เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  9 ตอน
  0 วิจารณ์
  1,045 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

6) วันแรกในบ้าน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

วันต่อมา...

 

          หลังจากกลับจากค่ายทหารชุดก็ไม่ได้สั่งเพราะเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น กรอาบน้ำ แล้วไปยืมชุดของหมีดำมาใส่แต่ชุดมันใหญ่จนเหมือนผ้าคลุมมากกว่า เขาไม่ได้ใส่ใจนักเพราะที่ชั้นหนึ่งมีแต่ผู้ชายและที่สำคัญ—ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นสองเลย ไม่ว่าจะกลัวหนูแดง...หรือกลัว “ผีหนูแดง” กันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นกรกรรณก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยเพราะครูฝึกอเล็กกับพี่หมีดำเอาฟูกมาปูนอนเรียงกันข้าง ๆ เขา สามคนนอนกองกันอยู่ชั้นล่างนั่นแหละ

          แต่เมื่อดึกลง...ทุกอย่างกลับมาอีกครั้งขณะที่กรกรรณหลับอยู่เขารู้สึกถึงมัน อาการเดิมร่างกายหนักอึ้ง หายใจลำบากและกลิ่น...กลิ่นหอมบาง ๆ นั่นมันมาอีกแล้ว หนูแดง...เธอนั่งอยู่บนตัวเขา เส้นผมยาวสีขาวทิ้งตัวลงมา ปกคลุมใบหน้าของเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กรกรรณพยายามหลับตา เขากลัว กลัวมาก แต่ยิ่งกลัวมากเท่าไรร่างกายกลับยิ่งไม่เชื่อฟัง ในที่สุด—เขาก็ “ลืมตา” และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด หนูแดงจ้องมองเขา นั่งคร่อมอยู่แบบนั้น นิ่ง...ไม่ไหวติงร่างกายของกรกรรณขยับไม่ได้ ร้องก็ไม่ได้ราวกับถูกบางอย่างควบคุมไว้ทั้งหมด หนูแดงก้มลง สูดดม จมูกของเธอแตะลงที่จมูกของเขาเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย เธอดมลมหายใจของเขา

          ดมแล้ว...

          ดมอีก...

          และอีก...

          ท้ายที่สุด—กรกรรณก็สลบไปอีกครั้ง

 

 


เช้า...

 

          “ไม่ไหวแล้ว!!!” กรกรรณลุกขึ้นโวยวายทันที

          “ครูฝึกอเล็ก! พี่หมี! ไปจัดการศพของหนูแดงให้ที!……เมื่อคืนเธอมาหลอกผมอีกแล้วนะ!”

          “จะนิมนต์หลวงพ่อมาก็ได้ สวดส่งเธอไปที่ชอบ ๆ เถอะครับ!!!”

          อเล็กกับหมีดำมองหน้ากัน เหงื่อซึม ก่อนจะรีบทำเป็นไม่รู้เรื่อง

          “พูดอะไรของนาย กรกรรณ...”

          “หนูแดงที่ไหนกัน เราไม่มีคนชื่อนั้น...”

          “ใช่ ๆ ๆ ไม่เคยได้ยินเลย...”

          “ฮ่าฮ่าฮ่า...”

          เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ดังขึ้นทั้งที่สีหน้าของทั้งคู่ชัดเจนว่า “รู้อยู่แก่ใจ” ว่าหนูแดงอยู่ชั้นสองแต่—ไม่มีใครอยากขึ้นไปดูและที่สำคัญ...ไม่มีใครอยาก “รับผิดชอบ” และ “ผี” ไม่ใช่ข้ออ้างในการฝึกซ้อม

 

          เช้าวันใหม่ หลังบ้านพักเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ติดกับจุดทิ้งขยะของค่ายทหาร ครูฝึกอเล็กยกลังน็อตเหล็กมาวางตรงหน้ากรกรรณ

          “พลังของนายตอนนี้...มีอยู่สองส่วน” อเล็กเริ่มอธิบาย “โดยปกติ คนเราจะมีพลังเป็นของตัวเอง”

          “พลังหรือทักษะที่เกิดจากจิตของเรา บางคนอาจดูเหมือนมีหลายอย่าง เช่น เปลี่ยนผิวเป็นโลหะ แล้วยังบินได้อีกเหมือนมีสองทักษะใช่ไหม?” เขายิ้มบาง “แต่ความจริงแล้ว มันมาจาก ‘แหล่งเดียวกัน’ พลังวิญญาณของตัวเอง”

กรกรรณฟังอย่างตั้งใจ

          “นายก็มีพลังติดตัวมาแต่เกิดใช่ไหม?”

อเล็กถาม

          “ครับ ผมสายตาดี อ่านหนังสือไว แล้วก็มองเห็นอะไรได้ชัดมาก”

กรกรรณตอบพร้อมรอยยิ้ม

หมีดำเดินอุ้ยอ้ายเข้ามา พร้อมถุงขนมในมือ เขานั่งลงข้างสนาม เคี้ยวกรุบ ๆ อย่างมีความสุข

อเล็กพยักหน้า

          “ดี...นั่นแหละ พลังของนาย แล้วจำวันที่ผลึกซึมหายเข้าไปในร่างนายได้ไหม?”

กรกรรณนิ่งไปเล็กน้อย

          “ครับ...”

          “นั่นคือ ‘พลังของโลก’ พลังของธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งดวงวิญญาณ...ที่ธรรมชาติมอบให้นาย”

          “พลังธรรมชาติ...?” กรกรรณทวนคำอย่างสงสัย

          “ใช่  นายสามารถดึงพลังของโลกมาใช้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับตัวนาย ว่ารับได้มากแค่ไหน”

อเล็กเว้นจังหวะเล็กน้อย

          “ก็เหมือนการหายใจ อากาศไม่มีวันหมดแต่ปอดของเรามีขีดจำกัด ถ้าอยากเก่ง...นายก็ต้อง ‘ขยายปอด’ ของตัวเอง” เขาหันไปทางหมีดำ           “เปรียบเทียบโอเคไหม?”

หมีดำยกนิ้วโป้งที่เปื้อนขนมขึ้นพยักหน้าหงึก ๆ

          “เริ่มจากนี่เลย...” อเล็กชี้ไปที่ลังน็อต “คัดแยกน็อตพวกนี้”

กรกรรณมองกล่องน็อตจำนวนมากก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

          “ครับ...ใช้สายตาของผมตรวจสอบน็อตพวกนี้ใช่ไหมครับ? ฝึกสายตา...”

          “เปล่า” อเล็กตอบทันทีสีหน้าจริงจัง “เราต้องซื้ออุปกรณ์ฝึก เพื่อให้นายแข็งแรงขึ้น”

          “แล้ว...มันเกี่ยวกับน็อตพวกนี้ยังไงครับ?” กรกรรณเริ่มงง

          “เกี่ยวสิ” อเล็กไขว้แขน “น็อตที่สภาพดี เกลียวสมบูรณ์ จะขายได้ราคาดีกว่า”

          “ส่วนน็อตที่เสีย หัก งอ ก็ได้ราคาถูก เราต้องหาเงินไปซื้ออุปกรณ์ฝึกให้นาย แล้วก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาหาร ขนม...” เขาเหลือบมองหมีดำ “...และอื่น ๆ”

          “.....”

กรกรรณเงียบไปค่อย ๆ หันไปมองหมีดำที่กำลังยกนิ้วโป้งเปื้อนขนมให้เขาอีกครั้ง

          “...สรุปคือ ให้ผมแยกน็อตดี กับน็อตเสีย...”

          “ถูกต้องเลย” อเล็กยิ้มกว้าง “03 นายมาถูกทางแล้ว”

เขาชูนิ้วโป้งก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าที่พักอย่างสบายใจปล่อยให้กรกรรณยืนมองลังน็อตกองโต...อย่างเงียบงัน

 

 


สองชั่วโมงผ่านไป...กรกรรณยังคงตั้งใจคัดแยกน็อต

 

          ตัวดีใส่กล่องซ้าย ตัวเสียใส่กล่องขวา

          สายตาเริ่มปวดร้าวจากการใช้งานหนักแต่ในขณะเดียวกันเขากลับตรวจสอบได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนร่างกายกำลัง “ปรับตัว” และที่น่าแปลกคือ—อาการเจ็บแน่นในปอดหายไป พิษไม่กำเริบราวกับมัน “สงบลง” ...หรือหายไปแล้วจริง ๆ

ในที่สุดเขาก็คัดแยกน็อตเสร็จความรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาแม้จะรู้สึกเหมือนโดนหลอกใช้ก็ตาม

          “วู้ววว...เสร็จซะที...”

          กรกรรณยืดตัวก่อนจะชะงัก รอบตัวเงียบสนิทไม่มีใครอยู่แล้ว พี่หมีดำหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ครูฝึกอเล็กก็กลับเข้าไปในบ้านพัก

 

...บ้านพัก

          เขาเผลอเงยหน้ามองขึ้นไปชั้นสองตรงหน้าต่างและเขาก็เห็น—หนูแดง ยืนอยู่ตรงนั้น เธอจ้องลงมามองตรงมาที่เขา ริมฝีปากขยับช้า ๆ กรกรรณพยายามอ่าน

          “หิว...”

          ร่างของเขาแข็งค้างหัวใจเต้นแรงความกลัวแล่นขึ้นมาจนเย็นวาบ เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านพัก

          “ครูฝึก!?”

          “พี่หมี!?”

          ไม่มีเสียงตอบ

          เงียบ

          ทั้งบ้านมีเพียงเขาคนเดียว...และ หนูแดงที่อยู่ชั้นสอง

          คำว่า “หิว” ยังติดอยู่ในหัว เอาไงดี...

          กรกรรณเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ ความคิดตีกันในหัว

          “ถ้าภาพที่เห็นเป็นแค่วิญญาณล่ะ...”

          “แต่ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่...และหิวจริง ๆ ล่ะ...”

          สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจ อย่างเลวร้ายที่สุด...ก็แค่โดนหลอกอีกครั้ง 

          กรกรรณเข้าไปในครัวค้นหาอาหารเท่าที่พอมี ขนมปัง เนื้อแห้ง น้ำผลไม้กล่อง เขารวบรวมทุกอย่างใส่ถาดใหญ่แล้วค่อย ๆ เดินไปที่บันได เพียงแค่เงยหน้าขึ้นไปเขาก็เห็น—หนูแดงยืนอยู่บนนั้นในชุดขาวร่างเล็กเพียงประมาณ 130 เซนติเมตร เส้นผมสีขาวยาวสยายลงมาดูน่ากลัวผิดมนุษย์ สายตาของเธอจ้องลงมา ดุร้าย นิ่ง ไม่กระพริบ กรกรรณแข็งค้างขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แต่ทันทีที่หนูแดงเห็น “ถาดอาหาร” ในมือเขา เธอก็—ไต่ลงบันได เร็วผิดธรรมชาติเหมือน “ผีบันได” และพุ่งเข้าหาเขา

          ตูม!

แรงกระแทกทำให้กรกรรณล้มลงทันทีศีรษะกระแทกพื้นสติดับวูบ หนูแดงนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาก่อนจะคว้าขนมขึ้นมากินอย่างหิวโหย

 

 


          “อ้าว...หนูแดง...ยังไม่ตายเหรอ...”

          เสียงอเล็กดังขึ้นเฉย ๆ ไม่รู้โผล่มาจากไหนเหมือนเพิ่งกลับมาหรืออาจอยู่ในบ้านมาตลอดไม่มีใครรู้ หนูแดงเคี้ยวขนมปังไปด้วยพูดไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดสุด ๆ

          “ใช่สิ...ยังไม่ตาย...แกสั่งกักบริเวณฉันตั้งหนึ่งเดือน...แต่ไม่ส่งข้าวส่งน้ำให้เลย...”

          “ตั้งใจจะฆ่ากันจริง ๆ ใช่ไหม?”

          “ฮ่ะ ๆ ...ลืมไปเลย...” อเล็กหัวเราะแห้ง ๆ

          “แค่สองวันเอง...ฉันนึกว่าเธอตายแล้ว...”

          “แกมันพึ่งพาอะไรไม่ได้เลย ไอ้ครูฝึกบ้า...ดูสิ...เจ้าหนูคนนี้ยังอุตส่าห์หาอาหารมาให้ฉัน...” หนูแดงสวนทันทีก่อนจะโยกตัวเบา ๆ เหมือนจะปลุกกรกรรณที่นอนหมดสติอยู่แต่ก็ไม่ได้สนใจผลลัพธ์นัก

          อเล็กพยักหน้าหงึก ๆ “อ๋อ ใช่ ๆ ...เขาเป็นคนดีนะ...เธอคงไม่อยากกินลูกตาเขาแล้วใช่ไหม...” น้ำเสียงเริ่มหงอ

หนูแดงคว้ากล่องน้ำผลไม้ขึ้นมาเจาะหลอดดูด ก่อนจะใช้สองมือประคองไว้เหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาแล้วพูดออกมาเรียบ ๆ

          “ไม่...” เธอหยุดเล็กน้อย “เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว...”

          “?!!”

 

          อเล็กชะงักทันทีและในจังหวะเดียวกันกรกรรณก็เริ่มได้สติเพราะคำพูดนั้น...ชัดเจนเกินไป

          “เธอหมายความว่าไง หนูแดง...” อเล็กถามน้ำเสียงเปลี่ยนไป

          หนูแดงดูดน้ำผลไม้จนหมดก่อนจะขยำกล่องโยนใส่หัวอเล็กอย่างไม่แคร์

          “นี่ ตาแก่...พาเนื้อสดมา...ไม่รู้เลยหรือว่าหมอนี่โดนอะไรมาบ้าง?”

          “อะไร...เดี๋ยว—หยุดนะ!” อเล็กปัดไม่ทันกล่องกระแทกหัวเต็ม ๆ “กร...นายไปโดนอะไรมา?”

กรกรรณพยายามพยุงตัวลุกยังมึนอยู่

          “หนูแดง...หมายความว่าไงครับ...ผมโดนอะไร...?”

          “หุบปากบื้อ ๆ ของแกไปเลย ไอ้ดอกเห็ด” หนูแดงสวนทันที “ฉันอายุ 28 แล้วนะ เป็นพี่แกได้สบาย ๆ” เธอหยิบเนื้อแห้งที่เหลือขึ้นมากัดเคี้ยวไปพูดไป

          “พิษไง...” เธอจ้องเขา “ในลมหายใจของแก...มีพิษที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...แยกก็แยกไม่ออก...”

ในที่สุดกรกรรณก็เริ่มเข้าใจทุกคืนที่หนูแดงมานั่งคร่อมเขาเธอไม่ได้มาหลอกเธอมา...“ดม” ลมหายใจของเขา

หนูแดงพูดต่อ “กลิ่นจากลมหายใจที่ออกจากปอดของแก...ไอ้น้อง...มันคือสิ่งที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่ฉันบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร...เพราะฉันไม่เคยเจอ...และสร้างมันไม่ได้ด้วย...” เธอหรี่ตาเล็กน้อย

          “แกไปโดนอะไรมา?”

          ทั้งสามคนเงียบลงทันที แม้แต่อเล็กสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปก่อนจะรีบอธิบาย

          “คือ...หนูแดงมีความสามารถเกี่ยวกับ ‘พิษ’”

          “เธอสามารถสร้างสารพิษ หรือสารที่ส่งผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตเป้าหมายได้”

          “เช่น ถ้าคนคนหนึ่งแพ้สารบางอย่างรุนแรง...หนูแดงสามารถวิเคราะห์ แล้วสร้างพิษเฉพาะของคนนั้นขึ้นมาได้เพื่อสังหาร...อย่างแม่นยำ”

เขามองไปทางเธอ “เธอคือระดับ Top ของสายพิษเลยก็ว่าได้”

          “ช่ายยย...” หนูแดงลากเสียงยาวก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เจ้าแม่พิษ...”

เธอสะบัดเส้นผมสีขาวปลายผมที่ควบคุมได้ราวมีชีวิตมัดรวมกันเป็นเส้นแหลมคม

          “เส้นผมของฉัน...สามารถส่งพิษเข้าสู่กระแสเลือดของเหยื่อได้โดยตรง...” เธอเอียงคอเล็กน้อย 

          “แล้วก็...แอะ...” เธอทำท่าประกอบ

          “…ตาย”

          “ฮ่ะ ฮ่ะ...”

          เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะจ้องกรกรรณอีกครั้ง

          “ล่ะ บอกมา...”

          “ใครหน้าไหนมันสร้างพิษที่ฉันไม่เคยเห็นแบบนี้มาใช้กับแก?”

กรกรรณนิ่งไปก่อนจะค่อย ๆ ถอยไปนั่งที่ขั้นบันได สีหน้าสงบลง

          “มันคือ...อสูรครับ” เขาพูดช้า ๆ

          “รูปร่างเหมือนแจกัน...มันไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต...เหมือน...หายนะทางธรรมชาติมากกว่า”

สายตาของเขานิ่งลง

          “มันลากคนเข้าไปข้างใน...แล้วทั้งเลือด...ทั้งพิษ...ก็ทะลักออกมาไม่หยุด...ปกคลุมทั้งเมืองหลวงของอัลเทรัส...”

อเล็กนิ่งไปสีหน้าตึงเครียดก่อนจะพึมพำกับตัวเอง

          “มัน...ไม่ใช่สิ่งที่ควรมีอยู่บนโลกนี้...พวกมันคือ...อสูรจักรราศี...”

          “และนั่นคือ...”เขาหยุด “…กันย์” แต่เขารีบตัดบท “ช่างมัน...”

          “มีวิธีถอนพิษไหม หนูแดง?” น้ำเสียงจริงจังขึ้นทันที

หนูแดงเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเรียบ ๆ

          “ถอนพิษ?” เธอเลิกคิ้ว “…ไม่มี ฉันแค่ให้ยาแก้ปวดกับเจ้าบื้อนี่ไป”

เธอพยักหน้าไปทางกรกรรณ

          “อาการมันเลยยังไม่กำเริบ...แต่จะรักษา...” เธอส่ายหัวเบา ๆ “…ไม่มีทาง” 

แม้จะพูดแบบนั้นแต่มุมปากของเธอกลับยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังรอดูปฏิกิริยา

          “หมายความว่า...ผมจะตาย...” 

          กรกรรณพูดออกมาเสียงเบา แต่ไม่สั่น เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ยอมรับมันความตาย...ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเขาอยู่แล้ว

เขาเงยหน้ามองหนูแดงที่ยังคงนั่งกินเนื้อแห้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “…หนูแดง ขอบคุณมากนะครับ...ที่ช่วยผม”

          หนูแดงเหลือบไปสบตากับเขาเพียงชั่วครู่ ดวงตาของเธอปะทะเข้ากับสายตาอันซื่อตรงและดูน่าเอ็นดูของกรกรรณ เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมาอีกครั้งก่อนจะยื่นข้อเสนอที่แฝงไปด้วยกับดัก

          “เอางี้เป็นไงอเล็ก... ให้ฉันทำเพื่อเป็นการไถ่โทษ คุณแค่ยกเลิกการกักบริเวณฉัน แล้วฉันจะช่วยรักษาเขา... ว่าไง?”

อเล็กทำหน้ายุ่งยากใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องยอมรับข้อเสนอนั้น “กะ... ก็ได้ แต่เธอจะทำได้จริงเหรอ? ไหนตอนแรกบอกว่ารักษาไม่ได้ไง”

          หนูแดงแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะในการต่อรอง และเธอตั้งใจจะชนะอย่างเบ็ดเสร็จ “ที่บอกว่ารักษาไม่ได้ตอนแรก เพราะฉันยังไม่ได้เก็บตัวอย่างยังไงล่ะ...” เธอหันไปหากรกรรณ มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างปิดไม่มิด           

          “ฉันต้องการ...”

          “เลือด!!! ใช่ไหม?...” อเล็กโพล่งขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นทางช่วยเหลือกูกรณ “ปกติเธอจะชิมเลือดเพื่อสร้างพิษสังหารเป้าหมาย... ใช่ไหมล่ะ? เอาเลย! จัดการเลย!”

          “ไม่ อเล็ก... ไม่...” หนูแดงส่ายหน้าช้าๆ “นี่มันกรณีพิเศษ ทั้งแปลกและยาก ฉันต้องการ... 3 อย่างจากเขา” เธอยิ้มพลางจ้องมองกรกรรณราวกับเขาเป็นลูกไก่ในกำมือ

          “เลือด... น้ำลาย... แล้วก็... น้ำเชื้อ... และต้องเก็บกันแบบสดๆ เท่านั้น”

          กรกรรณถึงกับเหงื่อตก นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว! ไม่มีทาง... เขาไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ได้แน่ ชายหนุ่มรีบหันไปหาอเล็กเพื่อทักท้วงทันที           “ครูฝึกครับ!!! เมื่อกี้ครูบอกว่าแค่เลือดก็พอไม่ใช่เหรอครับ?!”

          ทว่าอเล็กกลับไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย “เยี่ยม!!! อนุมัติ!” เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว “ไม่ยากใช่ไหมกรกรรณ? แถมสนุกด้วยนะ... เชื่อเถอะ ดีกว่าปล่อยให้หนูแดงควักลูกตาไปกินเป็นไหนๆ ยัยนี่เคยควักอวัยวะอื่นมาเคี้ยวเล่นในสภาพที่แหวะกว่านี้เยอะ”

          หนูแดงนั่งยิ้มอย่างสะใจ ก่อนที่กรกรรณจะได้ทันอ้าปากให้เหตุผลเพิ่ม อเล็กก็ตัดบทและเดินออกไปที่หน้าบ้านพักทันที

          “ถ้าจะทำอะไรกันก็ไปที่ห้องนอนนะ อย่าใช้ห้องน้ำล่ะ เกรงใจคนที่จะใช้ต่อด้วย!” เสียงของเขาตะโกนทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหายลับไป ทิ้งให้กรกรรณต้องเผชิญหน้ากับความต้องการของหนูแดงเพียงลำพัง

 

 


 

ภาพตัดมานอกบ้าน

          “ช่วยด้วย!!!” กรกรรณตะโกนลั่น แล้วพุ่งออกจากบ้านพักทันทีที่มีโอกาส เสียงฝีเท้าดังตึงตัง หนูแดงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งตาม แต่ด้วยร่างเล็กของเธอทำให้ตามไม่ทัน ดวงตาของเธอวาบขึ้นเส้นผมสีขาวยาวสยายพุ่งออกไปเหมือนมีชีวิต

          “หยุดนะ!!!”

เส้นผมรัดตัวกรกรรณทันทีแต่แรงวิ่งของเขาไม่หยุดกลับยิ่งลากเธอไปด้วย

          “เดี๋ยวสิ!! ไอ้บ้า หยุดก่อน!!”

หนูแดงล้มกระแทกพื้นแต่ผมยังพันตัวเขาไว้แน่น ร่างเล็กของเธอถูกลากไปกับพื้น ฝุ่นคลุ้งไปทั่วสนามหลังที่พัก

          “ปล่อยผมเถอะครับบบบบ!!!”

กรกรรณแทบร้องไห้แต่ก็ยังวิ่งไม่หยุด ภาพตรงหน้าเหมือนคนกำลังหนีผี…แต่ผีกำลังโดนลากอยู่ข้างหลัง

 

จังหวะนั้นหมีดำเพิ่งกลับมาพอดีเขาหยุดยืนมองภาพตรงหน้าแบบค้างไปเลย

          “เฮ้ย…?”

สายตาเขาไล่จากกรกรรณไปที่ร่างของหนูแดงที่ถูกลากไปกับพื้น ผมพันรัดเหมือนศพที่ลุกขึ้นมาเฮี้ยน

          “เฮ้ย!!!”

          “ไอ้กรไปทำอะไรศพหนูแดงวะ!!!…เฮี้ยนแล้วโว้ย!!!”

กรกรรณวิ่งผ่านหน้าเขาไปทั้งแบบนั้นพร้อมเสียงตะโกน

         “หนูแดงยังไม่ตายครับบบบบบ!!!”

แต่ภาพที่เห็นมันไม่ช่วยให้เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว เสียงโครมคราม เสียงด่า เสียงลากดังไปทั่วบริเวณจนกระทั่ง…

ทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง

 


หัวค่ำ

         สมาชิกทุกคนกลับมานั่งรวมกันที่โต๊ะ เป็นครั้งแรกที่ “ครบทีม” อเล็กเพิ่งกลับมาพร้อมถุงเนื้อและผัก กำลังจัดของเตรียมต้มสุกี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

หมีดำยังนั่งขำหัวเราะไม่หยุด

         “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ …ลากศพหนูแดง!”

         หนูแดงนั่งหน้างอเต็มไปด้วยรอยถลอกทั้งตัว เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ผมกระเซอะกระเซิงแต่ดวงตา…ยังอันตรายเหมือนเดิม

เธอจ้องกรกรรณนิ่งเหมือนกำลังคิดว่าจะเริ่มกินจากส่วนไหนดี ส่วนกรกรรณนั่งก้มหน้าเงียบสนิทเหมือนนักโทษที่รู้ชะตาตัวเองแล้ว

         แม้จะดูอันตราย บ้า ๆ บอ ๆ และไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่ แต่ในตอนนี้ ตอนที่ทุกคนนั่งล้อมวงกินสุกี้หม้อเดียวกันบรรยากาศกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด กรกรรณมองไปรอบ ๆ เขาเห็นครูฝึกอเล็ก

 

         คนที่ดูเหลวไหล ขี้กลัว และไม่น่าเชื่อถือในหลาย ๆ ครั้ง แต่กลับเป็นคนที่พยายามดูแลทุกคนในแบบของเขา

เขาเห็นหมีดำ ชายร่างใหญ่ที่ไม่พูดมากแต่ยืนอยู่ข้างทุกคนเสมอ เงียบ ๆ มั่นคงเหมือนกำแพง

และเขาเห็นหนูแดง เด็กสาวที่ดูอันตรายที่สุดในบ้านหลังนี้แต่กลับเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาตั้งแต่วันแรกโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทน

พวกเขา…แปลกอันตรายและไม่น่าเข้าใกล้แต่ในสายตาของกรกรรณพวกเขา…คือ “คนดี” และเป็นครั้งแรกหลังจากทุกอย่างพังทลายลง ที่เขารู้สึกว่าตัวเอง…อาจจะมี “ที่อยู่” อีกครั้ง

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา