ต้นกล้าผจญภัย (18+) ตอนจอมมาร
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 23.05 น.
แก้ไขเมื่อ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 20.17 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
4) ข้าคือจอมมาร 4
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ตอนนี้ทั่วมหานครถูกประดับประดาไปด้วยสิ่งของตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ เพื่อเฉลิมฉลองงานพิธีอภิเษกสมรสครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง เจ้าชายอนาวิล และ เจ้าหญิงดวงจำปา บรรยากาศรอบเมืองเต็มไปด้วยผู้คนคึกคัก ตื่นเต้น แขกเหรื่อจากต่างเมืองและแขกผู้มีเกียรติระดับสูงพากันเดินทางมาร่วมงานกันจนหนาตา แทบทุกสิ่งทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ใคร ๆ ต่างก็ร่ำลือกันว่า... นี่คือคู่กิ่งทองใบหยกที่เหมาะสมกันที่สุดในปฐพี!
เกือบทุกคนในงานมีความสุข... แต่ไม่ใช่กับทุกคน โดยเฉพาะ เจ้าชายอนาวิล!
ในห้องพักส่วนตัวที่อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะต้องเข้าสู่พิธีการ เจ้าชายอนาวิลได้แต่นั่งกุมขมับ ร้องไห้กระซิก ๆ ในใจด้วยความเครียดขีดสุด ภาพของเจ้าหญิงดวงจำปาล่าสุดที่ได้พบกันมันยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ตลอดเวลา แม้ว่านิสัยใจคอของเธอจะยังคงงี่เง่าเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่ทว่า... ร่างกายของเธอกลับน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นทวีคูณทุกวัน ๆ!
ตอนนี้ดวงตาของเจ้าหญิงกลมโตเบิกโพลงถลนออกมาแทบไม่มีเปลือกตาเหลืออยู่ ประกอบกับใบหน้าที่มีตุ่มหนองปูดโปนขรุขระขึ้นเต็มไปหมดจนแค่ล้างหน้าเฉย ๆ ยังดูลำบากลำบน และที่ร้ายกาจที่สุดคือกลิ่นอายเน่าบูดชวนอ้วกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเธอ! เจ้าชายอนาวิลเก็บเอาความสยองขวัญนี้ไปนอนฝันร้ายสะดุ้งตื่นร้องไห้ทุกค่ำคืน!
ณ ห้องเตรียมตัวของเจ้าหญิงดวงจำปา
ช่างแตกต่างกับฝั่งเจ้าหญิงดวงจำปาโดยสิ้นเชิง ที่ตอนนี้เธอยังคงนั่ง ‘มั่นหน้ามั่นโหนก’ เชื่อมั่นในอานุภาพรักแท้ของเจ้าชายอนาวิลอย่างไม่เสื่อมคลายอยู่ภายในห้องแต่งตัว
แก้วตา: "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! คุณพระช่วยยยยยยยยย!!!!"
แก้วตา สาวใช้คนสนิทแผดเสียงกรีดร้องลั่นห้องเป็นครั้งที่ 3 ของวัน เมื่อหันหลังกลับไปแล้วเจอใบหน้าขรุขระตุ่มปูดโปนของเจ้าหญิงเดินเข้ามาประชิดข้างหลังเงียบ ๆ โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง!
แก้วตา: (เอามือกุมอก หายใจหอบ) "เจ้าหญิงเพคะ!! บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าถ้าจะเดินเข้ามาใกล้ ๆ ให้ส่งเสียงบอกล่วงหน้าด้วยเถอะเพคะ! หัวใจแก้วตาจะวายตายเล่น ๆ เอา! มาเล่นโหมด ‘จั๊มสแกร์’ (Jump Scare) โผล่มาแบบผีหลอกในหนังแบบนี้ แก้วตาคงได้หัวใจวายสิ้นชีพเข้าสักวันแน่ ๆ!"
ดวงจำปา: "โอ้ย! อีแก้วตา!! ทำไมแกยังไม่ชินกับเบ้าหน้าฉันอีกเนี่ยนะ!? ฉันก็แค่จะเดินมาหยิบเข็มกลัดตรงนี้เอง!! เลิกโวยวายแล้วมาช่วยฉันแต่งหน้าทับตุ่มพวกนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!!!"
แก้วตาถอนหายใจยาวพลางเดินกระแทกส้นเท้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้งด้วยความระอาปนรำคาญ
แก้วตา: "โถ่... อย่าแต่งเพิ่มเลยดีกว่าเพคะ แต่งหนา ๆ เดี๋ยวตุ่มบนหน้าก็อักเสบพุพองขึ้นมาอีกหรอก หน้าสดธรรมชาติแบบหน้าปลาดุกชนเขื่อนแบบนั้นแหละดีแล้วเพคะ... แต่งไปก็เท่านั้นแหละ ปล่อยให้เจ้าชายเขาชินกับสภาพจริงไปเลย!"
ดวงจำปา: "ฮึ! ก็จริงของแกนะแก้วตา... เจ้าชายอนาวิลน่ะเขารักฉันที่หัวใจอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ที่หน้าตาสักหน่อย เขาเคยกระซิบโปรยยาหวานบอกฉันไว้แบบนั้นเองแหละย่ะ!"
เจ้าหญิงหยิบเข็มกลัดทองคำมาติดที่เสื้อชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก (แบบไม่มีเปลือกตา) อย่างมีความสุขล้นพ้น โดยหารู้ไม่ว่าผัวในอนาคตกำลังนั่งร้องไห้อยากผูกคอตายอยู่ที่ห้องข้าง ๆ!
เมื่อถึงเวลากลางพิธีอภิเษกสมรส...
เจ้าชายอนาวิลในชุดเจ้าชายสีขาวขลิบทองหรูหราสวยสง่า ทว่าใบหน้าของเขาแม้จะพยายามฝืนยิ้มให้แขกเหรื่อ แต่สีหน้ากลับอิดโรย ขอบตาคล้ำ และดูเครียดขึ้งจนปิดไม่มิด ด้านข้างของเขาถูกจัดให้ยืนคู่กับเจ้าหญิงดวงจำปา ซึ่งแต่งชุดเจ้าสาวสีขาวมิต้องเปิดเผยเนื้อหนัง ปิดมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็หนาเตอะจนมองไม่เห็นสิ่งใดภายใน
ทันใดนั้น เจ้าหญิงดวงจำปายกมือขึ้นเพื่อให้เจ้าชายจับและนำทางเดิน มันเหมือนภารกิจท้าทายเฉียดตายที่เจ้าชายหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในใจจะหลอนและหวาดกลัวขนาดไหน เขาก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้นช้า ๆ แตะและสัมผัสมือของเจ้าหญิงผ่านถุงมือผ้าสีขาวสะอาดตา
ถึงแม้เนื้อผ้าจะหนา... แต่เจ้าชายอนาวิลยังคงสัมผัสได้ถึงผิวสัมผัสตุ่มปมเนื้อนุ่มนอกแข็งในขรุขระภายใต้ถุงมือนั่น! แถมกลิ่นตัวเน่าบูดของเจ้าหญิงที่พยายามฉีดน้ำหอมประโคมทับหนา ๆ ยิ่งผสมโรงตอกย้ำความอึดอัดชวนคลื่นไส้ให้แก่อนาวิลจนแทบอยากจะอ้วกพุ่งตรงนั้น!
แต่ฝั่งดวงจำปากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เธอรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งเรือนร่าง ดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้แต่งงานและสัมผัสมือเจ้าชายสุดหล่ออีกครั้ง ทั้งคู่เดินนวยนาดเข้าสู่โถงพระราชวังที่ใช้จัดพิธี ท่ามกลางแขกเหรื่อทั้งสองฝั่งที่เข้าร่วมงานแน่นขนัดเต็มทุกที่นั่ง แน่นอนว่าไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าจริงของเจ้าหญิงดวงจำปา จึงไม่มีใครสงสัย ส่วนกลิ่นเหม็นตุ ๆ ที่ลอยโชยมา ก็ไม่มีใครสนใจและคิดว่าเป็นเพียงความผิดพลาดเล็กน้อยของพวกคนจัดงานระบายอากาศไม่ดีเท่านั้น
ทั้งคู่ไปยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธีต่อหน้าบาทหลวงเพื่อเตรียมกล่าวคำสาบาน ท่ามกลางความลุ้นระทึกขององค์ราชาจากทั้งสองอาณาจักรที่นั่งมองอยู่บนปะรำพิธี พวกเขาต่างภาวนาในใจให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี
หลังจากบาทหลวงอ่านข้อพระคัมภีร์และกล่าวบทเทศนาสั่งสอนจบลง บาทหลวงชราก็หันไปประกาศต่อหน้าประชาชนและผู้ที่มาเป็นสักขีพยานเสียงดังก้อง
บาทหลวง: "มีใครทราบเหตุผลอันชอบธรรมที่ไม่ควรให้คนทั้งสองแต่งงานกันหรือไม่? ขอให้กล่าวออกมา ณ บัดนี้!"
ในโถงพระราชวังตกอยู่ในความเงียบกริบ ไม่มีใครคัดค้านเลยสักคน เจ้าชายอนาวิลแทบจะเป็นลมล้มพับลงไปตรงนั้น ความหวังของเขาดับวูบลงทันที เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีมนุษย์หน้าไหนกล้าค้านงานแต่งระดับมหาอำนาจนี้ ไม่มีใครอยากโดนสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรหรอก!
ทว่า... ปาฏิหาริย์ดันมีอยู่จริง!!! ผู้ที่กล้าคัดค้านและต่อต้านอำนาจของราชามนุษย์ถึงสองอาณาจักรพร้อมกัน มีเพียงผู้เดียวในใต้หล้า นั่นก็คือ...!
"ข้าขอค้านโว้ย!!!"
เสียงประกาศกร้าวเตะถ่วงดังชัดเจนก้องกังวานมาจากทางประตูทางเข้าโถงพิธีที่สูงกว่า 10 เมตร ทันใดนั้น หมอกควันสีม่วงดำทมิฬแผ่ทะลักเข้ามาในโถงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวมืดมิดลงทันตาเห็นราวม่านดำขนาดใหญ่ปกคลุมแสงสว่างทุกแสงในโถงพิธีจนหมดสิ้น!
เจ้าชายอนาวิลแทบจะร้องไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง! ไม่ว่าไอ้คนที่มาบุกพังงานแต่งจะเป็นใคร หรือมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่มันคือฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตเขาจากนรกตุ่มปูดโปนชัด ๆ! แต่อนาวิลดีใจได้ไม่นานจริง ๆ...
ต้นกล้า: (ยืนเด่นในชุดจอมมารสุดเท่ ผ้าคลุมไหล่สีดำแซมม่วงประดับด้วยอัญมณีสีเขียวส่องประกายวับ) "ข้าคือจอมมารต้นกล้าผู้ยิ่งใหญ่! ข้าเดินทางมาที่นี่เพื่อรับตัวเจ้าหญิงดวงจำปาไปเป็นเมียข้ายังไงล่ะฮ่า ๆ ๆ!!!"
พวกทหารองครักษ์มนุษย์ทุกคนขยับตัวพร้อมกันทันทีเพื่อเตรียมจะปกป้องเจ้าหญิงและกำจัดผู้บุกรุก แต่ทว่ากลับถูกเวทมนตร์สะกดตึงร่างเอาไว้จนหยุดนิ่งขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ!
ต้นกล้า: "อย่าขัดขืนให้เสียเวลาเลยน่า ผมจะไม่ทำร้ายใครถ้าไม่จำเป็นหรอกนะ" (ต้นกล้าโบกไม้ตายวิเศษทีหนึ่งก่อนจะเก็บเข้าสาบเสื้อผ้าคลุมอย่างเรียบง่ายคล่องแคล่ว)
เจ้าหญิงดวงจำปาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจกลัว
ดวงจำปา: "เจ้าชาย อดรักของข้า!!! จอมมารสารเลวมันจะมาเอาตัวข้าไปแล้ว! ปกป้องฉันด้วยเพคะเจ้าชาย! ด้วยพลังแห่งรักแท้ที่เจ้าชายมีต่อฉัน ท่านต้องชนะมันได้แน่ ๆ!!!"
อนาวิล: (แกล้งทำเสียงสั่น เกร็งตัวสุดขีด) "มะ... ไม่ได้... ผะ... ผมโดนเวทมนตร์สะกดไว้! ขยับตัวไม่ได้เลยครับเจ้าหญิง!!!"
ดวงจำปา: "เจ้าชาย!!! พยายามเข้าเพคะ! รวบรวมพลังต้านทานเวทมนตร์ให้ได้ ฉันเอาใจช่วยอยู่ตรงนี้!!!"
ต้นกล้า: (ขมวดคิ้ว ทำเสียงหงุดหงิด) "เฮ้ย! แกขยับได้สิวะเจ้าชาย ผมไม่ได้ร่ายเวทมนตร์ใส่แกเลยนะไอ้เวร!"
อนาวิล: (เล่นใหญ่จัดเต็มกว่าเดิม) "โอ๊ย! ไม่ขยับไม่ได้จริง ๆ ครับ!" (ว่าแล้วเจ้าชายอนาวิลก็ถีบตัวม้วนหน้ากลิ้งโค่โล่หนีไปไกลลิบ) "อ๊ากกกก! มันโจมตีฉันแล้ว! พลังของจอมมารนี่มันร้ายกาจไร้เทียมทานจริง ๆ อดทนไว้ก่อนนะดวงจำปา!"
ต้นกล้า: (ยืนเอ๋อตาค้าง ตะลึงแดก) "เฮ้ย!!! ไอ้สัส! กูยังไม่ได้แตะต้องตัวมึงเลยนะไอ้เจ้าชายหน้าตัวเมีย!!!"
แต่ทว่า... เจ้าหญิงดวงจำปากลับปักใจเชื่อสนิทใจว่าทั้งหมดเป็นฝีมือจอมมารต้นกล้าชั่วร้ายรังแกผัวของเธอ! ยัยเจ้าหญิงมั่นหน้าวิ่งรี่ไปหยิบแจกันดอกไม้ใบยักษ์ข้างแท่นพิธีขึ้นมาถือ แล้วพุ่งตัวเข้าฟาดใส่หัวของจอมมารต้นกล้าอย่างสุดแรงเกิดจนแจกันแตกกระจายละเอียด!
ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของแขกเหรื่อและทุกคนในโถงใหญ่ยักษ์ว่า 'นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นในงานแต่งวะเนี่ย!?'
เพล้ง!!! โป๊ก!!!
ต้นกล้า: "อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!! หัวกู๊!!!"
แรงทุ่มสุดตัวจากการฟาดแจกันดอกไม้ใบยักษ์ของเจ้าหญิงดวงจำปา ส่งผลให้ร่างอันหนาเทอะทะของเธอล้มตึงโครมทับลงบนร่างของจอมมารต้นกล้าทันที! แถมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวผืนหนาเจ้ากรรมยังตกลงมาคลุมหัวของต้นกล้าไว้พอดิบพอดี และนั่นทำให้จอมมารที่ดวงซวยที่สุดในปฐพี ต้องเผชิญหน้ากับโหมด ‘จั๊มสแกร์’ (Jump Scare) ในระยะประชิดแค่ 10 เซนติเมตร!
ดวงตากลมโตเบิกโพลงถลนอย่างไร้เปลือกตาของเจ้าหญิงจ้องลึกเข้ามาในตาของเขา ใบหน้าที่มีตุ่มหนองปูดโปนเบียดอัดแน่นซ้อนกันจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ และก๊าซพิษกลิ่นเหม็นสาบเน่าบูดชวนอ้วกพุ่งอัดเข้าเต็มรูจมูก! อานุภาพความสยองขั้นสุดยอดทำเอาจอมมารต้นกล้าช็อกตาตั้ง สลบเหมือดคาที่ วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างลอยละลิ่วไปวิ่งเล่นอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจีอันสงบสุขทันที!
เจ้าหญิงดวงจำปาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พลางเดินหวาด ๆ กลับไปตั้งหลักที่แถวพิธี โดยมีแก้วตาสาวใช้รีบวิ่งข้ามาปลอบประโลมใจ แต่ทว่าไม่นานนัก... ของวิเศษชุบชีวิตออโต้ของจอมมารก็ทำงานทันที พลังเวทสีดำช็อกร่างกระตุ้นปลุกราชามารต้นกล้าให้สะดุ้งฟื้นคืนชีพกลับมาจากความตายอีกครั้ง!
เฮือกกกก! ม๊ายยยยย!
ต้นกล้าสะดุ้งลุกขึ้นมาสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดตาเหลือกลานลนด้วยความสยองขวัญ
ต้นกล้า: "โว้ย!!! เมื่อกี้นี้มันตัวอะไรวะเนี่ย!? ฝันร้ายที่สยดสยองที่สุดตั้งแต่กูเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เลยโว้ย!!!"
ต้นกล้า: (ชี้หน้าเจ้าหญิงดวงจำปาพลางแหกปากโวยวายลั่นวัง) "เฮ้ย! พวกมึง! แล้วเจ้าหญิงดวงจำปาตัวจริงเสียงจริงอยู่ไหนวะ!!!! ไอ้ที่ยืนอยู่นั่นมัน... ผี... อะ... อื้มม์..."
ต้นกล้าชะงักคำพูดไปนิดหนึ่งเมื่อเหลือบเห็นแขกเหรื่อและเหล่าราชาทั้งสองอาณาจักรจ้องมองมาเป็นตาเดียว เขาจึงรีบกระแอมไอแสร้งกลับมายืนกอดอกเก๊กท่าราชามารผู้ทรงพลังอีกครั้ง
ดวงจำปา: "หนอย! ไอ้จอมมารปากเสีย! พูดจาให้มันดี ๆ หน่อยนะย่ะ เดี๋ยวแม่ตบกบาลแยกซะหรอก!..."
เจ้าหญิงในชุดเจ้าสาวปิดมิดชิดง้างมือล่ำ ๆ ทำท่าจะปรี่เข้าไปตบหน้าจอมมารให้คว่ำ แต่โชคดีที่แก้วตารีบโดดตะครุบแขนห้ามไว้ได้ทันท่วงที (แต่ทว่า... ฝั่งจอมมารต้นกล้าดันทำท่าสะดุ้งก้าวขาถอยหลังกุมเป้าด้วยความกลัวยัยเจ้าหญิงตุ่มซะงั้น!)
แก้วตา: "ใจเย็น ๆ ก่อนเพคะเจ้าหญิง! นั่นมันจอมมารร้ายระดับตำนานนะเพคะ ให้เกียรติบารมีท่านเขาหน่อยเถอะเพคะเดี๋ยววังระเบิด!"
ต้นกล้าพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกสติสัญชาตญาณตัวเองกลับคืนมา
ต้นกล้า: "นี่... ยัยตุ่ม... เอ๊ย! เจ้าคือเจ้าหญิงดวงจำปาตัวจริงงั้นเหรอ? โธ่เอ๋ย... ถ้าสภาพเป็นแบบนี้ล่ะก็... ผมไม่เอาแล้วโว้ย! เชิญพวกมึงจัดงานแต่งเสพสุขกันตามสบายเถอะ กูกล่าวลาล่ะ จะกลับปราสาทแล้ว!"
ดวงจำปาเห็นจอมมารทำท่าจะเบี้ยวไม่ยอมลักพาตัว เธอกลับขัดใจอย่างรุนแรงรีบวิ่งไปกระชากคอเสื้อดึงตัวเจ้าชายอนาวิลขยับมาขวางตรงหน้าทันที
ดวงจำปา: "ไม่ย่ะ! แกจะหนีไปเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้! แกต้องโดนเจ้าชายสุดที่รักของฉันซัดหน้าหงายก่อน! เจ้าชายสิคะ! สู้มันเลยค่ะ ลุกขึ้นมาจัดการมันสิคะ ยอดรัก!"
ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังชุลมุนวายป่วง ลิชเฒ่าก็ทำการต่อสายตรงส่งกระแสจิตเข้าหัวสมองของต้นกล้าทันทีดังก้อง
ลิชเฒ่า (โทรจิต): [กลับมามือเปล่าไม่ได้นะขอรับท่านจอมมาร! ต้องเอาตัวเจ้าหญิงกลับมาด้วย! เป้าหมายสูงสุดของเราคือการพังงานแต่งงานสร้างความร้าวฉานนะขอรับ ไม่ใช่ส่งท่านไปคัดเลือกแม่พันธุ์สืบทอดทายาท!] ต้นกล้า (โทรจิต): [อ้อ... เออว่ะ! ใช่ ลืมภารกิจหลักไปเลย กะ... ก็ได้วะ!]
จอมมารต้นกล้าสลัดความกลัวสะบัดผ้าคลุมหันกลับมาตั้งท่าตั้งใจจะจับตัวเจ้าหญิงดวงจำปาอย่างจริงจังตามหน้าที่ แต่ทว่าตอนนี้ เจ้าชายอนาวิลที่ถูกแรงกระชากของดวงจำปาดึงให้ลุกขึ้นมา ยืนขวางทางเขาอยู่ด้วยสภาพร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง หน้าตาอมทุกข์เหมือนคนอยากตาย
ต้นกล้า: "เจ้าชายอนาวิล! ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้... เรามาดวลศึกตัดสินกันให้สมศักดิ์ศรีลูกผู้ชายหน่อยเป็นไงวะ! ใครชนะ... ก็ได้ตัวเจ้าหญิงดวงจำปาคนสวย (ประชด) คนนี้ไปครอบครอง!" อนาวิล: (นัยน์ตาทอประกายแห่งความหวังแรงกล้า) "ได้เลย!... ข้าขอรับคำท้าด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ข้ามีอยู่!!!"
พริบตานั้น ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าหากันด้วยความเร็วแสง เกิดเสียงลมพัดสายฟ้าแลบปะทะกันรวดเร็วรุนแรงจนแขกเหรื่อในงานไม่มีใครสามารถมองความเร็วระดับเทพยุทธ์นี้ตามทัน!
ฉากสโลว์โมชั่น (Slow Motion 0.1x)
ในความเร็วดุจมิติเวลาหยุดนิ่ง... เจ้าชายอนาวิลพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของต้นกล้าที่กำลังทำหน้าเอ๋อแดกงงงวยจับต้นชนปลายไม่ถูก ก่อนที่เจ้าชายอนาวิลจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มด้วยความปลื้มปีติยินดีล้นพ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ
อนาวิล (กระซิบกระซาบน้ำตาไหล): "เพื่อนเอ๋ย... เจ้าหญิงดวงจำปา... ข้ายกให้เจ้าหมดไส้หมดพุงเลยนะ... โชคดีนะมึง... รอดแล้วกู..."
พูดจบปุ๊บ เจ้าชายอนาวิลก็ใช้แรงดีดตัวของตัวเองกระเด็นลอยละลิ่วละล่องแกล้งทำเป็นพ่ายแพ้พลังจอมมาร ทรุดลงไปนอนคว่ำหน้าสลบเหมือดแน่นิ่งพ้นทุกข์พ้นโศกไปในที่สุด!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าแขกเหรื่อ และความสะใจของเจ้าหญิงดวงจำปา... ทว่า คนที่ยืนทำหน้าเอ๋อแดก งงงวยตาค้างที่สุดในปฐพีตอนนี้... ก็คือตัวไอ้จอมมารต้นกล้าเองนั่นแหละ!
ต้นกล้า: (คิดในใจ) "ไอ้เจ้าชายสลัดผักกกกกก!!! มึงหลอกส่งต่อระเบิดเวลาให้กูนี่หว่าาาาาา!!!"
เมื่อเจ้าชายอนาวิลหาทางรอดพ้นจากนรกตุ่มปูดโปนด้วยการแกล้งดีดตัวนอนสลบเหมือดไปได้อย่างแนบเนียน จอมมารต้นกล้าก็ตกอยู่ในสภาพเหมือนถูกมัดมือชกอย่างเลี่ยงไม่ได้ จำต้องแบกรับภาระพาตัวเจ้าหญิงดวงจำปาВыกลับปราสาทจอมมารตามใบสั่งของลิชเฒ่า
ต้นกล้ายกของวิเศษชิ้นสำคัญขึ้นมา มันคือ ‘เชือกเวทมนตร์’ สายใยสีดำทมิฬพุ่งทะยานเข้ารัดรอบเอวหนา ๆ ของเจ้าหญิงดวงจำปา ก่อนจะออกแรงกระชากดึงร่างของเธอเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว
ดวงจำปา: "กรี๊ดดด! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้โรคจิต! เจ้าชายอนาวิลช่วยด้วย!!! ยอดรักช่วยฉันด้วยยย!"
แก้วตาที่เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหน้าตื่นเข้าไปหา แต่พอเห็นรังสีทมิฬของจอมมารก็หยุดกึ๊ก ไม่กล้าเขยิบเข้าไปใกล้ชิดทำได้เพียงแหกปากตะโกนเตือนสติเพื่อนสนิท
แก้วตา: "เจ้าหญิง!... อยู่นิ่ง ๆ อย่าดิ้นสิคะ! สภาพหน้าปลาดุกชนเขื่อนตุ่มปูดหนองแถมกลิ่นเน่าบูดขนาดนี้... มีคนบุกมาฉุดเอาตัวไปทำเมียก็ถือเป็นบุญหัวขีดสุดแล้วนะเพคะ!!!"
คำพูดของแก้วตานั้นดูเหมือนเป็นการซ้ำเติมแทงใจดำอย่างแรงเฉียบขาด แต่มันก็คือเรื่องจริงที่เป็นความหวังดีและสะท้อนความจริงใจสไตล์เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ!
ดวงจำปา: (หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายปนโมโห) "หนอยยย! อีแก้วตา! อีบ้า! มานี่เลยมึง! ...เฮ้ย! ไอ้จอมมาร! เอานังนี่ติดสอยห้อยตามไปด้วยเลยนะย่ะ!"
ต้นกล้า: (ขมวดคิ้ว ทำหน้าเหวอสุดขีด) "เดี๋ยว ๆ ๆ! จะเอาสาวใช้ไปด้วยทำไมล่ะครับ? เป้าหมายภารกิจพังงานแต่งของผมมีแค่คุณคนเดียวนะ!"
ดวงจำปา: "นังนี่มันเป็นสาวใช้คนสนิทของฉัน! ต้องเอาไปด้วย! ไม่งั้นฉันจะดิ้น จะทุบ จะด่า และไม่ยอมไปกับแกจริง ๆ ด้วย!"
แก้วตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำหน้าเซ็งกะตายแบบสู้ชีวิต
แก้วตา: "เออ ๆ ๆ รู้แล้วเพคะ! ไปด้วยก็ได้... ดีกว่าอยู่ที่นี่แล้วโดนสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรเพราะเจ้าหญิงโดนฉุดล่ะนะ!"
ว่าแล้วแก้วตาก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปเกาะแขนเสื้อคลุมของจอมมารต้นกล้าอย่างว่าง่ายและแสนรู้สุด ๆ ก่อนที่จอมมารต้นกล้าจะร่ายเวทมนตร์ระเบิดควันสีม่วงทมิฬฟุ้งกระจาย พาคนทั้งสามคนหายวับไปจากโถงพิธีอภิเษกสมรสอย่างไร้ร่องรอย... ทิ้งไว้เพียงกลิ่นตลบอบอวลชวนอ้วก และเจ้าชายอนาวิลที่นอนแอบยิ้มแป้นอยู่บนพื้นวัง!
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ