช่วงไหล่ของร่างด้านหลัง ริมฝีปากเผยอหอบเล็กน้อย ขณะที่น้ำในอ่างกระเพื่อมตามแรงกระแทกกระทั้น สุดฟ้าละมือออกจึงมีแค่ชวิศาเท่านั้นที่ขยับสะโพกอย่างเร่งร้อนเพื่อปลดปล่อยความอึดอัดในกายที่ทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่องทางด้านหลังเริ่มตอดรัดกระตุกถี่เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังจะไปถึงฝั่งฝันในไม่ช้า ในนาทีที่สุดฟ้าโอบตัวชวิศาและยกตัวของอีกฝ่ายให้โน้มตัวไปเท้าแขนกับขอบอ่างด้านหน้า ร่างบางก็ปลดปล่อยออกมา จะว่าเป็นการกระทำที่จงใจก็เป็นได้ เพราะหลังจากนั้นสุดฟ้ายังคงฝืนบังคับให้ชวิศารองรับอารมณ์ที่คั่งค้างของเขาอีกเป็นครู่ใหญ่ ย้ำกายกดลึกจนเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อง ความกระสันซ่านเร่งเร้าให้เขายิ่งจ้วงทะยาน ร่างเพรียวบางกระตุกไหวปลดปล่อยอีกครั้งก่อนที่เขาจะถึงจุดและฉีดพ่นของเหลวเข้าไปในร่างของตนตรงหน้าในเวลาไล่เลี่ยกัน

          ร่างที่หอบหายใจไร้เรี่ยวแรงเกาะอยู่ขอบอ่างถูกดึงขึ้นอีกครั้ง ไม่มีทั้งเสียงและอาการต่อต้านตอนที่ชายหนุ่มขยับสะโพกด้วยความต้องการที่พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง รวมถึงยังตอบสนองความปรารถนาของเขาแต่โดยดี....

 

          สุดฟ้าอุ้มพาชวิศาขึ้นจากน้ำ ร่างในห่อผ้าขนหนูหลับลงเพราะความเหนื่อยอ่อน ทั่วทั้งร่างกายหลงเหลือรอยช้ำและผิวแดงก่ำจากเลือดฝาด ชายหนุ่มร่างสูงมองนาฬิกาที่โต๊ะเตี้ยข้างหัวเตียงหลังจากที่สวมใส่เสื้อผ้าให้อีกฝ่ายเรียบร้อย ตอนนี้เลยเวลาอาหารเที่ยงจนเรียกได้ว่าใกล้เวลาอาหารเย็นเข้าไปแล้ว กระนั้นก็คงเป็นเรื่องยากหากปลุกร่างที่หลับใหลไร้สติขึ้นมารับสารอาหารตามเวลา เขาจึงตัดสินใจสวมเสื้อผ้าของตน เดินออกจากห้องปล่อยให้ร่างแบบบางที่รับศึกอย่างหนักหน่วงได้พักผ่อนเต็มที่ เพื่อให้พร้อมรับศึกในครั้งต่อไป

 

          เจ้าของบ้านที่สวมเสื้อกล้ามกับกางเกงวอร์มเดินออกมาจากห้องนอนตอนใกล้เย็นย่ำผมบนศีรษะยังเปียกซ่กด้วยน้ำ ผู้มาเยือนซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารทั้งสองจึงไม่จำเป็นต้องอ้าปากถาม เพราะเดาได้ว่าเจ้าของบ้านคงเพิ่งตื่น แต่ก็นั่นแหละ ฝาแฝดพี่น้องรู้ดีว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น

          “เป็นไงบ้างวะ เอากันตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยหรือไง” แฝดผู้พี่ถามไปอย่างคะนองปากและไม่ได้กลัวว่าใครจะมาได้ยินจนเอาไปนินทาว่าร้าย ผนังของบ้านนี้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นตอนที่เขาทั้งสองคนเข้ามาในบ้าน บ้านทั้งหลังจึงเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน

          สุดฟ้ารับผ้าขนหนูจากสเตบาสเตียนมาซับน้ำบนศีรษะ พลางตอบรับว่าอืมในลำคอ ในเมื่อคนที่เอ่ยปากถามไม่ได้กระดากกับคำถาม สุดฟ้าก็ไม่ยี่หระที่จะตอบไปตามตรงเช่นกัน ไม่มีคำว่าอายหรือหน้าบางระหว่างพวกเขาทั้งสามคน เพราะแม้แต่การดูหนังโป๊และช่วยตัวให้เห็นพร้อมกัน พวกเขาก็ทำกันมาแล้ว

          คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ทั้งสองกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะถามต่อไปว่า “แล้วเป็นยังไงบ้างวะ”

          “จะให้เป็นยังไง พวกแกก็รู้ฉันไม่เคยลองทำกับใคร” คิดไปคิดมาเขาก็เขินเหมือนกันนะเนี่ย แล้วก็ตื้นตันใจมาก ในที่สุดวันนี้เขาก็เป็นผู้ชายเต็มตัวเสียที สุดฟ้าแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปริ่มเสียเดี๋ยวนั้น

          “เพราะงั้นแกก็ควรให้พวกเราลองบ้าง เราสองคนจะได้ช่วยเปรียบเทียบว่าระหว่างคนจริงๆ กับหุ่นยนต์มันแตกต่างกันไหม”

          “นั่นสิ” สุดฟ้ายิ้มกว้าง “ถ้าพวกแกสองคนมายุ่งกับชวิศาฉันจะส่งคนไปถล่มบริษัทของแกสองคน และจะตามราวีจนกว่าจะตายกันข้างหนึ่ง”

          “โห!!!!!!!!!!!!!!! หวงกว่าครั้งที่แล้วอีกนะเว้ย” สองเสียงร้องขึ้นพร้อมกันและเป็นธัชนันท์ที่พูดต่อไปอีกว่า “ชวิศาเป็นแค่หุ่นยนต์เองนะ ถึงฉันสองคนทำอะไรไปก็ไม่สึกหรอหรอกน่า”

          “พวกแกเองก็มีเด็กในฮาเร็มตั้งเยอะ จะมายุ่งอะไรกับแฟนของคนอื่นล่ะ” สุดฟ้าเลี่ยงตอบ ขมวดคิ้วเบ้ปาก

          “มันเหมือนกันที่ไหน คนกับหุ่นยนต์นะ หรือว่าที่จริงหุ่นยนต์ของแกไม่ได้ทำให้แกสวิวกิ้วเลย”

          “อืม... ไม่รู้สินะ” สุดฟ้าพึมพำ “อ่อ ว่าแต่ที่ชวิศาไปต่างประเทศน่ะ เขาไปทำไมหรือ”

          “หือ” สองพี่น้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อย สำหรับสองพี่น้องที่รู้จักสุดฟ้ามาตั้งแต่เด็กย่อมรู้จักนิสัยของสุดฟ้าดีเช่นกัน

          “เห็นว่ามีญาติอยู่ที่โน่น แล้วเขาว่ากันว่าไปเรียนทำอาหารอ่ะ” ธัชนนท์ตอบก่อนจะตักเค้กตรงหน้าเข้าปาก ธัชนนท์และธัชนันท์มาถึงบ้านของสุดฟ้าตั้งแต่บ่ายกว่าๆ สองพี่น้องมากินข้าวที่บ้านสุดฟ้าจนเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าเจ้าของบ้านจะยุ่งอยู่กับงานก็ตาม ฝาแฝดจะเข้ามาในบ้านและสั่งให้สเตบาสเตียนทำอาหารให้เหมือนกับทั้งคู่อยู่ในบ้านของตัวเอง

          เสียงมอเตอร์เฟืองล้อสำหรับการเคลื่อนที่ของสเตบาสเตียนดังฟีดเบาๆ ตอนที่หุ่นยนต์พ่อบ้านนำอาหารเย็นมาตั้งตรงหน้าชายหนุ่มเจ้าของบ้าน

          “พวกนายบอกว่าเขาเรียนคณะเดียวกับพวกเราไม่ใช่หรือ แล้วไปเรียนทำอาหารนี่น่ะ” สุดฟ้าหยิบช้อนและส้อมขึ้นมาตักชิ้นเนื้อเข้าปาก

          “ที่จริงแล้วซี ชวิศาเป็นพวกสมองกลวงน่ะ” ธัชนันท์เอ่ยบ้าง เขาคาบช้อนไอศกรีมไว้ในปาก แล้วส่งถ้วยให้สเตบาสเตียนเพื่อให้ไปตักไอศกรีมมาอีกถ้วย “เด็กที่เรียนสาขาเดียวกับซี ชวิศาพูดว่า นอกจากหน้าตาที่น่ารักและฐานะทางบ้านแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่น่าจะอวดได้อีก ได้ยินว่ากว่าที่จะจบมาได้ก็เหนื่อยทั้งคนติวและคนเรียนเองอย่างซี ชวิศา รู้สึกว่าจะจบออกมาด้วยเกรดที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถเรียนจบได้เลยละ”

          “ทีแรกฉันก็สงสัย ว่าทำไมถึงมาเข้าคณะที่เรียนยากแบบนี้” ข้อสงสัยนี้เป็นของธัชนนท์ และกล่าวต่อไปอีกว่า “เห็นว่าไม่ว่าวิชาอะไรก็เรียนไม่ได้เรื่องเลย แต่ฟลุ๊คสอบติดคณะเรา น่าตลกดีชะมัด ทั้งที่ฉันกับอาทต้องอ่านหนังสือกันแทบตาย”

          “ฉันก็ไม่ได้อ่านอะไรสักเท่าไหร่”

          “แกมันข้อยกเว้น ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเรียนด้วยซ้ำ ดันเสือกสอบไปกันที่คนอื่นเขาอีก” ธัชนนท์บ่นอุบ พลางยกน้ำชาขึ้นดื่ม ฝ่ายธัชนันท์ก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มในเวลาที่ไล่เลี่ยกันหลังจากทานไอศกรีมถ้วยที่ห้าหมดไปอย่างรวดเร็ว

          “เอาล่ะ พวกฉันอิ่มแล้ว งั้นไปก่อนนะ”

          “แล้วเจอกันใหม่”

          “อ่ะ อืม” สุดฟ้าพยักหน้ารับ ยกมือโบกให้ก่อนจะก้มหน้าลงกินข้าวต่อ

          ยังไม่ทันที่สุดฟ้าจะได้ทานข้าวจนอิ่ม เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมร่างของชวิศาที่เดินออกมาจากห้อง

          “ด็อกเตอร์” ร่างแบบบางนั้นพาตัวเองมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างสุดฟ้า

          “ผมหิวข้าว ท้องร้องจ๊อกๆ นอนไม่หลับเลย” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่หน้าตายังง่วงงุนเต็มที่ สุดฟ้าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะตักอาหารในจานส่งเข้าปากของชวิศา ใบหน้าใสยิ้มให้ เคี้ยวงับๆ อยู่สองสามที หลังจากกลืนกุ้งในปากลงท้องไปก็ฟุบหลับลงกับโต๊ะไปอีก ในตอนแรกชายหนุ่มยังคงรู้สึกงงๆ กับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ก่อนจะปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็วและลงมือทานข้าวต่อ จากนั้นเขาอุ้มพาชวิศาให้กลับเข้าไปนอนบนเตียงในห้อง

          จะว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความหมกมุ่นเลยก็เป็นได้ เพราะแค่เห็นชวิศานอนหลับอยู่บนเตียงแค่นี้สุดฟ้ากลับรู้สึกถึงตัณหาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะถลกดึงกางเกงขาสั้นของชวิศาออก จับแยกท่อนขาเรียวเล็กยกขึ้นสูง ช่องทางหฤหรรษ์ยังคงบวมแดงจากผลของการกระทำเมื่อครั้งก่อนๆ หน้าอยู่เล็กน้อย กระนั้นเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ ถึงอย่างไรเขาไม่ได้รุนแรงจนเลือดตกยางออกอยู่แล้ว

          หลังจากที่สุดฟ้าชโลมเจลจนชุ่ม เขาขยับตัวเข้าหาร่างของชวิศา ยกท่อนขาเพรียวบางขึ้นพาดบ่า และกดส่วนปลายให้ชำแรกลึกเข้าไปในช่องทางคับแคบ ร่างที่นอนหลับไม่ได้สติสะดุ้งไหวและปรือตามอง ดูท่ายังคงง่วงอยู่มาก

          “ด็อก..เตอร์” เหมือนชวิศาอยากจะเอ่ยถาม ถึงได้พึมพำอย่างสะลึมสะลือ

          “ไม่เป็นไร นายนอนไปเถอะ” สุดฟ้าบอก ชวิศาก็ช่างพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ชายหนุ่มขยับสะโพกรุกรานชำเราทั้งที่ยังหลับตาอยู่เช่นนั้น พอเสร็จสมอารมณ์หมายก็ยังคงสอดใส่สุดฟ้าน้อยทิ้งค้างไว้ในช่องทางคับแน่นของอีกฝ่ายและล้มตัวลงนอนข้างๆ กัน

 

          ตอนที่ชวิศารู้สึกตัวยังไม่ทันที่จะขยับเขยื้อนร่างกายสุดฟ้าก็รับรู้ได้จากส่วนที่เชื่อมโยงกัน ช่องทางนั้นบีบรัดเขาอยู่หลายครั้งราวกับจะยืนยันให้แน่ใจชวิศาจึงยิ่งนอนนิ่งไม่กล้าขยับสุดฟ้ารู้สึกได้ว่าร่างในอ้อมกอดนิ่งเกร็งไปทั้งตัว ไม่รู้ว่ากลัวเขาจะตื่นหรือกลัวเหตุการณ์หลังจากนั้นกันแน่ แต่ถ้าเป็นเพราะกลัวเหตุการณ์หลังจากนั้นจริงๆ สุดฟ้าคงเศร้าใจนิดๆ อย่างแน่นอน ดังนั้นร่างสูงด้านล่างจึงจงใจขยับยกสะโพกขึ้นเพื่อกระตุ้นอีกฝ่าย

          “อึก...” เสียงดังกล่าวหลุดรอดออกมาพร้อมลมหายใจที่แรงขึ้นชวิศายังคงนิ่งเหมือนทำอะไรไม่ถูกอีกเป็นครู่ใหญ่ หากอารมณ์ปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาแล้วนั้นไม่สามารถดับมอดลงได้ชวิศาจึงพยายามลุกออกจากบนตัวของสุดฟ้า ในจังหวะนั้นร่างสูงใหญ่จึงตะปบร่างของอีกฝ่ายไว้และยันกายลุกขึ้นนั่ง

          “น่าน้อยใจนะ ที่นายไม่อยากทำกับฉันถึงขนาดนั้น”

          ชวิศาสั่นศีรษะยิก

          “ถ้าอย่างนั้น มันเพราะอะไรล่ะที่นายจะลุกหนีไปแบบนี้”

          “ก็... ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี” ชวิศาพูดด้วยเสียงอันแสนเบา ถึงกระนั้นสุดฟ้าก็ยังคงได้ยินอยู่ดี

          “ทำอย่างที่นายอยากทำอย่างไรล่ะ” ชายหนุ่มพูดพลางดึงท่อนแขนเพรียวขึ้นมาโอบบ่าของตน และจับยึดสะโพกของอีกฝ่ายให้กดลึกลงมาแล้วยกขึ้นชักนำให้ร่างบางขยับตามจังหวะ จนชวิศายอมเคลื่อนไหวตาม ริมฝีปากบางเฉียบจึงเลื่อนประทับไปที่ริมฝีปากแดงเรื่อได้รูป ขบเม้มหยอกเย้าริมฝีปากล่างของฝ่ายตรงข้ามก่อนจะส่งปลายลิ้มเข้าไล้เลียแตะสัมผัสซึ่งชวิศายอมตอบรับแต่โดยดี ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ขยับโยกสอดรับจังหวะของกันและกัน ความสุขสมจากรสเพศโหมโยนตัวเหมือนเกลียวคลื่น สาดซัดหนักบ้างเบาบ้างสร้างความกระสันเสียวสุดหฤหรรษ์ที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง ก่อนจะแตกพรายเป็นเม็ดฟองซึ่งสร้างความอิ่มเอมไม่รู้จักลืมเลือน

          ไม่รู้ว่านอนมานานจนเต็มอิ่มหรืออย่างไร ชวิศาถึงยังคงสตินอนมองหน้าสุดฟ้าได้อยู่เช่นนี้ ความอบอุ่นของผิวเนื้อที่ได้สัมผัสจากอีกฝ่ายทำให้ในหัวใจเกษมสันต์โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใดๆ ออกมา สองคนผลัดกันประทับริมฝีปากเย้าแหย่อีกฝ่าย หากไม่เพราะเสียงท้องที่ดังประท้วง คนทั้งคู่คงกอดก่ายดูดซับไออุ่นของกันและกันไปอีกนาน

          แม้จะเป็นยามดึกร่วมค่อนคืนไปแล้ว สเตบาสเตียนหุ่นยนต์พ่อบ้านยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างดีเช่นเคย หลังจากที่สุดฟ้าและชวิศานั่งเคียงคู่กันบนเก้าอี้ของโต๊ะทานอาหาร ไม่นานจากนั้นหุ่นยนต์พ่อบ้านก็ยกอาหารสำหรับมื้อดึกมาให้

          “เฮ้อ...พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแล้ว แย่จริงๆ” สุดฟ้าเปรยออกมาหลังจากทานอาหารไปได้พักใหญ่ซึ่งชวิศาฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา

          “ฉันอยากให้วันลาพักร้อนของนายไม่มีวันหมดจริงๆ เลย”

          “เอ๊ะ!!! วันลาพักร้อนของผม” ชวิศาเอ่ยทวนซ้ำด้วยใบหน้างุนงงสงสัย

          “อืม อย่าบอกนะว่านายลืมไปแล้วว่าพรุ่งนี้นายต้องไปทำงานแล้ว”

          “ท...ทำงาน”

          “ฉันเข้าใจนะ ว่านายอยากทำกับฉันเยอะๆ ใช่ไหมล่ะ ถึงกับลาพักร้อนเลยนี่นะ นึกถึงใบหน้าที่เขินอายของนายเมื่อตอนนั้นแล้ว ฉันดีใจจริงๆ นะ ฉันเนี่ยหัวใจเต้นรัวเลยล่ะ” สุดฟ้าเล่าด้วยท่าทางปลื้มและตื้นตันสุดๆ พลางลอบสังเกตใบหน้าทั้งซีดทั้งอึ้งของชวิศาไปด้วย เป็นหน้าตาที่ตลกอย่างมากสุดฟ้ายิ้มแย้มหัวเราะในใจ

          “อ่อ...” สุดฟ้าร้องเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักของตู้เตี้ยๆ ซึ่งวางไว้ข้างผนัง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาให้ชวิศา

          “โทรศัพท์ของนาย ฉันว่าน่าจะเปิดเครื่องได้แล้วละนะ หมดเวลาพักร้อนแล้วนี่” พูดซ้ำประโยคหลังอีกครั้ง จากนั้นจึงนั่งลงทานข้าวมื้อเย็นของตนต่อไป ปล่อยให้ชวิศาหน้าซีดเหงื่อแตกซกไปแต่เพียงลำพัง

 

          วันรุ่งขึ้นสุดฟ้าตื่นขึ้นมาช่วยชวิศาแต่งตัวแต่เช้า เสื้อผ้าทั้งหมดเพิ่งถูกจัดส่งมายังบ้านศิริกรในช่วงเช้ามืดของวัน ทั้งหมดถูกทำความสะอาดและติดอุปกรณ์สอดแนมไว้เรียบร้อย มนุษย์ผู้มีนามว่าชวิศาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเสื้อผ้าชุดนี้มันพิเศษอย่างไรบ้าง เพราะมันดูแสนธรรมดาและแสนปกติราวกับว่าผู้เป็นเจ้าของได้ใส่มันมาแล้วหลายสิบหลายร้อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรอยเปื้อนเล็กๆ ตรงข้อมือ หรือสีของด้ายที่กระดุมเม็ดสุดท้ายซึ่งแตกต่างจากเม็ดอื่นซึ่งเกิดจากการซ่อมแซมราวกับชวิศาเป็นคนปักเข็มลงไปเอง

          สุดฟ้าเห็นใบหน้าของชวิศาช่างห่อเหี่ยวและไม่ร่าเริงเอาเสียเลย เขาจึงพูดปลอบใจไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาบ้านแล้ว อย่าเศร้าไปเลยน่านะ”

          ชวิศาพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

          จากนั้นสุดฟ้าก็ยืนโบกมือยืนส่งชวิศาที่หน้าบ้าน พอลับหลังร่างบาง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่รีบวิ่งเข้าห้องแห่งความลับของตนทันทีเปิดจอมอนิเตอร์ติดตามภาพของชวิศาซึ่งถูกส่งมาจาก ‘แมลงจักจั่นติดตาม’ ภาพที่ได้เป็นภาพจากมุมสูง ไม่เห็นสีหน้าของชวิศาในภาพชวิศายกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ไม่นานนักเสียงจากลำโพงก็ดังขึ้น แน่นอนว่าโทรศัพท์ของชวิศาก็ถูกติดเครื่องดักฟังเช่นกัน

          “พี่โย แย่แล้วล่ะ”

          “อะไรของนาย” เสียงปลายสายยังคงงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น

          “คนคนนั้นต้องไปทำงานด้วยล่ะ”

          “แล้วไงล่ะ ก็ไม่เห็นว่าจะแย่ตรงไหนนี่ นายก็ไปทำสิ” คงเพราะยังไม่ตื่นดีแน่ๆ อีกฝั่งถึงได้ตอบกลับมาแบบนั้น

          “ผมไม่อยากไป งานอะไรนั่นผมทำไม่เป็นหรอก” น้ำเสียงงอแงจนสุดฟ้ายังนึกอยากที่จะเห็นหน้า

          “งั้นนายก็กลับมาที่บ้าน พอเย็นนายก็ค่อยกลับไปหาหมอนั่น”

          “อือ... โอเคตามนั้น” น้ำเสียงสดใสขึ้นในพริบตา

          คนในภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า เดินอย่างไม่เร่งร้อนไปตามทางบนท้องถนน ประมาณยี่สิบห้านาทีหลังจากนั้น ร่างเพรียวบางก็เลี้ยวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง แมลงจักจั่นแสนอัจฉริยะจึงบินลงต่ำเข้าไปใกล้ ภาพของชวิศาที่ยืนกดกริ่งที่หน้าประตูจึงสามารถเห็นได้ชัด ไม่นานจากนั้นบานประตูสีน้ำตาลก็เปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวตุ่นๆ กางเกงขายาวสีดำเดินหาวหวอดมาเปิดประตูรั้ว

          “พี่ไม่ไปทำงานเหรอ”

          เจ้าแมลงรีบบินตามติดชวิศาเข้าไปข้างในบ้าน มันบินวนเวียนไปรอบๆ จนกระทั่งเป้าหมายหยุดอยู่กับที่ เจ้าแมลงตัวเล็กจึงได้ไปเกาะอยู่กับผนังห้องด้านหนึ่ง

          “เดี๋ยวว่าจะเข้าบริษัทตอนสายๆ กินอะไรมาหรือยัง” ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยถาม

          “เรียบร้อยแล้วล่ะ”

          “ดีจังนะ พี่สิ...ตั้งแต่นายไม่อยู่ลำบากขึ้นเยอะเลย แล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่ยอมฟื้นซะที ไหนๆ ก็ไหนแล้วนะ นาย กลับมาทั้งทีช่วยทำอะไรให้พี่กินหน่อยสิ เอาซุปครีมเห็ด เบซิลพาเมร์ กับฟรัวกรา”

          สุดฟ้าที่นั่งแอบฟังอยู่ด้วยได้แต่โคลงศีรษะด้วยความงุนงง ไอ้ของพวกนั้นมันอะไรหว่า

          “มีของหรือ” อ๊ะ...ไม่น่าเชื่อ ดูเหมือนว่าชวิศาจะรู้ด้วยว่าผู้ชายคนนั้นพูดถึงอะไร

          พอชวิศาเคลื่อนที่ แมลงจักจั่นก็ค่อยๆ บินตามติดชวิศาไป สุดฟ้าจึงได้เห็นชวิศาหยิบผ้ากันเปื้อนมาคล้องคอ หยิบกระทะ หยิบของหลายอย่างออกมาจากตู้เย็นสุดฟ้าถึงนึกขึ้นได้ สองแฝดเล่าว่าชวิศาไปเรียนทำอาหารนี่นะ

          “แล้วไปอยู่บ้านศิริกรเป็นอย่างไรบ้างล่ะ”

          “เอ่อ... ก็ดีครับ”

          ตรงจุดที่แมลงจักจั่นไปเกาะอยู่ด้านบนตรงหน้าชวิศาพอดี ชายหนุ่มร่างสูงซึ่งกำลังนั่งจิบชากินขนมขบเคี้ยวชมภาพบนจอแอลอีดีจึงได้มองเห็นทั้งชายหนุ่มผู้ที่แทนตนเองว่าพี่เดินเข้ามาในครัว และชวิศาที่ยืนอยู่หน้าเตาพร้อมรอยยิ้มน่ารักตอนที่ตอบคำถามของพี่ชาย

          “ไม่คิดจะขยายความหน่อยหรือว่าดียังไง แต่ช่างเถอะนายโอเคก็ดีแล้ว ว่าแต่เรื่องนั้นล่ะนายรู้หรือยัง” นั่นนะสิ พวกนายอยากรู้เรื่องอะไรกันน๊า....

          ชวิศาหันไปมองหน้าคนถาม ก่อนเสียงจะดังขึ้นว่า “ยังอ่ะ”

          “อะไรกัน นายเข้าไปอยู่บ้านศิริกรเป็นวันแล้วนะ”

          “ใจเย็นๆ สิ ผมจะพยายามสืบให้ได้นะ” ถึงนายจะน่ารักฉันก็ไม่ปล่อยให้นายมาสืบความลับของฉันไปง่ายๆ หรอก

          “พยายามให้ได้จริงๆ แล้วกัน ถึงนายจะมีเวลาเป็นเดือนก็เถอะ แต่ถ้ามัวแต่เอ้อระเหยลอยชายไปวันๆ พอถึงกำหนดจริงๆ นายจะลำบากนะ แล้วเรื่องงานนี่ก็เหมือนกัน ที่จริงแล้วนายควรต้องไปทำ เพราะถ้าเขาฟื้นขึ้นมามันจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับเขาทีหลัง อ๊ะ พอพูดถึงเรื่องงาน ผู้ชายคนนั้นเขาทำงานที่ไหนล่ะ”

          ชวิศายิ้มแหยๆ หัวเราะแห้งๆ “ผมไม่รู้เหมือนกัน”

          “อ้าว ได้อย่างไรกันเนี่ย ไหนดูสิในกระเป๋ามีอะไรบ้าง” ชายหนุ่มผู้พี่พยายามรื้อกระเป๋า แน่นอนว่าในคงมีแต่หลักฐานเท็จที่สุดฟ้าสร้างไว้ทั้งนั้น

          จากบทสนทนาแล้ว สุดฟ้าคิดว่าหุ่นยนต์ชวิศาของเขาต้องเกิดปัญหาอะไรอย่างแน่นอน ฟังๆ ดูแล้ว ชวิศาน่าจะอยู่ในสลีฟโหมด แต่ว่าชวิศาเข้าโหมดนี้ได้อย่างไรล่ะ สุดฟ้าขมวดคิ้วอย่างสงสัย จะว่าแบ๊ตหมดก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ระบบพลังงานของชวิศาใช้เวอร์ชั่นเดียวกับของสเตบาสเตียนตอนนี้สเตบาสเตียนอายุสามปีแล้วยังไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรเลย หรือว่าจะช๊อต ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าช๊อตจะไม่มีทางเข้าสลีฟโหมดอยู่แล้ว งือ...ชวิศาเป็นอะไรไปนะ คิดไม่ออกจริงๆ

          สุดฟ้าลุกออกจากเก้าอี้อย่างกะทันหัน เขาออกจากห้องแห่งความลับ เดินตรงลิ่วมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

          “ไม่ได้สิ ถ้าไปที่บ้านนั้นตอนนี้ ทั้งสองคนคงจะรู้ว่าเรารู้ความจริงแล้ว” สุดฟ้าเดินกลับไปกลับมาอยู่ตรงหน้าประตูหลายรอบ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ ต้องวางแผนให้รอบคอบ... ดังนั้นเขาจึงเดินกลับไปที่ห้องทำงานอีกครั้ง เปิดคอมพิวเตอร์ เข้าโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์สอดแนมระยะไกล ชายหนุ่มคีย์คำสั่งด้วยความรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏบนจอภาพเปลี่ยนไป เจ้าแมลงจักจั่นกำลังเคลื่อนที่ เสียงพูดคุยของชวิศาและพี่ชายยังคงดังออกมาจากลำโพงเป็นระยะๆ

          บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นสุดฟ้าสั่งให้แมลงจักจั่นเริ่มบินสำรวจตั้งแต่ชั้นล่าง แล้วบินวนกลับมาที่บันไดเพื่อขึ้นไปสำรวจชั้นสอง ชั้นสองของบ้านเกือบทั้งหมดเป็นห้องนอน และหนึ่งในห้องนอนเหล่านั้นมีร่างของหุ่นยนต์ชวิศานอนสงบนิ่งอยู่ ดูจากภายนอกแล้วเหมือนว่าชวิศาจะอยู่ในโหมดพาวเวอร์ออฟจริงๆ แล้วความคิดหนึ่งก็พุดขึ้นมาในสมองของสุดฟ้า มีอีกวิธีที่ทำให้ชวิศาเข้าสู่พาวเวอร์ออฟได้นั่นคือ สวิตซ์ที่นิ้วก้อยเท้าข้างขวา ...แต่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่ว่าการที่สุดฟ้าออกแบบให้สวิตซ์ต้องใช้วิธีการดึง หรือการวางตำแหน่งไว้ที่นิ้วก้อยเท้าก็ตาม ล้วนแต่เป็นการป้องกันเหตุที่ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น จนทำให้ชวิศาตัดระบบการทำงานทั้งนั้น

          สุดฟ้าวางความคิดเช่นนั้นของตนไว้ก่อน เนื่องจากไม่มีสิ่งใดที่สามารถพิสูจน์ได้ เขาจึงไม่อยากด่วนสรุป หนทางเดียวที่เขาจะรู้ได้คือการได้ร่างของหุ่นยนต์ชวิศากลับมา หรือไม่เขาต้องเข้าให้ถึงตัวหุ่นยนต์ของเขา ชายหนุ่มโหลดภาพที่ได้จากเจ้าแมลงสอดแนมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ อัพโหลดภาพเข้าสู่โปรแกรมสร้างแผนผัง รอไม่นานแบบแปลนบ้านที่มนุษย์ชวิศากำลังไปเยือนอยู่ในตอนนี้ก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ เสียงพูดคุยของชวิศากับพี่ชายยังดังให้ยินเป็นระยะๆ ขณะที่สุดฟ้ากำลังคิดถึงแผนการอย่างถี่ถ้วน

 

          เป็นเวลาร่วมหนึ่งทุ่ม สุดฟ้าถึงได้เห็นชวิศากลับมาถึงบ้าน เจ้าของร่างเพรียวบางไม่ได้กินข้าวมาจากบ้านของพี่ชาย แต่ต้องอยู่ทำอาหารให้พี่ชายทาน เห็นแบบนั้นแล้วสุดฟ้าก็เลยอยากจะทานอาหารที่ชวิศาทำบ้างชายหนุ่มจึงมายืนรอรับร่างบางอยู่ที่หน้าประตู

          “กลับมาแล้ว”

          “กลับมาแล้วครับ”

          “คิดถึงชวิศาจังเลย” สุดฟ้าไม่พูดเปล่ายังจูบชวิศาอีกด้วย ใบหน้าใสจึงแดงเรื่อและก้มหน้าลงต่ำด้วยความเอียงอาย

          “ชวิศาไปทำอาหารเถอะ ฉันรอนายจนท้องกิ่วแล้ว” สุดฟ้ารุนหลังชวิศาให้เดินเข้าไปในครัว หากเป็นคนอื่นที่เพิ่งเลิกงานกลับมาถึงบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย การที่โดนคนที่อยู่บ้านบังคับให้ทำอาหารทั้งที่เจ้าตัวก็อยู่บ้านทั้งวันแท้ๆ ไม่ว่าใครก็คงจะรู้สึกหงุดหงิดกันบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ความรู้สึกแบบนั้นคงไม่มีทางเกิดกับชวิศา เพราะเขาทั้งไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเนื่องจากใช้แรงในการทำงาน รวมทั้งการทำอาหารนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ชวิศาถนัด

          อาหารเย็นมื้อนั้นยังเป็นอาหารไทยที่สุดฟ้าเห็นหน้าค่าตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ใบหน้าคมเข้าภายใต้แว่นสายตากรอบหนา ทรงผมกระเซอะกระเซิงจึงเบ้หน้าเบี้ยวปาก ก่อนจะบ่นงึมงำให้ร่างบางที่นั่งอยู่ตรงหน้าฟังว่า

          “ทำไมนายไม่ทำมักกะโรนีไก่อบซอส ผักโขมอบชีสหรือริซอตโต้ บ้างละ ไอ้พวกนี้ฉันกินจนเบื่อแล้วนะ”

          ชวิศาเอียงคอขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำท่าเหมือนสงสัย ที่สงสัยก็คงเพราะชื่อรายการอาหารที่สุดฟ้าร่ายมาให้ฟังมันคุ้นหูเหมือนที่พี่ชายบอกให้ตนทำให้กินเมื่อตอนกลางวันอย่างไรอย่างนั้น แล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ด็อกเตอร์ก็อยากกินงั้นหรือครับ แต่ในตู้เย็นไม่มีวัตถุดิบเลย ถ้าอย่างไรพรุ่งนี้ผมไปซื้อของมาทำให้นะครับ” คนพูดยิ้มกว้างจนดูเหมือนว่าใบหน้านั้นจะกระจ่างใสไปยิ่งกว่าเดิม ทั้งในดวงตาดูเหมือนว่าจะมีประกายระยิบระยับด้วยเช่นกัน สุดฟ้าจึงพยักหน้ารับคำโดยแทบจะไม่รู้ตัว เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของพวกที่อยากจะย้ายสาขาตอนเรียนนั่นแล้ว ใบหน้าแบบนี้ใครบ้างละที่อยากจะละสายตา...

          จบอาหารมื้อเย็น หลังจากปล่อยให้กระเพาะอาหารได้ทำงานไปสักพัก สุดฟ้าก็ดึงชวิศาให้มาออกกำลังด้วยกิจกรรมเข้าจังหวะ ครั้งนี้สถานที่ที่สุดฟ้าเลือกเป็นโซฟาหน้าทีวีซึ่งควบรวมห้องรับแขกไปในตัวนั่นแหละ และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องร่องรอยในภายหลัง ชายหนุ่มจึงได้หาผ้ามารองไว้ อันที่จริงถ้าหากว่ามันเลอะแล้วหลังจากนั้นค่อยนำไปซักหรือเปลี่ยนใหม่มันก็คงไม่ใช่เรื่องลำบาก แต่มันจะมีเรื่องยุ่งยากตอนที่สองแฝดจะพรวดพราดเข้ามาในบ้านอย่างไม่รู้กำหนดเวลานี่ล่ะ พูดกันตามจริงเขาไม่อยากให้สองคนมายุ่งกับชวิศา และที่สำคัญที่สุดคือไม่อยากให้รู้ว่าชวิศาที่อยู่กับเขาคนนี้เป็นมนุษย์จริงๆ

          “อ่ะ อืม”

          แม้จะค่อนข้างเขินอายในช่วงแรก แต่เมื่อสุดฟ้าบอกให้ทำอะไรชวิศาก็ยอมทำตามที่เขาบอก นั่นแสดงว่าค่าตอบแทนที่ชวิศาจะได้รับเมื่อทำงานสำเร็จคงจะสูงมากทีเดียว ถึงได้ยอมทอดกายให้เขาขนาดนี้ แน่นอนว่าที่มาของความคิดนี้มาจากซีรี่ย์เรื่องหนึ่งที่สุดฟ้าเคยดูนั่นเอง ดังนั้นชายหนุ่มจึงคิดจะตักตวงความสุขจากเรือนร่างที่สวยงามนี้ให้คุ้มค่า ก่อนจะยอมตอบแทนเล็กน้อยด้วยสิ่งของที่ชวิศาอยากได้

          ด้วยความคิดเช่นนี้สุดฟ้าจึงกกกอดชวิศาทั้งคืน ให้ร่างกายนั้นสร้างความสุขสมให้เขาหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่คำนึงว่าตนได้กุเรื่องให้อีกฝ่ายต้องไปทำงานในวันรุ่งขึ้น สุดฟ้าตั้งหน้าตั้งตาใช้ร่างกายของชวิศาให้คุ้มค่าที่สุดและเช้าต่อมาชวิศาก็ต้องตื่นมาด้วยรสจุมพิตอันดูดดื่มทั้งที่เพิ่งได้หลับไปแค่ประมาณสามชั่วโมงเท่านั้น ยังไม่ทันตื่นดีร่างเพรียวบางก็ถูกอุ้มพาเข้าห้องน้ำไปขัดสีฉวีวรรณเสียเอี่ยมอ่อง แต่กระนั้นตอนที่สุดฟ้ากำลังแต่งตัวให้ ร่างบางยังคงสัปหงกงึกๆ อยู่ดี

          ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เรื่องรู้ราวรู้จักระแวดระวังภัยที่กำลังจะเกิดเสียเลย ตอนที่เขาดันร่างอีกฝ่ายที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวปราศจากอาภรณ์สำหรับส่วนล่างให้เอนตัวเองนอน ฝ่ายนั้นก็ทำตามอย่างว่าง่าย สุดฟ้าจับท่อนขาเรียวแยกออกเปิดเผยให้เห็นช่องทางหลืบลึกเบื้องหลังซึ่งยังคงบวมแดงเล็กน้อย ใช้ปลายลิ้มโลมเลียหยอกเย้าอย่างอดใจไม่ไหวก่อนจะสอดอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นแท่งเรียวรีขนาดสั้นๆ เข้าไป คราวนี้ชวิศาจึงได้ตื่นเต็มตา

          “ด... ด็อกเตอร์ทำอะไรหรือครับ” อุปกรณ์ที่ว่ามันกำลังสั่นอยู่ภายในร่างกาย ในขณะที่ชวิศาไม่สามารถลุกขึ้นได้เพราะถูกท่อนแขนแข็งแรงของสุดฟ้ากดไว้

          “หือ ไม่มีอะไรหรอก อุปกรณ์ที่ช่วยทำให้นายไม่ง่วงตอนทำงานไง”

          “แต่ว่ามัน...” แรงสั่นสะเทือนไม่ได้รุนแรงนัก แต่ทำให้ชวิศารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นริ้วไปทั่วร่าง ส่วนอ่อนไหวด้านหน้าก็กำลังเปลี่ยนรูป พร้อมกับของเหลวที่ไหลซึมออกมาจากส่วนปลาย

          “ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีทางที่ใครจะรู้หรอกว่านายสอดอะไรไว้ข้างใน แต่นแต้นแต๊น สิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดจากสุดยอดอัจฉริยะ สุดฟ้าศิริกร กางเกงในซึมเปื้อน ซึมซับได้ดีแม้วันมามาก หลังจากที่นายใส่กางเกงในตัวนี้แล้วแม้นายจะปลดปล่อยจนเลอะแค่ไหนมันก็ไม่มีทางเล็ดลอดออกมาเลอะกางเกงตัวนอกเด็ดขาด”

          ชวิศายันตัวลุกขึ้นหลุดพ้นจากพันธนาการเมื่ออีกฝ่ายหันไปสนใจกับการโฆษณาสิ่งประดิษฐ์ของตน

          “ผม...”

          “อะไรกันเมื่อก่อนนายก็ทำแบบนี้ออกจะบ่อย นี่เพราะเห็นว่านายบ่นหรอกนะ ฉันถึงได้ทำกางเกงในตัวนี้มาให้ เอ๊ะ แต่ว่าพักนี้นายก็ดูแปลกๆ ไปเหมือนกันนะ” สุดฟ้าแกล้งหรี่ตาจับพิรุธ

          “อ...เอ่อ... ไม่นี่ครับ ผมแปลกจากเดิมตรงไหน” พูดจบก็ดึงกางเกงมาสวมทันที เนื้อผ้าที่เสียดสีทำให้ร่างเพรียวบางส่งเสียงออกมาเบาๆ จากนั้นก็สวมกางเกงผ้าขายาวทับ ความร้อนรุ่มเหมือนจะทวีขึ้นทันตา ใบหน้าของชวิศาจึงแดงระเรื่อ

          “งั้นไปกินข้าวเถอะ สเตบาสเตียนทำไว้ให้แล้ว” สุดฟ้ายิ้ม

          “ม... ไม่ดีกว่าครับ ผะ...ผม ไปทำงานก่อนดีกว่า” ชวิศาบอก คว้ากระเป๋ารีบออกจากบ้านไปทันที สุดฟ้ายกยิ้มด้วยความสนุกสนาน เขารีบเดินเข้าห้องแห่งความลับเช่นเดียวกัน หลังเปิดจอแสดงภาพ ชวิศาซึ่งเดินอย่างเร่งรีบก็ปรากฏตัวขึ้น จุดมุ่งหมายคงเป็นบ้านหลังเมื่อวาน หากวันนี้ชวิศาไม่ต้องหยุดกดกริ่งหน้าบ้าน เขาใช้กุญแจไขเข้าไป และตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องหนึ่งบนชั้นสอง ในจอภาพสุดฟ้าเห็นชวิศารูดลงไปกับประตูแล้วล้มตัวนอนลงไปกับพื้น สีหน้าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พยายามกักเก็บไว้ เขามองด้วยความสนใจอย่างที่ไม่สามารถหยุดรอยยิ้มของความสนุกสนานไว้ได้

          “ฮ่ะ ฮึก” เสียงนั้นลอดผ่านลำโพงมาเบาๆ หัวใจของชายหนุ่มที่อยู่หน้าจอแอลอีดีเต้นรัว ชวิศาลุกขึ้นถอดกางเกงของตัวออก แล้วดึงอุปกรณ์ที่สุดฟ้าสอดไว้ใส่ออกมา สุดฟ้ารู้สึกอึ้งไปนิดๆ เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าชวิศาจะทำแบบนี้ เพราะ ชายหนุ่มคิดว่าอุปกรณ์ดังกล่าวต้องอยู่ในตัวชวิศาไปตลอดจนกว่าเขาจะเป็นคนไปนำมันออก

          “ชวิศาเป็นมนุษย์นี่นะ เรื่องแบบนี้ต้องคิดเองได้อยู่แล้ว”

          แม้จะรู้สึกขัดอารมณ์อยู่บ้าง แต่ภาพการเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ในจอภาพก็ปลุกเร้าความปรารถนาของชายหนุ่มขึ้นมา มือเรียวเล็กกำลังรูดรั้งปลดเปลื้องความต้องการของตัวเองอยู่ต่อหน้าต่อตาของสุดฟ้าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ามีใครบางคนจับจ้องอยู่ เพราะชวิศายังคงใส่เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมซึ่งฝังไมโครโฟนขนาดจิ๋วไว้ เสียงที่ดังผ่านลำโพงจึงดังชัดเจน สุดฟ้ากลืนน้ำลายดังเอื้อก ฝ่ามือเลื้อยผ่านขอบกางเกงยางยืดเข้าไปกอบกุมความเร่าร้อนของตนบ้าง สายตาจับอยู่ที่ภาพบนหน้าจอ ขยับมือแทบจะเป็นจังหวะเดียวกับอีกฝ่าย หากไม่นานนักร่างบางตรงหน้าก็ถึงฝั่งฝันไปเสียก่อน สุดฟ้าชะงัก ความปรารถนายังคงร้อนรุ่มแข็งขืนอยู่ในฝ่ามือ เขาหัวเสีย ก่อนจะขยับมืออีกครั้งด้วยความหัวเสียเช่นเดียวกัน ต่อจากนั้นอีกชั่วอึดใจของเหลวขาวขุ่นจึงถูกปลดปล่อยออกมา ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด หันหลังเดินออกจากห้องเพื่อกำจัดกลิ่นคาวที่แสนน่าสะอิดสะเอียน

          ร่างในจอยังคงนั่งนิ่งหลังพิงกับบานประตู ไม่ว่าจะด้วยเพราะเจ้าแมลงสอดแนมจะอยู่ห่างออกมาค่อนข้างไกล หรือเป็นเพราะความละเอียดของภาพ แต่น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างเงียบเชียบนั้น ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลย

 

 

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...