ต้นกล้าผจญภัย (18+) ตอนจอมมาร

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ เมื่อวาน เวลา 23.05 น.

  1 ตอน
  0 วิจารณ์
  18 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 23.26 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

1) ข้าคือจอมมาร 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
          ณ ดินแดนอันไกลโพ้น แผ่นดินมหาทวีปถูกหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ที่ซึ่งเต็มไปด้วยอาณาจักรน้อยใหญ่มากมาย ต่างฝ่ายต่างพยายามขยายอิทธิพล  แย่งชิงอำนาจและทรัพยากรกันไม่จบสิ้น
ทว่า... ความบาดหมางทั้งหมดกลับต้องยุติลงชั่วคราว เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ร้ายกาจยิ่งกว่า!
          เหล่าอสูรพากันปรากฏตัวขึ้น พวกมันเกือบทั้งหมดมีพละกำลังมหาศาลแต่โง่เขลา แต่ที่น่ากลัวคือพวกอสูรระดับสูงที่ฉลาดเป็นกรด คอยวางแผนและบัญชาการอยู่เบื้องหลัง พร้อมด้วยกองทัพทหารเลวที่มีจำนวนมากมายมหาศาลจนนับไม่ถ้วน
เพียงภายในเวลา 1 เดือน... เกือบ 1 ใน 3 ของแผ่นดินใหญ่ ก็ถูกพวกมันกลืนกินและยึดครองไปเป็นที่เรียบร้อย!
 

 
          อัลฟ่า และ เบต้า สองมหาอาณาจักรที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่ที่สุด จำต้องประกาศสงบศึกชั่วคราว และหันมาร่วมมือกันเพื่อต่อกรกับกองทัพอสูรที่โหดเหี้ยม
          สิ่งเดียวที่จะช่วยยึดเหนี่ยวและลดความระแวง เรื่องการลอบแทงข้างหลังลงได้ คือ "การแต่งงานทางการเมือง" ระหว่างเจ้าชายและเจ้าหญิงของทั้งสองอาณาจักร 
          ทว่า... แผนการบนแผ่นกระดาษย่อมง่ายกว่าความเป็นจริงเสมอ ความขัดแย้งระหว่างสองอาณาจักรนั้นฝังรากลึกเกินกว่าจะลบเลือนได้ในวันเดียว ไม่ว่าจะเป็นทหาร ขุนศึก ขุนนาง หรือแม้แต่ราษฎร ต่างก็ยังคงจมอยู่กับความเกลียดชัง จากบาดแผลของสงครามที่พรากคนรักของพวกเขาไปหลายชั่วอายุคน
 

"ความเห็นของประชาชน"
          มหาดเล็ก (ไม่ขอเอ่ยนาม): "ถ้าจะให้ทำตัวญาติดีกับอาณาจักรโน้น หึหึ... มีแต่ยาพิษที่ข้าจะหยอดลงถ้วยเหล้าของพวกมันนั่นแหละ แล้วข้าถึงจะยอมยกไปเสิร์ฟให้!"
          ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ (ใช้ผ้าดำคาดตาปิดบังใบหน้าก่อนให้สัมภาษณ์): "ฮ่าๆๆ! พวกมันฆ่าปู่ทวดของตระกูลเรา ปู่เราก็ฆ่าปู่มัน แถมฆ่าพี่ของปู่มันด้วย! แต่ลูกมันก็เสือกมาฆ่าลูกคนที่ 18 ของเราอีก! ไม่มีทางที่ข้าจะยอมไปร่วมมือกับพวกมันหรอกโว้ย!!!"
          ชาวบ้านร้านตลาด (กำลังลับมีดปังตอ): "ร่วมมือเรอ? ถุย! ผัวคนที่หนึ่ง สอง และสามของข้า ตายในสงครามทั้งนั้น! ถ้าพวกมันเดินเข้ามาในเมืองนี้นะ ข้าจะเอาสากกะเบือฟาดกบาลมันเรียงตัวเลยคอยดู!"
          ชาวนาผู้ซื่อสัตย์ (ยืนเกาหัวกลางทุ่ง): "พวกผู้ใหญ่เขาจะรบหรือจะรักกันข้าไม่รู้หรอก... แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้วัวของข้าโดนอสูรคาบไปแดกแล้วจ้า! ช่วยสนใจอสูรก่อนไหมท่าน ข้าจะไม่มีข้าวกินแล้ว!"
 

 
          ทางฝั่ง อัลฟ่า มีเจ้าหญิงผู้เลอโฉมในวัย 20 ชันษา เธอสวยสง่า เพียบพร้อม เก่งกาจทั้งดนตรีและการร่ายรำ แต่อีกด้านก็มีนิสัยเอาแต่ใจตามประสาเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
          ส่วนทางฝั่ง เบต้า มีเจ้าชายรูปงามวัย 25 ชันษา ผู้เก่งกล้าสามารถรอบด้าน เขาผ่านการหล่อหลอมทุกสิ่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นมกุฎราชกุมาร และราชาองค์ต่อไป
ทั้งคู่ถูกจับหมั้นหมายเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองดินแดน... แต่สิ่งที่วิเศษที่สุดท่ามกลางการเมืองอันแสนสกปรกนี้ คือการที่พวกเขาทั้งสองรักกันจริง ๆ
 
          พิธีหมั้นหมายผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เจ้าหญิงดวงจำปาและเจ้าชายอนาวิลต่างเริ่มทำความรู้จักกัน จนแทบจะรอให้ถึงวันแต่งงานไม่ไหว ทว่า... ทั้งคู่กลับมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเฉพาะเวลาที่มีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายอยู่พร้อมหน้าเท่านั้น เพราะแม้แต่ในแผนการดองเป็นญาตินี้ ก็ยังเต็มไปด้วยความระแวงต่อกันทุกฝีก้าว
          แต่แล้ววันหนึ่ง... ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินเล่นในอุทยานหลวงของอาณาจักรอัลฟ่า อนาวิลและดวงจำปาเดินลัดเลาะไกลออกไปตามแนวสวน จนถึงศาลาริมน้ำอันเงียบสงบ ทั้งสองส่งสายตาให้กันอย่างรู้ใจ และรู้ดีว่าเหล่าผู้ติดตามของทั้งสองฝ่ายต่างก็เบื่อเต็มทนที่จะต้องคอยตามคุมความประพฤติทุกวี่ทุกวัน
เมื่อสบโอกาสที่ผู้ติดตามละสายตาไปชั่วครู่ เจ้าชายอนาวิลและเจ้าหญิงดวงจำปาจึงโน้มตัวเข้าจูบกันอย่างดูดดื่ม... โดยหารู้ไม่ว่า นั่นจะเป็นวันสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไป
 
. . .
 
ในเย็นวันนั้น ณ ห้องบรรทมของเจ้าหญิงดวงจำปา
          ดวงจำปา: "แก้วตา... ฉันว่าฉันหลงรักอนาวิลมากจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ทำไมเขาถึงได้รูปงามขนาดนี้นะ..."
เจ้าหญิงดวงจำปาพร่ำเพ้อถึงเจ้าชายอยู่ริมหน้าต่างด้วยแววตาชวนฝัน ขณะที่แก้วตากำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าที่เจ้าหญิงถอดทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
          แก้วตา: "เจ้าชายทั้งหล่อทั้งเก่งปานนั้น ย่อมเป็นที่หมายปองของสาว ๆ อยู่แล้วเจ้าค่ะ แต่พระองค์เองก็สวยเลิศไม่แพ้ใคร ข้าว่าทั้งสองพระองค์เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยเจ้าค่ะ"
เจ้าหญิงยิ้มรับอย่างพอใจ ก่อนจะเดินไปส่องกระจกบานใหญ่ ตรวจเช็กเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของตนเอง
          ดวงจำปา: "จริงด้วย... ข้าสวยทั้งหน้าตา และดูสิ ผิวพรรณก็ขาวเนียนไร้ตำหนิ... หือ? ตุ่ม? อะไรกัน... ทำไม...?"
 
          ดวงตาของเจ้าหญิงเบิกกว้างเมื่อเหลือบไปเห็นตุ่มประหลาดที่หน้าท้อง มันเป็นตุ่มสีน้ำตาลเข้มจนเด่นชัดบนผิวขาวเนียน ปูดนูนออกมาเป็นลูกเล็ก ๆ จนดูน่าเกลียดน่ากลัว ดวงจำปาหน้าซีดเผือดลงทันที... และสิ่งที่สยองขวัญยิ่งกว่าคือ ตุ่มนั่นมันเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น... มากขึ้น... และขยายตัวอย่างรวดเร็ว!
          แก้วตาที่หันมาเห็นภาพนั้นเข้าถึงกับแทบเป็นลม แต่ด้วยสัญชาตญาณ นางรีบวิ่งหน้าตาตื่นออกไปตามหมอหลวงมาทันที!
และค่ำคืนนั้นเอง... คือจุดเริ่มต้นของความโกลาหลครั้งใหญ่ในอาณาจักรอัลฟ่าอย่างแท้จริง!
          เจ้าหญิงดวงจำปาต้องกักตัวเองอยู่แต่ภายในห้องบรรทม ตอนนี้ตามร่างกายของเธอเต็มไปด้วยตุ่มพุพองมากมายจนดูน่าเกลียดน่ากลัว ผิวพรรณที่เคยเรียบเนียนละเอียดกลายเป็นหยาบกร้านกระดำกระด่าง แย่ไปกว่านั้นคือเธอเริ่มส่งกลิ่นสาบรุนแรงจนคนที่อยู่ใกล้แทบอาเจียน
          แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่คณะของเจ้าชายอนาวิลเดินทางกลับเมืองไปแล้ว ทางฝั่งอัลฟ่าจึงยังพอมีเวลาหาวิธีรักษาและแก้ไขสถานการณ์วิกฤตนี้
ทั้งหมอหลวง หมอผี จอมเวทย์ และนักปราชญ์ ต่างถูกระดมสมองมาร่วมกันหาสาเหตุ แต่กลับไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงข้อคาดเดาเดียวที่พอจะผูกโยงได้คือ... นี่อาจเป็นคำสาปจากปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรเบต้าที่เคยสาปแช่งไว้เมื่อครั้งอดีตกาล
          เจ้าหญิงดวงจำปานั่งร้องไห้โวยวายแทบทุกวัน แต่เธอไม่ได้ร้องไห้เหมือนคนหมดทางสู้และยอมรับชะตากรรม ตรงกันข้าม... เธอแช่งชักหักกระดูกทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพอุบาทว์เช่นนี้!
          ดวงจำปา: "บ้า! บ้าที่สุด! ฮืออออ... ใครมันทำเรื่องสารเลวแบบนี้กับข้า!? ต้องเป็นฝีมือพวกอสูร! ไอ้พวกสัตว์ประหลาดเวรนั่นแน่ ๆ เลวที่สุด!!! ฮือออ แก้วตา... ทำไมข้าถึงโชคร้ายแบบนี้ ผิวพรรณข้าเนียนละออหายไปหมดแล้ว!"
          แก้วตา (เอาผ้าเช็ดหน้าอุดจมูก): "ผิวพรรณไม่เท่าไหร่หรอกค่ะองค์หญิง แต่กลิ่นของพระองค์ตอนนี้ ถ้าบอกว่าเป็นอสูรสายพันธุ์ใหม่ ข้าก็เชื่อนะคะ... แสบจมูกไปหมดแล้วค่ะ"
          ดวงจำปา: "ไอ้แก้วตา! นี่ข้าเป็นเจ้าหญิงของเจ้านะ!"
          แก้วตา: "เจ้าหญิงที่ตัวเหม็นที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยค่ะ ลุกมาเช็ดตัวเถอะค่ะข้าจะหน้ามืดแล้ว" 
 
แก้วตาแอบหยิบสำลีขึ้นมาอุดหูตัวเองไว้โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้อง ก่อนจะวางอ่างน้ำอุ่นและใช้ผ้าชุบน้ำเตรียมเช็ดตัวให้เจ้าหญิงอย่างชินชา
          ดวงจำปา: "เธอจะไปรู้อะไร! ฉันอยากแต่งงานกับอนาวิล อยากได้สามีแบบเขา แงงงง... แล้วสภาพแบบนี้ข้าจะทำยังไงดีล่ะ!"
          แก้วตา: "ก็ไม่แน่หรอกนะองค์หญิง บางที... เจ้าชายอาจจะรักท่านด้วยใจจริงก็ได้มั้งคะ"
          ดวงจำปา: "จริงเหรอ!! ใช่! เขาต้องรักข้าด้วยใจ! ไม่ว่าฉันจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม!!! ใช่... เขาต้องรักข้า... ต้องรักข้า... ต้องรักข้า..."
          คำพูดปลอบใจส่งเดชของแก้วตา กลายเป็นเชือกแห่งความหวังเส้นสุดท้ายที่ผูกรั้งสติอันเลือนรางของเจ้าหญิงผู้เริ่มบ้าคลั่ง ดวงจำปาตั้งตารอคอยการพบกันครั้งต่อไปของเจ้าชายอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากผู้ใหญ่เลยสักนิดว่า... สภาพของเธอในตอนนี้ 'ยังไม่พร้อม' ที่จะพบใครทั้งนั้น!
 
          หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง... วันซ้อมใหญ่พิธีมงคลสมรสของเจ้าหญิงดวงจำปาและเจ้าชายอนาวิลยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเลื่อนกำหนดการ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความดื้อดึงและมั่นใจในตัวเองของเจ้าหญิง ที่ต้องการจะพบเจ้าชายเพื่อพิสูจน์ "รักแท้" ให้ได้
          ในวันซ้อมใหญ่... เจ้าหญิงปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวที่ปกปิดมิดชิดจนเกินพอดี ไม่มีผิวพรรณหรือส่วนใดของร่างกายหลุดรอดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย แม้กระทั่งใบหน้าก็ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวหนาทึบ เธอยืนรอเจ้าชายอยู่ใจกลางห้องพิธี ท่ามกลางเหล่าข้าราชบริพาร รวมถึงองค์ราชาและราชินีแห่งอัลฟ่าที่เริ่มรู้สึกอึดอัดระคนคลื่นไส้ เพราะกลิ่นสาบอันรุนแรงนั้น... ต่อให้น้ำหอมที่ประโคมลงไปจะแรงแค่ไหนก็ปิดไม่มิด
          เมื่อคณะของเจ้าชายอนาวิลเดินทางมาถึงตามเวลานัดหมาย ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพิธี ทุกคนถึงกับชะงักกึกเพราะกลิ่นสาบโชยรุนแรง แต่ด้วยมารยาทอันดีงามจึงไม่มีใครกล้าพูดหรือทักท้วงอะไร แม้แต่เจ้าชายอนาวิลเองก็พยายามมองข้ามกลิ่นนั้นไป แต่สิ่งที่เขาติดใจมากกว่าคือชุดของเจ้าหญิงดวงจำปา... ทำไมในวันที่ควรจะงดงามที่สุด เธอกลับแต่งกายปกปิดทุกสัดส่วนจนดูพิลึกพิลั่นขนาดนี้?
          แต่เจ้าชายก็คิดในแง่ดีว่า เจ้าหญิงอาจจะแค่เขินอาย หรือไม่ทางฝั่งอัลฟ่าก็อาจจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เขาเป็นแน่
          พิธีการเริ่มขึ้นอย่างเรียบร้อยไม่มีติดขัด ขั้นตอนและบทพูดต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น เสียงของเจ้าหญิงดวงจำปายังคงหวานใสชโลมจิตใจของเจ้าชายยามที่เธอกล่าวบทสาบานรัก... จนกระทั่งพิธีดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย
          เนื่องจากการซ้อมใหญ่ครั้งนี้ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริง และช่วงเวลานี้คือสิ่งที่อนาวิลรอคอยมาแสนนาน... การจูบเจ้าหญิงต่อหน้าสักขีพยานผู้มีเกียรติ รวมถึงราชาและราชินีของทั้งสองอาณาจักร
          อนาวิล: "ดวงจำปา... เจ้าพร้อมไหม?"
          ดวงจำปา: "ข้าพร้อมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ท่านแล้วอนาวิล... แต่... ท่านจะยังรักข้าอยู่ไหม ถ้าหากข้าน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นมา?"
          อนาวิล: "ไม่มีทาง... ต่อให้เจ้าน่าเกลียดเพียงใด ข้าก็ย่อมรักเจ้าไม่เสื่อมคลาย"
          ดวงจำปา: "ข้าซาบซึ้งใจเหลือเกินที่ได้ยินเยี่ยงนั้น ท่านอนาวิล... จูบข้าสิคะ รับข้าไปตั้งแต่วันนี้เลย ข้ารอที่จะเป็นของท่านไม่ไหวแล้ว ได้โปรด..."
          อนาวิล: "ดวงจำปา... ข้าจะทูลขอองค์ราชา หากพระองค์อนุญาต ข้าจะย้ายมาอยู่กับเจ้าที่นี่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมงานแต่งของเราให้เร็วขึ้น"
          พูดจบ อนาวิลก็ค่อยๆ ยื่นมือไปจับปลายผ้าคลุมหน้าของดวงจำปาขึ้น...
          วินาทีนั้น... องค์ราชา ราชินี แก้วตา และบรรดาข้าราชบริพารของฝั่งอัลฟ่าต่างหายใจไม่ทั่วท้อง พวกเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก โดยเฉพาะองค์ราชินีที่ลุ้นจนแทบเป็นลม ประกอบกับกลิ่นสาบที่ยิ่งรุนแรงเข้มข้นขึ้นตามระดับความตื่นเต้นของเจ้าหญิงดวงจำปา!
 
          เจ้าชายผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่สะบัดผ้าคลุมหน้าออก... และทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของเจ้าหญิงดวงจำปาที่ต้องคำสาป เขาก็ถึงกับผงะตะลึงตาค้าง แทบลืมคำหวานที่เพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่จนหมดสิ้น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว
          ดวงจำปา (ถามอย่างกังวล): "เจ้าชาย... ข้าเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านยังรักข้าอยู่ไหมคะ?"
          ไม่มีคำตอบหลุดออกมาจากปากของเจ้าชายอนาวิล เขาก้าวถอยหลังกรูดทันที ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหาพระมารดาซึ่งเป็นราชินีแห่งเบต้า แล้วกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
          อนาวิล: "ท่านแม่!!! นั่นไม่ใช่เจ้าหญิง!!! นั่นมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ!!!"
          ราชินีเบต้ามองไปที่เจ้าหญิงด้วยความตกใจและงุนงง แต่ด้วยสัญชาตญาณนักการเมือง เธอพยายามตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วกระซิบตอบเสียงเข้ม
          ราชินีเบต้า: "หุบปาก! จะเป็นเจ้าหญิงหรือสัตว์ประหลาด ถ้าพวกอัลฟ่าส่งมาแต่ง แกก็ต้องแต่ง! กลับเข้าไปซะ!"
          ราชาเบต้า (เดินเข้ามาช่วยผลักหลังอนาวิลส่งๆ): "แกกำลังทำให้พวกเราดูแย่ เข้าไปเดี๋ยวนี้!"
 
          เจ้าชายถูกบุพการีทั้งสองผลักไสให้กลับมายืนตรงหน้าเจ้าหญิงดวงจำปาอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในพิธีที่เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพราะฉากตรงหน้านี้มันคือหายนะที่เกินจะรับไหวจริง ๆ
          เจ้าชายพยายามฝืนใจก้าวเข้าใกล้เจ้าหญิง กลิ่นสาบที่เขาเคยแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ในตอนนี้มันกลับรุนแรงและฉุนกึกขึ้นสมอง เพราะเขารู้แล้วว่ากลิ่นชวนอ้วกนี้มันมาจากสตรีหน้าตาน่าขยะแขยงตรงหน้า!
          ด้านดวงจำปาเองก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอคาดหวังลึกๆ ว่าเจ้าชายจะรักเธอที่หัวใจไม่ใช่รูปกายภายนอก
          ดวงจำปา: "จูบสิคะเจ้าชาย..."
 
          เจ้าชายพยายามรักษาน้ำใจ รักษามารยาท และรักษาเกียรติของตัวเองอย่างถึงที่สุด เขาหลับตาพริ้ม พยายามจะก้มลงจูบให้มันจบๆ ไป... แต่เมื่อใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้มากขึ้น... ใกล้มากขึ้น...
 
                 "อ้วกซซซซซ!!!!"
 
          ของเหลวพุ่งทะลักออกจากปากของเจ้าชายเข้าเต็มใบหน้าของเจ้าหญิงดวงจำปาอย่างจัง! หลังจากนั้นเจ้าชายอนาวิลก็สติแตกโดยสมบูรณ์ เขาโวยวายคลุ้มคลั่งและวิ่งหนีเตลิดออกไปจากห้องพิธี ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดและวุ่นวายของแขกเหรื่อทุกคน และหลังจากนั้น คณะทูตของเบต้าก็เก็บบรรจุภัณฑ์รีบเดินทางกลับเมืองแทบจะทันที โดยไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย...
  
          หลังจากเหตุการณ์หายนะในวันซ้อมใหญ่... ทั้งสองอาณาจักรต่างรีบส่งราชทูตเข้าเปิดโต๊ะเจรจาหารือกันอย่างตึงเครียด ต่างฝ่ายต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือด ทั้งเรื่องที่ฝั่งอัลฟ่าจงใจปิดบังเรื่องคำสาปอันน่าขยะแขยงของเจ้าหญิง และเรื่องที่เจ้าชายแห่งเบต้าเสียมารยาทอย่างรุนแรงด้วยการอ้วกพุ่งใส่หน้าว่าที่เจ้าสาวของตน
          แต่ท้ายที่สุดแล้ว... อย่างน้อยทุกคนบนโต๊ะเจรจาก็ยังคงเห็นตรงกันว่า "งานแต่งงานทางการเมืองครั้งนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไป" เหตุผลนั้นง่ายดายเหลือเกิน... เพราะพวกเขาไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักมาตั้งแต่แรก ผลประโยชน์มหาศาลที่จะได้รับจากการร่วมมือกันนั้น มันมีค่ามากมายเกินกว่าจะเอาศักดิ์ศรีส่วนตัวมาแลก... ในโลกของผู้ใหญ่ ใครจะไปสนความรู้สึกของเจ้าชายและเจ้าหญิงกันล่ะ?
          และนั่นเอง... จึงทำให้เจ้าหญิงดวงจำปายังคงมองเห็นแสงแห่งความหวังอันริบหรี่ แม้ว่าจะเพิ่งโดนชายคนรักปฏิเสธและแสดงท่าทีรังเกียจใส่มาอย่างรุนแรง แต่ในทุก ๆ ค่ำคืน เธอก็ยังคงจมอยู่กับห้วงความคิดและพร่ำเพ้อถึงเจ้าชายอนาวิลอยู่เช่นเดิม...
 
 
 
 
 
 
 
              
 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องสั้นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา