นิยายฟิค/ฟิคชั่น : [EXO] Hollaback boy ' ซื้อผมสิ ถ้าเงินคุณมากพอ ! '

อ่าน 22,000
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
4 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 11 เม.ย. 2561 13:44 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง PakJaq
ขีดเขียนเต็มตัว (176)
เด็กหัดเขียน (35)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. ตอนที่ ๑ : เจอครั้งแรกก็แบบนี้เลย

เขียนเมื่อ วันที่ 11 เม.ย. 2561 13:45 น.
•»
  
สักนิดก่อนอ่าน
1. นักเขียนชื่อเจค นามปากกา 'ตั่วเจ้เจค'
2. เจคเป็นชานแบค ฮุนฮาน และฮุนแบคชิปเปอร์ รู้ตัวว่ากบฏแบบสมควรตัย T-T แต่มันห้ามใจบ่ได้จริงๆ โปรดอย่าถามว่ารักคู่ไหนมากกว่ากัน เพราะจะตอบว่า รักทุกคู่ววววววววว~
3. นี่คือฮุนแบคเรื่องยาวเรื่องที่สามแล้ว ดีใจที่ได้มาพบกันอีกนะคะฮุนแบคชิปเปอร์ ^_^
4. เราแต่งเพราะใจที่รักคู่นี้เป็นอย่างมาก และหาฟิค/นิยายที่ถูกจริตอ่านไม่ได้ T_T แต่ง #บาปบุญฮุนแบค ขึ้นเริ่มต้นจากเพียงเพื่อหวังจะแชร์สิ่งที่ตัวเองอยากแต่งและชอบให้คนที่ชอบเหมือนๆ กันได้มาเสพด้วยกัน
5. เรื่องนี้ได้เค้าโครงและแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การขายบริการของคุณเอรี่ ธนัดดา สว่างเดือน หนังสือรางวัลชมนาด อ่านหนังสือของคุณเอรี่แล้วทำให้เจครู้สึกมองเห็นภาพโลกกว้างมากขึ้นทีเดียวค่ะ ชีวิตของคนเราไม่ใช่สีดำหรือสีขาว แต่มันคือสีเทาๆ หม่นๆ
6. เข้ามาเยี่ยมชม เจคดีใจ ทิ้งเมนต์ไว้ใจ เจคยินดี ชื่นชมสักนิด เจคชื่นใจ <3
7. ได้รับการอวยเยอะ ก็อัพถี่อัพเยอะ '_' กำลังใจมาตามความถูกยกยอปอปั้น
8. เจอคำผิดวานสะกิดบอกแรงๆ ไม่ว่าไม่เคืองไม่โกรธาใดๆ
9. งานแนวผู้ใหญ่ไม่ลูกกวาด น่าจะโตกว่าเรื่อง #รฤกรัก อีกค่ะ เตรียมใจกันไว้ให้ดีๆ
10. รักคนอ่านนะคร้าบบบบบบ !
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

* อ๊อง = เป็นศัพท์วงการนางฟ้า (นักเขียนเป็นอดีตแอร์โฮสเตสจ้า) แปลว่า เบลอ มึน เอ๋อ เด๋อ งงสุด เงอะงะ โง่ เซ่อ เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นหลังบินติดๆ กันแล้วนอนไม่พอ

 

* เที่ยว ในที่นี่เป็นคำย่อ หมายถึงเที่ยวผู้หญิง เที่ยวอาบอบนวด คือการเที่ยวกลางคืนแล้วมีการซื้อบริการทางเพศทุกชนิด

 

 

 

 

 

ตอนที่ ๑

ครั้งแรกก็แบบนี้เลย

 

 

 

            “โอโห เจ๊ ผมจะไปไหนได้ เออ ก็อยู่ในห้องรอแขกนี่ไง ถ้าไม่อยู่ในห้องเจ๊จะโทรมาติดปะล่ะ" ผมพูดใส่โทรศัพท์ที่อยู่ในห้องพักโรงแรมที่มาม่าซังของผมมีดีล คนที่ผมเรียกว่าเจ๊ก็คือมาม่าซังเนี่ยแหละ "โห่ ระดับแบคฮยอนไม่ต้องมีคนมาเฝ้าเว้ย ผมไม่หนีแทคเจ๊อยู่แล้ว หนีให้โง่ดิ กลัวมาเฟียเหมือนกันแหละ ….เออ ครับ ลูกค้าบอกจะมาตีหนึ่ง เนี่ยตีสองกว่าแล้วเนี่ยยังไม่มาเลย ...เออเจ๊ไม่ต้องห่วง ผมขอมันเพิ่มแน่ ….โอเค ไว้คุยกันครับ"

         * หนีแทค การที่แรงงานต่างด้าวหนีหนี้ที่ต้องจ่ายให้กับคนท้องถิ่นที่พาตัวเองเข้าประเทศนั้นๆ มาอย่างผิดกฏหมาย คือไม่ยอมทำงานชดใช้เงินให้เขาตามที่ตกลงกัน แทค มาจากคำว่า คอนแทรค Contract ที่แปลว่าสัญญา

            ผมวางสายจากมาม่าซังแล้วก็นั่งเซ็งในห้องต่อ ก็ไหนไอ้ลูกค้าห่าเหวนี่บอกว่าจะมาตอนตีหนึ่งไงวะ นี่ตีสองกว่าแล้วยังไม่โผล่มาอีก คนเสียงานเสียการหมด แทนที่ผมจะได้ไปรับแขกรอบอื่นต่อ ต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องนี้เนี่ย จะกลับร้านก็ขี้เกียจเพราะไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ ผมไม่มีโทรศัพท์มือถือด้วย (จริงๆ ก็ไม่มีใครมีทั้งนั้นอ่ะนะ) ถ้าไม่ติดว่าตอนที่มาใช้บริการผมครั้งที่แล้วทิปหนักมากผมคงไม่อยู่รอแบบนี้หรอก อย่างน้อยถ้าเปิดห้องที่ชั้นบนของร้านผมก็ยังลงมาเดินเล่นทำนู่นทำนี่หรือกินเหล้ารอได้ แต่นี่ผมทำอะไรไม่ได้เลยไงนอกจากนอนเกาตูดรอแขกโง่ๆ แบบนี้ รายการทีวีเกาหลีใต้แม่งก็มีแต่เกมโชว์งั่งๆ ดาราหน้าตาพลาสติกที่ผมเห็นจนเบื่อในทุกๆ วัน ขนาดอยู่ประเทศนี้มานานขนาดนี้ยังฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

            ก๊อกแก๊ก

            คิดๆ เพลินๆ ผมก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างหน้าประตูห้อง พร้อมกับได้ยินภาษาเกาหลีของผู้ชายสักสามสี่คนคุยกันเฮฮา แล้วในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออก ผมเห็นเสี้ยวหน้าของคิมจงอิน คนที่ใช้บริการผมที่นัดกันไว้แว่บเดียวเท่านั้น ก่อนเขาจะผลักผู้ชายที่ตัวสูงคนหนึ่งเข้ามาในห้องแล้วอวยพรว่าขอให้ขึ้นสวรรค์สักเจ็ดน้ำ รับรองเด็ด รวมถึง ขอให้มีความสุข อะไรเทือกนั้นก่อนประตูจะถูกปิดลงดังปัง

            อ้าว เฮ้ย เดี๋ยว นี่อะไรเนี่ย ไม่ใช่ว่าคุณจงอินจะใช้บริการเหรอ?

            ผมงงๆ อยู่แค่แป๊บเดียวก็กระจ่างใจ เขาคงจะเกิดเปลี่ยนใจอยากให้เพื่อนเขามาใช้บริการผมแทน หรืออาจจะจองไว้ให้เพื่อนแต่แรกสินะ เอาเถอะ จะยังไงก็ได้หมดแหละ

            ผมยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงเพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่ผมไม่รู้จักมาก่อน แล้วก็ไม่ได้เป็นแขกที่ผมไปเดินซอยมาด้วย เขายังคงยืนก้มหน้าหมุนๆ อยู่ตรงหน้าประตูอย่างนั้น ผมเลยตัดสินใจกระแอมในคอดังๆ

            * เดินซอย การที่คนขายบริการออกไปหาลูกค้าตัวเองตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่ผ่านคนกลาง

            “อะแฮ่ม"

            “…!!!”

            ร่างสูงสะดุ้งเฮือกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทันทีแบบเหวอๆ

            อะโห… หล่อฉิบหาย ตี๋ๆ คมๆ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างอย่างบอกไม่ถูก ตัวก็สูงอย่างกับนายแบบ มิหนำซ้ำยังหนุ่มอยู่ ดูแล้วน่าจะแค่วัยยี่สิบเท่านั้น ตอนนี้โหนกแก้มทั้งสองข้างของเขาแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ตาคู่คมฉ่ำเยิ้ม แถมยังดูเบลอๆ อ๊องๆ นี่เขาดื่มไปหนักขนาดไหนกันนะ หล่อแต่ไม่มีสตินี่มันก็ไม่โอเคไหม คนบ้าอะไรปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ทั้งที่จะมาใช้บริการอย่างว่าต่อ เมาแล้วมันเสร็จยากจะตาย

            นานๆ ทีผมจะได้ลูกค้าหน้าตาดีบ้าง อันที่จริงในหมู่กะหรี่อย่างพวกเราเนี่ยมันหนึ่งในล้านมากๆ ที่จะได้ลูกค้าหน้าตาดี เพราะคนหล่อๆ สวยๆ จ๊าบๆ เขาก็ต้องมีคนให้ฟาดเรื่อยๆ อยู่แล้วสิ จะมาซื้อกินให้เปลืองเงินทำไม แต่ไม่นับคุณจงอินนะ รายนั้นน่ะขาเที่ยวอยู่แล้ว เขาเป็นนักท่องราตรีตัวยงในโซลที่ขึ้นชื่อลือชา จะบาร์ไหนผับไหนคิมจงอินก็เป็น VIP เมมเบอร์

            ผู้ชายร่างสูงคนนั้นยังคงยืนเบลอๆ อยู่ตรงนั้น ผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเลยถอนใจพลางลุกขึ้นยืนแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา เอาแต่ยืนงงมันเสียเวลาคนทำมาหากินนะเว้ย

            นี่ถ้าไม่ชินกับกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ผมอาจจะเป็นลมได้ แต่เพราะทำงานแบบนี้มาจนเจนจัดผมเลยชาชินเสียแล้ว ต่อให้จะเหม็นกว่านี้สักสองสามเท่าผมก็ยังไหวอยู่

            “เอ้อ นี่คุณ เคยเที่ยวรึเปล่า"

            ผมลองหยั่งเชิงคำถามไปก่อน เพราะเขาดูติ๋มๆ งงๆ เหมือนคนไม่เคยเที่ยวผู้หญิง ทว่าอีกฝ่ายกลับพยักหน้าช้าๆ โอเค...งั้นก็แปลว่าเคยเที่ยว เพราะเมาขนาดนี้ถ้าเขาไม่เคยเที่ยวเขาไม่มีทางจะโกหกผมได้

            “อ่ะ แล้วคุณจะเอายังไง เพื่อนคุณซื้อไว้แค่สองชั่วโมงนะ นี่คุณก็มาสายไปชั่วโมงกว่าแล้วอ่ะ ผมไม่ทบนะบอกไว้ก่อน"

            “...หือ"

            “เร็วๆ สิ!”

            ผมหงุดหงิดกับความเบลอของเขามากจนต้องตะคอกเร่ง เขาเดินเป๋ไปเป๋มาแต่สุดท้ายก็มาถึงตัวผม ผมจึงลากตัวเขาไปที่ปลายเตียงแล้วกำลังจะถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองออก แต่เขากลับสะดุดพรมที่ไม่มีอะไรให้สะดุดจนแทบหน้าคะมำ ผมคว้าแขนเขาเอาไว้แทบไม่ทัน

            “เฮ้ย คุณ ไหวป่ะวะ ทำใจดีๆ ไว้"

            โอ้ ให้ตายเถอะ ทำไมผมจะต้องมาดูแลคนเมาอะไรแบบนี้ แล้วนี่วันนี้จะได้ทิปสักวอนไหมเนี่ย!

            เพราะเขาดูจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (เท่าไรนัก) ผมเลยช่วยถอดท่อนบนเขาออกจนหมด เริ่มจากเสื้อแจ็กเก็ตมียี่ห้อตัวนอกแล้วก็เสื้อยืดเนื้อดีตัวไหน อะโห… หุ่นดีว่ะ หุ่นอย่างกับเฮอร์คิวลิส ลาดไหล่กว้างผึ่งผายแต่เอวกลับคอดเป็นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ แถมยังมีซิกส์แพ็ครำไรอีก น่าอิจฉาชะมัด

            รูปร่างของเขาไม่บางไม่หนาจนเกินไป เห็นแล้วมันชวนให้คิดถึงหุ่นของพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นที่พวกเพื่อนผู้หญิงสมัยเรียนมอต้นชอบอ่านแล้วก็กรี๊ดๆ กัน ไอ้การ์ตูนจังหวะร็อก ดนตรีรัก, มาเฟียที่รัก ฯลฯ อะไรแบบนั้นน่ะ หุ่นเขาเหมือนแบบนั้นเป๊ะจนน่าประหลาดใจ

            ผมปลดหัวเข็มขัดของเขาออก เอื้อมมือกำลังจะรูดซิปกางเกงลง ทว่าจู่ๆ น้ำหนักของคนที่ตัวใหญ่กว่ากลับเซทับร่างผม

            “อุก อึก แหวะ"

            “เฮ้ย!”

            “...แหวะะ”

            “เดี๋ยว เดี๊ยววววว!!!”

            “แหวะะะ!"

            ผมเอะอะมะเทิ่งเมื่อเขาทำท่าจะอาเจียนออกมาใส่ผมให้รู้แล้วรู้รอด ก่อนจะต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อตัวเองสามารถกระโดดไปหยิบถังขยะมารองไว้ได้ทัน เขาคุกเข่าลงกับพื้นพรมของห้อง โก่งคออ้วกออกมาไม่หยุดโดยมีผมนั่งยองๆ ลูบหลังให้อยู่ข้างหลัง ในใจได้แต่คิดว่าทำไมกูจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ตอนตีสองในคืนนี้ด้วย มันควรจะเป็นวันที่ผมทำงานสบายๆ แล้วกลับไปนอนแผ่ที่ห้องหรือว่าไปนั่งกินเหล้าพูดคุยเฮฮากับน้องๆ ในร้านไม่ใช่เรอะ

            ผมถอนใจขณะเห็นเขาอ้วกจนหมดสภาพ ดูซิ หน้าซีดหน้าเซียวไปหมด ก่อนผมจะเอามืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นลูบหน้าตัวเองแบบเบื่อๆ คือไอ้สงสารก็สงสารอ่านะ… แต่ผมไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสะเออะไปสงสารใครได้อย่างเต็มที่ อีกอย่างการที่เขาเป็นแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมเสียเวลางานเข้าไปใหญ่ แถมตอนนี้กลิ่นอ้วกที่เหม็นเปรี้ยวผสมกลิ่นเหล้าและกลิ่นบุหรี่ยังคละคลุ้งไปทั่วห้อง นี่มันก็เป็นโรงแรมราคาถูกที่ไม่มีฮีทเตอร์ แค่ทำเอาไว้ให้คนประกอบกิจกามกัน กรุงโซลตอนนี้หนาวจะตายชัก จะให้ผมเปิดหน้าต่างระบายกลิ่นก็เกรงว่าจะแข็งตายกันหมดนี่ซะก่อน

            “อ่ะ มุล (น้ำ)”

            “...หือ? มุลลา? (ไม่รู้?)”

            “น้ำ!! บอกว่าน้ำ! โอ๊ย เมาอย่างหมาจริงๆ มึงเนี่ย" ประโยคหลังผมสบถด่าเป็นภาษาบ้านเกิดอย่างหงุดหงิด ขณะที่อีกฝ่ายเมาจนไม่สามารถแม้แต่บิดฝาขวดน้ำเปิดได้ ผมรำคาญเลยทำให้จนเสร็จสรรพ นี่ถ้าต้องป้อนน้ำให้อีกจะคิดแล้วนะว่าเป็นผู้ชายขายบริการหรือเป็นแม่มันกันแน่

            ...เออ ก็ยังดีที่ดื่มน้ำเองได้

            “แค่กกก!”

            พูดไม่ทันไรมันสำลักแหละ…

            ผมยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ถอนใจกับผู้ชายคนนี้แล้วหันไปมองนาฬิกา เหลืออีกแค่ยี่สิบนาทีเอง

            “นี่ คุณ ไหวป่ะ สภาพนี้จะเอาไหวเรอะ กลับบ้านไปนอนไป๊"

            “...ไหว”

            “ถามจริง? คุณเอาผมไหวเหรอ" ผมเลิกคิ้ว ถามย้ำ

            “อือ ไหว" เขายืนยัน

            “เอ้า ไหวก็มาเอา เร็ว เดี๋ยวหมดเวลา"

            ผมพูดแล้วยันตัวลุกขึ้นจากพื้น คิดอย่างเดียวว่าอยากจะรีบๆ ทำงานให้จบๆ ไปเสียที ผมถอดเสื้อผ้าตัวเองออกทุกชิ้นด้วยความไวแสงขณะที่เขากำลังงุ่มง่ามถอดกางเกงตัวเองออก ตามถ้วยถอดกางเกงใน ก่อนร่างกายสวยงามแข็งแกร่งราวนักรบนั่นคลานขึ้นมาบนเตียงที่ผมนอนรออยู่ แต่แล้ว...

         โป๊ก!

            "เฮ้ย!”

            ผมตกใจแทบบ้าเมื่อเขาเอาหัวตัวเองไปชนกับหัวเตียงดังโป๊กเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขณะที่คลานจะคร่อมร่างผมจนผมรู้สึกได้ว่าเตียงสั่น มันเป็นระดับความแรงที่ทำเอาคนหัวแตกได้เลย เขายกสองมือขึ้นกุมหัว เลือดกำเดาไหลหยดลงมาจนเลอะแผ่นอกผม

            “เฮ้ย คุณ! เงยหน้า เงยหน้า!”

            “โอ๊ยยย" เขาร้องโอดโอย

            “เดี๋ยว! มีเบียร์แช่เย็น เดี๋ยวเอามาประคบก่อน!”

            ผมที่ร่างล่อนจ้อนวิ่งลงไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบกระป๋องเบียร์เย็นเจี๊ยบสองกระป๋องออกมาอย่างแตกตื่น ได้แต่คิดในใจว่าไอ้นี่มันอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย ผมเอากระป๋องนึงคลึงไว้ตรงบริเวณศีรษะของเขาที่ถูกกระแทก อีกกระป๋องนึงคลึงไว้ตรงจมูก เขาเงยหน้าขึ้น หลับตาแน่น แต่แค่เพียงครู่เดียวเขาก็โบกไม้โบกมือเป็นสัญญาณบอกว่าให้ผมพอได้แล้ว เลือดกำเดาเขาหยุดไหลเร็วดีจัง

            “กลับบ้านไหมคุณ ไปนอนเอาน้ำแข็งประคบหัวไป"

            “...ไม่…ด้าย... ต้องทำก่อน..." เขาพึมพำเสียงยานคาง ทำอย่างกับว่ามันคือภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่เขาถูกเจ้านายมอบหมายมาให้ทำ ทั้งๆ ที่มันก็แค่เรื่องเที่ยวเองอ่ะ

            “เหลืออีกแค่สิบสามนาทีเนี่ยนะ?"

            เขานิ่งไปครู่หนึ่ง มองหน้าผมด้วยแววตาที่ฉ่ำเยิ้มและออกจะใสซื่อนิดๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างซื่อตรงและเชื่องช้า

            “ขอต่อเวลาได้ไหม...”

            “ไม่ได้ หมดรอบนี้ก็หมดเวลาทำงานของผมแล้ว แล้วคุณก็เมามาก ถ้าอยากจะทำจริงๆ ก็ไว้วันหลังแล้วกัน"

            เขานิ่งฟังคำพูดผม ทุกอย่างในร่างกายช้าเป็นสล็อตเพราะเมายิ่งกว่าเมา

            “...งั้นเหรอ"

            “เออ แล้วเอาเงินค่าตัวผมมาด้วย มันคนละเรื่องกับค่าจองแล้วก็ค่าห้องนะ คุณจงอินบอกใช่รึเปล่า"

            เขาพยักหน้าว่าเพื่อนบอกไว้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่ากระตือรือร้นที่จะหยิบเงินให้ผม หรือมันอาจเป็นเพราะสภาพเขาคงจะไม่ไหวจริงๆ ก็ได้ ผมเร่งแต่เขาก็ยังเอาแต่อ๊องอยู่ที่เดิม จนผมตะคอกใส่อีกครั้ง เขาถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะพึมพำ

            "...ขอนอนพักแป๊บนึง ปวดหัว..."

            "ไม่ได้โว้ย เอาเงินมา เวลาเป็นเงินเป็นทอง" ก็ต้องปวดสิ ทั้งเมา ทั้งอ้วก ทั้งกระแทก ครบชุดเลยเอ็งอะ แต่จะมานอนพักตอนนี้ไม่ได้เฟ้ย

            "งั้นหยิบเองได้ไหม… อยู่ในกระเป๋ากางเกง"

            ผมถอนใจอย่างรำคาญแล้วลุกขึ้นจากเตียง เดินกระแทกเท้าไปหยิบกางเกงยีนส์ของเขาบนพื้น ควานจนเจอกระเป๋าสตางค์ก็หยิบมันออกมาเปิด

            คุณพระ! คนบ้าอะไรพกเงินสดเจ็ดล้านวอน เฮ้ย ไอ้นี่ไม่ใช่ขี้ๆ เว้ยยยยยย

            ผมเม้มปาก ชำเลืองสายตามองเขาแล้วก็เห็นว่าเขายังนอนซบหมอนอยู่อย่างนั้น จึงฉวยโอกาสที่เขาเมาไร้สติ แทนที่จะหยิบค่าตัวของผมซึ่งก็คือสามแสนวอน ผมกลับหยิบเกินออกมาอีกนิดหน่อยแล้วก็เอาไปเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ตัวเองอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวนั่งบนเตียงข้างๆ เขาเตรียมจะใส่กางเกงในเป็นสิ่งแรก ก่อนผมจะได้ยินเสียงเขายันตัวลุกขึ้นมาจากเตียง นี่ผมจะคิดว่ามันเป็นสไตล์ของเขาแล้วนะ #อ๊องสไตล์ อะไรแบบเนี่ย เขามองหน้าผมพลางเอ่ยอย่างเมาๆ เบลอๆ อีกครั้ง

            “แล้ววันนี้ล่ะ?"

            “อ๋อ ก็เหลืออีกสิบนาทีนี่ไง โอ๊ย ไม่ทันหรอก เมาขนาดนี้ต่อให้สวยเป็นนางงามจักรวาลมาทำให้ก็ไม่เสร็จหรอก"

            “เสร็จสิ เสร็จอยู่แล้ว"

            เขาเอ่ยจบก็เข้ามาหาผมอีกรอบ แล้วขึ้นคร่อม ผมล่ะอยากจะปรบมือให้กับความพยายามในการจะเอาของผู้ชายคนนี้จัง แต่ว่ามันจะเสียเวลาน่ะสิ การเอาผมไม่ใช่หน้าที่นะเว้ย ไม่ใช่เรื่องบังคับเหมือนเกณฑ์ทหาร ไม่ต้องมุ่งมั่นขนาดนี้ก็ได้ ถ้าไม่ไหวก็ควรจะกลับบ้านไปนอน ค่อยเที่ยววันหลังก็ยังไม่สาย หรือจะกลัวเสียเชิงชายวะ?

            “คุณ ดีๆ เร็วๆ ด้วย"

            “อืมม..."

            จะสะเปะสะปะงมเห็บงมหอยบนเตียงอีกนานไหมครับ กล่องถุงยางจะทิ่มตาอยู่แล้ว

            กว่าจะหยิบมาได้ก็กินเวลาไปอีกระยะ เขาเมาจนไม่สามารถใส่ถุงยางอนามัยเองได้ ผมต้องแย่งมาใส่ให้ จากนั้นเขาก็มะงุมมะงาหราพยายามจะสอดใส่เข้าตัวผม ผมรำคาญความเงอะงะของเขามากจนได้แต่ตะโกนเร่งว่าเร็วๆ สิตลอดเวลา ให้ตายเหอะ หงุดหงิดฉิบ ผมคงจะได้ตะลึงกับความหล่ออลังการณ์ของเขาและขนาดอันแสนใหญ่โตนั่นมากกว่านี้ถ้าเขาจะไม่เมาจนหมดสภาพ ก็เล่นเมาจนแทบจะแทงไม่เข้ารู… เล็งให้ตรงยังเล็งไม่ได้ คุณคิดดูแล้วกันว่าเมาขนาดไหน และผมจะรำคาญขนาดไหน

            ในที่สุดเขาก็เอาเข้ามาจนได้ ผมต้องกัดฟันเกร็งตัวกับขนาดนั่น กำผ้าปูเตียงแน่นจนเส้นเลือดที่มือขึ้น หากทว่าในความจุกเสียดก็มีความดีใจที่งานในวันนี้จะได้จบสิ้นกันเสียที

            พอเข้ามาแล้วเขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มขยับเป็นจังหวะ ผมกำลังจะเริ่มแสดงละคร ทว่ากลับรู้สึกได้ถึงการอ่อนตัวอย่างกะทันหัน

            “อ้าว…!?”

            “คร่อก...”

            ฟึ่บบ!

            ร่างสูงล้มพับทับลงมาบนร่างผม หมดสติไปเพราะแอลกอฮอล์และฤทธิ์ที่ศีรษะกระทบกระเทือนขณะที่ไอ้นั่นก็หดตัวไปเลยจนผมงง เขากอดก่ายร่างผม ลมหายใจถี่ไม่สม่ำเสมอรินรดอยู่ตรงหัวไหล่ผม แถมยังครางงึมงำในลำคอไม่หยุด

            “เฮ้อออออ"

            ผมจะบ้าตาย สุดท้ายมันก็เอาไม่ไหวอยู่ดี

            ผมไสตัวออกมาจากร่างที่สูงกว่า เขี่ยถุงยางอนามัยทิ้งแล้วจับร่างเขาพลิกให้นอนหงายดีๆ ...ให้ตายเถอะ หล่อขนาดนี้ไม่น่าเป็นคนเบลอๆ อ๊องๆ เลยจริงๆ ถ้าเกิดเขาเดินไปเลือกหาเด็กในร้าน รับรองยัยพวกนั้นได้รุมกันเข้ามายื้อแย่งกันแน่ๆ

            ผมตัดสินใจห่มผ้าให้เขา เพราะรู้สึกว่าเขาน่าสงสารอย่างไรบอกไม่ถูก แถมผมก็ดุเขาไปซะเยอะตอนที่เรากำลังประกอบกิจบนเตียงกัน ส่วนหนึ่งที่เขาลนลานแทงมั่วซั่วก็เพราะผมด้วยเนี่ยแหละ (คือผมดูออกว่าเขาไม่ใช่หนุ่มเวอร์จิ้น น่าจะพอตัวเลยแหละ แต่แค่ตอนนี้เมามาก แล้วตอนนั้นผมก็รำคาญด้วย) ผมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กห่อน้ำแข็งแล้วก็เอาวางไว้บนศีรษะเขาให้ จริงๆ ที่เขาเอ๋อๆ อ๊องๆ มันก็น่ารักแปลกๆ ดีอ่านะ ทำให้เป็นผู้ชายตัวเท่ายักษ์ที่น่าเอ็นดูขึ้นมาซะงั้น ถือเป็นสีสันใหม่ในการทำงานของชีวิตผมเลยแหละ

            “เฮ้อ ไอ้ตี๋เอ๊ย หล่อซะเปล่านะมึงอะ" ผมพูดเป็นภาษาบ้านเกิด จิ้มหน้าผากเขาเบาๆ ใบหน้าของเขาตอนหลับช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกิน

            ผมแต่งตัวจนเสร็จหมดทุกชิ้น เห็นเขายังคงนอนหลับสนิทขดตัวใต้ผ้าห่มอยู่อย่างนั้น แต่ผมอยากจะออกไปจากห้องเหม็นอ้วกนี่เต็มที

            ผมเดินไปจนถึงประตูห้อง แต่ทว่าอะไรบางอย่างก็ถองผม ผมละล้าละลังอยู่ครู่ใหญ่ ในใจต่อสู้กันอย่างมหาศาล

            ผมวิ่งกลับไปที่กางเกงยีนส์ขาดๆ นั่น หยิบกระเป๋าสตางค์เขาออกมาอีกครั้งแล้วหยิบเงินสดออกมาจำนวนมาก ระหว่างที่กำลังปล้นเขาก็เห็นบัตรพนักงานที่เสียบติดกระเป๋าเอาไว้อย่างไม่ตั้งใจ

 

            โอ เซฮุน

            วิศวกรเครื่องยนต์ บริษัท ซัมซุง มหาชน

 

            ผมเผ่นแน่บออกมาจากห้องโรงแรมที่มีอีกคนกำลังนอนร่างเปลือยเปล่า ได้แต่คิดในใจว่า ลาก่อนครับพี่น้อง คงไม่เจอกันอีกนะไอ้ตี๋หล่อขี้เมา สาธุ!

 

 

 

 

 

 

 

 

----------------------------

ตั่วเจ้เจค

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2018 เวลา 11.26 PM

 

 

วี๊ดดดดดดดดดดดดดด

สวัสดีค่ะทุกคน มาพบกับฟิคใหม่แกะกล่องของตั่วเจ้เจคอีกแล้ว พราวด์ลี่พรีเซนต์มากๆ #บาปบุญฮุนแบค นั่นเอ๊งงงงงงงงงงงง

 

เป็นไง คนล่ะเรื่องกับเพื่อนพี่ชายโหดหื่นเลยใช่ป่ะ 555555555555555555

 

เปิดมาพระเอกก็จะอ๊องๆ เบลอๆ นะคะ เพราะตัวจริงคนแต่งก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก 555555555

โอ๊ยย จะมีเรื่องไหนอีกไหมที่พระเอกเปิดมาเด๋อได้ขนาดนี้ เซฮุนเอ๊ยย ทำไมซงซานนนน 555555 มาสายฮาแบบไม่ตั้งใจเหรอคะพี่ น่ารักแบบอ๊องๆ แปลกๆ แถมยังซวยมาโดนตาแบคต่างด้าวปอกลอกอีก เรามาโบกแท่งไฟให้ความห้าวของแบคกันเถอะค่ะ ฮาาาาาา 

 

บอกเลยเรื่องนี้แบคไม่ใสนะคะ จะเจนโลกมากๆ แล้วก็จะไม่ได้เป็นเคะนะฮะบอบบางด้วย จะเป็นคนที่ต่อให้เอาไปปล่อยกลางทะเลทรายก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ เรามารออ่านชีวิตของนายแบคฮยอนกัน

 

 

ดีใจมากๆ ค่ะที่ได้มาเปิดฟิคให้ทุกท่านอ่านกันอีกแล้ว แถมยังเป็นคู่ฮุนแบคที่อิเจคกรี๊ดคอแตกเอามากๆ อีกด้วย TT//TT

 

เจครู้ค่ะ ตอนแรกเจคกล่าวไว้ว่าเจคจะแต่งเรื่อง #พี่แท่งทอง ก่อน แต่ว่าไอ้เรื่องนี้มันดันผุดมาแซงหน้าอีกแล้ว แงงง มันกลายเป็นผู้ชนะได้รับเลือกให้เดบิวต์ไปซะอย่างนั้นค่ะ ใครที่รอพี่แท่งทองก็อดทนกันอีกนิดนะคะ เพราะเจค (หวังมากๆ ว่า) เรื่องนี้จะไม่ยาว... อยากได้แบบกระชับๆ ไม่ยาวไม่สั้น แต่เนื้อหาดี

 

โดยนิยายเรื่องนี้ที่กำลังออกสู่สายตาทุกคนก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของชีวิตผู้หญิงไทยที่ขายบริการอยู่เมืองนอกคนหนึ่ง เธอชื่อคุณเอรี่ค่ะ ชื่อจริง ธนัดดา สว่างเดือน เจคอ่านหนังสือของเธอตั้งแต่ตอนมอปลาย แล้วก็ประทับใจมาก เรียกว่ามันเบิกเนตรเรื่องโลกให้เจคเลยจริงๆ จู่ๆ เมื่อคืนขณะที่กำลังขบคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เจคก็พลันไปคิดถึงช่วงชีวิตหนึ่งที่เธอเขียนเล่าในหนังสือเสียได้... เป็นช่วงที่เธออยู่กับสามีคนญี่ปุ่น หลังจากนั้นในหัวก็บรรเจิดหลากสีกลายเป็นฟิคเรื่องนี้ที่ทุกคนเพิ่งได้อ่านบทแรกกันไป เจคมีแก้ประเทศเป็นประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็จะผสมกับจินตนาการของเจคอีกมากมายเลยทีเดียวเชียวล่ะ

 

หลังๆ งานเจคโตขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เพราะเจครู้สึกตัวเองเริ่มจะแก่ เริ่มจะเหนื่อยกับการแต่ง nc มารธอนแบบเมื่อก่อน 555 งานก็จะลึกซึ้ง deep down กว่าช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา เจคหวังว่าเราจะมาเติบโตไปด้วยกันนะคะ

 

ไม่ใช่ว่าเจคจะไม่แต่งงานตลาดแนวลูกกวาดเฮฮาเบาสมองอีกแล้ว เจคยังจะแต่งค่ะ แต่ว่าตอนนี้ขอไปตามอารมณ์ ณ ปัจจุบันก่อน อารมณ์ไหนพีคก็แต่งอันนั้น

 

สำหรับคนที่มีคำถามว่าฟิคเรื่องนี้เป็นแนวไหนหรือ อื้ม.... แนวบาปบุญค่ะ 55555555 บอกได้แค่นี้แหละ เจคก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน TT^TT ไม่รู้ว่ามันควรจะจัดอยู่ในหมวดไหน ก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ จุ๊บบบบบ

 

อ่านจบแล้วโปรดคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้เจค สกรีมแท็กให้ชื่นจายที่ #บาปบุญฮุนแบค

บอกแล้วกำลังใจมาตามที่คนอ่านให้ฟีตแบ็ค TT//TT

แล้วพบกันกับตอนที่สองเร็วๆ นี้นะคะ

 

 

ปล. ฝากวล็อก #ไฮโซหนองแขม EP.5 หน่อยค่าาา

แจกไปแจกลายเซ็นที่งานหนังสือแห่งชาติมาแหละ เรื่อง #บีอนาโตมี่ ตีพิมพพพพ์ ได้ฟีลลิ่งเป็นนักเขียนเต็มตัวมากๆ เลยยย ฮือๆ

https://www.youtube.com/watch?v=3Y1arIPGtlU&feature=youtu.be


 

 

 

ช่องทางติดต่อไรเตอร์

Twitter: @_StarGirl666

fb: https://www.facebook.com/pnovelist หรือ WriterJaq WriterPak Tawee's Sis

Instagram: Kulainsummer

facegroup: เสิร์ชหา WriterJaq - WriterPak

facepage: https://www.facebook.com/JaqandPak/ 

 

อัพเดตรวดเร็วทันใจค่ะ :) แถมยังเด้งแจ้งว่าอัพแล้วเร็วกว่าระบบของเด็กดีด้วยค่ะ

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...