อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
19) อาถรรพ์รูปปั้นนางอัปสราเริงระบำ 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความเช้าวันต่อมา
เด็กหนุ่มสาวทั้งสามก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมารับประทานมื้อเช้าโดยมี แสงภรรยาของจันทร์เป็นผู้ลงมือทำให้ หลังจากนั้นจันทร์ก็พาเด็กทั้งสามไปยังองค์กรเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
พอเดินทางมาถึง
ทางหัวหน้าองค์กรเอกชน ชาวฝรั่งเศษชื่อ เอ็ดเวิร์ด เดอ มาเชรี่ นั้นงุนงงมากที่ ทางผ.อ.เอ-มงส่งเด็กอายุแค่สิบห้ามาช่วยตามหาอาจารย์คุโอมะในตอนแรกทางองค์กรส่งจดหมายไปหาทางผ.อ.เอ-มง ว่าคณะสำรวจของอาจารย์คุโอมะได้หายสาปสูญไปสองอาทิตย์ก่อนเพราะอาจารย์คุโอมะนั้นไม่มีญาติมิตรที่ไหนนอกจากผ.อ.เอ-มงที่อาจารย์โคอุมะทำงานให้ ทางผ.อ.ก็เลยส่งจดหมายตอบกลับมาว่าจะส่งคนมาช่วยตามหา แต่ไม่นึกว่าจะส่งเด็กอายุสิบห้ามาตามหา
เด็กหนุ่มหัวชมพูทักทายหัวหน้าองค์กรเป็นภาษาฝรั่งเศษอย่างคล่องแคล่ว
"สวัสดีครับ"(ภาษาฝรั่งเศษ)
"สวัสดี เธอชื่อ..."(ภาษาฝรั่งเศษ)
"ผมคุจิยะ ยู นี่ มิจิอิ โควมิ และนี่ ชิเมรุ โออิ สองคนนี่คือเพื่อนของผมครับ"
โควมิงุนงงกมากที่เพื่อนชายหัวชมพูสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้คล่องแคล่วขนาดนี้ โออิซึ่งอยู่ข้างๆพอเข้าใจความสงสัยของเพื่อนสาวดีจึงเข้าไปกระซิบบอก
"คือ แม่ของยูคุงนั้นเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศษเลยพูดได้คล่องน่ะนะ ผมเองก็เพิ่งมารู้เมื่อเช้านี่เอง"
เด็กสาวมองเพื่อนชายหัวชมพูกำลังพูดคุยถึงรายละเอียดของการเดินทางกับเอ็ดเวิร์ด
หลังจากที่คุยรายละเอียดเสร็จแล้ว
ทางองค์กรได้ออกงบสำหรับค่าอุปรณ์เดินป่าโดยที่ยูได้ขออาวุธเพิ่ม ทางองค์กรได้จ้างวานพรานป่าผู้หนึ่งนำทาง ทั้งสามกลับมาที่บ้านของจันทร์
ยูก็กำลังเช็คสิ่งของจำเป็นไม่ว่าจะเป็นไฟแช็ค ไฟฉาย เชือก ปืนพก ปืนลูกซอง มีดเดินป่า มีดสวิส เสื้อผ้า ถุงนอน และของใช้อื่นๆอีกมาก เช่นเดียวกับเพื่อนซี้โออิที่งานนี้เค้าเตรียมของไปแบบเดียวกัน ส่วนมิจิอินั้นยูได้ให้พกมีดพับ เครื่องช็อตไฟฟ้าและกล่องพยาบาลเสื้อผ้ากับถุงนอน ไปเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้หญิง
งานนี้จันทร์จำต้องตามเด็กทั้งสามไปด้วย
ทั้งสี่ได้เดินทางมาถึงจุดนัดหมายหน้าป่าที่คณะสำรวจเคยเดินทาง เวลานี้ก็บ่ายสามกว่า รถจิ๊บคันหนึ่งได้แล่นมา ชายชราวัยหกสิบกว่าลงจากรถจิ๊บ ใบหน้ารกด้วยหนวดเคราที่บางส่วนเริ่มเป็นสีดอกเลาแล้ว ยูเดาได้เลยว่าคนๆนี้คือพรานนำทางเค้า ในมือของพรานป่าถือปืนยาวมากระบอกหนึ่งในชุดเสื้อผ้าทะมัดทะแมง
เค้ากล่าวทักทายเด็กทั้งสามเป็นภาษาอังกฤษ"สวัสดีชั้นชื่อ มิ่ง เป็นพรานนำทางยินดีที่ได้รู้จัก"
ทั้งสามจึงโค้งทักตอบ"สวัสดีครับ/คะ"
โออิจึงเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษ"คุณพูดอังกฤษได้"(ภาษาอังกฤษ)
"ใช่ชั้นพูดได้ เพราะชั้นเคยนำทางชาวต่างชาติมาก่อน"(ภาษาอังกฤษ)
โออิมีสีหน้าปั้นยากเพราะว่าตัวเค้าไม่ค่อยสันทัดภาษาอังกฤษนัก ยูจึงหันมาแปลให้เพื่อนซี้หน้ามน"เค้าบอกว่าเค้าเคยนำทางชาวต่างชาติมาก่อนน่ะ"ว่าจบก็หันมาบอกกับพรานเฒ่า"ขอโทษนะครับพอดีเพื่อนของผมคนนี้ไม่ค่อยสันทัดเรื่องภาษาอังกฤษนัก"
"อ้อ เหรองั้นเด็กคนนี้คงพูดคุยได้นะ"พรานเฒ่าหันมาหาเด็กสาว
"ค่ะ ชั้นพูดได้"(ภาษาอังกฤษ)เด็กสาวเป็นฝ่ายตอบ เพราะสำหรับเธอเเล้วภาษาอังกฤษสบายมาก
พรานเฒ่าเอ่ยขึ้น"จากนี้พอเราเดินทางเข้าสู่เขตป่าเทพธิดาด้วยรถจากนั้นเราต้องเดินเท้าแล้วนะ พวกเธอไหวนะ"
ยูเป็นคนตอบเอง"ไหวครับพราน รีบเดินทางเถอะเดี๋ยวจะค่ำซะก่อน"(ภาษาอังกฤษ)
ทั้งหมดก็ขึ้นรถของแต่ล่ะคนโดยที่ยูนั้นขอแยกไปนั่งรถคันเดียวกับพรานมิ่ง ส่วนโออิและโควมินั้นนั่งรถไปกับจันทร์
ระหว่างทางที่พรานเฒ่าขับรถไปยังที่หมาย พรานเฒ่าจึงเอ่ยถามเด็กหนุ่ม" เธอเดินทางมาตามหาใครรึ"(ภาษาอังกฤษ)
"อาจารย์ของผมครับ ท่านหายไปสองอาทิตย์แล้ว"(ภาษาอังกฤษ)
"เหรอ อาจารย์คนนั้นโชคดีจริงๆที่มีลูกศิษย์ที่ดีจริงๆ"(ภาษาอังกฤษ)
ยูจึงถือโอกาสถามบ้าง"คุณพอรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้างครับ"(ภาษาอังกฤษ)ว่าจบก็นำรูปปราสาทโบราณที่มีรูปนางอัปสราที่กำลังเริงระบำ
พรานเฒ่ามีสีหน้าเคร่งเครียด"ที่นี่น่าจะเป็นสุสานของ พระสนมของพระเจ้าชัยวรมันที่3 ที่ชื่อว่ารัตนาวดี เป็นนางรำที่มีความสามารถ"(ภาษาอังกฤษ)
"คุณรู้ดีจังเลยนะครับ"(ภาษาอังกฤษ)
"พ่อของชั้นเคยเล่าให้ฟัง ชาวบ้านบางคนที่ไปหาของป่าเเถวนั้ได้เล่าว่า ที่ปราสาทนั้นในยามค่ำคืน รูปปั้นจะมีชีวิตจะร่ายรำ ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะจริงแค่ไหนแต่ว่าไม่เชื่ออย่าลบลู่เชียว"(ภาษาอังกฤษ)
"ครับ ผมเข้าใจ"(ภาษาอังกฤษ)
ผ่านไปสองชั่วโมงทั้งห้าก็มาถึงหน้าปากทางเข้าป่าเทพธิดา
ทั้งหมดจึงตัดสินใจตั้งค่ายพักแรมกันแถวบริเวณปากทางตามคำแนะนำของพรานมิ่ง
สองหนุ่มเพื่อนซี้จึงอาสาไปเก็บฟื้นมา
ระหว่างที่โออิกำลังเก็บฟืนอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็น เศษผ้าสีขาวนวล หนุ่มหน้ามนจึงหยิบมาดูพลางคิด...นี่มัน เพิ่งถูกทิ้งได้สองอาทิตยืแล้วสินะ...เนื้อผ้านั้นเก่าและฉีกง่ายทำให้หนุ่มหน้ามนต้องใช้สัมผัสพิเศษของตน"อย่างงี้นี่เอง" เด็กหนุ่มเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ในกระเป๋ากางเกง
ทางด้านคณะสำรวจของอาจารย์คุโอมะที่ถูกบังคับให้นำทางไปยังปราสาทโบราณ โดยที่ตนต้องเป็นผู้นำทางแลกกับการที่พวกโจรต้องไว้ชีวิตคณะสำรวจทุกคน โดยที่ตนได้พยายามทิ้งสิ่งของๆตนไว้ระหว่างทางโดยที่ไม่ให้พวกโจรรู้ เพราะถ้าทางองค์กรรู้ว่าคณะของตนหายไปก็น่าจะส่งคนออกตามหาแน่ การที่เดินทางเป็นจำนวนมากจะทำให้การเดินทางล่าช้า กินเวลาพอสมควร
พอช่วงเย็น
คณะเดินทางก็ต้องหยุดพักค้างคืนเพราะว่าคณะเดินทางได้เดินเท้ามานานมาก อาจารย์วัยใกล้เกษียณดื่มน้ำไปอึกใหญ่เพื่อแก้กระหาย หลังจากที่เดินเท้ามาหลายชั่วโมงแทบไม่ได้พัก คนในคณะสำรวจเข้ามากระซิบ"อาจารย์ครับ อีกกี่วันจะถึงจุดหมายครับ"
"น่าจะสามวัน เราต้องหาทางถ่วงเวลาให้ล่าช้าที่สุดนะ"
"ครับ"
"ไปพักเถอะ"ว่าจบอาจารย์วัยใกล้เกษียณก็กินมื้อเย็นที่เป็นขนมปังชิ้นเล็กพอประทังหิว เพราะเสบียงนั้นโดนพวกโจรยึดไปหมดแล้ว พวกโจรให้อาหารกับคณะสำรวจของตนแค่พอประชีวิตเท่านั้น จากนั้นปูถุงนอนแล้วเข้านอนทันที
ค่ำนั้น
คณะสำรวจต้องสะดุ้งเฮือก แม้แต่คนที่ทำหน้าที่เฝ้ายามเองก็รู้สึกได้...ว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว เสียงดนตรีได้บรรเลงมาเช่นเดียวเสียงฝีเท้าที่เคลื่อนที่ไปตามจังหวะ นอกจากนี้ยังมีเสียงหัวเราะของผู้หญิง สร้างความหวาดผวาแก่คณะสำรวจเป็นอย่างมาก
ติชมได้นะค่ะ 


คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ