อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง

8.9

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.

  59 ตอน
  18 วิจารณ์
  28.49K อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

58) คุณพ่อ 3

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เมื่อใกล้ถึงเวลาที่นัดหมาย คุจิยะ ยู ได้สวมแว่นตาสีฟ้า เพื่อปกปิดแววตา แล้วจัดการย้อมผมให้เป็นสีน้ำตาลเข้มไม่ให้สะดุดตา พร้อมกันนั้น เค้ายังสวมปลอกแขนเหล็กที่ข้อแขนทั้งสองข้างซ่อนไว้กันในเสื้อกันหนาวตัวหลวมอีกที

เด็กหนุ่มเลือกที่จะเดินไปเดินมาริมกำแพง

 

เมื่อเดินไปสักพัก คุจิยะ ยูก็ต้องชะงัก เมื่อเค้าได้ยินเสียงนี้

‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่าฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่าฆ่า ใช่ๆๆๆๆๆๆๆ ต้องฆ่ามัน ต้องฆ่ามันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ’

เสียงที่ได้ยินมันช่างวิปริต ชวนขยะแขยงจริง

…อยู่ใกล้ๆแล้วสินะ…

 

เด็กหนุ่มยกแขนที่ซ่อนเกราะมากันคมดาบที่หมายจะหั่นใบหน้าของเค้า

แรงกดของดาบนั้นทำเอาเกราะที่ซ่อนในแขนเสื้อทะลุจนแขนเค้าเกิดเลือดซึม

เด็กหนุ่มรีบยกถีบอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไป

แต่ร่างนั้นแค่เซออกไปเท่านั้น

ยูตะโกนลั่น”ตอนนี้แหละครับ”

 

กลุ่มตำรวจที่ซุ่มอยู่นั้น พยายามเล่งปืนแต่เจ้าฆาตกรแต่กลัวจะโดนเด็กหนุ่ม

‘ปังๆๆ’

ร่างของเจ้าฆาตกรล้มตึง ด้วยพิษกระสุนปืนที่ยิงโดนท่อนขาขวา ไหล่ซ้าย และช่องท้อง

เพราะโออิที่ซุ่มอยู่ก่อนได้ ยิงช่วยเพื่อนได้ทันการณ์

ตำรวจรีบออกมาล็อคตัวเจ้าฆาตกรที่ทำท่าจะลุก

“นี่มัน ลุงอิซารุ!”ตำรวจนายหนึ่งตะโกนออกมา

จากนั้นรถพยาบาลก็ได้มายังที่เกิดเหตุ ตำรวจต้องพยายามกันไม่ให้ไทยมุง(หรือญี่ปุ่นมุง) เข้ามาดู

ยูเองก็ต้องโดนนำตัวไปรักษาพยาบาลที่แขนพร้อมฉีดยากันบาดทะยักซ้ำ

 จากนั้น เค้ากับโออิก็โดนยามาโมโต้เอ็ดเสียยกใหญ่ ที่เค้ามีปืนในการครอบครอง ทั้งๆที่อายุไม่ถึง ทำเอาเค้าอยากจะตอกกลับแบบเจ็บๆว่า ‘ถ้าไม่ยิงปืนล่ะก็ ป่านนี้ คงไม่มานั่งให้บ่นหรอก!’ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ใช่คนช่างพูดจึงเงียบเสียและก็ห้ามเพื่อนซี้หน้ามนด้วย เพื่อไม่ให้ต่อความยาวสาวความยืด

เมื่อยามาโมโต้บ่นจบ ยูเอ่ยเสียงเคร่ง “อย่าลืมค่าจ้าง และพรุ่งนี้เย็น ผมจะไปหาที่สถานี ตกลงเรื่องที่คุณต้องตอบแทนผมนะ ผมขอตัวก่อน ห้ามเบี้ยวด้วยนะ ไม่งั้นโบนัสของคุณจะไม่มีแน่”

ตำรวจหนุ่มสะอึก ควักเงินจ่ายค่าแรงให้สองหนุ่มไป

 …

ขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน

“ ยูคุง ทำไมห้ามชั้นล่ะ ถ้าชั้นไม่ยิง นายตายแน่ ความจริง นายไม่ควรเสนอตัวเลยนะ โควมิจังได้บ่นหูชาแน่” รอบนี้เค้าฉุนจริงๆนะ

“ชั้นเองก็ฉุน แต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด มันน่ารำคาญ ขอบใจนายที่ช่วยชั้นนะ”

“เออ รอบนี้ทำไมนายไม่เอาเงินล่ะ”

“เผอิญชั้น ต้องใช้เค้าน่ะ”

โออิเลิกคิ้ว นึกสงสัยว่า ยูจะใช้อะไร ตำรวจแบบนั้น ขนาดเพื่อนเค้ากำลังจะตาย ยังไม่กล้ายิงฆาตกรเพื่อช่วยเลยแบบนั้น

“มันเกี่ยวกับ ยามาโมโต้ซังโดยตรงน่ะมีแต่เค้าเท่านั้นที่ทำได้”

“ต้องให้ชั้นช่วยปิดเรื่องนี้กับโควมิจังไหม”

“ไม่ต้อง ถ้าโควมิถามก็ตอบเค้าไปตามตรงเถอะ ชั้นอยากโกหก ถ้าเค้าจะโกรธ ชั้นก็ยินดีที่จะง้อนะ เจอกันเพื่อน”

“เจอกัน”

พอยูกลับมาถึงห้องพัก…

“เมี๊ยว!”เจ้าแมวน้อยขาวดำร้องทักเจ้านาย

“เอ๋ คุโระ แกออกมาจากกรงได้ยังไง”

เด็กหนุ่มร้องถามเจ้าแมวน้อยขาวดำ สัตว์เลี้ยงของเค้าออกมาเพ่นพ่านนอกกรง ในตอนที่เค้าไม่อยู่บ้านแบบนี้

…มีใครเข้ามาแน่…

“ไปไหนมา ยู”เสียงหวานร้องทัก

“โควมิ”

“ไปไหนมา”

“ไปทำงาน”

“ทำไมต้องไปเสี่ยงตายแบบนั้นด้วย!”เด็กสาวตะคอก

เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เผอิญมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะทำน่ะ ต้องให้คุณยามาโมโต้ช่วย และอีกอย่างชั้นไม่อยากให้ใครต้องมาตายสนองความโรคจิตอีกนะ”

“แต่ชั้นเป็นห่วงนิ”

เด็กหนุ่มเข้าสวมกอดแฟนสาวแน่น แล้วกระซิบข้างหู “ขอบใจ และขอโทษด้วย ที่ชั้นเอาแต่ใจน่ะ”

หลังจากนั้นยูก็พาแฟนสาวไปส่งที่บ้านเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหากับแฟนสาว

และกลับมาจัดการกับสีผมที่มาย้อมให้กลับมาเป็นสีเดิม

 

วันต่อมา

 

ยูจัดการธุระของตนเองแล้ว เค้ารีบตรงไปที่สถานีตำรวจเอ-มงทันที  

“อ้าว เธอมีธุระอะไรรึ”

ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งร้องทัก

“สวัสดีครับ”เด็กหนุ่มทักทายอย่างสุภาพ

“สวัสดี เธอคงจะเป็น คุจิยะ ยู สินะ”

“ครับ คุณคือ?”

“ชั้น มัตสึโมโต้ ไดจิ เรียกว่าพี่ไดจิก็พอนะ ว่าแต่ยูคุงมาที่นี่”

“พอดี ผมนัดคุณยามาโมโต้เอาไว้น่ะครับ”

“งั้นเหรอ”

“แล้วคนร้ายเมื่อคืน…”

ไดจิมีสีหน้าสลดลง “ไม่น่าเชื่อนะว่าจะเป็นลุงอิซารุ”

“เค้าคือใครเหรอครับ”

ไดจิถอนใจอย่างอ่อนล้าพลางเอนหลัง“ลุงภารโรงของสน.นี้น่ะสิ แกเป็นคนขรึมๆรักสันโดษ ถึงหน้าตาจะดูหน้ากลัวแต่จริงๆแกใจดีนะ”

ยูจึงออกความเห็น “คงเป็นเพราะการกดดันจากสังคมล่ะมั๊งครับ”

“คงเป็นอย่างนั้น เมื่อก่อนลุงเค้าไม่ได้มีหน้าตาแบบนั้น เมื่อก่อนแกเป็นนักเคนโด้ชื่อดังเชียว แต่เพราะอุบัติเหตุไฟครอกหน้าจนเสียโฉม ทำให้ชีวิตแกดิ่งเหวแต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าแกจะทำแบบนี้น่ะ จากที่ดูจากกล้องวงจรปิดน่ะ ลุงอิซารุลอบไปขโมยดาบของเพื่อนเธอ หวังจะใช้ดาบเล่มนั้นฆ่าคนอีก ตอนนี้ ศาลตัดสินแล้ว”

“ตัดสินว่า…”

“ประหารชีวิต เพราะฆ่าโดยเจตนา และมีการวางแผนอย่างดี ไม่มีอุทธรณ์”

“สังคมตอนนี้อยู่ยากนะครับ”

“นั่นสินะ เธอกับเพื่อนนี่เก่งจังเลยนะ สามารถจับคนร้ายได้หลายคดีแล้ว”

“พี่ไดจิรู้”

“ใช่ ชั้นรู้มาโดยตลอด หัวหน้ายามาโมโต้ เค้าไม่ใช่คนฉลาดนักแต่…ก็เป็นผู้นำที่ดี ขอตัวล่ะ หมดเวลาพักแล้ว ไว้เจอกัน”

ไม่นาน ยามาโมโต้ก็ออกมาพบ

ยูยิ้มแย้มแล้วทักทายตามมารยาท

“ว่าธุระของเธอมาเลย”

“ไปคุยกันที่ร้านกาแฟจะดีกว่านะครับ คุยกันที่นี่เห็นจะไม่สะดวกนัก”

“ได้”

สองหนุ่มพากันไปที่ร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกล

ยามาโมโต้สั่งกาแฟม็อคค่า ส่วนยูไม่ได้สั่งเครื่องดื่มอะไร

 

ระหว่างที่รอเครื่องดื่ม

ยูเริ่มเปิดประเด็น “ผมมาพูดถึงเรื่องที่คุณต้องตอบแทนผมนะครับ”

“ว่ามาสิ”

เด็กหนุ่มยิ้มหวาน “คุณรู้มาว่า คุณปู่ของคุณเคยเป็นทหารเรือมาก่อน ผมต้องการรูปถ่ายรวม นักเรียนทหารเรือรุ่นเดียวกับคุณปู่คุณ”

“รูปหมู่ของนักเรียนทหารเรือ? รุ่นเดียวกับปู่ชั้น? เธอจะเอาไปทำอะไร”

“ผมไม่มีหน้าที่ต้องตอบคุณ”รอยยิ้มบนหน้าของหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมหายไป “ผมให้เวลาสามวัน อย่าคิดจะอิดออด ไม่งั้นโบนัส หายแน่ แถมอาจจะโดนลดขั้นนะครับ ขอตัวก่อน”

เมื่อหนุ่มหัวชมพูจากไป ทำเอายามาโต้กุมขมับ ก่อนจะบ่นอย่างปลงๆ “ก็ยังดีวะ” ว่าแต่ เจ้าเด็กนั่นจะเอาไปทำอะไรกัน...

สามวันต่อมา

ยามาโมโต้ ต้องใช้กำลังกายเป็นอย่างมากที่ค้นหารูปถ่ายรวมของนักเรียนทหารเรือ รุ่นเดียวกับปู่เค้า เพราะมันเคยเกิดเหตุไฟไหม้ทำให้รูปถ่ายที่มีโดนเผาเกือบหมด ยังดีที่มีฟิลม์เก็บไว้ ทำให้ช่วยสามารถอัดรูปถ่ายมาได้ แต่กว่าเค้าจะตามหาเจ้าของฟิลม์ภาพถ่ายได้น่ะ เล่นเอาหอบ ทำไมเค้าถึงไม่ขอรูปจากปู่น่ะเหรอ เพราะไม่อยากรบกวนน่ะสิ

ในตอนนี้เค้ามารอเด็กหนุ่มที่ร้านกาแฟ ที่ไม่ไกลจากโรงพัก ขณะที่กำลังจิบกาแฟอเมริกาโน่ ของโปรดอยู่นั้น

“อ่ะ รูปที่เธอต้องการ”

คุจิยะ ยู มาตามที่นัดหมาย เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรม ยิ้มหวาน ก่อนจะรับรูปมา “ขอบคุณนะครับ”

เด็กหนุ่มเดินออกจากร้านกาแฟไป ทิ้งไว้แต่ ตำรวจหนุ่มที่ยังคงสงสัยไว้เบื้องหลัง

“จะเอารูปไปทำอะไรนะ แต่...ช่างเถอะ”

ยามาโมโต้ ยกกาแฟโปรดขึ้นจิบ “รูปถ่ายทหารเรือ ทำไมนะ เรานึกถึงเรื่องนั้น...”เรื่องที่เค้าเจอผี

ขนทั่วร่างของตำรวจหนุ่มตั้งชันทันที จนเค้าต้องสะบัดหัวไล่ความคิดอันน่าขนลุกออกไป “ลืมๆไปซะ เฮ้อออ น่ากลัววุ้ย”

...

ยามเที่ยงคืนของเอ-มง

 

มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าเท่านั้นที่ส่องนำทาง

ร่างๆหนึ่งในชุดขาว กำลังยืนอยู่ที่ชิงช้าที่สนามเด็กเล่น

“ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ”

เด็กหนุ่มผมสีชมพูหวาน ยื่นรูปถ่ายให้ร่างในชุดยาว “ดูเลยครับ  คนไหนคือคุณ”

ร่างนั้นรับรูปถ่ายจากเด็กหนุ่ม มาพินิจดูอยู่นาน...

ใบหน้าที่กร่วงโบ๋ ก็ค่อยๆปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง...

เค้าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีพอสมควร ใบหน้าของเค้านั้นกำลังปิติยินดี น้ำตาเริ่มไหลออกมา

“ขอบคุณนะ”

“ยินดีครับ”ยูยิ้มรับ “กลับไปหาลูกสาวสิครับ คุณมิจิ มิสึรุ”

“นั่นสินะ”ร่างของทหารเรือมิจิ ค่อยๆเลือนราง ก่อนร่างนั้นจะหายไป ประโยคสุดท้ายที่วิญญาณทหารเรือได้ส่งผ่านมาถึงเด็กหนุ่ม “ขอบคุณมาก...”

“ยินดีครับ”

งงล่ะสิ ทำไมเค้าถึงรู้ว่า ทหารเรือคนนี้ชื่ออะไร เพราะพลังของเค้ายังไงล่ะ

“ไม่นึกเลย พลังของเราจะมาถึงขั้นนี้แล้ว”

สายลมเย็นๆได้พัดมา “หนาวจัง ไปกอดแมวดีกว่า...”

...

หญิงชราที่กำลังนอนบนเตียงหนานุ่มในโรงพยาบาลอย่างเงียงเหงา

แต่ใบหน้าของหญิงชรานั้นกลับอิ่มเอิบ เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

รุ่งเช้าวันต่อมา...

หญิงสาวร่างบอบบางวัยยี่สิบกว่าเข้ามาในห้อง ก็พบว่า ‘แม่’ ของเธอตื่นแล้ว และกำลังมองไปนอกหน้าต่าง

“แม่คะ อาการเป็นยังไงบ้าง”

“สบายดีจ้ะ ยูโกะ เมื่อคืนแม่ฝันดีมากๆเลยนะ”

“ฝันดีเหรอคะ”หญิงสาววางตระกร้าที่บรรจุผลไม้ไว้ที่โต๊ะข้างเตียง

“ใช่...แม่ฝันว่า คุณพ่อ ของแม่มาหา”

“แม่เห็นหน้าคุณตาไหมคะ”ที่ผ่านมา เธอรู้ว่า แม่ของเธอจำใบหน้าของคุณตาไม่ได้และโชคร้าย...รูปถ่ายก็โดนไฟไหม้ไปหมดแล้ว

“เห็นสิ คุณตาของหนูเป็นคนที่หน้าตาหล่อเหลามาก...หนูเองก็มีเค้าของคุณตานะ”หญิงชราเอ่ยด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“จริงเหรอคะ เอ่อ...คุณแม่คะ พอดี มีคนฝากนี่มาให้ด้วยค่ะ”หญิงสาวส่งจดหมายสีขาวสะอาด ที่เมื่อเช้ามีบุรุษพยาบาลนายหนึ่งบอกเธอว่ามีฝากมา

“ไหน”หญิงชรารับจดหมายจากบุตรสาวมาเปิดดูก็พบว่า มันคือรูปถ่าย

น้ำตาของหล่อนเริ่มเอ่อล้นจากขอบตา“รูปถ่ายของคุณพ่อ”ใช่มันคือรูปถ่ายของนายทหารเรือที่ถูกลืม มิจิ มิสึรุ

ยูโกะลอบดูรูปถ่ายก็พบว่า เป็นรูปถ่ายขาวดำของชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารเรือ เป็นคุณตาของเธอ ที่หน้าตาหล่อเหลา ทั้งแม่และตัวเธอมีส่วนคล้าย

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบที่เธอได้เห็นรอยยิ้มทีมีความสุขของแม่ คุณแม่มักจะเศร้าทุกครั้งที่เธอถามถึงคุณตา แม่ของเธอก็มักจะตอบว่า คุณตาเป็นทหารเรือที่กล้าหาญและเสียชีวิตในสงคราม ตอนที่แม่ยังเด็กจนแม่ลืมใบหน้า โชคไม่ดีเลยที่รูปถ่ายของคุณตาโดนไฟไหม้หมดแล้ว

การที่ลืมคนที่ตัวเองรักก็ว่าเจ็บปวดแล้ว...

...การถูกคนที่ตัวเองรักลืม...มันเจ็บปวดยิ่งกว่า...

....

“ครั้งนี้ทำไมนายยอมเปลืองตัวขนาดนี้ล่ะ ยูคุง”โออิถามเพื่อนซี้ผมชมพูที่นอนแผ่อย่างสบายใจ เค้าไม่เข้าใจเลยจริงๆทำไมถึงยอมช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักด้วย ไอ้ที่ช่วยคุณยามาโมโต้จับคนร้ายก็พอเข้าใจนะว่าไม่อยากให้ใครมารับเคราะห์อีก แต่ทำไมถึงได้ไหว้วานให้คุณยามาโมโต้หารูปนายทหารเรือแล้วนำไปส่งให้คนป่วยที่โรงพยาบาลด้วย ตอนนี้พวกเค้าอยู่ที่ห้องชมรมชงชา โดยโออิยังคงนั่งคุกเข่าเพื่อเตรียมทำสมาธิ ส่วนยู มาขอลี้ภัยจากสาวๆ

“คงเป็นเพราะ ชั้นอยากให้คุณยายคนนั้นได้เจอพ่อล่ะมั๊ง”

โออิพูดไม่ออก เค้ารู้ว่าเพื่อนของเค้ากำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก มิน่า...

“และอีกอย่าง ผีตัวนั้นก็ช่วยให้ชั้นรอดตายจากตาลุงโรคจิตอีก”

คืนนั้นเค้าจำได้ ที่วิญญาณทหารเรือนั้นห้ามไม่ให้เค้าผ่านเล้นทางที่เค้าผ่านประจำ เพราะเจ้าฆาตกรกำลังหาเหยื่อนั่นเอง ถึงจะต้องใช้เส้นทางอื่นที่เหนื่อยกว่า แต่ก็ปลอดภัยล่ะนะ เค้าจึงอาสาช่วยวิญญาณตนนั้นในการที่จะหารูปถ่ายมาให้เพื่อวิญญาณตนนั้นจะได้เจอกับลูกสาว

“นายนี่มันดวงดีจริงๆนะ”รอดจากอันตรายได้แทบทุกครั้งแบบนี้

“อืม...ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ก็ขออย่ามีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเลย ตอนนี้เหนื่อยมากแล้ว เหนื่อยมากจริงๆ”เปลือกตาของเด็กหนุ่มได้ปิดลง เช่นเดียวกับเพื่อนซี้ที่นั่งสมาธิ

ห้องชมรมชงชาก็เงียบสงัดมีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านมาเท่านั้น...

 

มาอัพแล้วจ้า เม้นไลท์ให้คะแนน ให้กำลังนิกซ์ด้วยนะ รักคนอ่านทุกคน

 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา