เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  5 ตอน
  0 วิจารณ์
  505 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 14.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

5) วันแรกในค่าย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

               คืนนั้นเป็นคืนแรกที่กรกรรณหลับลงอย่างเงียบสงบ ไม่มีความหนาวเหน็บ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีความวุ่นวายของผู้คนรอบข้าง แต่ร่างกายของเขากลับหนักอึ้ง...หนักจนหายใจลำบาก อาการพิษกำเริบเล็กน้อย เจ็บลึกเข้าไปถึงปอด ในที่สุดเขาก็สะดุ้งตื่นและทันทีที่ลืมตาขึ้น—เขาก็แทบหัวใจวาย ดวงตาสีแดงคู่นั้น…ของหนูแดงกำลังจ้องมาที่เขาอย่างใกล้ชิด เธอคร่อมอยู่บนร่างของเขา จนเขาแทบขยับไม่ได้ ร่างกายของเธอขาวซีดและเส้นผมสีขาวยาวสยายปกคลุมลงมาราวกับม่านบาง ๆ ที่ห่อหุ้มใบหน้าของทั้งสองเอาไว้ด้วยกัน

ลมหายใจของเธอปะปนกับลมหายใจของเขา น่าแปลก…มันมีกลิ่นหอมจาง ๆ และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้
ก่อนที่สติจะดับวูบลงอีกครั้ง

 


เสียงช้อนกระทบแก้วดังเบา ๆ กลิ่นกาแฟลอยมาแตะจมูกปลุกให้กรกรรณรู้สึกตัวขึ้นในเช้าวันใหม่

        “เหวอ!!!..”

เขาลุกพรวดขึ้นทันที รีบสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความตกใจ แต่ทุกอย่างยังอยู่ครบ…ไม่มีอะไรหายไป

        “อ้าว... ตื่นมาก็ร้องลั่นเลย ฝันร้ายเหรอ?”

ครูฝึกอเล็กยกแก้วกาแฟขึ้นซดจนหมด ก่อนวางลงบนโต๊ะ

หมีดำยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ร่างใหญ่เท่าเดิม แต่ในมือมีโทรศัพท์เครื่องใหม่—น่าจะยืมมาจากครูฝึกอเล็ก
และกำลังเล่นเกมอย่างเมามันส์

        “ขอโทษครับ...ผมคิดว่าผมฝันร้าย...”

กรกรรณเงียบไปครู่หนึ่ง ภาพเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัว หนูแดงเหมือนผีที่มานั่งทับตอนเขานอน มันน่ากลัว…มากจริงๆ เขากลืนน้ำลายก่อนถามออกไปอย่างลังเล

        “ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผม...แค่อยากรู้...” เขาหันไปทางหมีดำ “พี่หมีดำ...นอนห้องเดียวกับหนูแดงใช่ไหมครับ?”

หมีดำยังไม่ละสายตาจากจอ “ใช่...เราไม่แยกห้องนอนกัน ห้องรวมมีเตียงสองชั้นสองเตียง เดี๋ยวนายก็ได้ขึ้นไปนอนด้วย”

กรกรรณนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามต่อ

        “ตอนพี่ขึ้นไปนอน...พี่เห็นหนูแดงไหมครับ... เธอนอนอยู่ใช่ไหม?”

        “ใช่” หมีดำตอบสั้น ๆ

        “เธอนอนหันหน้าเข้ากำแพงตั้งแต่เมื่อคืน...”

        “……จนถึงเช้าก็ยังอยู่ท่าเดิม”

พูดจบ เขาก็หยุดกดโทรศัพท์เหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

ครูฝึกอเล็กค่อย ๆ หันไปหาหมีดำช้า ๆ

        “ดะ...เดี๋ยว...ได้คุยกันบ้างไหม...?” น้ำเสียงเขาไม่ต่างจากกรกรรณเลย

เสียงเกมในโทรศัพท์ดังขึ้น Game Over แต่หมีดำไม่ได้สนใจ เขามามองหน้าทั้งสองคนสีหน้ามีแววหวั่น ๆ เล็กน้อย

        “เธอ...ไม่ขยับเลยตั้งแต่เมื่อวาน...ฉันยังสงสัยอยู่เลย...ว่าเมื่อวานท่าคลานเธอแปลก ๆ”

ทั้งสามคนเงียบไปพร้อมกัน สีหน้าซีดลงชัดเจนและกรกรรณแทบจะเป็นลม เมื่อภาพเมื่อคืน…ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

อเล็กพูดขึ้นทันที—แต่ฟังยังไงก็ไม่มีความมั่นใจเลย

        “หมีดำ…ขึ้นไปดูหนูแดงหน่อยสิ”

หมีดำปฏิเสธแทบจะทันที

        “ไม่ ๆ ๆ ลูกพี่ไปดูเองสิ ให้ตายผมก็ไม่ขึ้นไปแล้ว”

อเล็กหันไปหากรกรรณทันที เหมือนลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนตัวเองเป็นคนบอกให้เขานอนข้างล่าง เพื่อให้อยู่ห่างจากหนูแดง

        “กร...นายขึ้นไปดูหนูแดงหน่อยสิ”

        …

กรกรรณส่ายหัวแรงมาก

        “ไม่ครับ…ไม่… ครูฝึกบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ให้ผมนอนข้างล่าง อยู่ให้ห่างหนูแดงไว้”

        …

ทั้งสามคนเงียบไปพร้อมกันก่อนที่อเล็กจะหัวเราะกลบเกลื่อน

        “ฮ่ะ ๆ ๆ ไม่เป็นไรน่า เธอคงแค่นอนอยู่”

เขาลุกขึ้นพลางโบกมือ

        “ไปอาบน้ำได้แล้วกร วันนี้ฉันจะพานายไปตัดชุดใหม่ รีบหน่อย เราไม่อยากไปถึงตอนเที่ยง คนมันเยอะ”

กรกรรณมองอเล็ก…แล้วเหลือบขึ้นไปชั้นสองของบ้าน

        “อะ…เอางั้นเหรอครับ…”

เขากลืนน้ำลาย

        “ก็ได้…แต่ครูฝึกรับผิดชอบเองนะ ถ้าหนูแดงเริ่มส่งกลิ่น…”

อเล็กนิ่งไปเสี้ยววินาที

        “…ไปอาบน้ำเลย!”

 

 


 

        เรื่องของหนูแดงยังคงไม่กระจ่างแต่สุดท้ายทั้งสองก็ออกจากบ้านพัก และก่อนออก—หมีดำก็รีบหาข้ออ้างออกไปด้วยอีกคน สรุปคือ…ตอนนี้ไม่มีใครกล้าอยู่บ้านคนเดียวแล้ว

 

 


        เมื่ออเล็กพากรกรรณเดินเข้ามาในค่าย เขาดูลุกลี้ลุกลนผิดปกติ มองซ้ายที ขวาที เหมือนกำลังระแวดระวังอะไรบางอย่าง ทั้งสองเดินผ่านลานฝึก…มุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร ในช่วงที่คนยังไม่แน่น

        …

        ด้วยสายตาที่ “คมเกินคนปกติ” กรกรรณเห็นบางอย่าง ไข่ไก่…กำลังลอยมา ถูกปามา มุ่งตรงไปยังหัวของครูฝึกอเล็ก ด้วยสายตาที่พิเศษของเขาเห็นมันชัดเจนทุกการเคลื่อนไหวและในวินาทีนั้น—เขารู้ว่า…อเล็กก็ “เห็น” เหมือนกัน

        …

        แต่ครูฝึกไม่หลบ เขายืนเฉยเหมือนตั้งใจให้มันโดน เพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อย—ให้ไข่แตกตรงหน้าผาก
โดยไม่กระทบจุดสำคัญ

        “แปะ…”

        ไข่แตกช้า ๆ ไหลเยิ้มลงมาตามหน้าเขา

        …

        แล้วอีกฟองหนึ่งพุ่งมาทางกรกรรณ

        …

เขานิ่ง ถ้าครูฝึกยังไม่หลบ เขาก็จะไม่หลบเหมือนกัน

        “แปะ!”

ไข่แตกคาหัว ไข่แดงไหลลงมาปิดตา

        …

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโรงอาหารดังชัด…และตั้งใจ ครูฝึกอเล็กพูดด้วยเสียงราบเรียบและให้กำลังใจว่า

        “ไม่เป็นไร...เรื่องปกติ รีบๆ ผ่านไปก็ไม่มีอะไรหรอก แค่...”

        กรกรรณพยักหน้าและรีบเดิน แต่ไม่ทันจะไปได้คืบหน้า น้ำสกปรกจากถังน้ำถูพื้นก็ถูกราดลงมาจากชั้น 2 ของอาคาร—จงใจ—ใส่หัวของทั้งคู่ซ้ำอีกครั้ง ไม่มีใครเห็นใจ มีแต่เสียงหัวเราะ เสียงกระซิบ และสายตาที่สะใจ

        “นี่มันอะไรกัน....” กรกรรณงุนงง พวกเขาตั้งใจเล่นงานครูฝึกอเล็กอย่างนั้นหรือ? ทำไม...ทั้งที่นี่เป็นค่ายทหาร ควรมีระเบียบ มีวินัยไม่ใช่หรือ? แล้วครูฝึกอเล็กไปทำอะไรไว้ พวกเขาถึงเกลียดชังกันขนาดนี้ เขานึกถึงที่พักของตัวเองที่อยู่นอกเขตรั้วทหาร—อาคารร้าง ภาพนั้นทำให้เขาเริ่มเข้าใจมากขึ้น (ครูฝึกอเล็กและกลุ่มที่อยู่กับเขา...คงไม่ใช่คนที่ที่นี่ต้อนรับเท่าไหร่) แล้วผมล่ะ? ถูกเลือกมาอยู่ในกลุ่มแบบนี้...ถือเป็นคราวซวยไหมนะ? กรกรรณมองไปยังอเล็กที่เปียกและส่งกลิ่นเหม็น—และเขาเองก็ไม่ต่างกัน

        (“ไม่”)

        คำตอบในใจของเขาดังขึ้น บางอย่างทำให้ตัวตนของเขากลับมานิดหน่อย ชายคนนี้...ดูมีความมุ่งมั่นมากกว่าที่เห็นภายนอกและเขา “เห็น” มัน มันไม่ใช่ความเคียดแค้น ไม่ใช่อคติจากตัวอเล็ก บางที...ถ้าได้รู้จักกันตอนอยู่ที่อัลเทรัสอาจเป็นคนที่น่าคบหาก็เป็นได้

        “พวกแค่คลายเครียด....วันนี้ยังดีนะ....ไม่เครียดเท่าไหร่...ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ... เราจะไปร้านขายชุดเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เหรอ ไปกันเถอะ”

        อเล็กพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งมันทำให้กรกรรณนึกถึง...ศศินา เธอก็ยังมั่นคงในยามที่กดดันแบบนี้เช่นกัน...เขาจึงทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น และเดินตามครูฝึกอเล็กไป แต่...

        เพียงแค่ก้าวเดินก็ต้องชะงักเพราะกลุ่มคนที่เดินเข้ามาจากอีกฝั่งคือกลุ่มที่แต่งเครื่องแบบสีขาวทั้งชุด—มีสี่คน ชายสอง หญิงสอง หนึ่งในนั้นคือผู้หญิงที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ ความงามตรงหน้าแทบทำให้เข่าอ่อนแต่เขายังไม่รู้จักชื่อของเธอเลยด้วยซ้ำ...และในสภาพของเขาตอนนี้ ชุดที่ได้รับบริจาคยังไม่ได้ซักตั้งแต่ใส่มา ทั้งไข่...ทั้งน้ำล้างพื้น ไม่มีอะไรดีเลย ไม่มีเลยจริงๆ 

        กรกรรณหลบสายตา ก้มหน้าลง และรีบดึงอเล็กให้รีบเดิน พยายามอ้อมไปอีกฝั่ง อเล็กก็รีบไปเช่นกัน การเจอกลุ่มชุดขาวนั้น ถือว่าเลวร้ายเลยก็ว่าได้ แต่...โอกาสรอดแทบไม่มีเพราะทั้งคู่เป็นเป้าสายตาให้ถูกกลั่นแกล้งอยู่แล้วและนายทหารชุดขาวคนหนึ่ง—ไคลน์ อาร์เดล—ก็มองเห็นพวกเขาตั้งแต่ทางเข้า เขาเดินนำกลุ่มตรงเข้ามา

        “ได้ยินข่าวว่า ท่านที่ปรึกษาบินมาหาถึงที่เลยใช่ไหมครับ...ครูฝึก?”

        ไคลน์ทักทายอย่างเป็นมิตรแต่น้ำเสียงกลับอันตรายจนน่ากลัว 

        เรน วัลคีร์ นายทหารชุดขาวอีกคน เดินอ้อมไปด้านหลังกรกรรณอย่างรวดเร็วและแนบเนียน

        “โอ้ว...ผู้ติดตามใหม่งั้นหรือ?”

เขาหยุดห่างเล็กน้อย

        “ดูท่าจะโดนโชคร้ายของครูฝึกไปด้วยนะ”

        เรนพูดเยาะเย้ยจากด้านหลังโดยไม่ยอมเข้าใกล้มากนัก—เพราะกลัวชุดของตัวเองจะเลอะ

กรกรรณพยายามก้มหน้ามองพื้น ไม่ตอบโต้ และไม่สบตาใครเด็ดขาดเพราะเขากลัว…กลัวว่าจะเผลอสบตากับเธอคนนั้นอีกครั้ง บางอย่างในตัวเขา         “กลัวมัน”

 

        นิโคล วิเรล หญิงสาวผมสั้นในชุดขาวแบบเดียวกับน้ำแข็ง ผมสีเขียวอ่อน ใบหน้าดูน่ารัก และมีออร่าแบบที่สามารถยืนเคียงข้างน้ำแข็งได้อย่างไม่เป็นรอง เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย—แต่ไม่ได้มุ่งไปที่อเล็กหรือกรกรรณ เธอหงุดหงิดใส่ไคลน์และเรนมากกว่า

        “เลิกเสียเวลาได้แล้ว สนุกนักหรือไง แกล้งคนไม่มีทางสู้เนี่ย!!!”

        น้ำแข็งยังคงนิ่ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่กรกรรณเพียงคนเดียวราวกับจะบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอให้ได้ แต่ไม่มีใครสังเกตเธอในจุดนั้นเลย 

        ไคลน์ยิ้มเยาะก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดูเป็นมิตรแต่แฝงพิษร้าย

        “ไอ้หนุ่ม...คิดผิดแล้วที่ไปอยู่กับครูฝึกอเล็ก.….เขียนขอย้ายไปอยู่หน่วยอื่นดีกว่านะ...แนะนำจากใจเลย...หึหึ...”

        กรกรรณได้ยินแบบนั้น ความหงุดหงิดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ทำไมคนพวกนี้ต้องรุมทำร้ายครูฝึกอเล็กขนาดนี้...และเขาก็เผลอพูดออกไปโดยไม่ทันคิด

        “ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ...เพราะผมเป็นผู้ลี้ภัยจากอัลเทรัส ครูฝึกอเล็กเป็นคนเลือกผมเข้าทีม ผมคงทำแบบที่คุณบอกไม่ได้ครับ”

ทันทีที่คำว่า “ผู้ลี้ภัยจากอัลเทรัส” หลุดออกมา ทั้งโรงอาหารก็เงียบลง เงียบ…จนรู้สึกอึดอัด สายตาทุกคู่เปลี่ยนไปบรรยากาศหนักอึ้งขึ้นทันที

ไคลน์ก้าวเข้ามาใกล้กรกรรณใกล้…จนแทบชิด

        “แกเป็นชาวอัลเทรัส…งั้นหรือ...”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง

        “ดี...” “งั้น...วอร์เกน ยินดีต้อนรับ!!!” สิ้นคำ เขาหันหลังกลับ—แต่ในจังหวะเดียวกันขาของเขาก็เหวี่ยงเตะตัดขากรกรรณพร้อมกับใช้ “พลัง” แรงดึงดูดกดทับร่างของกรกรรณลง กด—จนร่างของเขากระแทกพื้นอย่างแรงและไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเลย

ไคลน์หันกลับมาอีกครั้งสายตาเย็นชา

        “เป็นอะไร...อยากนั่งตรงไหนก็นั่งงั้นเหรอ?…ชาวอัลเทรัสนี่ไม่มีมารยาทเลยจริง ๆ”

ไม่ทันจะได้ตั้งตัว มือของ เรน ก็ปัดกล่องน้ำผลไม่ที่อยู่บนโต๊ะอาหารจนมันตกลงพื้นและเดินเหยียบแบบที่ออกแรงกดจนน้ำผลไม้ในกล่องพุ่งใส่กรกรรณจนเปียกซ้ำเพิ่มอีก

        “อุ๊บ!!…สกปรกจริงๆ คนพวกนี้”

กรกรรณเข้าใจสถานการณ์ในทันทีชาวอัลเทรัส…ไม่เป็นที่ต้อนรับยิ่งกว่าครูฝึกอเล็กเสียอีก เขาพยายามลุกขึ้นแต่แรงกดที่มองไม่เห็นยังตรึงเขาไว้กับพื้น ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว แต่แทนที่จะโกรธกรกรรณกลับ “ยิ้ม”

        “ขอโทษนะครับ...ขอนั่งสักแป๊บครับ...ลุกไม่ขึ้นจริง ๆ”

คำพูดของกรกรรณทำให้ไคลน์และเรนเดือดขึ้นทันที เด็กใหม่ คนต่างอาณาจักร แถมยังเป็นคนของครูฝึกอเล็กแต่กลับ “กล้ายิ้ม” ใส่สิ่งที่พวกเขาทำ มันต้องโดนกดหัวจนเงยหน้าไม่ขึ้น ให้รู้จักที่ต่ำที่สูง

ทั้งสองหันเข้าหากรกรรณพร้อมกันเตรียมจะ “สั่งสอน” ขณะที่อเล็กยังคงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิด—ไอเย็นก็แผ่ซ่านออกไปทั่วโรงอาหาร อุณหภูมิลดลงอย่างผิดธรรมชาติ แม้แสงสีแดงอุ่นจากภายนอกจะยังสาดเข้ามา…แต่มันไม่อาจต้านความเย็นนั้นได้เลย

น้ำแข็งขยับเพียงหนึ่งก้าว แต่ทั้งพื้นที่เหมือนถูกกดทับด้วยบางสิ่ง ดวงตาของเธอจ้องตรงไปยังกรกรรณ เธอยังเห็นชายหนุ่มใจดีคนนั้น คนที่ควรได้รับการปกป้องหรือมีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำแบบนั้นได้และเธอพูดออกมา—เพียงคำเดียว

        “พอได้แล้ว...”

        …………………….. 

        “…เขาเป็นของฉัน”

        คำพูดนั้นทำให้ทั้งโรงอาหารหยุดนิ่ง ในความเข้าใจของทุกคนมีเพียงความหมายเดียว น้ำแข็ง “เดือดถึงขีดสุด” และชาวอัลเทรัสคนนี้กลายเป็น “ของเล่น” ของเธอที่ไม่มีใครมีสิทธิ์แตะต้อง

แต่ความจริง—เธอแค่…ทนเห็นเขาถูกทำร้ายต่อไปไม่ได้ คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยไม่ทันคิด ไคลน์และเรนถึงกับชะงักก่อนจะถอยออกมาแทบจะพร้อมกัน

        ในหัวของพวกเขานี่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไปแล้ว นิโคลรีบพุ่งเข้ามาคว้าแขนน้ำแข็งทันที

        “นี่...หยุดจ้องเป็นปลากัดแบบนั้นได้แล้ว...” 

น้ำเสียงของเธอพยายามทำให้ทุกอย่างดู “เบาลง”

        “ฉันอยากกินเค้กวานิลาที่ร้านใต้หอพักแล้ว...ไปเถอะนะ น้ำแข็ง...”

        “นะนะนะ...ถ้ายังหงุดหงิด วันนี้ฉันเลี้ยงเองเลย”

        “เอาไอศกรีมนมสดเพิ่มอีกลูกด้วยก็ได้...ไปเถอะ...”

เธอเขย่าแขนน้ำแข็งเบา ๆ ก่อนจะตะโกนไปทางอเล็กกับกรกรรณ

        “ยืนทำไมอยู่ล่ะ! ไปสิ ไปได้แล้ว!”

ไคลน์คลายพลัง แรงกดที่มองไม่เห็นหายไปในทันที 

ชื่อ “น้ำแข็ง” ที่ออกจากปากนิโคลถูกบันทึกในความจำของกรกรรณทันที

กรกรรณสามารถลุกขึ้นได้และอเล็กก็ไม่รอช้ารีบพาเขาออกจากโรงอาหารทันที ทั้งคู่เดินเร็วแทบจะเป็นวิ่งไม่มีใครหันกลับมาอีก

 

 


หลังเหตุการณ์ที่โรงอาหาร 

สำหรัลกรกรรณนั้นมันอับอายขายหน้าและยังเกิดขึ้นต่อหน้าน้ำแข็งอีก ทำไมกัน ทำไมเขาถึงแคร์สายตาเธอขนาดนั้นก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง

อเล็กและกรกรรณเดินมานั่งพักที่สวนเงียบ ๆ มุมเล็ก ๆ ภายในค่ายทหาร

        “ครูฝึกไปทำอะไรไว้ครับ...พวกเขาถึงเกลียดคุณมากขนาดนี้”

กรกรรณถามด้วยความสงสัยและเขาจำเป็นต้องรู้ว่า...ตัวเองกำลังเผชิญกับอะไรอยู่

อเล็กมองหน้ากรกรรณ ก่อนจะหันไปมองอาคารที่อยู่ไกลออกไป มีผู้คนเดินไปมาไม่ขาดสาย

        “ก่อนหน้านี้...ฉันเคยมีทีมหน่วยปฏิบัติการลับ”

        “แบบ...แกะดำนี่แหละ...”

        “ทีมนั้นชื่อ ‘มังกรดำ’ มีสมาชิกสามคน...และพวกเขาเก่งมาก...”

อเล็กพูดยังไม่ทันจบ กรกรรณก็ชะงัก และพูดสวนขึ้นทันที

        “เดี๋ยวก่อนครับครูฝึก.….อย่าบอกนะว่า...กำลังพูดถึง ‘กลุ่มกบฏมังกรดำ’...”

        “กลุ่มโจรที่สร้างปัญหาให้ทั้งห้าอาณาจักรนั่นน่ะ?”

        “......”

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง

        “ใช่”

อเล็กตอบสั้น ๆ นิ่ง…ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่

กรกรรณกลืนน้ำลาย

        “กองกำลังมังกรดำ...นำโดย ชิน มังกรดำ”

        “เจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ และไร้ความปราณี”

        “เริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ แต่ตอนนี้มีสมาชิกมากกว่าสามสิบคน...”

        “และยังมีเครือข่ายที่แฝงตัวอยู่แทบทุกอาณาจักร...”

เขาพูดออกมาราวกับกำลังท่องข้อมูล

เพราะเคยอ่านเกี่ยวกับพวกนี้มามาก

        “ผมเคยเห็นบทความเกี่ยวกับพวกเขา...”

        “มีระดับมาสเตอร์หลายคน มาจากแทบทุกมุมโลก...”

        “ไม่อยากเชื่อเลยว่า...ครูฝึกเป็นคนสร้างทีมนี้ขึ้นมา...”

        “ใช่...” อเล็กพยักหน้าเบา ๆ “ชิน 01...ไรโอ 02...และเนล 03.….สามตัวนี้...แสบตัวพ่อเลยล่ะ”

เขายิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับไม่เหมือนเดิม

        “ช่วงแรก...มันก็ดี….แต่พอเวลาผ่านไป... พวกเขาเลือกหันหลังให้วอร์เกน...หันหลังให้อาณาจักร...แล้วก็ทำแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ...สร้างความวุ่นวาย...โดยไม่สนใจโลก...”

อเล็กหยุดพูดถอนหายใจเบา ๆ แววตาเขาดูลังเลเหมือนเคยคิดจะปล่อยทุกอย่างทิ้งไป แต่สุดท้าย—เขาก็กลับมาเป็นคนเดิม

        “กองกำลังมังกรดำตระเวนอยู่ตามแนวชายแดน หลายหน่วยจากส่วนกลางเลยถูกส่งมาที่นี่...แทนที่จะได้อยู่สบาย ๆ ในเมืองหลวง...อยู่กับครอบครัว อยู่กับบ้าน กับคนรัก….พวกชุดขาวสี่คนนั้นก็ด้วย”

น้ำเสียงของอเล็กไม่ได้โทษใคร เหมือนเขาเข้าใจดีว่า...ทำไมคนพวกนั้นถึงเกลียดเขา

        “เฮ้...ฟังอยู่ไหม? กร...!”

อเล็กเรียก กรกรรณที่ดูเหม่อลอย แต่ความจริง—กรกรรณกำลังคิดถึง “น้ำแข็ง” เธอคงเกลียดชาวอัลเทรัสมาก...เพราะจำได้ว่าตอนที่เธอช่วยเขาที่ชายแดน เธอก็ดูโกรธ...ไม่ต่างกันเลย

        “อะ...ฟังอยู่ครับ ฟังอยู่...”

เขาสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองหน้าอเล็ก แล้วมองสภาพของทั้งคู่ ทั้งสกปรก ทั้งโทรม แต่กรกรรณลุกขึ้นยืนเดินไปหยุดตรงหน้าอเล็กสีหน้ามั่นใจขึ้นเล็กน้อย

        “ครูฝึกครับ...ผมตัดสินใจแล้ว…ช่วยฝึกผมด้วย ฝึกให้ผมเป็น...อย่างที่ครูเห็น”

อเล็กนิ่งไป ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนทันที เขาพุ่งเข้าไปกอดขากรกรรณร้องไห้อย่างน่าเกลียด

        “กรกรรณนนนน......!!! ฉันรู้แล้วว่านายต้องเชื่อใจฉันนนนน!!!”

        “หยุดเดี๋ยวนี้เลย ครูฝึกอเล็ก!”

        “แบบนี้มันทุเรศเกินไปแล้ว!!! รักษาภาพลักษณ์หน่อยสิครับบบบบ!”

กรกรรณสะบัดขาไล่อย่างรังเกียจ

บ่ายวันนั้นทั้งคู่ไม่ได้ไปร้านตัดชุดเพราะสภาพดูไม่ได้เกินไป สุดท้ายจึงเลือกกลับที่พักแล้วค่อยมาใหม่วันหลัง

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา