เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  33 ตอน
  1 วิจารณ์
  5,888 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

31) Fight Dot 05

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
        แนะนำตัวละคร
        กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”
        เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า  ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า  ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง
        หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด  สายป้องกันสมบูรณ์แบบ สะท้อนการโจมตี
 
เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง
 
กลุ่มชุดขาวกรานเวล
นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง
ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง
เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม
 
เมืองหลวง
พลัส ไกรเซอร์ ที่ปรึกษาพิเศษ รองเสนาธิการ (ภรรยาอเล็ก)
วินเซนต์ วินเทรส รมต. การคลังและกลาโหม พ่อของน้ำแข็ง
ลูเซียน วาเลนไฮม์ “รองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน” คนรู้จักวินเซนต์
 
กลุ่มมังกรดำ
ชิน อาซ่ากอน (Shin Azargon) มังกรดำ 01 ความสามารถ️ สายฟ้า  ปลุกพลัง
วิสเปอร์ (White Mask - Whisper) ความสามารถ️ คลื่นแส้ คลื่นโจมตี
ไรโอ — มังกรดำ 02 ความสามารถ️ หมัดเพลิง หมัดมวย
เนล — มังกรดำ 03 ความสามารถ️ เทเลพอร์ต ระบบเครื่องหมาย (Mark) คลังระเบิด
 
 

        เวลเวทเคจเปิดต้อนรับทีมแกะดำอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่สนามซ้อม ห้องฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงอุปกรณ์ฝึก ทุกอย่างถูกเปิดให้ใช้งานได้เต็มรูปแบบ ราวกับพวกเขาเป็นนักกีฬาระดับท็อปของสโมสรไปแล้ว
ทีม “เวลเวทแฟง” ยังถูกส่งมาเป็นคู่ซ้อมและช่วยสอนเทคนิคต่าง ๆ ให้โดยตรงอีกด้วย
รวมถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์จากแบรนด์ที่ร่วมกับเวลเวทเคจสามารถเบิกใช้ได้ไม่จำกัด
ชุดทีมใหม่ของแกะดำถูกออกแบบขึ้นจาก “ชุดปฏิบัติการ” เดิมของพวกเขา แต่ปรับให้ดูทันสมัยและเหมาะกับการแข่งขันมากขึ้น สีดำสนิททั้งชุด ด้านหลังปักโลโก้ “Velvet Cage” สีแดงเข้มเด่นชัด ทั้งดุดัน ทั้งดูแพงอย่างไม่น่าเชื่อ
        “พวกเขารู้ขนาดกับสัดส่วนของพวกเราได้ยังไงนะ...” กรกรรณพูดขึ้น ขณะลองขยับตัวหน้ากระจกในห้องเปลี่ยนชุดนักกีฬา
        “ไม่รู้สิ แต่ของฉันพอดีตัวมากเลยนะ” หมีดำดึงแขนเสื้อดูอย่างประหลาดใจ
        “ถ้ากลับไปอ้วนอีกคงเสียดายแย่” ชายร่างยักษ์ลองบิดตัวช้า ๆ ก่อนพยักหน้า
        “ของแพงนี่มันดีจริง ๆ แฮะ ลดแรงเสียดสี ดูดซับแรงกระแทก ทนต่อความเสียหาย แล้วยังยืดหยุ่นมากด้วย”
กรลองหมุนไหล่ไปมา
        “แทบไม่รั้งการเคลื่อนไหวเลย...” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดูชุดกันอยู่ ประตูห้องก็เปิดออกทันที
        “ชุดใหม่ๆ เย่~”
หนูแดงเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ก่อนเริ่มถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
        “หนูแดง!!!”
กรกับหมีดำแทบพุ่งพร้อมกัน รีบคว้าผ้ากับเสื้อไปปิดเธอทันที
        “ไรอ่า...ก็แค่จะเปลี่ยนชุดเอง”
พูดจบ เด็กสาวก็กระโดดขึ้นไปยืนบนม้านั่ง เอามือเท้าเอวอย่างภูมิใจ ทั้งที่ยังไม่ใส่อะไรเลยในร่างเด็กตัวเล็กแบนราบ
        “ฮ่าๆๆ พวกนายกำลังกลัวเสน่ห์ของฉันใช่ไหม~ ดูสิ ดู๊~”
        “ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลยหนูแดง!” กรกรรณกับหมีดำรีบหันหน้าหนีทันที
        “หันมาสิกร ดูก่อนนน~”
        “ว๊ากกกกกก!!”
        ตู๊ดดดดดดด—
 

(ตัดเข้าฉากดำ เซ็นเซอร์ประมาณ 5 นาที)

 
หลังความวุ่นวายที่ไม่มีใครอยากอธิบาย
หนูแดงก็เปลี่ยนมาสวมชุดสีดำสนิทเรียบร้อยแล้ว ภาพรวมดูเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่แต่งตัวเลียนแบบหน่วยรบพิเศษแต่กลับเข้ากับเธอจนน่าประหลาด
โดยเฉพาะสายรัดและอุปกรณ์พิเศษหลายจุดที่ติดมากับชุด
        “สายนี้ใช้ทำอะไรนะ...”
หนูแดงดึงสายรัดเส้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนดวงตาจะค่อย ๆ เป็นประกาย
        “กร! มานี่เร็ว!”
เธอวิ่งพุ่งไปเกาะหลังกรทันที แล้วดึงสายรัดไปล็อกเข้ากับชุดของเขา
แกร๊ก
เสียงตีนตุ๊กแกและตัวล็อกดังแน่นหนา
        “อ๊ะ...”
กรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อร่างเล็กแนบติดหลังเขาพอดี
        “นี่มัน...”
เขาลองขยับตัวดู ก่อนจะพบว่าแทบไม่มีแรงดึงรั้งเลย
        “กระชับมาก...แล้วก็ไม่หลุดง่ายด้วย”
หมีดำมองตามแล้วพยักหน้าเบา ๆ
        “พวกนั้นเก็บรายละเอียดของพวกเราหมดจริง ๆ สินะ”
หนูแดงหัวเราะอย่างพอใจ ก่อนซุกหน้ากับหลังกร
        “ฮ่าๆ แบบนี้ฉันก็ขี่กรได้ทั้งวันเลย~”
        “ไม่ได้เรียกว่าขี่นะหนูแดง...” กรถอนหายใจทันที
แต่ถึงจะวุ่นวายแค่ไหนทั้งสามคนก็เริ่มรู้สึกเหมือนกันว่า—เวลเวทเคจไม่ได้มองพวกเขาเป็นแค่ “ทีมประหลาด” แต่กำลังพยายามทำให้ “แกะดำ” กลายเป็นทีมจริง ๆ อย่างเต็มตัวแล้ว
        “แล้วอีกชุดนั่น...ของครูฝึกอเล็กหรือ?”
กรกรรณมองไปยังชุดสีดำอีกชุดที่แขวนอยู่มุมห้อง มันไม่ใหญ่พอสำหรับหมีดำและก็ไม่เล็กพอจะเป็นของหนูแดง
ขนาดมันชัดเจนว่าเป็นของผู้ใหญ่ เมื่อเขาพลิกป้ายด้านหลังดู ก็พบตัวเลขสีแดงเข้มปักไว้ชัดเจน 04
        “แกะดำ 04...?” กรพึมพำเบา ๆ
        “หรือจะเป็นของครูฝึกอเล็ก สำหรับลงเป็นตัวสำรอง?”
        “ก็ดีนะ” หมีดำยิ้มกว้างทันที
        “ฉันอยากเห็นลูกพี่สู้จริง ๆ อีกครั้งเหมือนกัน ท่าทางจะสนุกน่าดู”
หนูแดงที่กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนตู้ล็อกเกอร์หัวเราะทันที
        “ได้ข่าวว่าเคยแพ้ยับเลยไม่ใช่หรอออ~” เธอใช้ศอกกระทุ้งหน้าท้องหมีดำเบา ๆ
        “เฮ้ย!” หมีดำร้องขึ้น ก่อนยิ้มกว้างกว่าเดิม
        “แพ้...แต่โคตรภูมิใจเลยต่างหาก” เขากำหมัดแน่น
        “ตั้งแต่นั้นฉันก็ยกลูกพี่ให้เป็นลูกพี่จริง ๆ เลย” กล้ามเนื้อขนาดมหึมาค่อย ๆ เกร็งขึ้นใต้ชุดสีดำใหม่
        “แค่คิดก็อยากต่อยหน้าลูกพี่แรง ๆ อีกสักรอบจัง...”
 
อากาศรอบกำปั้นบิดตัวเบา ๆ ราวกับแรงกดมหาศาลอัดรวมอยู่ในนั้น สายตาของหมีดำเปลี่ยนไปชั่วขณะ เหมือนสัตว์ร้ายที่เริ่มหิวสงครามอีกครั้ง
กรกับหนูแดงนิ่งเงียบไปพร้อมกันก่อนค่อย ๆ ขยับถอยหลังออกมาอย่างเงียบที่สุด
        “กร...”
        “อือ...”
        “ฉันว่าอย่าให้เขาเจอครูฝึกตอนนี้จะดีกว่านะ”
        “เห็นด้วย...”
        หลังจากนั้น การฝึกซ้อมของทีมแกะดำก็เริ่มจริงจังขึ้นภายใต้การดูแลของทีมเวลเวทแฟง หลายเทคนิคที่พวกเขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน ถูกดึงออกมาใช้กับ Fight Dot โดยเฉพาะ หมีดำ ที่เริ่มเปลี่ยนจาก “กำแพงนิ่ง ๆ” ให้กลายเป็น “กำแพงที่เคลื่อนที่ได้”
        เขาฝึกพุ่งจากดอตฝั่งซ้ายไปขวาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับร่างขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องโจมตีคู่ต่อสู้ แค่พุ่งเข้าไปกระแทกลูกบอลที่กำลังจะเข้าดอตให้เปลี่ยนวิถีออกไปก็พอ
ตึง!!
ลูกดอตบอลกระเด็นอัดกำแพงจนฝังเข้าไปทั้งลูก
        “โอเค! แบบนั้นแหละ!” โค้ชเวลเวทแฟงตะโกนขึ้น
        “นายไม่ต้องชนะการปะทะ! แค่อย่าให้มันทำคะแนนได้ก็พอ!”
หมีดำพยักหน้าช้า ๆ ก่อนพุ่งกลับอีกฝั่งด้วยแรงสั่นสะเทือนจนพื้นสนามครางลั่น
ส่วนหนูแดง กับกรกรรณ กำลังพัฒนาสิ่งที่อันตรายกว่านั้นมาก
        “ซ้ายบน พิษชะลอประสาท”
        “ขวาล่าง พิษเสียการทรงตัว”
        “กลางล่าง พิษกล้ามเนื้อกระตุก”
หนามเส้นผมพิษของหนูแดงลอยวนรอบกรทั้งหมดหกเส้น ซ้าย ขวา กลาง แต่ละเส้นเปลี่ยนสี เปลี่ยนความหนืด และเปลี่ยนคุณสมบัติไปเรื่อย ๆ
กรต้องมอง วิเคราะห์ แล้วตัดสินใจให้เร็วที่สุด
        “หยุด!”
เส้นผมทั้งหมดหยุดนิ่งพร้อมกัน
        “ซ้ายกลาง ใช้กับอเล็ก”
        “ขวาบน ใช้กับไคลน์”
        “กลางล่าง...เก็บไว้”
หนูแดงยิ้มกว้างทันที
        “ฮ่าๆๆๆ ชอบจัง~” เธอหมุนตัวอย่างอารมณ์ดี
        “เหมือนช๊อปปิ้งพิษเลย~วันนี้จะให้ใครตายดีน้า~ ฮ่าๆๆ”
        “อย่าพูดน่ากลัวสิ...” กรกดขมับทันที แต่ถึงจะพูดแบบนั้นเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า—หนูแดงไม่ใช่แค่ “นักฆ่า” เธอคือคลังอาวุธเคลื่อนที่ที่สามารถปรับรูปแบบการสังหารได้แทบไม่จำกัด และหน้าที่ของเขาคือเลือกว่า“สถานการณ์ไหนควรใช้พิษอะไร”
 

        เมืองหลวงไวท์คราวน์ สำนักงานสภาสูง
        อาคารขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อกันหลายส่วนทอดยาวเหนือเมืองหลวง ผนังกระจกสะท้อนแสงเช้าเป็นประกาย ผู้คนในชุดทำงานเดินกันขวักไขว่ บ้างยืนคุยพร้อมแก้วกาแฟในมือ บ้างรีบเดินถือแฟ้มเอกสารราวกับเวลามีค่ากว่าลมหายใจ
น้ำแข็งเดินผ่านประตูหลักเข้าไปอย่างเงียบงัน เครื่องสแกนใบหน้าข้างเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ส่งเสียงสั้น ๆ หลังตรวจสอบตัวตน ก่อนขึ้นเวลาทำงานประจำวันของเธอ ทันทีที่เธอเดินผ่าน เสียงกระซิบก็ดังขึ้นเหมือนทุกวัน
        “นั่นคุณน้ำแข็งใช่ไหม”
        “ตัวจริงสวยกว่าที่ออกข่าวอีก”
        “ลูกสาวท่านวินเซนต์นี่นะ…เส้นใหญ่จริง ได้มาเป็นเลขารองเลขาธิการตั้งแต่แรกเลย”
น้ำแข็งไม่ได้สนใจ เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสามสิบเก้า ท่ามกลางความเงียบอึดอัดของผู้คนรอบข้าง บางคนแอบมองผ่านเงาสะท้อนประตูลิฟต์ บางคนรีบหลบสายตาเมื่อเธอหันไป
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวก็เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันที ไม่แวะพูดคุยกับใคร
ในสำนักงานแห่งนี้ เธอกลายเป็นจุดสนใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา ทั้งในแง่ดี…และแง่ร้าย
บนโต๊ะทำงานมีกุหลาบสีแดงดอกเล็กวางอยู่เหมือนทุกวัน
ข้างกันยังมี : กล่องคุกกี้ การ์ดข้อความ ขนมราคาแพง ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก
น้ำแข็งถอนหายใจเบา ๆ ก่อนรวบทุกอย่างไปวางไว้บนชั้นด้านข้าง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยของพวกนั้นจนแทบไม่มีที่เหลือ สายตาหลายคู่มองตามเธอทันที ทั้งสายตาอิจฉาและสายตาที่ไม่พอใจ หญิงสาวนั่งลง เปิดเอกสารตรงหน้า แล้วเริ่มทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
        “สวัสดีครับ คุณน้ำแข็ง”
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง ประตูห้องทำงานด้านในสุดเปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาพร้อมแก้วกาแฟในมือ
เขาคือ: ลูเซียน วาเลนไฮม์ รองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน ชายที่วินเซนต์ วินเทรส ฝากฝังให้ “ดูแล” ลูกสาวของตัวเอง
        “มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะครับ” เขายิ้มบาง ๆ “ทานอะไรมาหรือยัง”
น้ำแข็งหยุดมือจากเอกสาร ก่อนหันไปตอบเรียบ ๆ
        “เรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านลูเซียน”
        “หลายวันแล้วสินะครับ เป็นอย่างไรบ้าง ปรับตัวกับงานได้หรือยัง”
        “ได้ค่ะ ยังไม่มีอะไรเป็นปัญหา”
        “อย่างนั้นหรือครับ…” ลูเซียนเดินไปหยุดตรงชั้นวางของ ก่อนหยิบกุหลาบดอกหนึ่งขึ้นมาหมุนดูเล่น
        “คุณมาแค่อาทิตย์เดียว ของพวกนี้ก็กองเต็มแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ “ในฐานะหัวหน้า ผมนี่น่าขายหน้าจริง ๆ”
เขาหันกลับมามองเธอ
        “พวกเขารบกวนคุณหรือเปล่าครับ ถ้าอึดอัดใจอะไร บอกผมได้นะ”
น้ำแข็งมองกองของขวัญเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
        “อ้อ…ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบ “พวกเขาก็แค่มีความสุขที่จะให้”
พูดจบ หญิงสาวก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า
ก่อนหยิบกรอบรูปเล็ก ๆ ออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน ข้างกันนั้น ยังมีตุ๊กตาแกะดำตัวเล็กที่เธอเย็บเองวางอยู่
ลูเซียนชะงักไปนิดหนึ่งดวงตาหรี่ลงอย่างสนใจ ในรูปนั้น คือชายหนุ่มผมดำที่กำลังยืนถือต้นไม้เล็ก ๆ ด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย
ชายที่ตอนนี้ทั้งประเทศเริ่มรู้จักในชื่อ—“แกะดำ 03”
        “นั่น…แกะดำ 03 ใช่ไหมครับ ชื่ออะไรนะ” ลูเซียนเอ่ยขึ้นพลางมองกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างสนใจ
        “ดูเหมือนช่วงนี้เขาจะดังมากเลยนะครับ”
เขาหยิบกรอบรูปขึ้นมาดูใกล้ ๆ ชายหนุ่มผมดำที่กำลังยืนถือต้นไม้เล็ก ๆ ด้วยสีหน้าธรรมดาเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกับ “แกะดำ 03” ที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศ
        “แล้วก็…” ลูเซียนยิ้มบาง ๆ “เขาเป็นคนที่อยู่กับคุณ ตอนปกป้องผลึกดอกเบญจมาศใช่ไหมครับ”
น้ำแข็งพยักหน้าเบา ๆ
        “ค่ะ เราช่วยกัน…” เธอหยุดไปชั่วครู่
ภาพในสนามรบวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งไอเย็น เลือด เสียงระเบิด…และแผ่นหลังของกรที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอไม่ยอมถอย มุมปากของหญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
        “…เขาช่วยฉันไว้หลายครั้งค่ะ”
ลูเซียนมองสีหน้าของเธอเงียบ ๆ ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเรียบนุ่มเหมือนเดิมในพริบตา
        “ดีจริง ๆ ครับ” เขายกแก้วกาแฟในมือขึ้นเล็กน้อย
        “อ้อ กาแฟนี่…” ชายหนุ่มพูดเหมือนนึกขึ้นได้ “ผมชอบแบบใส่นมสองช็อต แล้วก็น้ำตาลสองช้อนนะครับ เผื่อวันหลังคุณจะได้ชงให้ผมถูก”
น้ำแข็งชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังตอบเรียบ ๆ
        “ค่ะ”
        “แล้วก็ วันนี้ช่วงบ่ายผมมีแถลงข่าว” ลูเซียนพูดต่อ “เรื่องโครงการเยียวยาผู้เสียหายจากศึกมังกรดำ ผมอยากให้คุณไปด้วย”
คราวนี้สีหน้าของน้ำแข็งเปลี่ยนไปเล็กน้อย
        “เป็นโครงการที่ดีค่ะ” เธอตอบทันที “ถ้าไม่รบกวน ฉันขอไปด้วยนะคะ แล้วจะรีบรวบรวมข้อมูลให้ท่าน”
        “ดีเลยครับ” ลูเซียนพยักหน้าช้า ๆ
        “ผมโยนไฟล์ข้อมูลไว้ในโฟลเดอร์ของคุณแล้ว ช่วยสรุปให้ผมอ่านก่อนช่วงบ่ายด้วยนะครับ”
พูดจบเขาก็ก้มลงยิ้มให้น้ำแข็งเล็กน้อย ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานด้านในประตูปิดลงเบา ๆ
น้ำแข็งถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ แล้วหันกลับมาที่หน้าจอ สายตาของเธอเหลือบไปมองกรอบรูปเล็ก ๆ บนโต๊ะอีกครั้งก่อนจะเริ่มเปิดอ่านเอกสารเกี่ยวกับ “ผู้เสียหายจากศึกมังกรดำ” ทีละหน้าอย่างตั้งใจ
 
ช่วงบ่ายของวัน
        “คุณน้ำแข็งครับ ไปกับผมนะครับ” ลูเซียนเดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมเสื้อสูทตัวนอกที่พาดอยู่บนแขน
        “ที่อาคารสำนักงานข่าวของรัฐ…ผมลืมให้คุณจองรถไว้ คงต้องขับไปเองแล้ว”
น้ำแข็งเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที
        “ขอโทษค่ะ ฉันน่าจะรู้ว่าต้องจองรถไว้ก่อน” เธอลุกขึ้นยืนแล้วโค้งเล็กน้อยตามมารยาท
        “ไม่เป็นไรครับ” ลูเซียนยิ้มอ่อนโยน “คุณรวบรวมเอกสารแล้วตามผมมาก็พอ”
ทุกอย่างดูปกติ ปกติมากเสียจนไม่มีอะไรให้ตำหนิ
ลูเซียนยังคงเป็น: หัวหน้าที่สุภาพ ใจเย็น ดูแลลูกน้องและมีมารยาทสมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างนั้น…สายตาของพนักงานทั้งชั้นกลับแอบมองมาเงียบ ๆ
บางคนหยุดพิมพ์งาน บางคนแกล้งก้มอ่านเอกสาร บางคนหันไปกระซิบกันเบา ๆ
เพราะทุกคนรู้ดีว่า: คนอย่างลูเซียน วาเลนไฮม์ ไม่มีทาง “ลืมจองรถ” และยิ่งไม่มีทางขับรถเอง ถ้าไม่ตั้งใจบรรยากาศทั้งชั้นจึงเงียบแปลก ๆ เงียบแบบที่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาตรง ๆ เหมือนทุกคนกำลังคิดเรื่องเดียวกัน:
        “ผู้หญิงคนนั้น…กำลังจะกลายเป็นอีกคนหรือเปล่า”
แต่นอกจากเงียบ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
 
 

        รถสีดำคันหรูแล่นออกจากอาคารสภาสูง มุ่งหน้าไปยังสำนักงานข่าวของรัฐกลางเมืองหลวง ตลอดทาง ลูเซียนยังคงพูดคุยเรื่องงานตามปกติ: งบประมาณ เอกสาร การอนุมัติ รายชื่อผู้เสียหาย น้ำแข็งจึงไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรนัก
เมื่อมาถึงอาคารสำนักงานข่าว ผู้คนและนักข่าวจำนวนมากกำลังรออยู่ด้านหน้า แฟลชกล้องสว่างวาบทันทีที่ลูเซียนเดินลงจากรถ รวมถึงตอนที่น้ำแข็งลงตามมาด้วย เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที 
        “คุณน้ำแข็งมาด้วย”
        “ตัวจริง…”
        “เธอจะร่วมโครงการนี้ด้วยหรือ”
ภายในห้องแถลงข่าว ลูเซียนขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ น้ำเสียงของเขานุ่ม สุภาพ และฉะฉานราวกับเตรียมทุกคำพูดมาอย่างสมบูรณ์แบบ
        “ใช่ครับ และทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่สภาสูงกำลังเร่งผลักดันเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากศึกมังกรดำ”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหันมายิ้มทางด้านข้าง
        “และวันนี้…ผมก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับหนึ่งในฮีโร่ตัวจริงของกรานเวล”
สายตาผู้คนทั้งห้องหันไปพร้อมกัน
        “คุณเอลินเซีย วินเทรส…หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’”
น้ำแข็งสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองลูเซียนอย่างงุนงง เพราะก่อนขึ้นเวที เขาไม่เคยบอกเลยว่าจะพูดถึงเธอ
ลูเซียนเพียงยิ้ม แล้วก้มลงกระซิบเบา ๆ
        “ไม่เป็นไรครับ แค่ถ่ายรูปคู่กับผมก็พอ”
น้ำแข็งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนมองกล้องถ่ายทอดสดที่กำลังหันมาทางเธอทั้งหมด
        “…ค่ะ” เธอตอบเบา ๆ หญิงสาวเดินเข้าไปยืนข้างลูเซียน
        “เพื่อโครงการนี้…” น้ำแข็งพูดเรียบ ๆ “และเพื่อเพื่อนของฉันที่เสียไปค่ะ”
แฟลชกล้องสว่างขึ้นทันที
ภาพของ: รองเลขาธิการสภาสูง และเจ้าหญิงน้ำแข็งถูกถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศ
หลังจากนั้น นักข่าวยังคงรุมถามต่ออีกพักใหญ่ ก่อนงานแถลงจะค่อย ๆ จบลง ระหว่างที่ช่างภาพยังเก็บภาพเพิ่มเติม ลูเซียนโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกครั้ง
        “จบจากนี่…ขอเวลาคุณอีกหน่อยนะครับ”
น้ำแข็งหันมามองเขา
        “ผมต้องไปคุยกับท่านเลขาธิการสภาต่อ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพเหมือนเดิม “ไปกับผมนะครับ เป็นดินเนอร์”
        “……!” น้ำแข็งชะงักไปทันที เธอไม่ได้ตอบอะไรแต่เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ที่หญิงสาวเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนว่า—โลกแห่งนี้กำลังค่อย ๆ บีบเธอไว้ทีละนิด
 
 

        เมืองกรานเวล
        “แย่แล้ว!! กรรรร ดูนี่สิ น้ำแข็งออกข่าวด้วย!!!” นิโคลวิ่งเอาโทรศัพท์มาให้กรกรรณที่กำลังฝึกซ้อมร่างกายอยู่
        “มุมนี้!!! เหมือนก้มลงหอมแก้มน้ำแข็งเลย” นิโคลพูดขึ้น
        “ใครเนี่ย!! เห็นว่า น้ำแข็งไปเป็นเลขาของรองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน”
กรตกใจ “คุ...คุณน้ำแข็ง!!!” เขาดูคลิปรายงานข่าวอย่างตั้งใจ
        “เกี่ยวกับการเยียวยาผู้เคราะห์ร้ายจากศึกมังกรดำงั้นเหรอครับ... คุณน้ำแข็งอยู่ด้วยก็ไม่แปลก”
        “ดูสิ!!!! ข่าวซุบซิบนี่มันอะไร! ‘ทิ้งแกะดำ กลายเป็นเจ้าหญิงสภาสูง’ แบบนี้ได้ไง!” นิโคลขยี้ซ้ำ
        “พอแล้วครับคุณนิโคล แบบนี้ผมก็เจ็บเหมือนกันนะ...” กรเกราะแขนนิโคลน้ำตาไหลหราก และเริ่มเครียดจริง ๆ
        “กี่โมงแล้ว... หนึ่งทุ่ม! โทรหาน้ำแข็งเลยสิ!” นิโคลเร่งให้กรคุยให้เคลียร์อย่างใจร้อน
        “ครับ ๆ ผมจะโทรเดี๋ยวนี้เลย...”
กรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มือสั่นไปหมด ชายที่ยืนข้างน้ำแข็งในข่าวดูดีมากทั้งการแต่งตัว การวางตัวและคำพูด มันยิ่งทำให้เขาหวั่นใจมากขึ้น
        “ตู๊ดดดด...”
        “สวัสดี...” น้ำแข็งรับสายแทบจะทันที
        “คุณน้ำ...” กรกำลังจะพูด
        “ตอนนี้ไม่สะดวกคุยนะ เดี๋ยวโทรกลับ—”
        “น้ำแข็งครับ ขอทิชชู่หน่อย”
เสียงผู้ชายแทรกเข้ามา
        “ติ๊ด...”
        “......”
        “......”
 
กรซีดจนแทบกลายเป็นสีเทาหลังน้ำแข็งตัดสายไป
        “เป็นไงบ้างกร...” นิโคลถามอย่างตกใจ
        “นะ...น้ำแข็งอยู่กับผู้ชายคนอื่น......ครับ.....”
        “ห๊าาาาาาาาาาาาาาาาา!!!” นิโคลค้างไปเหมือนกัน
ไม่นาน อเล็กก็เดินเข้ามาในยิม เห็นสิ่งผิดปกติทันที
นิโคลนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างพื้นลูบหัวกรกรรณที่นอนคุดคู้อยู่บนตักเธอเหมือนแมวตัวหนึ่ง แต่สีหน้าซีดเหมือนคนไร้วิญญาณ
อเล็กมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
        “...ตายกันทั้งทีมแล้วหรือไง”
        “ครูฝึก....” นิโคลหันไปช้า ๆ “น้ำแข็ง...มีผู้ชายใหม่แล้ว...”
        “อืม”
        “อืมอะไรครับ!!” กรกระเด้งขึ้นมาทันที “คุณน้ำแข็งอยู่กับผู้ชายตอนกลางคืน แล้วเขาขอทิชชู่ด้วยนะครับ!!”
อเล็กเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามอย่างจริงจัง
        “แล้ว...เขาขออะไรนะ”
        “ทิชชู่ครับ...”
        “อ๋อ”
        “อ๋ออะไรครับบบบ!!!” กรแทบร้อง
นิโคลรีบเสริม
        “แล้วข่าวยังเขียนอีกนะว่า ‘เจ้าหญิงสภาสูงวอร์เกน’ อะไรไม่รู้! ผู้ชายคนนั้นก็หล่อมากด้วย!”
กรนิ่งไปอีกครั้ง สีหน้าค่อย ๆ ดับลงเหมือนโดนดูดวิญญาณ
        “ผม...สู้เขาไม่ได้หรอกครับ...”
        “........”
        “เขาดูเป็นคนสำคัญ... พูดเก่ง... แต่งตัวดี... สูงด้วย...”
นิโคลรีบกอดหัวกรไว้
        “ไม่เป็นไรนะกร! นายก็มีข้อดี!”
        “อะไรเหรอครับ...”
        “เอ่อ...”
        “คุณนิโคลคิดก่อนตอบด้วยเหรอครับ...”
        “ก็นายมันลูกหมาน่าสงสารไง!”
        “หนักกว่าเดิมอีกครับ...แง่”
 
 

ผ่านไปราวห้าทุ่ม น้ำแข็งโทรกลับมาอีกครั้ง และกรก็รีบรับสายแทบจะทันที
        “สวัสดีครับคุณน้ำแข็ง คุณน้ำแข็งว่างแล้วเหรอครับ!!!” กรกล่าวอย่างรวดเร็ว
        “ใช่ กลับบ้านแล้ว เมื่อครู่ไม่สะดวกเพราะดินเนอร์กับท่านรองอยู่” น้ำแข็งตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ
        “ดะ...ดินเนอร์...เหรอครับ... กับท่านรองที่ตอนเย็นถ่ายรูปคู่กัน...” เสียงของกรเริ่มหมดแรงลงทันที และน้ำแข็งก็สังเกตได้
        “เป็นอะไรหรือเปล่ากร”
        “ปะ...เปล่าครับ ไม่มีอะไร คุณน้ำแข็งพักผ่อนเถอะครับ ดึกแล้ว...”
กรเริ่มใจเสีย เพราะเขาไม่รู้จะพูดอย่างไร จะบอกว่าไม่อยากให้เธอไปทานข้าวกับท่านรองก็เหมือนกำลังบังคับเธอ และความใกล้ชิดแบบนั้นอาจทำให้น้ำแข็งเปลี่ยนไป แล้วเขาควรพูดยังไงดี...
“มีอะไรหรือเปล่า” น้ำแข็งถามย้ำอีกครั้ง
        “...ไม่มีครับ...”
        “มีอะไรก็พูดมา...” น้ำแข็งยังไม่วางสาย และไม่หยุดถาม
กรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมความรู้สึกที่ตัวเองเพิ่งเข้าใจได้
        “....คือ...ผมรู้สึกแย่ที่เห็นข่าวคุณน้ำแข็งยืนกระซิบสนิทสนมกับท่านรองคนนั้นนะครับ...”
เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อช้า ๆ
        “แล้วตอนที่ผมโทรไป คุณน้ำแข็งก็ดูยุ่งอยู่กับคนอื่น แม้จะดึกแล้ว... แล้วพอมารู้ว่านั่นคือดินเนอร์ ผมก็ยิ่งรู้สึกแย่...”
ปลายสายยังคงเงียบ และตั้งใจฟังเขาอยู่
        “ผมคิดถึงวันที่เราทานข้าวด้วยกัน...” กรกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “แล้วผมก็กลัวว่า... คุณน้ำแข็งจะทำแบบนั้นกับท่านรองคนนั้น”
เสียงเขาเริ่มสั่นลงทีละน้อย
        “ถ้าคุณน้ำแข็งจะทำแบบนั้นจริง... อย่างน้อยก็อย่าทำร้ายผมอีกเลยนะครับ”
        “ถ้าจะเลือกหรือมีคนอื่น... อย่างน้อยบอกให้ผมรู้ได้ไหมครับ...”
กรเริ่มพูดไม่หยุด เหมือนความอัดอั้นทั้งหมดกำลังไหลออกมาในครั้งเดียว
        “...แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมคงเจ็บมาก...”
        “คุณน้ำแข็งสัญญาว่าจะรอ... แล้วผมก็มีความหวัง”
        “ผมพยายามทุกอย่างเพื่อจะได้เข้าไปหาและเจอคุณน้ำแข็ง ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็เถอะ...”
        “แต่ตอนนี้ ถ้าคุณน้ำแข็งจะยกเลิกสัญญา... ผมก็ไม่ว่าอะไร ผมจะไม่รบกวนอีกครับ แล้วผมก็—”
        “พูดจบหรือยังคะ...”
น้ำแข็งตัดบทขึ้นมา เสียงเธอแข็งขึ้น เหมือนกำลังพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้
        “...!!..”
        “ฟังดี ๆ นะคะคุณกรกรรณ” 
ปลายสายเงียบสนิท
        “ฉันรักคุณ”
กรนิ่งไปทันที
        “รักมาก... รักจนยอมมอบชีวิตนี้ให้คุณได้”
น้ำแข็งสูดหายใจช้า ๆ ก่อนพูดต่อ
        “หัวใจเราสื่อถึงกัน พลังของฉันผูกไว้กับคุณ”
        “เราร่วมกันสู้... และถ้าจะล้ม เราก็จะล้มไปด้วยกัน”
เสียงเธอนิ่งมาก แต่ยิ่งฟังกลับยิ่งรู้สึกถึงอารมณ์ที่กดไว้ข้างใน
        “ไม่มีใครแทนที่คุณได้และไม่มีทางที่ฉันจะเลือกใคร... นอกจากคุณ”
กรเงียบจนพูดอะไรไม่ออก
        “ฉันยอมให้คุณได้ทุกอย่างที่ฉันมี”
        “ถ้าคุณต้องการ ตอนนี้ฉันจะขับรถข้ามเมืองไปหาคุณเลยก็ได้”
น้ำแข็งหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดช้าลงราวกับย้ำทุกคำ
        “ฉันเป็นของคุณ….และคุณก็ "ต้อง" เป็นของฉัน”
        “เข้าใจหรือยังคะ... คุณกรกรรณ”
        “....เข้าใจแล้วครับ.....”
เสียงของกรเบาลงมากแต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่เสียงของคนที่กำลังหมดหวังอีกแล้ว เขาค่อย ๆ หลับตาลง พร้อมความรู้สึกอบอุ่นที่กลับเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง
        “ขอบคุณครับคุณน้ำแข็ง ผมไม่อยากให้คุณมาหา... หรือแค่ลางานเพื่อมาหรอกครับ” กรกล่าวเบา ๆ หลังสบายใจขึ้นแล้ว
        “เข้าใจค่ะ” น้ำแข็งตอบเสียงอ่อนลงเช่นกันก่อนจะพูดต่อเหมือนนึกอะไรได้
        “แล้วอีกอย่าง... หยุดใช้คำว่า ‘คุณ’ กับคำว่า ‘ครับ’ ได้แล้ว”
        “ได้...ครับ..... อ๊ะ... ได้...”
น้ำแข็งหลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมาทางสายเป็นครั้งแรกของคืนนี้
        “ถ้าเข้าใจกันแล้วก็พักเถอะ...”
        “ครับ...”
แต่กรยังไม่ยอมวางสาย
เขาอยากพูดอะไรสักอย่างก่อนจบการคุยครั้งนี้ อยากให้น้ำแข็งรู้สึกดีขึ้นบ้าง หลังจากที่เธอต้องมานั่งปลอบเขาอยู่นาน จะบอกรักแบบที่น้ำแข็งพูดดีไหม...ไม่ได้สิ เมื่อกี้เพิ่งโดนดุเรื่องคำพูดเอง
        “ผมรักคุณ” ก็ไม่ได้อีก...งั้น...เอาคำนี้แล้วกัน กรสูดหายใจเข้าลึก ๆ
        “น้ำแข็ง...”
        “อืม?”
เธอยังไม่วางสาย และรอฟังเขาอยู่เงียบ ๆ หัวใจของกรเต้นแรงจนแทบได้ยินเองก่อนที่เขาจะพูดออกไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกัน
        “พี่รักหนูนะ...”
        “......”
ทันทีที่พูดจบ สายโทรศัพท์ก็ตัดไปทันที
        “เอ๊ะ?”
กรมองหน้าจอตัวเองงง ๆ
        “ไปแล้วเหรอ...”
แต่ความจริงในอีกฝั่งไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ตอนนี้น้ำแข็ง... กลายเป็น “น้ำแข็ง” ไปแล้วจริง ๆ โทรศัพท์ในมือเธอแตกละเอียดจากแรงบีบ ก่อนจะถูกแช่แข็งไปทั้งเครื่องในพริบตา
        “....ฮึก...”
ใบหน้าของเธอแดงจัดจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกเพราะคำว่า “พี่” และคำว่า “หนู” มันไม่ใช่คำหวานธรรมดาเลยสำหรับเธอ
ในวินาทีนั้น น้ำแข็งรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เป็น เอลินเซีย วินเทรส ไม่ได้เป็นชุดขาว ไม่ได้เป็นลูกสาวรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นคนที่ต้องแบกทุกอย่างไว้อีกแล้วแต่กลายเป็นแค่ “เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง” ที่กำลังถูกพี่ชายใจดีเอ็นดูอย่างอ่อนโยน น้ำแข็งเอามือปิดหน้าแน่น พยายามกดเสียงตัวเองไว้แต่ไอเย็นรอบห้องยังคงกระจายออกมาไม่หยุด
        “บ้าเอ๊ย......”
เธอพึมพำเสียงสั่น ทั้งเขิน ทั้งดีใจ จนแทบหายใจไม่ทันแล้วค่อย ๆ กอดโทรศัพท์ที่กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วแน่นขึ้นอีกครั้งทั้งที่มันเปิดไม่ติดอีกต่อไปแล้วก็ตาม
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา