อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
8.9
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
59 ตอน
18 วิจารณ์
28.53K อ่าน
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
57) คุณพ่อ 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความยามาโมโต้ นึกขึ้นได้ว่าตนนั้น จอดรถไว้ที่สถานีรถไฟ ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเอ-มง แล้วลืมขับกลับ ตำรวจหนุ่มสบถ …โรคลืมรถเนี่ย แก้ไม่หายเลยแฮะ…”จริงสิ”…เด็กคนนั้นอาจจะมาโรงเรียนก็ได้
ยามาโมโต้เลือกที่จะไปโรงเรียนเอ-มงก่อน เพื่อที่จะพบใครบางคน แล้วค่อยย้อนกลับไปเอารถที่สถานีรถไฟ เหตุที่เค้าจำต้องจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟ เพราะทางเข้าไปโรงเรียนเอ-มง นั้นรถยนต์ไม่สามารถเข้ามาได้ ต้องเดินเข้ามา นั่นล่ะทำให้เค้าลืมนำรถกลับไปด้วย
ยามาโมโต้ ไปถึงโรงเรียนเพื่อขอพบ คุจิยะ ยู ก็ปรากฏว่า เด็กหนุ่มได้เดินทางไปเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งร้องเพลง ที่ฮอกไกโด ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำเอาตำรวจหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เค้าไม่อยากพึ่งเด็กผู้หญิงหรอกนะ เค้ากลับไปที่โรงจอดรถ แล้วขับรถกลับไปยังสถานีตำรวจด้วยความผิดหวัง ไม่รู้ว่าจะมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกเท่าไหร่ เค้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ
อีกด้าน
โออิที่พารินกลับไปส่งบ้านพร้อมกับชี้แจง เรื่องที่เกิดขึ้นให้กับทางบ้านของริน ทำเอาคนในบ้านเริ่มหวาดผวา และขอบคุณโออิที่พารินกลับมาส่งที่บ้านก่อน
หนุ่มหน้ามนเดินทางกลับบ้าน ตอนแรกกะจะไปเอาดาบที่ทางตำรวจขอเอาไปตรวจสอบ ทำให้เค้านึกสังหรณ์ใจ และพรายกระซิบได้เตือนให้เค้าไม่ไปเอาดาบคืน “ป้องกันไว้หน่อยถ้าจะดี”
โออิจัดการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่ง
วันต่อมา…
เกิดเหตุคนถูกฟันหน้า ออกไปทั้งหน้าจนเสียชีวิตอีกครั้ง และคราวนี้ก็เสียชีวิตทีเดียวสองรายเป็นคู่รักที่มาเดตกัน แถมมีศพของสุนัข ที่คาดว่าจะเป็นของผู้ตายอีก
ยามาโมโต้แทบอยากจะทึ้งหัวแรงๆ หน่วยพิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย โรงพยาบาลที่ชันสูตศพ ก็บอกได้แค่ว่าเป็นฝีมือคนร้ายคนเดียวกัน ตำรวจรุ่นน้องอธิบายเพิ่ม “แต่คราวนี้ ทางโรงพยาบาลที่ชันสูตศพบอกว่า คนร้ายอาจจะเป็นคนละคนกันนะครับ”
“จะบ้าตาย แค่คนร้ายคนเดียวตูก็จะแย่แล้วโว้ย!”
“ใจเย็นก่อนครับ คือที่สันนิฐานว่ามีคนร้ายอีกคนเพราะ ดาบที่คนร้ายใช้สังหารเหยื่อ คราวนี้ไม่น่าจะเหมือนดาบเล่มก่อน”
“ทำไม?”
“จากที่คุณหมอบอกมานะครับ ดาบที่คนร้ายใช้ในครั้งแรกมันทื่อกว่าน่ะครับ เพราะศพก่อนๆมีคราบสนิมของเหล็กติดด้วย แต่ครั้งน่าจะเป็นดาบที่คมมากกว่าน่ะครับและอีกอย่าง เหยื่อคนก่อนก็ไม่รู้ตัวจะตายกันทั้งนั้นแต่เหยื่อคราวนี้ เป็นเป็นสองคน หน่วยพิสูจน์หลักฐานพบว่า ผู้เคราะห์ร้ายมีการวิ่งหนีซึ่งไกลพอสมควร แต่ทั้งหมดที่เหมือนกันเลยก็คือ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้”
“บางทีคนร้ายอาจจะเปลี่ยนดาบก็ได้ ชั้นไม่ใช่หมอก็พอดูออกนะว่า การฟันดาบน่ะ ยังไงก็น่าจะเป็นฝีมือคนๆเดียวนะ ไม่แน่มันอาจจะบ้ามากกว่าเดิมก็ได้”
“หมวดครับ!”
“อะไร มิชินะ”
“ดะ…ดาบที่หมวดให้ไปเอาจากฝ่ายพิสูจน์หลักฐานมันหายไปน่ะครับ”
“อะไรนะ!โดนขโยไปรึ”
“น่าจะเป็นยังงั้นครับ”
“นายหาดีแล้วเหรอ”
“ครับ หาจนทั่วแล้วครับ”
ยามาโมโต้กุมขมับอย่างขัดใจ…หรือว่า คนร้ายจะเป็นโออิ ไม่น่า เมื่อวานโออิโทรมาวานให้เค้ามาเอาดาบคืนนี่ หรือจะเป็นคนในกรมตำรวจ แต่…จะเป็นใคร…
“เดี๋ยวชั้นมา”
พอยามาโมโต้ออกมาจากหน้าโรงพัก ก็พบกับคุจิยะ ยู
สวรรค์โปรดข้าแล้ววววว แต่!กระเป๋าแหกแน่ตู
เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ยิ้มละไม “สวัสดีครับ”
“สวัสดี”
“ไปดื่มกาแฟกันไหม ผมอยากคุยเรื่องคดีที่เกิดขึ้น”
“ดีๆ”
ยามาโมโต้ พาเด็กหนุ่มมาดื่มกาแฟที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ ระหว่างที่รอกาแฟ ยามาโมโต้ก็ได้เล่าคดีให้เด็กหนุ่มฟัง ซึ่งยูก็ฟังอย่างเงียบๆ
“ผมมีคำถาม คุณแน่ใจรึครับว่า หมาที่ตายไปน่ะเป็นของ คู่รักที่ตายไปน่ะ”
“ทำไมเหรอ”
“ธรรมดาคนจะเดตกัน เค้าไม่ค่อยนิยมเอาสัตว์เลี้ยงไปด้วยหรอกนะครับ ตรวจดูไมโครชิฟที่ศพยัง ว่ามันเป็นหมาของใคร ถ้าพบว่ามันเป็นหมาของคนอื่น ก็เป็นไปได้ว่า มีคนเห็นเหตุการณ์และรอดไปได้โดยที่คนร้ายไม่รู้ตัว ถึงจะจำหน้าไม่ได้แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอจำรูปพรรนสัณฐาน ส่วนสูงได้นะครับ”
“บอกตามตรงชั้นสงสัยเพื่อนเธอนะ เมื่อวานเค้าโทรมาวานให้ชั้นไปเอาดาบมาคืนน่ะ แต่เมื่อวานชั้นติดธุระ เลยมาเอาคืนวันนี้แต่ดาบหาย”
ยูหัวเราะเบาๆ”ถ้าผมเป็นร้าย คงจะขโมยดาบมาใช้แล้วโยนความผิดให้เจ้าของดาบนะครับ คุณยามาโมโต้ ลองถามโรงพยาบาลดู ไมโครชิพของหมาตัวนั้นน่าจะใช้งานได้อยู่นะครับ”
ยามาโมโต้รู้สึกแปลกใจ ทำไมจู่ๆเด็กหนุ่มคนนี้ถึงเสนอตัวมาช่วยเค้าเอง
“ที่ผมช่วย ผมไม่ได้ช่วยฟรีๆ ผมมีเรื่องที่ขอให้คุณช่วยเหมือนกัน”
นั่นไงว่าแล้ว…
ยูยังคงยิ้มแย้ม “ เอาไว้จับคนร้ายได้แล้ว ผมค่อยบอกก็แล้วกัน ยามาโมโต้ซังโทรหาโรงพยาบาลเลยครับ”
ยามาโมโต้โทรไปหาโรงพยาบาลที่ยังคงเก็บศพหมาเอาไว้ ก็ตรวจพบว่า หมาตัวนี้มีเจ้าของอื่นที่ไม่ใช่ของผู้ตาย และยามาโมโต้ได้ขอให้ทางโรงพยาบาลเก็บไมโครชิพไว้เค้าจะนำไปตรวจสอบด้วยตัวเอง
ยามามาโต้และยูรีบเบิ่งไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่นำไมโครชิพมาแล้วก็นำไปตรวจสอบก็รู้ว่า หมาที่ตายไปไม่ใช่ของผู้ตาย และทราบเจ้าของคือคนที่อยู่ถัดไปอีกสองซอยจากที่เกิดเหตุ
พอรู้ที่อยู่เจ้าของหมาแล้ว ยามาโมโต้ก็รีบบึ้งไปที่บ้านนั้นทันที
พอเค้าแจ้งกับเจ้าของว่า เจ้าชิโร่ สัตว์เลี้ยงแสนรักของพวกเค้าถูกแทงตายนั้น ทำเอาเจ้าของ ปล่อยโฮ เพราะรักมันมาก
พอเจ้าของหมาที่ตายไป ที่ชื่อ นาโอกะ หายเศร้า ยูจึงเป็นฝ่ายถามเสียเอง โดยที่เค้าได้แนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม อ้างว่าตัวเองเป็นหน่วยสืบสวนที่มาสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เพราะครั้งนี้เด็กหนุ่มสวมชุดไปรเวทธรรมดา ที่ดูหล่อเหลามากกว่าเดิม เป็นเสื้อเชิ้ตขาวสวมเสื้อคลุมสีดำทับอีกที กางเกงขาเดฟสีเดียวกับเสื้อกั๊ก รองเท้าหนัง “เมื่อคืนคุณไปทำอะไรเหรอครับ”
“คือตอนนั้น ชั้นจะพาเจ้าชิโร่ไปเดินเล่นน่ะค่ะ เพราะว่าชั้นเลิกดึกมาก เลยไม่ค่อยมีเวลา ฮึก ตอนนั้น พวกคุณอาจจะไม่เชื่อนะคะ แต่ชั้นเห็น…เห็น…เห็นผี ผีผู้ชายสวมชุดทหารเรือค่ะ”
ยามาโมโต้หน้าซีดเล็กน้อย
หญิงสาวเล่าต่อ “ตอนนั้น ชั้นกลัวมากจนสายจูงของชิโร่ หลุดน่ะค่ะ ชั้นทำอะไรไม่ถูก ชั้นยืนค้างอยู่นาน…”
หนุ่มผมชมพูมองตาของหญิงสาว “คุณจำได้ไหมว่า คุณเห็นใครอีก”
หญิงสาวพยายามนึกอยู่นาน “ชั้นเห็นค่ะ มีคนวิ่งผ่านชั้นไป”
ยามาโมโต้ถามอย่างลนลาน”จริงเหรอครับๆ”
ยูกลับนิ่งเฉย แล้วเอื้อมไปจับที่ไหล่ของ ยามาโมโต้ แล้ว ‘ออกแรงบีบ’
“โอ๊ย!”ตำรวจหนุ่มร้องออกมา แล้วยอมนั่งลงตามแรงกดของเด็กหนุ่ม …ตัวออกจะผอมบาง ไหงมีแรงเยอะฟะ!?...
“ครับ นาโอกะซัง บอกเลยครับ”
“ค่ะ ตอนนั้น ชั้นเห็นคนที่ตัวสูงๆ น่าจะ170-175นะคะ แล้วเค้าสวมแจ๊คเก็ตสีดำค่ะ”
“เห็นหน้าไหมครับ”
“เห็นแค่เสี้ยวเดียวค่ะ ตาโปนๆ รอยย่นเพียบเลย น่าจะอายุห้าสิบหกสิบนะคะ และชั้นยังเห็นอะไรวาววับอีกด้วย จากนั้นชั้นก็โกยอ้าวแบบไม่คิดชีวิตเลย ไม่นึกเลยว่าเจ้าชิโร่จะ…ตอนนี้ศพของมันอยู่ที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับ คุณให้การเป็นประโยชน์มาก ขอตัวก่อนครับ”
เด็กหนุ่มโค้งเคารพก่อนจะจากไป
พอทั้งสองขึ้นรถ ยูจึงตำหนิด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ช่วยกรุณาทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ด้วยนะครับ ดีนะที่นาโอกะซังไม่ลืมน่ะ”
“โทด’ที มันเผลอตัวน่ะ”
“คืนนี้ผมกับโออิจะเดินล่อมันเอง ไม่ต้องห่วง โออิเองก็ยินดีนะ แต่คุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาของโออิ มันขอ สี่หมื่น”
“สี่หมื่น มากไปไหม”
“เฮ้ อย่ามาทำงกหน่อยเลย คุณจะได้โบนัสนะ ถ้าทำงานนี้เสร็จ เพราะผมสองคนจะนำคนร้ายใส่พานถวายถึงที่ คุณนำกำลังตำรวจไปซุ่มรอ ที่สวนสาธารณะA ได้เลย เพราะผมกับโออิจะเดินโซนนั้น ถ้าอยากจับเป็นเตรียมปืนยาสลบไว้ด้วยก็ดี ขอแนะนำ ส่งข้อความไป และห้ามฝ่ายนั้นด้วยว่า ห้ามเอะอะนะครับ เพราะคนร้ายจะไหวตัวทัน”
ยูได้ขอให้ยามาโมโต้ไปส่งที่หอพักของเค้า
เมื่อแยกกันแล้ว หนุ่มผมชมพูก็กลับขึ้นห้อง เพื่อที่จะพักเอาแรง เมื่อเข้าไปในห้องเด็กหนุ่มถอดหมวกไหมพรมของตนวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วล้มตัวนอนบนเตียงอย่างเพลียๆ…ทำไมน้า เราถึงต้องเป็นเป้าโดนเจี๋ยนทุกที…ใช่ครั้งนี้เค้ารู้เลยว่า ฆาตกรเลือกเค้าเป็นเหยื่อสนองอารมณ์จิตๆน่ะสิ ...นี่เราเป็นตัวดึงดูดฆาตกรโรคจิตรึไงนะ...“ดูเหมือนว่า ผีตัวนั้นช่วยชีวิต คนไว้ตั้งสองคนเลยแฮะ หึๆ นอนดีกว่า”
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอโทษที่อัพช้า เพราะปัจจัยหลายอย่าง หลักๆคือสมองตัน ถึงยังไงถ้าชอบเรื่องนี้เม้นให้คะแนนด้วยนะคะ รักคนอ่านทุกคน
ยามาโมโต้เลือกที่จะไปโรงเรียนเอ-มงก่อน เพื่อที่จะพบใครบางคน แล้วค่อยย้อนกลับไปเอารถที่สถานีรถไฟ เหตุที่เค้าจำต้องจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟ เพราะทางเข้าไปโรงเรียนเอ-มง นั้นรถยนต์ไม่สามารถเข้ามาได้ ต้องเดินเข้ามา นั่นล่ะทำให้เค้าลืมนำรถกลับไปด้วย
ยามาโมโต้ ไปถึงโรงเรียนเพื่อขอพบ คุจิยะ ยู ก็ปรากฏว่า เด็กหนุ่มได้เดินทางไปเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งร้องเพลง ที่ฮอกไกโด ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำเอาตำรวจหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เค้าไม่อยากพึ่งเด็กผู้หญิงหรอกนะ เค้ากลับไปที่โรงจอดรถ แล้วขับรถกลับไปยังสถานีตำรวจด้วยความผิดหวัง ไม่รู้ว่าจะมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกเท่าไหร่ เค้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ
อีกด้าน
โออิที่พารินกลับไปส่งบ้านพร้อมกับชี้แจง เรื่องที่เกิดขึ้นให้กับทางบ้านของริน ทำเอาคนในบ้านเริ่มหวาดผวา และขอบคุณโออิที่พารินกลับมาส่งที่บ้านก่อน
หนุ่มหน้ามนเดินทางกลับบ้าน ตอนแรกกะจะไปเอาดาบที่ทางตำรวจขอเอาไปตรวจสอบ ทำให้เค้านึกสังหรณ์ใจ และพรายกระซิบได้เตือนให้เค้าไม่ไปเอาดาบคืน “ป้องกันไว้หน่อยถ้าจะดี”
โออิจัดการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่ง
วันต่อมา…
เกิดเหตุคนถูกฟันหน้า ออกไปทั้งหน้าจนเสียชีวิตอีกครั้ง และคราวนี้ก็เสียชีวิตทีเดียวสองรายเป็นคู่รักที่มาเดตกัน แถมมีศพของสุนัข ที่คาดว่าจะเป็นของผู้ตายอีก
ยามาโมโต้แทบอยากจะทึ้งหัวแรงๆ หน่วยพิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย โรงพยาบาลที่ชันสูตศพ ก็บอกได้แค่ว่าเป็นฝีมือคนร้ายคนเดียวกัน ตำรวจรุ่นน้องอธิบายเพิ่ม “แต่คราวนี้ ทางโรงพยาบาลที่ชันสูตศพบอกว่า คนร้ายอาจจะเป็นคนละคนกันนะครับ”
“จะบ้าตาย แค่คนร้ายคนเดียวตูก็จะแย่แล้วโว้ย!”
“ใจเย็นก่อนครับ คือที่สันนิฐานว่ามีคนร้ายอีกคนเพราะ ดาบที่คนร้ายใช้สังหารเหยื่อ คราวนี้ไม่น่าจะเหมือนดาบเล่มก่อน”
“ทำไม?”
“จากที่คุณหมอบอกมานะครับ ดาบที่คนร้ายใช้ในครั้งแรกมันทื่อกว่าน่ะครับ เพราะศพก่อนๆมีคราบสนิมของเหล็กติดด้วย แต่ครั้งน่าจะเป็นดาบที่คมมากกว่าน่ะครับและอีกอย่าง เหยื่อคนก่อนก็ไม่รู้ตัวจะตายกันทั้งนั้นแต่เหยื่อคราวนี้ เป็นเป็นสองคน หน่วยพิสูจน์หลักฐานพบว่า ผู้เคราะห์ร้ายมีการวิ่งหนีซึ่งไกลพอสมควร แต่ทั้งหมดที่เหมือนกันเลยก็คือ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้”
“บางทีคนร้ายอาจจะเปลี่ยนดาบก็ได้ ชั้นไม่ใช่หมอก็พอดูออกนะว่า การฟันดาบน่ะ ยังไงก็น่าจะเป็นฝีมือคนๆเดียวนะ ไม่แน่มันอาจจะบ้ามากกว่าเดิมก็ได้”
“หมวดครับ!”
“อะไร มิชินะ”
“ดะ…ดาบที่หมวดให้ไปเอาจากฝ่ายพิสูจน์หลักฐานมันหายไปน่ะครับ”
“อะไรนะ!โดนขโยไปรึ”
“น่าจะเป็นยังงั้นครับ”
“นายหาดีแล้วเหรอ”
“ครับ หาจนทั่วแล้วครับ”
ยามาโมโต้กุมขมับอย่างขัดใจ…หรือว่า คนร้ายจะเป็นโออิ ไม่น่า เมื่อวานโออิโทรมาวานให้เค้ามาเอาดาบคืนนี่ หรือจะเป็นคนในกรมตำรวจ แต่…จะเป็นใคร…
“เดี๋ยวชั้นมา”
พอยามาโมโต้ออกมาจากหน้าโรงพัก ก็พบกับคุจิยะ ยู
สวรรค์โปรดข้าแล้ววววว แต่!กระเป๋าแหกแน่ตู
เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ยิ้มละไม “สวัสดีครับ”
“สวัสดี”
“ไปดื่มกาแฟกันไหม ผมอยากคุยเรื่องคดีที่เกิดขึ้น”
“ดีๆ”
ยามาโมโต้ พาเด็กหนุ่มมาดื่มกาแฟที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ ระหว่างที่รอกาแฟ ยามาโมโต้ก็ได้เล่าคดีให้เด็กหนุ่มฟัง ซึ่งยูก็ฟังอย่างเงียบๆ
“ผมมีคำถาม คุณแน่ใจรึครับว่า หมาที่ตายไปน่ะเป็นของ คู่รักที่ตายไปน่ะ”
“ทำไมเหรอ”
“ธรรมดาคนจะเดตกัน เค้าไม่ค่อยนิยมเอาสัตว์เลี้ยงไปด้วยหรอกนะครับ ตรวจดูไมโครชิฟที่ศพยัง ว่ามันเป็นหมาของใคร ถ้าพบว่ามันเป็นหมาของคนอื่น ก็เป็นไปได้ว่า มีคนเห็นเหตุการณ์และรอดไปได้โดยที่คนร้ายไม่รู้ตัว ถึงจะจำหน้าไม่ได้แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอจำรูปพรรนสัณฐาน ส่วนสูงได้นะครับ”
“บอกตามตรงชั้นสงสัยเพื่อนเธอนะ เมื่อวานเค้าโทรมาวานให้ชั้นไปเอาดาบมาคืนน่ะ แต่เมื่อวานชั้นติดธุระ เลยมาเอาคืนวันนี้แต่ดาบหาย”
ยูหัวเราะเบาๆ”ถ้าผมเป็นร้าย คงจะขโมยดาบมาใช้แล้วโยนความผิดให้เจ้าของดาบนะครับ คุณยามาโมโต้ ลองถามโรงพยาบาลดู ไมโครชิพของหมาตัวนั้นน่าจะใช้งานได้อยู่นะครับ”
ยามาโมโต้รู้สึกแปลกใจ ทำไมจู่ๆเด็กหนุ่มคนนี้ถึงเสนอตัวมาช่วยเค้าเอง
“ที่ผมช่วย ผมไม่ได้ช่วยฟรีๆ ผมมีเรื่องที่ขอให้คุณช่วยเหมือนกัน”
นั่นไงว่าแล้ว…
ยูยังคงยิ้มแย้ม “ เอาไว้จับคนร้ายได้แล้ว ผมค่อยบอกก็แล้วกัน ยามาโมโต้ซังโทรหาโรงพยาบาลเลยครับ”
ยามาโมโต้โทรไปหาโรงพยาบาลที่ยังคงเก็บศพหมาเอาไว้ ก็ตรวจพบว่า หมาตัวนี้มีเจ้าของอื่นที่ไม่ใช่ของผู้ตาย และยามาโมโต้ได้ขอให้ทางโรงพยาบาลเก็บไมโครชิพไว้เค้าจะนำไปตรวจสอบด้วยตัวเอง
ยามามาโต้และยูรีบเบิ่งไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่นำไมโครชิพมาแล้วก็นำไปตรวจสอบก็รู้ว่า หมาที่ตายไปไม่ใช่ของผู้ตาย และทราบเจ้าของคือคนที่อยู่ถัดไปอีกสองซอยจากที่เกิดเหตุ
พอรู้ที่อยู่เจ้าของหมาแล้ว ยามาโมโต้ก็รีบบึ้งไปที่บ้านนั้นทันที
พอเค้าแจ้งกับเจ้าของว่า เจ้าชิโร่ สัตว์เลี้ยงแสนรักของพวกเค้าถูกแทงตายนั้น ทำเอาเจ้าของ ปล่อยโฮ เพราะรักมันมาก
พอเจ้าของหมาที่ตายไป ที่ชื่อ นาโอกะ หายเศร้า ยูจึงเป็นฝ่ายถามเสียเอง โดยที่เค้าได้แนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม อ้างว่าตัวเองเป็นหน่วยสืบสวนที่มาสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เพราะครั้งนี้เด็กหนุ่มสวมชุดไปรเวทธรรมดา ที่ดูหล่อเหลามากกว่าเดิม เป็นเสื้อเชิ้ตขาวสวมเสื้อคลุมสีดำทับอีกที กางเกงขาเดฟสีเดียวกับเสื้อกั๊ก รองเท้าหนัง “เมื่อคืนคุณไปทำอะไรเหรอครับ”
“คือตอนนั้น ชั้นจะพาเจ้าชิโร่ไปเดินเล่นน่ะค่ะ เพราะว่าชั้นเลิกดึกมาก เลยไม่ค่อยมีเวลา ฮึก ตอนนั้น พวกคุณอาจจะไม่เชื่อนะคะ แต่ชั้นเห็น…เห็น…เห็นผี ผีผู้ชายสวมชุดทหารเรือค่ะ”
ยามาโมโต้หน้าซีดเล็กน้อย
หญิงสาวเล่าต่อ “ตอนนั้น ชั้นกลัวมากจนสายจูงของชิโร่ หลุดน่ะค่ะ ชั้นทำอะไรไม่ถูก ชั้นยืนค้างอยู่นาน…”
หนุ่มผมชมพูมองตาของหญิงสาว “คุณจำได้ไหมว่า คุณเห็นใครอีก”
หญิงสาวพยายามนึกอยู่นาน “ชั้นเห็นค่ะ มีคนวิ่งผ่านชั้นไป”
ยามาโมโต้ถามอย่างลนลาน”จริงเหรอครับๆ”
ยูกลับนิ่งเฉย แล้วเอื้อมไปจับที่ไหล่ของ ยามาโมโต้ แล้ว ‘ออกแรงบีบ’
“โอ๊ย!”ตำรวจหนุ่มร้องออกมา แล้วยอมนั่งลงตามแรงกดของเด็กหนุ่ม …ตัวออกจะผอมบาง ไหงมีแรงเยอะฟะ!?...
“ครับ นาโอกะซัง บอกเลยครับ”
“ค่ะ ตอนนั้น ชั้นเห็นคนที่ตัวสูงๆ น่าจะ170-175นะคะ แล้วเค้าสวมแจ๊คเก็ตสีดำค่ะ”
“เห็นหน้าไหมครับ”
“เห็นแค่เสี้ยวเดียวค่ะ ตาโปนๆ รอยย่นเพียบเลย น่าจะอายุห้าสิบหกสิบนะคะ และชั้นยังเห็นอะไรวาววับอีกด้วย จากนั้นชั้นก็โกยอ้าวแบบไม่คิดชีวิตเลย ไม่นึกเลยว่าเจ้าชิโร่จะ…ตอนนี้ศพของมันอยู่ที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับ คุณให้การเป็นประโยชน์มาก ขอตัวก่อนครับ”
เด็กหนุ่มโค้งเคารพก่อนจะจากไป
พอทั้งสองขึ้นรถ ยูจึงตำหนิด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ช่วยกรุณาทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ด้วยนะครับ ดีนะที่นาโอกะซังไม่ลืมน่ะ”
“โทด’ที มันเผลอตัวน่ะ”
“คืนนี้ผมกับโออิจะเดินล่อมันเอง ไม่ต้องห่วง โออิเองก็ยินดีนะ แต่คุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาของโออิ มันขอ สี่หมื่น”
“สี่หมื่น มากไปไหม”
“เฮ้ อย่ามาทำงกหน่อยเลย คุณจะได้โบนัสนะ ถ้าทำงานนี้เสร็จ เพราะผมสองคนจะนำคนร้ายใส่พานถวายถึงที่ คุณนำกำลังตำรวจไปซุ่มรอ ที่สวนสาธารณะA ได้เลย เพราะผมกับโออิจะเดินโซนนั้น ถ้าอยากจับเป็นเตรียมปืนยาสลบไว้ด้วยก็ดี ขอแนะนำ ส่งข้อความไป และห้ามฝ่ายนั้นด้วยว่า ห้ามเอะอะนะครับ เพราะคนร้ายจะไหวตัวทัน”
ยูได้ขอให้ยามาโมโต้ไปส่งที่หอพักของเค้า
เมื่อแยกกันแล้ว หนุ่มผมชมพูก็กลับขึ้นห้อง เพื่อที่จะพักเอาแรง เมื่อเข้าไปในห้องเด็กหนุ่มถอดหมวกไหมพรมของตนวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วล้มตัวนอนบนเตียงอย่างเพลียๆ…ทำไมน้า เราถึงต้องเป็นเป้าโดนเจี๋ยนทุกที…ใช่ครั้งนี้เค้ารู้เลยว่า ฆาตกรเลือกเค้าเป็นเหยื่อสนองอารมณ์จิตๆน่ะสิ ...นี่เราเป็นตัวดึงดูดฆาตกรโรคจิตรึไงนะ...“ดูเหมือนว่า ผีตัวนั้นช่วยชีวิต คนไว้ตั้งสองคนเลยแฮะ หึๆ นอนดีกว่า”
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอโทษที่อัพช้า เพราะปัจจัยหลายอย่าง หลักๆคือสมองตัน ถึงยังไงถ้าชอบเรื่องนี้เม้นให้คะแนนด้วยนะคะ รักคนอ่านทุกคน
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ