อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
8.9
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
59 ตอน
18 วิจารณ์
28.54K อ่าน
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
50) อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความประเทศฝรั่งเศส ณ สวนองุ่นแห่งหนึ่ง ในชนบท
ในคืนพระจันทร์เสี้ยว ที่ตอนนี้มีเมฆหมอกมาบดบังแสงจันทร์เสี้ยวที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้พื้นที่โดยรอบนั้นมืดมิด แต่บรรยากาศนั้นหาเงียบเหงาไม่ เพราะต่างจุดไฟกันทั่วไร่ เป็นแสงไฟแก่ชาวสวน ที่ยามนี้ต่างช่วยกันเก็บองุ่นกันอย่างขะมักเขม้น และ สนุกสนาน มีการร้องเพลงสีไวโอลีนและเต้นรำของชาวสวนเพื่อคลายความล้า สาเหตุที่ต้องเก็บองุ่นในช่วงค่ำนั้น เพื่อให้ได้องุ่นที่แสนหอมหวาน เหล่านี้ไปผลิตต่อเป็นไวท์ที่เลิศรสราคาแพง ที่เป็นที่ต้องการเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญ ให้ทันต่องานเทศกาลชิมไวท์ ที่จะจัดขึ้นประจำในเมืองนี้ทุกปี
‘ฉึก!’
‘คิก คิก คิก ศพที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า’
ร่างที่นอนใต้ต้นโอ๊คใหญ่ โดนบุคคลปริศนา ใช้มีดทำครัวเล่มยาวเฉือนเข้าที่คอ หยาดโลหิตได้ไหลทะลั่กและย้อมเสื้อที่สวมใส่เป็นสีแดงชานหยาดโลหิตนั้นได้กระเซ็นมาโดนใบหน้า
‘จะเอาส่วนไหนไปดีนะ คิดสิๆ’ร่างนั้นคิดอยู่ครู่ด้วยสีหน้าราวกับแม่บ้านที่กำลังเลือกสินค้าในตลาดสดสักพักก็ดีดนิ้วเป๊าะ แล้วเอ่ยเสียงใส‘ เลือกส่วนนี้ดีกว่า คิก คิก คิก’ ว่าจบร่างนั้นก็หยิบขวานที่เตรียมมากระหน่ำฟันลงบนร่างของเหยื่อ อย่างสนุกสนาน เสียงขวานที่กำลังสับร่างได้ปนกันเสียงหัวเราะอย่างเริงร่าของใครบางคน ที่ตอนนี้กำลังมีความสุข
รุ่งเช้า
“คุณอองรีๆ เราเจอฌองแล้วครับ” คนงานคนหนึ่งร้องเรียก
เจ้าของไร่อองรีวิ่งเข้ามา”ไหนๆ เจ้าฌองมันอยู่ไหน”
คนถูกถามหันหน้าไปอีกทาง”คุณอองรีดูเอาเองเถอะครับ”
เจ้าของไร่ตรงไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงต้นโอ๊คใหญ่ เค้าก็ได้พบกับภาพอันน่าสะอิดสะเอียน จนเจ้าของไร่ต้องหยุดชะงัก ท้องไส้เริ่มปั่นป่วนจนอยากอาเจียน
บนต้นโอ๊คใหญ่ที่อยู่ท้ายไร่องุ่น มีร่างๆหนึ่งถูกตรึงด้วยตะปูอันใหญ่ แบบกางแขนขาดูน่าสมเพช เนื้อตัวถูกกระหน่ำฟันจนหาเค้าเดิมแทบไม่ได้ มีเพียงเสื้อผ้าที่ถูกย้อมด้วยเลือดและผมสีน้ำตาลทองที่ยังคงเหลืออยู่บนศีรษะของร่างนั้นเท่านั้นที่จะพอระบุได้ว่า เป็นใคร ใบหน้าของฌอง เด็กหนุ่มรุ่นสิบหก คนงานในสวนองุ่น ถูกกรีดและฟันจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้ามาข้างหนึ่งอีกข้างได้สูญหายไป
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งวิ่งมาหาเจ้าของไร่ เมื่อพบกับภาพเบื้องหน้า ต้องรีบหันหนีทัน“นี่มันศพที่เท่าไหร่แล้วฟะ”
“ร่วมร้อยแล้วมั้ง ป่านนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้”
“งั้น เอาศพไปทำพิธีแล้วแจ้งญาตินะครับ”
อองรีไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ ในหัวกำลังกลุ้มเพราะตอนนี้คนงานไม่พอ คนงานในไร่เริ่มทยอยกันลาออกเพราะดันมาเกิด การฆาตรกรรมสุดสยองขึ้น เมื่อสองปีก่อน เหยื่อคนแรกคือ เอเตียน คนงานในไร่ที่ชอบอู้นอนหลับกลางวันเสมอ ย่าของเค้าเลยไม่ให้มาช่วยงานในตอนกลางคืน เพราะที่นี่มีความเชื่อเรื่องคืนจันทร์เสี้ยวที่ว่า หากมาเก็บองุ่นในยามค่ำ ห้ามแอบหลับเด็ดขาด หากหลับเมื่อไหร่ก็รีบปลุกให้ตื่นทันที มิเช่นนั้น คนที่แอบหลับจะโดนซีบัท ปีศาจผู้เป็นอมตะมาเอาชีวิต ย่าของเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างหัวโบราณพอสมควร จึงให้คนงานที่มีนิสัยอู้ขี้เกียจให้ทำงานในช่วงเช้าแทน แต่เพราะครั้งนั้นคนงานที่มีหน้าที่เก็บองุ่นตอนกลางคืนเกิดล้มป่วย ย่าของเค้าจำใจต้องให้เอเตียนที่เก็บองุ่นได้ดีมาทำแทน แม้จะกังวลว่า เอเตียนจะแอบหลับรึเปล่า? แต่เด็กหนุ่มจอมขี้เกียจก็รับปากอย่างมั่นเหมาะว่าจะไม่แอบหลับแน่นอน สุดท้าย ในรุ่งเช้า ทุกคนก็พบศพของเอเตียนที่โดนถลกหนังออกและหัวที่ถูกฟันเกือบขาด เลือดได้สาดนองไปทั่วบริเวณ สร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อแจ้งตำรวจ เหล่าตำรวจก็พยายามหาตัวคนร้ายกันอย่างขันแข็งแต่ไร้วี่แวว จนเกิดศพที่สองสามขึ้น ที่สยดสยองไม่แพ้กัน ไม่เพียงชาวสวนเท่านั้นที่โดน ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้เองก็เช่นกัน เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมที่แสนวิปริตถี่ขึ้น ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทนไม่ไหวจึงอพยพย้ายไปอยู่ที่อื่น พอชาวบ้านบางส่วนย้ายออกไปก็ช่วยให้เหตุร้ายซาลงไปบ้าง แต่มันยังคงเกิดขึ้นอยู่โดยที่ตำรวจยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ และเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายในยามค่ำ อองรีที่เข้ามาบริหารงานแทนย่าที่ล้มป่วยเพราะตรอมใจกับเรื่องไร่ จึงให้คนงานทำงานกันเป็นกลุ่ม ส่วนพวกที่ทำงานกะกลางคืนก็ห้ามแอบหลับโดยเด็ดขาด และถ้าวันไหนที่ไม่มีงานในช่วงค่ำก็ห้ามออกมาจากที่พักโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันเหตุร้าย
อองรีพยายามกัดฟันทำธุรกิจไร่องุ่นและโรงบ่มไวท์นี้ต่อ เพราะตระกูลของเค้าทำมาหลายชั่วคนและมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล เค้าจะไม่ยอมให้มันเจ๊งในรุ่นของเค้าแน่ เค้าพยายามกัดฟันสู้ไปพร้อมๆกับคนงานที่ยังเหลืออยู่ เมื่อก่อนคนงานในไร่มีอยู่ร่วมร้อยชีวิตแต่บัดนี้ เหลือเพียงยี่สิบชีวิตเท่านั้น ซ้ำร้าย ฌอง เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่นานก็มาตายไปเสียอีก การบ่มไวท์คงล่าช้าอีกแน่
เมืองเอ-มง
ยามค่ำ
บ้านพักอาจารย์คุโอมะ ในโรงเรียนเอ-มง ที่แสนจะเล็กและรกรุงรัง ร่างอันเทอะทะนอนแผ่อยู่บนฟูกนอน ครูใหญ่วัยใกล้เกษียณเกิดอยากคุยกับเพื่อนสนิทต่างวัยที่เคยไปสำรวจโบราณสถานมากมายหลายแห่ง คุโอมะหยิบโทรศัพท์มาโทรทางไกลหาเพื่อนซี้เจ้าของโรงบ่มไวท์และไร่องุ่นชื่อดัง
“สวัสดีอองรี ชั้นเองคุโอมะ ไงสบายดีไหม”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ไม่เท่าไหร่”[ภาษาฝรั่งเศส]
“เป็นอะไรรึ พอจะเล่าให้ได้รึเปล่า เผื่อชั้นจะสามารถช่วยนายได้”[ภาษาฝรั่งเศส]
ปลายสายเงียบอยู่นานจนคุโอมะต้องเร่ง”ชั้นไม่ได้รวยมากนะ นายก็รู้ว่าโทรทางไกลมันแพง…”[ภาษาฝรั่งเศส]
“คืออย่างนี้ครับ…”อองรีได้เล่าเรื่องเหตุฆาตกรรมที่ เกิดขึ้นมานานถึงสองปีให้เพื่อนซี้รุ่น ‘เดอะ’ ฟัง ซึ่งคุโอมะก็ฟังอย่างเงียบๆจะมีถามแทรกบ้างก็เล็กน้อย
พออองรีเล่าจบ คุโอมะก็ออกความเห็น”คุณไม่ลองจ้างนักสืบดูล่ะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“เคยแล้วแต่ไม่มีใครกล้ารับงานครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“งั้น ชั้นรู้จักอยู่สองคนที่ กล้ารับงานสืบเรื่องนี้”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ใครเหรอครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]ปลายสายเอ่ยถาม
“ศิษย์ชั้นเอง”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ห๋า! อะ…อายุเท่าไหร่ครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
คุโอมะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ“ก็…สิบห้าสิบหกน่ะนะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“จะได้เรื่องเหรอครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ได้ซี่ อองรีอายุไม่ได้เป็นตัววัดความสามารถหรอกนะ ถ้าประสบการณ์น่ะพอได้อยู่ อีกอย่าง ยูกับโออิ ก็เคยช่วยชั้นตอนไปสำรวจที่เขมรมาก่อนนะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
ปลายสายเงียบอยู่นาน…ก่อนจะตอบกลับมา”ผมจะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ จะให้ผมส่งตั๋วไปให้กี่ใบล่ะครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
ขณะเดียวกัน
“ฮัดชิ่ว/ฮัดเช่ย!”สองหนุ่มที่กำลังเดินตรวจโรงเรียนเอ-มงจามพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ตอนนี้พวกเค้าโดนอาจารย์คุโอมะ ลากมาเป็นเบ๊ ให้เดินตรวจโรงเรียนแทนอาจารย์ตัวร้าย ที่หลอกพวกเค้าว่าป่วยหนัก
หนุ่มหน้ามนเอ่ยขึ้น”สงสัยจะเป็นหวัดนะครับ ยูคุง”
หนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมสีดำ ใช้นิ้วเรียวของตนถูจมูกไปมาสองสามทีก่อนจะเอ่ยขึ้น”ไม่หรอก โดนนินทามากหรือบ่นถึงมากกว่า”
โออิหรี่ตามองเพื่อนซี้ที่ทำหน้าปลาตาย”นายรู้อะไรอีกงั้นเหรอ”
“ขอไม่ตอบ”
หนุ่มหน้ามนคิด…กวนแล้วเพื่อน…
“เดินตรวจต่อเถอะ โออิ เดี๋ยวอาจารย์จะหาเรื่องหักคะแนนจิตพิสัยเราอีก”
“อืม…”ในใจของโออินั้นเมื่อยูพูดแบบนี้ เค้าเองก็เริ่มสังหรณ์ใจว่า จะต้องมีเรื่องบางอย่าง มาหาเค้าแน่นอน
ติดตามอ่าต่อในตอนที่2นะจ๊ะ...(อาจจะลงตอนที่2ในเร็วๆนี้ ถ้ามันว่างนะ ใกล้สอบแล้ว ไวเวอร์)
ขอบคุณทุกคอมเม้นและกำลังใจของทุกคนที่ส่งมาให้นิกซ์มีแรงใจแต่งต่อไปนะค่ะ รักคนอ่านทุกคน
ในคืนพระจันทร์เสี้ยว ที่ตอนนี้มีเมฆหมอกมาบดบังแสงจันทร์เสี้ยวที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้พื้นที่โดยรอบนั้นมืดมิด แต่บรรยากาศนั้นหาเงียบเหงาไม่ เพราะต่างจุดไฟกันทั่วไร่ เป็นแสงไฟแก่ชาวสวน ที่ยามนี้ต่างช่วยกันเก็บองุ่นกันอย่างขะมักเขม้น และ สนุกสนาน มีการร้องเพลงสีไวโอลีนและเต้นรำของชาวสวนเพื่อคลายความล้า สาเหตุที่ต้องเก็บองุ่นในช่วงค่ำนั้น เพื่อให้ได้องุ่นที่แสนหอมหวาน เหล่านี้ไปผลิตต่อเป็นไวท์ที่เลิศรสราคาแพง ที่เป็นที่ต้องการเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญ ให้ทันต่องานเทศกาลชิมไวท์ ที่จะจัดขึ้นประจำในเมืองนี้ทุกปี
‘ฉึก!’
‘คิก คิก คิก ศพที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า’
ร่างที่นอนใต้ต้นโอ๊คใหญ่ โดนบุคคลปริศนา ใช้มีดทำครัวเล่มยาวเฉือนเข้าที่คอ หยาดโลหิตได้ไหลทะลั่กและย้อมเสื้อที่สวมใส่เป็นสีแดงชานหยาดโลหิตนั้นได้กระเซ็นมาโดนใบหน้า
‘จะเอาส่วนไหนไปดีนะ คิดสิๆ’ร่างนั้นคิดอยู่ครู่ด้วยสีหน้าราวกับแม่บ้านที่กำลังเลือกสินค้าในตลาดสดสักพักก็ดีดนิ้วเป๊าะ แล้วเอ่ยเสียงใส‘ เลือกส่วนนี้ดีกว่า คิก คิก คิก’ ว่าจบร่างนั้นก็หยิบขวานที่เตรียมมากระหน่ำฟันลงบนร่างของเหยื่อ อย่างสนุกสนาน เสียงขวานที่กำลังสับร่างได้ปนกันเสียงหัวเราะอย่างเริงร่าของใครบางคน ที่ตอนนี้กำลังมีความสุข
รุ่งเช้า
“คุณอองรีๆ เราเจอฌองแล้วครับ” คนงานคนหนึ่งร้องเรียก
เจ้าของไร่อองรีวิ่งเข้ามา”ไหนๆ เจ้าฌองมันอยู่ไหน”
คนถูกถามหันหน้าไปอีกทาง”คุณอองรีดูเอาเองเถอะครับ”
เจ้าของไร่ตรงไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงต้นโอ๊คใหญ่ เค้าก็ได้พบกับภาพอันน่าสะอิดสะเอียน จนเจ้าของไร่ต้องหยุดชะงัก ท้องไส้เริ่มปั่นป่วนจนอยากอาเจียน
บนต้นโอ๊คใหญ่ที่อยู่ท้ายไร่องุ่น มีร่างๆหนึ่งถูกตรึงด้วยตะปูอันใหญ่ แบบกางแขนขาดูน่าสมเพช เนื้อตัวถูกกระหน่ำฟันจนหาเค้าเดิมแทบไม่ได้ มีเพียงเสื้อผ้าที่ถูกย้อมด้วยเลือดและผมสีน้ำตาลทองที่ยังคงเหลืออยู่บนศีรษะของร่างนั้นเท่านั้นที่จะพอระบุได้ว่า เป็นใคร ใบหน้าของฌอง เด็กหนุ่มรุ่นสิบหก คนงานในสวนองุ่น ถูกกรีดและฟันจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้ามาข้างหนึ่งอีกข้างได้สูญหายไป
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งวิ่งมาหาเจ้าของไร่ เมื่อพบกับภาพเบื้องหน้า ต้องรีบหันหนีทัน“นี่มันศพที่เท่าไหร่แล้วฟะ”
“ร่วมร้อยแล้วมั้ง ป่านนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้”
“งั้น เอาศพไปทำพิธีแล้วแจ้งญาตินะครับ”
อองรีไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ ในหัวกำลังกลุ้มเพราะตอนนี้คนงานไม่พอ คนงานในไร่เริ่มทยอยกันลาออกเพราะดันมาเกิด การฆาตรกรรมสุดสยองขึ้น เมื่อสองปีก่อน เหยื่อคนแรกคือ เอเตียน คนงานในไร่ที่ชอบอู้นอนหลับกลางวันเสมอ ย่าของเค้าเลยไม่ให้มาช่วยงานในตอนกลางคืน เพราะที่นี่มีความเชื่อเรื่องคืนจันทร์เสี้ยวที่ว่า หากมาเก็บองุ่นในยามค่ำ ห้ามแอบหลับเด็ดขาด หากหลับเมื่อไหร่ก็รีบปลุกให้ตื่นทันที มิเช่นนั้น คนที่แอบหลับจะโดนซีบัท ปีศาจผู้เป็นอมตะมาเอาชีวิต ย่าของเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างหัวโบราณพอสมควร จึงให้คนงานที่มีนิสัยอู้ขี้เกียจให้ทำงานในช่วงเช้าแทน แต่เพราะครั้งนั้นคนงานที่มีหน้าที่เก็บองุ่นตอนกลางคืนเกิดล้มป่วย ย่าของเค้าจำใจต้องให้เอเตียนที่เก็บองุ่นได้ดีมาทำแทน แม้จะกังวลว่า เอเตียนจะแอบหลับรึเปล่า? แต่เด็กหนุ่มจอมขี้เกียจก็รับปากอย่างมั่นเหมาะว่าจะไม่แอบหลับแน่นอน สุดท้าย ในรุ่งเช้า ทุกคนก็พบศพของเอเตียนที่โดนถลกหนังออกและหัวที่ถูกฟันเกือบขาด เลือดได้สาดนองไปทั่วบริเวณ สร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อแจ้งตำรวจ เหล่าตำรวจก็พยายามหาตัวคนร้ายกันอย่างขันแข็งแต่ไร้วี่แวว จนเกิดศพที่สองสามขึ้น ที่สยดสยองไม่แพ้กัน ไม่เพียงชาวสวนเท่านั้นที่โดน ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้เองก็เช่นกัน เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมที่แสนวิปริตถี่ขึ้น ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทนไม่ไหวจึงอพยพย้ายไปอยู่ที่อื่น พอชาวบ้านบางส่วนย้ายออกไปก็ช่วยให้เหตุร้ายซาลงไปบ้าง แต่มันยังคงเกิดขึ้นอยู่โดยที่ตำรวจยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ และเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายในยามค่ำ อองรีที่เข้ามาบริหารงานแทนย่าที่ล้มป่วยเพราะตรอมใจกับเรื่องไร่ จึงให้คนงานทำงานกันเป็นกลุ่ม ส่วนพวกที่ทำงานกะกลางคืนก็ห้ามแอบหลับโดยเด็ดขาด และถ้าวันไหนที่ไม่มีงานในช่วงค่ำก็ห้ามออกมาจากที่พักโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันเหตุร้าย
อองรีพยายามกัดฟันทำธุรกิจไร่องุ่นและโรงบ่มไวท์นี้ต่อ เพราะตระกูลของเค้าทำมาหลายชั่วคนและมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล เค้าจะไม่ยอมให้มันเจ๊งในรุ่นของเค้าแน่ เค้าพยายามกัดฟันสู้ไปพร้อมๆกับคนงานที่ยังเหลืออยู่ เมื่อก่อนคนงานในไร่มีอยู่ร่วมร้อยชีวิตแต่บัดนี้ เหลือเพียงยี่สิบชีวิตเท่านั้น ซ้ำร้าย ฌอง เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่นานก็มาตายไปเสียอีก การบ่มไวท์คงล่าช้าอีกแน่
เมืองเอ-มง
ยามค่ำ
บ้านพักอาจารย์คุโอมะ ในโรงเรียนเอ-มง ที่แสนจะเล็กและรกรุงรัง ร่างอันเทอะทะนอนแผ่อยู่บนฟูกนอน ครูใหญ่วัยใกล้เกษียณเกิดอยากคุยกับเพื่อนสนิทต่างวัยที่เคยไปสำรวจโบราณสถานมากมายหลายแห่ง คุโอมะหยิบโทรศัพท์มาโทรทางไกลหาเพื่อนซี้เจ้าของโรงบ่มไวท์และไร่องุ่นชื่อดัง
“สวัสดีอองรี ชั้นเองคุโอมะ ไงสบายดีไหม”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ไม่เท่าไหร่”[ภาษาฝรั่งเศส]
“เป็นอะไรรึ พอจะเล่าให้ได้รึเปล่า เผื่อชั้นจะสามารถช่วยนายได้”[ภาษาฝรั่งเศส]
ปลายสายเงียบอยู่นานจนคุโอมะต้องเร่ง”ชั้นไม่ได้รวยมากนะ นายก็รู้ว่าโทรทางไกลมันแพง…”[ภาษาฝรั่งเศส]
“คืออย่างนี้ครับ…”อองรีได้เล่าเรื่องเหตุฆาตกรรมที่ เกิดขึ้นมานานถึงสองปีให้เพื่อนซี้รุ่น ‘เดอะ’ ฟัง ซึ่งคุโอมะก็ฟังอย่างเงียบๆจะมีถามแทรกบ้างก็เล็กน้อย
พออองรีเล่าจบ คุโอมะก็ออกความเห็น”คุณไม่ลองจ้างนักสืบดูล่ะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“เคยแล้วแต่ไม่มีใครกล้ารับงานครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“งั้น ชั้นรู้จักอยู่สองคนที่ กล้ารับงานสืบเรื่องนี้”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ใครเหรอครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]ปลายสายเอ่ยถาม
“ศิษย์ชั้นเอง”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ห๋า! อะ…อายุเท่าไหร่ครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
คุโอมะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ“ก็…สิบห้าสิบหกน่ะนะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“จะได้เรื่องเหรอครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
“ได้ซี่ อองรีอายุไม่ได้เป็นตัววัดความสามารถหรอกนะ ถ้าประสบการณ์น่ะพอได้อยู่ อีกอย่าง ยูกับโออิ ก็เคยช่วยชั้นตอนไปสำรวจที่เขมรมาก่อนนะ”[ภาษาฝรั่งเศส]
ปลายสายเงียบอยู่นาน…ก่อนจะตอบกลับมา”ผมจะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ จะให้ผมส่งตั๋วไปให้กี่ใบล่ะครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]
ขณะเดียวกัน
“ฮัดชิ่ว/ฮัดเช่ย!”สองหนุ่มที่กำลังเดินตรวจโรงเรียนเอ-มงจามพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ตอนนี้พวกเค้าโดนอาจารย์คุโอมะ ลากมาเป็นเบ๊ ให้เดินตรวจโรงเรียนแทนอาจารย์ตัวร้าย ที่หลอกพวกเค้าว่าป่วยหนัก
หนุ่มหน้ามนเอ่ยขึ้น”สงสัยจะเป็นหวัดนะครับ ยูคุง”
หนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมสีดำ ใช้นิ้วเรียวของตนถูจมูกไปมาสองสามทีก่อนจะเอ่ยขึ้น”ไม่หรอก โดนนินทามากหรือบ่นถึงมากกว่า”
โออิหรี่ตามองเพื่อนซี้ที่ทำหน้าปลาตาย”นายรู้อะไรอีกงั้นเหรอ”
“ขอไม่ตอบ”
หนุ่มหน้ามนคิด…กวนแล้วเพื่อน…
“เดินตรวจต่อเถอะ โออิ เดี๋ยวอาจารย์จะหาเรื่องหักคะแนนจิตพิสัยเราอีก”
“อืม…”ในใจของโออินั้นเมื่อยูพูดแบบนี้ เค้าเองก็เริ่มสังหรณ์ใจว่า จะต้องมีเรื่องบางอย่าง มาหาเค้าแน่นอน
ติดตามอ่าต่อในตอนที่2นะจ๊ะ...(อาจจะลงตอนที่2ในเร็วๆนี้ ถ้ามันว่างนะ ใกล้สอบแล้ว ไวเวอร์)
ขอบคุณทุกคอมเม้นและกำลังใจของทุกคนที่ส่งมาให้นิกซ์มีแรงใจแต่งต่อไปนะค่ะ รักคนอ่านทุกคน
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ