ต้นกล้าผจญภัยตอน Act of God

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว

  8 ตอน
  0 วิจารณ์
  16 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

4) บทที่ 4

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
        หลายวันผ่านไป... เยเลน่ายังคงตามสืบเรื่องภารกิจเหนือธรรมชาติอยู่เช่นเดิม แม้ว่าความคืบหน้าจะไม่ได้มากเท่าใดนัก
จนกระทั่งวันหนึ่ง สัญญาณเรียกตัวจากส่วนกลางก็ถูกส่งมา ให้เธอเข้าไปรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมที่ห้องประชุมชั้นในสุดของสำนักงานตำรวจโลก
ภายในห้องประชุมอันเงียบสงบ ยามนี้มีเพียงแค่ Father และ JK07 (เยเลน่า) นั่งอยู่กันตามลำพังสองคนเท่านั้น
        “มาก็ดีแล้ว... ฉันดีใจที่เธอยังไม่เป็นอะไร” Father เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
        “ขอบคุณค่ะ... ครั้งที่แล้ว Mother ก็พูดกับฉันแบบนี้ แต่มันแย่ตรงที่ฉันยังสืบไม่ได้เบาะแสอะไรคืบหน้าเลยสักอย่าง”
        “...สืบไม่ได้อะไรคืบหน้างั้นเหรอ นั่นก็นับว่าแย่จริง... แต่ก็ยังไม่แย่เท่ากับคนอื่นๆ หรอกนะ” Father พูดพลางยืนทอดสายตามองหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ยามนี้ฉายเพียงแสงสีขาวว่างเปล่า ไร้ซึ่งข้อมูลใดๆ บรรจุอยู่
        “หมายความว่า... คนอื่นๆ คงไม่รอดแล้ว ฉันพูดถูกไหมคะ?” เยเลน่าแทบจะเดาคำตอบได้ทันที
        “ใช่... เราสูญเสียทุกคนไปหมดแล้ว... แม้กระทั่ง Mother”
น้ำเสียงสงบนิ่งราวกับกำลังไว้อาลัยของ Father ทำเอาเยเลน่าถึงกับตกใจจนตัวแช่แข็ง การสูญเสียเจ้าหน้าที่มือดีเธอยังพอจะเข้าใจได้... แต่การสูญเสีย Mother AI นั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
        “อะไรนะคะ?! มันเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกันคะ! Mother เป็นถึง AI อัจฉริยะ เป็นชุดข้อมูลดิจิทัล เรามีการแบ็กอัปข้อมูลของเธอไว้ทุกเซิร์ฟเวอร์สำรอง แถมยังมีระบบป้องกันที่ชาญฉลาดล้ำยุคขนาดนั้น!”
ความร้อนใจและความสับสนของเธอไม่อาจปิดซ่อนเอาไว้ได้อีกต่อไป
        “ใช่... แต่เพราะเรื่องบังเอิญและเหตุสุดวิสัยหลายอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน มันทำให้เราต้องสูญเสีย Mother ไปชนิดที่ไม่สามารถกู้คืนระบบกลับมาได้เลยอย่างน่าประหลาดใจ... ถึงตอนนี้ เธอเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าทุกอย่างบนโลกนี้มันเป็นไปได้ทั้งหมด ฉันเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน... ที่เธอยังมีชีวิตรอดอยู่ตรงนี้”
เมื่อ Father พูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แต่ทว่าชัดเจน และโดยไม่รอคำตอบอนุญาต ประตูก็ถูกดันเปิดเข้ามาโดยพนักงานเสิร์ฟกาแฟชายคนหนึ่ง
แก้วกาแฟร้อนๆ ถูกวางลงบนโต๊ะข้างตัวเยเลน่าอย่างเบามือ ควันฉุยพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของมันทำให้เธอต้องหยิบขึ้นมาจิบ หวังจะช่วยให้ลำคอที่แห้งผากจากความตื่นตระหนกบรรเทาลงบ้าง
ทว่า... พอสืบสายตาชำเลืองมองไปยังใบหน้าของพนักงานเสิร์ฟคนนั้น เยเลน่าถึงกับตาพร่างพรายด้วยความตกใจ ช็อกจนสำลักพ่นน้ำกาแฟในปากออกมาเปื้อนเต็มโต๊ะประชุม!
        “นะ... นาย... ต้นกล้า!!”
                ---
ต้นกล้ายิ้มแหยๆ พลางยกมือขึ้นเกาหัว
        “สวัสดีเยเลน่า... อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย คือ... ผมไม่ได้แอบตามคุณมานะ ไม่ได้ใส่เครื่องติดตามที่ซื้อจากตลาดนัด แล้วก็ไม่ได้มาสมัครงานที่นี่เพื่อตั้งใจมาหาคุณจริงๆ นะ!”
ต้นกล้าหลุดปากพูดหมดเปลือกอย่างร้อนตัว ทำเอาเยเลน่าจ้องเขาตาเขม็งด้วยความกรุ่นโกรธ
        “นี่นายแอบติดเครื่องติดตามตัวไว้กับฉันงั้นเหรอ!! มันผิดกฎหมายนะ! แล้วก็สะกดรอยตามฉันอย่างกับพวกโรคจิต... น่าขยะแขยงที่สุด!”
Father มองดูชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังโต้เถียงกันด้วยสายตาสับสนและงุนงง
        “เยเลน่า... ปกติเธอไม่เคยใส่ใจหรือเสวนากับเจ้าหน้าที่คนอื่นยาวขนาดนี้เลยนี่นะ แม้กระทั่งกับพวกเจ้าหน้าที่ระดับสืบสวนด้วยกันก็ตาม”
ข้อสังเกตของ Father ทำเอาบรรยากาศเปลี่ยนไป เพราะต้นกล้าเป็นเพียงพนักงานชั่วคราวที่เพิ่งรับเข้ามาได้ไม่กี่วัน และไร้ซึ่งตำแหน่งสำคัญ แต่ทั้งคู่กลับปะทะอารมณ์กันเหมือนคนที่สนิทสนมกันมานาน
        “มะ... ไม่ใช่นะคะ! แค่เคยคุยกันเฉยๆ ค่ะ!”
แม้จะรีบปฏิเสธ แต่แก้มของเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่อ เยเลหน้ารู้สึกหงุดหงิดและไม่ยอมรับตัวเองแม้แต่น้อย... เธอไม่มีทางหน้าแดงให้ผู้ชายต้อยต่ำตรงหน้านี้เด็ดขาด!
        “นายแอบตามฉันใช่ไหม... ฉันจะจับนายไปลงโทษข้อหาคุกคามเดี๋ยวนี้เลย!” เธอพยายามหาข้ออ้างดึงตัวต้นกล้าเพื่อลากเขาออกไปจากห้อง แต่ขณะที่กำลังยุดฉุดกระชากแขนกันอยู่นั้น ต้นกล้าก็พยายามยื้อขัดขืนสุดฤทธิ์
        “เดี๋ยวสิครับ! ไม่ใช่นะ... ผมไม่ได้แอบตามสักหน่อย! ผมพยายามเรียกคุณ พยายามเดินเข้าไปอยู่ในสายตาคุณแล้ว... แต่คุณกลับมองไม่เห็นผมเองต่างหากล่ะ” น้ำเสียงของเขาลดลงราวกับฝุ่นผงไร้ตัวตนในสายตาเธอที่น่าสมเพช “ตอนที่คุณกำลังวิ่งตามใครบางคนอย่างเร่งรีบวันนั้น... ผมก็ยืนอยู่แถวนั้น หรือตอนที่คุณแวะซื้อชีสเบอร์เกอร์... ผมก็โบกมือให้คุณอยู่แท้ๆ...”
ภาพความทรงจำในหัวของเยเลน่าค่อยๆ คมชัดขึ้น... และในมุมมืดของทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมารวมถึงในความทรงจำ ภาพของต้นกล้ากลับจางๆ เลือนราง ราวกับรูปถ่ายที่ติดวิญญาณเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ
        “อ้อ... อืม จริงด้วย...” เธอทำท่าขุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงต่อ “แต่ยังไงก็ตาม! นั่นก็คือการละเมิดความเป็นส่วนตัวอยู่ดี นายตามฉันมาจนรู้ว่าฉันทำงานอยู่สาขานี้ ยังไงก็ต้องโดนจัดการ! Father คะ... เรามีปากกาลบความจำแบบในหนังไหมคะ!!”
        “ของแบบนั้นมันจะไปมีได้ยังไงกันเล่า...” Father ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ “แต่มันก็น่าแปลกนะ... คนระดับเยเลน่า โดนคนธรรมดาตามสะกดรอยโดยไม่รู้ตัวแบบนี้ได้ยังไง”
คำพูดเรียบๆ ของ Father ทำให้เยเลน่าถึงกับชะงักกึก... และเพิ่งจะตระหนักถึงความผิดปกติอันน่าขนลุกนี้ได้ในทันที
              
        “...” Father ยืนกอดอกครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
        “ถามความเห็นเธอหน่อย เยเลน่า... ตอนนี้เจ้าหน้าที่มือดีของเราแทบจะหมดคลังแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งในสาขานี้และสาขาอื่นทั่วโลกก็ไม่มีใครกล้ารับภารกิจนี้เลย เธออยากจะทำงานคนเดียวเหมือนเดิม หรืออยากได้ผู้ช่วยสักคนไหม? ดูเหมือนเจ้าหนุ่มต้นกล้าคนนี้จะเข้ากับเธอได้ดีพอสมควรเลยนะ”
เยเลน่าโพล่งตอบทันควัน และต้นกล้าก็สวนตอบขึ้นมาพร้อมกันในวินาทีนั้นชนิดไม่มีใครยอมใคร
        “ไม่ค่ะ! ฉันถนัดทำงานคนเดียว ไม่ต้องการผู้ช่วย!”
        “ได้ครับ! ผมช่วยเธอได้แน่นอน เธอต้องการผู้ช่วยครับ!”
ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศและเคมีที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง... เป็นความตรงข้ามที่ตรงกันจนน่าอึดอัด
        “นายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเจออยู่กับอะไร” เยเลน่าจ้องหน้าเขา
        “ใช่ครับ... ก็เพราะผมยังไม่รู้จักคุณเลยไง” ต้นกล้าตอบหน้าตาเฉย
        “นายยังไม่เคยเรียนหรือสอบเป็นสายลับด้วยซ้ำ!”
        “ก็สอนผมสิครับ ผมเรียนรู้ไวนะ”
        “นายกู้ชนวนระเบิดเป็นไหม?”
        “ไม่ครับ... แต่ผมวิ่งไปซื้อของกินมาให้คุณได้นะ”
        “นายถอดรหัสมอสเป็นไหม?”
        “ไม่ได้เลยครับ... แต่ผมจดบันทึกตามคำบอกให้ได้นะ”
        “นายต้องสู้กับผู้ชายร่างยักษ์พร้อมกันหลายๆ คน... นายทำได้ไหม?”
        “ผมไม่ชอบการต่อยตีครับ... แต่ผมชงกาแฟอร่อยนะ”
ต้นกล้าส่งยิ้มให้อย่างซื่อๆ ไร้เดียงสา
 
        “เยเลน่า... ตอนนี้เหลือเธอคนเดียวแล้วนะที่ทำภารกิจนี้”  
Father เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสุขุม เตือนสติให้เธอตระหนักถึงความจริง ซึ่งมันทำให้เยเลน่าสูดหายใจเข้าลึกๆ และอารมณ์เย็นลงได้บ้าง
        “ก็ได้ค่ะ... แต่ถ้าหมอนี่ตายขึ้นมา ฉันไม่รับผิดชอบนะ” เธอถอนหายใจยาว ท่าทีดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย
        “ถ้าผมอยู่ใกล้คุณ ผมคิดว่า 'ความโชคดี' ของคุณจะช่วยให้ผมรอดแน่นอน จริงไหมครับ?” ต้นกล้าพูดยิ้มๆ โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อภัยอันตรายที่กำลังรออยู่แม้แต่น้อย
        “นายนี่มัน... ก็ได้! ตามใจ แต่มีข้อแม้ว่านายต้องฟังและทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง ไม่ย่างนั้นฉันจะเป็นคนไล่นายออกด้วยตัวเอง!”
เยเลน่ายอมรับผู้ช่วยคนใหม่ของเธออย่างไม่เต็มใจนักและเดินออกจากห้องไป...
ต้นกล้ารีบเดินตามหลังเธอไปอย่างดีใจ
        “นี่ๆ... มีคุกกี้นะครับ! ผมเอาติดมือมาฝากทุกคนด้วย รอผมแป๊บสิ เดี๋ยวผมวิ่งไปเอามาให้!”
เยเลน่าชะงักเท้าแล้วหันกลับมาจ้องหน้าเขาตาเขม็ง
        “รู้ไหม? นายเนี่ยเก่งมากเรื่องสร้างความรำคาญให้คนอื่นน่ะ... ไม่เอา!” พูดจบเธอ ก็เร่งฝีเท้าเดินหนีออกจากอาคารทันที ทว่าต้นกล้าก็ยังคงเดินแกมวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ
        “คุณเยเลน่า แล้วเราจะเริ่มงานกันยังไงดีครับ? ผมพร้อมรับคำสั่งและอยากเริ่มงานเต็มทีแล้วนะ”
        “ไม่... วันนี้นายกลับไปได้แล้ว เริ่มวันไหนเดี๋ยวฉันจะเรียกเอง” เยเลน่าพยายามถอนหายใจยาว เพื่อตั้งสติและเตรียมรับมือกับต้นกล้าที่ดูทรงแล้วน่าจะสร้างปัญหาปวดหัวให้เธออีกเยอะ
        ได้ครับ! งั้นผมไปส่งคุณที่รถนะ” ต้นกล้าส่งยิ้มอย่างจริงใจ ก่อนจะเดินนำไปยังรถของเธอ แล้วพยายามจะดึงเปิดประตู แต่ประตูยังคงล็อกแน่นหนา
        “อุ๊บส์! แฮะๆ... ยังไม่ได้ปลดล็อกสินะครับ” เขาหัวเราะแก้เขิน
เยเลน่าสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะกดรีโมทปลดล็อกประตูรถ
        “นายกลับไปได้แล้ว วันนี้พอแค่นี้... ฉันอยากพักสักหน่อย” พูดจบเธอก็แทรกตัวขึ้นรถแล้วปิดประตูตัดบททันที
ต้นกล้าทำหน้าเจื่อนๆ โบกมือให้อย่างเบามือ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง
        “ทำให้เธอหงุดหงิดอีกแล้วสิ... ทำยังไงดีนะ ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดคนอื่นสักเท่าไรเลย แบบนี้แย่จริง... ลองหาหนังสือวิธีเข้าสังคมมาอ่านดูหน่อยดีกว่า”
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเดินพ้นหัวมุมถนน มือนุ่มแต่กำแรงแน่นก็คว้าหมับเข้าที่แขนของเขา!
มือนั้นคือเยเลน่า... เธอวิ่งกระหืดกระหอบตามเขามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด
        “อย่าเพิ่งไป!!...” เยเลน่าโพล่งเสียงดังด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
        “คุณเยเลน่า! ผม... ผมทำอะไรผิดไปเหรอครับ? ขอโทษนะ... แต่ผมจะพยายามปรับปรุงตัวนะ!” ต้นกล้าทำหน้าลนลาน ยกมือขึ้นสองข้างยอมแพ้พลางยิ้มแหยๆ แบบคนทำความผิด
ดวงตาของเยเลน่าเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากสั่นเทาขณะพยายามจะเค้นเสียงออกมา
        “ตะ... ตายหมดแล้ว... เจ้าหน้าที่ทุกคนในอาคารสาขาเรา... เมื่อครู่นี้ ตายหมดแล้ว! Father ก็ด้วย!!”
ต้นกล้าถึงกับใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะไม่คิดเลยว่าผู้คนเกือบ 50 ชีวิตในอาคารที่เขาและเธอเพิ่งจะเดินออกมาเมื่อกี้ จะมาตายกันหมดได้อย่างไร!
        “ยะ... ยังไงครับ!! มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!!”
        “น่าจะ... ไฟฟ้าลัดวงจร... สาขา M เพิ่งแจ้งเตือนมาว่าตรวจพบท่อน้ำรั่วซึมในอาคาร แล้วก็... เกิดไฟลัดวงจรสายใหญ่...”
ทั้งคู่ยืนนิ่งตะลึงงัน หันกลับไปมองอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ไกลออกไปในระยะสายตา... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า อาคารอันทันสมัยหลังนั้นจะกลายเป็นกับดักสังหารไร้ทางรอดไปแล้วภายในเวลาไม่กี่นาที และสำนักงานสาขาของพวกเขา... บัดนี้ได้สิ้นสภาพลงอย่างสมบูรณ์
ทั้งคู่นิ่งเงียบไป ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ปล่อยให้ผู้คนรอบข้างเดินผ่านไปมาโดยไม่รับรู้ถึงภัยพิบัติอันน่าขนลุกที่เพิ่งเกิดขึ้น
จนกระทั่งในที่สุด ต้นกล้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
        “อย่างน้อย... เราก็รอดนะครับ ต่อไปคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น”
        “รอดเหรอ?... ใช่ ฉันรอดมาได้เสมอ... แต่นาย...” เยเลน่าเพิ่มแรงบีบที่แขนของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
        “อย่าห่วงเลยครับ ถึงขั้นนี้แล้ว ผมว่าจะยอมแพ้แล้วขอลาออกตอนนี้เลยดีกว่า ถ้าทำแบบนั้น ผมคงไม่โดนเพ่งเล็งแล้วใช่ไหมล่ะครับ? แล้วคุณจะได้ทำงานได้คล่องตัวขึ้นด้วย”
ต้นกล้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อกลบเกลื่อน แต่ในสายตาของเยเลน่า เธอดูออกทันทีว่าภายในใจของเขากำลังสับสนและหวาดกลัว
        “...”
        “ถึงขั้นนี้แล้ว... งั้นเหรอ? นายจะทิ้งฉันไว้คนเดียวจริงๆ เหรอ...”
เยเลน่าก้มหน้าลง ไม่ยอมสบตากับเขา ริมฝีปากสั่นระริกขณะเค้นเสียงแผ่วเบาออกมา
        “ตอนนี้... ไม่มีใครเหลืออีกแล้ว... ไม่เหลือใครสักคนเดียว... ฉันต้องการผู้ช่วย”
        “อ๋อ... ความจริงคุณเป็นห่วงผมว่าอาจจะโดนเก็บใช่ไหมล่ะครับ? เพราะถ้าอยู่ใกล้ๆ คุณ ผมก็จะมีโอกาสรอดมากขึ้น... หมายความว่า คุณกำลังเป็นห่วงผมอยู่ใช่มั้ยเนี่ย!” ต้นกล้าส่งเสียงสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเธอ
ทว่าเยเลน่ากลับไม่ได้ตอบสนองหรือแสดงอาการปฏิเสธเหมือนเคย เธอยังคงนิ่งเงียบจนรอยยิ้มทะเล้นของต้นกล้าค่อยๆ หุบลงทีละน้อย
        “อยู่ใกล้ๆ ฉันไว้... นายจะมีโอกาสรอดเหมือนอย่างในครั้งนี้”
        เยเลน่าเริ่มตระหนักถึงความจริงอันน่าหวาดหวั่นว่า... หากเมื่อครู่นี้ต้นกล้าไม่ได้เดินตามเธอออกมานอกอาคาร เขาก็คงจะกลายเป็นอีกหนึ่งศพที่ถูกแผดเผาอยู่ในนั้น เช่นเดียวกับทุกคน
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องสั้นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา