นิยายฟิค/ฟิคชั่น : อุตลุดจุดฝัน

อ่าน 902
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
6 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 7 ธ.ค. 2560 21:44 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ขีดเขียนชั้นมอปลาย (121)
เด็กใหม่ (9)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 2. อยากฝันร้ายให้ดาหน้าเข้ามา!

เขียนเมื่อ วันที่ 9 ธ.ค. 2560 08:15 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 10 พ.ค. 2561 21:04 น. โดย เจ้าของบทความ )

«•
•»

       มิจจี้อุ้มนัตตี้กระโดดสูงกึ่งวิ่งพามาส่งถึงบ้าน มันไม่มีทางเลือก เขาเจอผู้ทำสัญญาที่สามารถบังคับอิมมาจินได้

       “ขอบใจนะ” นัตตี้ยิ้ม

       “ไม่เป็นไร การดูแลผู้ทำสัญญาเป็นหน้าที่ของฉัน”

       “ส่งฉันแล้วนายก็กลับไปที่ที่ของนายได้แล้ว พ่อแม่ฉันมาเห็นได้ตกใจเป็นลมกันพอดี”

       “ไปไหน อิมมาจินต้องอยู่กับผู้ทำสัญญาของตัวเองตลอดเวลา... จนกว่าเธอจะยอมบอกความต้องการ”

       “ไม่มีทาง”

       “งั้นฉันก็ต้องอยู่กับเธอไปเรื่อยๆ จนกว่า...เธอจะบอกความต้องการ” อิมมาจินแมวย้ำ

       “ก็ได้” ประโยคแรกทำให้มันใจชื้น แต่ประโยคหลังกลับทำลายความหวังของมันไม่เหลือซาก “แล้วฉันจะให้นายเข้ามาอยู่ในบ้านได้ยังไง”

       “ไม่เห็นจะยาก”

       อิมมาจินที่ถูกเรียกด้วยนามมนุษย์ว่า มิจจี้ กระโจนเข้าไปในร่างของนัตตี้ ทำให้บุคลิกหญิงสาวเปลี่ยนไป จากสาวน้อยหน้าตาธรรมดากลายเป็นลุคสาวเปรี้ยว ผมหยิกสั้นสีดำขลับกลับแซมด้วยผมสีทองทั่วศีรษะ หน้าตาบ้องแบ๊ว แปรสภาพเป็นสาวมั่น สวยฉลาดในพริบตา เรียกว่าเปลี่ยนสาวจืดให้เป็นสาวสวยก็ว่าได้!

       “โหหหหหหห นี่มันอะไรกันเนี่ยยยยยยยย”

       ตื่นเต้นเสียงดังเกินไปจนมารดาได้ยินเสียงร้อง

       “มีอะไรลูกนัตตี้”

       เธอสะดุ้งเล็กน้อยกับคำถามที่ได้รับ ปฏิเสธพัลวัน

       “ไม่มีอะไรจ้ะแม่...”

       และกลับมาสนใจตัวเองมาดใหม่ต่อ

       “แบบนี้ก็ได้หรอ”

       “สะดวกดีใช่ม้าา”

       “ใช่ แต่นายเป็นผู้ชาย ห้ามสิงฉันตอนอาบน้ำกับเปลี่ยนเสื้อผ้าเด็ดขาดเลยนะ” นัตตี้ออกคำสั่งอย่างระแวงนิดๆ

       “เฮอะ เห็นฉันเป็นโรคจิตหรือไง”

       “ยังไงนายก็เป็นผู้ชาย”

       “รู้แล้วๆ ฉันสัญญาจะไม่ฉวยโอกาสตอนเธอโป๊”

       “ว่าแต่ รูปร่างนายนี่แปลกนะ มาจากดาวดวงไหนล่ะ”

       “ก็บอกไปแต่แรกแล้วไง อิมมาจินเกิดจากจินตนาการของมนุษย์ ที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะเธอนั่นแหละ”

       “เพราะฉันหรอ... บางทีอาจจะเป็นคนที่ฉันแอบชอบก็ได้ อ๊คแคท”

       “คนอะไรชื่อ อ๊คแคท ไม่มีเซ้นส์ในการตั้งอีกแล้ว เอ๊ะ เธอชอบอ๊คแคท ทำไมเรียกฉันว่ามิจจี้ แทนที่จะเป็นอ๊คแคท แต่ชื่อไหนฉันก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ” ทำไมถึงไม่มีศิลปะในการตั้งชื่อเลยนะ มิจจี้คิด

       นัตตี้ยิ้มขันกับคำพูดของเพื่อนใหม่

       “นั่นไม่ใช่ชื่อหรอก เป็นฉายา ส่วนมิจจี้เนี่ยชื่อตัวละครที่ดาราที่ฉันชอบแสดง น่ารักดีเลยใช้ชื่อนี้”

       “งั้นหรอ นี่...เปลี่ยนสัญญามั้ย ทำให้อ๊คแคทกับมิจจี้มาตกหลุมรักเธอ น่าจะง่ายกว่าทำให้เธอเป็นนักร้องได้ซะอีก”

       “ไม่ ความรักต้องเกิดจากหัวใจไม่ใช่การบังคับ อีกอย่างถ้ามีผู้ชายสองคนมาชอบฉันพร้อมกันสองคน คงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ” ที่สำคัญ คนที่กำลังพูดถึงนั้นอยู่ไกลแสนไกลเหลือเกิน

       “เธอนี่วุ่นวายจริง ถ้าเธอไม่บอกความต้องการ หรือห้ามฉันทำนั่นทำนี่ ฉันออกไปจากตัวเธอไม่ได้หรอกนะ”

       “ฉันเองก็ยอมให้นายทำลายโลกนี้ไม่ได้เหมือนกัน”

       “แล้วเธอไม่อยากเป็นนักร้องหรอ”

       “อยากสิ” ทำไมเธอจะไม่อยาก “แต่โลกคือที่อยู่ของมนุษย์ ฉันจะทำลายบ้านตัวเองได้ยังไง เอาเป็นว่าฉันจะพยายามรักษาตัวเองให้หายเร็วๆ ละกัน นายจะได้เป็นอิสระสักที”

       คุยกับตัวเอง ไม่สิ ความจริงเธอกำลังคุยกับมิจจี้ คุยกันได้สักพัก นิโคล มารดาของเธอก็เรียกทานข้าว

       นัตตี้เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน นิโคล ผู้เป็นมารดาเป็นชนชาวเยอรมัน และตติยะ ผู้เป็นบิดาเป็นคนไทย

       “นัตตี้... มากินข้าว”

       “ยังไงก็ตาม ตอนนี้พวกเราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า”

       มิจจี้ออกจากร่างของนัตตี้ ให้เธอได้ทานข้าว เธอแปลกใจ แอบถามมิจจี้เบาๆ

       “นายไม่กินข้าวหรอ”

       “เธอกินเถอะ ถ้าฉันสิงเธอๆ จะกินข้าวไม่อิ่ม”

       “อะไรกัน ถ้านายหิวก็กินสิ อิ่มแล้วค่อยออกจากร่างฉันไปก็ได้”

       “ขอบใจนะ”

       มิจจี้สิงร่างนัตตี้อีกครั้ง เดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร บุคลิกหน้าตาที่เปลี่ยนไปเรียกความสนใจจากมารดาได้เป็นอย่างดี “นัตตี้ ไปทำผมมาเมื่อไหร่ สีหน้าดูดีขึ้นนะ”

       “เอ่อ...แค่ลองเปลี่ยนตัวเองนิดๆ หน่อยๆ น่ะ ขอบคุณนะครับ เอ้ย ค่ะ” เกือบไป อยู่กับผู้ใหญ่แปลกหน้า เขาละทำตัวไม่ถูก “ว้าว! อาหารน่าอร่อยจังเลยนะคะ”

       “ไม่ต้องพูด ‘นะคะ’ ฉันไม่ค่อยพูดหวานกับพ่อแม่” นัตตี้กระซิบ เธอไม่ชินกับการพูดเพราะเกินไป

       “อ้าวงั้นหรอ”

       นิโคลได้ยินมิจจี้กับนัตตี้คุยกันโดยไม่ตั้งใจ

       “อะไร เมื่อกี้นัตตี้พูดอะไรลูก”

       “เอ่อ...อาหารน่ากินจังเลยนะแม่ ฮ่ะๆ” มิจจี้แก้ต่าง

       “อย่าทำตัวมีพิรุธซี” นัตตี้แอบบ่นอุบ

       มิจจี้หน้าซีด กลัวหญิงวัยกลางคนสังเกตเห็นพิรุธ มองอาหารอันโอชะตรงหน้า พูดเบาๆ กับนัตตี้ก่อนทานข้าว

       “รู้แล้วน่า”

       “น่ากินก็กินสิ กำลังร้อนๆ เลย”

       ไวพอๆ กับคำพูดของนิโคล มิจจี้ตักกับข้าวเคล้าข้าวสวยในจานเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย กระทั่งอิ่มท้องถึงออกจากร่างผู้ทำสัญญา นัตตี้ขอมารดาเติมข้าวอีก เพื่อจะกินข้าวต่อ เพราะความจริงผู้ที่นั่งทานข้าวพร้อมบิดามารดาในตอนแรกไม่ใช่เธอ นิโคลตักข้าวให้ลูกสาวงงๆ ทำไมวันนี้นัตตี้เจริญอาหารดีแท้ ทั้งที่ปกติไม่ค่อยรับข้าวเย็นมากเท่าไร ทว่าพอข้าวคำแรกจ่อยู่ที่ปาก จู่ๆ กลับรู้สึกอิ่มจนยัดอะไรลงไปในท้องไม่ได้

       “แม่ หนูอิ่มแล้ว”

       “แน่ล่ะ กินเยอะขนาดนั้น แม่เก็บนะ”

       “จ้ะ”

       มารดากับบิดาทยอยเก็บสำรับอาหาร ปล่อยนัตตี้นั่งย่อยอาหารที่โต๊ะตามลำพัง สบโอกาสที่เธอนั่งอยู่คนเดียว มิจจี้จึงเผยตัวตน เคลื่อนตนทั้งที่เป็นทรายนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ และกลายสภาพเป็นอิมมาจิน

       “ขอบใจที่เลี้ยงนะ แต่ยังไงมันก็เป็นกระเพาะของเธอนี่เนาะ”

       “ถ้ากินเยอะแล้วจุกแบบนี้ก็น่าจะบอกกันก่อนเซ่” นัตตี้โอดครวญ เพราะปกติเธอไม่ได้กินเยอะขนาดนี้

       “ฮ่าๆๆ โทษทีๆ”

       โอยยยยย นานแค่ไหนกว่ากระเพาะอาหารของเธอจะหายจากอาการจุกเนี่ย

       มิจจี้ถือวิสาสะสิงร่างนัตตี้ เพื่อมิให้เธอแบกความท้องยุ้งพุงกระสอบเพียงลำพัง มันเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับเธอ เขากินจุ อาหารของบิดามารดารสชาติดีมากจริงๆ “เป็นไงบ้าง”

       “ทุเลาลงแล้ว”

       นั่งย่อยเพียงครู่ ทั้งสองก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากที่ไหนสักแห่ง นัตตี้ลุกจากเก้าอี้ด้วยความสนใจใคร่รู้ ตามหาเสียงกรีดร้องนั้น

       “ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยฉันด้วย!”

 

       ทั้งสองเดินตามเสียงมาจนเจอปีศาจตัวหนึ่งกำลังย่างสามขุมไปหาหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ปีศาจตนนี้มีรูปร่างเหมือนปู ลำตัวรูปวงรีแนวนอนสีดำ มีขางอกออกมา นอกเหนือจากขาที่ใช้เดิน หน้าท้องเป็นมัดกล้าม คล้ายซิกแพ็กมนุษย์ ข้างหลังพองออกนิดๆ แต่เป็นเกราะขรุขระสีด่างแข็งๆ ท่อนยอดไม่มีศีรษะ มีแต่ลูกกะตาสองข้างยึดกับคอ ซึ่งสั้นจนมองไม่เห็น และมีปากที่คอ

       “นั่นอะไรน่ะ”

       “อิมมาจิน”

       “นึกว่ามีแต่นายซะอีก ทำยังไงดีล่ะ อิมมาจินตัวนั้นดูไม่เป็นมิตรกับคนเลย”

       “ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย!”

       ประหลาดนักที่อิมมาจินทำร้ายผู้ทำสัญญา เห็นแล้วบาดตาอย่างไรชอบกล นี่มันผิดพันธะสัญญาแล้ว มิจจี้บอกให้หญิงวัยกลางคนคนนั้นหนีไปไกลๆ ขณะที่เจ้าตัววิ่งมาใกล้ๆ ตน หมายขอความช่วยเหลือ ด้วยความหวาดกลัวสถานการณ์ตรงหน้า เธอจึงทำตามคำของมิจจี้ที่อยู่ในคราบนัตตี้

       “คงได้เวลาอาละวาดแล้วมั้ง”

       “อีกฝ่ายเป็นพวกพ้องของนายไม่ใช่หรอ”

       “อย่าเอาฉันไปรวมกับหมอนั่นสิ ฉันเป็นอิมมาจินเกรดเอสนะ อีกอย่าง...เธออยากช่วยคนไม่ใช่หรอ” มิจจี้อ่านใจเธอ

       “แล้วจะช่วยยังไงล่ะ”

       “เรื่องกล้วยๆ...”           

       คำพูดของมิจจี้ก่อความสงสัยขึ้นในใจเธอได้ง่ายดาย อิมมาจินไม่ใช่แค่เข้าใจภาษามนุษย์ แต่ดันรู้จักคำว่า ‘เรื่องกล้วยๆ’ ด้วย มิจจี้หยิบเข็มขัดปริศนาที่ไม่น่ามีในกระเป๋าเสื้อออกจากเสื้อนอก สวมเข้าที่เอว นัตตี้จดจ้องการกระทำของมิจจี้อย่างรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื่นเต้น ประหลาดใจ และกังวล พะวงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

       “แปลงร่าง!”

       สิ้นเสียง มิจจี้นำตุ๊กตาตัวเล็กหน้าตาแปลกๆ จากไหนไม่รู้ใส่เข้าไปในหัวเข็มขัด และกดปุ่มที่หัวเข็มขัดทีหนึ่ง เข็มขัดตอบสนองผู้ใช้ หญิงสาวที่ถูกมิจจี้ยึดร่างไว้เปลี่ยนรูปร่างทันใด หัวจรดเท้าอาบด้วยแสงสีทอง ก่อนเผยโฉมรูปจริง หน้าตาของนัตตี้กลายเป็นหน้ากากเสือ ส่วนที่น่าจะเรียกว่าหูพับเข้าทบศีรษะ ประหนึ่งลวดลายของหน้ากากทั้งสองข้าง ดวงตาสีทอง ปากคล้ายเสือ แต่ไม่มีจมูก ท่อนบนคล้ายแผงอกหนา มีลายดุจเสือ แขนทั้งสองข้างสีดำ ใส่ถุงมือสีขาววาดลวดลาย สีดำสั้นเพียงโคนนิ้ว นิ้วเรียวเป็นสีดำ ส่วนขาลงไปเป็นสีดำล้วนเช่นเดียวกัน ยกเว้นสีข้างซึ่งมีแถบสีขาวพาดยาวสองแถวสลับกับเนื้อสีดำ และสวมรองเท้าบูทหนังเล็กๆ สีขาว

       “สุดยอด! เคยเห็นแต่ในทีวี ไม่คิดว่าจะได้มาแปลงร่างเองแบบนี้”

       “ถ้าอยากฝันร้ายให้ดาหน้าเข้ามา!”

       “อะไรของนาย”

       “เปิดตัวไง ฉัน...มาสค์ไรเดอร์ทีเกร ยินดีที่ได้รู้จัก” ประโยคต้นมอบให้นัตตี้ ประโยคปลายยัดเยียดให้อิมมาจินตรงหน้า

       “ไม่อยากรู้จักเฟ้ย”

       “งั้นหรอ... งั้นลาก่อนนะ”

       มิจจี้วิ่งเข้ามาปะทะกับอิมมาจินหน้ากากปู ต่างคนต่างฟาดฟัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ทว่ามิจจี้ใช้ทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า และพละกำลังเหนือกว่า ทำให้อิมมาจินตนนั้นต้องวอนให้เขารามือ

       “เฮ่ยๆๆ แกเป็นอิมมาจินไม่ใช่เรอะ มาขวางงานฉันทำไม”

       “แหมๆ พอดีผู้ทำสัญญาของฉันอยากช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน ฉันเองก็อยากอาละวาด อุปสงค์อุปทานตรงกันฉันเลยต้องทำอะนะ” พูดพลางประหัตประหารคู่ต่อสู้ไป “ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครบาดเจ็บเลย...”

       “ตอแหลผิดเพศจริงๆ แก!”

       “ไปเป็นปูเผาซะเถอะ”

       ตู้มมมมมมมมมมม!

       อึดใจเดียว ร่างของอิมมาจินหน้ากากปูระเบิดเป็นจุณ ด้วยน้ำมือของมิจจี้และนัตตี้

       “แบบนี้จะดีหรอ นายคงถูกอิมมาจินตนอื่นเกลียดเอาแหงๆ”

       “อย่าคิดมากเลย ดีแล้วล่ะ ฉันได้อาละวาด เธอได้ช่วยคน ที่สำคัญไม่มีใครบาดเจ็บเลยสักคน”

       “ว้าว” นัตตี้ทึ่งคำพูดเจ้าอิมมาจินตนนี้เหลือเกิน “นายเนี่ยไม่น่ากลัวจริงๆ เลยนะ”

       “ได้ไงเธอ ฉันเป็นอิมมาจินนะ” กลัวเขาบ้างเขาก็ไม่ถือหรอก!

       มิจจี้และนัตตี้เดินกลับบ้าน ครั้นทุกอย่างกลับมาสงบสุข เพราะถูกสิงร่าง นัตตี้จึงไม่เหนื่อยมากนักหากจำต้องเดินไกลกว่าทุกที พ้นหลังพวกเขา...จู่ๆ ก็มีรถไฟวิ่งผ่านจากต่างมิติ ขึ้นๆ ลงๆ และจอดสนิทหน้าตึกแห่งหนึ่ง

       รถไฟขบวนนี้คือ รถไฟเดนไลเนอร์ รถไฟที่วิ่งผ่านกาลเวลาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต มีโอเนอร์เป็นผู้กำกับดูแล มีลูกขบวนหลักๆ อีกเก้าชีวิต ได้แก่ เรียวทาโร่ โคทาโร่ ฮานะ นาโอมิ โมโมทารอส อุราทารอส คินทารอส ริวทารอส และเท็ดดี้

       เรียวทาโร่ โมโมทารอส ฮานะ โคทาโร่ และเท็ดดี้เดินลงมาจากรถไฟเป็นกลุ่มแรก พ่วงด้วยคนอื่นๆ ยกเว้นโอเนอร์กับนาโอมิที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบนรถไฟ สำรวจพื้นที่ต้องสงสัย แต่ไม่พบความผิดปกติอะไร ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้วด้วย

       “ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย” โคทาโร่ว่า

       “โกหกน่า ฉันได้กลิ่นอิมมาจินมาจากแถวนี้นี่นา” โมโมทารอสแย้ง

       “ไม่ใช่หรอก ดูเหมือนจะจบแล้วนะ” อุราทารอสพูด

       “หมายความว่ายังไง”

       “ดูสิ มีร่องรอยการต่อสู้เพียบเลย แถมมีไฟไหม้บริเวณนี้ด้วย เดาได้อย่างเดียวแล้วล่ะว่าอาจมีใครสู้กันก่อนที่เราจะมาถึงก็ได้” อุราทารอสอธิบายพลางชี้นิ้วไปยังจุดเกิดเหตุ

       “กลิ่นอิมมาจินก็หายไปแล้วด้วย เหลือแค่กลิ่นจางๆ กลิ่นอะไรไม่รู้” กลิ่นคนก็ไม่ใช่กลิ่นอิมมาจินก็ไม่เชิง

       “ยังมีใครที่กำจัดอิมมาจินนอกเหนือจากพวกเราด้วยหรอ” โคทาโร่

       “ใครกันนะที่เป็นคนกำจัดอิมมาจิน” เรียวทาโร่รำพึง ทักทุกคนให้เกิดความสงสัยในใจยิ่ง

       เขาเป็นใคร?

       มิตรหรือศัตรู...

 

       

 

 

        

 

 

 

 

 

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...