น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : เจ้าชายปลาร้าสับ

อ่าน 451
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
17 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 11 ก.ค. 2560 16:36 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง มุมฉาก
ขีดเขียนหน้าใหม่ (45)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 2. บทนำที่ 2

เขียนเมื่อ วันที่ 11 ก.ค. 2560 16:45 น.
«•
•»

 

     "ภาคิน" วางแฟ้มเอกสารแล้วปิดมันลง ตั้งแต่ช่วงบ่ายเขาต้องวุ่นวายกับเอกสารกองโต รู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นพระอาทิตย์อัศดง ถึงเวลาต้องกลับบ้านเสียที พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลไปประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าคู่กายเดินออกจากห้องทำงาน หลังขังตัวอยู่ภายในนั้นตั้งแต่มื้อกลางวัน ภายในบริษัทค่อนข้างเงียบเหงาวังเวง เหลือเพียงพนักงานแผนกบัญชีไม่กี่คน

     “กลับบ้านนะครับคุณภาคิน เดี๋ยวผมไปเรียกลุงน้อยให้” รปภ.นายหนึ่งปรี่เข้ามาสอบถาม

     “วันนี้ผมขับเอง พี่สมานบอกลุงน้อยด้วยว่า พรุ่งนี้เอารถตู้มาผมรับตอนเช้า” ภาคินส่งยิ้มให้ขณะตอบกลับ

     “ผมถือของให้เองครับ”

     สมานแย่งกระเป๋าหนังสีดำมาครอบครอง หัวหน้ารปภ.เดินนำอย่างนอบน้อมไปยังจอดรถช่องพิเศษ ภาคินยิ้มกว้างด้วยความปลึ้มปิติ เขาโชดดีมากที่มีพนักงานขยันขันแข็งแบบพี่สมาน ท่านประธานใหญ่เดินไปเตะบางอย่างที่อยู่บนพื้น

     “ไขควงปากแบนนี่นา” คนพูดก้มลงหยิบสิ่งที่ตนสะดุด “พี่สมานครับ วันนี้มีช่างมาซ่อมแอร์หรือเปล่า”

     “ไม่มีนะครับ วันนี้ไม่มีช่างเข้ามาในบริษัทเลย” สมานใช้ความคิดอย่างรอบคอบ ทว่าเขาก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี “เดี๋ยวผมจะรีบสอบถามทุกคนให้ แล้วพรุ่งนี้จะรีบรายงานคุณภาคินทันทีครับ”

     “ไม่ต้องหรอก” ภาคินรีบห้าม “ใครซักคนคงบังเอิญทำหล่น ผมฝากไว้ที่พี่แล้วกัน”

     หัวหน้ารปภ.รีบรับไขควงมาไว้ในมือ แล้วยืนตรงทำความเครพท่านประธานใหญ่ ภาคินส่งยิ้มอำลาแล้วขับรถจากไป หลังฝ่าการจราจรสุดโหดมาจนถึงทางด่วน ถนนจึงเริ่มโล่งสามารถใช้ความเร็วได้ รถสปอร์ตสีขาววิ่งแซงทุกคันราวฉีกกระดาษ ทว่าเพียงไม่นานคนขับก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมีแสงไฟซีนอนสีขาวไล่ตามจากด้านหลัง

     ซูบารุอิมเพรสซ่าสีน้ำเงินคันหนึ่งวิ่งมาจ่อท้าย ภาคินเพิ่มความเร็วแต่อิมเพรสซ่ายังกัดไม่ปล่อย คนขับยิ้มให้ตัวเองแล้วหักออกเลนซ้าย เขาควรเล่นกับเพื่อนใหม่ซักพักหนึ่ง เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์เจอร์คำรามกึกก้อง ตามติดมาด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่เมดอินเจแปน แม้ใช้ความเร็วสุงแต่คนขับทั้งคู่ฝีมือดี การแข่งครั้งนี้จึงเฉียบคมและปลอดภัย หลังได้สนุกอยู่พักใหญ่ก็ถึงเวลาแยกย้าย เส้นทางข้างหน้าเป็นทางแยกต่างระดับ ภาคินเปิดไฟเลี้ยวซ้ายให้สัญญานสงบศึก อิมเพรสซ่าสีน้ำเงินเข้ามาเทียบด้านขวา คนขับรูปร่างสันทัดชูนิ้วโป้งพร้อมส่งยิ้ม ภาคินชูมือรับตามมารยาทที่ดี รถทั้งสองคันแยกจากกันไปคนละทาง

     เสียงเครื่องยนต์เมดอินเยอรมันหวานใส คนขับยิ้มให้พวงมาลัยพลางผิวปากเพลงลูกทุ่ง ฉับพลันมีเสียงดังตุมมาจากท้ายรถ พร้อมไฟเตือนสีแดงโชว์หราบนแผงหน้าปัด ภาคินต้องชลอความเร็วด้วยความเยือกเย็น กระทั่งรถจอดสนิทจึงลงไปดูเหตุการณ์ ยางหลังด้านซ้ายเกิดรูรั่วแบนแต๊ดแต๋ ท่านประธานใหญ่ถอนหายใจพร้อมเคาะกระโหลก

     แค่ปะยางครู่เดียวก็เสร็จแล้วน่า เขาเดินไปท้ายรถเพื่อหยิบกล่องอุปกรณ์ฉุกเฉิน บังเอิญได้เห็นบางสิ่งบางอย่างบนฝากระโปรงหลัง มันคือกระดาษใบหนึ่งเขียนด้วยลายมือไก่เขี่ย จับใจได้ประมาณนี้

     “ไปตายเสียเถอะไอ้คนนิสัยไม่ดี เมื่อสิ้นแสงแห่งตะวัน นางไซเรนรูปงามจะมาจัดการแก”

     ภาคินอ่านข้อความทบทวนไปมา แต่ก็ยังไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว ถ้านี่คือคำขู่…คงเป็นคำขู่ที่น่ารักคิกขุไปหน่อย แล้วนางไซเรนคือใครเขาไม่รู้จักเลย อันที่จริงลายมือห่วย ๆ แบบนี้หาตัวไม่ยาก ก็แค่พนักงานมือบอนคนหนึ่งล่ะมั้ง

     เขาขยำกระดาษใบนั้นแล้วเขวี้ยงทิ้ง จากนั้นจึงเริ่มทำงานที่ควรทำเสียที ชุดปะยางฉุกเฉินทำหน้าที่ได้สมราคาแสนแพง แค่ใช้น้ำยาอุดที่รอยรั่วซึมจากด้านนอก แล้วเติมลมด้วยปั๊มลมไฟฟ้าตัวจิ๋ว แค่เพียง 20 นาทียางรถยนต์ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

     ขณะที่ภาคินกำลังวัดลมยางอยู่นั้น มีรถกระบะยกสูงสีดำวิ่งมาจอดด้านหลัง ผู้โดยสารจำนวน 2 คนเดินลงมาจากรถ ชายหนุ่มผมสั้นเกรียนเสนอตัวเองช่วยเหลือ ชายหนุ่มผมยาวยืนสงบนิ่งไม่พูดไมจา

     “รถเป็นอะไรครับ ให้พวกผมช่วยดีไหม” คนพูดยิ้มกว้างแสดงน้ำใจ

     “ยางแตกครับ แต่ผมปะเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์ลงมาช่วย” ภาคินตอบกลับพลางยิ้มคืน

     “อ้าวเหรอ” คนถามเกาหัวแก้เกี้ยว “งั้น…ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกผมขอตัวแล้วกัน”

     ชายคนเดิมตอบกลับตามมารยาทที่ดี ขณะที่อีกคนคอยมองรถจากด้านหลัง ทั้งคู่เดินย้อนกลับไปยังรถตัวเอง ภาคินจึงเลิกสนใจแล้วทำหน้าที่ต่อ รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทีล่ะนิด ใครบางคนโผล่ออกมาจากรถพร้อมแสยะยิ้ม

     ขณะที่ภาคินจัดเก็บอุปกรณ์อยู่ด้านหลังรถ เขาถูกฟาดด้วยไม้เบสบอลเข้าที่หัวอย่างแรง คนโดนฟาดล้มคว่ำบนพื้นถนน ส่วนคนฟาดกระโดดลงมาจากรถกระบะ ชายหนุ่มผมยาวทิ้งไม้เบสบอลในมือ แล้วเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตสีขาวราคาแพง นี่คืองานที่ง่ายดายที่สุดในรอบหลายเดือน และน่าจะทำเงินก้อนโตมากพอควร

     รถสปอร์ตสีขาวเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ทว่ากุญแจรีโมทอยู่กับเจ้าของบนพื้นถนน จึงวิ่งได้เพียง 20 เมตรแล้วหยุดนิ่งไม่ทำงาน หัวขโมยพยายามแก้ไขทุกวิถีทาง ทว่าไม่มีอาการตอบสนองแม้แต่นิดเดียว

     เจ้าของรถตัวจริงเริ่มขยับตัวได้แล้ว ภาคินฝืนความเจ็บปวดฝืนลุกขึ้นยืนสำเร็จ เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปหารถตัวเอง พร้อมไม้เบสบอลที่คนร้ายโยนทิ้งข้างทาง นึกแล้วเชียวว่าพวกนี้ไม่ใช่คนดี แต่ไม่คาคคิดว่าจะโดนเล่นงานกระทันหัน

     เมื่อกุญแจรีโมทเข้าใกล้รถในระยะ 5 เมตร เครื่องยนต์รถสปอร์ตสีขาวก็พลันสตาร์ทติด พร้อมกันกับเสียงระเบิดดังกึกก้อง ประกายไฟสีส้มแดงพุ่งขึ้นสุงราวดอกเห็ด ภาคินเห็นรถตัวเองไฟลุกท่วมระยะประชิด แรงอัดอากาศจากระเบิดพุ่งเข้าปะทะใบหน้า ท่านประธานใหญ่สติดับวูบขณะลอยคว้างกลางอากาศ

     --------------------------------------------------------------------------

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.7
โหวต 8.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

9 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...