น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Fairy tales มิตรภาพของเด็กหญิงและเหล่าภูตตัวน้อย

อ่าน 518
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 8 ก.พ. 2558 17:39 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง snowred
ขีดเขียนในตำนาน (755)
เด็กเข้าเรียน (111)
เด็กหัดอ่าน (157)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. บทที่ ๑: ก่อเกิดสายสัมพันธ์

เขียนเมื่อ วันที่ 8 ก.พ. 2558 17:47 น.

บทที่ ๑

ก่อเกิดสายสัมพันธ์

               ทุกคืนก่อนนอน แม่มักจะเล่าให้หนูฟังอยู่เสมอว่า สิ่งต่างๆ มักจะมีจิตวิญญาณอยู่ ซึ่งในรูปตัวตนนั้นเราจะเรียกว่า ภูต เรื่องนี้ทำให้หนูมองอะไรๆ ที่คิดว่าภูตน่าจะสถิตอยู่เป็นประจำ แม้นจะเป็นเพียงจินตนาการจากเรื่องเล่าในนิทานก็ตามที แต่หนูก็ยังคงเชื่อเสมอว่าพวกเขาจะมีตัวตนอยู่จริง

                ในวันหนึ่งที่หนูนั่งอ่านหนังสือไปพลางทานขนมทองหยอดใต้ร่มเงาไม้ ซึ่งมีแสงอาทิตย์ส่องลอดรำไรผ่านแมกไม้ จนเกิดเป็นประกายวิบวับและลายบนพื้นล่างสวยงาม ระหว่างที่ทำกิจกรรมยามว่างอย่างเพลิดเพลินนั้น ก็มีเสียงเล็กแหลมหวานใสดังขึ้น

                “ฮึบ หนักจัง”

                “!?”

                ขนตามร่างพลันลุกชันขึ้นมาเพราะความตกใจและหวาดกลัว ว่าเจ้าของเสียงเมื่อครู่ใช่ผีหรือไม่ แต่พอมาคิดอีกทีว่านั่นอาจจะเป็นภูต ใจที่เต้นรัวเมื่อครู่จึงค่อยผ่อนความเร็วลง หนูหยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นระหว่างหน้ากระดาษ แล้วค่อยๆ เข้าไปดูในถาดปิ่นโตซึ่งใส่ขนมทองหยอดไว้อย่างระแวดระวัง และใช้ซ้อมเขี่ยขนมให้แยกออกจากกัน ก่อนจะพบกับเด็กผู้หญิงที่สูงเพียง ๗ เซนติเมตร ผมสั้นสีทองที่เกล้าผมส่วนหนึ่งเป็นมวยนั้น แทบจะกลืนกับสีขนมทองหยอด เธอสวมสไบสีทองแก่ทับผ้าที่พันด้านใน และนุ่งโจงกระเบนสีขาว

                ใช่จริงด้วย …ภูต …ตนนี้ต้องเป็นภูตขนมทองหยอดแน่เลย

                ตอนนี้ภูตขนมทองหยอด (จากที่หนูคาดดูแล้ว) กำลังนอนงอเข่าคุดคู้พร้อมกับใช้มือปิดหน้า ร่างสั่นระริกอย่างน่าเห็นใจ ดูท่าว่าเธอคงกำลังกลัวหนู

                “สวัสดีจ้ะ เธอคงเป็นภูตขนมทองหยอดสินะ” หนูกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดูเหมือนว่าจะได้ผลเพราะภูตตนนี้เริ่มหายสั่น กระนั้นก็ยังไม่คลายร่างที่คุดคู้ออก เธอถามหนูอย่างกล้าๆ กลัวๆ

                “ช่ะ ใช่ เราเป็นภูตขนมทองหยอด ท่ะ ท่านคงจะทำร้ายเราสินะ …อย่า อย่า เรากลัวแล้ว ปล่อยเราไปเถิดท่านผู้มีเมตตา หากท่านมิทำร้าย เราสัญญาว่าจะคอยรับใช้มิว่าเรื่องไหนจะยากเย็นก็ตามที …ได้โปรด” แย่แล้ว ภูตขนมทองหยอดไม่ยอมหยุดกลัวเลย เธอคงจะเคยได้ยินเรื่องที่มนุษย์และสัตว์อื่นๆ ชอบทำร้ายสินะถึงเป็นเช่นนี้ หนูถอนหายใจพร้อมกับคลี่ยิ้มบางแล้วเอ่ย

                “ไม่ทำร้ายหรอกจ้ะ เชื่อเถอะนะจ๊ะ เราสัญญาว่าจะดูแลเป็นอย่างดี และจะดียิ่งขึ้นหากเธอมาเป็นเพื่อนกับเรา” ภูตขนมทองหยอดค่อยๆ คลายร่างออก ดวงตากลมโตสีทองเหลืองทำให้หนูนิ่งไปพักหนึ่งเพราะความหลงใหล นัยน์ตาคู่นั้นจ้องหนูพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอ ก่อนที่ความรู้สึกผิดจะเข้ามาที่ไปดูว่าเจ้าของเสียงตอนแรกใช่ภูตหรือไม่ มิเช่นนั้นเธออาจจะไม่ร้องไห้อย่างนี้ก็ได้

                “จริง… จริงนะ?” น้ำเสียงจากตอนแรกที่สั่นเครือ มาตอนนี้เปลี่ยนเป็นสงบ หนูพยักหน้าให้ก่อนจะกล่าวย้ำ

                “จริงๆ จ้ะ” หนูยื่นนิ้วก้อยให้ภูตขนมทองหยอด เธอมองนิ้วอย่างฉงนก่อนจะถาม “นี่ทำไมฤ?”

                “เกี่ยวก้อยสัญญาจ้ะ” ภูตตนนี้นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นนิ้วก้อยที่เล็กมากๆ เท่าตัวมดมาแตะของหนู (อันเนื่องจากนิ้วไม่ยาวพอจะเกี่ยวได้ จึงเปลี่ยนเป็นแตะแทน) ริมฝีปากยิ้มบางๆ เพราะความเอ็นดูกับความน่ารักของภูตตัวน้อย

                “อืม… ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย เราชื่อใบบัว แล้วเธอล่ะจ๊ะ?” หนูไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะรู้จักการแนะนำตัวไหม แต่ก็อยากลองถามดูก่อน “เรามิมีชื่อดอก เราให้ท่านตั้งนามได้เลย” อีกฝ่ายเชิญเองเช่นนี้ก็ไม่อยากปฏิเสธ หนูนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว

                “ทองกลม… ไม่ดีกว่า …เอาเป็นใบทองดีไหมจ๊ะ?” ภูตขนมทองหยอดเบิกตากว้างพร้อมกับประกายวิบวับ เธอยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ย “ดีๆ เอาเป็นชื่อนั้นนะ”

 ดูเหมือนว่าใบทองจะไว้ใจแล้ว เพราะตอนนี้เธอเดินขึ้นมาบนตักของหนู แล้วใช้มือเล็กๆ นั่นดึงเสื้อด้วยความดีใจ กิริยานั้นทำให้หนูยิ้มแทบไม่หุบ เพราะความน่ารักที่แฝงไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์ปรกติที่มีแต่ความดำมืดยากจะหยั่งถึง …หนูอดเปรียบเทียบไม่ได้กับบุคคลที่ตนเองเคยประสบเจอมา พวกเขาทำให้หนูแทบไม่กล้าเป็นเพื่อนกับมนุษย์คนไหนอีก

               “…” หนูเงียบไปพักหนึ่ง เพราะกำลังจมปรักกับอดีตและความเศร้าที่ถาโถมเข้ามา จนใบทองที่เมื่อครู่ดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้นนั้นพลอยเงียบตามไป เธอมองหนูตาแป๋วพร้อมกับฉายแววไม่สบายใจออกมา

               “ใบบัว ท่านเป็นอันใดไป …น้ำนั่น เราเกลียดที่สุดเลย อย่านะ ได้โปรด”

               น้ำนั่น?

                พอได้ยินคำนั้นก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองร้องไห้ หนูรีบปาดน้ำตาอย่างรวดเร็วเพราะอายกับสภาพน่าเวทนานี้ และไม่อยากทำให้ใบทองพลอยร้องไห้ไปด้วย พอมาสังเกตอีกทีก็พบว่าศีรษะของเธอเปียก คงเป็นเพราะน้ำตาของหนูหยดลงใส่

                “น้ำแห่งความโศกเศร้านั้นน่ากลัวเหลือเกิน…” ใบทองพึมพำเบาๆ ก่อนจะขึ้นมาไต่บนร่างของหนูโดยใช้เสื้อนักเรียนคอบัวเป็นที่ยึด ทว่าพอไปได้ไม่ถึงไหนเธอก็ตกลงไป แต่ดีที่หนูใช้มือรองรับได้ทันจึงไม่เป็นไร เมื่อเป็นเช่นนั้นหนูจึงเลื่อนมือมาใกล้ๆ ก่อนที่ใบทองจะยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วใช้มือปาดน้ำตาของหนูให้ …สัมผัสอ่อนโยนอันแสนอบอุ่นนั้นทำให้จิตใจเริ่มหายเศร้า แม้มือจะเล็กมากแต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านมานั้นก็ชัดเจนไม่แพ้กัน

                “ไยมนุษย์ถึงมีเรื่องให้โศกเศร้านัก …เราเกลียด นับตั้งแต่ที่ได้รู้จักสรรพสัตว์มา มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเวทนาที่สุด” ใบทองเอ่ยกับตนเองไปพลางเช็ดน้ำตาให้เรื่อยๆ จนหนูต้องจับมือเล็กๆ นั่นออก ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างขมขื่น

                “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะจ๊ะ จริงๆ แล้วมนุษย์มีความสุขมากกว่าที่เธอเห็นอีกนะจ๊ะ” ดวงตาสีทองเหลือของภูตขนมทองหยอดมองหนูอย่างไม่เข้าใจ เธอหลุบตาลงก่อนจะตอบ

                “ก็เป็นเช่นนั้นจริง แต่พวกเขาเต็มไปด้วยกิเลสยิ่งกว่าเดรัจฉาน” หนูนิ่งไปพร้อมคำพูดของใบทอง

               …กิเลส นั่นสินะ ทำไมเราถึงไม่เคยนึกมาก่อน

หนูถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ คิดมากไปก็ปวดศีรษะ ชวนสนทนาเรื่องอื่นดีกว่า

               “ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น …แต่ตอนนี้เราอย่าไปใส่ใจเลย เดี๋ยวสุขภาพจิตไม่ดีนะจ๊ะ” หนูกล่าวพร้อมกับยิ้มกว้างเผื่ออีกฝ่ายจะสบายใจ ใบทองพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงตกลง หลังจากนั้นก็ไม่มีเคยเอ่ยอะไรอีก

               ใบทองเปลี่ยนยืนเป็นนั่ง พอผ่านไปสักพักเธอก็หลับไป …หลับทั้งนั่ง หนูมองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู พร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มเบาๆ ตามร่างของเจ้าตัว เพราะความนึกอย่างแกล้งและทดสอบดูว่าเธอหลับจริงๆ หรือเปล่า

               หลับจริงด้วย

               หนูขำเบาๆ กับความขี้เซาของอีกฝ่าย ภูตขนมทองหยอดหลับง่ายจัง ระหว่างที่คิดด้วยความขบขันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ …ถ้าเกิดหนูพาใบทองกลับบ้านจะเป็นอะไรไหมนะ คงไม่เป็นไรหรอก ถ้าเกิดซ่อนเธอและดูแลดีๆ ก็น่าจะพอไปได้ คิดได้ดังนั้นหนูจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองมาเช็ดร่างอีกฝ่าย ลืมไปได้อย่างไรว่าเธออยู่กับขนมหวาน ดูซิเนื้อตัวเหนียวไปหมด เมื่อครู่คงตื่นเต้นมากไปที่ได้เห็นภูตจึงลืมและไม่รู้สึกตัว พอเช็ดเสร็จหนูก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าอีกผืนมาพันร่างภูตตนนี้ ก่อนจะค่อยๆ ประคับประคองไว้ในกระเป๋าของตนเอง …ได้แล้ว ทีนี้ก็กลับบ้าน

               หลังจากนั้นหนูก็เก็บหนังสือและปิ่นโต ลุกขึ้นยืนแล้วออกเดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับบ้าน ผ่านไร่และนาตามทาง สถานที่หนูอาศัยอยู่กึ่งเมืองและชนบท เลยพ้นจากความแออัดจากตัวเมือง กระนั้นก็ไม่ถึงกับลำบากแม้จะอยู่เกือบในชนบทจริงๆ

               “สวัสดีค่ะ” หนูยกมือสวัสดีแม่ที่กำลังรดน้ำตาไม้อยู่เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว ท่านยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะเอ่ย “สวัสดีจ้ะ ทำไมเดี๋ยวนี้กลับมาช้าล่ะจ๊ะ”

               “ก็ไปนั่งเล่นน่ะค่ะ”

               “เฮ้อ ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นไร …ถึงอย่างนั้นกลับเร็วบ้างก็ดี อันตรายมีอยู่รอบด้านนะจ๊ะ” น้ำเสียงของแม่เริ่มแฝงไปด้วยความกังวล หนูยิ้มบางๆ ก่อนจะเข้าไปกอดแม่ ท่านเองก็กอดกลับและลูบศีรษะหนูอย่างอ่อนโยน

               “อย่าห่วงเลยค่ะแม่ หนูไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”

               “ฮื่อ อย่าทำให้แม่เป็นห่วงนักสิจ๊ะ …ตอนนี้เย็นมากแล้วเข้าไปกินอะไรก่อนดีกว่านะจ๊ะ” หนูพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับแม่

               .

               .

               .

               พอทานอาหารเสร็จหนูก็ช่วยแม่ล้างจาน ก่อนจะนำเศษเหลือไปให้แมวพันธุ์วิเชียรมาศที่ชื่อ โกโก้ ซึ่งเลี้ยงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วเมื่อมันกลับมาบ้าน หลังจากไปซุกซนข้างนอก เจ้าโกโก้ทานอย่างเอร็ดอร่อยจนทำให้หนูอดคิดไม่ได้ว่าสัตว์ไม่รังเกียจน้ำลายคนบ้างหรือไร

               หนูสลัดความคิดไม่ดีนั้นออก แล้วนึกได้ว่าตนเองนำภูตขนมทองหยอดกลับมาบ้านด้วย หนูจึงขึ้นไปที่ห้องนอนตนเอง แล้วหยิบกระเป๋าที่คล้องไว้กับที่ห้อย ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างเล็กๆ ในห่อผ้าออกมา …ตายแล้ว! หนูคิดอะไรตื้นจริง ห่อผ้าอย่างนี้เธอก็หายใจไม่ออกนะซี หนูรีบคลี่ผ้าออกก่อนจะหยิบกระดาษมาพัดให้อย่างร้อนรน หวังว่าจะไม่เป็นไรนะ

               “อือ…” ใบทองครางเบาๆ พร้อมกับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย พอเธอปรับตัวได้จึงมองไปรอบๆ แล้วถามหนูอย่างฉงน “เรามาที่นี่ได้อย่างไร? ท่านพามาฤๅ?”

               “ใช่จ้ะ ต่อจากนี้ที่นี่ก็คือบ้านของเธอนะจ๊ะ” ใบทองเงียบไปแล้วมองรอบๆ อีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณมากที่ให้เราอยู่กินด้วย” หนูคลี่ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ

               “ดีจัง ต่อจากนี้ก็มาอยู่ด้วยกันตลอดเลยนะ” ใบทองมองหนูตาแป๋ว แล้วพยักหน้าเบาๆ ระหว่างนั้นจู่ๆ ร่างของเธอก็จางจนมองทะลุไปถึงข้างหลังได้ หนูเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใจหายวาบขึ้นมาเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป

               “ใบทอง! เธอเป็นอะไรไป?!” ใบทองเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน เธอกล่าวเสียงดังอย่างร้อนรน “ขนมทองหยอด โปรดนำมาให้เราโดยเร็ว!”

               “จ้ะ!” หนูรับคำแล้วรีบลงไปข้างล่าง ก่อนจะหยิบจานใส่ขนมทองหยอดและย้อนกลับไปบนบ้านอีกครั้ง พอมาถึงก็วางจานไว้บนโต๊ะ แล้วช้อนร่างของใบทองมาอยู่ข้างในจาน เธอมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นมาก เห็นดังนั้นหนูก็พลอยสบายใจไปด้วย

               “เกือบสลายไปแล้ว โชคดีๆ”

               “นี่ จะว่าไปทำไมจู่ๆ ร่างของเธอก็จางไปล่ะจ๊ะ?” ใบทองนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย                “เราเป็นจิตวิญญาณของขนมทองหยอด ด้วยเหตุนั้นหากห่างจากแหล่งกำเนิด ร่างก็จะค่อยๆ สลายไป”

               “อย่างนี้ก็ลำบากสิ” ภูตขนมทองหยอดยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ย “แรกๆ จะลำบากหน่อย แต่หากฝึกการควบคุมพลังในร่างก็จะไปไหนมาไหนได้นานกว่าเดิม …อย่าได้กังวลไปเลย” หนูพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างโล่งอก ถ้าเป็นดังที่อีกฝ่ายกล่าว ก็แสดงว่าหนูยังมีโอกาสที่จะได้เล่นกับใบทองเกือบตลอดเวลา

               “นี่ แล้วภูตที่เป็นจิตวิญญาณอื่นๆ มีไหมจ๊ะ?”

               “มีนะ ทั้งภูตดอกคูน ช็อกโกแลต ทะเล ทุกๆ ที่ต่างก็มีภูตที่เป็นจิตวิญญาณทั้งนั้น แต่ใช่ว่าพวกเขาจะปรากฏตัวให้เห็นง่ายๆ นะ” หนูไม่ถามเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่เลือกจะเงียบมากกว่าเพราะไม่อยากไปสะกิดแผลใจอีกฝ่าย อย่างไรเขาก็มีชีวิต มีจิตใจ ฉะนั้นจึงย่อมมีความรู้สึกที่อ่อนไหว

               “แล้วเธอเคยเจอพวกเขาบ้างหรือเปล่าจ๊ะ?” ภูตขนมทองหยอดเงียบไป เมื่อนึกได้จึงตอบ “เคยนะ รายนั้นเป็นภูตดอกคูน และก็ใครอีกนะ… โอย มีเยอะแยะที่เราเคยเจอ นับมิถ้วยเลยทีเดียวล่ะ” ใบทองอ้าปากอ้าแขนกว้างเพื่อประกอบว่ามีมากเพียงใด หนูขำคิกคักกับท่าทางน่าเอ็นดูนั้น หลังจากนั้นเราก็สนทนาเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหนูเพิ่งนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้ทำการบ้านจึงหยุดเพียงเท่านี้ แล้วไปทำงานที่คุณครูให้มา

               ระหว่างที่หนูเขียนเนื้อหาในสมุด ภูตขนมทองหยอดก็ยกดินสอขึ้นมา แล้วมายืนอยู่บนหน้ากระดาษก่อนจะใช้ดินสอลากเส้นบางๆ ไปมาอย่างเพลิดเพลิน แม้จะตกใจที่อีกฝ่ายทำสมุดเลอะโดยใช่เหตุ แต่พอเห็นท่าทางน่ารักและสีหน้าเอาจริงเอาจังของอีกฝ่ายก็อดยิ้มไม่ได้

               “ฮึบ …หนักจังเลย” ใบทองยังคงพยายามต่อไป พอร่างเส้นเสร็จก็ออกจากจุดที่เคยยืนอยู่แล้วผายมือไปทางภาพ “เป็นอย่างไรบ้าง? งามไหม?”

               “งามจ้ะ” หนูกล่าวไปพลางตบมือเบาๆ ก่อนจะพินิจภาพที่อีกฝ่ายวาดซึ่งเป็นรูปดอกราชพฤกษ์ เห็นดังนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าต้นราชพฤกษ์ที่บ้านจะมีภูตอยู่หรือเปล่า

               หนูยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกให้ใบทองไปทำอย่างอื่นก่อน ภูตขนมทองหยอดมีสีหน้าเหงาๆ แต่ก็ไม่เอ่ยให้หนูเล่นด้วยต่อ เธอยอมออกไปอย่างว่าง่าย จนหนูต้องขอโทษอีกฝ่ายในใจด้วยความรู้สึกผิด

               ในขณะนั้นเอง ไม่แน่ใจว่าหนูตาฝาดหรือเปล่า แต่เมื่อครู่เห็นว่าดอกราชพฤกษ์ที่หลังบ้านมองผ่านนอกหน้าต่างนั้น กำลังเรืองแสงอ่อนๆ ก่อนจะวูบกลับไปเป็นดังเดิม หลังจากนั้นลมก็พัดมาหอบเอากลีบบางส่วนเข้ามาในห้อง แล้วมาตกที่หน้ากระดาษ

               หวังว่าจะได้เจอนะจ๊ะ ภูตราชพฤกษ์

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

10
โหวต 10 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

10 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

10 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

10 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...