นิยาย : love busy of girl รักวุ่นๆของยัยสุดฟิน

อ่าน 738
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 16 ก.ย. 2557 14:05 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง WhitRose
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. จุดเริ่มต้นของการพบกัน #เจอครั้งแรกก็เพี้ยนซะแล้ว

เขียนเมื่อ วันที่ 16 ก.ย. 2557 15:14 น.

แพรณัฐ เด็กสาวผู้ร่าเริง และขี้อ้อนแถมยังมีไหวพริบปฏิพานดีที่พ่วงท้ายมาด้วยความฉลาด(เอ๊...นี่ไรเตอร์แอบชมนางเอกเกินไปป่ะเนี่ย ^o^อิอิ) ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แพรมักจะมีผู้ผู้คนให้ความสนใจอยู่เสมอ แม้แพรจะเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เพียงปีเดียวก็ตามแต่ก็ทำให้อาจารย์และเพื่อนรักและเอ็นดูอยู่ตลอด แต่ก็ยังว่าแหละในเมื่อมีคนรักมันก็ต้องมีคนเกลียด แต่ก็มีเฉพาะกลุ่มของคนขี้อิจฉาริษยา(นางเอกของไรเตอร์สวยกว่าล่ะสิ อิอิ ^_^) อย่างกลุ่มของ ดีน่า ที่มีเพื่อนร่วมแก๊งอย่าง เจนี่ ลิซ่า อลิซ(เรียกว่ามีแต่ลูกครึ่งล้วนๆ)และที่ทำให้กลุ่มของดีน่ายิ่งไม่ชอบแพรมากขึ้นก็คงเป็นเพราะหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนอย่าง แฮรี่ โอสธี หรือว่า ‘รุ่นพี่แฮรี่’ ของทุกคน ก็จะไม่ให้ชะนี เอ๊ย! ชีหึงได้ยังไง ก็พี่แกเล่นเป็นลูกครึ่งผสม อเมริกัน-ไทย-แขก ทั้งสูง ทั้งเข้มแถมจมูกก็โด๊ง..โด่งยังกับสันเขายังไงยังงั้นแหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าฉันมันตายด้านในเรื่องคนหล่อรึเปล่า T3T ก็ดูสิสาเหตุที่ยัยชะ... เอ๊ย ชีไม่ชอบขี้หน้าฉันก็เพราะว่าพี่แฮรี่ดันเกิดอยากที่จะมาสนิทกับฉันซะงั้น มันก็เลยทำให้ยัยดีน่าจากที่ตอนแรกไม่ไม่ค่อยจะชอบฉันอยู่แล้วตอนนี้ก็คงตอนเปลี่ยนเป็นเกลียดเข้าไส้เลยล่ะ แต่สำหรับแพรณัฐนั้นกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด จนบางทีฉันยังคิดเลยว่าฉันเป็นพวกเบี่ยงเบนทางเพศรึเปล่าเพราะว่าขนาดมีหนุ่มหล่อระดับอนันดาหลบซ้าย มาริโอ้หลบขวา มาอยู่ใกล้ฉันแค่เอื้อมแล้วฉันกลับยังไม่รู้สึกอะไร เฮ้อ!สงสัยฉันคงจะเบี่ยงเบนจริงๆล่ะมั้ง ใครก็ได้ช่วยมาทำให้ฉันตื่นทีT_Tเค้าไม่อยากเป็นตุ๊ด! เอ๊ย เป็นทอม พ่อจ๋าแม่จ๋าแพรขอโทษ

หลายเดือนผ่านไป(หลังจากที่นางเอกของเราพร่ำเพ้อ=ไรเตอร์)

“เย้ๆๆๆขึ้นม.๕เทอม๒ ใกล้จะจบแล้วโว้ย!!!^o^”หลังจากเสียงตะโกนซะเสียงดังลั่นของฉันที่ดันไปตะโกนอยู่ในBTS ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนในนั้นเป็นจำนวนมากด้วยการหันมามองฉันกันเป็นตาเดียว โอ้แม่จ้าว! นี่ฉันแพรณัฐนะย่ะไม่ใช่อั้ม  พัชราภา จะได้หันมามองกันขนาดนี้ แต่ก็ช่างเถอะคนมันมีความสุขนี่เนอะ อยากมองก็มองป่ะ หลังจากที่ทุกคนเลิกสนใจฉันแล้วแต่ก็ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ถัดจากฉันไปอีกสามคนหันมามองฉันแบบตาแทบไม่กระพริบ นั่นแน่หลงเสน่ห์ฉันเข้าละสิ(แม้...นางเอกของเรามั่นใจซะจนตุ๊กกี้อายไปเลยนะนี่(-_-)) แล้วทำไมฉันมองนายนั่นแล้วต้องใจสั่นเต้นไม่เป็นสับแบบนี้ด้วยล่ะ โอ๊ย!ยัยแพรเลิกมองเขาได้แล้ว แม้สมองจะสั่งให้ฉันเลิกสนใจนายนั่นแล้ว แต่ใจเจ้ากรรมน่ะสิกับรู้สึกแปลกๆแบบที่ในชีวิตนี้ฉันสาบานได้เลยว่าไม่เคยเป็น หลังจากออกมาจากBTSแล้วฉันก็มุ่งหน้าไปที่โรงเรียนเพื่อที่จะได้มีเวลาไปนั่งเม้าท์กับยัยหลินปิงก่อนเวลาเข้าเรียน

                “แพร ทางนี้ๆมาเร็วๆซิแกฉันมีข่าวเด็ดข่าวด่วนมาบอก เร็วหน่อยสิแกเดินช้ายังกับเต่าพันปีงั้นแหละ”ลลิน หรือยัยหลินปิงเพื่อนคนสนิทของฉันแทบจะกระโดดเต้นโหยงๆ เป็นแร้ง เป็นกา เมื่อฉันเดินไปหาหล่อนอย่างไม่ทันใจ

                “อะไรของแกเนี่ย ยัยหลินปิง ฉันเดินเร็วจนจะติดจรวดไปหาแกอยู่แล้วน่ะยังไม่เร็วอีกเหรอ”

                “ฉันชื่อหลินย่ะ ไม่ใช่หลินปิงคนนะย่ะไม่ใช่แพนด้าน้อย >3< แต่ก็ช่างเถอะฉันมีข่าวเด็ดมาบอกแก มานี่เร็ว”หลังจากที่คาดโทษฉันเสร็จยัยหลินปิงก็ลากฉันเข้ามานั่งในห้องซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครขึ้นมาสักคนจะมีก็แต่ฉันและเพื่อนเท่านั้น(ในตอนนี้นะ)

                “มีอะไรว่ามา ขอให้สมกับท่าทางเต้นแร้งเต้นกาของแกด้วยล่ะยัยหลิน”หลังจากหันซ้ายหันขวาดูว่าปลอดโปร่งโล่งคนแล้ว ฉันก็ต้องยกมือขึ้นมาปิดหูเพราะว่าเสียงกรี๊ดซะดังลั่นของยัยหลินปิงเพื่อนรักของฉัน

                “โอ๊ย ยัยหลินหยุดเดี๋ยวนี้นะแก้วหูร้าวจนมันจะแตกอยู่แล้ว”ฉันบุ้ยหน้าใส่บอกกับยัยหลินปิง

                “แกวันนี้..วันนี้..วันนี้...”

                “อะไรล่ะ แกพูดมาสิ ติดอ่างอยู่แบบนี้ฉันจะรู้ไหม”ยัยหลินปิงยังไม่ทันพูดอะไรก็ดันฉันไปที่หน้าต่างแล้วชี้ให้มองลงไปยังด้านล่างซึ่งกำลังมีฝูงชนกำลังรุมล้อมรอบตัวของชายหนุ่มคนหนึ่ง แต่เอ๊ย! ทำไมหน้าอีตานี่มันคู้น..คุ้นนะ เหมือนกับผู้ชายในBTSคนนั้นที่มองเรา จริงซิอีตานั่นใส่เครื่องแบบของโรงเรียนเรานิ แต่ไม่เคยเห็นหน้าในโรงเรียนนี้เลยนี่ แล้วทำไมฉันต้องเหม่อจนควบคุมสายตาของตัวเองให้เลิกมองเขาไม่ได้ด้วยนี่ โอ๊ย พี่เจมส์ จิ แอนด์ พี่หมาก ปริญ จร้า ช่วยมาทำให้สติของแพรณัฐกลับมาที

                “นี่..ยัยแพร..ยัยแพร..ยัยแพร!!!!!”

                “โอ๊ย!!! นี่ยัยหลินแกจะตะโกนทำไมเนี่ย แก้วหูฉันมันจะแตกอยู่แล้วนี่ จะบ้าหรือไงตะโกนอยู่ได้!!!”พอได้ทีฉันเลยตะโกนใส่ยัยหลินปิงกลับบ้าง  อย่างเน้นๆดังๆชัดๆทุกคำ ส่วนยัยหลินปิงก็ได้แต่เท้าเอวมองฉันแล้วเดินวนไปรอบตัวฉัน ก้มลงทีเงยขึ้นที เหมือนกำลังจับผิดอะไรสักอย่าง แต่พอชีพอใจแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับตบโต๊ะของฉันดัง ปัง! จนฉันสะดุ้งโหยงขึ้นมาพร้อมกับพยายามหลบสายตาที่มองจ้องจับผิดฉันของยัยลลินเพื่อนรัก

                “จุ๊ๆๆ...แหม่..ตอนแรกฉันก็นึกว่าแกจะเบี่ยงเบนซะแล้ว...แต่ว่า...พอเห็นเมื่อกี้แล้ว...ฉันว่า..ฉันว่า” สายตาของยัยลลินตอนนี้หน้าสยองสุดๆก็อยู่ดีๆชีก็พูดอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้แถมยังหลี่ตามองจ้องฉันเขม็งอีก

                “มีอะไรก็รีบพูดมาไวๆเลยยัยหลิน...ฉันไม่ได้ว่างมาให้แกนั่งจ้องจับผิดทั้งวันนะ”พอได้โอกาสฉันก็เลยแกล้งเลียนแบบทำตามยัยลลินบ้าง

                “ก็แม้...ร้อยวันพันหมื่นปีเลยนะเนี่ยที่ฉันจะเห็นแกเป็นแบบนี้น่ะ”

                “เป็นแบบนี้แบบไหน” แม้ฉันจะรู้ว่าตอนนี้ในใจของยัยหลินจะพูดอะไรออกมาแต่ก็เหอะนะเพื่อความเนียนฉันจึงต้องแกล้งโง่ไว้ก่อน

            “ฉันรู้นะ O_O” ยัยแพนด้าหลินปิงมองฉันยังกับฉันไปฆ่าคนตายแล้วต้องจ้องตาเพื่อสอบสวนงั้นแหละ ดูสิๆนางยังจะถลึงลูกตาจนมันจะออกมาจากเบ้าอีก //คืออยากบอกว่าแค่ปกติตานางก็จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่จากเบ้ายุแหละ//

                “รู้อะไรย่ะยัยหลินปิง”ด้วยคงามหมั่นไส้ในท่าทางของยัยแพนด้าเพื่อนรักของฉัน ฉันก็เลยแกล้งกวนประสาทด้วยการเอามือเท้าที่โต๊ะตรงหน้ายัยหลินแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับจ้องตาและยักคิ้วซ้ายให้อย่างกวนๆจนทำให้เพื่อนหลินของฉันถึงกับหยี่ตาเหมือนเป็นการรับคำท้าทายจากฉันตอบกลับมา

“ก็รู้ว่าเธอน่ะ...กำลังแอบชอบผู้ชายคนนั้นใช่ไหมล่ะ”รู้ได้ไงฟ่ะเนี่ย เอ๊ย!ไม่ใช่สิไม่ใช่ใครชอบหมอนั้นกัน ฉันเนี่ยนะบ้าแล้วๆบ้าแน่ๆ ในขณะที่ฉันกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสับสนกับความคิดของตัวเอง เสียงกรี๊งก็ดังขึ้นดั่งระฆังช่วยชีวิตของฉันให้หลุดจากความคิดที่ช่างสับสนเสียจริงของฉันและก่อนที่ยัยหลินจะได้แซวอะไรที่ทำให้ฉันคิดมากไปกว่านี้

“บ้า!ฉันเนี่ยนะชอบนายนั้น พี่แฮรี่หล่อกว่าตั้งเยอะ...แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกแปลกๆนะ”ฉันหยุดความคิดไว้ได้เพียงเท่านั้นเพราะร่างที่ดูเหมือนจะไร้วิญญาณของฉันที่กำลังพยายามจะเดินไปให้ถึงหน้าห้องเรียนซึ่งเป็นโต๊ะประจำกายฉันมันเหมือนกับไปชนเข้ากับกำแพงที่นิ่มที่สุดในโลกแต่ทว่ากลับดูแข็งแรงและบึกบึนเหมือนกับซิกแพ็คของนายแบบที่ฉันเคยไปดูแฟชั่นโชว์งั้นแหละ #ที่ฉันรู้...เพราะว่าชอบมโนไปบ่อยๆว่าได้ซบอกของเขา อิอิ#

      ไว้ต่อตอนหน้านะค่ะ ฝากเม้นกันเยอะๆด้วยนะคร้า

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

6.3
โหวต 6.3 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

3 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

6 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

10 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...