น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : เจ้าชายปลาร้าสับ

อ่าน 450
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
17 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 11 ก.ค. 2560 16:36 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง มุมฉาก
ขีดเขียนหน้าใหม่ (45)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. บทนำที่ 1

เขียนเมื่อ วันที่ 11 ก.ค. 2560 16:41 น.
•»

 

     “ไล่ออก...! ผมถูกไล่ออกเหรอพี่”

     “แต้ม” ชายหนุ่มรูปร่างผอมสุงตกใจจนตาเหลือก มือไม้พลอยหมดเรี่ยวแรงปล่อยปากการ่วงหล่นพื้น วันนี้เขามาถึงที่ทำงานเป็นคนแรกเหมือนเช่นเคย ทว่าต้องพบพานข่าวร้ายที่สุดในรอบ 26 ปี นั่นคือโดนไล่ออกจากงานที่ตัวเองรัก

     “อย่าเรียกว่าไล่ออกเลยว่ะ พอดีบริษัทต้องการลดค่าใช้จ่าย เลยจำเป็นต้องเลิกจ้าง”

     “กุ่ย” หนุ่มตาตี่ผิวขาวหุ่นท้วมสีหน้าบอกบุญไม่รับ กำลังยืนหน้าชื่นอกตรมขื่นขมใจ เพื่อแจ้งข่าวร้ายให้ผู้ที่เป็นลูกน้อง เข้าเป็นหัวหน้าแผนกตกแต่งภายในบริษัทแห่งนี้ และมีแต้มเป็นผึ้งงานตัวฉกาจประหนึ่งมือขวา

     “ไม่ตลกเลยพี่กุ่ย ผมทำอะไรผิดบริษัทถึงไล่ออก”

     คนโชดร้ายสวนกลับท่าทางตื่นตระหนก แต้มยังคงมืนงงไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง คำถามข้อนี้ทำเอาอีกฝ่ายไปไม่เป็น กุ่ยอึดอัดใจมากที่คนสนิทต้องโดนไล่ออก เขาทำได้แค่เพียงตบไหล่เบา ๆ ให้กำลังใจ

     ”แต้มเอ๊ย…ข้าเสียใจด้วยจริง ๆ” คนปลอบใจถอนหายใจ “บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องนั้นก็ได้มั้ง”

     “เรื่องนั้น ! เรื่องนั้นจบไปแล้วนี่นา หรือพี่คิดว่าผมเป็นคนสร้างปัญหา” คนโดนปลอบเริ่มเสียงแข็ง

     “เฮ้ยไอ้บ้า ! ข้าไม่เคยคิดแบบนั้นโว้ย ก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง มันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้”

     คำปลอบใจไม่ได้ทำให้แต้มดีขึ้นเลย เขายังคงกำสองมือตนเองแน่นขนัด พลางจ้องโต๊ะทำงานราวกับโกรธกันมาทั้งชีวิต ทว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเก้าอี้ประจำเสียงดังโครม

     “โธ่โว้ย ! ทำไมมันถึงแบบนี้ ผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานแล้ว” คนพูดมีแววตาสุดปวดร้าว

     “เรื่องนี้เอ็งไม่ห่วงหรอก เพราะว่า เอ่อ… คือว่ามัน” กุ่ยพูดติด ๆ ขัด ๆ ไม่เป็นประโยค

     “พี่กุ่ย มีอะไรพูดมาตรง ๆ ได้ไหม” แต้มขึ้นเสียงสูงเพราะรับรู้สิ่งผิดปรกติ

     “โธ่ เอ็งอย่าพูดแบบนี้สิวะ เรื่องนี้คือว่ามัน…มัน” กุ่ยเริ่มมีอาการลิ้นคับปาก

     “คุณอย่าไปว่ากุ่ยเขาเลยแต้ม ผมต่างหากที่ควรโดนด่ามากที่สุด”

ขณะที่ชายสองคนคุยโต้ตอบไปมาอยู่นั้น พลันมีเสียงบุรุษที่สามสอดแทรกมาจากด้านหลัง ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมตัวเล็กเดินเข้าใกล้ กรอบแว่นสีทองและทรงผมเชย ๆ ทำให้เขาดูแก่กว่าวัย แต้มอุทานชื่อผู้มาใหม่แล้วรีบสอบถาม

     “คุณพนม คุณพนมครับ ทำไมผมถึงโดนไล่ออก ?” คนพูดจ้องมองด้วยความหวัง

     “เรื่องนี้มันงี่เง่ามาก” พนมสบถเบา ๆ แล้วถอนหายใจ เขาเดินมาหยุดตรงหน้าแต้ม “ผู้บริหารตั้งใจโยนบาปมาที่คุณ ก็ไอ้เรื่องโครงการที่พลาดไปนั่นแหละ ผมพยายามคัดค้านแล้วนะแต้ม แต่พวกนั้นจะเอาคุณออกให้จงได้ แย่ชะมัด”

     “ท่านประธาน” แต้มพูดสวนทันควัน “ท่านประธานเป็นคนใจดี ถ้าผมไปอธิบายเขาต้องเข้าใจแน่”

     ไอ้หนุ่มผมยาวพยายามดิ้นรนหาทางแก้ไข เขาลุกขึ้นยืนปุบปับแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้า กุ่ยต้องรีบเอาร่างหนา ๆ เข้าขวางโดยด่วน เพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายมากไปกว่านี้

     “อย่าไปเลยไอ้แต้ม ตอนนี้เอ็งกำลังใจร้อน เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่” คนห้ามพยายามรั้งตัวอีกฝ่าย

     “งั้นผมรอคุยหลังเลิกงาน” แต้มอ้อนวอนด้วยแววตา

     “เอ็งไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก” กุ่ยส่ายหัวไปมา “ เพราะว่า คือว่า คือว่า คือ…”

      จากที่เคยเป็นคนพูดเก่งชนิดน้ำไหลไฟดับ กลับกลายมาพูดติดอ่างจนไม่เป็นประโยค แต้มจ้องมองหัวหน้าตัวเองด้วยความสงสัย เมื่อไม่ได้คำตอบจึงหันไปหาคุณพนมบ้าง พนักงานอาวุโสจำต้องเฉลยอย่างเลี่ยงไม่ได้

     “นายโดนไล่ออกวันนี้เลย และต้องออกจากที่นี่ก่อนบ่าย 2โมง ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่จ่ายเงินให้”

     ไอ้หนุ่มผมยาวตกใจแทบเสียสติ เขาโดนไล่ออกจากงานและมีผลภายใน 2 ชั่วโมง แต้มหายใจเสียงดังนึกคิดอะไรไม่ออก เกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วทำไมต้องเป็นเขาด้วย กุ่ยตรงเข้ากอดลูกน้องคนสนิทด้วยความสงสาร เสียงหายใจฟึดฟัดของแต้มทำให้เศร้าใจหนักกว่าเดิม เขาอยากช่วยเหลือแต้มแต่ก็อับจนซึ่งหนทาง

     “ไม่มีทางแก้ไขได้เลยเหรอพี่” น้ำเสียงคนพูดแหบแห้งกว่าเก่า แต้มมองทุกคนด้วยใบหน้าสิ้นหวัง

     “ความคิดท่านประธาน” พนมเป็นคนพูดต่อ “เขาเคยบอกว่าบริษัทเราต้องจัดการให้เด็ดขาด ไอ้พวกงี่เง่านั่นก็เลยบ้าจี้หวังเอาหน้า คุณจะได้เงินเดือนบวกเงินพิเศษ 8 เดือนนะแต้ม นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำให้คุณได้”

     พนมตบไหล่แต้มเบา ๆ เพื่อปลอบใจ แล้วเดินส่ายหัวจากไปพร้อมบ่นพรึมพรำ แต้มหายใจติดขัดพูดจาไม่เป็นประโยค เหมือนโลกทั้งโลกพังทลายต่อหน้าต่อตา วันนี้เขามีไอเดียใหม่เอี่ยมจะนำเสนอให้กับทีม แต่มันไร้ค่าสูญเปล่าไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เมื่อเขาโดนไล่ออกก็คือตกงาน เมื่อไม่มีงานชีวิตก็ไร้ความหมาย ชีวิตที่ไร้ความหมายคือความว่างเปล่า

     “ทำใจให้สบายนะไอ้แต้ม แล้วเก็บของใช้ส่วนตัวไปก่อน” กุ่ยถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบ “ข้าจะไปแผนกบุคคลแล้วรีบกลับ อย่าคิดมากโว้ย มองไปที่อนาคตดีกว่า เงินที่เอ็งได้ไปก็เยอะอยู่ เอาไปลงทุนขายของได้เลย”

     คนพูดเดินจากไปในที่สุด ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งใบ้เพียงลำพัง แต้มจ้องมองข้าวของมากมายบนโต๊ะ เขาตั้งใจหยิบบัตรพนักงานขึ้นมาถือ แต่ดันสะกิดแก้วกาแฟร่วงหล่นลงพื้น ผู้โชดร้ายจ้องมองเศษแก้วพลางครุ่นคิด ความเสียใจเศร้าซึมแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น แค้นที่ตนต้องโดนทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว แค้นที่ตนไม่มีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง

     รถเบนส์ปอร์ตสีขาวคันงามวิ่งเข้ามาในรั้วบริษัท เจ้าหน้าที่รปภ.ให้สัญญานเข้าจอดในช่องพิเศษ แต้มจ้องมองผ่านหน้าต่างด้วยแววตาแข็งกระด้าง เขามีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องทำ…เพื่อท่านประธานใจร้าย

     -------------------------------------------------------------------------

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.7
โหวต 8.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

9 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...